[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
24 ตุลาคม 2560 11:06:38 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระอาทิตย์ทรงกลด ปรากฎการณ์อัศจรรย์ในพิธีบวงสรวงยกนพปฏลสุวรรณฉัตรพระเมรุมาศจำลอง  (อ่าน 91 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล มาจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของเราเท่านี้...คติธรรม หลวงปู
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 13
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออนไลน์ ออนไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2950


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 10 ตุลาคม 2560 17:05:19 »








'พระอาทิตย์ทรงกลด'
ปรากฎการณ์อัศจรรย์ ในพิธีบวงสรวงยกนพปฏลสุวรรณฉัตรพระเมรุมาศจำลอง
งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

คนไทยมีความเชื่อกันว่า พระอาทิตย์ทรงกลด (อังกฤษเรียกว่า Sun halo)  เป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็น “มหิธานุภาพ” ของดวงอาทิตย์ มีความหมายในทางที่ดี เป็นศรี หรือ ศิริมงคล

เมื่อพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นเมื่อใด คนไทยเรามักนำปรากฏการณ์นี้ไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง หรือฮือฮาตื่นเต้น เมื่อมีพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธีกรรมอันเกี่ยวกับศาสนาหรือตามความเชื่อของชุมชน ด้วยเชื่อว่า เหล่าเทพเจ้า เทพยดาทั้งปวง ต่างมาร่วมยินดี อวยชัยให้พร

วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ จังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดให้มีการประกอบพิธีบวงสรวงยกนพปฏลสุวรรณฉัตรพระเมรุมาศจำลอง งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ ณ ปะรำพิธีหน้าพระเมรุมาศจำลอง บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖  สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ (หลังเก่า)

เมื่อประธานในพิธี (ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์) เดินทางมาถึง จุดเทียนเงิน - เทียนทอง ปักธูปหางเครื่องบวงสรวงเสร็จแล้ว  พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวง สลับการบรรเลงของวงปี่พาทย์เมื่อพราหมณ์อ่านพระเวทจบในแต่ละบท

เสร็จขั้นตอนในพิธีพราหมณ์เป็นการรำถวายมือ หรือระบำกฤดาภินิหาร

ต่อจากนั้นเป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์จุดธูปเที่ยนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที  เจ้าหน้าที่นิมนต์ประธานสงฆ์ประกอบพิธีเจิม ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ปิดทอง และคล้่องพวงมาลัยนพปฏลสุวรรณฉัตร  

ขณะพระเทพปริยัติเมธี (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สฤษฏิ์ สิริธโร) เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ประธานสงฆ์ ประกอบพิธีเจิม ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ได้เกิดเหตุุการณ์อัศจรรย์ขึ้น คือ พระอาทิตย์ทรงกลด

จะด้วยปรากฎการณ์ตามธรรมชาติของดวงอาทิตย์ ซึ่งในทางวิชาการกล่าวว่า เมื่อมีละอองน้ำในอากาศแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง อนุภาคเล็กๆ จำนวนมหาศาลลอยอยู่บนท้องฟ้า เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงทำมุมกับเกล็ดน้ำแข็งได้อย่างเหมาะสม จะเกิดการหักเห และการสะท้อนของแสง ทำให้เกิดแถบสีเป็นวงกลมล้อมรอบดวงอาทิตย์

หรือจะเป็นพระฉัพพรรณรังสี รัศมี ๖ ประการขององค์สมเด็จพระทรงสวัสดิ์โสภาคย์ที่ได้โปรดเมตตาทรงเสด็จมาเป็นองค์พระประธานของการบวงสรวงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์  หรือปวงเทพยดาซึ่่งเชื่อกันว่าสถิตย์ ณ สวรรค์เบื้องบน กำลังสำแดงมหิทฤทธิ์ สาธุการแสดงความยินดี
เป็นเรื่องที่ปุถุชนอย่างเราๆ ไม่สามารถพิสูจน์และหาข้อสรุปได้ แต่ก็ทำให้ผู้เข้าร่วมในพิธีของวันนี้สัมผัสถึงความมีศิริมงคล มีจิตปีติ ยินดี ในขณะนั้นอย่างสุดประมาณ
 



พระพุทธศรีสัพพัญญู ประดิษฐานเหนือโต๊ะหมู่ ในปะรำพิธี
นาม 'พระพุทธศรีสัพพัญญู' สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้กับพระพุทธรูป
พร้อมทั้งพระราชทานอักษร พระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดิษฐานหน้าพุทธบัลลังก์




บายศรี เครื่องพลีในพิธีพราหมณ์


เครื่องบวงสรวงในพิธีพราหมณ์ - เครื่องบรรณาแสดงความเคารพ การกราบไหว้บูชา
เป็นการเชิญ หรือการยอมรับนับถือท่านผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ในชีวิต มีพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์
พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระอริยสงฆ์สาวก เทพไท้เทวา คุณบิดามารดา อาจารย์ทุกๆ พระองค์
รวมทั้งพระภูมิเจ้าที่ ท่านท้าวจาตุรมหาราชทั้ง ๔ ท่านพระยายมราช เคารพท่านผู้เป็นใหญ่ในทั้ง ๓ โลก


พราหมณ์อ่านโองการ ตามคัมภีร์พระเวทที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ


วงปี่พาทย์ บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ สลับกับการอ่านโองการจบบทในแต่ละบท
(ขออภัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ หากผู้โพสท์จำข้อมูลผิดพลาดในส่วนของชื่อ "เพลงหน้าพาทย์")


พระเทพปริยัติเมธี (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สฤษฏิ์ สิริธโร) เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
ประกอบพิธีเจิม ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ นพปฏลสุวรรณฉัตร




การรำถวายมือ หรือ ระบำกฤดาภินิหาร มือถือพานเงิน-พานทอง โปรยดอกไม้หอมบวงสรวง


นพปฏลสุวรรณฉัตร ถูกยกขึ้นสู่เหนือยอดพระเมรุมาศจำลอง








นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ (ภริยา)
 

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ตุลาคม 2560 15:33:15 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า

Kimleng
กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล มาจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของเราเท่านี้...คติธรรม หลวงปู
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 13
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออนไลน์ ออนไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2950


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 ตุลาคม 2560 17:37:06 »

ชาวเปรู ชนเผ่าอินคา มีความเชื่อและนับถือพระอาทิตย์ ว่าะเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งที่มีชีวิตและให้แสงสว่างแก่โลก

พระอาทิตย์ ถูกจัดเป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง มีอำนาจเหนือกว่าเทวดานพเคราะห์ทั้งหลาย

คนไทยโดยมากยังคงมีความเชื่อกันว่า พระอาทิตย์ทรงกลด (อังกฤษเรียกว่า Sun halo)  เป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็น “มหิธานุภาพ” ของดวงอาทิตย์ มีความหมายในทางที่ดี เป็นศรี หรือศิริมงคล เมื่อพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นเมื่อใด คนไทยเรามักนำปรากฏการณ์นี้ไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง หรือฮือฮาตื่นเต้น เมื่อพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธีกรรมอันเกี่ยวกับศาสนา หรือตามความเชื่อของชุมชนในแต่ละพื้นถิ่น ด้วยเชื่อว่า เหล่าเทพเจ้า เทพยดาทั้งปวง ต่างมาร่วมยินดี อวยชัยให้พร

คนไทยแต่ครั้งสุโขทัยนับถือทั้งศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา ได้ยึดถือเรื่องไตรภูมิ

ตามคติในพุทธศาสนากล่าวถึงจักรวาล อันมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของภูมิทั้งสาม ล้อมรอบด้วยเขาสัตบริภัณฑ์ หรือ ยุคันธร หรือ ยุคุนธร เป็นคันขอบลดหลั่นเป็นชั้นๆ สลับกับแผ่นดินและแผ่นน้ำสีทันดร ประดุจมีกำแพงแก้วล้อมไว้ฉะนั้น  

ความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุ จึงสืบมาแต่ครั้งโบราณ

ในเขตเขาพระสุเมรุ มีป่าหิมพานต์ เป็นที่อยู่ของสัตว์หิมพานต์นานาพันธุ์ อาทิ นกทัณฑิมา เหมราอัสดร ไกรสรราชสีห์ วารีกุญชร อัปสรสีหะ ศฤงคมัสยา อสุรวายุพักตร์ ฯลฯ  เและป็นที่ทรงไว้ของพระอาทิตย์และพระจันทร์

เมื่อพระมหากษัตริย์พระองค์ใดถึงกาลสวรรคตที่จะเสด็จไปสู่เทวพิภพ ณ ดินแดนเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อ จึงต้องประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่ออัญเชิญให้ได้ไปถึงภพแห่งความดีงามอันมีแดนอยู่ที่เขาพระสุเมรุอย่างสมพระเกียรติ

สิ่งก่อสร้างในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงทั้งปวงจึงได้รับการสร้างให้มีลักษณะอย่างเขาพระสุเมรุ อาคารที่ถวายพระเพลิง เรียกว่า พระเมรุ และพระเมรุมาศ เลียนชื่อเขาพระสุเมรุ    

ในเขตปริมณฑล จะตกแต่งจำลองอย่างวิจิตรอลังการให้ละม้ายคล้ายกับดินแดนเขาพระสุเมรุ มีอาคารพระเมรุมาศ ล้อมรอบด้วยรั้วราชวัติ ประดับฉัตร ธงทิว ภายในรั้วราชวัติตกแต่งเป็นสวนพฤกษชาติ มีรูปสัตว์ป่าหิมพานต์และสระน้ำ ตามคติในเขาพระสุเมรุอย่างสวยงาม



'พระอาทิตย์ทรงกลด' ปรากฎการณ์อัศจรรย์ ในพิธีบวงสรวงยกนพปฏลสุวรรณฉัตรพระเมรุมาศจำลอง
จังหวัดนครสวรรค์


พระเมรุมาศจำลอง งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เป็นไปตามแบบที่ทางกรมศิลปากรกำหนด ให้ทุกจังหวัดก่อสร้างในแบบเดียวกัน










พระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ ๙
(ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์)

พระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงบุษบก ๙ ยอด ๗ ชั้นเชิงกลอน มีลักษณะโดดเด่น คือ เป็นพระเมรุมาศชั้นเดียว สอดรับกับความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนาที่ยึดคติไตรภูมิ โดยเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของภูมิทั้งสาม มีฐานกว้าง ๕๕.๑๘ เมตร และสูง ๕๙.๖๐ เมตร

คติการสร้างพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวงเป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ เป็นวัฒนธรรมที่กรุงศรีอยุธยารับอิทธิพลมาจากการปกครองแบบเทวนิยมของขอม ด้วยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์คือสมมติเทวราช เมื่อพระราชสมภพถือเป็นทิพยเทพาวตาร ครั้นถึงวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพก็ต้องเสด็จกลับยังเทวพิภพ การเสด็จไปคือ สุรคต ไทยเรียกว่า สวรรคต ซึ่งการประกอบพระราชพิธีทั้งปวงของบ้านเมืองและพระมหากษัตริย์ พราหมณ์ปุโรหิตาจารย์จะเป็นผู้กำหนดแบบแผนพิธีไว้ให้เป็นระเบียบ ซึ่งยึดถือเป็นวัฒนธรรมอันมั่นคงสืบมา

พระเมรุมาศในสมัยอยุธยาที่ปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดาร มีความยิ่งใหญ่โอฬารมากสอดคล้องกับหลักที่ว่า การสร้างพระเมรุมาศถือเป็นความมั่นคงของประเทศ พระเมรุมาศรัชกาลใดยิ่งใหญ่กิตติศัพท์จะขจรเลื่องลือ ประกาศให้รับรู้ว่าบ้านเมืองรัชกาลนั้นเข้มแข็งให้เป็นที่เกรงขามแก่หมู่ปัจจามิตร เป็นวิเทโศบายทางการเมืองประการหนึ่ง เช่น พระเมรุมาศของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙-๒๒๓๑) ใหญ่โตงดงามมาก สร้างอยู่บนพื้นที่ที่มีปริมณฑลไพศาล ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพระเมรุมาศของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.๒๑๓๓-๒๑๔๘) กว่า ๕ วาเศษ ดังนี้


“...พระเมรุมาศ...โดยขนาดใหญ่ ขื่อ ๗ วา ๒ ศอก โดยสูง ๒ เส้น
๑๑ วา ศอกคืบ มียอด ๕ ยอด ภายในพระเมรุทองนั้น  ประกอบไปด้วย
เครื่องสรรพโสภณพิจิตรต่างๆ สรรพด้วย พระเมรุทิศ พระเมรุแทรก และ
สามสร้างเสร็จ และการพระเมรุมาศนั้น ประมาณ ๘ เดือน จึงสำเร็จ...”


มีความหมายดังนี้
พระเมรุมาศ คือ อาคารปราสาทเรือนยอด มียอด ๕ ยอด มีขื่อ กว้าง ๑๕ เมตร (๗ วา ๒ ศอก) คำว่า สูง ๒ เส้น ๑๑ วา ศอกคืบ หมายถึงสูง ๙๐ เมตร ภายในอาคารปราสาทพระเมรุมาศสร้าง พระเมรุทอง ประกอบด้วยเครื่องตกแต่งที่งดงาม ส่วนภายนอกปราสาท หมายความถึงปริมณฑล สร้าง พระเมรุทิศ พระเมรุแทรก และ สามสร้าง

คำว่า เมรุทิศ เมรุแทรก ตามความหมายในยุคนั้นน่าจะสันนิษฐานว่า คือ บรรดาเขาสัตบริภัณฑ์ที่ช่างประดิษฐ์สร้างสรรค์ไว้ตามทิศทั้ง ๔ และแทรกไว้ระหว่างทิศ แวดล้อมด้วย อาจรวมทั้งพระวิมาน ๔ ทิศ ของท้าวจตุโลกบาล โดยสร้างสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับอาคารปราสาทพระเมรุมาศขึ้นไว้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 ตุลาคม 2560 17:42:21 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า

Kimleng
กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล มาจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของเราเท่านี้...คติธรรม หลวงปู
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 13
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออนไลน์ ออนไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2950


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 10 ตุลาคม 2560 17:51:50 »



เมรุท้าวจักรวรรดิ
จิตรกรรมที่ระเบียง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


ขาตั้งทรายสำหรับยกเสาองค์พระเมรุมาศ


โครงถักไม้ไผ่ผูกอย่างแน่นหนาตามรูปทรงขนาดภายในองค์พระเมรุมาศ
เพื่อใช้ผูกรอกชักเชือกยกซุงพระเมรุขึ้นทาบตามทรงมุมละ ๓ ต้น เพื่อทำ
เสาย่อไม้่สิบสองของเสาพระเมรุทรงบุษบก


การยกซุงเสาพระเมรุมาศขึ้นประกอบทุกมุมๆ ละ ๓ ต้น


(บน) การประกอบยอดพระเมรุมาศและพื้นฐาน
(ล่าง) การตกแต่งพระเมรุมาศตามแบบที่กำหนด

จบ
เรื่อง : kimleng
ภาพ : By Mckaforce แอ็ดมิน สุขใจ ดอทคอม
        (พิธีบวงสรวงยกนพปฏลสุวรรณฉัตรพระเมรุมาศจำลอง งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนของจังหวัดนครสวรรค์)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 ตุลาคม 2560 17:53:58 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า

Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7577


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Chrome 61.0.3163.100 Chrome 61.0.3163.100


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2560 11:54:53 »



เพิ่มเติมภาพขอมาจากจากเฟสบุ๊คช่างภาพรุ่นพี่
เป็นแบบเห็นเต็มวงครับ งดงามมาก










------------------------------
ขอขอบคุณภาพจากพี่หม่ำ Surachai Kulkanyakan
เฟสบุ๊ค facebook.com/emummam ด้วยครับ
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.625 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 22 ตุลาคม 2560 01:22:10