[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้

สุขใจในธรรม => ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน => ข้อความที่เริ่มโดย: ใบบุญ ที่ 29 กรกฎาคม 2563 13:57:44



หัวข้อ: หลวงพ่อโต่ง จิตตปาโล วัดเภตราสุขารมย์ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง
เริ่มหัวข้อโดย: ใบบุญ ที่ 29 กรกฎาคม 2563 13:57:44


(http://www.sookjaipic.com/images_upload_2/21917293717463_bud07p1_1_320x200_.jpg)

หลวงพ่อโต่ง จิตตปาโล
วัดเภตราสุขารมย์ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง

พระราชภาวนามงคล หรือ หลวงพ่อโต่ง จิตตปาโล อดีตเจ้าอาวาสวัดเภตราสุขารมย์ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวระยอง
มีนามเดิม สังวร คีรีวัล มีชื่อเรียกสามัญว่า โต่ง เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2464 ที่บ้านเลขที่ 80 ม.3 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ครอบครัวประกอบอาชีพชาวไร่-ชาวนา

อายุ 8 ขวบ เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนวัดเภตราสุขารมย์ จบชั้นประถมปีที่ 4 ในปีพ.ศ.2477 ก่อนช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ

จนกระทั่งมีโอกาสเข้ารับราชการเป็นตำรวจ ผ่านมา 5 ปีเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ผู้บังคับบัญชาย้ายให้ไปประจำการที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ขณะนั้นได้รับเลื่อนยศเป็นสิบตำรวจโท

ขณะที่ประจำอยู่ที่แหลมงอบป่วยเป็นไข้ป่า จนทางบิดามารดาทราบข่าว ด้วยความเป็นห่วงทั้งสองถึงต้องตรากตรำเดินทางโดยทางเกวียน และเดินเท้าไปเยี่ยมดูอาการ

เมื่อเห็นก็รู้สึกสงสารบิดามารดาอย่างจับใจ ประกอบกับยังไม่ได้บวชทดแทนคุณ จึงตัดสินใจลาออกจากราชการตำรวจ เข้าพิธีอุปสมบท ในวันที่ 4 มิ.ย.2489

โดยมีพระครูนิพันธ์ธรรมสาสน์ (เหลี่ยม จันทสโร) เจ้าคณะตำบลบ้านกร่ำ วัดกลางกร่ำ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการสนธิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการถวิล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า จิตตปาโล

จากนั้นย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเภตราสุขารมย์ ผ่านไป 2 พรรษามีความคิดที่จะลาสิกขา ออกมาเพื่อช่วยกิจการงานที่บ้าน แต่เกิดเหตุเมื่อท่านเตรียมตัวจะลาสิกขา จึงนำเสื้อผ้าที่เก็บไว้อย่างดีเมื่อครั้งก่อนบวช เตรียมนำมาสวมใส่ แต่พอนำเสื้อผ้าออกมาต้องพบกับปลวกที่กัดทำลายเสื้อผ้าทั้งชุดจนเสียหาย ทำให้ฉุกคิดว่า “เราคงจะไม่มีฤกษ์ลาสิกขาเสียแล้ว” จึงล้มเลิกความตั้งใจ

หลังจากนั้นเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เกี่ยวกับการวิปัสสนากัมมัฏฐาน และสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

พ.ศ.2494 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเภตราสุขารมย์ และพระกรรมวาจาจารย์

เริ่มพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง จากเดิมมีเพียงอุโบสถเก่า 1 หลัง กับกุฏิอีกไม่กี่หลัง ค่อยริเริ่มพัฒนาปลูกสร้างศาสนสถานที่จำเป็น ซ่อมกุฏิที่ชำรุดทรุดโทรม

สร้างศาลาการเปรียญ สร้างอุโบสถ จัดสรรให้เหมาะสมเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม

มีอุปนิสัยใจคอเยือกเย็น มักน้อย ถ่อมตน ดำรงชีวิตด้วยความสมถะ วัตรปฏิบัติของท่านถือการเดินจงกรมและนั่งสมาธิภาวนาทุกวัน

อีกทั้งศึกษาวิชาจากพระเกจิคณาจารย์ที่มีวิชาในสมัยนั้น จนได้รับการนิมนต์ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกมาตลอด ทั้งยังเข้าร่วมปลุกเสกร่วมกับหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ หลายครั้ง

ได้รับการพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนา ในราชทินนามที่พระราชภาวนามงคล และยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมือง รองเจ้าคณะจังหวัดระยอง และตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดระยอง โดยปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

ช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อโต่งสังขารเริ่มโรยรา เกิดอาพาธบ่อยครั้ง สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หลังตรากตรำรับใช้พระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน สุดท้ายท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2557 เวลา 13.57 น.

สิริอายุ 92 ปี พรรษา 67
ข่าวสดออนไลน์