[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
27 พฤษภาคม 2562 15:19:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก เวบบอร์ด ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

  แสดงกระทู้
หน้า: [1]
1  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ หนังสือแนะนำ / บุตรธิดาแห่งดวงดาว (เสกสรรค์ ประเสริฐกุล) เมื่อ: 25 กันยายน 2553 21:00:20
ชื่อหนังสือ: บุตรธิดาแห่งดวงดาว
ผู้แต่ง: เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
สำนักพิมพ์: สามัญชน



เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ:


ใช่หรือไม่ว่า ความเป็นจริง(Reality)โดยตัวของมันเองไม่มีชื่อเรียกขาน และมักอยู่เหนือคำนิยามที่เราบัญญัติขึ้น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว ไม่เคยรู้ว่าตัวเองถูกเรียกว่าอะไร แต่สิ่งเหล่านี้มีอยู่ และเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยนไปตามกฏเกณฑ์อันยากที่เราจะเข้าถึง อย่าว่าจะแต่จะมีถ้อยคำอธิบายได้ครบถ้วน

เช่นเดียวกับแผ่นฟ้าท้องทะเล สายน้ำ หรือแม้แต่ความรู้สึกของผู้คน ฯลฯ

นึกภาพ… ห้วงยามที่เราเดินคนเดียวบนหาดทรายใกล้ค่ำ ขณะฟองคลื่นโลมไล้เปลือยขา และลมชื้นลูบเรือนแก้ม

ยามนั้น ตะวันที่ลับขอบฟ้าไปแล้วยังทิ้งแสงสุดท้ายป้ายขอบเมฆ จากสุกแสดใสว่างเป็นม่วงครามหรี่เลือน ไม่นานเราจะพบตัวเองอยู่ในความมืด ท่ามกลางเสียงน้ำซัดทรายและเสียงนกทะเล เรียกหามิตรสหาย

ถามว่า เราต้องคอยบอกตัวเองด้วยถ้อยคำวาจาหรือเปล่าว่านั่นคือคลื่น นี่คือหาดทราย สิ่งนั้นคือแสงอาทิตย์ หรือสิ่งนี้คือสายลม เราได้ยินเสียงนกที่กำลังกลับรังและมีความรู้สึกเย็นสบาย ชอบมาก ฯลฯ

คำตอบคือไม่เลย ตราบใดที่ไม่มีการคิดเข้ามาเจือปน สัมผัสที่เกิดขึ้นย่อมแผ่ซ่านสู่จิตใจอย่างไร้กำแพงกั้น

ในห้วงยามดังกล่าว ไม่ว่ายาวหรือสั้น เราไม่มีการคิดว่าตัวเองเป็นใคร และจะต้องทำอะไร พูดง่าย ๆ คือเราอยู่กับปัจจุบันขณะ และอยู่กับสรรพสิ่งรอบ ๆ จนแทบจะแยกกันไม่ออก เป็นหนี่งเดียวกับธรรมชาติ และว่างโล่งจากตัวตน

ใช่หรือไม่ว่า ระหว่างเรากับผู้อื่นสิ่งอื่น ระหว่างเรากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา หรือแม้แต่สิ่งที่เราทำเอง มักมีม่านบางผืนหนึ่งที่คอยแปรความหมายให้เราเก็บรับ บ่อยครั้งม่านดังกล่าวถูกถักทอมาจากความรับรู้อันจำกัด บางทีก็มาจากบาดแผลส่วนตัว มาจากผลประโยชน์ที่อยากได้หรือไม่ก็เป็นความใฝ่ฝัน ฯลฯ

อันนี้ทำให้สิ่งที่เราสัมผัสมิใช่ความจริงโดยตัวของมันเอง แต่คือความจริงที่ถูกตีความ และนี่คือต้นเหตุที่ทำให้เรารู้สึกดีหรือไม่ดีกับทุกอย่างที่ผ่านพบ รวมทั้งทุกอย่างที่เราทำลงไป

เมื่อยกม่านดังกล่างออก บางทีเราจะพบว่าโลกที่เห็นและเป็นอยู่นั้นแตกต่างจากที่คิดโดยสิ้นเชิง เราสามารถสัมผัสสัมพันธ์กับทุกอย่างรอบ ๆ ตัวได้โดยตรงและลึกซึ้งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนมนุษย์หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ

ใช่ เหมือนกับห้วงยามที่เราเดินอยู่คนเดียวบนหาดทรายใกล้ค่ำขณะฟองคลื่นโลมไล้เปลือยขา และลมชื้นลูบเรือนแก้ม

ก็ถูก ทำเช่นนี้แล้ว คุณค่าความหมายของตัวตนที่เรายึดถืออาจถูกเปิดเผยให้เห็นว่าเป็นภาพลวงตา หากสิ่งที่จะได้คืนมาคือการเป็นหนึ่งเดียวกับโลกในทุกห้วงลมหายใจ

เมื่อมองทุกอย่างเท่าที่มันเป็นจริงอย่างเต็มตาโดยปราศจากอคติหรือฉันทาคติ เราจะไม่พบความแตกต่างระหว่างตนเองกับสรรพชีวิตเท่าใด กระทั่งมองเห็นชีวิตอยู่ในภูเขา ทะเล และแผ่นฟ้า ฯลฯ

ชีวิตที่ไม่ได้ถูกคุมขังอยู่ในคำนิยาม...




http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=zeng&month=20-08-201... - 33k
2  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ หนังสือแนะนำ / ผ่านพบไม่ผูกพัน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เมื่อ: 25 กันยายน 2553 20:32:46



ผ่านพบไม่ผูกพัน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

“ผ่านพบไม่ผูกพัน” เป็นความเรียงสั้นอีกหนึ่งเล่มที่ อ่านแล้วชื่นชมคมความคิดของ อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
ผ่านพบไม่ผูกพัน ปรัชญาความรักความผูกพัน ที่แสดงออกได้อย่างละเมียดละไม ลุ่มลึก
“ถ้าเราอยากรู้จักสักคนจงดูทั้งเส้นทางที่เขาเลือกและวิถีปฏิบัติของเขาขณะอยู่บนเส้นทาง
แต่ไม่ควรใส่ใจดูว่าเขาไปถึงปลายทางหรือไม่”


ภูเขาสูงตระหง่านคงให้อะไรได้ไม่มาก
ถ้าคุณเพียงพิชิตมัน แต่ถ้ายามไต่เลาะสู่ความสูง
ในใจท่านมีเพียงความสัมพันธ์ระหว่างตัวท่านกับก้าวถัดไป
ยามนั้นท่านอาจห่างไกลห้วงทุกข์มาหลายก้าวแล้ว
การเดินทางไกลไปในภูมิประเทศอ้างว้าง บางครั้งคนเรา
คงอยากพบใครซักคนที่มีรสนิยมตรงกัน
เช่นเดียวกับในนาทีกันดารของชีวิต เรามักฝันถึงอ้อมกอดของคน
ที่อาจมาช่วยแบ่งเบาความทุกข์ และใช่หรือไม่ว่า
คนเรามักฝันถึงคนรักในห้วงยามที่เหนื่อยล้า ต้องการการดูแล
แม้ความรักจะมิใช่เรื่องดาษดื่นง่ายดาย
แต่บางทีความรักบนเส้นทาง ก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่หายากจนเกินไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันเป็นการพบกันของผู้คนที่ชอบเดินทางคนเดียว

อาศัยแสงสุดท้ายของทิวาวารเป็นฉากหลัง
เพียงท่านเหลียวไปพบว่าตัวเองมิได้เหม่อมองตะวันลับฟ้าอยู่โดยลำพัง
ใครอีกคนที่บังเอิญอยู่ตรงนั้นก็ได้รับไมตรีจิตไปมากแล้ว
หรือท่ามกลางสายลมที่กรีดเฉือน
หากมีเพศอื่นมองท่านสั่นสะท้านด้วยแวงตาอาทร
บางทีท่านอาจเริ่มชิงชังชีวิตสันโดษขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

“ปราชญ์บางคนยืนยันว่าความรักเป็นคำสั่งของฟ้าดิน
หากจะเกิดก็ย่อมเกิดในพริบตา
หากไม่เกิด บางทีท่านกลับต้องรอยคอยอยู่เป็นแรมปี”


ถ้าท่านเคยจับจ้องภูผายามต้องแสงจันทร์เพ็ญ
ท่านย่อมรู้สึกราวกับว่าดวงเดือนกำลังห่มผ้าให้กับผู้ชายของเธอ
ยามนั้น หากยินเสียงสายน้ำไหลรินอยู่ตามหลืบซอกเทือกเขา
พร้อมเสียงลมพัดแผ่วจากผาหนึ่งสู่ผาหนึ่ง
บางทีท่านอาจต้องกลั้นใจ
เพราะไม่ต้องการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของฟ้าดิน
แน่นอนความสัมพันธ์ระหว่างผาหิน
กับสรรพสิ่งก็เช่นเดียวกับความสัมพันธ์
ระหว่างผู้ที่ใกล้ชิดกัน คือมิได้ประณีตนิ่มนวลเสมอไป

แสงแดดแผดกล้ามีเวลาที่ป่นเผาผิวหินจนร่วงหล่นเป็นผุยผง
สายลมกระโชกแรงในบางฤดูกาลก็อาจแกะสลักผิวผา
มิพักต้องเอ่ยถึงสายน้ำเชี่ยวกราก ซึ่งในบางห้วงยามอาจถึงขั้นรื้อทำลายขุนเขา

เส้นทางแห่งความรัก แตกต่างจากเส้นทางท่องเที่ยว
ตรงที่ท่านไม่อาจมีแผนที่เดินทางตระเตรียมไว้ได้ล่วงหน้า
ไม่มีมัคคุเทศก์นำพา อีกทั้งยังไม่มีปมเงื่อน
บ่งบอกภูมิประเทศที่ท่านจะต้องพบเผชิญ
ท่านจะไม่มีวันรู้ว่ามันจะสิ้นสุดตรงไหนเมื่อไร
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเดินทางท่องพิภพจำนวนไม่น้อย
ต่อให้เคยปีนเขาฝ่าคลื่นมานับครั้งไม่ถ้วน
แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าก้าวล่วงเข้าไปในเส้นทางสายนี้
มีบางท่านที่เดินทางไกลเป็นกิจวัตร
แต่ระยะทางที่เคยทำไว้บนเส้นทางรัก
กลับห้วนสั้นจนน่าตกใจ และไม่ว่าเขาจะไปมากี่รอบโลก
ก็ไม่อาจชดเชยความพ่ายแพ้ในเรื่องดังกล่าว




http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=poppyyellow&month=08-10-2008&group=12&gblog=29

3  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ หนังสือแนะนำ / Re: รื้อชั้นมาแนะนำ --- จริต6 เมื่อ: 25 กันยายน 2553 20:10:05
เป็นหนังสือที่ดีและมีประโยชน์จริงๆค่ะ

เคยไปอ่านที่หอสมุดแห่งชาติ

แต่ถ้ามีเวลาว่าง ก้อจะกลับไปอ่านอีก

(เพราะยังอ่านไม่ละเอียดเลยอ่ะ) ลัลลา
หน้า: [1]
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.197 วินาที กับ 27 คำสั่ง

Google visited last this page 16 พฤษภาคม 2561 10:51:18