[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
18 พฤศจิกายน 2560 11:44:44 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถอดคติพุทธรูปประจำวันเกิด  (อ่าน 274 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 9
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 750


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 14 พฤษภาคม 2560 19:41:29 »




ถอดคติพุทธรูปประจำวันเกิด

งาน "สบายใจไหว้พระ" เป็นงานมงคลประจำปีที่ "ข่าวสด" จะจัดขึ้นติดต่อเป็นปีที่ 3 ร่วมกับบริษัทห้างร้านและหน่วยงานของรัฐเพื่อส่งเสริมพระศาสนาและวัฒนธรรม

ปีนี้จะมีขึ้นวันที่ 16-19 มีนาคม 2560 ที่เอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยมีมุมจัดแสดงพระพุทธรูปบูชาที่อัญเชิญจากวัดพระอารามหลวงในเขตกรุงเทพ มหานครและวัดศูนย์รวมแห่งศรัทธาในจังหวัดใกล้เคียง ครบทั้ง 9 ปางพระประจำวันเกิด เพื่อให้ผู้ร่วมงานสักการะและศึกษาพระธรรม

ด้วยการสร้างพระพุทธรูป ศิลปินผู้สร้างได้แฝงคติ สัญลักษณ์ของความหมายของธรรมะถึงอิริยาบถของการเสวยวิมุตติสุขในปางต่างๆ ให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งในที่มาของพระประจำวันเกิด ดังนี้


ปางถวายเนตร ประจำวันอาทิตย์

ข่าวสดอัญเชิญองค์จำลองจากวัด สุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ องค์จริงประดิษฐานในเก๋งจีน บริเวณสัตมหาสถาน สมมติเป็น อนินมิสเจดีย์ที่ประทับยืนทอดพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์

ปางถวายเนตร เป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรจ้องไปข้างหน้า พระหัตถ์ทั้งสองประสานกันอยู่ด้านหน้า พระหัตถ์ขวาซ้อนอยู่บนพระหัตถ์ซ้าย

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ในสัปดาห์แรกทรงประทับปางสมาธิ พิจารณาทบทวนปฏิจจสมุปบาทตลอดเวลา ทั้งโดยอนุโลม ปฏิโลม คือตั้งแต่ต้นไปจนปลายและจากปลายกลับมาสู่ต้นทาง เพื่อเห็นสภาพความจริงของสังสารวัฏ

พระพุทธรูปปางถวายเนตรจึงเป็นพระอิริยาบถในสัปดาห์ที่ 2 ที่พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรไปยังต้นศรีมหาโพธิโดยไม่กะพริบตา หมายถึงทรงพิจารณาทบทวนความทรงจำต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมาโดยลำดับ ทั้งความหมุนเวียนผันแปรอันเกิดขึ้นตามอำนาจของสังขาร (ที่แปลว่าการปรุงแต่ง) จนถึงการสิ้นสุดแห่งการปรุงแต่ง

การกราบไหว้พระพุทธรูปปางถวายเนตรแท้จริงหมายถึงสัจธรรมอันบริสุทธิ์คือ พระอริยสัจ 4


ปางห้ามสมุทร หรือปางห้ามญาติ  ประจำวันจันทร์

ข่าวสดอัญเชิญจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ

พระพุทธรูปปางนี้เป็นพระพุทธรูปยืน ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นเสมออกข้างเดียว หรือยกพระหัตถ์ทั้ง 2 ข้างเสมออก หันฝ่ามือออก เรียกกันว่า ปางห้ามญาติ หรือปางห้ามสมุทร

จากพระพุทธประวัติฝ่ายเถรวาท เล่าถึงความขัดแย้งกันระหว่างพระญาติ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายพระบิดาและพระมารดา เรื่องการแย่งชิงน้ำจากแม่น้ำโรทิณี ซึ่งกั้นเขตแดนของทั้งสอง ถึงขั้นยกทัพมาจะรบพุ่งกัน

พระพุทธเจ้าเข้าห้ามปรามทั้ง 2 ฝ่าย และเทศนาเล่าเรื่องของความขัดแย้งที่เกิดกรณีวิวาทเพียงแต่ความไม่เข้าใจกัน และการไม่พิจารณาเหตุผลให้รอบคอบ จนทำให้เกิดความตายขึ้นทั้งสองฝ่าย โดยเน้นให้เห็นเรื่องคุณสมบัติความโง่เขลาของสัตว์โลกหรือนักปราชญ์ ว่า "คนโง่เขลายังไม่ทันรู้เรื่องราวแจ่มแจ้ง ฟังคนอื่นโจษจันก็พากันตื่นตระหนก พวกเขาเชื่อคนง่าย ส่วนคนเหล่าใดเป็นนักปราชญ์ เพียบพร้อมด้วยศีลและปัญญา ยินดีในความสงบ และเว้นไกลจากการทำชั่ว คนเหล่านั้นหาเชื่อคนอื่นง่ายไม่"

พระพุทธรูปปางนี้คือสัญลักษณ์ของการหยุดยั้งการวิวาท ความขัดแย้ง อันนำไปสู่การทำลายล้างกัน โดยขาดสติปัญญาในการไตร่ตรองปัญหาให้รอบคอบ


ปางไสยาสน์ ประจำวันอังคาร

อัญเชิญพระบูชาจากวัดโพธิ์ สำหรับองค์จริง "พระนอนวัดโพธิ์" พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่ทรงปฏิสังขรณ์วัด เป็นพระพุทธรูปมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ประดิษฐานอยู่ ณ พระวิหาร เมื่อครั้งนายบารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และนางฮิลลารี คลินตัน เป็นรมว.ต่างประเทศ ก็เดินทางมาสักการะด้วย

พระพุทธรูปปางไสยาสน์มักสร้างเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ นอนประทับหันพระเศียรไปทางทิศใต้ (ซึ่งเป็นคติการนอนที่หมายถึงการตื่นขึ้นหรือยังคงอยู่ในวันต่อไป)

คติของปางไสยาสน์ก็คือ การแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าต่ออสุรินทราหูหรือชาวโลก "มิให้หลงใหลในความยิ่งใหญ่ของตัวตน อันเป็นเรื่องไร้สาระ"


ปางอุ้มบาตร-ประจำวันพุธ (กลางวัน)

อัญเชิญหลวงพ่อวัดบ้านแหลมองค์จำลอง จากวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทร สงคราม

พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร มีความเชื่อ 2 กรณี กรณีแรกเป็นความเชื่อในพระกิริยาวัตรของพระพุทธเจ้าที่รับบาตรโดยเสมอเท่ากันทุกคนที่ปรารถนาจะถวายภัตตาหารแก่พระองค์

บางครั้งเรียกปางนี้ว่า ปางโปรดสัตว์ มีตำนานความเชื่อแทรกในเรื่องนี้ก็คือ กรณีที่พระพุทธเจ้าถูกช้างชื่อนาฬาคิริ ทำร้ายขณะออกบิณฑบาต แต่ไม่ได้รับอันตราย จึงเชื่อกันว่าพระปางอุ้มบาตรมีไว้ป้องกันภยันตรายจากสัตว์ได้

ความเชื่อในเรื่องที่ 2 ก็คือ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับเข้าสู่กรุงกบิลพัสดุ์ พระเจ้าสุทโธทนะ พระบิดาตรัสพ้อว่า ทำไมพระพุทธเจ้าซึ่งอยู่ในวรรณะกษัตริย์จึงมาขอภิกขาจาร พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า การบิณฑบาตเป็นหน้าที่ของพระพุทธเจ้าทุกองค์ ซึ่งหมายความว่า การบิณฑบาตเป็นหน้าที่ของพระภิกษุทุกรูป และว่า "บุคคลไม่ควรประมาท ในบิณฑบาตที่ตนจะพึงลุกรับ" หมายถึง การรับบิณฑบาตจะต้องรับจากผู้คนโดยเท่าเทียมกัน

และข้อสำคัญ พึงระลึกถึงเมื่อรับบิณฑบาตแล้วก็ควรประพฤติปฏิบัติคือ "ควรประพฤติธรรมให้สุจริต บุคคลใดผู้ประพฤติธรรม ย่อมเป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า"




ปางปาลิไลยก์ ประจำวันพุธ (กลางคืน)

ข่าวสดอัญเชิญพระองค์จำลองจากวัดใหม่ทองเสน กรุงเทพฯ

ปางปาลิไลยก์ เป็นพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์วางอยู่บนหัวเข่าทั้งสองข้าง ที่ปลายพระบาทมีช้างและลิงนั่งอยู่ที่ปลายพระบาททั้งสองข้าง

พุทธประวัติตอนหนึ่งกล่าวว่า พระภิกษุ 2 คณะ เกิดการขัดแย้ง ทุ่มเถียงกันเรื่องความเห็นทางวินัยบางประการ แล้วไม่ฟังกัน เรียกว่า "ประพฤติตนเป็นผู้ว่ายาก" พระพุทธเจ้าจึงเทศนาธรรม เรียกว่า โสภณธรรม คือธรรมที่ทำให้งาม 2 ประการ คือ ขันติ-ความอดกลั้น คือความอดกลั้นต่อสิ่งไม่พอใจ หรือความอดทน คือทนลำบาก ทนตรากตรำ ทนเจ็บใจ หนักเอาเบาสู้เพื่อบรรลุจุดหมายที่ดีงาม และโสรจะ-ความเสงี่ยมเจียมตัว การอยู่ด้วยกันหรือความมีอัธยาศัยงาม รักความประณีตหมดจดและสงบเรียบร้อย เพื่อให้ภิกษุทั้ง 2 คณะนั้นเข้าใจถึงการอยู่ร่วมกัน ควรจะได้เพื่อนที่ดี มีความรู้ รักษาตัวได้ มีปัญญาอยู่ร่วมกับคนดี

แต่พระภิกษุทั้ง 2 หมู่คณะไม่ได้ฟัง เป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาอยู่ในป่า หมู่บ้านปาลิไลยกะ โกสัมพี โดยมีสัตว์เดรัจฉาน 2 ตัว คือช้างและลิงเป็นอุปัฏฐาก ผู้ดูแลช่วยเหลือ

สัตว์ทั้งสองจึงเป็นสัญลักษณ์ของความแตกต่างที่หากมีโสภณธรรมแล้วก็อยู่ด้วยกันได้

ปางสมาธิ ประจำวันพฤหัสบดี

อัญเชิญพระบูชาจากวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

ปางสมาธินี้เป็นพระอิริยาบถในคืนวันตรัสรู้ เรียกอีกอย่างว่า ปางตรัสรู้ มักมีสัญลักษณ์ของเรือนแก้วครอบพระพุทธรูปอยู่เสมอ หมายถึงการประทับอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสื่อถึงการที่พระพุทธเจ้าเมื่อตรัสรู้แล้วพ้นแล้วจากสังสารวัฏทั้งปวง

ตามตำนานว่า "เทวดาเนรมิตเรือนแก้วขึ้นทางทิศเหนือของต้นศรีมหาโพธิ เสด็จนั่งขัดสมาธิบนบัลลังก์พิจารณาพระอภิธรรมปิฎกสิ้นเจ็ดวัน"

ในคติที่หมายถึงการตรัสรู้นั้น หมายถึงพระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ 4 เมื่อตรัสรู้แล้ว จึงทบทวนปฏิจจสมุปบาท กระบวนการการเกิดเหตุและปัจจัย ผลแห่งสังสารวัฏ

คติของพระพุทธรูปปางสมาธิหมายถึงการพิจารณาอภิธรรมปิฎกคือ ความละเอียด สลับซับซ้อน ในเรื่องของรูป จิต (ตัวรู้) เจตสิก (คุณสมบัติแห่งความรู้ ความคิด) และนิพพาน (สภาวะแห่งการพ้นจากสังสารวัฏ)


ปางรำพึง ประจำวันศุกร์

ข่าวสดอัญเชิญพระพุทธวิโลกนญาณบพิตร สิริกิติธรรมโสตถิมงคล องค์จำลอง จากวัดบวรนิเวศวิหารราชวร วิหาร กรุงเทพฯ

ปางรำพึงแสดงถึงการแสดงธรรมเทศนาหนึ่งขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าภายหลังการตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว เป็นพระพุทธรูปยืนประสานหัตถ์ (มือ) คว่ำฝ่ามือทั้งสองข้างบนพระอุระหรือหน้าอก หมายถึงการพิจารณาธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้นั้นล้ำลึกยิ่งนักที่จะให้ปุถุชนทั่วไปจึงบรรลุธรรมที่พระพุทธองค์รู้และสั่งสอนได้

การแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าต่อสัตว์โลก คือ การแสดงถึงพระเมตตาคุณอันสูงสุดที่จะช่วยปลดเปลื้องภาวะแห่งทุกข์หรือสังขารทุกข์แก่สัตว์โลก

ผู้บูชาพระพุทธรูปประจำวันศุกร์ก็หมายถึง การบูชาและนึกถึงพระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ อันเป็นพรหมวิหารของพระพุทธเจ้า และน้อมเอาการเมตตากรุณานั้นมาเป็นคุณสมบัติของตน

ปางนาคปรก ประจำวันเสาร์

อัญเชิญพระพุทธชินศรีองค์จำลอง จากวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ

พระประจำวันเสาร์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับอยู่บนพญานาคที่พุทธประวัติกล่าวว่าชื่อ "มุจลินทนาคราช" ซึ่งมาขนดเป็นแวดวงล้อมกายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 7 รอบ และแผ่พังพานป้องกันลมฝนที่จะเป็นอันตรายต่อพระพุทธองค์

เมื่อภายหลังฝนลมหยุดแล้วมุจลินท์จึงกลายเป็นมาณพ พระพุทธเจ้าเปล่งอุทานว่า "ความสงัดเป็นความสุขสำหรับบุคคลผู้ได้สดับธรรม ยินดีในเสนาสนะอันสงัด เห็นสังขารทั้งปวงตามความเป็นจริง ความเป็นผู้ไม่เบียดเบียนคือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดคือ ความก้าวล่วงกามทั้งหลายเสียได้ เป็นความสุขในโลก ความนำออกเสียได้ซึ่งอัสมิมานะ (คือความถือตัว) เป็นความสุขอย่างยิ่ง"

ความเชื่ออีกมุมหนึ่ง พระพุทธรูปปางนาคปรกนี้จะมาจากความพยายามที่จะประสานปรัชญาฮินดู โดยเฉพาะไวษณพนิกายให้เข้ากับพระพุทธศาสนา โดยความเชื่อที่ว่า พระนารายณ์นั้นบรรทมอยู่บนพญานาคในเกษียรสมุทร พระพุทธเจ้านั้นเป็นอวตารหนึ่งของพระนารายณ์ เป็นการประยุกต์ให้พระพุทธเจ้าเป็นพระนารายณ์ที่ประทับอยู่บนพญานาค

ปางสมาธิเพชร-พระเกตุ สำหรับผู้ไม่รู้วันเกิด

อัญเชิญองค์หนึ่งจากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธนาคน้อยองค์จำลอง วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และอีกองค์หนึ่งเป็นหลวงพ่อวัดไร่ขิง จากวัดไร่ขิง จ.นครปฐม

ปางสมาธิเพชร หรือปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ หัตถ์ซ้ายวางตัก หัตถ์ขวาวางบนพระเพลา นิ้วทั้ง 5 ชี้ลงเบื้องล่าง คือการประกาศถึงการพ้นแล้วจากการครอบคลุมของพญามารและจากความยินดียินร้ายในโลก พระพุทธรูปปางมารวิชัยของฝ่ายเถรวาทด้านล่างของพระพุทธรูปมักจะมีภาพของนางธรณีบีบมวยผมให้น้ำ อันหมายถึงการอ้างบุญกุศลในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่ได้กระทำมาแล้ว มีอำนาจที่จะได้ขับไล่พญามาร (หรือผู้ขัดขวางการกระทำดี) ออกไป




ข่าวสดออนไลน์

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 พฤษภาคม 2560 19:43:09 โดย 自由人 » บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.543 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page วานนี้