[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้

สุขใจในธรรม => บทสวด - คัมภีร์ คาถา - วิชา อาคม => ข้อความที่เริ่มโดย: Maintenence ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 15:48:32



หัวข้อ: บทสวด กายานุปัสสนา นวสีวถิกาบรรพ มหาสติปัฏฐานสูตร ฉบับ บาลีอักษรไทย(แปล)
เริ่มหัวข้อโดย: Maintenence ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 15:48:32
.

       (https://f.ptcdn.info/543/039/000/o1hklkkpvWejTKFM4fe-o.jpg)

       มหาสติปัฏฐานสูตร ฉบับ บาลีอักษรไทย(แปล)
       กายานุปัสสนา นวสีวถิกาบรรพ
                     วัดป่ามหาชัย จ.นครพนม
              (http://www.watpamahachai.net/metta_8.gif)

(นำ) หันทะ มะยัง นะวะสีวะถิกาปัพพะปาฐัง ภะณามะ เส ฯ

(รับ) ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

เอกาหะมะตัง วา ทะวีหะมะตัง วา ตีหะมะตัง วา
       - ตายแล้ววันหนึ่งบ้าง สองวันบ้าง สามวันบ้าง

อุทธุมาตะกัง วินีละกัง วิปุพพะกะชาตัง
       - ที่ขึ้นพองมีสีเขียว มีน้ำเหลืองไหลน่าเกลียด

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

กาเกหิ วา ขัชชะมานัง
       - อันฝูงกาจิกกินอยู่บ้าง

คิชเฌหิ วา ขัชชะมานัง
       - อันฝูงแร้งจิกกินอยู่บ้าง

กุละเลหิ วา ขัชชะมานัง
       - อันฝูงนกตะกรุมจิกกินอยู่บ้าง

สุวาเณหิ วา ขัชชะมานัง
       - อันหมู่สุนัขกัดกินอยู่บ้าง

สิงคาเลหิ วา ขัชชะมานัง
       - อันหมู่สุนัขจิ้งจอกกัดกินอยู่บ้าง

วิวิเธหิ วา ปาณะกะชาเตหิ ขัชชะมานัง
       - อันหมู่สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยกัดกินอยู่บ้าง

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
- เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิสังขะลิกัง
       - เป็นร่างกระดูก

สะมังสะโลหิตัง
       - ยังมีเนื้อและเลือด

นะหารุสัมพันธัง
       - ยังมีเส้นเอ็นผูกรัดอยู่

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิสังขะลิกัง
       - เป็นร่างกระดูก

นิมมังสะโลหิตะมักขิตัง
       - ปราศจากเนื้อ แต่ยังเปื้อนเลือดอยู่

นะหารุสัมพันธัง
       - ยังมีเส้นเอ็นผูกรัดอยู่

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิสังขะลิกัง
       - เป็นร่างกระดูก

อะปะคะตะมังสะโลหิตัง
       - ปราศจากเนื้อและเลือดแล้ว

นะหารุสัมพันธัง
       - ยังมีเส้นเอ็นผูกรัดอยู่

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิกานิ
       - เป็นกระดูก

อะปะคะตะนะหารุสัมพันธานิ
       - ปราศจากเส้นเอ็นผูกรัดแล้ว

ทิสาวิทิสา วิกขิตตานิ
       - เรี่ยรายไปในทิศน้อยทิศใหญ่คือ

อัญเญนะ หัตถัฏฐิกัง อัญเญนะ ปาทัฏฐิกัง
       - กระดูกมือไปทาง กระดูกเท้าไปทาง

อัญเญนะ ชังฆัฏฐิกัง อัญเญนะ อูรัฏฐิกัง
       - กระดูกแข้งไปทาง กระดูกขาไปทาง

อัญเญนะ กะกิฏฐิกัง อัญเญนะ ปิฏฐิกัณฏะกัฏฐิกัง
       - กระดูกสะเอวไปทาง กระดูกสันหลังไปทาง

อัญเญนะ ผาสุกัฏฐิกัง อัญเญนะ อุรัฏฐิกัง
       - กระดูกซี่โครงไปทาง กระดูกหน้าอกไปทาง

อัญเญนะ พาหุฏฐิกัง อัญเญนะ อังสัฏฐิกัง
       - กระดูกแขนไปทาง กระดูกไหล่ไปทาง

อัญเญนะ คีวัฏฐิกัง อัญเญนะ หะนุฏฐิกัง
       - กระดูกคอไปทาง กระดูกคางไปทาง

อัญเญนะ ทันตัฏฐิกัง อัญเญนะ สีสะกะฏาหัง
       - กระดูกฟันไปทาง กะโหลกศรีษะไปทาง

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิกานิ เสตานิ สังขะวัณณุปะนิกานิ
       - เป็นกระดูกมีสีขาวเปรียบด้วยสีสังข์

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
- ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิกานิ ปุญชะกิตานิ เตโรวัสสิกานิ
       - เป็นกระดูกกองเรี่ยรายอยู่ นานเกินปีหนึ่งขึ้นไป

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ
       - ภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง

เสยยะถาปิ ปัสเสยยะ สะรีรัง
       - ภิกษุเหมือนกับว่า พึงเห็นสรีระ

สีวะถิกายะ ฉัฑฑิตัง
       - ที่เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า

อัฏฐิกานิ ปูตีนิ จุณณะกะชาตานิ
       - เป็นกระดูกผุเป็นจุณแล้ว

โส อิมะเมวะ กายัง อุปะสังหะระติ
       - เธอย่อมน้อมเข้ามาสู่กายนี้แหละว่า

อะยัมปิ โข กาโย
       - ถึงร่างกายอันนี้เล่า

เอวัง ธัมโม เอวัง ภาวี เอวัง อะนะตีโตติ
       - ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา คงเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้

อิติ อัชฌัตตัง วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง

พะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง

อัชฌัตตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
- พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายในและภายนอกบ้าง

สะมุทะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิดขึ้น ในกายบ้าง

วะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม คือความเสื่อมไป ในกายบ้าง

สะมุทะยะวะยะธัมมานุปัสสี วา กายัส๎มิง วิหะระติ
       - พิจารณาเห็นธรรม ทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไป ในกายบ้าง

อัตถิ กาโยติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจุปัฏฐิตา โหติ
       - อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่

ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปะติสสะติมัตตายะ
       - เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น

อะนิสสิโต จะ วิหะระติ
       - เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้

นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะติ
       - ไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

เอวัมปิ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ
       - ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นกายในกายอยู่

 

[อินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ
อานนท์ ! อารมณ์อันเป็นที่ชอบใจ-ไม่เป็นที่ชอบใจ
เป็นที่ชอบใจและไม่เป็นที่ชอบใจ อันบังเกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น
ย่อมดับไปเร็วเหมือนการกระพริบตาของคน อุเบกขายังคงดำรงอยู่

อานนท์ ! นี้แล เราเรียกว่า อินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศในอริยวินัย...
อุปริ. ม. ๑๔/๕๔๑/๘๕๖]