[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
26 มกราคม 2564 06:20:24 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงพ่อพระมหาผ่อง สมาเลิก  (อ่าน 1102 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ใบบุญ
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 1746


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 18 ตุลาคม 2558 07:31:08 »

.


หลวงพ่อพระมหาผ่อง สมาเลิก พระสังฆราชแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์ ประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ สปป.ลาว ได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 100 ปี 6 เดือน พรรษา 81

หลังอาพาธและเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลมโหสถ ในกรุงเวียงจันทน์

พระเถระ 2 แผ่นดิน หรือ 2 ฝั่งโขง เกิดที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2459

เมื่ออายุ 10 ปี เข้าเรียนหนังสือไทยที่โรงเรียนประถมศึกษาประจำ ต.กุศกร อ.ขุหลุ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น อ.ตระการ พืชผล) จบชั้นประถม (ซึ่งในสมัยนั้นมีเพียงชั้นประถม 3)

อายุ 14 ปี ย้ายจากบ้านเดิมไปอยู่บ้านโพนทอง เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

อายุครบ 20 ปี กลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้ง เพื่ออุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ศรี (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดโพธิ์สระประทุม) บ้านกุศกร ต.กุศกร อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2479 มีพระครูโสภิตพิริยคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ชู พระอาจารย์สวน พระอาจารย์พูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์และอนุสาวนาจารย์ตามลำดับ

หลังอุปสมบท อยู่จำพรรษาที่วัดบุรีรัตน์ บ้านกุงน้อย อ.ตระการพืชผล เป็นเวลา 6 เดือน

เมื่อถึงวันที่ 8 เมษายน 2480 ย้ายไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อครั้งพระสุเมธมุนี(ลับ สังกิจโจ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

เนื่องจากญาติพี่น้องสำทับว่า หากไม่ได้เป็นมหาเปรียญ อย่าได้กลับ จ.อุบลราชธานี ท่านจึงทุ่มเทเรียนภาษาบาลีอย่างเต็มที่ จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค เข้ารับพระราชทานพัดเปรียญโทจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในปี พ.ศ.2489

นอกจากนี้ พระมหาผ่อง ยังเคยเรียนบาลีชั้นประโยค ป.ธ.5 ร่วมห้องเรียนเดียวกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นสหธรรมิกที่มีความสนิทสนม เคยสัญญากันว่า ถ้าใครมรณภาพก่อน ให้ผู้ที่ยังอยู่ไปร่วมพิธีฌาปนกิจของกันและกันด้วย

หลังเรียนจบชั้นเปรียญธรรม 6 ประโยค ทำหน้าที่สอนพระปริยัติธรรมที่วัดชนะสงครามอีก 6 ปี รวมเวลาที่เป็นนักเรียนและครูที่วัดชนะสงคราม 16 ปี หลังจากนั้น เข้าร่วมขบวนปลดปล่อยประเทศลาวอย่างเต็มตัว และอยู่ฝั่ง สปป.ลาว นับแต่ปี พ.ศ.2495 เป็นต้นมา

ก่อนที่จะเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ลาว ท่านได้เคลื่อนไหวร่วมกับเสรีไทยช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา เพื่อต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่น

ต่อมาได้เดินทางไปภาคอีสาน พบกับเจ้าเพชรราช มหาเสนาบดีลาว (วีรบุรุษของลาว ผู้จัดตั้งรัฐบาลลาวอิสระปลดแอกจากการปกครองของฝรั่งเศส) เมื่อปี พ.ศ.2489 ในช่วงนั้นได้พบกับโฮจิมินห์ เมื่อเจ้าเพชรราชไปช่วยประธานโฮที่ถูกจับที่ จ.หนองคาย ท่านประธานโฮถามว่าท่านมหาผ่องเป็นใคร เจ้าเพชรราชว่าเป็นลูกชาย และเป็นที่ปรึกษาในฐานะพระครูหลวง

ประธานโฮบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นต้องเป็นลูกชายโฮด้วย" ซึ่งหลวงปู่มหาผ่องบอกว่าคือ เป็นบุตรบุญธรรมร่วมอุดมการณ์ ตอนนั้นพระมหาผ่องอายุ 35-36 ปีเท่านั้น

พ.ศ.2495 กลับไปจำพรรษาที่วัดหลวงปากเซ เขตประเทศลาว จนกระทั่ง พ.ศ.2498 จึงได้รับอาราธนาให้ไปสอนหนังสือที่วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

พ.ศ.2500 จึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเมืองโพนทอง ครั้นถึงปี พ.ศ.2515 จึงได้เลื่อนเป็นเจ้าคณะแขวงจำปาสัก

พ.ศ.2519 ได้รับนิมนต์ให้ไปดำรงตำแหน่งรองประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว ประจำ ณ วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

ณ ที่แห่งนั้น ท่านได้สร้างผลงานโดดเด่นขึ้นมาในโลกพระพุทธศาสนา คือ การประสานงานรอมชอม พระสงฆ์ 2 นิกาย อันได้แก่ มหานิกายและธรรมยุติกนิกาย ซึ่งแตกแยกมานานนั้น ให้สมานฉันท์ ยินยอมพร้อมใจกันรวมนิกายเข้าเป็นหนึ่งเดียว รวบทั้งยุบเลิกสมณศักดิ์และตำแหน่งทั้งปวง พระสงฆ์ลาวทั้งสองนิกายพร้อมใจกันทำสังฆสามัคคีอุโบสถ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก (ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 1 มิ.ย.2523) ณ บัดนี้ ไม่มีนิกายสงฆ์ในลาวอีกต่อไปแล้ว มีแต่พระสงฆ์ลาวเท่านั้น

พ.ศ.2553 ญาท่านพระมหาวิจิตร วีรญาโณ (สิงหะราช) ประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว รูปที่ 3 ได้ถึงแก่มรณภาพลง พระมหาผ่อง ปิยธีโร (สมาเลิก) จึงได้รับการยกย่องขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว เป็นรูปที่ 4

ตำแหน่งดังกล่าว เทียบเท่ากับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชของไทย

พระมหาผ่องเดินทางมาประเทศไทยเป็นนิจ เพื่อกิจการคณะสงฆ์สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะสงฆ์ไทยกับคณะสงฆ์ลาว มีความสัมพันธ์ทางด้านการปกครองการศึกษาการเผยแผ่ด้วยดีเสมอมา ส่งพระภิกษุสามเณรเข้ามาศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย ทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก จบการศึกษาแล้วกลับไปพัฒนาบุคลากรชาวลาวต่อไป

กล่าวได้ว่า พระมหาผ่อง มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับคณะสงฆ์ไทยตลอดมา อย่างเช่นในวาระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วันที่ 9 มี.ค.2557 พระมหาผ่องก็ได้เดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ในโอกาสที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดงานวันวิสาขบูชาโลก งานสำคัญทางพระพุทธศาสนาโลก ที่ประเทศไทยจัดขึ้น พระมหาผ่องให้ความสำคัญ มางานวันวิสาขบูชาโลก และงานประชุมพระพุทธศาสนาโลก ที่ประเทศไทย เป็นประจำ

ดังนั้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ได้ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ด.สาขาการบริหารการศึกษา) ถวายเป็นเกียรติยศในปี พ.ศ.2553

พระมหาผ่องปฏิบัติศาสนกิจสุดท้าย เป็นองค์แสดงสัมโมทนียกถาเปิดงานเสวนา "พุทธพลิกสุวรรณภูมิ : สามัคคีธรรม แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง"จัดโดยสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย และมูลนิธิวีระภุชงค์ ที่จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 9-13 ก.ย.2558

โดยมีคณะสงฆ์อาเซียน 5 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว เข้าร่วม

ทั้งนี้ ยังเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ ด้วย

การจากไปของพระมหาผ่อง "ญาท่าน" พระเถระ 2 ฝั่งโขง จึงนำมาซึ่งความเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง



ดร.พระมหาผ่อง สมาเลิก

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
หลวงพ่อพระมหาผ่อง สะมะเลิก วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 970 กระทู้ล่าสุด 24 มกราคม 2560 15:05:52
โดย ใบบุญ
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.319 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 06 ตุลาคม 2563 11:05:02