[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
24 ตุลาคม 2560 10:54:34 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิชานารายณ์แปลงรูป  (อ่าน 287 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 9
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 728


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2560 19:05:45 »




วิชานารายณ์แปลงรูป

วิชานารายณ์แปลงรูป มีต้นกำเนิดมาจาก "พระนารายณ์" หรือ "พระวิษณุ" หนึ่งในมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และเป็นหนึ่งใน 3 มหาเทพสูงสุด หรือ "ตรีมูรติ" อันได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ความยิ่งใหญ่ของ "พระนารายณ์" เป็นที่ทราบกันดีว่า พระองค์มักใช้วิธี "แปลงรูป" หรือ "อวตาร" คือการแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ เป็นเทพองค์อื่น บุคคลอื่น หรือสรรพสัตว์อื่นใด ตามมูลเหตุที่แตกต่างกันออกไป ด้วยวัตถุประสงค์สำคัญในการปราบยุคเข็ญ ช่วยขจัดทุกข์ยากและภัยพิบัติต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากโลกมนุษย์ นอกจากนี้พระองค์จะทรงประทานพรเพื่อดับความทุกข์ทั้งปวง ประทานความสุขสมปรารถนา ลาภผล อำนาจ วาสนา บารมี ทรัพย์สินเงินทอง หาก ผู้ขอพรเป็นผู้ประพฤติดีมีศีลธรรม

วิชานารายณ์แปลงรูป หรือ คาถานารายณ์แปลงรูป เป็นหนึ่งในบทสวด "คาถาอิติปิโส 8 ทิศ" หรือ "คาถายันต์เกราะเพชร" ซึ่งตัดมาจากส่วนหนึ่งของ "ธงมหาพิชัยสงคราม" ตามพระตำรามหาพิชัยสงคราม โดยในตำรายันต์จากหนังสือ "พระคัมภีร์พระเวทฯ" ฉบับ จัตตุถบรรพ ของ อ.เทพย์ สาริกบุตร เล่ม 4 ได้ให้ชื่อยันต์นี้ว่า "ยันต์พระอิติปิโส เกราะเพ็ชร" มีพุทธานุภาพหลายด้าน เพราะเป็นการอัญเชิญองค์ทวยเทพให้มาคุ้ม ครองในทิศต่างๆ ทำให้อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด และป้องกันภยันตรายรอบด้าน ค้ำจุนดวงชะตา เสริมบารมี เสริมหน้าที่การงานและการเงิน

ยันต์พระอิติปิโส เกราะเพ็ชร เป็นการนำเอา "คาถาบทสรรเสริญพระพุทธคุณ" คือ "อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทูอนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ" ที่เรียกกันว่า "ห้องพระพุทธคุณ" มาเขียนเป็น "ตัวขอม" โดยเขียนลงมา 8 คำ จากนั้นไปขึ้นต้นใหม่เรียงกันไปจนครบ แล้วอ่านตามขวางได้ดังนี้

อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ชื่อกระทู้ 7 แบก ประจำอยู่ทิศบูรพา (ทิศตะวันออก)

เสกเป่าแก้พิษสัตว์กัดต่อย เสกข้าวกินทุกวันป้องกันศาสตราวุธ

ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง ชื่อฝนแสนห่า ประจำอยู่ทิศอาคเนย์ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้)

เสกทำน้ำมนต์ดับพิษไข้ ผีเจ้าเข้าทรง และแคล้วคลาด

ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ชื่อนารายณ์เกลื่อนสมุทร ประจำอยู่ทิศทักษิณ (ทิศใต้)

เสกภาวนากันภูตผีปีศาจ เป่าพิษบาดแผลต่างๆ

โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ ชื่อนารายณ์คลายจักร ประจำอยู่ทิศหรดี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้)

เสกครบ 108 จบ ทำน้ำมนต์ ไล่ผี ถอนคุณไสยต่างๆ

ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ ชื่อนารายณ์ขว้างจักรตรึงไตรภพ ประจำอยู่ทิศประจิม (ทิศตะวันตก)

เสกพรมร่างคนไข้ ไล่ภูตผีปีศาจ

คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ ชื่อนารายณ์พลิกแผ่นดิน ประจำอยู่ทิศพายัพ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)

เสกทำน้ำมนต์ ป้องกันคุณไสยต่างๆ และกลับร้ายกลายเป็นดี

วา โธ โน อะ มะ มะ วา ชื่อตวาดป่าหิมพานต์ ประจำอยู่ทิศอุดร (ทิศเหนือ)

มหาอำนาจเสกสิ่งของต่างๆ : ด้าย หวาย มีด ข้าวสาร ขับไล่ ผีบ้านผีป่า

อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ ชื่อนารายณ์แปลงรูป ประจำอยู่ทิศอีสาน (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)

เสกเป่าป้องกันตัวเวลาเดินทาง แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันคุณไสย

สำหรับ บทนารายณ์แปลงรูป "อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ" จะเป็นวิชาที่ทำให้เกิดเสน่ห์เมตตาไหลหลงต่อคนที่พบเห็น หากมีเรื่องใดที่ร้ายแรงก็จะกลับกลายเป็นดี ในตำราไสยศาสตร์โบราณมีกล่าวบันทึกไว้ถึงอานุภาพของวิชานี้ว่า ... มีฤทธิ์ มีเดชมาก อุปมาดั่งพระนารายณ์อวตารแปลงรูป สามารถช่วยเหลือได้ในทุกโอกาส ทั้งเสน่ห์เมตตามหานิยม กำบังอำพรางตัว ... แต่การจะนำเอาคาถาไปกำกับรูปของพระนารายณ์ไม่ใช่ของง่ายๆ ดังนั้นคนโบราณจึงมักนำ "วิชานารายณ์แปลงรูป" มาดัดแปลงเป็น "ตัวยันต์" กำกับพระคาถามากกว่า และผู้ที่จะสืบทอดวิชานี้ก็จะมีไม่มากนัก เพราะการจะเข้าถึงศาสตร์แห่งพระคาถา ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ รู้ถึงอุปเท่ห์พระคาถา เป็นผู้บำเพ็ญบุญกุศล รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นที่ตั้ง

เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หนึ่งในผู้หมั่นศึกษาจนสำเร็จวิชา "นารายณ์แปลงรูป" ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงปู่แสง ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เรียกขานว่า "ขรัวตาแสง" อดีตเจ้าอาวาสวัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี ซึ่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ นำมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ขณะหลบเลี่ยงการรับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 4 นอกจากนี้ยังมีพระเกจิ อาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษไม่กี่รูปที่ได้เคล็ดวิชาและศึกษาจนแตกฉาน สามารถสร้างวัตถุมงคล และเครื่องรางของขลังสุดเข้มขลังมากมาย เป็นที่แสวงหาสืบมาจนปัจจุบัน

ล่าสุดนี้ ทางวัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง ได้ดำริจัดสร้าง "เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป" เพื่อให้ "วิชานารายณ์แปลงรูป" อยู่คู่กับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สำหรับเป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทย และเพื่อนำรายได้ไปสร้างที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรม ณ วัดขุนอินทประมูล ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์





"เหรียญนารายณ์แปลงรูป มีพุทธคุณสูงส่ง เสน่ห์ เมตตามหานิยมเป็นเลิศ พลิกผันสรรพสิ่งที่เลวร้ายให้กลับกลายไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งชีวิต อาชีพการงาน และสิ่งอวมงคลทั้งหลาย"

จากประวัติของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)  ที่เขียนขึ้นโดยมหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพย์โกษา (สอน โลหะนันท์) และท่านพระครูปลัดมหาเถรานุวัตร (มหาแพ) และจัดพิมพ์เป็นธรรมทานเมื่อคราว "สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี" ความตอนหนึ่งได้กล่าวถึง "วิชา" ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทรงใช้ขณะหลบเลี่ยงการได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์ให้เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ โดยท่านสามารถเปลี่ยนแปลงใบหน้าจนทำให้คนที่รู้จักจำไม่ได้ และกลับเรื่องร้ายแรงของชีวิตให้กลายเป็นเรื่องดีงามเหมือน "การกลับตาลปัตร"

...เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เสด็จสวรรคต เหล่าข้าราชบริพารได้ทูลอัญเชิญทูลกระหม่อม พระราชาคณะวัดบวรนิเวศวรวิหาร ให้เสด็จนิวัติออกเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ซึ่งขณะนั้นพระมหาโตอายุได้ 64 ปี ท่านตัดสินใจออกธุดงค์หนีหายไปจากวัด เป็นเวลานานนับเดือนก็ยังไม่กลับวัด จนล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 กริ้วมากถึงกับมีรับสั่งว่า "ท่านเหาะก็ไม่ได้ ดำดินก็ไม่ได้ แหกกำแพงจักรวาลหนีก็ยังไปไม่ได้" และรับสั่งให้พระญาณโพธิออกติดตาม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถพบเจอ... พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า "ฉันจะตามหาเอง" ครั้นถึงเดือนเจ็ดในปีเดียวกันนั้น มีกระแสรับสั่งถึงเจ้าเมืองทั่วราชอาณาจักร ให้จับ "พระมหาโต" ส่งมายังเมืองหลวงให้ได้ .. แต่แม้จะมีท้องตรารับสั่งเร่งรัดอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถพบพระมหาโตได้ เนื่องจากท่านได้ลองใช้วิชาเปลี่ยนหน้าที่ร่ำเรียนมา ทำให้คนรู้จักกลับจำไม่ได้ เห็นเป็นพระองค์อื่น ปล่อยท่านไปก็มี

...ครั้นพระมหาโตมาพิจารณาเห็นว่า การที่ทางการจับพระสงฆ์ไปบีบคั้นให้ตามหาตัวท่าน ทำให้พระสงฆ์ต้องลำบากโดยไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็น ท่านจึงได้ไปแสดงตัวกับ "กำนันบ้านไผ่" เพื่อให้ส่งตัวลงมายังพระนคร พระญาณโพธิได้พาเข้าเฝ้าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ท่ามกลางเหล่าข้าราชบริพาร ซึ่งพระองค์ก็มิได้กริ้วตามที่ทุกคนคาดการณ์แต่ประการใด รับสั่งเพียงว่า "เป็นสมัยของฉันปกครองแผ่นดิน ท่านต้องช่วยฉันพยุงพระบวรพุทธศาสนาด้วยกัน" พร้อมทรงถวายสัญญาบัตรตาลปัตรแฉกหักทองขวางด้ามงาเป็นพระราชาคณะที่ "พระธรรมกิตติ" ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี...

ในบันทึกนั้นได้กล่าวกันว่า การที่พระมหาโตใช้วิชาอาคมเปลี่ยนหน้านั้น วิชานี้เรียกว่า "นารายณ์แปลงรูป" ซึ่งมีพุทธคุณสูงส่งในเรื่อง "กลับร้ายให้กลายเป็นดี" นั่นเอง ในตำราไสยศาสตร์โบราณยังได้กล่าวถึงด้านอานุภาพเอาไว้ว่า มีฤทธิ์ มีเดชมาก อุปมาดั่ง "พระนารายณ์" อวตารแปลงรูปลงมา สามารถช่วยเหลือได้ในทุกโอกาส ทั้งเสน่ห์เมตตามหานิยม กำบังอำพรางตัว หากแต่การสร้างให้ออกมาเป็นรูปขององค์พระนารายณ์เลยทีเดียวมักจะไม่มีใครทำกัน คนโบราณจึงนำมาดัดแปลงเป็น "ตัวยันต์" กำกับคาถามากกว่า

สำหรับ "เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป" ที่ทางวัดขุนอินทประมูล ได้จัดสร้างนี้ เพื่อให้เหรียญออกมาอย่างสมบูรณ์แบบสมศักดิ์ศรีบารมีแห่ง "สมเด็จโต" ครบถ้วนทั้งพุทธศิลป์และพุทธคุณ เรียกว่า "ดีนอกดีใน" จึงได้สรรหาศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านงานพุทธศิลป์ผู้มีชื่อเสียงแห่งยุค เพื่อวางรูปแบบและองค์ประกอบต่างๆ ออกมาเป็นรูปแบบ เหรียญทรงเสมาประยุกต์ ที่มีพุทธศิลป์งดงามอลังการร่วมสมัย ด้านหน้าของเหรียญ มีองค์ประกอบด้วยองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยมีรูปพระสมเด็จวัดระฆังฯ ประดิษฐานอยู่บริเวณซุ้มด้านบน มีธรรมจักรตั้งอยู่บริเวณพื้นเหรียญและมีองค์สมเด็จโต ประทับนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลัง เป็นองค์มหาเทพพระนารายณ์ ทรงอาวุธ ตรี จักร สังข์ คันศร ร่ายพระเวทอวตารหรือเพื่อแปลงรูปกาย ด้านบนประกอบด้วย ตัวอุ หรือ โอม และพระคาถาสำคัญ "นารายณ์แปลงรูป" กำกับเหรียญว่า "อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ"

ประกอบพิธีบวงสรวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2 วาระ ณ วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง วาระที่ 1 เมื่อวันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2560 ซึ่งตรงกับวันเกิดสมเด็จโต ครบรอบ 229 ปี และวาระที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งตรงกับวันมรณภาพครบรอบ 145 ปี พร้อมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์และสวดมาติกาบังสุกุลถวายฯ จากนี้ได้กำหนดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร และพิธีบวงสรวงเทวาภิเษก ณ วัดมณีชลขัณฑ์จ.ลพบุรี ถิ่นพำนักของขรัวตาแสงอดีตเจ้าอาวาส ผู้ถ่ายทอดสรรพวิชานารายณ์แปลงรูปให้กับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ติดตามรายละเอียดกันในตอนต่อไป

สอบถามและสั่งจองก็ติดต่อได้ที่โทร. 09-2557-7508 ครับผม

พันธุ์แท้พระเครื่อง
 ราม วัชรประดิษฐ์

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 9
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 728


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2560 19:05:05 »




นารายณ์แปลงรูป

“อุทับถม” สุดยอดอักขระยันต์ พุทธคุณสูง

อักขระเลขยันต์ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างวัตถุมงคลต่างๆ ให้เกิดความเข้มขลัง หากปรารถนาอยากให้วัตถุมงคลนั้นๆ มีความเข้มขลังในด้านใด ก็มักจะจารอักขระเลขยันต์ที่มีพุทธคุณทางด้านนั้นๆ ลงไป ซึ่งแต่ละอักขระล้วนมีที่มาที่ไปและมีความหมายในด้านมงคลทั้งสิ้น

หนึ่งในนั้นคือ ยันต์ “อุทับถม” หรือบางแห่งเรียกว่า “อุขึ้นยอด” ที่ถูกนำมาประจุลงในเครื่องรางของขลังหรือเหรียญต่างๆ เพราะเชื่อที่ว่า จะทำให้มีอานุภาพสูงส่ง โดยยันต์ “อุทับถม” เป็นการเขียนผสานกันของ “อุณาโลม” และ “อุ องการ” ซึ่งถือเป็นอักขระที่มีความพิเศษมาก โดยเชื่อว่าหากปรากฏอยู่ในวัตถุมงคลใด วัตถุมงคลนั้นๆ ก็จะทรงอานุภาพยิ่ง เพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จอย่างบริบูรณ์ เป็นมงคลอันสูงสุด ซึ่งแต่เดิมนั้นการจะปรากฏ “ยันต์อุทับถม” ในวัตถุมงคลต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่พบหาได้ง่ายๆ แต่ในปัจจุบันยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง อย่างเช่น เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป เป็นต้น

เหรียญสมเด็จฯ โต รุ่นนารายณ์แปลงรูป รังสรรค์ผลงานโดยช่างหลอด ช่างชื่อดังผู้เชี่ยวชาญด้านงานพุทธศิลป์แห่งยุค ลักษณะเป็นเหรียญทรงเสมาประยุกต์ ด้านหน้าประกอบด้วยองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

โดยมีรูปพระสมเด็จวัดระฆังฯ ประดิษฐานอยู่บริเวณซุ้มด้านบน มี ธรรมจักรตั้งอยู่บริเวณพื้นเหรียญ และมีองค์สมเด็จฯโต ประทับนั่งอยู่ด้านหน้า ด้านหลัง เป็นองค์แห่งมหาเทพพระนารายณ์ ทรงอาวุธ ตรี จักร สังข์ คันศร ร่ายพระเวทอวตารหรือเพื่อแปลงรูปกาย ยอดบนสุดของเหรียญปรากฏอักขระยันต์ “อุทับถม” ต่อด้วยพระคาถาสำคัญ “นารายณ์ แปลงรูป” ที่โดดเด่นในเรื่องกลับร้ายให้กลายเป็นดี แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกัน เมตตามหานิยม จึงเสมือนสัญลักษณ์อันแสดง ให้เห็นถึงพุทธคุณที่เพียบพร้อมบริบูรณ์ของเหรียญรุ่นนี้

โดยหลังจากประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาตจัดสร้าง ในวันที่ 17 เมษายน และวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเกิดครบรอบ 229 ปี และวันมรณภาพครบรอบ 145 ปี ของสมเด็จฯ โต เป็นที่เรียบร้อย และกำหนดประกอบพิธีบวงสรวงพุทธาเทวาภิเษกยังสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องอีก 3 วาระตามที่กล่าวไปแล้ว แต่บัดนี้ทางคณะผู้ดำเนินการของวัดขุนอินทประมูล ได้มีการเพิ่มเติมเพื่อ ให้วัตถุมงคลเกิดความเข้มขลังยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้มีถึง 5 วาระสำคัญ ดังนี้

วาระที่ 1 วันที่ 29 กรกฎาคม ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9 ปีระกา พิธีบวงสรวงเทวาภิเษก นารายณ์แปลงรูป และเทพจำแลง ณ ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา โดย ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ เทพภมรจำแลง นารายณ์แปลงรูป ที่ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านกำลังเป็นที่ต้องการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก

วาระที่ 2 วันที่ 1 สิงหาคม ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีระกา “วันธงชัย” พิธีบวงสรวงเทวาภิเษก และขอพรจากขรัวตาแสง ผู้ถ่ายทอดวิชา นารายณ์แปลงรูป ให้กับขรัวโต ณ วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี

วาระที่ 3 วันที่ 3 สิงหาคม ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 9 ปีระกา “วันอธิบดี” พิธีอธิษฐานจิตเดี่ยว ณ พระอุโบสถ วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี โดย ท่านพระครูวิมลญาณอุดม อาจารย์ติ๋ว เจ้าอาวาส รก.

วาระที่ 4 วันที่ 31 สิงหาคม ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10 ปีระกา “วันอธิบดี” พิธีอธิษฐานจิตเดี่ยว ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร โดย ท่านเจ้าคุณเที่ยง เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

และวาระที่ 5 วันที่ 5 กันยายน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ปีระกา “วันธงชัย” พิธีอธิษฐานจิตเดี่ยว ณ วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง โดย ท่านพระครูวิเศษชัยวัฒน์ เจ้าอาวาส รก.

สอบถามและสั่งจองได้ที่ วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง ทาง LINE ID : artmulet โทร 092-557-7508 www.artmulet.com รายได้นำไปจัดสร้างสถานปฏิบัติธรรม วัดขุนอินทประมูล โดยจะได้รับเหรียญตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2560 เป็นต้นไปครับผม
....คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง : นารายณ์แปลงรูป...ข่าวสดออนไลน์

บันทึกการเข้า
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 9
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 728


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2560 13:07:47 »



"เหรียญนารายณ์แปลงรูป มีพุทธคุณสูงส่ง เสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นเลิศ พลิกผันสรรพสิ่งที่เลวร้ายให้กลับกลายไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งชีวิต อาชีพการงาน และสิ่งอวมงคลทั้งหลาย"

จากประวัติของ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)  ที่เขียนขึ้นโดย มหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพย์โกษา (สอน โลหะนันท์) และท่านพระครูปลัดมหาเถรานุวัตร (มหาแพ) และจัดพิมพ์เป็นธรรมทานเมื่อคราว "สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี" ความตอนหนึ่งได้กล่าวถึง "วิชา" ที่ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทรงใช้ขณะหลบเลี่ยงการได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์ให้เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ โดยท่านสามารถเปลี่ยนแปลงใบหน้าจนทำให้คนที่รู้จักจำไม่ได้ และกลับเรื่องร้ายแรงของชีวิตให้กลายเป็นเรื่องดีงามเหมือน "การกลับตาลปัตร"

...เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เสด็จสวรรคต เหล่าข้าราชบริพารได้ทูลอัญเชิญทูลกระหม่อม พระราชาคณะวัดบวรนิเวศวรวิหาร ให้เสด็จ นิวัติออกเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ซึ่งขณะนั้นพระมหาโตอายุได้ 64 ปี ท่านตัดสินใจออกธุดงค์หนีหายไปจากวัด เป็นเวลานานนับเดือนก็ยังไม่กลับวัด จนล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 กริ้วมากถึงกับมีรับสั่งว่า "ท่านเหาะก็ไม่ได้ ดำดินก็ไม่ได้ แหกกำแพงจักรวาลหนีก็ยังไปไม่ได้" และรับสั่งให้พระญาณโพธิออกติดตาม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถพบเจอ... พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า "ฉันจะตามหาเอง" ครั้นถึงเดือนเจ็ดในปีเดียวกันนั้น มีกระแสรับสั่งถึงเจ้าเมืองทั่วราชอาณาจักร ให้จับ "พระมหาโต" ส่งมายังเมืองหลวงให้ได้ .. แต่แม้จะมีท้องตรารับสั่งเร่งรัดอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถพบพระมหาโตได้ เนื่องจากท่านได้ลองใช้วิชาเปลี่ยนหน้าที่ร่ำเรียนมา ทำให้คนรู้จักกลับจำไม่ได้ เห็นเป็นพระองค์อื่น ปล่อยท่านไปก็มี

...ครั้นพระมหาโตมาพิจารณาเห็นว่า การที่ทางการจับพระสงฆ์ไปบีบคั้นให้ตามหาตัวท่าน ทำให้พระสงฆ์ต้องลำบากโดยไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็น ท่านจึงได้ไปแสดงตัวกับ "กำนันบ้านไผ่" เพื่อให้ส่งตัวลงมายังพระนคร พระญาณโพธิได้พาเข้าเฝ้าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ท่ามกลางเหล่าข้าราชบริพาร ซึ่งพระองค์ก็มิได้กริ้วตามที่ทุกคนคาดการณ์แต่ประการใด รับสั่งเพียงว่า "เป็นสมัยของฉันปกครองแผ่นดิน ท่านต้องช่วยฉันพยุงพระบวรพุทธศาสนาด้วยกัน" พร้อมทรงถวายสัญญาบัตรตาลปัตรแฉกหักทองขวางด้ามงา เป็นพระราชาคณะที่ "พระธรรมกิตติ" ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี...

ในบันทึกนั้นได้กล่าวกันว่า การที่พระมหาโตใช้วิชาอาคมเปลี่ยนหน้านั้น วิชานี้เรียกว่า "นารายณ์แปลงรูป" ซึ่งมีพุทธคุณสูงส่งในเรื่อง "กลับร้ายให้กลายเป็นดี" นั่นเอง ในตำราไสยศาสตร์โบราณยังได้กล่าวถึงด้านอานุภาพเอาไว้ว่า มีฤทธิ์ มีเดชมาก อุปมาดั่ง "พระนารายณ์" อวตารแปลงรูปลงมา สามารถช่วยเหลือได้ในทุกโอกาส ทั้ง เสน่ห์เมตตามหานิยม กำบังอำพรางตัว หากแต่การสร้างให้ออกมาเป็นรูปขององค์พระนารายณ์เลยทีเดียวมักจะไม่มีใครทำกัน คนโบราณจึงนำมาดัดแปลงเป็น "ตัวยันต์" กำกับคาถามากกว่า

สำหรับ "เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป" ที่ทางวัดขุนอินทประมูล ได้จัดสร้างนี้ เพื่อให้เหรียญออกมาอย่างสมบูรณ์แบบสมศักดิ์ศรีบารมีแห่ง "สมเด็จโต" ครบถ้วนทั้งพุทธศิลป์และพุทธคุณ เรียกว่า "ดีนอกดีใน" จึงได้สรรหาศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านงานพุทธศิลป์ผู้มีชื่อเสียงแห่งยุค เพื่อวางรูปแบบและองค์ประกอบต่างๆ ออกมาเป็นรูปแบบ เหรียญทรงเสมาประยุกต์ ที่มีพุทธศิลป์งดงามอลังการร่วมสมัย ด้านหน้าของเหรียญ มีองค์ประกอบด้วยองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยมี รูปพระสมเด็จวัดระฆังฯ ประดิษฐานอยู่บริเวณซุ้มด้านบน มีธรรมจักรตั้งอยู่บริเวณพื้นเหรียญ และมีองค์สมเด็จโต ประทับนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลัง เป็นองค์มหาเทพพระนารายณ์ ทรงอาวุธ ตรี จักร สังข์ คันศร ร่ายพระเวทอวตารหรือเพื่อแปลงรูปกาย ด้านบนประกอบด้วย ตัวอุ หรือ โอม และพระคาถาสำคัญ "นารายณ์แปลงรูป" กำกับเหรียญว่า "อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ"

ประกอบพิธีบวงสรวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2 วาระ ณ วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง วาระที่ 1 เมื่อวันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2560 ซึ่งตรงกับวันเกิดสมเด็จโต ครบรอบ 229 ปี และ วาระที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งตรงกับวันมรณภาพครบรอบ 145 ปี พร้อมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์และสวดมาติกาบังสุกุลถวายฯ จากนี้ได้กำหนดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และพิธีบวงสรวงเทวาภิเษก ณ วัดมณีชลขัณฑ์จ.ลพบุรี ถิ่นพำนักของขรัวตาแสงอดีตเจ้าอาวาส ผู้ถ่ายทอดสรรพวิชานารายณ์แปลงรูปให้กับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ติดตามรายละเอียดกันในตอนต่อไป



อิติปิโส 8 ทิศ ปฐมบทแห่งนารายณ์แปลงรูป

ด้วยพุทธบารมีแห่งพระคาถา "อิติปิโส 8 ทิศ" ที่ถูกถอดมาจากบทพระพุทธคุณทั้ง 56 อักขระ ก่อกำเนิดเป็นอานุภาพที่ปกป้องคุ้มภัยในแต่ละทิศ นำความสวัสดีมาแก่ผู้สวดบูชา โดยหนึ่งในพระคาถาอิติปิโส 8 ทิศ คือ คาถาพระนารายณ์แปลงรูป "อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ" เป็นคาถาที่ถูกนำมาใช้ในการปลุกเสกวัตถุมงคลให้มีอานุภาพแคล้วคลาด กำบังตน ศัตรูเห็นเป็นคนอื่น หรือใช้ในการภาวนาเมื่อมีภัยอันตราย

คาถาพระนารายณ์แปลงรูปยังเป็นคาถาที่ใช้สวดบูชาของคนเกิดวันอาทิตย์ เป็นการบูชาเทพพระอาทิตย์ สวดทุกวันจะช่วยหนุนดวงชะตาและป้องกันภัยไม่ให้เข้ามากล้ำกราย หรือหากจะเดินทางไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ก็สามารถสวดบทนี้เพื่อช่วยให้คุ้มครอง ตามความเชื่อที่ว่าคาถาบูชาพระอาทิตย์เป็นอีกหนึ่งบริบทของคาถาที่ใช้ภาวนาระหว่างเดินทางไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั่นเอง

เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป นอกจากจะมีพุทธศิลป์ที่งดงามวิจิตรและโดดเด่นในแบบเหรียญปั๊ม ซึ่งรังสรรค์ผลงานแม่พิมพ์โดยช่างหลอด มือทองของวงการ ด้านหน้าของเหรียญ ส่วนบนสุดประกอบด้วยพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ เป็นองค์แทนของ "พระพุทธ" ภายในพื้นเหรียญเป็นรูปธรรมจักร องค์แทนแห่ง "พระธรรม" คำสอนของพระพุทธองค์ ด้านหน้าธรรมจักรเป็นรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โต องค์แทนแห่ง "พระสงฆ์" ผู้แตกฉานในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่มีความคมชัด และเสมือนจริงมาก ส่วนด้านหลังเป็นรูปเหมือนพระนารายณ์สี่กร ในท่าอวตารหรือแปลงรูป ประจุด้วยพระคาถานารายณ์แปลงรูป ด้านบนสุดเป็นยันต์อุทับถม ถัดลงมาเป็นยันต์คาถานารายณ์แปลงรูป

ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในหลายวาระ เริ่มด้วยพิธีบวงสรวงและเทวาภิเษก ณ ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2560 โดยครูบากฤษณะ อินทวัณโณ พระเกจิผู้โด่งดังทั้งในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกในด้านการสร้างวัตถุมงคลเทพจำแลงและพระนารายณ์ ตลอดพิธีกรรมกว่าสองชั่วโมงได้เกิด "ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด" เป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้ร่วมงานยิ่ง

ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา คณะกรรมการโครงการก็ได้จัดเครื่องบวงสรวงเพื่อบอกกล่าวกับ "ขรัวตาแสง" ผู้ถ่ายทอดพุทธาคม วิชานารายณ์แปลงรูปให้แก่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วัดมณีชลขันธ์ จ.ลพบุรี และในวันที่ 3 สิงหาคม เป็นพิธีปลุกเสกอธิษฐานจิตเดี่ยวที่เข้มขลัง ที่พระอุโบสถวัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี โดยพระครูวิมลญาณอุดม (พระอาจารย์ติ๋ว) เจ้าอาวาส รก. เกจิผู้ที่โด่งดังด้านเหรียญพรหมและนารายณ์

ในวันพฤหัสฯ ที่ 31 สิงหาคม 2560 ที่จะถึงนี้ ก็จะนำ "เหรียญนารายณ์แปลงรูป" เข้าสู่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เพื่อให้ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณเที่ยง อัคคธัมโม) เจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ปลุกเสกโดยการอธิษฐานจิตเดี่ยว เพื่อเพิ่มพุทธาคมในสายของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม

จากนั้นในวันที่ 5 กันยายน 2560 "เหรียญนารายณ์แปลงรูป" ก็จะกลับมายังวัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง ต้นกำเนิดในการจัดสร้างเพื่อเข้าพิธีอธิษฐานจิตเดี่ยว โดยท่านพระครูวิเศษชัยวัฒน์ เจ้าอาวาส รก. พระเกจิและพระนักพัฒนาชื่อดังตลอดกาลของ จ.อ่างทอง





อิทธิฤทธิ์พระนารายณ์สร้างโลก

“พระนารายณ์” เทพเจ้าผู้ทรงเดชแห่งไตรภพ ผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งทั้งปวง ตลอดจนช่วยปกป้องคุ้มครองโลกให้ พ้นจากภัยร้ายต่างๆ ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผู้คนเคารพศรัทธา พระนารายณ์เป็นอันมาก ขณะเดียวกันก็มีคติความเชื่อว่า พระนารายณ์กับพระวิษณุเป็นเทพเจ้าพระองค์เดียวกัน เมื่อใดที่เกิดทุกข์เข็ญหรือมีภัยร้ายแรงอันเกิดขึ้นแก่โลกและสรรพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติหรือความลำเค็ญใดๆ พระนารายณ์ก็จะอวตารลงมาปราบปรามและช่วยเหลือให้ผู้คนพ้นจากเคราะห์ภัยนั้นๆ

ด้วยคติความเชื่อนี้ จึงได้มีการสร้าง “พระนารายณ์” ในรูปแบบวัตถุมงคลลักษณะต่างๆ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน หนึ่งในวัตถุมงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังด้วยพลังของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และเทวานุภาพ คือ เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป โดยมีการออกแบบเหรียญได้อย่างงดงามลงตัว ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) โดยมี 3 องค์ประกอบที่สมบูรณ์ คือ องค์พระสมเด็จ เป็นองค์แทนแห่งพระพุทธ, ธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์แห่งพระธรรม และสมเด็จพระพุฒาจารย์โต เป็นองค์แทนแห่งพระสงฆ์

ส่วนด้านหลังเหรียญเป็นรูปเหมือนพระนารายณ์สี่กร เทพเจ้าผู้สูงสุดเหนือเทพทั้งปวง ถืออาวุธ 4 อย่าง คือ ตรี ศร จักร สังข์ ในท่าอวตารหรือแปลงรูป พร้อมประจุคาถาพระนารายณ์แปลงรูป “อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ” ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างสูง โดยโบราณาจารย์มักจะใช้การสวดท่องพระคาถานี้เพื่อกำบังตนให้รอดพ้นจากภัยต่างๆ ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย เฉกเช่นพระนารายณ์จำแลงกายมาช่วยเหลือในทุกสถานการณ์ ให้ผู้ศรัทธาได้พ้นจากเคราะห์หามยามร้ายหรือหากประสงค์สิ่งใดก็จะได้ตามปรารถนาทุกประการ

อานุภาพของเหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์โต รุ่นนารายณ์แปลงรูป มีอยู่หลากหลายประการ ทั้งกำบังตนมิให้ศัตรูมองเห็น กลับร้ายให้กลายเป็นดี เป็นเมตตามหานิยมก็ดียิ่งนัก ผู้ใดที่บูชาพระนารายณ์ มักจะประสบแต่ความโชคดี แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย ดวงชะตาไม่ตกต่ำ

เหรียญพระนารายณ์รุ่นนี้ ได้ผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มาแล้วถึง 3 วาระ ตามฤกษ์อันเป็นมงคล คือ บวงสรวงและเทวาภิเษก ณ ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา, บวงสรวงเทวาภิเษก ณ วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี ซึ่งเคยเป็นสถานที่พำนัก ของ ขรัวตาแสง ผู้ประสาทวิชานารายณ์แปลงรูปให้กับสมเด็จพระพุฒาจารย์โตฯ และพระครูวิมลญาณอุดม (พระอาจารย์ติ๋ว) เจ้าอาวาสรักษาการ ปลุกเสกอธิษฐานจิตเดี่ยว ณ พระอุโบสถวัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี

ในวันพฤหัสฯ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2560 ที่จะถึงนี้ เป็นวาระที่ 4 ก็จะนำเหรียญนารายณ์แปลงรูปเข้าสู่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร ฝั่งธนบุรี โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณเที่ยง อัคคธัมโม) เจ้าอาวาสวัดระฆังฯ จะปลุกเสกโดยการอธิษฐานจิตเดี่ยว ต่อหน้ารูปเหมือนของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากนั้นในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2560 วาระที่ 5 พิธีอธิษฐานจิตเดี่ยว ณ พระอุโบสถวัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง โดยท่านพระครูวิเศษชัยวัฒน์ เจ้าอาวาส รักษาการ พระเกจิและพระนักพัฒนาชื่อดังของจังหวัดอ่างทอง และจะเริ่มจัดส่งเหรียญได้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2560 เป็นต้นไป

เหรียญสมเด็จโต รุ่นนารายณ์แปลงรูป จัดสร้างชุดพิเศษเป็น “ชุดกรรมการใหญ่” โดยรับตามจองและไม่เกิน 9 ชุดเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเหรียญเดี่ยว โดยจัดสร้างเป็น 2 แบบ “พิมพ์ใหญ่” ขนาดความสูง 4.0 เซนติเมตร ประกอบด้วย เนื้อทองคำ เนื้อเงินลงยาราชาวดี เนื้อเงินบริสุทธิ์ เนื้อนวโลหะหน้ากากเงิน เนื้อทองเทวฤทธิ์หน้ากากทองฝาบาตร และเนื้อทองเทวฤทธิ์ และ “พิมพ์เล็ก” ขนาดความสูง 2.5 เซนติเมตร มีเนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองฝาบาตร รายได้นำไปสร้างที่พักสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม วัดขุนอินทประมูล ผู้มีจิตศรัทธาติดต่อโดยตรงได้ที่วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง



สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) กับพระนอน วัดขุนอินทประมูล

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระเกจิเถราจารย์ที่สาธุชนชาวไทยต่างเคารพนับถืออย่างสูงมาช้านาน นอกจากเรื่องที่ท่านมีวิชาคาถาอาคมและพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมแล้ว คุณธรรมที่เด่นชัดของท่าน คือ "การไม่ถือตน" ละอัตตา ละการถือตัวกูของกู ท่านดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย เป็นผู้มักน้อยสันโดษ ไม่ถือยศถือสมณศักดิ์ แม้ได้ทรงศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉานแต่ก็ไม่เข้าสอบเปรียญธรรมเพื่อตั้งระดับชื่อชั้นให้แก่ตน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 2) จะทรงตั้งท่านเป็นพระราชาคณะแต่ท่านก็ไม่ยอมรับ เนื่องเพราะความไม่ได้ยึดติดต่อตำแหน่งแต่อย่างใดนั่นเอง

คุณธรรมที่เป็นแบบอย่างอีกข้อหนึ่ง คือ "การไม่ยินดีในลาภสักการะ" ไม่สะสมทรัพย์สมบัติ หากได้รับลาภสักการะมาในทางใด ก็จะนำไปใช้ในการสร้างวัดและการกุศลต่างๆ ทุกครั้ง ดังเช่น การบูรณะพระพุทธไสยาสน์ ที่วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง เมื่อครั้งยังเป็นมหาโต ปรากฏหลักฐานจากการบันทึก ของ มหาอำมาตย์ตรีพระยาทิพยโกษา (สอน โลหนันท์) ซึ่งต่อมามีการจัดพิมพ์เป็น "หนังสือชีวประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี)" ได้กล่าวไว้ว่า ...

...เมื่อปีฉลู จุลศักราช ๑๑๙๑ ปี เวลานั้นมหาโตมีอายุได้ ๕๔ ปี พรรษา ๓๒ ยังอยู่ที่วัดมหาธาตุ มีผู้มาบอกข่าวท่านว่า โยมผู้หญิงอยู่ทางเหนือป่วยหนัก ท่านขี่เรือเสาพร้อมกับนำเรือสีไปด้วยเพื่อจะพายอวดโยมของท่าน แต่โยมก็ถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ท่านทำฌาปนกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงแบ่งทรัพย์มรดกของโยมแก่บรรดาญาติและหลานๆ ที่ยังเหลือเป็นเงินทองก็นำมายังวัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง ท่านก็เอาทรัพย์นั้นออกสร้างพระนอนไว้ มีลักษณะงดงามองค์หนึ่ง ยาวมาก สร้างอยู่หลายปีจึงสำเร็จ ต่อจากนั้นท่านก็เป็นพระสงบ มีวิถีจิตแน่วไปในโลกุตรภูมิ ไม่ฟุ้งซ่านโอ่อ่า เจียมตัวเจียมตน เทศน์ได้ปัจจัยมาก็สร้างพระนอนนั้นจนหมด ท่านทำซอมซ่อเงียบๆ สงบปากเสียงมา ๒๕ ปี ตลอดรัชสมัยของแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งกล้าเจ้าอยู่หัว...

เรื่องราว "การสร้างพระนอนวัดขุนอินท ประมูล" ตามบันทึกมหาอำมาตย์ตรีพระยาทิพยโกษา (สอน โลหนันท์) นั้น ยังมีข้อขัดแย้งกับประวัติการสร้างเดิมที่ระบุว่า พระนอนวัดขุนอินทประมูลสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย จึงได้สอบถามไปยังท่านพระครูวิเศษชัยวัฒน์ เจ้าอาวาส รก.วัดขุนอินทประมูล ผู้บูรณะพระนอนเก่าแก่องค์นี้หลังจากได้เคยล้มลงมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ให้กลับมามีความงดงามสง่าอีกครั้ง ท่านได้เมตตาให้ความกระจ่างว่า...พระนอนองค์ที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ เป็นการสร้างครอบพระนอนองค์เดิมที่มีมาแต่ครั้งโบราณ อาจเป็นไปได้ว่า สมเด็จโตฯ ท่านได้สร้างพระนอนองค์ใหม่ครอบองค์เดิม และสร้างให้มีขนาดใหญ่และยาวขึ้นกว่าองค์เดิมนั่นเอง ...

ดังนั้น คณะกรรมการโครงการจึงได้มีการจัดทำ เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป เพื่อตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญในโครงการดังกล่าว ซึ่งได้แจ้งความคืบหน้ามาเป็นระยะ ขณะนี้พิธีบวงสรวงปลุกเสกตามที่ได้กำหนดไว้ครบถ้วนแล้วทุกวาระ โดยวาระที่ 4 เจ้าคุณเที่ยง เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ได้อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว หน้ารูป สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วิหารสมเด็จโตฯ วัดระฆังฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และในวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมานี้ เป็นวาระที่ 5 ท่านพระครูวิเศษชัยวัฒน์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดขุนอินทประมูล อธิษฐานจิตเดี่ยว ณ วัดขุนอินทประมูล

พิธีกรรมต่างๆ เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยตามมงคลฤกษ์ สำหรับผู้ที่จองไว้แล้ว จะเริ่มจัดส่งเหรียญได้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป ส่วนผู้สนใจที่ยังไม่ได้สั่งจอง สามารถเช่าบูชาโดยตรงได้ที่วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง โทร.09-2557-7511


พันธุ์แท้พระเครื่อง - ราม วัชรประดิษฐ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ตุลาคม 2560 13:09:35 โดย 自由人 » บันทึกการเข้า
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 9
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 728


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2560 11:33:56 »






สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) กับ นารายณ์แปลงรูป

เรื่องราวของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) กับ นารายณ์แปลงรูป นั้น มีหลักฐานปรากฏในบันทึกของมหาอำมาตย์ตรีพระยาทิพโกษา (สอน โลหนันท์) เช่นกัน มีความว่า…

…ครั้นถึงปีกุน ยังเป็นโทศก จุลศักราช ๑๒๑๒ ปี วันพุธ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ เวลาค่ำ แปดทุ่ม ๕ บาท สมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุได้ ๖๓ พรรษา กับ ๑๑ วัน ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ๒๕ ปี ๗ เดือน ๒๓ วัน พระมหาโตอายุได้ ๖๔ ปี ๔๒ พรรษา พวกข้าราชการได้ทูลเชิญเสด็จฯ ทูลกระหม่อมพระราชาคณะวัดบวรนิเวศวรวิหาร ให้เสด็จนิวัติออกเถลิงราชย์ พระมหาโตเลยออกธุดงค์หนีหายไปหลายเดือน ครั้นล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ทรงระลึกได้ ทรงรับสั่งให้หาตัวมหาโตก็ไม่พบ ก็รับสั่งว่า “ฉันจะตามเอง” ครั้นถึงเดือน ๗ ปีนั้น มีกระแสรับสั่งถึงเจ้าเมืองฝ่ายใต้ ฝ่ายเหนือ ตะวันตก ตะวันออก ทั่วพระราชอาณาจักร จับพระมหาโตส่งมายังเมืองหลวงให้ได้ ให้เจ้าคณะเหนือ กลาง ใต้ ตก ออก ออกค้นหาพระมหาโต เลยสนุกกันใหญ่ทั้งฝ่ายพุทธจักร อาณาจักร แต่ถึงแม้จะมีท้องตรารับสั่งเร่งรัดอย่างไรก็ยังเงียบอยู่ เจ้าเมือง เจ้าหมู่ ฝ่ายพระ ร่วมใจกันจับพระอาคันตุกะทุกองค์ส่งมายังศาลากลาง คราวนี้พระมหาโตลอง “วิชาเปลี่ยนหน้า” ทำให้คนรู้จักกลับจำไม่ได้เห็นเป็นพระองค์อื่นปล่อยท่านไปก็มี (อาคมชนิดนี้ พระอาจารย์เจ้าเรียกว่า นารายณ์แปลงรูป)

ต่อมาท่านพิจารณาเห็นว่า นายด่าน นายตำบล เจ้าเมือง กรรมการ จับพระไปอดเช้าบ้าง เพลบ้าง ตากแดดตากฝน ได้รับความลำบาก ทำทุกข์ทำยากแก่พระสงฆ์คงไม่ดีแน่ จึงแสดงตนให้กำนันบ้านไผ่รู้จัก นำตัวส่งมายังศาลากลาง เจ้าเมืองมีใบบอกมายังกระทรวงธรรมการ กระทรวงธรรมการบอกให้ส่งไปวัดโพธิ์เชตุพนฯ พระญาณโพธิขึ้นไปดูตัวก็จำได้ แล้วคุมตัวลงมาเฝ้า จึงมีพระดำรัสว่า “เป็นสมัยของฉันปกครองแผ่นดิน ท่านต้องช่วยฉันพยุงบวรพุทธศาสนาด้วยกัน” แล้วมีพระบรมราชโองการให้กรมสังฆการีวางฎีกาตั้งพระราชาคณะตามธรรมเนียมตั้งพระราชาคณะ พระมหาโตก็เข้าไปตามฎีกานิมนต์ จึงทรงถวายสัญญาบัตรตาลปัตรแฉกหักทองขวางด้ามงา เป็นพระราชาคณะที่ พระธรรมกิตติ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม…

นั่นคือหลักฐานและที่มาของ “วิชานารายณ์แปลงรูป” ที่ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้รับการถ่ายทอดจาก “ขรัวตาแสง” วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี ซึ่งท่านสามารถนำมาใช้ได้อย่างแตกฉานและชำนาญในพระเวท

ด้วยความเกี่ยวข้องเช่นนี้เอง จึงเป็นที่มาในการจัดสร้าง “เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นนารายณ์แปลงรูป” โดย วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง เพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์ในการจัดสร้าง “ที่พักสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม วัดขุนอินทประมูล” อันจะเป็นบุญเป็นกุศลร่วมกัน

ทั้งนี้ด้วยพระครูวิเศษชัยวัฒน์ รักษาการเจ้าอาวาส ท่านมีความตั้งใจจะจัดสร้างสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาปฏิบัติธรรมฝึกอบรมจิตนั่นเอง

การจัดสร้าง เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) รุ่นนารายณ์แปลงรูป ในครั้งนี้ ยังเป็นการสักการบูชาท่านจ้าประคุณสมเด็จโตฯ ด้วยความพิถีพิถันในการออกแบบจัดสร้าง เหรียญที่สร้างจึงมีความประณีต งดงาม คมชัดในรายละเอียด ทั้งหน้าตาและอิริยาบถ เปรียบเสมือนองค์แทนของท่านได้เลยทีเดียว ซึ่งขณะนี้ได้ทำพิธีปลุกเสกครบทุกวาระแล้ว

ผู้ที่จองไว้แล้ว รับเหรียญและเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.นี้ เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่สนใจร่วมกุศล สอบถามและบูชาโดยตรงได้ที่ วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง โทร.09-2557-7511


พันธุ์แท้พระเครื่อง - ราม วัชรประดิษฐ์
หนังสือพิมพ์ข่าวสด

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.459 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 22 ตุลาคม 2560 03:54:28