[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้

สุขใจในธรรม => ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน => ข้อความที่เริ่มโดย: Kimleng ที่ 05 มิถุนายน 2563 19:45:55



หัวข้อ: "เวมานิกเปรต" เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก
เริ่มหัวข้อโดย: Kimleng ที่ 05 มิถุนายน 2563 19:45:55

(https://img.winnews.tv/files/site/070bdc86176526ff1fa4e51bad5d68c3.jpg)

เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก
เวมานิกเปรต

"เวมานิกเปรต" เป็นเปรตพวกหนึ่ง ที่อยู่วิมาน เสวยสุขและทุกข์สลับกันไป บางตนข้างขึ้นเสวยสุขข้างแรมเสวยทุกข์ บางตนกลางคืนเสวยสุขกลางวันเสวยทุกข์ บางตน ๗ วันเสวยสุข อีก ๗ วันเสวยทุกข์ บางตนกายเป็นสุขใจเป็นทุกข์ บางตนใจเป็นสุขแต่กายเป็นทุกข์ เพราะไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่ แต่เวมานิกเปรตบางพวกก็เป็นสุขตลอดเวลาไม่ต่างจากเทวดา เปรตพวกนี้เมื่อเวลาเสวยสุขจะมีร่างเป็นทิพย์ มีทิพย์สมบัติเหมือนเทวดา มีความสุขอยู่ในวิมานแวดล้อมด้วยอุทยานสวรรค์และสระโบกขรณี แต่เมื่อเสวยทุกข์จะออกจากวิมานกลายเป็นเปรตรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว บางตนทุกข์ทรมานเพราะถูกสุนัขกัดกินจนตายแล้วกลับไปเกิดในวิมานอีก บางทีจึงจัดเวมานิกเปรตว่าเป็นเทวดาจำพวกหนึ่ง

เหตุที่เกิดเป็นเวมานิกเปรตนี้ เพราะเขาเหล่านั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำทั้งความดีและความชั่วเสมอกัน จึงต้องมารับผลของกรรมดีและกรรมชั่วสลับกันไป บางคนชีวิตทำกุศลกรรมเป็นส่วนใหญ่ แต่ขณะตายมีจิตเศร้าหมองจึงต้องมาเกิดเป็นเปรตดังเช่นมาณพคนหนึ่ง

ในดีตกาล ๗๐๐ ปีก่อนการอุบัติของพระพุทธเจ้า มีมาณพคนหนึ่งทำหน้าที่อุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้ามาตั้งแต่เยาว์วัย ครั้นโตเป็นหนุ่มบิดามารดาไปสู่ขอธิดานางหนึ่งให้เป็นภรรยา แต่ในวันวิวาห์นั้นเอง มาณพหนุ่มก็โชคร้ายถูกงูกัดตาย ในขณะจิตก่อนตายนั้น มาณพหนุ่มเศร้าอาลัยถึงกุลธิดาที่กำลังจะแต่งงานกัน ด้วยจิตที่เศร้าหมองนี้ทำให้เขาไปเกิดเป็นเวมานิกเปรต

แต่กรรมอื่นล้วนเป็นกุศลกรรม มาณพหนุ่มจึงมีรูปร่างเป็นเทพบุตรรูปงาม มีวิมาน และเสวยทิพย์สมบัติเหมือนเทวดา ไม่ได้รับโทษทุกข์ใดๆ อีกมาณพผู้เป็นเวมาณิกเปรตอยากได้กุลธิดามาอยู่ด้วย พิจารณาว่ากุศลที่ทำกับพระปัจเจกพุทธเจ้าทำให้ตนได้ทิพย์สมบัตินี้ เขาจึงเข้าไปหาพระปัจเจกพุทธเจ้าจนรู้ว่าท่านกำลังต้องการด้ายเย็บจีวร เขาแนะนำให้พระปัจเจกพุทธเจ้าไปขอด้ายจากกุลธิดา พระปัจเจกพุทธเจ้าไปบิณฑบาตหน้าเรือนกุลธิดา กุลธิดารู้ว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าต้องการด้ายจึงถวายด้ายให้กลุ่มหนึ่งด้วยความศรัทธา กุศลนี้ทำให้กุลธิดามีวาสนาได้ทิพย์สมบัติ

เวมานิกเปรตจึงมารับนางไปอยู่ด้วยกันในวิมาน ทั้งสองอยู่ร่วมกัน ๗๐๐ ปี กุลธิดาจึงขอลาเวมานิกเปรตกลับแดนมนุษย์ เวมานิกเปรตพานางมาส่งและบอกให้นางสร้างกุศลจะได้กลับไปอยู่ร่วมกันอีก เมื่อกุลธิดากลับมาอยู่แดนมนุษย์แล้วไม่ได้เสวยทิพย์สมบัติอีก สังขารร่างกายของนางจึงร่วงโรยไปตามวัยที่แท้จริงกลายเป็นหญิงแก่หง่อม และสิ้นชีวิตในวันที่ ๗ นั้นเอง ก่อนตายนางได้ทำบุญให้ทานตลอด ๗ วัน ไม่มีจิตห่วงใยสิ่งใด ตายแล้วจึงไปเกิดเป็นเทพธิดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์