[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้

สุขใจในธรรม => ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน => ข้อความที่เริ่มโดย: ใบบุญ ที่ 15 ตุลาคม 2563 16:19:03



หัวข้อ: หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
เริ่มหัวข้อโดย: ใบบุญ ที่ 15 ตุลาคม 2563 16:19:03
(https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/3/33/Fun_Acaro_Bhikkhu.jpg)

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พระวิปัสสนาจารย์ ผู้เปี่ยมเมตตา ตามรอยบูรพาจารย์

มีนามเดิม ฝั้น สุวรรณรงค์ เกิดวันที่ 20 ส.ค. 2442 ที่ ต.พรรณานิคม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

บรรพชาที่วัดโพนทอง ถัดมาอีกหนึ่งปี อุปสมบทที่วัดสิทธิบังคม ต.บ้านไร่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร มีพระครูป้อง (ป้องนนตะเสน) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์นวล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สังข์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์แล้ว ไปฝึกอบรมทางปฏิบัติกัมมัฏฐานกับพระครูสกลสมณกิจ เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร หรือ“ท่านอาญาครูธรรม” ที่วัดโพนทอง

พ.ศ.2462 มีโอกาสพบพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งจาริกไปแสดงธรรมและเข้าพักปักกลดอยู่ในป่าช้าใกล้บ้านม่วงไข่

ด้วยมีใจเลื่อมใสศรัทธา จึงชวนพระอาญาครูดี และพระภิกษุกู่ ธัมมทินโน ออกไปฟังธรรมเทศนา อบรมธรรมปฏิบัติจากพระอาจารย์ใหญ่

ธรรมเทศนาของพระอาจารย์มั่น ปลุกให้ท่านและสหธรรมิกทั้งสองมีจิตศรัทธา แรงกล้า จนถวายตัวเป็นศิษย์และออกธุดงค์ติดตามไป และได้พบหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ จึงได้ศึกษาวิธีฝึกจิตตภาวนาเบื้องต้น

พระอาจารย์มั่น ชี้ทางปฏิบัติให้เป็น ผู้ตั้งใจปรารถนาความเพียรแรงกล้าเด็ดเดี่ยวไปลำพังรูปเดียว อย่าได้คลุกคลี ให้ยินดีต่อความสงบ อย่ามักมาก ยินดีในความมักน้อยเป็นผู้ยินดีในความสันโดษ

ต่อมา หลวงปู่ฝั้น ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาโดยลำพัง ครั้นธุดงค์ถึงวาริชภูมิ บ้านหนองแส ท่านอาพาธเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการหนักมาก เกิดวุ่นวายในจิต จึงออกเดินธุดงค์ต่อทั้งๆ ที่ยังไม่ทุเลา จึงได้คิดภาวนา จนบำบัดไข้ด้วยธรรมโอสถ

หลังโรคภัยไข้เจ็บหายแล้ว จึงเปลี่ยนญัตติเป็นคณะธรรมยุต มีพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์รถ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มุก เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี

ช่วงระหว่างปี พ.ศ.2497-2505 ไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำขาม ซึ่งชอบมากที่สุด เพราะสัปปายะแก่การประพฤติพรหมจรรย์

เป็นที่รักของพระเถระผู้ใหญ่ครูบาอาจารย์อย่างมาก เนื่องจากอ่อนน้อมถ่อมตน กายวาจา ใจ บริสุทธิ์ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

พระภิกษุ-สามเณรที่อยู่ด้วยต้องปฏิบัติ ให้เคร่งครัดเหมือนกัน ไม่ว่าจะในเรื่องการเจริญสมาธิ ฉันหนเดียว ปัดกวาดบริเวณ เดินจงกรม การอยู่ถ้ำอยู่ป่า

ลูกศิษย์ลูกหาต่างหวั่นเกรงในความเคร่งในพระธรรมวินัย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ใคร่ เอาจริงเอาจังในการปฏิบัติ พวกประพฤติตนเป็นคนเหลวไหล ไร้สาระ ท่านจะขับไล่อย่างไม่เกรงใจ ไม่มีการพะเน้าพะนอ

เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้ประพฤติธรรมอย่างเต็มที่

วันที่ 4 ม.ค.2520 มรณภาพอย่างสงบ  สิริอายุ 78 ปี พรรษา 58
    ข่าวสดออนไลน์