|
หัวข้อ: พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ ๒๔๘ กุลาวกชาดก : นายบ้านกล่าวความเท็จ เริ่มหัวข้อโดย: Kimleng ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 15:44:01 (http://www.sookjaipic.com/images_upload_2/13576513404647__500_320x200_.jpg) พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ ๒๔๘ กุลาวกชาดก นายบ้านกล่าวความเท็จ ในอดีตกาลที่แคว้นมคธ ยังมีหมู่บ้านหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ มฆะ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอจละ เขาเป็นคนขยันตื่นแต่เช้ามืด จัดเตรียมข้าวปลาอาหารเสร็จแล้ว จึงออกมาจากบ้านไปพัฒนาตามหมู่บ้าน ชอบทำอะไรต่อมิอะไรให้กับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านบางคนไม่ค่อยชอบ จึงถูกขับไล่อยู่บ่อย ๆ แต่มฆมาณพไม่โกรธ เพราะสิ่งที่เขาทำได้ก็คือให้เกิดความสุขแก่ผู้อื่น ทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และในขณะเดียวกันก็มีความสุขใจในการทำความดีของตน รุ่งเช้าเขาก็จะถือจอบไปทำความสะอาดบริเวณสนามให้ราบเรียบเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่ชาวบ้าน มฆมาณพมีเพื่อนทั้งหมด ๓๓ คน ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับมฆมาณพ ช่วยกันทำประโยชน์แก่ประชาชนแถวนั้น พัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ วันหนึ่งมฆมาณพกำลังทำความดีโดยการทำถนนอยู่ ผู้ใหญ่บ้านเดินผ่านมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจ จึงให้ไปล่าสัตว์ดีกว่ามาทำอย่างนี้ แต่พวกเขาไม่ทำตาม วันต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้ไปเข้าเฝ้าพระราชา แล้วแกล้งทูลเท็จว่ากลุ่มของมฆมาณพเป็นโจรปล้นจี้ฆ่าชาวบ้าน จึงจับตัวไปให้พระราชาลงโทษ พระราชาไม่ได้พิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน ทรงรับสั่งให้นำช้างมาเหยียบให้ตาย มฆมาณพไม่รู้จะพึ่งใครนอกจากคุณธรรม คือ เมตตา และบอกกับพวกเพื่อน ๆ ทั้งหลายให้แผ่เมตตา ไม่ให้โกรธอาฆาตพยาบาท ให้แผ่เมตตาจิตความปรารถนาดีไปในพระราชาผู้มิได้พิจารณาก่อนสั่งลงโทษตามนายบ้านที่ทูลความเท็จในช้างที่จะเหยียบแล้วในตนเอง เพราะอานุภาพแห่งเมตตาของมฆมาณพกับสหายทั้งหลาย ทำให้ช้างไม่เข้าไปใกล้และไม่เหยียบคนเหล่านั้น พระราชาทรงทราบเรื่องนี้ก็ตรัสว่า “ช้างคงจะตกใจ คนมากเลยไม่กล้าเหยียบ พวกท่านจงเอาเสื่อคลุมก่อนจึงให้ช้างเหยียบ” แต่ช้างก็ยังไม่เหยียบ พระราชาจึงสั่งให้มฆมาณพและสหายเข้าเฝ้า และตรัสถามว่า “พวกเจ้าเป็นโจรปล้นทรัพย์ ฆ่าทำความเดือดร้อนให้กับประชาชนจริงไหม?” มฆมาณพ กราบทูลว่า “ขอเดชะ ข้าพระองค์ไม่ได้เป็นโจร พวกข้าพระองค์จะทำทางให้เรียบ แต่นายบ้านไม่ชอบ ให้พวกข้าพระองค์ไปตกปลาล่าสัตว์มาทำเป็นอาหาร ทำสุราดื่ม พวกข้าพระองค์ไม่ทำตาม นายบ้านจึงโกรธแล้วมาทูลความเท็จแก่พระองค์ พระเจ้าข้า” พระราชาตรัสถามต่อว่า “เพราะเหตุใดช้างจึงไม่เหยียบพวกเจ้า พวกท่านมีเวทมนต์คาถาอะไร” มฆมาณพกราบทูลว่า “ขอเดชะ ข้าพระองค์ไม่มีมนต์คาถาอะไรนอกจากเบญจศีลและเบญจธรรมที่ข้าพระองค์ทำกันอยู่ ก่อนที่ช้างจะเหยียบพวกข้าพระองค์ก็แผ่เมตตาคิดปรารถนาดีต่อพระองค์ นายบ้าน ช้างที่จะเหยียบแล้วต่อข้าพระองค์ อย่าได้มีเวรต่อกัน อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่ามีทุกข์กาย ทุกข์ใจ และขอให้ทุกคนมีสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นทุกข์ภัยทั้งสิ้น ด้วยอานิสงส์เหล่านี้ช้างจึงไม่ยอมเข้าใกล้พระเจ้าข้า” พระราชาเมื่อทราบความจริงเช่นนั้นก็โสมนัสยินดี ตรัสว่า “คุณของเจ้า ขอพวกเจ้าจงให้อภัยเราที่สั่งลงโทษพวกเจ้าโดยไม่พิจารณาก่อน” ในที่สุด พระราชาทรงลงโทษนายบ้านที่กราบทูลความเท็จ โดยให้ฐานทูลความเท็จให้คนอื่นเดือดร้อน โดยใช้ให้นายบ้านและภรรยาเป็นทาสรับใช้มฆมาณพ พร้อมทั้งริบทรัพย์สมบัติ” ธรรมนิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ผู้กล่าวคำเท็จ ย่อมถึงความเสื่อม” พุทธศาสนสุภาษิตประจำเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อภูตวาที นิรยํ อุเปติ คำพูดเท็จย่อมพาให้ไปนรก (๒๕/๔๖) คัดจาก : หนังสือ พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ ฉบับสมบูรณ์ / จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยสถาบันบันลือธรรม |