[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
26 เมษายน 2562 11:36:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ( แต่งจาก ประวัติศาสตร์ความแค้น 2 ตระกูลใหญ่ )  (อ่าน 1988 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มดเอ๊ก
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +8/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 4633


ระบบปฏิบัติการ:
Linux Linux
เวบเบราเซอร์:
Chrome 63.0.3239.111 Chrome 63.0.3239.111


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 12 มกราคม 2561 15:44:45 »



พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ตอน ๑
       

     เรื่องราวที่เล่าต่อไปนี้่เป็นเรื่องของเหล่าดวงวิญญาณแค้นที่ไม่ยอมไปสู่สุคติ คือ ดวงวิญญาณของตระกูลเฮเคะ มีเรื่องอยู่ว่าในอดีตมีสองตระกูลใหญ่ที่ไม่ถูกกันมานานแต่บรรพบุรุษจนมาถึงลูกหลานจึงจงเกลียดจงชังกันมาตลอดและมักจะก่อสงครามกันระหว่างสองตระกูลนี้บ่อยครั้ง คือ เก็นจิ และ เฮเคะ (มินาโมโตะกับไทระ) ด้วยความบาดหมางที่เก็บมานาน เลยเกิดสงครามของสองตระกูลนี้อีกครั้ง หรือ สงคราม ปีเก็นเปย์ ทำให้ผู้คนล้มตายและฝ่ายตระกูลเฮเคะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงพบจุดจบฆ่าล้างผลาญตระกูลแม้เจ้านายตัวน้อยของตระกูลที่เป็นทายาทก็ถูกสังหาร(พระจักรพรรดิน้อยเชื่อสายเฮเคะ ชื่อ อันโตกุ) วิญญาณของตระกูลรวมถึงญาติพี่น้องและข้าทาสบริวารจึงกลายเป็นวิญญาณแค้น เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องเล่าที่นิยมเล่าขานโดยมีพระตาบอดเป็นผู้ที่เข้าไปใกล้กับโลกแห่งวิญญาณและถูกเหล่าวิญญาณนั้นตามล่าและรอดมาได้...จึงเป็นตำนานเล่ามาจนถึงปัจจุบัน

      เรื่องนี้มีอยู่ว่า สองตระกูลที่ยิ่งใหญ่คือ ตระกูลเฮเคะกับตระกูลเกนจิ เป็นสองตระกูลที่มีความแค้นต่อกันเกลียดชังกันมาแต่อดีตของบรรพบุรุษและมีรุ่นลูกหลานที่ต้องรับหน้าที่ในการบาดหมางครั้งนี้ จนถึงกลับมีสงครามฆ่าล้างตระกูลให้มันหมดจบลง โดยทำสงครามที่ทะเลช่องแคบชิโมะโนะเซกิ(หรือดันโนอุระ) เกิดฝ่ายตระกูลเฮเคะพ่ายแพ้ถูกสังหารทั้งตระกูลสิ้น  เจ้านายตัวน้อยผู้เป็นทายาทคนรุ่นสุดท้ายของตระกูลก็จบชีวิตลง เหล่าวิญญาณของตระกูลเฮเคะยังคงวนเวียนอยู่และร้องด้วยเสียงที่น่าสยดสยองและกล่าวแต่คำว่า "ต้องล้างแค้น"

มีผู้คนพบดวงไฟวิญญาณลอยไปมาในทะเลและชายหาดที่เป็นสมรภูมิ เหล่าวิญญาณตายโหงของตระกูลเฮเคะก็คอยหลอกหลอนชาวประมงที่แล่นเรือผ่านบริเวณนั้น บางทีจะพยายามจมเรือก็มี สร้างความเตือนร้อนชวนขนลุกแก่ชาวบ้านเป็นอันมาก

     เหล่าชาวบ้านจึงรวมตัวกันอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พาดวงวิญญาณไปพบกับความสงบ และช่วยกันสร้างวัดชื่อว่า"อะมิดะจิ" ขึ้นในที่ของตระกูลเฮเคะเพื่อการสร้างกุศลครั้้งยิ่งใหญ่ให้แก่ตระกูลเฮเคะ จากนั้นก็ไม่มีดวงวิญญาณใดของตระกูลเฮเคะปรากฏตัวมาอีกเลย  ดูเหมื่อนเรื่องจะจบแค่นี้ใช่ไหม ปรากฏว่ามันไม่ใช่ !!
     
   จนกระทั่งมีพระนิกายโจโด(สุึขาวดี)ตาบอดนามว่า "โฮอิชิ" มีความสามารถในการเล่นบิวะ(พิณญี่ปุน) และมีฝีมือเป็นที่ล่ำลือในความไพเราะ เขาสามารถขับกลอนเป็นบทเพลงอันไพเราะและน่าเศร้าชวนน้ำตาไหลในบทขับกล่อมกล่าวถึงตระกูลเฮเคะผู้น่าสงสาร เหล่าชาวบ้านล่ำลือจนมีผู้คนมาขอฟังกันมากมาย

      พระโฮอิชิมักจะร้องเพลงขับกล่อมให้เจ้าอาวาสฟังเสมอเพราะเจ้าอาวาสชื่นชอบในบทกวี แต่ต่อมาเจ้าอาวาสและพระภิกษุบางรูปถูกนิมนต์ไปสวดในพิธีศพ จึงมีพระโฮอิชิกับเด็กวัดไม่กี่คน ในตอนกลางคืนอากาศร้อนพระโฮอิชิจึงออกมานั่งเล่นพิณอยู่นอกที่กุฎิ ท่านบรรเลงบทกวีอยู่อย่างเพลินเพลิด จนกระทั่งไปสกิดต่อมเผือกของผีเข้า จนท่านสัมผัสได้ถึงว่าคนอยู่ใกล้ๆ ท่านกลัวตัวสั่นด้วยที่ตาบอดจึงกลัวและพยายามจะหนี

"ท่านเป็นใคร...ท่านเป็นใคร..."

  หญิงสาววัยกลางคนแต่งกายแบบผู้มีอันจะกินด้วยเครื่องประดับและกิโมโนที่สวยงาม (จะด้วยฤทธีของผีทำให้พระเห็นในจิตได้ว่ารูปลักษณ์แบบนั้น)

"ข้าน้อยขอนมัสการท่านพระโฮอิชิ"
"โยมมีอันใดกับอาตมาหรือ"
"ข้าน้อยได้ยินคำล่ำลือว่าที่วัดแห่งนี้มีพระตาบอดที่บรรเลงพิณได้ไพเราะและร้องบทเพลงกล่อมได้เป็นเลิศ"
"โยมพูดเช่นนี้...."
"คือว่าเจ้านายของข้าน้อยเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาประทับที่เมืองนี้ และได้ยินกิตติศักดิ์ของท่าน และเจ้านายของข้าจึงต้องการเป็นอันมากที่จะฟังเพลงพิณและบทขับกล่อมของท่าน จึงให้ข้าน้อยมารับท่านไปขับกล่อมให้ฟังเจ้าค่ะ"
"ถ้าเป็นเช่นนั้น อาตมาก็ยินดี"
     

 จากนั้นหญิงสาวผู้เป็นสาวใช้ของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ก็นิมนต์พระโฮอิชิขึ้นรถม้าและตนเองก็ขึ้นนั่งข้างคนขับรถ รถม้าวิ่งผ่านควันมากหลังวัดมาไม่นานก็ปรากฏคฤหาสน์อันใหญ่โตและโอ่อ่า สาวใช้พาพระโฮอิชิเข้าไปยังห้องโถงที่ใหญ่และสว่างด้วยแสงเทียน เหล่าผู้คนจำนวนมากนั่งตามที่นั่งของตนเองมากมาย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมอย่างดีทั้งชายและหญิง ที่นั่งตรงกลางห้องที่วางด้วยเบาะนุ่มๆ สาวใช้นิมนต์ให้พระโฮอิชินั่งบนเบาะนั้น ผ้าม่านที่ฝั่งหนึ่งขอห้องตรงหน้าพระโฮอิชิก็เปิดออก เด็กชายน่ารักวัย 8 ขวบ นั่งพร้อมกับเหล่าสาวใช้และแม่นมที่ดูแก่มีอาวุโส

   "นมัสการพระคุณเจ้า ข้านิมนต์ท่านมาในครั้งนี้ด้วยใคร่อยากจะฟังบทกล่อมและเสียงบิวะของท่านที่ล่ำลือ ท่านจะช่วยสนองแก่ข้าน้อยช่วยบรรเลงขับลำนำประวัติของตระกูลเฮเคะ พร้อมกับประสานเสียงบิวะได้หรือไม่"

  "ไ้ด้...อาตมายินดี..แต่ว่าบทขับลำนำของประวัติตระกูลนี้ ยาวมากคงเล่นไม่ได้พร้อมในช่วงค่ำคืนนี้ โยมช่วยบอกอาตมาว่าต้องการฟังตอนไหนของบทขับนี้"

  "เช่นนั้นข้าน้อยขอฟังตอนทำสงครามที่ดันโนอุระเลยล่ะกัน เป็นตอนที่น่าโศกสลดที่สุด"

   จากนั้นโฮอิชิก็เริ่มจับบิวะและดีดบรรเลง มือบรรเลงสัมผัสบนเส้นดีดดังสัมผัสกันจนเกิดเสียงที่เศร้าสร้อย...และค่อยๆรุนแรงขึ้นคล้ายเสียงคลื่นลมในทะเล และเสียงของดาบและกระบี่ เสียงธนู ผู้คนชมเชยกันถูกฝีมือของพระโฮอิชิที่บรรเลงได้เสมือนจริง

   แต่พอพระโฮอิิชิขับกล่อมมาถึงตอนที่ว่าเป็นจุดสำคัญของตอน

"นักรบตระกูลเกนจิผู้ชนะในสงครามเข้าบุกคฤหาส์น... ธนูไฟยิงใส่ต้นไม้หลังคาและผู้คนล้มตายน่าสังเวชสยดสยอง ดิ้นทุรนทุรายไฟผลาญเผาไหม้ตายน่าเวทนา.... แม่นมนิืิอิโนะอะมะด้วยความภักดีจะรักษาเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเฮเคะ...เธอเข้าอุ้มกอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมกอดและพยายามหาทางออกจากคฤหาส์นที่เต็มไปด้วยไฟดั่งทะเลเพลิง "

   
   เด็กน้อยผู้นั่งเป็นประธานน้ำตาไหลริน ภาพแห่งอดีตปรากฏขึ้น หญิงสาวแก่วัยอาวุโสกั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวจึงไหลหลั่นเป็นสายธาร และเธอเข้ากอดเด็กน้อย...เหล่าสาวใช้เอาแขนเสื้อเช็ดน้ำตาและร้องไห้ด้วยความสังเวช ผู้คนให้ห้องโถงร้องไห้สะอึกสะอื้น พอบทขับกล่อมจบลง เด็กน้อยตบมือ

   "สมกับคำล่ำลือเสียจริง บทกล่อมและเพลงของท่านช่างหาฟังได้ยากยิ่ง เป็นบุญและที่ข้าน้อยได้ฟัง"

   "อย่าชมอาตมาเลยโยม แค่อาตมาต้องการใช้เป็นคติสอนใจมนุษย์เท่านั้่น"

   "ข้าน้อยชอบมากเลยพระคุณเจ้า ท่านช่วยมาบรรเลงกล่อมข้าน้อยเช่นนี้บ่อยๆได้หรือไม่"

   "อาตมายินดีหากโยมชอบ อาตมาก็จะมาให้"

   "เดี๋ยวสาวใช้ข้าคนเดิมจะเป็นผู้รับหน้าที่ไปรับท่านที่วัด แต่หลวงพี่โปรดอย่าบอกใครว่าท่านมาบรรเลงขับกล่อมเพลงพิณแก่ข้าน้อยนะ ข้ากลัวว่าชาวบ้านจะหาว่าข้าบังคับพระผู้ทรงศีลมาทำอะไรตามใจตน"

  "ได้โยม อาตมาชอบเสียอีกที่มีคนชอบบทกล่อมของอาตมา"

   จากนั้นพระโฮอิชิก็ขึ้นรถม้ามาส่งยังวัด ในขณะที่เจ้าอาวาสกลับก็เข้าถามพระโฮอิชิว่า

  "เจ้าไปไหนมา"
  "ข้าไปทำธุระมาท่านเจ้าอาวาส"
  "ไม่เป็นไรหากเจ้ากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้วไปนอนเถิด"
  "ขอรับท่านเจ้าอาวาส"

   เจ้าอาวาสหันออกไปยังประตูวัดก็พบกับไฟวิญญาณ 2 ดวง ที่ทำท่าแอบอยู่ข้างประตู เจ้าอาวาสจึงเริ่มสงสัยว่าจะมีวิญญาณมายุ่งกับพระโฮอิชิซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ที่คนธรรมดาไปยุ่งเกี่ยวกับวิญญาณ #tobecontinued #つづく

จาก https://m.facebook.com/photo.php?fbid=1807762592589000&id=100000658301396&set=a.228569830508292.61674.100000658301396&source=48

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

ทิ นัง มิไฮ นัง มิจะนัง ทิกุนัง แปลว่า
ที่นั่ง มีให้นั่ง มึงจะนั่ง ที่กูนั่ง ทิ้งไว้เป็น
ปริศนาธรรม นะตะเอง
มดเอ๊ก
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +8/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 4633


ระบบปฏิบัติการ:
Linux Linux
เวบเบราเซอร์:
Chrome 63.0.3239.111 Chrome 63.0.3239.111


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 มกราคม 2561 22:37:33 »



พระโฮอิชิ กับปีศาจขุนศึก ตอน ๒

     ต่อมาพระโฮอิชิก็ไปเล่นขับกล่อมให้เจ้านายน้อยเป็นประจำ จนเจ้าอาวาสเริ่มสงสัยในธุระส่วนตัวของพระโฮอิชิ ท่านจึงสั่งให้เด็กวัดตามพระโฮอิชิไป และแล้วก็ปรากฏว่า พระโฮอิชิเดิมตามดวงไฟวิญญาณ 2 ดวง ไปทางป่าช้าหลังวัด เด็กวัดก็สะกดรอยตามอย่างเงียบๆจนมาพบพระโฮอิชิบรรเลงพิณและขับเพลงกล่อมอยู่ท่ามกลางดวงไฟวิญญาณจำนวนมากท่ามกลางสุสานของตระกูลเฮเคะ
    เด็กวัดจึงเ้ข้าไปจับตัวพระโฮอิชิออกและพากลับวัดไปหาเจ้าอาวาส พระโฮอิชิกำลังโมโหที่ถูกลักพาตัวมาในขณะีที่กำลังบรรเลงเพลงพิณบิวะต่อหน้าเจ้านายผู้ส่งศักดิ์ตัวน้อย เจ้าอาวาสจึงกล่าวถามพระโฮอิชิว่า
 
"โฮอิชิเอย...เจ้าจงเล่ามานะว่าเจ้าไปทำอะไรในตอนกลางคืน"
 "กระผมแค่ถูกเชิญไปบรรเลงเพลงพิณให้เจ้านายผู้สูงศักดิ์"
 "เจ้าแน่ใจนะ...ว่าเจ้าไปบรรเลงเพลงใ้ห้คนฟัง"
 "โธ่หลวงพ่อ...ก็มีคนมารับกระผมขึ้นรถม้าไปยังที่ประทับของเจ้านายน้อยผู้สูงศักดิ์"
  "ที่เจ้าเด็กวัดว่าข้าว่า...เจ้าไปบรรเลงเพลงอยู่ที่สุสานของตระกูลเฮเคะ"
  "อะไรนะหลวงพ่อ"
  "เจ้าไม่เชื่อก็ตามเจ้าเด็กวัดดูล่ะกัน"
  "จริงครับ หลวงพี่ ผมเห็นกับตาว่ามีดวงไฟวิญญาณมากมายอยู่ท่ามกลางหลวงพี่และที่นั้นเป็นสุสานพวกขุนศึกครับหลวงพี่"
   พระโฮอิชิถูกกับอึ้งไปเลย
  "เจ้านะตาบอด ผีมันก็เลยหลอกเจ้าไป ถ้าข้าปล่อยเจ้าให้ไปบรรเลงอยู่กับวิญญาณ เจ้าคงอายุสั้นแน่ๆ"
  "หลวงพ่อครับ...กระผมมันเป็นคนตาบอด...ผมจึงมิอาจจะรู้ได้เลยว่าใครผีใครคน"
  "โฮอิชิ...ข้าว่าถ้าเจ้ายังอยู่ เหล่าวิญญาณต้องตามเอาตัวเจ้าแน่ๆ"
 "เช่นนั้นผมควรทำอย่างไรขอรับ หลวงพ่อช่วยกระผมด้วย"
  "หากเป็นเช่นนั้น...."
  เจ้าอาวาสให้พระโฮอิชิถอดผ้าออกและท่านก็หยิบขวดน้ำหมึกกับพู่กันอันเล็กมาและจุ่มเขียนลงบนตัวของพระโฮอิชิ

       เจ้าอาวาสเขียนตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์เป็นยันวัชรปรัชญาปารมิตา และลงอาคมคาถาป้องกันให้พ้นจากวิญญาณร้าย  เจ้าอาวาสถูกนิมนต์ไปพร้อมกับพระภิกษุรูปอื่นไปสวดพิธีศพอีกที่หนึ่ง จึงต้องปล่อยพระโฮอิชิไว้อีก แต่่ท่านวางใจเพราะท่านได้ลงยันต์ป้องกันไว้ให้กับพระโฮอิชิ พอตกกลางคืน พระโฮอิชิมานั่งที่ระเบียงรอเจ้าอาวาสกลับวัดอยู่นั้น
  "พระคุณเจ้าโฮอิชิเจ้าคะ......ข้าน้อยมารับท่านแล้วค่ะ"
   พระโฮอิชินั่งนิ่งแข็งตัว เสียงนั้นอยู่ไม่ไกลตัวท่านเลย
 "พระคุณเจ้าคะ นายน้อยรออยู่นะค่ะท่าน ท่านอยู่ไหนเนี้ย..."
  สาวใช้อันเป็นวิญญาณเดินขึ้นบันไดมาถึงระเบียงที่พระโฮอิชินั่งอยู่พร้อมกับซามูไรและชายขับรถม้า
  "นี้พิณบิวะของหลวงพี่โฮอิชินี้แต่ตัวท่านไปไหนนะ"
  "เจ้าดูนั้นซิ...หู...."
  "อะไรกันนี้หู...แล้วตัวไปไหน"
  "เราจะทำให้ภารกิจครั้งนี้เสียไปไม่ได้...ถึงจะไม่มีตัวแต่เราจะเอาหูไป เราจะทำงานที่นายมอบมาให้เสียไม่ได้ ทำได้เท่าไหนก็ทำเท่านั้น"
  ผีซามูไร ก็ดึงกระชากหูทั้งสองข้างและกำไว้ พระโฮอิชิถูกกระชากหูไป ถึุงจะเจ็บปวดทรมานจนอยากจะ้ร้องออกมาสุดเสียงก็ตาม แต่ก็กลัวว่าผีจะจับได้จึงอดทนเงียบไว้
  "จะดีหรือได้เพียงแค่หูไป..."
  "เอ้าน่า...กลับไปหานายน้อยกัน"
  ดวงวิญญาณ  ก็ลอยออกไปจากวัด พระโฮอิชิผู้น่าสงสารหูของเขาขาดทั้ง 2 ข้าง  ท่านกลัวจึงไม่กล้าไปไหนจึงนั่งอยู่ที่ระเบียงนั้น
   เจ้าอาวาสกลับมาถึงวัด ก็เข้าไปหาพระโฮอิชิและพบภาพที่พระโฮอิชิร้องไห้สะอึกสะอื้นและไร้หูไปแล้ว
   "โธ่ โฮอิชิผู้น่าสงสาร ข้าช่างแย่จริงๆเลย ข้าไม่ไ้ด้เขียนยันต์บริเวณหูของเจ้า.... นโมแด่พระพุทธองค์อมิตาพุทธภะจะรักษ์พิทักษ์เจ้า...ตอนนี้เจ้าจะรอดพ้นจากวิญญาณเหล่านั้นเลย..."
    จากนั้นพระโฮอิชิกลายเป็นพระตาบอดและพระไม่มีหู เจ้าอาวาสให้หมอมารักษาแผลที่บริเวณหูจนหาย จากพระตาบาดมาถูกเรียกว่า โฮอิชิไร้หู (เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของท่านจริงๆ) แต่เรื่องราวของพระโฮอิชิก็กลายเป็นที่ล่ำลือ จนขนาดขุนนางและเศรษฐีจากเกียวโต ก็เดินทางมาฟังเพลงพิณบิวะของพระโฮอิชิ และได้ถวายปัจจัยและของมีค่าต่อวัด จนวัดอมิดาจิ เป็นวัดที่มีทรัพย์สามารถอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาได้ และได้มีการศาลอนุสรณ์เป็นรูปพระโฮอิชินั่งเล่นพิณบิวะที่ ศาลเจ้าอาคามะจิงกุ
 ณ ตรงที่เป็นสุสาน ของขุนศึกเฮเคะ และยังคงตั้งมาจนถึงทุกวันนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 มกราคม 2561 22:44:32 โดย มดเอ๊ก » บันทึกการเข้า

ทิ นัง มิไฮ นัง มิจะนัง ทิกุนัง แปลว่า
ที่นั่ง มีให้นั่ง มึงจะนั่ง ที่กูนั่ง ทิ้งไว้เป็น
ปริศนาธรรม นะตะเอง
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.279 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 15 ชั่วโมงที่แล้ว