[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
19 กุมภาพันธ์ 2569 04:33:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [ข่าวมาแรง] - นวลน้อย ธรรมเสถียร: มองอนาคตสันติภาพชายแดนใต้ในรัฐบาลนี้ ทางแก้ปม ยังขาด ‘เจตน  (อ่าน 131 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุขใจ ข่าวสด
I'm Robot
สุขใจ บอทนักข่าว
นักโพสท์ระดับ 15
****

คะแนนความดี: +101/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Italy Italy

กระทู้: มากเกินบรรยาย


บอท @ สุขใจ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 03 ตุลาคม 2568 20:14:38 »

นวลน้อย ธรรมเสถียร: มองอนาคตสันติภาพชายแดนใต้ในรัฐบาลนี้ ทางแก้ปม ยังขาด ‘เจตนารมณ์ทางการเมือง’ คล้ายปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
 


<span>นวลน้อย ธรรมเสถียร: มองอนาคตสันติภาพชายแดนใต้ในรัฐบาลนี้ ทางแก้ปม ยังขาด ‘เจตนารมณ์ทางการเมือง’ คล้ายปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา</span>

            <div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"><p>เรื่อง: มูฮำหมัด ดือราแม</p><p>ภาพปก: กิตติยา อรอินทร์</p></div>
      <span><span>See Think</span></span>
<span><time datetime="2025-10-03T17:05:42+07:00" title="Friday, October 3, 2025 - 17:05">Fri, 2025-10-03 - 17:05</time>
</span>

            <div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"><p>ชวนอ่านแง่คิดและมุมมองจาก นวลน้อย ธรรมเสถียร สื่อมวลชนอิสระที่เฝ้าติดตามประเด็นชายแดนใต้มายาวนาน นวลน้อยมองว่าประเด็นความขัดแย้งชายแดนใต้ และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แม้เป็นคนละเรื่องกัน แต่มีความคล้ายกันในแง่ที่ว่า หน่วยงานความมั่นคงมีบทบาทนำรัฐบาลพลเรือนในการแก้ปัญหา บวกกับมีการปลุกกระแสรักชาติขึ้นมาสนองตอบการใช้กำลัง</p><p>จุดร่วมอีกอย่างที่นวลน้อยเห็นคือ ทั้งชายแดนใต้และชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นปัญหาทางการเมืองที่ต้องอาศัย “เจตนารมณ์ทางการเมือง” ในการแก้</p><p>“การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่จุดที่ไม่มีความหวังสักเท่าไหร่ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เหมือนกับปัญหาชายแดนไทย-เขมร เพราะเป็นปัญหาการเมืองซึ่งต้องแก้ด้วยการเมือง ซึ่งหลายส่วนในสังคมไทยไม่เข้าใจว่านี่คือเป็นปัญหาการเมืองและจะแก้ปัญหาอย่างไร”</p><p>เป็นที่น่าจับตาว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในรัฐบาลนี้จะมีทิศทางอย่างไร หลังจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง โดยเนื้อหาแปลความได้ว่าจะรัฐบาลจะให้ทหารเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา โดยรัฐบาลกับกองทัพเข้าใจกันดี อีกทั้งรัฐบาลอนุทินยังมีความตั้งใจที่จะทำประชามติเพื่อขอความเห็นประชาชนในการยกเลิก&nbsp;MOU43&nbsp;และ&nbsp;44&nbsp;ที่เคยทำไว้กับกัมพูชา</p><p>ส่วนประเด็นชายแดนใต้ยังต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจอีกมาก แต่ยิ่งตกหายไปจากพื้นที่การเมือง อนาคตของสันติภาพชายแดนใต้จะเป็นอย่างไรในรัฐบาลนี้ รัฐบาลอายุสั้นจะทำอะไรได้บ้าง และงานระยะยาวต้องเริ่มจากตรงไหน</p><img src="https://live.staticflickr.com/65535/51690962529_dd4dbf88c4_o.jpg" width="1280" height="720" loading="lazy"><p class="picture-with-caption">นวลน้อย ธรรมเสถียร (แฟ้มภาพ)</p><p>เนื้อหาต่อไปนี้ สรุปมาจากวงสนทนาสันติภาพชายแดนใต้ เดอะซี่รี่ย์ EP.2 เรื่อง สันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี จะไปต่ออย่างไรในรัฐบาลชุดใหม่และชุดหน้า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา จัดโดยสภาประชาสังคมชายแดนใต้&nbsp;เนื่องในโอกาส "วันสันติภาพสากล" 21 กันยายน ที่ประกาศโดยองค์การสหประชาชาติ</p><p><strong>ชายแดนใต้/ชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาการเมืองที่ต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ยังหา “เจตนารมณ์ทางการเมือง” ไม่เจอ</strong></p><p>“การที่จะแก้ปัญหาในทางการเมืองได้ สิ่งแรกที่จะต้องมีคือ เจตนารมณ์ทางการเมือง</p><p>คำถามคือเรามีหรือยัง ดิฉันคิดว่ายังหาไม่เจอ แม้จะมีหลายคนพูดเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่โครงสร้างทางการเมืองของประเทศ ณ เวลานี้ ยังไม่เอื้อต่อการที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีทางทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีแนวทางที่ดีกว่าเดิมหรือเปล่า</p><p>ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นเรื่องสัมพันธภาพระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายความมั่นคง แต่พลวัตนี้มีผลต่อการแก้ปัญหาอย่างมากจนกระทั่งทำให้แรงเหวี่ยงการแก้ปัญหาหันไปยังทิศทางฝ่ายความมั่นคงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งใกล้เคียงกับปัญหาชายแดนใต้มาก ที่มีการปลุกความรู้สึกรักชาติขึ้นมา</p><p>ดิฉันเข้าใจดีว่า เวลาประเทศมีปัญหาด้านความมั่นคงก็ต้องมีการปลุกกระแสความรักชาติขึ้นมาสนองตอบ เพื่อให้ประเทศอยู่ในสภาพพร้อมรบ ประเด็นคือ เราอยู่ในจุดนั้นหรือยัง เราจำเป็นต้องผลักดันให้สังคมไทยไปถึงจุดนั้น หรือไม่</p><p><strong>เมื่อรัฐบาลอ่อนแอ ทหารแข็งแกร่ง และกระแสคลั่งชาติรุนแรง&nbsp;กลายเป็นหลุมดำที่ดูดเอาการแสวงหาผลกำไร?</strong></p><p>ประเด็นคือ เมื่อเรามีรัฐบาลที่อ่อนแอในทางการเมือง ไม่ว่าจะทำด้วยตัวเองหรือโดยสถานะทางการเมือง ในขณะที่เรามีฝ่ายความมั่นคงที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัญหาภาคใต้และทางการเมือง เพราะรับมรดกตกทอดมาจากรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ท้ายที่สุดแล้วมันก็คือสิ่งที่เราเห็น</p><p>เราไม่พบว่า เจตนารมณ์ในการแก้ปัญหาทางการเมืองมันโดดเด่น และมีบทบาทนำในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมือง</p><p>เจตนารมณ์ทางการเมืองแก้ปัญหาการเมือง จะมีรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีกลไกอื่นๆ ของสังคมด้วยที่จะช่วยผลักดันให้สังคมมีเจตนารมณ์ทางการเมืองไปพร้อมๆกับฝ่ายการเมือง</p><p>หมายความว่า เราจะต้องให้สังคมมีฉันทามติร่วมในเรื่องการแก้ปัญหาด้วยการเมือง เราต้องมองปัญหาให้ถูกตั้งแต่แรกก่อน ตั้งจุดให้ถูกก่อน คำถามก็คือ สังคมไทยเจอจุดนี้หรือยัง</p><p>กลไกต่างๆ ที่ควรจะมีบทบาท เช่น สื่อก็เล่นตามน้ำ สังคมส่วนหนึ่งก็เล่นเรื่องความรักชาติจนถึงคลั่งชาติ สื่อก็เล่นตามกระแสนี้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสื่อที่มีบทบาทสูงมากที่รวมเอาตัวอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาด้วย มีบทบาทสูงมากในการผลักให้คนเกิดกระแสคลั่งชาติ</p><p>กระแสคลั่งชาติมันกลบเสียงทุกอย่าง กระแสอื่นก็มี เช่น ผลประโยชน์ที่แท้จริงของประเทศควรจะหาทางออกอย่างไร เสียงของคนส่วนน้อยแม้กระทั่งคนที่อยู่ในภาคอีสาน ในพื้นที่ชายแดนหรือใกล้ชายแดน ปัญหาครอบครัว การทำมาหากิน เสียงเหล่านี้มันหายไป มีแฟลมออกมาก็เล็กๆน้อยๆ คือบทบาทของสื่อซึ่งจะต้องมีการทบทวนกัน</p><p>นักการเมืองควรจะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่มีบทบาทในการช่วยระดมความคิดเห็นไปในทิศทางที่สนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการเมือง ซึ่งเราเห็นนักการเมืองแทบไม่กี่คนและไม่กี่ค่ายที่ออกมาพูดเรื่องนี้ แต่ก็ถูกถล่มแทบจะราบเป็นหน้ากลอง เพราะเราปล่อยให้เขาพูดอยู่ฝ่ายเดียว</p><p>แม้กระทั่งบทบาทของนักวิชาการก็เห็นค่อนข้างน้อย เราไม่เห็นนักวิชาการที่ออกมาพูดเรื่องไทย-กัมพูชาในทางที่แตกต่างมากนัก ทั้งหมดเป็น&nbsp;Pattern (รูปแบบ) ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัญหาชายแดนใต้ ท้ายที่สุดเสียงของทุกคนก็ถูกกลบด้วยกระแสรักชาติ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น</p><p>เหตุใดรัฐบาลพลเรือนจึงอ่อนแอ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ณ เวลานี้ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งต้องทบทวนและดูว่าต้องไปในทิศทางไหน และดิฉันคิดว่าคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงจะต้องมองเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน</p><p>ท้ายที่สุด ถ้าเรามองปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาการเมืองที่ต้องแก้ด้วยการเมือง ท้ายที่สุดเราหนีไม่พ้นเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยในประเทศ</p><p>ดังนั้น คำถามคือ รัฐบาลพลเรือนของเราจะทำอย่างไรที่จะเข้มแข็งขึ้นมามากกว่านี้ ขณะนี้ปัญหาความขัดแย้ง อย่างเช่น ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามันถูกดันไปสู่สถานะอาการคล้ายกับปัญหา&nbsp;3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในฐานะที่มันกลายเป็นหลุมดำที่ดูดเอาการแสวงหาผลกำไรเข้าไปอยู่ในรัศมีของปัญหานี้</p><p><strong>ไม่น่าจะแก้ไขได้แล้ว เพราะความเข้าใจที่แตกต่าง ยิ่งห่างไกลจากการเข้าใจพื้นฐานของปัญหา</strong></p><p>ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นกัน กระทั่งดิฉันรู้สึกว่า สังคมนี้ไม่น่าจะแก้ปัญหาชายแดนใต้ได้ อย่างน้อยก็ในเวลาช่วงชีวิตของดิฉันแน่นอน ดิฉันค่อนข้างมีความเห็นในแง่ลบมาก ต้องขออภัยทุกท่านด้วย</p><p>ในปีนี้ ดิฉันไม่เชื่อว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาชายแดนใต้ได้ในช่วงชีวิตของดิฉัน เพราะองค์ความรู้ในเรื่องการแก้ปัญหาด้วยการเมืองของเราไม่มี ถูกละเลย และทุกอย่างมันถูกเทไปสู่เรื่องการใช้กำลัง ถามว่าเราจำเป็นต้องโชว์ออฟ หรือโชว์พาวการใช้กำลังไหม เพดานของมันอยู่ที่ไหน</p><p>เพดานของการใช้กำลังเพื่อจะรักษาไว้ซึ่งพลวัตรของการแก้ปัญหาด้วยการเมืองมันต้องมี แต่ในสังคมนี้เรายังไม่เห็นการสนทนาเรื่องนี้อย่างจริงจังตรงไปตรงมาอย่างไม่โลกสวย และไม่ยื่นอำนาจไปให้ใครอย่างชัดแจ้งแบบนั้น</p><p>ท้ายที่สุด เราเป็นสังคมที่หวือหวาวูบวาบ เจออะไรเราก็เทไปทางนั้น</p><p>ความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังกลายเป็นเรื่องที่คนใน 3 จังหวัดบอกว่า สังคมไทยลืมเรื่องนี้ใช่ไหม ดิฉันคิดว่าเขาไม่ลืมหรอก ถ้าเข้าไปดูในโซเชียลมีเดีย จะพบคนที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่ แต่พูดไปในทิศทางอีกแบบหนึ่งจากที่คนใน 3 จังหวัดอยากจะให้พูดถึง</p><p>ตัวอย่างเช่น การแห่ศพและอื่นๆ อีกหลายอย่างที่เขาพูดถึง ในลักษณะง่ายๆ ว่ามันห่างไกลจากการเข้าใจพื้นฐานของปัญหา&nbsp;3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก</p><p>เมื่อก่อนนี้เราคิดว่าคนในสังคมไทยมีความรู้น้อย ดิฉันคิดว่า วันนี้หลายคนก็ยังมีความรู้น้อยอยู่แต่คิดว่าตัวเองมีความรู้เยอะ ในขณะที่อีกหลายคนดูดซับความรู้ในทิศทางที่ตรงกันข้ามความเข้าใจของสังคมไทยต่อปัญหาชายแดนใต้</p><p>ความคิดเห็นหลายฝ่ายจะมีมากขึ้น แต่การตีความไปกันคนละทางกับสิ่งที่มันควรจะมีส่วนในการแก้ไขปัญหา</p><p>อยากจะบอกว่า ใครก็ตามที่นั่งอยู่ในการประชุมคณะกรรมาธิการสันติภาพชุดที่เพิ่งจะปิดฉากไป จะพบว่า การแก้ปัญหา&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้และการมองปัญหาของฝ่ายต่างๆ ตีกันพัลวัน และตีกันหนักมาก แม้กระทั่ง ในฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่แน่ใจว่า ทัศนะที่มีต่อปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเข้าใจกันจริงหรือเปล่า</p><p>เราไม่ได้ก้าวไปไกลกว่านั้น จากจุดที่เราเคยเจอเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในแง่ของความเข้าใจของสังคมที่มีต่อปัญหา&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><strong>ภาษาสันติภาพ คือภาษาเดียวกันของคนฟิลิปปินส์</strong></p><p>ดิฉันเคยสนทนากับเพื่อนที่ทำงานสันติภาพในฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นชาวคริสเตียนว่า การผลักดันกระบวนการสันติภาพในมินดาเนา (ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์) มีพลวัตอย่างไร เพราะเรารู้สึกว่ามีพลังเยอะ แม้เวลาที่เขาเพลี้ยงพล้ำ เช่น มีการปฏิเสธการสร้างสันติภาพ หรือปฏิเสธกฎหมายพื้นฐานบังซาโมโรในรัฐสภา</p><p>เขาอธิบายว่า พลังการขับเคลื่อนสันติภาพในมินดาเนาเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของภาคประชาสังคมเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางมาก ไม่เฉพาะในมินดาเนาเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มีเครือข่ายที่คนพูดเรื่องสันติภาพเป็นภาษาเดียวกันทั่วประเทศ</p><p>ทั้งนี้เพราะ ฟิลิปปินส์มีประเด็นความขัดแย้งหลายจุดด้วยกัน และมีภาคประชาสังคมที่ทำงานเรื่องความขัดแย้งเยอะมาก พวกเขาสามารถจับกลุ่มและ&nbsp;mobilize&nbsp;เรื่องนี้อย่างรวดเร็วมาก ทำความเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องทำงานความคิดกันเยอะ เช่น ทำความเข้าใจว่าธรรมชาติของปัญหานี้เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งช่วยทุ่นเวลาได้เยอะมาก</p><p><strong>ประเด็นร่วมของชายแดนใต้กับส่วนอื่นของประเทศสามารถเป็นจุดพื้นฐานทำความเข้าใจได้</strong></p><p>หันกลับมาดูปัญหาภาคใต้ของไทยที่เกิดมา 20 ปีแล้ว แต่ความจริงคือ ไม่ได้เป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองอันเดียวที่มีในประเทศไทย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองในกรุงเทพฯ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ล่าสุดคือปัญหาไทย-กัมพูชา รวมทั้งเรื่องในอดีต เช่น กบฏผีบุญ กบฏเงี้ยว เป็นต้น</p><p>มีเรื่องในอดีตต่างๆ มากมาย และมีอีกหลายเรื่องที่เป็น Common issue&nbsp;หรือประเด็นร่วมของพื้นที่ชายแดนใต้กับที่อื่นๆ ในประเทศไทยที่สามารถเป็นจุดพื้นฐานที่จะทำความเข้าใจได้</p><p>ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้เป็นปัญหาระยะยาว แต่มาถึงตอนนี้คนไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะคนรู้สึกว่ามันชินแล้ว อยู่มา 20 ปีแล้ว และไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกสลายไปไหน สังคมนี้ก็อยู่ได้</p><p><strong>แต่ปัญหาชายแดนใต้มันหล่นจากพื้นที่ทางการเมืองไปแล้ว</strong></p><p>ในความเป็นจริง รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมาตลอด 20 ปีนี้พูดถึงปัญหาภาคใต้ในนโยบายของรัฐบาลทุกชุด แต่ไม่พูดกันแล้วตอนนี้ มันไม่อยู่ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลแล้ว แสดงให้เห็นว่าสถานะทางการเมืองของปัญหาภาคใต้มันหล่นมาแล้ว</p><p>เราจะเรียกร้องก็ได้ ให้รัฐบาลต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ คุณต้องมีเจตนารมณ์ทางการเมือง ต้องทำนั่นทำนี่ ท้ายที่สุดแล้ว เราไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นเราต้องฝากความหวังกับรัฐบาลประชาธิปไตยหรือ&nbsp;และเราจะต้องเอาวิธีคิดแบบตะวันตกมาให้คำจำกัดความกับการแก้ปัญหาชายแดนใต้ เราต้องรอถึงตอนนั้นหรือถึงจะแก้ปัญหาได้</p><p>ในความเห็นส่วนตัวเอง ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาระยะยาว เราดูปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทย มีปัญหา ใดบ้างที่สามารถแก้ได้ในระยะเวลาอันสั้น อย่าว่าแต่ระยะเวลาอันสั้นเลย แก้ในระยะเวลาอันยาวก็ยังแก้แทบไม่ได้เลย</p><p><strong>ภายใต้รัฐบาลอายุสั้นจะทำอะไรได้ และในระยะยาว การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากที่ไหน</strong></p><p>ดังนั้น ปัญหาภาคใต้ เราไล่ตามรัฐบาลไปทีละรัฐบาล เราตั้งคำถามว่าภายใต้รัฐบาลนี้เราจะทำอะไรได้ การเลือกตั้งในเวลาอีก 4-5 เดือนข้างหน้า เราจะทำอะไร เป็นคำถามที่ดี แต่อย่าลืมว่าในระยะยาวแล้ว การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันจะต้องเริ่มจากที่ไหน</p><p>เราถามหาเจตนารมณ์ทางการเมือง เราถามหา Political Will จะมาจากไหน เราไปไล่บี้นักการเมืองว่าคุณต้องมีเจตนารมณ์ทางการเมือง นักการเมืองบอกว่า เดี๋ยวนะครับ ประชาชนไทยยังไม่สนใจปัญหาภาคใต้เลย แล้วยังต่อต้านมุสลิม ต่อต้านอิสลามอยู่ แล้ว<strong>จะเอา Political Will&nbsp;จากนักการเมืองที่ไหนมา</strong></p><p><strong>เราไม่สามารถเรียกร้องนักการเมืองได้โดยไม่ทำงานพื้นฐาน&nbsp;คือ ทำให้สังคมไทยเข้าใจ</strong></p><p>ความท้าทายของเราในวันนี้คือ เราต้องทำให้สังคมมีความเข้าใจมากขึ้นกับปัญหาชายแดนใต้ นี่คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในระยะยาว เราไม่สามารถไปเรียกร้องนักการเมืองได้โดยที่เราไม่ทำงานพื้นฐานนี้ได้</p><p>สิ่งที่เราพุ่งเป้าขณะนี้ คือทำงานเทคนิคในระยะสั้นค่อนข้างเยอะ เราพุ่งเป้าว่า จะทำอย่างไรให้มีการพิจารณา พ.ร.บ.สันติภาพ ซึ่งดิฉันเห็นด้วยว่าเราจะต้องสร้าง&nbsp;Facility เรื่องสันติภาพมากขึ้น เห็นด้วยว่าต้องผลักดันเรื่องการพูดคุย</p><p>นี่เป็นบทบาทของภาคประชาสังคมที่จะคอยมอนิเตอร์และผลักดันการพูดคุยให้เกิดขึ้น และเห็นด้วยว่า เราต้องผลักดันให้นักการเมืองมีเจตนารมณ์ทางการเมือง จัดให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่นั่นเป็นงานระยะสั้นตามจังหวะเวลาของมัน</p><p><strong>แรงสนับสนุนทางการเมืองต้องมาจากประชาชนทั้งประเทศ</strong></p><p>เมื่อหลายปีก่อน ในบทสนทนาที่มีทั้งภาคประชาสังคมและตัวแทนประชาชนคุยกันว่า ไม่จำเป็นจะต้องเป็นประชาธิปไตยถึงจะสร้างสันติภาพได้</p><p>มีหลายคนยกตัวอย่างที่อาเจะห์(อินโดนีเซีย) และที่อื่นๆ แต่สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นได้ เราก็ต้องฉวยโอกาสทำให้เกิดขึ้น แต่ในระยะยาวแล้วพื้นฐานสำคัญที่สุดคือแรงสนับสนุนให้มีเจตนารมณ์ทางการเมืองนั้น ต้องมาจากประชาชน</p><p>แรงสนับสนุนนี้ต่างหากที่จะผลักดันให้นักการเมืองแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง และเราจะทำเฉพาะในพื้นที่ไม่ได้ เราต้องมีเพื่อนที่อยู่นอกพื้นที่ที่มีความเข้าใจในประเด็นปัญหาในพื้นที่</p><p>สิ่งนั้นมันจะต้องเริ่มจากสิ่งที่เป็น Common issue&nbsp;หรือประเด็นที่มีส่วนร่วมด้วยกัน เช่น การกระจายอำนาจ ความไม่เท่าเทียมกัน ความไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งหมดเป็นปัญหาร่วมที่ต้องผลักดันไปพร้อมๆกัน</p><p><strong>สังคมไทยจะต้องอัพเดทตัวเองในการรับรู้เรื่องการจัดการความขัดแย้ง</strong></p><p>เราติดตามการพูดคุยกันของคณะกรรมาธิการสันติภาพว่าจะแก้ปัญหาได้ยังไง ทุกคนก็มองตากันแล้วมองเห็นว่า จะต้องแก้ด้วยการให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้น แต่การกระจายอำนาจทั่วประเทศมันล้าหลัง แล้วคุณจะผลักดันให้กระจายอำนาจในพื้นที่ได้อย่างไร กระจายอำนาจมากขึ้นเท่าเดิมยังทำไม่ได้เลย แล้วคุณจะกระจายอำนาจให้มากกว่าทุกพื้นที่ในประเทศนี้ได้อย่างไร</p><p>ไม่อยากให้เราท้อถอยด้วยการรู้สึกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยแล้วอย่าไปพึ่งมัน ยังไงก็เป็นเรื่องระยะยาว แต่ถ้ามีจังหวะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆได้ สมมุติว่าเราได้รัฐบาลพลเรือนที่มีเจตนารมณ์ทางการเมืองจากการผลักดันของทุกคน ลุยเลยค่ะ ดิฉันเห็นด้วย เราต้องสร้างความพร้อม แต่ขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมที่จะทำงานในระยะยาว และงานนั้นก็คือ ต้องสร้างเครือข่าย เริ่มต้นจากสิ่งที่เป็น&nbsp;Common issue&nbsp;ที่มีกับพื้นที่อื่นๆ</p><p>เราอย่าคิดว่า เราอยากให้เขาเข้าใจเราฝ่ายเดียว เราต้องเข้าใจคนอื่นด้วย แล้วเราต้องก้าวไปพร้อมๆกับคนอื่น ในประเด็นที่ควรจะไปพร้อมๆกัน เราจะต้องทำความเข้าใจไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่</p><p>ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในตอนแรกๆ ดิฉันเห็นความพยายามของคนในพื้นที่ในการสร้างความเข้าใจและมีบทสนทนากับคนในพื้นที่ด้วยกันค่อนข้างเยอะ จนหลายคนสัมฤทธิ์ผลในการทำให้เกิดบทสนทนา คุยกันได้และทำงานด้วยกันได้ แต่เท่านี้ยังไม่พอ</p><p>ดิฉันคิดว่า ความรู้เรื่องการจัดการความขัดแย้งและการทำงานความขัดแย้งในพื้นที่นี้ ต้องเป็นโมเดลให้สังคมไทย และสังคมไทยจะต้องอัพเดทตัวเองในการรับรู้เรื่องการจัดการความขัดแย้ง</p><p>ไม่ใช่ผลักดันว่า คุณต้องแก้ปัญหา 3 จังหวัดทันทีทันใด แต่ต้องผลักดันว่า คุณต้องเข้าใจวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งแบบนี้ ซึ่งจะทำให้เขามีส่วนร่วม เพราะจะเห็นว่าปัญหาอื่นๆ ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางการเมืองก็ต้องแก้ปัญหาในแนวทางที่ใกล้เคียงกันด้วย อันนี้จะทำให้เกิดเครือข่ายของคนที่สนใจเรื่องสันติภาพ คล้ายๆ กับที่ฟิลิปปินส์</p><p>เราต้องจับมือกับคนทำงานในประเด็นใกล้เคียงกันกับประเด็นที่เป็นปัญหาหัวใจสำคัญในพื้นที่ แล้วเริ่มทำงานได้</p><p>ประเด็นใดก็ตามแต่ เราทิ้งให้นักการเมืองทำได้ในระยะสั้น เราอย่าพยายามทำทุกเรื่อง แต่ควรทำเรื่องที่ควรทำ และเวลาที่ไม่เป็นกระแสเป็นเวลาที่ดีมากที่จะทำ อย่าทิ้งและอย่าทำเฉพาะเวลาที่มันเป็นกระแส</p><p><strong>ประชาสังคมชายแดนใต้เดินทางมาไกลแล้ว</strong></p><p>ดิฉันให้กำลังใจคนทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสื่อและคนทำงานภาคประชาสังคม&nbsp;</p><p>ภาคประชาสังคมมาไกลมากแล้วตั้งแต่เริ่มมีปัญหาในพื้นที่ ภาคประชาสังคมเติบโตมาพร้อมๆกับปัญหา และเป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาในพื้นที่ แน่นอนเรายังไม่เห็นผล แต่ได้เห็นการเติบโตของคนที่ทำงาน และความเข้าใจของคนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นงานหิน ดังนั้นต้องอาศัยกำลังใจ เพราะจะเจอกับความท้าทายค่อนข้างเยอะ</p><p>งานหลัก ๆ ซึ่งเป็นงานระยะยาว คือจะต้องมีคนที่ทำเรื่องการผลักดันประชาชน เพราะการแก้ปัญหาต้องการการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม</p><p><strong>ต้องพยายามสร้างเครือข่าย เพื่อยกระดับความรับรู้ ความเข้าใจกับคนนอกพื้นที่</strong></p><p>ดิฉันขอสรุปเป็นคำพูดสั้นๆ ว่า เราต้องผลักดันให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กว้างขวางมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นำไปสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองที่มีคุณภาพ</p><p>เราต้องพยายามรณรงค์ให้มีการยกระดับการรับรู้ของประชาชนต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีความเข้าใจ แล้วตีความไปในทิศทางที่ใกล้เคียงความเป็นจริง อันนี้จำเป็นต้องทำ</p><p>สำหรับภาคประชาสังคมและคนทำงานเพื่อสังคม สิ่งสำคัญคือต้องพยายามสร้างเครือข่าย เพื่อยกระดับความรับรู้ความเข้าใจ ไม่ว่าจะในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ แม้จะทำในพื้นที่มาเยอะแล้วก็ตาม</p><p>ดีใจที่มีการพูดถึงการทำงานกับคนนอกพื้นที่ ซึ่งต้องเริ่มทำหรือสานต่อ ทำให้เยอะขึ้น โดยอาศัย&nbsp;Common issue&nbsp;อย่างที่ได้กล่าวถึง&nbsp;ในขณะเดียวกันการสร้างความเข้มแข็งให้คนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่ยังต้องทำต่อไป</p><p><strong>คนมลายูกับคนพุทธต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน ปัดเป่าปัญหาซึ่งกันและกัน</strong></p><p>สำหรับคนทำงานเพื่อสังคมซีกมลายู จำเป็นต้องเก็บเกี่ยวคนพุทธให้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกันด้วย และพยายามปัดเป่าปัญหาซึ่งกันและกัน อันนี้ถึงเวลาและจำเป็นต้องทำกันแล้ว</p><p>ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะได้สะพานเชื่อมคนที่จะสร้างความเข้าใจในปัญหาภาคใต้ ผ่านกลุ่มคนพุทธอย่างดีมากและเรื่องนี้มันจะสร้างความเข้มแข็งให้กับงานทางด้านนี้ค่อนข้างเยอะ</p><p>การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องผลิตสื่อป้อนให้สื่อใหญ่ๆ ด้วยตัวเอง เพราะเราสามารถทำได้เองหลายแบบ ที่ผ่านมาสื่อในพื้นที่สร้างความเข้าใจและสื่อสารกับคนในพื้นที่มาเยอะพอสมควร คิดว่าเราจำเป็นต้องสื่อสารกับคนนอกพื้นที่ให้มากขึ้นแล้ว</p><p><strong>อย่าลืมคนที่เคยทำงานเรื่องภาคใต้ตลอด&nbsp;20 ปี พวกเขาล้วนเป็นเพื่อนที่ดี</strong></p><p>สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้มากๆ คือ การทำงานกับกลไกทางการเมือง เช่น สภา แม้สภาและการเมืองอาจปฏิเสธว่า ยังไม่สามารถทำให้เกิดเจตนารมณ์ทางการเมืองได้ในวันนี้ แต่สิ่งที่เราเรียกร้องได้คือ ให้เข้าร่วมทำงานเพื่อสร้างความรับรู้ในสังคมต่อประเด็นปัญหาชายแดนใต้ได้ สิ่งนี้นักการเมืองทำได้และควรจะทำด้วย</p><p>ท้ายที่สุดคือ ทำงานอย่างที่ควรทำ คือการมอนิเตอร์กระบวนการสันติภาพ ทำความเข้าใจปัญหาเทคนิคที่เกิดขึ้น จะทำอย่างไรให้มีการพูดคุยหรือมีการสานต่อ ต้องพยายามสนับสนุนให้มีการทำเรื่องพวกนี้อย่างกระจายตัวและหลากหลาย</p><p>อยากให้กำลังใจอีกครั้งว่า การทำงานเหล่านี้เป็นเรื่องยากลำบาก ก็หาเพื่อนเยอะๆ อาจจะไม่ใช่คนที่เกี่ยวพันกับเรื่องภาคใต้เป็นหลัก หลายคนเคยทำงานเรื่องภาคใต้ อย่าลืมว่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขาล้วนแต่เป็นเพื่อนที่ดี เก็บเกี่ยวมิตรภาพเหล่านั้นเอาไว้ ให้ความรับรู้ของพวกเขาเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันปัญหาภาคได้เป็นอย่างยิ่ง</p><div class="more-story"><p><strong>เรื่องที่เกี่ยวข้อง</strong></p><ul><li>เสพสื่อ-สร้างสื่อ อย่างไรในความขัดแย้ง สำรวจ ‘ไฟรักชาติ’ ในโลกการสื่อสารไทย-กัมพูชา</li></ul></div><p>&nbsp;</p></div>
      <div class="node-taxonomy-container">
    <ul class="taxonomy-terms">
          <li class="taxonomy-term"><a href="http://prachatai.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" hreflang="th">ข่าhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="th">การเมือhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" hreflang="th">สิทธิมนุษยชhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87" hreflang="th">ความมั่นคhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th">ชายแดนใตhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" hreflang="th">กระบวนการสันติภาพชายแดนใตhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2" hreflang="th">กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชhttp://prachatai.com/category/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3" hreflang="th">นวลน้อย ธรรมเสถียhttp://prachatai.com/journal/2025/10/114933
 

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

นักข่าวหัวเห็ด แห่งเวบสุขใจ
อัพเดตข่าวทันใจ ตลอด 24 ชั่วโมง

>> http://www.SookJai.com <<
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.332 วินาที กับ 27 คำสั่ง

Google visited last this page 04 ตุลาคม 2568 02:43:52