[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
14 มิถุนายน 2567 09:35:42 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 16 ปุณยบรรยายปริวรรต ว่าด้วยบุญบรรยาย  (อ่าน 2840 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7493


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 21 มิถุนายน 2554 14:11:31 »





พระสูตรสัทธรรมปุณฑรีกะ
วัดโพธิ์แมนคุณาราม
นายชะเอม แก้วคล้าย แปลจากต้นฉบับสันสกฤต
บทที่ 16
ปุณยบรรยายปริวรรต
ว่าด้วยบุญบรรยาย


        เมื่อเรากำลังแสดงธรรมบรรยาย ชี้แจงประมาณอายุกาลของพระตถาคตอยู่นั้น ชื่อว่าได้กระทำประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย ที่ไม่สามารถประมาณนับได้ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสกับพระไมเตรยโพธิสัตว์มหาสัตว์ว่า ดูก่อนอชิตะ เมื่อเราแสดงธรรมบรรยายชี้แจงประมาณอายุกาลของพระตถาคตอยู่นั้น ความเพียรในธรรมที่ไม่เคยเกิดก็จะเกิดขึ้น แก่พระโพธิสัตว์ จำนวนร้อยพันหมื่นโกฏิ มีจำนวนเท่ากับเมล็ดทรายใน 68 แม่น้ำคงคา การเข้าถึงธารณี ได้มีแก่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจำนวนพันเท่า เพราะได้ฟังธรรมบรรยายนี้ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่นซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูในพันโลกธาตุ ทั้งได้เข้าถึงความงามที่ปราศจากหมู่คณะ การที่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่นมีจำนวนมาก มีจำนวนเท่าธุลีปรมาณูในสองพันโลกธาตุ ได้รับธารณีที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาร้อยพันหมื่นโกฏิ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น

ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูในสามพันโลกธาตุ เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ พึงยังวงล้อธรรมจักร ที่ไม่เคยหมุนกลับ ให้หมุนต่อไป พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น มีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูในมัธยมโลกธาตุ เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ พึงยังวงล้อธรรมจักรที่มีประกายบริสุทธิ์ให้หมุนไป พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูในโลกธาตุขนาดเล็ก เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใน 8 ชาติ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูในโลกธาตุทั้ง 4 ที่มีใน 4 ทวีป เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใน 4 ชาติ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูใน 3 โลกธาตุ ที่มีใน 4 ทวีป เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใน 3 ชาติ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูใน2โลกธาตุ ที่มีใน 4 ทวีป เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณใน 2 ชาติ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณูใน 1 โลกธาตุ ที่มีใน4 ทวีป เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใน 1 ชาติ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งมีจำนวนเท่ากับธุลีปรมาณู 38 สหัสรมหาสหัสรโลกธาตุ เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ ย่อมยังจิตให้เกิดขึ้นในอนุตตรสัมโพธิญาณ

        เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงแสดงการประดิษฐานในสมัยแห่งธรรมแก่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นตามลำดับ ฝนคือดอกมณฑารพน้อยใหญ่ ได้โปรยลงจากท้องฟ้า นภากาศ จำนวนพระพุทธเจ้าร้อยพันหมื่นโกฏิ ในร้อยพันหมื่นโกฏิโลกธาตุ ที่มาแล้วเข้าไปประทับนั่งที่โคนต้นรัตนพฤกษ์ ฝนดอกไม้ ได้ปกคลุม ท่วมทับพระพุทธเจ้าเหล่านั้นทุกพระองค์ ฝนดอกไม้เหล่านั้น ย่อมปกคลุม ท่วมทับพระผู้มีพระภาคศากยมุนี ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคประภูรัตนตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สงบเข้าไปสู่สิงหาสน์ แล้วฝนดอกไม้ย่อมปกคลุม ท่วมทับคณะของพระโพธิสัตว์ทั้งปวง และบริษัททั้ง 4 เหล่านั้น ผลจันทน์และอครุ อันเป็นทิพย์ ได้โปรยลงจากท้องฟ้า เสียงอันไพเราะ ลึกซึ้ง จับใจ จากกลองใหญ่ที่ไม่เคลื่อนไหว ดังไปทั่วเวหาขนท้องฟ้าชั้นสูงสุด ผ้าทิพย์จำนวนร้อยพันคู่ ได้ตกลงมาจากท้องฟ้าชั้นสูงสุด มุกดาจำนวนหนึ่งกับครึ่งหนึ่ง (1.1/2) ของผู้ที่นำไป มณีรัตนและมหารัตนของผู้ทีนำไป ได้ห้อยอยู่ในทิศทั้งปวงโดยรอบ ในท้องฟ้านภากาศชั้นสูงสุด เมื่อรูปถึงความเป็นเลิศ นาฬิกาพันหนึ่งซึ่งทำจากรัตนะ ก็ตามไปโดยรอบตามภาวะของตน พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลาย ได้ถือแถวรัตนฉัตรของพระตถาคตแต่ละองค์ บนท้องฟ้านภากาศจนถึงพรหมโลก โดยปริยายนี้ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์เหล่านั้น ได้ถือรัตนฉัตรแก่พระพุทธเจ้าเหล่านั้นจำนวนร้อยพันหมื่นโกฏิ ที่ประมาณมิได้ นับมิได้ บนท้องฟ้านภากาศจนถึงพรหมโลก พระโพธิสัตว์ทั้งหลายต่างพากันยกย่องพระตถาคตเหล่านั้น ด้วยการกล่าวคาถา สดุดีพระพุทธเจ้าตามความเป็นจริง


        ในเวลานั้น พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ไม่เตรยะได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

1      พระธรรมที่พระตถาคตประกาศแล้ว เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง พระธรรมเช่นนี้เราไม่เคยได้ฟังมาก่อน ฉะนั้น การประมาณความยิ่งใหญ่ และอายุของพระผู้นำว่า เป็นเช่นไรนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สิ้นสุด

2      สัตว์หลายพันโกฏิและบุตรของพระผู้นำแห่งโลก เมื่อได้ฟังธรรมอย่างนี้ ในวันนี้ที่พระสุคตจำแนกอยู่เฉพาะหน้า พากันยินดีเบิกบานแล้ว

3      บางพวกได้ตั้งอยู่ในพระโพธิญาณอันประเสริฐโดยไม่หวนกลับ บางพวกได้ตั้งอยู่ในธารณีอันประเสริฐ บางพวกได้ตั้งอยู่ในความงามอันสงบ และในธารณีหลายพันโกฏิ

4      ชนเหล่าอื่น ดุจจำนวนเกษตรแห่งปรมาณู ได้ตั้งอยู่ในพุทธญาณสูงสุด บางพวกเป็นผู้เห็นแจ้ง โดยไม่มีที่สิ้นสุด จักเป็นพระชินเจ้า โดยล่วงไปอีก 8 ชาติเท่านั้น

5      บรรดาผู้ได้ฟังธรรมนี้ของพระผู้นำ จะเป็นผู้มองเห็นประโยชน์สูงสุด บางพวกจะบรรลุพระโพธิญาณ โดยกาลล่วงไปอีก 4 ชาติ บางพวกจะบรรลุพระโพธิญาณโดยกาลล่วงไปอีก3 ชาติ ชนเหล่าอื่น จะบรรลุพระโพธิญาณโดยกาลล่วงไปอีก 2 ชาติ

6      ชนบางพวกดำรงอยู่เพียงชาติเดียวก็จักเข้าถึงพระโพธิญาณ ในระหว่างภพ การได้รับผลเช่นนี้ ย่อมไม่มีความทุกข์ เพราะได้ฟังอายุนี้ของพระผู้นำ

7      สัตว์จำนวนหลายโกฏิ จนประมาณไม่ได้ด้วยการนับ ดุจธุลีที่มีใน (พุทธ) เกษตรทั้ง8 เมื่อได้ฟังธรรมนี้แล้ว จักยังจิตให้เกิดขึ้นในพระโพธิญาณอันประเสริฐ

8      มหาฤษี ผู้ประกาศพุทธโพธิญาณ อันไม่มีที่สุด  ไม่มีขอบเขต ประมาณมิได้ เหมือนอากาศธาตุ ได้กระทำกรรมเช่นนี้ไว้

9      เทวบุตรจำนวนมากหลายพันโกฏิ ท้าวสักกะและพรหม เปรียบได้กับเมล็ดทรายในแม่น้ำคงคา ที่มาประชุมกันจากหลายพัน (พุทธ) เกษตร ได้โปรยฝนดอกมณฑารพลงมา

10     เทวบุตรทั้งหลายเหล่านั้น เมื่อโปรยผงหอมไม้จันทน์และผงไม้หอมอื่นๆ ได้เที่ยวไปในอากาศเหมือนนก แล้วห้อมล้อมพระชินเจ้า ตามพิธีการ


11     บนท้องฟ้า กลองใหญ่สั่นเสียงไพเราะ โดยปราศจากผู้ตี ผ้าทิพย์หลายพันโกฏิได้ลอยหมุนมาตกแก่พระผู้นำทั้งหลาย

12     พันโกฏิมณฑลแห่งธูป ที่มีค่ามาก เพราะประดับด้วยรัตนะ ได้เลื่อนลอยไปโดยรอบตามความพอใจ เพื่อประโยชน์แก่การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้เป็นอธิบดีแห่งโลก

13    พระโพธิสัตว์ผู้เป็นบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมถือรัตนฉัตร อันสูงใหญ่ จำนวนหลายหมื่นโกฏิ ไม่มีที่สิ้นสุดที่ย้อยลงมาจากพรหมโลก

14    บุตรทั้งหลายของพระสุคต ผู้มีจิตร่าเริง ได้ชูธงที่พลิ้วไหวน่าดูยิ่งนัก แก่พระผู้นำแล้วสดุดีด้วยคาถาจำนวนหลายพัน

15    แต่พระผู้นำ ความประหลาดใจ อันน่าอัศจรรย์ และดีเลิศอย่างนี้ ย่อมปรากฏวิจิตรงดงามยิ่งในวันนี้ เพราะการแสดงประมาณพระอายุกาล (ของพระองค์) สัตว์ทั้งปวงเหล่านั้นได้รับความยินดียิ่งแล้ว

16    เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ในวันนี้ ย่อมมีในสิบทิศ เสียงของพระผู้นำย่อมกึกก้องไปไกลสัตว์หลายพันโกฏิ ผู้ประกอบด้วยกุศล ต่างยินดีแล้ว เพื่อพระโพธิญาณ

        ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะพระไมเตรยโพธิสัตว์มหาสัตว์ว่า ดูก่อนอชิตะ เมื่อมีการเทศนาธรรมบรรยายที่แสดงถึงประมาณอายุกาลของพระตถาคตนี้อยู่ สัตว์ทั้งหลาย ย่อมถึงวิมุติ เพราะการยังจิตให้เกิดขึ้นครั้งเดียวได้ ความเป็นผู้มีศรัทธาที่สร้างไว้หรือ กุลบุตรเหล่านั้นมากเพียงใดก็ตามจงฟัง จงทำความดี และจงยกย่องในใจว่า กุลบุตรหรือกุลธิดาทั้งหลาย ควรตระหนักถึงบุญ เราจะกล่าวถึงบุญตราบเท่าที่มีผู้สนใจอยู่  ดูก่อนอชิตะ กุลบุตรหรือกุลธิดา คนใด ปรารถนาอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ พึงประพฤติบารมีทั้ง 5 ตลอด 8 ร้อยพันหมื่นโกฏิกัลป์ คือในทาน บารมี ศีลบารมี ขันติบารมี วิริยบารมี ฌานบารมี ยกเว้นปัญญาบารมี ดูก่อนอชิตะ กุลบุตรหรือกุลธิดาก็ตาม เมื่อได้ฟังธรรมบรรยายนี้ ที่แสดงถึงประมาณอายุกาลของพระตถาคต เข้าถึงวิมุติ เพราะการยังจิตให้เกิดขึ้น เพียงครั้งเดียว หรือมีศรัทธา การสร้างบุญ สร้างกุศล และการประกอบบารมีทั้ง 5 ที่มีในกาลก่อนให้ถึงพร้อมด้วยร้อยพันหมื่นโกฏิกัลป์ย่อมไม่ถึง1/100ของการสะสมบุญนั้น ย่อมไม่ถึง 1/1,000 1/10,000  1/1000,000  1/100,000,000 โกฏิ  1/10,000,000,000 ไม่อาจนับ คาดคะเน คำนวน อุปมาและเปรียบเทียบได้ ดูก่อนอชิตะ กุลบุตรหรือกุลธิดา ผู้ประกอบด้วยการสะสมบุญถึงปานนี้ย่อมเป็นไปเพื่ออนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะเหตุนั้น ใครๆไม่ควรคำนึงถึงสถานะนี้

        ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

17     บุคคลผู้แสวงหาโพธิญาณนี้ ซึ่งเป็นพุทธญาณที่ประเสริฐที่สุด พึงเป็นผู้อยู่ในโลกนี้ เพื่อบำเพ็ญบารมีทั้ง ห้า

18    เขาควรให้ทานบูชาพระพุทธเจ้าและพระสาวกบ่อยๆ ตลอด 8โกฏิพันกัลป์เต็มสมบูรณ์

19     เขาย่อมยังพระปัจเจกพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย จำนวนหลายโกฏิ ให้ยินดีด้วยขาทนียะ โภชนียะ ข้าว น้ำ ผ้า ที่นอน และที่นั่ง

20    เขาพึงสร้างกุฏิ (ที่อาศัย) วิหาร ที่ทำด้วยไม้จันทน์ และอารามอันน่ารื่นรมย์ ที่งดงามด้วยสถานที่เดินจงกรม


21    บุคคลพึงให้ทานชนิดต่างๆ จำนวนมากเช่นนี้ จนถึงโกฏิพันกัลป์ แล้วพึงน้อมจิตไปเพื่อพระโพธิญาณ

22    บุคคลพึงรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ตามที่พระพุทธเจ้าพรรณนาไว้ ไม่ให้ด่างพร้อยตามที่สดุดีไว้ เพื่อเหตุแห่งพุทธญาณ

23    บุคคลพึงเจริญขันติบารมี ตั้งอยู่ในภูมิของผู้ฝึกฝนแล้ว มีความเพียร มีสติ พึงอดทนคำบริภาษเป็นอันมาก

24    สัตว์เหล่าใดมีความยึดมั่น ตั้งอยู่ในอธิมานะ เขาพึงอดทนคำครหาของสัตว์เหล่านั้น เพื่อเหตุแห่งพุทธญาณ

25    เขาเป็นผู้ขวนขวายเป็นนิตย์ มีความเพียร มีความพยายาม มีสติมั่นคง เป็นผู้ไม่มีความกังวลอื่นในใจตลอดโกฏิกัลป์

26    บุคคลผู้อยู่ป่า เดินขึ้นสู่ที่จงกรม เว้นจากความเกียจคร้าน ความง่วงนอน แล้วพึงเที่ยวไปตลอดโกฏิกัลป์

27    แม้เป็นปราชญ์ มหาปราชญ์ พอใจในสมาธิ มีจิตตั้งมั่น ดำรงอยู่ พึงเจริญภาวนาอย่างน้อย 8 พันโกฏิกัลป์

28    เขาเป็นผู้กล้า พึงปรารถนาพระโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยสมาธินั้น เป็นผู้รู้สิ่งทั้งปวงว่า เป็นเรา จงเข้าถึงฌานบารมี

29    ธรรมเหล่าใดที่ได้รับการยกย่องในกาลก่อน ตลอดโกฏิพันกัลป์ บุญข่อมีเพราะปฏิบัติตามการกระทำนี้ของธรรมเหล่านั้น

30    สตรีหรือบุรุษใดก็ตามได้ฟัง (การบรรยาย) อายุกาลของเรา เกิดศรัทธาแม้เพียงครู่หนึ่ง บุญเช่นนี้ย่อมหาที่สุดมิได้


31    ผู้ละความสงสัย สละความคิดในใจ พึงหลุดพ้นได้แม้เพียงครู่หนึ่ง ผลของบุญนั้นย่อมเป็นเช่นนี้

32    พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ผู้ประพฤติ(ธรรม) ตลอดโกฏิกัลป์ เมื่อได้ฟังว่า อายุกาลของเรายาวนานขึ้นไม่สามารถคำนวณได้ ก็ย่อมไม่ประหลาดใจ

33    พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ย่อมน้อมศีรษะลงด้วยหวังว่า ขอให้เราเป็นเช่นกับพระองค์คือ (สามารถ) ยังสัตว์จำนวนหลายโกฏิให้ข้ามถึงฝั่งได้ตลอดเวลา

34    พระศากยมุนี ผู้เป็นนาถะ ผู้เป็นสิงหะแห่งศากยวงศ์ ผู้เป็นมหามุนี เมื่อประทับนั่งที่โพธิมณฑล ได้เปล่งพระสุรสิงหนาทนี้

35    ในอนาคตกาล ขอให้ข้าพเจ้า ผู้เป็นมนุษย์ ที่ทำการสักการะทั้งปวง ได้นั่งที่โพธิมณฑลแล้วแสดงอายุกาลที่เป็นเช่นนี้บ้าง

36    ชนทั้งหลายผู้ถึงพร้อมด้วยอัธยาศัย และทรงสุตะ  ย่อมเข้าใจอรรถกถาแห่งปิฏก พวกเข้าย่อมไม่มีความสงสัยใดๆ

        ยังมีอีก อชิตะ ผู้ใดได้ฟังธรรมบรรยายนี้ ที่แสดงประมาณอายุกาลของพระตถาคตพึงข้ามพ้น แทงตลอดและหยั่งรู้ ผู้นั้นพึงเพิ่มการสะสมบุญ ที่หยั่งลงสู่พุทธญาณ ได้มากจนมิอาจประมาณได้ จากการฟังธรรมบรรยายนี้ จะป่วยกล่าวไปไย ถึงบุคคลผู้ได้ฟังธรรมบรรยายนี้ หรือให้คนอื่นได้ฟัง ท่อง จำ เขียน ให้เขียน หรือพึงรวบรวมเป็นเล่มหนังสือ พึงเคารพ นับถือบูชา หรือสักการะ พึงเพิ่มบุญ สักการะ ให้มากกว่า ที่จะให้หยั่งลงสู่พุทธญาณ ด้วยดอกไม้ธูป ของหอม มาลัย ผงเครื่องลูบไล้ จีวร ฉัตรและธงปฏาก หรือประทีปน้ำมัน ประทีปเที่ยนไข หรือประทีปน้ำมันหอม

        ดูก่อนอชิตะ ในกาลใด กุลบุตรหรือกุลธิดา ได้ฟังธรรมบรรยายนี้ ที่แสดงถึงประมาณอายุกาลของพระตถาคต ย่อมหลุดพ้นได้ตามอัธยาศัย ในกาลนั้น เขาพึงทราบลักษณะของอัธยาศัยดังนี้ เขาจักเห็นเรา ซึ่งอยู่บนภูเขาคิชกูฎ ที่กำลังแสดงอยู่ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยคณะพระโพธิสัตวง์ ติดตามไปด้วยคณะพระโพธิสัตว์ อยู่ท่ามกลางพระสาวก เขาจักเห็นพุทธเกษตรนี้ ของเรา ซึ่งเป็นสหาโลกธาตุ ที่สำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ เป็นทุ่งราบเรียบ ถูกตรึงด้วยสถานที่ทั้ง 8 ซึ่งเหมือนสายใยทองคำ อันวิจิตงดงามด้วยรัตนพฤกษ์ทั้งหลาย เขาจักเห็นพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ผู้ประทับอยู่บนกูฎาคารที่พัก ดูก่อนอชิตะ พึงทราบลักษณะอัธยาศัยของกุลบุตร กุลธิดา ผู้จะหลุดพ้นได้ด้วยอัธยาศัยอย่างนี้

        ยังมีอีก อชิตะ เราจะกล่าวกับกุลบุตรทั้งหลายเหล่านั้น ผู้หลุดพ้นแล้วตามอัธยาศัยเมื่อเขาได้ฟังธรรมบรรยายนี้ของพระตาถคตที่นิพพานแล้ว จักไม่ปฏิเสธและจักอนุโมทนายิ่งขึ้น จะป่วยกล่าวไปใย ถึงผู้ที่จดจำ และท่องจำอีกเล่า ผู้ใดได้รวบรวมธรรมบรรยายนี้ เข้าเป็นเล่มหนัง แล้วแบกไว้ ผู้นั้นได้ชื่อว่า ได้แบกพระตถาคตไว้เช่นกัน ดูก่อนอชิตะ กุลบุตรหรือกุลธิดานั้น ไม่พึงสร้างสถูป ไม่พึงสร้างวิหาร ถวายเรา ไม่ถวายการปฏิบัติด้วยคิลานเภสัชแก่ภิกษุสงฆ์ เพราะเหตุไร ดูก่อนอชิตะ เพราะเหตุว่า กุลบุตรและกุลธิดานั้น ได้ทำการบูชาสรีรธาตุของเรา และได้สร้างสถูปที่ประดับด้วยสัปตรัตนะ สูงถึงพรหมโลก มีส่วนอื่นคือฐาน ตามความเหมาะสม มีที่รองรับฉัตร มีธง เป็นที่น่ายินดีด้วยการลั่นของระฆัง ความทำสักการะต่างๆ แก่สถูปที่บรรจุสรีรธาตุ เหล่านั้น ด้วยดอกไม้ ธูป ของหอม มาลัย ผงเครื่องลูบไล้ จีวร ฉัตร ธงปฏาก และธงริ้วทั้งหลาย

ที่เป็นของทิพย์ (เทพ) และของมนุษย์ชนิดต่างๆและควรทำสักการะสิ้นร้อยพันโกฏิกัลป์ มากจนประมาณมิได้ด้วย ด้วยเสียงที่ดังกึกก้องของบกรับ(ตาล) ดนตรี(วาทยะ) อันน่ากลัว (ภีรุ) ของกลองเล็กใหญ่ อันเป็นกลองสงครามที่รุนแรง เป็นเหตุให้ใจอ่อนไหวไปต่างๆ และด้วยกลุ่มนักร้อง นักรำ รวมทั้งนักระบำชนิดต่างๆ จำนวนมากจนมิอาจนับได้ ดูก่อนอชิตะ เมื่อเรานิพพานแล้ว บุคคลผู้ท่องจำ เขียน และเผยแผ่ธรรมบรรยายนี้ ชื่อว่า ได้สร้างวิหารอันกว้างใหญ่ไพศาลทีเดียว เขาได้สร้างปราสาท (วิหาร) 32 หลังทำด้วยไม้จันทน์แดง สูง 8 ชั้น ให้เป็นที่อาศัยของภิกษุ 1000 รูป ปราสาทเหล่านั้น งดงามด้วยดอกไม้ในสวน สมบูรณ์ด้วยป่าเป็นที่เดินจงกรม ประกอบด้วยที่นอนและที่นั่ง สมบูรณ์ด้วยการปรุงขาทนียะโภชนียะ ข้าวน้ำและคิลานเภสัช ประดับด้วยเครื่องหอมเพื่อความสุขของทุกคน

สัตว์เหล่านั้น มีจำนวนมาก จนประมาณมิได้ว่า เป็นร้อย เป็นพัน เป็นแสน เป็นโกฏิ เป็นร้อยโกฏิ เป็นพันโกฏิ เป็นแสนโกฏิ หรือเป็นร้อยพันหมื่นโกฏิ เขาเหล่านั้น ได้พยายามต่อหน้าสาวกของเรา และเราก็รู้ว่า เขาเป็นผู้ดื่มด่ำ(ในธรรม) แล้ว เมื่อพระตถาคตนิพพานแล้ว ผู้ใดทรงจำ ท่อง แสดง เขียน หรือให้เขียน ซึ่งธรรมบรรยายนี้ ดูก่อนอชิตะ โดยปริยายนี้ เราจึงกล่าวกับผู้นั้นว่า เมื่อเรานิพพานแล้ว บุคคลนั้นไม่ควรสร้างสถูปบรรจุพระธาตุ ไม่ควรทำสังฆบูชา ดูก่อนอชิตะ จะป่วยกล่าวไปไยถึงบุคคล ผู้ทรงจำธรรมบรรยายนี้ ที่ถึงพร้อมด้วยทาน ศีล ขันติ วิริยะ ฌาน หรือถึงพร้อมด้วยปัญญา กุลบุตรหรือกุลธิดานั้น พึงสะสมบุญที่เป็นไปเพื่อพระโพธิญาณได้มากจนประมาณมิได้ นับมิได้ และไม่มีที่สิ้นสุด ดูก่อนอชิตะ เช่นเดียวกับอากาศธาตุ อันไม่มีขอบเขตที่สิ้นสุด ในทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง และทิศใหญ่ทั้งหลาย กุลบุตรหรือกุลธิดาใด พึงทรงจำ ท่อง แสดง เขียน หรือให้เขียน ซึ่งธรรมบรรยายนี้ กุลบุตรหรือกุลธิดานั้น พึงเพิ่มการสะสมบุญ ที่ประมาณมิได้ นับไม่ได้ อย่างนี้ที่เป็นไปเพื่อพระโพธิญาณ

        เขาได้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การสักการะเจดีย์ของพระตถาคตแล้ว พึงกล่าวยกย่องสาวกของพระตถาคต พึงเผยแพร่คุณธรรมจำนวนร้อยพันหมื่นโกฏิ ของพระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลาย และพึงประกาศแก่ผู้อื่น พึงถึงพร้อมด้วยขันติ  ศีล มีกัลยาณธรรม มีความสามัคคี มีความอดทน มีทมะ และเป็นผู้ไม่โกรธเคือง ไม่อาฆาต มีใจมั่นคง ไม่มีจิตคิดพยาบาท มีสติ มีพละ มีวิริยะ มีความหมั่นเพียร เป็นผู้มีสมาธิด้วยความปรารถนาพุทธธรรม เป็นผู้มุ่งไปในทางวิเวก เป็นผู้มากไปด้วยความวิเวก เป็นผู้ฉลาดในการแก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาได้จำนวนร้อยพันหมื่นโกฏิ เมื่อพระตถาคตนิพพานแล้วคุณประโยชน์ทั้งหลายเห็นปานนี้ ที่เราได้แยกแยะไว้ พึงมีแก่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ ผู้ทรงจำธรรมบรรยายนี้ ดูก่อนอชิตะ กุลบุตรหรือกุลธิดาผู้นั้น พึงทราบอย่างนี้ว่า กุลบุตรหรือกุลธิดาผู้นี้ ผู้ยืนอยู่ที่บริเวณต้นโพธิ์ ย่อมไปสู่โคนต้นโพธิ์ เพื่อตรัสรู้พระโพธิญาณ ดูก่อนอชิตะ กุลบุตรหรือกุลธิดา ผู้นั้น พึงยืน นั่ง หรือเดินจงกรมในที่ใด ดูก่อนอชิตะ ในที่นั้น ความสร้างเจดีย์เพื่ออุทิศพระตถาคต ชาวโลกและเทวดาพึงกล่าวถึงเจดีย์ นั้นว่า นี้คือสถูป (บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ) ของพระตถาคต


        เวลานั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

37     กองบุญที่ไม่มีขอบเขต ที่เราพรรณนาไว้ครั้งแล้ว ครั้งเล่านั้น จักมีแก่บุคคลผู้ทรงจำพระสูตรนี้ เมื่อพระผู้นำแห่งนรชนนิพพานแล้ว

38    เขาได้ทำการบูชาและสร้างสถูปบรรจุพระธาตุของเรา ที่สำเร็จด้วยรัตนะอันวิจิตรงดงามน่าทัศนายิ่ง

39    สูงเสมอพรหมโลก ประดับด้วยธงแถวทั้งหลาย มีความกว้างเป็นที่สุด มีความงามประดับด้วยธงริ้วทั้งหลาย

40    ระฆังที่เหมาะสม งดงามด้วยแถบผ้าแพร เมื่อถูกลมพัดจะมีเสียงดังกังวาล ย่อมงดงามเหมือนระฆังที่พระธาตุของพระชินเจ้า ฉะนั้น

41    เขาได้ทำการบูชาที่ยิ่งใหญ่แก่พระธาตุ ด้วยดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ดนตรี ผ้าและกลองบ่อยๆ

42    เขาได้ถวายการละเล่นด้วยตนตรี การขับร้องอันไพเราะ การจุดประทีปด้วยน้ำมันหอม โดยรอบที่พระธาตุเหล่านั้น

43    เมื่อถึงยุคเสื่อม บุคคลใดได้ทรงจำและแสดงพระสูตรนี้ บุคคลนั้น ชื่อว่า ได้กระทำการบูชาเช่นนี้มากมายแก่เรา

44    เขาได้สร้างวิหารอันดีเลิศ จำนวนหลายโกฏิ ปราสาท 32 หลัง สูง 8 ชั้น

45    มีห้องจำนวน 1,000 ประกอบด้วยที่นอน ที่นั่ง สมบูรณ์ด้วยขาทนียะ และโภชนียะ ที่จัดเป็นห้องหนึ่ง เพื่อนำไปสู่ห้องรวม


46    เขาได้ถวายอาราม ทางเดินจงกรม ที่งดงามไปด้วยสวนดอกไม้ และนาข้าวจำนวนมาก ที่วิจิตรไปด้วยรวงข้าวจำนวนมาก

47    บุคคลใดพึงทรงจำพระสูตรนี้ เมื่อพระผู้นำได้นิพพานไปแล้ว บุคคลนั้นชื่อว่า ได้กระทำการบูชาต่างๆแก่พระสงฆ์ต่อหน้าเรา

48    บุคคลที่ท่องและเขียนพระสูตรนี้ ย่อมได้บุญมากกว่า ผู้มีวิมุติเป็นแก่นสาร

49    บุคคลบางคนพึงให้คัดลอกศัพทศาสตร์ ไว้ในหนังสือ แล้วพึงบูชาหนังสือนั้น ด้วยของหอม มาลัย และเครื่องลูบไล้ทั้งหลาย

50    บุคคลพึงถวายประทีป ที่เต็มด้วยน้ำหอม ดอกบัวตามธรรมชาติที่บานแล้วและช่อดอกจำปา

51    บุคคลที่ได้ทำการบูชาเช่นนี้ ต่อหนังสือทั้งหลาย บุญจำนวนมากย่อมเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถประมาณได้

52    อากาศธาตุในทิศทั้ง 10 มิสามารถประมาณได้ ฉันใด กองบุญที่เป็นเช่นนี้ ก็ไม่สามารถประเมินผลได้ ฉันนั้น

53    จะป่วยกล่าวไปไยถึงบุคคลผู้มีขันติ ทมะ สมาธิ ศีล การศึกษา และเจริญภาวนา

54    ผู้ไม่โกรธ ไม่โหดร้าย ตั้งอยู่ในความเคารพ อ่อนน้อมต่อภิกษุเป็นนิตย์ ไม่เย่อหยิ่ง ไม่หงอยเหงา

55    เป็นผู้มีความรู้ เป็นนักปราชญ์ เมื่อถูกถามปัญหาก็ไม่โกรธ เป็นผู้มีความเมตตา กรุณา ต่อสัตว์ทั้งหลาย ย่อมชี้แจงตามลำดับขั้นตอน


56    บุคคลใดพึงรักษาพระสูตรนี้ไว้ ก็ไม่สามารถประมาณกองบุญของบุคคลเช่นนี้ได้

57    ถ้าบุคคลได้พบเห็นบุคคลเช่นนี้ ซึ่งเป็นผู้สอนธรรม ทรงจำพระสูตรนี้ไว้ พึงทำความเคารพต่อบุคคลนั้น

58    บุคคลพึงบูชาด้วยดอกไม้ทิพย์ พึงถวายด้วยผ้าทิพย์ พึงน้อมศีรษะลงให้ความเคารพบาททั้งสองของเขา เพราะผู้นี้คือพระตถาคต ที่จะยังพระโพธิญาณให้เกิดขึ้น

59    เมื่อพบบุคคลเช่นนี้ จงคิดว่า ในกาลนั้น บุคคลผู้นี้กำลังเดินไปสู่โคนต้นไม้ จักตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อันเป็นบรมสุข เพื่อประโยชน์เกื้อกูลต่อมนุษย์และเทวดา


60    พระมุนีผู้เป็นเช่นนี้ ผู้เป็นนักปราชญ์ จะเดิน ยืน นั่ง หรือนอน ในที่ใดก็ตาม จะกล่าวคาถาจากพระสูตรหนึ่ง

61    ในที่นั้น บุคคลพึงสร้างสถูปอันงดงาม และน่าทัศนา ของพระผู้ประเสริฐกว่ามนุษย์ เพื่ออุทิศพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระผู้นำและควรทำการบูชาอันวิจิตต่างๆ

62    แผ่นดินและประเทศนั้น เราเคยอาศัยมาแล้ว ที่นั่นเราเคยเดินมาแล้ว กุลบุตรนั้นสถิตอยู่ในที่ใด ที่นั้นเราก็เคยเข้าไปแล้ว

บทที่ 16 ปุณยบรรยายปริวรรต ว่าด้วยบุญบรรยาย
ในธรรมบรรยาย สัทธรรมปุณฑริกสูตร อันประเสริฐ
มีเพียงเท่านี้



http://www.mahayana.in.th/tmayana/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81/สัทธรรมปุณทรีกะบท14-15-16.htm

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น: พระสูตร ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ ตรวจสอบ นายชะเอม แก้วคล้าย แปล  
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.647 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 04 มิถุนายน 2567 11:06:09