[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
16 ธันวาคม 2562 01:50:40 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก เวบบอร์ด ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

  แสดงกระทู้
หน้า:  [1] 2 3 ... 380
1  สุขใจในธรรม / เกร็ดศาสนา / ลัทธิทั้ง 6 ในสมัยพุทธกาล เมื่อ: 12 ธันวาคม 2562 22:17:52


ลัทธิทั้ง 6 ในสมัยพุทธกาล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Yb6FJVoAe2o" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=Yb6FJVoAe2o</a>






2  วิทยาศาสตร์ทางจิต เรื่องลี้ลับ / ร้อยภูติ พันวิญญาณ / แกะรอยตำนาน " แม่กาหลง " จากเปรตกลายเป็นเทพ แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เมื่อ: 30 พฤศจิกายน 2562 16:51:09

แกะรอยตำนาน " แม่กาหลง " จากเปรตกลายเป็นเทพ แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=jx8_sxPP7xE" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=jx8_sxPP7xE</a>



จากรายการ Line กนก ออกอากาศ 24 พ.ย. 62 ทาง NationTV22

แกะรอยตำนานแม่กาหลงอย่างละเอียดกับคุณกนก
และพิสูจน์ด้วยสัมผัสพิเศษกับ " ต้อ คนพูดดวง "
ว่าปัจจุบันนี้ แม่กาหลงยังอยู่ที่เรือนนี้หรือไม่




3  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ อนามัย / Re: อาหารบำรุงเข่า กินอะไรให้ข้อเข่าแข็งแรง เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2562 20:51:18


อาหารที่ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมควรหลีกเลี่ยง

- อาหารเสริมและวิตามินสำเร็จรูป หากต้องการกินควรปรึกษาแพทย์ก่อน แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้ป่วยขาดวิตามินชนิดใดหรือไม่
และจะกำหนดให้กินในปริมาณที่เหมาะสม เพราะอาหารเสริมหรือวิตามินบางอย่างก็ไม่มีความจำเป็น มีราคาสูง
และหากได้รับมากเกินไปกลับจะเป็นโทษมากกว่ามีประโยชน์

 - อาหารเค็มหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยเกลือ ซีอิ้ว น้ำปลา ซอสปรุงรส และการกินอาหารเค็ม
อาหารแปรรูป หมัก ดอง รวมถึงขนมถุงกรุงกรอบ เพราะอาหารที่มีโซเดียมสูงอาจส่งผลให้เซลล์เก็บน้ำไว้มากเกินไป
จนร่างกายบวมน้ำ

 - อาหารหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลมาก เพราะอาจกระทบต่อการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้แผลหรือกล้ามเนื้อ
บริเวณหัวเข่าเกิดอักเสบได้ง่ายขึ้น

 - แป้งขัดขาว เช่น ขนมปังข้าว พาสต้า ซีเรียล ธัญพืชขัดขาว อาจกระตุ้นการอักเสบของข้อต่อกระดูก

 - อาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมากนอกจากทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มแล้ว อาจเพิ่มการอักเสบได้ จึงควรหลีกเลี่ยง
เช่น หมูทอด ไก่ทอด ทอดมัน ลูกชิ้นทอด กล้วยแขก เฟรนซ์ฟราย เค้ก ไอศกรีม
 
 - เนื้อสัตว์ที่ปรุงด้วยอุณหภูมิสูงนานๆ นอกจากเสียคุณค่าทางอาหารแล้ว จะทำให้เกิดสาร AGEs
(Advanced Glycation End Products) ที่อาจทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อต่างๆ

 - เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจกระตุ้นอาการต่างๆ ให้รุนแรงขึ้น และอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่กินอยู่ ทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
และส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมา

 - กาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะคาเฟอีนจะทําให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะ จนอาจทำให้แคลเซียม
ในร่างกายเสียสมดุล หากได้รับในปริมาณมากๆ เป็นประจำอาจทำให้มวลกระดูกบางลงด้วย







ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท 1
4  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ อนามัย / Re: อาหารบำรุงเข่า กินอะไรให้ข้อเข่าแข็งแรง เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2562 20:48:57


อาหารที่ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมควรรับประทาน

- อาหารมีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง โดยเฉพาะอาหารทะเล เช่น ปลาทะเล ปลาแซลมอน หรือแม้แต่ปลาน้ำจืดประเภทปลาเนื้อขาว
จะช่วยบำรุงข้อต่อกระดูกให้แข็งแรง และลดอาการปวดหรืออักเสบในผู้ป่วยที่มีข้อเข่าอักเสบ และลดอาการติดแข็งบริเวณข้อต่างๆ 

 - อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือเบต้าแคโรทีนสูง โดยเฉพาะผักต่างๆ อย่างใบยอ ยอดแค ผักโขม ผักคะน้า บรอกโคลี
ผักกระเฉด ถั่วงอก อีกทั้งยังควรกินผักให้หลากสี เช่น มะเขือเทศสีแดง แครอทสีส้ม กะหล่ำปลีสีม่วง ข้าวโพดและฟักทองสีเหลือง
เพราะจะได้วิตามินที่หลากหลาย โดยเฉพาะผักใบเขียวต่างๆ จะมีวิตามินเคที่มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกค่อนข้างสูง

 - อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น อัลมอนด์อบ งาดำ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้
เต้าหู้หลอด แม้แต่การกินปลาตัวเล็กตัวน้อยก็จะช่วยเพิ่มแคลเซียมให้กระดูกแข็งแรง ทั้งนี้ควรจะกินอาหารที่มีวิตามินดีสูง
จำพวก นม ไข่ ปลาซาดีน ควบคู่กันไปได้ด้วย เพราะวิตามินดีจะช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น

 - อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี โดยเฉพาะผลไม้ต่างๆ เช่น ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะละกอสุก เพราะวิตามินซีจะช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระอีกทางหนึ่ง

 - อาหารที่มีสารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ เช่น เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ชาเขียว หัวหอม และมะเขือเทศ จะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซี สร้างความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อ ทำให้ผนังหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอยแข็งแรง
ลดโอกาสเกิดการฟกช้ำ บวม

 - รับประทานอาหารประเภทอบ ต้ม ตุ๋น นึ่ง ย่าง แทนประเภทผัด ทอด หรือแกงกะทิ เพื่อควบคุมน้ำหนักตัว




5  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ อนามัย / อาหารบำรุงเข่า กินอะไรให้ข้อเข่าแข็งแรง เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2562 20:47:37


กินอะไรให้ข้อเข่าแข็งแรง



ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม หรือมีอาการปวดหัวเข่าจากสาเหตุอื่นๆ การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะยิ่งทำให้อาการลุกลามหรือหายช้า
จึงควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือการปรับการกินอาหาร แม้ว่าอาหารที่กินนั้นจะไม่ได้ช่วยในการรักษาโรคโดยตรง
แต่หากผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็จะลดปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และลดโอกาสการเกิดการอักเสบ
อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างข้อกระดูกรวมถึงกล้ามเนื้อให้แข็งแรงได้อีกทางหนึ่ง



6  สุขใจในธรรม / ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน / เสียงบรรยาย ประวัติหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2562 20:35:30


เสียงบรรยาย ประวัติหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=MWq-veRsjZI" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=MWq-veRsjZI</a>





7  สุขใจในธรรม / เสียงบทสวดมนต์ / เสียงสวดมนต์คาถามหาจักรพรรดิ - เปลี่ยนร้ายกลับเป็นดี พุทธคุณครอบจักรวาล เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2562 19:26:40


คาถามหาจักรพรรดิ เปลี่ยนร้ายกลับเป็นดี พุทธคุณครอบจักรวาล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=LR2ZM44uHEY" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=LR2ZM44uHEY</a>



8  สุขใจในธรรม / เกร็ดครูบาอาจารย์ / เกร็ดครูบาอาจารย์ บาตรบุบ เครื่องบินตก - พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ (เสียงอ่านอ.ยอด) เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2562 22:04:43


บาตรบุบ (เครื่องบินตก) พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=CTWk5_wRpDo" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=CTWk5_wRpDo</a>





9  สุขใจในธรรม / เสียงบทสวดมนต์ / เสียงบทสวดมนต์พระสหัสสนัย จากคณะพระวัดจากแดง เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2562 15:18:15
เสียงบทสวดมนต์พระสหัสสนัย จากคณะพระวัดจากแดง


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=5Nm5xEdhZvI" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=5Nm5xEdhZvI</a>





บทสวด

(กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา)

..........กะตะเม ธัมมา กุสะมา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง ฌานัง
ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิวิจเจวะ กาเมหิ ปะฐะมัง ฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง ทุกขาปะฏิปะทัง
ขิปปาภิญญัง สุขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง
ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง ฌานัง
ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิตักกะวิจารานัง วูปะสะมา ทุติยัง
ฌานัง ตะติยัง ฌานัง จะตุตถัง ฌานัง ปะฐะมัง ฌานัง ปัญจะมัง ฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
ทุกขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง สุขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป
โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง ฌานัง
ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิวิจเจวะ กาเมหิ ปะฐะมัง ฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง สุญญะตัง
ทุกขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง สุญญะตัง สุขาปะฏิปะทัง
ทันธาภิญญัง สุญญะตัง สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง สุญญะตัง ตัสมิง
สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง ฌานัง
ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิตักกะวิจารานัง วูปะสะมา ทุติยัง
ฌานัง ตะติยัง ฌานัง จะตุตถัง ฌานัง ปะฐะมังฌานัง ปัญจะมังฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
สุญญะตัง ทุกขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง สุญญะตัง สุขาปะฏิปะทัง
ทันธาภิญญัง สุญญะตัง สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง สุญญะตัง
ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง
ฌานัง ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิวิจเจวะ กาเมหิ ปะฐะมัง ฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง อัปปะณิหิตัง
ทุกขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง อัปปะณิหิตัง สุขาปะฏิปะทัง
ทันธาภิญญัง อัปปะณิหิตัง สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง อัปปะณิหิตัง
ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง ฌานัง
ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหายนายะ ปะฐะมายะ ภูมิยา
ปัตติยา วิตักกะวิจารานัง วูปะสะมา ทุติยัง ฌานัง ตะติยัง ฌานัง
จะตุตถัง ฌานัง ปะฐะมัง ฌานัง ปัญจะมัง ฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
อัปปะณิหิตัง ทุกขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง อัปปะณิหิตัง สุขาปะฏิปะทัง
ทันธาภิญญัง อัปปะณิหิตัง สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง
อัปปะณิหิตัง ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง
ฌานัง ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิวิจเจวะ กาเมหิ ปะฐะมังฌานัง
อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง
ทุกขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง
จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง สุขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง
สุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง
จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ
อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา

..........กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง ฌานัง
ภาเวติ นิยยานิกัง อะปะจะยะคามิง ทิฏฐิคะตานัง ปะหานายะ
ปะฐะมายะ ภูมิยา ปัตติยา วิตักกะวิจารานัง วูปะสะมา ทุติยัง
ฌานัง ตะติยัง ฌานัง จะตุตถัง ฌานัง ปะฐะมัง ฌานัง ปัญจะมัง
ฌานัง อุปะสัมปัชชะ วิหะระติ ทุกขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง
ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง
สุขขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง
จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง
อะทุกขะมะสุขาปะฏิปะทัง ทันธาภิญญัง ฉันทาธิปัตเตยยัง วิริยาธิปัตเตยยัง
จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง
อะทุกขะมะสุขาปะฏิปะทัง ขิปปาภิญญัง ฉันทาธิปัตเตยยัง
วิริยาธิปัตเตยยัง จิตตาธิปัตเตยยัง วิมังสาธิปัตเตยยัง ตัสมิง
สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ อิเม ธัมมา กุสะลา








10  นั่งเล่นหลังสวน / เวที จำอวด (จำอวดหน้าม่าน) / น้าโย่ง น้านง น้าพวง จำอวดหน้าจอ - ฉ่อยหน้าม่าน ตอน งานขึ้นบ้านใหม่กำนัน เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2562 16:29:43

น้าโย่ง น้านง น้าพวง จำอวดหน้าจอ - ฉ่อยหน้าม่าน ตอน งานขึ้นบ้านใหม่กำนัน

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=oeFGLQuuXHE" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=oeFGLQuuXHE</a>


 หัวเราะลั่น หัวเราะลั่น หัวเราะลั่น
11  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ จิบกาแฟ / พินัยกรรมของขงเบ้ง ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน เมื่อ: 06 พฤศจิกายน 2562 16:08:47

พินัยกรรมของขงเบ้ง ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=zMdtSBBuwRo" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=zMdtSBBuwRo</a>



12  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ ไปเที่ยว / Re: วัดไลย์ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี : ชมศิลปะปูนปั้นที่งดงามและมีคุณค่ายิ่ง เมื่อ: 26 มีนาคม 2562 08:42:07


13  นั่งเล่นหลังสวน / ลานกว้าง (มุมดูคลิป) / [Clip] ช็อตฮา กีฬามัน เมื่อ: 15 มกราคม 2562 14:35:32
ช็อตฮา กีฬามัน !!

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=yFnYavdEf6s" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=yFnYavdEf6s</a>
14  สุขใจในธรรม / ห้อง วีดีโอ / ธรรมะเตือนใจ - ชอบด่าว่า สาปแช่งคนอื่น จะได้รับผลกรรมอะไร เมื่อ: 06 ธันวาคม 2561 12:20:04
ธรรมะเตือนใจ - ชอบด่าว่า สาปแช่งคนอื่น จะได้รับผลกรรมอะไร

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=AiajuGNNJGM" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=AiajuGNNJGM</a>




15  นั่งเล่นหลังสวน / เวที จำอวด (จำอวดหน้าม่าน) / จำอวดหน้าจอ - ฉ่อยหน้าม่าน ตอน อลหม่าน ร้านเสริมสวย เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2561 10:14:31

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=4oOV5IMwUKs" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=4oOV5IMwUKs</a>






16  วิทยาศาสตร์ทางจิต เรื่องลี้ลับ / เรื่องแปลก - ประสบการณ์ทางจิต - เรื่องลึกลับ / แก่งลี่ผี อาถรรพ์เมืองบังบด ตำนานเมืองที่มองไม่เห็น - หลวงปู่คำคะนึง จุลมณี เมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2561 23:12:14
     แก่งลี่ผี อาถรรพ์เมืองบังบด ตำนานเมืองที่มองไม่เห็น - หลวงปู่คำคะนึง จุลมณี




แก่งลี่ผีอยู่ในแม่น้ำโขง เบื้องทิศใต้นครจำปาศักดิ์ลงไป แม่น้ำโขงแถวๆ นั้นมีเกาะแก่งมากมายนับร้อยๆ เกาะ
แล้วมีภูเขาลูกหนึ่งขวางกั้นแม่น้ำโขงอยู่ แม่น้ำโขงไหลข้ามเข้าไปกลายเป็นน้ำตกไป

ชาวบ้านเรียกว่า "ลี่ผี" หมายถึง ที่ดักปลาของภูตผี ท่อนซุงใหญ่ๆ ขนาดหลายคนโอบตกลงไปในแก่งลี่ผีจะแหลกละเอียดหมด
เรือแพผ่านเข้าไปไม่ได้เป็นวังน้ำวนแก่งน้ำตกมฤตยู แล้วยังมีอุโมงค์ใต้น้ำโขงไหลหลอดภูเขาด้วยหลายอุโมงค์

"ภูเขาลูกนี้ลึกลับอาถรรพ์ เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ พวกฤๅษี ชีไพร ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วชอบไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นั้น เพราะเงียบสงบคนไปรบกวนไม่ได้"

"ดาบสฤๅษีตนนี้มาทำไมที่นี่"

"หลวงปู่ถามดูแล้ว ท่านดาบสผู้มีอายุยืนนานเล่าให้ฟังว่า พวกบังบดนิมนต์ท่านมาเทศนาธรรม"

"พวกบังบดคืออะไรครับ"

"หมายถึงพวกลับแลหรือพวกมีสภาวะเป็นทิพย์ อย่างพวกพญานาคนี้ก็ถือว่าเป็นพวกลับแลพวกหนึ่งได้เหมือนกัน เพราะมีภาวะทิพย์"

"พระฤๅษีดาบสบอกว่า ท่านมาเทศนาธรรมอบรมชาวลับแลได้สามวันแล้ว ต่อจากนั้นก็จะเดินทางไปบำเพ็ญเพียรอยู่ภูจอมทองฝั่งลาว"

หลวงปู่ถามว่า

"แล้วพวกชาวเมืองลับแลไปไหนกันหมด ทำไมไม่เห็นสักคนเดียว"

ท่านตอบว่า

"พวกชาวลับแลไม่อยากแสดงตัวให้เห็น"

หลวงปู่เลยบอกว่า

"จะเข้าไปเที่ยวดูชมข้างในต่อไป ท่านได้ห้ามไว้"

"ทำไมพระฤๅษีถึงห้ามไว้ครับ"

"พระฤๅษีท่านบอกว่าข้างในเป็นเวียงวังของพญานาค เป็นเขตอาถรรพณ์ หากมนุษย์เข้าไปแล้วจะต้องอยู่ที่นั่นเลย กลับออกมาไม่ได้
ถ้ากลับออกมาต้องตาย มนุษย์ที่จะเข้าไปต้องเป็นผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ มีวิชาอาคมได้ฌานสมาบัติถึงจะมีอำนาจต้านทานพิษร้ายแรงของพญานาคได้
แต่เมื่อเข้าไปแล้วต้องจำพรรษาอยู่ในเวียงวังพญานาคตลอดไป จะออกมาไม่ได้"

"ทำไม่ถึงออกมาไม่ได้ครับ"

"มันเป็นกฎลึกลับ ของบ้านเมืองบาดาลเป็นอย่างนั้น อย่างพระฤๅษีดาบส ท่านมาจากแก่งลี่ผี ท่านก็ยับยั้งอยู่แค่เขตวัดมหาเจดีย์ทองคำนี้เอง
ไม่เข้าไปในเขตเวียงวังของพญานาค ถ้าเข้าไปแล้วท่านว่าต้องอยู่เป็นสมภารเจ้าวัดในเมืองบาดาลตลอดไป
กลับออกมาอีกไม่ได้ ดังนั้นพวกนาคจึงออกจากเวียงวังชั้นใน มาฟังธรรมเทศนาของท่านที่ข้างนอกแห่งนี้"

"แล้วหลวงปู่ไปไหนอีก"

"พระฤๅษีดาบสท่านบอกให้หลวงปู่กลับ ท่านว่าหลวงปู่มาสามวันแล้ว อย่าอยู่นานกว่านี้เลยไม่ดี อาจแพ้พิษพวกพญานาคได้
เพราะในอาณาบริเวณเขตใต้พิภพเมืองบาดาลนี้ พวกพญานาคคายพิษอันตรายไว้ทั่วไป อากาศเป็นพิษกับมนุษย์และสัตว์ทั่วไป
หลวงปู่ได้รับคำเตือนเช่นนั้นก็เลยกลับออกมา"





ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ เกร็ดธรรมะ ประวัติ พระกรรมฐาน
ประวัติและปฏิปทาของ หลวงปู่คำคะนึง จุลมณี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตำบลบ้านด่าน อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

คัดลอกมาจาก: เว็บไซท์พลังจิต
17  สุขใจในธรรม / ธรรมะจากพระอาจารย์ / จงเลือกทำแต่กรรมที่ดี - เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต (ธมฺมวิตกฺโกภิกฺขุ) เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2561 15:39:31
     

จงเลือกทำแต่กรรมที่ดี - เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต (ธมฺมวิตกฺโกภิกฺขุ)





จงเลือกทำแต่กรรมที่ดีๆนะ เป็นคำแทนคำอวยพรอย่างสูงสุด ประกอบด้วยเหตุผล เมื่อทำกรรมดีแล้ว ไม่ให้พรก็ต้องดี
เมื่อทำชั่วแล้ว จะมาเสกสรรปั้นแต่งอวยพรอย่างไรก็ดีไม่ได้ ทำชั่วก็เหมือนก้อนหินจะต้องจมทันที
ไม่มีผู้วิเศษใดๆมาเสกเป่าอวยพร ขอร้องให้หินลอยขึ้นมาได้ ทำกรรมชั่วต้องล่มจมป่นปี้เสียเกียรติคุณชื่อเสียง
เหมือนก้อนหินหนักจมลงไปอยู่กับโคลนใต้น้ำ
ทำดีเหมือนน้ำมันเบา เมื่อเทลงน้ำ ย่อมลอยเป็นประกายมันปลาบอยู่เหนือน้ำ ทำกรรมดีย่อมเป็นสง่าราศี
มีเกียรติคุณชื่อเสียง มีแต่คนเคารพนับถือ ยกย่องบูชา เฟื่องฟูลอยน้ำเหมือนน้ำมันลอย
ถึงจะมีศัตรูหมู่ร้ายจงใจเกลียดชัง มุ่งร้ายอิจฉาริษยา แช่งด่าให้จม ก็ไม่สามารถจะเป็นไปได้ กลับจะแพ้เป็นภัยแก่ตัวเอง
ขอจงตั้งใจกล้าหาญ พยายามทำแต่กรรมดีๆ โดยไม่มีความเกรงกลัวต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น
ผู้ที่เลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัยเป็นผู้ที่มีโชคดี ผู้ที่มีความสุข และผู้ที่มีความเจริญ
ประสงค์สิ่งใดสำเร็จสมประสงค์ ก็คือผู้ประกอบกรรม ทำแต่ความดีอย่างเดียวนั่นเอง.







ขอขอบคุณ
เฟสบุ๊คเฟจ: ธรรมชาติ ตามรอยพระอริยะ
18  สุขใจในธรรม / ไขปัญหาโลก ธรรม และความรัก / ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ - เรื่องราวความรักของนางโกกิลา เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2561 15:26:05
     
เรื่องเล่าจากพุทธประวัติ “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” “ความรักของนางโกกิลา”






มีอยู่วันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันที่ร้อนอบอ้าว พระอานนท์ได้เดินมาใกล้บ่อน้ำ และเห็นนางทาสี (ทาสรับใช้ที่เป็นผู้หญิง) กำลังตักน้ำอยู่
พระอานนท์ขอบิณฑบาตรน้ำจากนางทาสีคนนั้น นางเห็นพระอานนท์แล้วรู้สึกชอบท่าน หรือหลงรักท่านเลยทันทีก็ว่าได้

ทีแรกนางทาสีคนนั้นก็ไม่กล้าตักกน้ำให้พระอานนท์ เพราะเห็นว่าตัวเองมีวงศ์ตระกูลที่ต่ำกว่า พยายามยกเหตุผลทั้งหลายทั้งปวง
แต่สุดท้ายก็ตักน้ำใส่บาตรของพระอานนท์ หลังจากนั้นพระอานนท์ก็กลับวัดเชตวัน นางทาสีคนนั้นก็เดินตามพระอานนท์ตลอดทางกลับวัด
แถมบอกกับพระอานนท์ว่า

“ข้าพเจ้าไม่กลับ ข้าพเจ้ารักท่าน ข้าพเจ้าไม่เคยพบใครดีเท่าพระคุณเจ้าเลย”

แต่พระอานนท์ ซึ่งไม่ได้มีจิตใจสิเนหา ก็ได้สอนนางทาสีคนนั้นว่า

“ความรักเป็นเรื่องร้ายมิใช่เรื่องดี พระศาสดาตรัสว่าความรักเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์โศก และทรมานใจ”

นางทาสีคนนั้นก็ไม่เชื่อว่า ความรักทำให้เกิดความทุกข์ตามที่พระอานนท์ว่า ทำให้พระอานนท์ต้องหยิบยกคำพูดหลาย ๆ คำ
ขึ้นมาสอนนางทาสีคนนั้น

“ความรักก็เหมือนการจับไฟนั่นแหละ ทางที่จะไม่ให้มือพองเพราะไฟเผามีอยู่ทางเดียว
คืออย่าจับไฟ อย่าเล่นกับไฟ ทางที่จะปลอดภัยจากรักก็ฉันนั้น มีอยู่ทางเดียวคืออย่ารัก”


จนสุดท้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมา แล้วถามนางทาสีว่า

“เธอรักอะไรในพระอานนท์”

นางก็ตอบว่า

“รักนัยน์ตาของพระอานนท์”

พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า

“นัยน์ตานั้น ประกอบขึ้นด้วยเส้นประสาทและเนื้ออ่อน ต้องหมั่นเช็ดสิ่งสกปรกในดวงตาอยู่เป็นนิตย์
มีขี้ตาไหลออกจานัยน์ตาอยู่เสมอ ครั้นแก่ไป นัยน์ตาก็จักฝ้าฝางขุ่นมัวไม่แจ่มใส
อย่างนี้เธอจักรักนัยน์ตาของพระอานนท์อยู่หรือ ?”


นางทาสี ก็ไม่ยอมลดละ กล่าวอีกว่า

“ถ้าอย่างนั้น ข้ารักหูของพระอานนท์”

พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า

“หูนั้น ประกอบด้วยเส้นเอ็นและเนื้อ ภายในช่องหูมีของโสโครกเป็นอันมาก มีกลิ่นเหม็น
ต้องแคะไค้อยู่เสมอ ครั้นชราลงก็หนวก จะฟังเสียงอะไรก็ไม่ถนัดหรืออาจไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นแล้ว เธอยังจะรักอยู่หรือ ?”


นางทาสีจึงกล่าวต่อ

“ถ้าอย่างงั้น ข้ารักจมูกของพระอานนท์”

พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า

“จมูกนั้นเล่าก็ประกอบขึ้นด้วยกระดูกอ่อนที่มีโพรง ภายในมีน้ำมูกและเส้นขน
กับของโสโครกมีกลิ่นเหม็น เป็นก้อน ๆ อย่างนี้เธอยังจะรักอยู่อีกหรือ”


...

คำตอบของพระสัมมสัมพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทำให้ความรักของนางที่มีต่อพระอานนท์หายไปแม้แต่นิด หลังจากนั้นนางก็ขอตัวกลับบ้าน

วันรุ่งขึ้นนางก็คิดได้ว่า ถ้าอยากจะอยู่ใกล้ชิดพระอานนท์ จะต้องบวชเป็นภิกษุณีเท่านั้น นางจึงขอลาเจ้านายไปบวชตามแผนที่วางไว้
ระหว่างที่บวช นางก็ไม่สามารถเลิกรักพระอานนท์ได้ จิตใจของนางกระวนกระวายอยู่เสมอ (เหมือนอารมณ์แอบรักคนอื่น)
จนสุดท้ายนางก็ลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอานนท์ ไปเมืองโกสัมพี และคิดว่า

“การอยู่ห่างอาจจะเป็นยากรักษาโรครักได้บ้าง”

...

นางจากพระอานนท์ไปได้ 3 เดือน หลังจากนั้นได้ยินข่าวว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอานนท์จะแสดงธรรมที่เมืองโกสัมพี
นางก็คิดว่าจะตัดใจจากพระอานนท์ได้แล้ว ... แต่เปล่าเลย นางยังตัดใจจากพระอานนท์ไม่ได้ ใจนางเริ่มปั่นป่วนรวนเร
และรำพึงกับตัวเองว่า ความรักเป็นความเรียกร้องของหัวใจ มนุษย์เราทำอะไรลงไป เพราะเหตเพียงสองอย่างเท่านั้น
คือเพราะหน้าที่อย่างหนึ่ง และเพราะความเรียกร้องของหัวใจอีกอย่างหนึ่ง

ประการแรกแม้จะทําสําเร็จบ้าง ไม่สําเร็จบ้าง มนุษย์ก็ไม่ค่อยจะเดือนร้อนเท่าใดนักเพราะคนส่วนมากหาได้รักหน้าที่
เท่ากับความสุขส่วนตัวไม่ แต่สิ่งที่หัวใจเรียกร้องนี่ซิถ้าไม่สําเร็จ หรือไม่สามารถสนองได้หัวใจจะรํ่าร้องอยู่ตลอดเวลา
มันจะทรมานไปจนกว่าจะหมดฤทธิ์ของมันหรือมนุษย์ผู้นั้นจากไป

เย็นวันนั้นเอง พุทธบริษัทแห่งนครโกสัมพีผู้ใคร่ต่อธรรมมีมือถือดอกไม้ธูปเทียน และสุคันธชาติหลากหลายต่างมุ่งหน้าสู่โฆสิตาราม
เพื่อฟังธรรมรสจากพระพุทธองค์ เมื่อพุทธบริษัทพรั่งพร้อมนั่งอย่างมีระเบียบแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงอันตรวาสก (สบง) ซึ่งย้อมไว้ด้วยดีแล้ว
ทรงคาดพระกายพันธนะ (ประคตเอว) อันเป็นประดุจสายฟ้า ทรงครองสุคตมหาบังสุกุลจีวร อันเป็นประดุจผ้ากัมพลสีเหลืองหม่น
เสด็จออกจากพระคันธกุฎีสู่ธรรมสภาด้วยพุทธลีลาอันงามยิ่งหาที่เปรียบมิได้ ประดุจวิลาสแห่งพระยาช้างตัวประเสริฐ
และประดุจอาการเยื้องกรายแห่งไกรสรสีหราช เสด็จขึ้นสู่บวรพุทธอาสน์ที่ปูลาดไว้ดีแล้วท่ามกลางมณฑลมาล
ซึ่งประทับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ทรงเปล่งพระฉัพพัณณรังสีประดุจพระอาทิตย์เปล่งแสงอ่อน ๆ บนยอดภูเขายุคันธร
เมื่อสมเด็จพระจอมมุนีเสด็จมาถึง พุทธบริษัทก็เงียบกริบ พระพุทธองค์ทรงมองดูพุทธบริษัทด้วยพระหฤทัยอันเปี่ยมไปด้วยเมตตา ทรงดำริว่า

“ชุมนุมนี้ ช่างงามน่าดูจริง จะหาคนคะนองมือคะนองเท้า หรือมีเสียงไอเสียงจามไม่ได้เลย
ชนทั้งหมดนี้มีคารวะต่อเรายิ่งนัก ถ้าเราไม่พูดขึ้นก่อน แม้จะนั่งอยู่นานสักเท่าใดก็จะไม่มีใครพูดอะไรเลย
แต่เวลานี้เป็นเวลาแสดงธรรม”


พระองค์ทรงดำริเช่นนี้แล้วจึงส่งข่ายแห่งพระญาณของพระองค์ไปสำรวจพุทธบริษัทว่า ใครหนอจะสามารถบรรลุธรรมเบื้องสูง
ได้บ้างในวันนี้ ทรงเล็งเห็นอุปนิสัยแห่งภิกษุณีโกกิลาว่า มีญาณแก่กล้าพอจะบรรลุธรรมได้ พระพุทธองค์จึงทรงประกาศ
ธรรมจักรอันประเสริฐ ด้วยพระสุรเสียงอันไพเราะกังวาน ดังนี้


“ดูก่อนท่านทั้งหลาย! ทางสองสายคือกามสุขัลลิกานุโยค การหมกมุ่นอยู่ด้วยกามสุขสายหนึ่ง และอัตตกิลมถานุโยค
การทรมานกายให้ลำบากเปล่าสายหนึ่ง อันผู้หวังความเจริญในธรรมพึงละเว้นเสีย ควรเดินทางสายกลาง
คือเดินตามอริยมรรคมีองค์ ๘ คือความเห็นชอบ ความดำริชอบ การพูดชอบ การทำชอบ การประกอบอาชีพในทางสุจริต
ความพยายามในทางที่ชอบ การตั้งสติชอบ และการทำสมาธิชอบ

ดูก่อนท่านทั้งหลาย! ความทุกข์เป็นความจริงประการหนึ่งที่ชีวิตทุกชีวิตจะต้องประสบบ้างไม่มากก็น้อย
ความทุกข์ที่กล่าวนี้มีอะไรบ้าง ? ท่านทั้งหลาย ! ความเกิดเป็นความทุกข์ ความแก่ ความเจ็บ ความตายก็เป็นความทุกข์
ความแห้งใจ หรือความโศกความร่ำไรรำพันจนน้ำตานองหน้า ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ
ความพลัดพรากจากบุคคลหรือสิ่งของอันเป็นที่รัก ความต้องประสบกับบุคคลหรือสิ่งของอันไม่เป็นที่พอใจ
ปรารถนาอะไรไม่ได้ดังใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความทุกข์ที่บุคคลต้องประสบทั้งสิ้น เมื่อกล่าวโดยสรุปการยึดมั่นในขันธ์ ๕
ด้วยตัณหาอุปาทานนั่นเองเป็นความทุกข์อันยิ่งใหญ่

ท่านทั้งหลาย ! เราตถาคตกล่าวว่าความทุกข์ทั้งมวลย่อมสืบเนื่องมาจากเหตุ ก็อะไรเล่าเป็นเหตุแห่งทุกข์นั้น
เรากล่าวว่าตัณหานั้นเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ตัณหาคือความทะยานอยากดิ้นรน ซึ่งมีลักษณะเป็นสาม
คือดิ้นรนอยากได้อารมณ์ที่น่าใคร่น่าปรารถนาเรียกกามตัณหาอย่างหนึ่ง
ดิ้นรนอยากเป็นนั่นเป็นนี่เรียกภวตัณหาอย่างหนึ่ง
ดิ้นรนอยากผลักสิ่งที่มีแล้วเป็นแล้วเรียกวิภวตัณหาอย่างหนึ่ง นี่แลคือสาเหตุแห่งทุกข์ขั้นมูลฐาน

ท่านทั้งหลาย การสละคืนโดยไม่เหลือซึ่งตัณหาประเภทต่างๆ ดับตัณหาคลายตัณหาโดยสิ้นเชิงนั่นแล
เราเรียกว่านิโรธคือความดับทุกข์ได้

ทางที่จะดับทุกข์ดับตัณหานั้นเราตถาคตแสดงไว้แล้ว คืออริยมรรคมีองค์ ๘

ท่านทั้งหลายจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีอย่างอื่นเป็นที่พึ่งเลย เราตถาคตเองเป็นที่พึ่งแก่ท่านทั้งหลายไม่ได้
ตถาคตเป็นแต่เพียงผู้ชี้ทางบอกทางเท่านั้น ส่วนความเพียรพยายามเพื่อเผาบาปอกุศล
ท่านทั้งหลายต้องทำเอง ทางมีอยู่เราชี้แล้วบอกแล้ว ท่านทั้งหลายต้องเดินเอง”



พระธรรมเทศนา ของพระผู้มีพระภาคเจ้าในวันนั้น เหมือนเจาะจงเทศนาแก่ภิกษุณีโกกิลาโดยเฉพาะ นางรู้สึกเหมือนพระองค์
ประทับแก้ปัญญาหัวใจของนางให้หลุดร่วง สมแล้วที่ใคร ๆ พากันชมพระพุทธองค์ ว่าเป็นเหมือนดวงจันทร์
ซึ่งทุกคนรู้สึกเหมือนว่าจงใจจะส่องแสงสีนวลไปให้แก่ตนเพียงคนเดียว

โกกิลาภิกษุณีส่งกระแสจิตไปตามพระธรรมเทศนาปลดเปลื้องสังโยชน์ คือกิเลสเครื่องร้อยรัดจิตใจทีละชั้น
จนสามารถประหารกิเลสทั้งมวลได้สำเร็จมรรคผลชั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนา เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งด้วยประการฉะนี้



สรุป ความรักทำให้คนมีความทุกข์แต่ทุก ๆ คนก็พยายามวิ่งหาความรัก เหมือนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า


“ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์”








ภาพ: เว็บพลังจิต
ที่มา: หนังสือ “พระอานนท์พุทธอนุชา”


19  สุขใจในธรรม / บทสวด - คัมภีร์ คาถา - วิชา อาคม / คาถารักษาไข้ป่า ของหลวงปู่มั่น ที่หลวงปู่เจี๊ยะบันทึกไว้ เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2561 14:52:54
     
คาถารักษาไข้ป่า ของหลวงปู่มั่น ที่หลวงปู่เจี๊ยะบันทึกไว้




ท่านพระอาจารย์มั่นป่วยเป็นมาลาเรีย เรา(หลวงปู่เจี๊ยะ) เป็นพระคิลานุปัฏฐาก(พระผู้ดูแลพระที่อาพาธ) ประจำองค์ท่าน
ปกตินิสัยท่านไม่ชอบเกี่ยวกับหยูกยาอะไร แม้ท่านจะอยู่ในวัยชราธาตุขันธ์กำลังร่วงโรยก็ตาม ท่านยังหนักหน่วงในธรรมโอสถ
เป็นเครื่องประสานธาตุขันธ์อยู่ตลอดเวลา

ตามปกตินิสัยใจคอท่านพระอาจารย์มั่น เวลาท่านป่วยหนักคับขับทางธาตุขันธ์ร่างกายเข้าที่จนมุม ท่านมักคิดค้นด้วยสติปัญญา
ไม่ลดละ ในเวลาป่วย ท่านจะมีอุบายพิจารณาธรรมในขณะเดียวกัน ท่านถือว่า



“ทุกข์เวทนาที่เกิดขึ้นในกายเป็นเรื่องของสัจธรรมโดยตรง
ต้องพิจารณาให้รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ได้ ไม่ปล่อยให้ทุกข์ย่ำยีเปล่าๆ
เพื่อเป็นการฝึกซ้อมสติปัญญา
ให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ว่าสติปัญญาที่เคยอบรมและซักซ้อมมาเป็นเวลานาน
ขณะเข้าสู่สงครามคือความทุกข์ทรมาน
ใจจะไม่มีความหวั่นเกรงต่อความจริง ไม่มีความสะท้านหวั่นไหวกับพายุ
คือโทษทุกข์ที่เข้ามาทับถม เมื่อพิจารณาเท่าทันขันธ์ดังที่กล่าวมานี้
อยู่ก็สบาย ถึงตายก็มีชัยชนะ”




ในระหว่างที่อาพาธอยู่นั้น วันหนึ่งท่านพูดเปรยๆขึ้นว่า

“หยูกยารักษามาก็นานแล้วยาธรรมดาเหมือนชาวโลกเขาคงกินไม่ได้เรื่อง ต้องเอายาวิเศษคือธรรมโอสถ
หากไม่หายก็ให้มันตายซะ ท่านจึงเจริญกายคยาสติกรรมฐานเป็นอนุโลมและปฏิโลมเพ่งแผดเผาภายใน
เพื่อเป็นวิหารธรรมอยู่ทั้งวันทั้งคืน ไม่นานอาพาธก็สงบ จึงปรากฏบทคาถาขึ้นว่า




“ฌายี ตปติ อาทิจฺโจ” พิจารณาได้ความว่า “ฌาน แผดเผาเหมือนดวงอาทิตย์ ฉะนั้น”




ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้
หนังสือหลวงปู่เจีียะ จุนโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง
เพื่อเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์

เรียบเรียงโดย : ศักดิ์ศรี บุญรังศรี

ขอบคุณที่มา
เว็บไซท์ partiharn.com/contents/16664







20  สุขใจในธรรม / เกร็ดศาสนา / Re: แม้แต่ “พระอานนท์” ก็ยังร้องไห้ เมื่อพระพุทธเจ้าใกล้ปรินิพพาน เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2561 14:28:39
     
พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=PnuZjPwXTXw" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=PnuZjPwXTXw</a>





หน้า:  [1] 2 3 ... 380
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.154 วินาที กับ 26 คำสั่ง

Google visited last this page 29 พฤศจิกายน 2562 23:30:25