สุดยอดเดอะซีเคร็ต เปิดกฎแห่งธรรมเชื่อมจักรวาล

(1/1)

มดเอ๊ก:
Tweet



เปิดกฎแห่งธรรมเชื่อมจักรวาล

ภายหลังจากหนังสือขายดี “เดอะซีเคร็ต” เขียนโดย รอนดา เบิรน์ ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2549 เขาอธิบายกฎแห่งแรงดึงดูดช่วยให้คนหลายล้านคนเข้าใจชีวิตของตนเองมากยิ่งขึ้น กฎแห่งแรงดึงดูดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎจักรวาล 7 ข้อ
   
ในปี 2554 นี้ ดร.เมล กิลล์ จึงได้เปิดเผยความลับเหนือโลกผ่านประสบการณ์ตรงในหนังสือสุดยอดแห่งปี “สุดยอดเดอะซีเคร็ต” เพื่อให้คนทั่วโลกเข้าใจศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และสามารถค้นพบความสุขที่แท้และยืนยงได้ ที่อธิบายให้เห็นกฎการทำงานระหว่างจิตใจมนุษย์กับกฎจักรวาลนั่นเอง ที่ผ่านมาเราเรียนรู้กฎแห่งวัตถุ รู้ว่าเมื่อโยนแอปเปิ้ลขึ้นบนอากาศ มันจะตกลงมาบนพื้นโลกตาม
กฎของแรงโน้มถ่วง แต่น้อยคนจะรู้ว่า เพียงจิตเรา “คิด” ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งทั้งในระดับจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก เราก็จะ “ดึงดูด” เอาสิ่งนั้น ๆ เข้ามาหา ตามกฎแรงดึงดูด อันเป็นกฎแห่งจักรวาลข้อหนึ่ง
   
แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้น การค้นคว้าของ ดร. เมล กิลล์ โดยผสานองค์ความรู้ของชาวอียิปต์โบราณ ผ่านกฎ 7 ข้อของเฮอร์เมส หรือปรัชญาเฮอร์เมติกที่จารึกอยู่ใน “จารึกมรกต” ซึ่งหายสาปสูญไป บวกกับประสบการณ์หลังความตายของตัวเอง กฎทางฟิสิกส์ หลักวิทยาศาสตร์ การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ จิตวิทยา แนวอภิปรัชญา ซึ่งกฎทั้ง 7 ประการนี้ ประกอบด้วย กฎแห่งมโนนิยม กฎแห่งการสั่นสะเทือน กฎแห่งขั้วตรงข้าม กฎแห่งจังหวะ กฎแห่งเพศ กฎแห่งเหตุและผล และกฎแห่งความสอดคล้องกัน จังหวะแห่งกฎนั้นสอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนในทางพุทธศาสนา ดังตัวอย่างข้อความในหนังสืออธิบายกฎของขั้วตรงข้ามไว้ว่า จิตวิญญาณของมนุษย์ต้องรับมือกับขั้วตรงข้ามที่ว่านี้ ตัวคุณกำเนิดขึ้นในโลกโดยเชื่อมโยงสัมพันธ์กับคนอื่น สิ่งอื่น พร้อมทั้งเชื่อมโยงสัมพันธ์กับตัวตนแท้จริงของคุณเอง แล้วคุณก็พัฒนาอัตตาขึ้นจากสัมผัสรับรู้เพื่อกลับไปสู่ตัวตนแท้จริง และสัมผัสกับความเป็น
หนึ่งเดียวนั้นอีกครั้ง คุณต้องฝ่าฟันกับช่วงเวลาที่ต้องแสดงสิ่งต่าง ๆ ออกมาอีกครั้ง
   
ในคำถามที่คุณอาจจะถามว่า ทำเพื่อผู้อื่นแล้วจะมีประโยชน์อะไรแค่นี้ชีวิตก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว ลำพังตัวเองก็แทบเอาไม่รอด นับประสาอะไรกับคนอื่น แต่การทำเพื่อผู้อื่นก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎแห่งจักรวาลและเป็นการฝึกเรื่องขั้วตรงข้ามด้วย เมื่อคุณปล่อยวางตัวตนและลงมือทำเพื่อผู้อื่นจริง ๆ คุณก็จะพลิ้วไปตามกระแสชีวิตจนผ่อนคลายเข้าสู่ตัวตนอันแท้จริง เมื่อค้นพบตัวตนซึ่งเชื่อมต่อกับจักรวาลนั้นแล้วจะรู้สึกสงบสุข จากนั้นความสุข ความรัก ความรื่นรมย์ และสิ่งดีทั้งมวลในชีวิตก็จะบังเกิดแก่คุณง่ายขึ้น


   
ในวันเปิดตัวหนังสือได้มีการเสวนา เปิดเผยเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ 7 ประการ จาก 8 บุคคลที่ใช้พุทธศาสนาเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิต อาทิ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการโรงเรียนสัตยาไส จ.ลพบุรี ดร.สนอง วรอุไร ปราชญ์ด้านศาสนาและการปฏิบัติธรรม ดร.ดาราวรรณ เด่นอุดม ครูผู้ทรงคุณวุฒิปัญญาด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลนครธน เป็นต้น
   
ดร.สนอง บอกว่า ความสำเร็จอยู่ที่ใจของเราถ้าเราตั้งใจไว้ที่ถูกต้องมันก็เป็นตามนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มีอะไรที่ทำให้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทุกสิ่งที่เกิดจะต้องมีเหตุถ้าสร้างเหตุดีผลดีย่อมเกิดขึ้น
   
เนื้อหาของหนังสือของ ดร.เมล กิลล์ ระบุเรื่องกฎแห่งมโนกรรมไว้ ดร.สนองได้ใช้ประสบการณ์ตรงของตัวเองอธิบายกฎข้อนี้ว่าได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษด้านเชื้อไวรัสมีทักษะด้านการใช้กล้องเชื้อไวรัสอิเล็กตรอน สามารถเห็นสิ่งเล็ก ๆ ทุกอย่างแต่มองไม่เห็นเทวดา เรียนจบกลับมาจึงอยากพิสูจน์เพราะในพุทธศาสนาบอกว่ามีเทวดา จึงพิสูจน์แค่ 7 วันก็เข้าสมาธิสูงสุดที่เรียกว่าเข้าฌาน แต่ออกจากฌานเห็นภพภูมิของตัวเอง แต่สิ่งที่เห็นไม่ได้เห็นด้วยตาแต่เห็นด้วยจิต พลังงานของจิตต้องคงที่จะเห็นนั้นจึงเป็นสาเหตุให้เปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เปลี่ยนพฤติกรรมในด้านดี คิด พูดทำไม่ผิดกฎหมายอยู่ในด้านดีตลอด
   
“ทุกวันนี้ที่มีปัญหาอยู่ที่จิตถ้าคิดถูกหรือตามที่ฝรั่งพูดว่าเป็นการคิดบวกดีแน่นอน ทุกขณะตื่นต้องเอาสติมากำกับจิตด้วยที่เรียกว่าคิดดีจิตมีมโนธรรม”
   
ด้าน ดร.อาจอง  กล่าวว่า ความบังเอิญไม่มีในโลกเป็นเรื่องจริง ผลลัพธ์บนโลกใบนี้ล้วนเชื่อมโยงกัน สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจ ต้องรู้ว่าเราคือใคร เมื่อมาย้อนดูร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงไปตามอายุขัย ดังนั้นเราจะบอกว่าร่างกายเราเป็นความจริงไม่ได้ จึงต้องค้นกลับไปว่าความจริงวันนี้คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน แต่เมื่อย้อนกลับไปอีก 100 ปี ต้องเป็นความจริง เช่นอาคารที่เราอยู่อาศัย ย้อนไป 100 ปีไม่มีดังนั้นไม่ใช่ความจริง แต่คือความเปลี่ยนแปลงเปรียบดังโลกของเรามีอายุแค่ 4,500 ล้านปี ดังนั้นสรรพสิ่งที่อยู่ในจักรวาลไม่มีอะไรที่เป็นความจริง
   
สรุปว่าสิ่งที่ไม่มีการตาย เกิด ดับมีอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เมื่อค้นไปจริง ๆ เหล่านั้นคือ “นิพพาน” นิพพานไม่มีการเกิด ไม่มีทุกข์ ไม่มีความสุข เป็นสภาพมั่นคงตลอดเวลา ดังนั้นสภาพที่แท้จริงของมนุษย์เราคือนิพพาน หรือนิพพานในศาสนาอื่นคือพระเจ้าเพราะก่อนมีศาสนามีพระเจ้าอยู่แล้วพระเจ้ามีก่อนจักรวาล เพราะจักรวาลมีอายุของมันจึงไม่ใช่ความจริง พระเจ้าคือนิพพาน นิพพานแต่ละศาสนา เราอาจเรียกกันคนละอย่าง
   
“มนุษย์ค้นหาความจริงทั่วไปเราคิดว่าวิทยาศาสตร์ ยิ่งใหญ่ แต่จะยิ่งใหญ่ได้อย่างไรในเมื่อวิทยาศาสตร์ศึกษาสิ่งรอบตัวเราแต่ไม่ศึกษาตัวเรา เราจะค้นพบความมหัศจรรย์ทางจิตเมื่อเราหันมาศึกษาตัวเรา”
   
ด้าน นพ.วิโรจน์ ได้อธิบายกฎแห่งการสั่นสะเทือนว่า วิทยาศาสตร์มีมา 200-300 ปี  เรื่องของจิตวิทยาศาสตร์พยายามวัดแต่ไม่มีเครื่องวัด สังเกตไหมว่าบางครั้งเราอ่านหนังสือเยอะแต่ไม่เกิดอะไรไหลเข้าไป เกิดเพียงความทรงจำดีขึ้นแต่ถ้าเราลองปฏิบัติตามหนังสือสิ่งดี ๆ จะไหลซึมเข้าไปในเซลล์ หากจะบอกว่าร่างกายเราคือพลังงานจะทำอย่างไรที่จะเข้าสู่พลังงานตัวเราได้ สังเกตว่าเช้าไปทำงานเย็นหมดพลัง ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะใช้ชีวิตเร่งรีบ ถ้าช้าไม่ได้จะต้องเลือกใส่บางสิ่งในชีวิตเป็นที่มาของคำว่าพอเพียง เราต้องตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตไป ชีวิตจะช้าลงเมื่อชีวิตช้าลงจะกลับไปสู่ตัวเองได้
   
“ต่อไปรูปแบบการรักษาหมอจะไม่จ่ายยาให้แต่อาจให้ไปนั่งสมาธิ สวดจี้กง สวดพระอรหันต์ ส่งผลกระทบต่อกับจิตใจร่างกายและจิตวิญญาณสั่นสะเทือนอย่างเหมาะสมเพื่อเชื่อมโยงสรรพสิ่งในร่างกาย”
   
ในฐานะผู้เขียนหนังสือ ดร.เมล กิลล์  หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุตกเขาเมื่อ 40 ปีก่อน จนเขาต้องตัดแขนซ้ายทิ้งเพื่อรักษาชีวิต สุดท้ายระหว่างผ่าตัดแพทย์ลงความเห็นว่า เขาเสียชีวิตไปแล้วเป็นเวลา 19 นาที จากการตายในครั้งนี้ทำให้เขาได้ล่วงรู้ถึง “ชีวิตหลังความตาย”
   
แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อแพทย์สามารถช่วยชีวิตเขากลับมาให้หายใจอีกครั้ง สิ่งหนึ่งที่เขาล่วงรู้จากมิติหลังความตาย กลายมาเป็น “ของขวัญล้ำค่าแห่งชีวิต” ที่ทำให้เขาเปลี่ยนวิธีคิดและการใช้ชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาล เขาได้ใช้เวลาถึง 40 ปี ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งการเป็นคนพิการ สูญเสียทั้งครอบครัว เพื่อนและธุรกิจ เพื่อค้นคว้าและยืนยันคำตอบของความลับที่เขาได้ล่วงรู้ ผสานกับทุกองค์ความรู้ที่มีในโลก จากทั่วห้องสมุดใหญ่ ๆ และเดินทางไปยังดินแดนรกร้างห่างไกลทั่วทุกมุมโลก จนตกผลึกมาเป็น “7 ความลับเหนือโลก”
   
ปัจจุบัน ดร.เมล กิลล์ เป็นที่ปรึกษาของซีอีโอกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ (ฟอร์จูน 500) ได้รับเชิญบรรยายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และได้รับการขนานนามว่าเป็น “นักพูดพันล้าน”
   
สุดยอดเดอะซีเคร็ต แปลและเรียบเรียงโดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี  ซึ่งการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์และการได้พบพานผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญธรรมดา แต่เป็นการบังเอิญที่เหนือความคาดหมาย พิสูจน์เรื่องกฎแห่งแรงดึงดูด ที่มีจริง.

พรประไพ เสือเขียว

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=671&contentId=125615

The Meta Secret (Movie Trailer)

มดเอ๊ก:



คำนิยมหนังสือ สุดยอดเดอะซีเคร็ต


ถ้าเราเข้าใจ ความโยงใยในสิ่งที่เรียกว่า ความลับเหนือโลก จะทำให้เราเกิดปัญญา เข้าถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด....หวังว่าหนังสือเล่มนี้ “สุดยอดเดอะซีเคร็ต” จะก่อความสนใจให้ท่านใคร่ครวญถึงธรรมชาติที่มองไม่เห็นที่โยงใยมนุษย์และสรรพสิ่งเข้าด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ทั้งอะตอม ร่างกาย จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือสรรพสิ่ง การสำนึกรู้และเข้าถึงธรรมชาติของสรรพสิ่ง เป็นความสนุก ทำให้ท่านประสบอิสรภาพ ความสุขอันลึกซึ้ง ความงาม และความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ. ประเวศ วะสี

มีพระพุทธพจน์บทหนึ่งว่า “อกิญฺจนํ อนาทานํ เอตํ ทีปํ อนาปรํ” แปลว่า “ความไม่กังวล ความไม่ยึดมั่นถือมั่น นั่นแหละเป็นที่พึ่ง หาใช่อย่างอื่นไม่”…ท่านที่ต้องการที่พึ่งคือ ความไม่วิตกกังวล และความไม่ยึดมั่นถือมั่น ต้องการความมีผิวพรรณผ่องใส และใจเป็นสุข ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ สุดยอดเดอะซีเคร็ต ท่านจะไม่ผิดหวัง!
อาจารย์วศิน อินทสระ

ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีกับ ดร.เมล กิลล์ ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของตัวเอง บอกเล่าให้ผู้อื่นได้รู้เห็นเข้าใจ ในสิ่งที่ตัวเองได้ประสบมา และพร้อมกันนี้ ข้าพเจ้าได้เสนอแนะแนวทางพิสูจน์สัจธรรมที่เป็นความลับเหนือโลก โดยไม่ต้องรอให้ชีวิตต้องพบกับอุบัติเหตุแล้วจิตทิ้งร่างไปสัมผัสกับความจริง ดังผู้ที่ประพันธ์ สุดยอดเดอะซีเคร็ต ประสบมาด้วยตัวเอง ความจริงที่เป็นความลับเหนือโลกย่อมเกิดขึ้นกับตัวของท่านผู้อ่านเองได้
ดร. สนอง วรอุไร

สำหรับหนังสือ ‘สุดยอดเดอะซีเคร็ต’ เล่มนี้ ผมอยากให้ทุกคนได้อ่าน เพราะสามารถอธิบายถึงสิ่งที่ตาเนื้อไปไม่ถึง เป็นความลับที่ทำให้เราเข้าใจทุกสรรพสิ่ง และที่สำคัญคือ เข้าใจชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับหลักทางพุทธศาสนาเป็นที่สุด นั่นคือ การเข้าใจตัวเอง ก็เหมือนเราเข้าใจทุกสรรพสิ่ง...
ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

เป็นหนังสือที่ดีนะ อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ  และทำให้ตอกย้ำความเชื่อที่ว่า “คิดดี ทำดี ย่อมได้ดี” ทำให้นึกถึงเรื่อง บุญที่เกิดจากเมตตา …
   ...ผมเชื่อว่า จิตใจมวลมนุษย์ เป็นตัวกำหนดธรรมชาติต่างๆ รอบตัวมนุษย์ อาจจะกล่าวได้ว่า จิตใจมนุษย์เป็นแบบจำลองของจักรวาล ถ้าจิตใจงดงาม มีเมตตา จักรวาลก็จะไปในทางที่ดีด้วย และในทางกลับกัน หากเรา อิจฉา มักโกรธเกลียด เครียด แค้น คิดแต่เรื่องลบๆ จักรวาลย่อมเสื่อมตามไปด้วยดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ

....เมื่อได้มาอ่าน The Meta secret ทำให้รู้ว่า สิ่งที่ผมรอคอยมาหลายปี ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทันตแพทย์สม สุจีรา





‘สุดยอดเดอะซีเคร็ท’ (The Meta Secret)
กระดาษอาร์ตสี่สีทั้งเล่ม ปกอ่อนราคา 265 บาท
ปกแข็ง (แถมภาพยนตร์ดีวีดี) ราคา 450 บาท
และภาพยนตร์ดีวีดี ราคา 159 บาท

เมื่อหลายพันปีมาแล้วในอียิปต์ สุดยอดเดอะซีเคร็ต หรือ ความลับเหนือโลก” ของ “กฎแห่งจักรวาล 7 ข้อ” ได้จารึกอยู่ใน “จารึกมรกต” แต่ก็ถือเป็นสิ่งต้องห้ามมาช้านาน ด้วยพวกชนชั้นปกครองส่วนใหญ่ไม่อยากให้แนวคิดในจารึกนี้แพร่พรายออกไป เพราะจะทำให้ยากแก่การปกครองครอบงำความคิดของมหาชน นับตั้งแต่พระของอียิปต์โบราณมาจนถึงวัดในยุคกลาง พวกผู้นำศาสนาต่างสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงจารึกมรกตเลย ใครหลุดปากออกมาแม้แต่คำเดียวก็จะถูกข้อหาว่าเป็นพวกนอกรีตหรือแม่มดทันที และโทษก็คือแขวนคอหรือตัดหัว

 เมื่อ 40 ปีก่อน ดร.เมล กิลล์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ประสบอุบัติเหตุตกเขา จนต้องตัดแขนซ้ายทิ้ง และตายไประหว่างผ่าตัดเป็นเวลานานถึง 19 นาที! ทว่า ในระหว่าง 19 นาทีที่สำหรับเขาแล้วราวกับผ่านไปหลายวันหรือหลายเดือนนี้ ทำให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้ถึง “ความลับเหนือโลก”
 
หลังออกจากโรงพยาบาล เขาได้ค้นคว้าไปทั่วห้องสมุดใหญ่ๆ และเดินทางไปยังดินแดนรกร้างห่างไกลทั่วทุกมุมโลก จนค้นพบและกลั่นกรองออกมาเป็นหนังสือ “สุดยอดเดอะซีเคร็ต” เล่มนี้ได้ “ความลับเหนือโลก” ก็คือความลับที่เปิดเผยให้เห็นถึงกฎการทำงานระหว่างจิตใจมนุษย์กับกฎแห่งจักรวาลนั่นเอง ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเรียนรู้กันมาแต่กฎทางฟิสิกส์หรือกฎทางวัตถุ โดยรู้ว่าเมื่อโยนลูกแอปเปิลขึ้นไปในอากาศ มันก็จะตกลงมายังพื้นโลกตามกฎของแรงโน้มถ่วง แต่มีน้อยคนที่จะรู้ว่า เพียงจิตใจเรา “คิด” ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทั้งในระดับจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก เราก็จะ “ดึงดูด” เอาสิ่งนั้นๆ เข้ามาหา ตาม “กฎแห่งแรงดึงดูด” อันเป็นกฎแห่งจักรวาลข้อหนึ่ง
 
การเข้าใจถึง “กฎแห่งจักรวาล” จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจโลกในแง่มุมใหม่ ไม่ใช่ด้วยกฎทางฟิสิกส์ แต่ด้วย “ภูมิปัญญาโบราณ” ของกฎแห่ง “สุดยอดเดอะซีเคร็ต” ที่หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงนั่นเอง


http://www.prsociety.net/th/news/detail.php?ContentID=9579&MenuID=2

มดเอ๊ก:








wondermay:
 (:Y:) (:Y:) (:Y:) (:Y:)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ