[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้

นั่งเล่นหลังสวน => สุขใจ ไปรษณีย์ => ข้อความที่เริ่มโดย: 自由人 ที่ 24 มิถุนายน 2558 17:57:07



หัวข้อ: ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ วิถีไทยสมัยอยุธยา
เริ่มหัวข้อโดย: 自由人 ที่ 24 มิถุนายน 2558 17:57:07
.

ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์
วิถีไทยสมัยอยุธยา


(http://www.sookjaipic.com/images_upload/70148791165815_1.jpg)
เมื่อครั้งอดีตกาลนานมา ชาวประชายังใช้ชีวิตแอบอิงกับสายน้ำลำคลองและธรรมชาติรอบตัว บ้านเรือน วัดวาอาราม แหล่งทำมาค้าขาย สถานที่สำคัญทั้งหลายล้วนยึดเอาริมน้ำเป็นที่ตั้ง เพื่อเอื้อต่อความสะดวกสบายในการเดินทางและการดำรงชีพที่ต้องพึ่งพิงสายน้ำอย่างขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในแถบลุ่มน้ำภาคกลางที่มีแม่น้ำลำคลองมากมาย หากย้อนเวลากลับไปได้ เราคงเห็นเรือแพขึ้นล่องตามลำน้ำกันคับคั่ง ภาพความงดงามของผู้คนที่ใช้ชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับสายน้ำเช่นนั้นนับวันจะหาดูได้ยากยิ่งขึ้นทุกที

สัปดาห์นี้ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ขอเชิญแฟนานุแฟนร่วมรำลึกถึงบรรยากาศแห่งความหลังของชีวิตกับสายน้ำที่หลายต่อหลายท่านปรารถนาให้หวนคืนกันครับ


(http://www.sookjaipic.com/images_upload/99828458287649_2.jpg)

(http://www.sookjaipic.com/images_upload/85128431891401_3.jpg)
ว่ากันว่าถ้าอยากรู้จักบ้านเมืองใดให้ถ่องแท้ เขาให้ไปดูที่ตลาดครับ เพราะเรื่องปากท้องนั้นไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็เป็นเรื่องสำคัญสูงสุด บรรดาสินค้าทั้งหลายรวมถึงวิธีการที่เขาซื้อขายกันในตลาดนั่นแหละครับที่จะสะท้อนตัวตนของผู้คนในท้องถิ่นนั้นออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าพูดถึงตลาดในอดีตของสยามประเทศ ในยุคเรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทางภาพตลาดน้ำก็ย่อมเป็นภาพแรกที่ปรากฏขึ้นมาในห้วงคำนึง

หลายปีที่ผ่านมา มีการพลิกฟื้นคืนชีวิตและสร้างตลาดน้ำขึ้นมาใหม่หลายต่อหลายแห่ง อย่างตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำอโยธยา ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำลำพญา ตลาดน้ำขวัญเรียม ฯลฯ ซึ่งแฟนานุแฟนคงไปเยี่ยมเยือนกันมาไม่น้อยแล้ว ผมจึงขอเล่าถึงตลาดน้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดขึ้นมาได้ไม่นาน แต่ก็มีความเป็นมาน่าสนใจไม่ธรรมดาเลยครับ


(http://www.sookjaipic.com/images_upload/44028938478893_4.jpg)

(http://www.sookjaipic.com/images_upload/40801074355840_5.jpg)
ตลาดน้ำแห่งนี้มีนามว่า ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ เป็นตลาดน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดกาญจนบุรี คำว่า “กองถ่ายฯ” นั้นหมายถึงกองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” นักอ่านทั้งหลายคงร้องอ๋อ นึกออกกันแล้วใช่ไหมครับว่าตลาดแห่งนี้อยู่ที่ไหน เพราะภาพยนตร์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” นั้นมีสถานที่สร้างฉากถ่ายทำอยู่ในค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 700 ล้านบาท สำหรับการปรับพื้นที่ราว 1,500 ไร่ จากสภาพเดิมที่เป็นป่า และการก่อสร้างฉากต่างๆแบบกึ่งถาวร ทั้งของอยุธยาและพม่า รวมถึงวังของเขมร ฯลฯ โดยใช้เวลานานถึง 6 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2547-2553 เมื่อแล้วเสร็จก็นับว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีฉากประณีตวิจิตรบรรจงที่สุดแห่งหนึ่งและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลก

กองทัพบกของไทยเรามีนโยบายพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตทหารมานานแล้ว ที่เมืองกาญจน์นี่ก็เช่นกัน พลตรี ณัฐ อินทรเจริญ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี ได้ส่งเสริมโครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในหน่วยทหารค่ายสุรสีห์ให้เป็นที่รู้จักของประชาชน เพื่อเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของกาญจนบุรีซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรสยาม โดยการสนับสนุนให้จัดตั้ง “ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์” ขึ้น หลังจากที่ภาพยนตร์ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งสอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลใน “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ รวมถึงกระจายรายได้สู่กำลังพลและครอบครัวด้วย


(http://www.sookjaipic.com/images_upload/78661686637335_6.jpg)

(http://www.sookjaipic.com/images_upload/58874377691083_7.jpg)
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามอันวิจิตรตระการตาของศิลปะไทย-พม่า มานานแล้ว ซึ่งก็สร้างความตะลึงให้ทั้งชาวไทยและเทศมาไม่น้อย พอถึงตอนนี้มีตลาดน้ำเพิ่มขึ้นมาให้ผู้ไปเยือนได้สัมผัสกับวิถีไทยในบรรยากาศย้อนอดีตไปเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ยิ่งทำให้น่าไปเยี่ยมเยือนเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเดินทางไปยังตลาดน้ำแห่งนี้ ภาพแรกที่เราจะได้เห็นจากลานจอดรถก็คือกำแพงเมืองโบราณที่คงทำให้หลายท่านนึกถึงค่ายคูประตูเมืองเมื่อครั้งที่บรรพบุรุษได้ร่วมกันสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานอย่างเราๆได้อยู่กันอย่างสุขสบาย พอก้าวพ้นประตูเข้าสู่บริเวณตลาดน้ำ จะพบกับบ้านเรือนและสถานที่สำคัญที่จำลองไว้สวยงามตระการตา แสดงถึงความรุ่งเรืองครั้งอดีตที่ได้หวนคืนมาให้เราได้ชื่นชมกันอีกครั้งในวันนี้ บนผืนน้ำมีเรือพายแบบดั้งเดิมให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปนั่งเล่นพายล่องชมทิวทัศน์ความเป็นไทยริมฝั่งน้ำ พ่อค้าแม่ขายในตลาดน้ำแห่งนี้ส่วนใหญ่ก็พากันแต่งตัวย้อนยุคให้เข้ากับบรรยากาศสถานที่ ช่วยสร้างสีสันของวันเก่าได้เป็นอย่างดี


(http://www.sookjaipic.com/images_upload/65839692287974_8.jpg)

(http://www.sookjaipic.com/images_upload/47507189710934_9.jpg)
ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ ยังได้แฝงเกร็ดความรู้ให้กับผู้มาเที่ยวชมด้วยนะครับ ทั้งการใช้ชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในสมัยกรุงศรีอยุธยามาเป็นชื่อร้าน เช่น ร้านออกญาวิชาเยนทร์ ร้านจีนจันตุ และไม่ใช่จะมีแค่ศิลปะไทยให้ชื่นชมกันเท่านั้น บางร้านก็สร้างสรรค์ไว้อย่างงดงามด้วยศิลปะพม่า บางร้านก็เน้นการจัดบรรยากาศและจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อนให้ชมกันมากกว่าการขายสินค้า มีการนำราชรถและยานพาหนะที่สร้างจำลองจากของโบราณ ชุดเกราะนักรบ และสิ่งประดับประดาตระการตามาจัดแสดงให้ชมด้วย ยามค่ำคืนก็จัดไฟสร้างบรรยากาศอย่างงดงาม ท่านที่รักการถ่ายภาพหากเข้าไปเยี่ยมเยือนคงได้กดชัตเตอร์เก็บภาพกันเพลินเลยล่ะครับ เรียกว่ามาที่เดียวได้ทั้ง เที่ยว ชม ชิม ช็อป แชะ เอาภาพไปลงเฟซบุ๊กอวดใครต่อใครให้ตาร้อนกันเล่นได้สบาย

ที่ตลาดน้ำยังจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การแสดงศิลปะหุ่นสาย ที่โรงหุ่นสยาม มีการแสดงพื้นบ้านจากทุกภาค มีการละเล่นตามเทศกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาให้ชมอยู่เสมอ เช่นการแสดงของนักดาบจากสำนักดาบพุทไธสวรรค์, มวยไทยไชยา, ตีกลองสะบัดไชย, เพลงซอล้านนา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์โดยร่วมกับมูลนิธิหุ่นสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคม ในการสอนชัก-เชิดหุ่นสายให้แก่เด็กๆ ที่โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า และมอบหุ่นสายให้ทางโรงเรียนด้วย เพื่อให้ลูกหลานของชาวเมืองกาญจน์ได้แสดงฝีมือที่โรงหุ่นสยาม และเตรียมกิจกรรม “ครอบครัวสร้างสุข” หลากหลายรูปแบบ ที่ลานโรงหุ่นในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป


(http://www.sookjaipic.com/images_upload/50182206514808_10.jpg)

(http://www.sookjaipic.com/images_upload/77243861431876_11.jpg)
ในช่วงเทศกาลสำคัญและวันหยุดต่างๆ จะมีกิจกรรมพิเศษ มีการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม อย่างในช่วงงานเปิดตัวตลาดน้ำฯ จัดการแสดงเรื่อง “สยามวานิช” และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็มีการแสดงเรื่อง “อโยเดีย นครอหังการ” ซึ่งเขียนบทและกำกับโดยศิลปินศิลปาธร อ.นิมิตร พิพิธกุล ที่ผู้ชมทั้งตื่นตาตื่นใจจากการแสดงแล้วยังได้รับความรู้ด้านประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยาเพิ่มไปอีกด้วย ในวันสงกรานต์ก็มีพิธีสรงน้ำพระบนเรือเอกไชยเหินหาว เรือโบราณแบบเดียวกับที่เราเคยเห็นในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ช่วงวันหยุดยาวในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วันนี้ก็มีคอนเสิร์ต, การแสดงวัฒนธรรม และการแสดงพิเศษสร้างความบันเทิงมาให้ชมกันอย่างเต็มอิ่มโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งในโอกาสต่อไปก็คงจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และมีข่าวว่าช่วงปลายปีจะมีกิจกรรมพิเศษที่จัดว่าเป็นงานใหญ่อีกด้วย

สองเดือนเศษที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมวันละหลายพันคน ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. การเข้าไปเที่ยวชมตลาดน้ำฯ สามารถเข้าได้ฟรีนะครับ แต่ในการร่วมกิจกรรมบางอย่าง เช่น ถ่ายภาพย้อนยุค หรือการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในฉากภาพยนตร์บางฉากนอกเหนือจากบริเวณตลาดน้ำ เช่น พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท, สีหสาสนบัลลังก์, วังพระยาละแวก อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ

และทราบมาว่าเร็วๆนี้ ก็เตรียมการจัดทำ “ทัวร์เฉลียว เที่ยวฉลาด” สำหรับนักเรียน-นักศึกษาตั้งแต่ระดับประถมปลายขึ้นไป ให้ได้เที่ยวอย่างเพลิดเพลินและได้รับความรู้ควบคู่กันไป โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่สอดแทรกกิจกรรมที่สนุกสนานตามฐานต่างๆ โดยมีพี่ๆทีมงานและพี่ๆทหารร่วมสร้างสีสันอย่างน่าประทับใจ

เมืองไทยเรามีของดีมากมาย คนไทยจะไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่เมืองนอกบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ขอเพียงแค่อย่าลืมของไทยแท้ที่มีความเป็นมาอันยาวนาน หากท่านใฝ่หาวันวานอันงดงาม คิดถึงบรรยากาศความเป็นไทย อยากสัมผัสความงดงามของศิลปะวัฒนธรรมล้ำค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดิน ก็อย่าลืมนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวแบบไทยๆอย่างตลาดน้ำ บางครั้งของใกล้ตัวเราอาจไม่ค่อยเห็นคุณค่า แต่เมื่อพิจารณาให้ละเอียดลออก็อาจพบว่าสิ่งที่เคยมองข้ามนั่นต่างหากที่เป็นเพชรแท้

และในปีท่องเที่ยววิถีไทยนี้ ถ้าสนใจไปเยี่ยมชม “ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์” สามารถสอบถามเส้นทางได้ที่ 08-1987-7399 สัมผัสวิถีไทยสมัยอยุธยา ที่ตลาดน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของจังหวัดกาญจนบุรี ในบรรยากาศแบบย้อนยุคที่เล่าขานตำนานเมืองเก่าได้อย่างมีชีวิตชีวา

โดย :รายทาง
ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน