[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
29 เมษายน 2567 19:31:11 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงพ่อวงษ์ วังสปาโล วัดปริวาสราชสงคราม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ  (อ่าน 535 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ใบบุญ
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2327


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 30 มิถุนายน 2563 12:47:56 »




หลวงพ่อวงษ์ วังสปาโล
วัดปริวาสราชสงคราม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 

พระครูขันตยาภิราม หรือ หลวงพ่อวงษ์ วังสปาโล วัดปริวาสราชสงคราม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ พระเกจิทรงวิทยาคุณเข้มขลัง โด่งดังในเรื่องการปลุกเสกเครื่องรางเสือบรรดาลูกศิษย์ร่ำลือกันว่า "เวลาหลวงพ่อ ปลุกเสกเสือนั้น ท่านเสกจนเสือกระโดดได้"

เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย.2445 ที่บ้าน เลขที่ 193 ต.บางโพงพาง อ.บ้านทวาย (ยานนาวา) กรุงเทพฯ บิดา-มารดา ชื่อ นายเลียบและนางจั่น เจริญกุล

ช่วงวัยเยาว์ บิดาพาไปฝากเรียนหนังสือกับพระที่วัดปริวาส สอบไล่ได้เทียบชั้นระดับประถมศึกษา 4 (สูงสุดในสมัยนั้น) พออายุได้ 21 ปี ก็ถูกเกณฑ์เป็นทหารเรือที่กรมสรรพาวุธ บางนา และเมื่อปลดประจำการ อายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดปริวาส เมื่อวันพุธที่ 17 มิ.ย.2468 โดยมี พระครูวินยานุบูรณาจารย์ (หลวงพ่อเชย) วัดโปรดเกศเชษฐาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดไม้ วัดปริวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอธิการน้อย วัดด่าน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า วังสปาโล

จากนั้น เดินทางไปศึกษาที่สำนักเรียน วัดทองธรรมชาติ วัดจักรวรรดิราชาวาส (สามปลื้ม) วัดมหาธาตุ สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี และเรียนภาษาบาลีแบบมูลกัจจายน์ ขอมบาลีและขอมไทยจนชำนาญ แต่ไม่ได้เข้าสอบเพิ่ม

เนื่องจากพระปลัดไม้ มรณภาพในปี พ.ศ.2471 ทำให้ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเป็นพระอุปัชฌาย์ในเวลาต่อมา

ได้รับการถ่ายทอดวิชาปรุงยาสมุนไพร รวมทั้งการจับยามสามตาจากพระปลัดไม้ ซึ่งมีผู้ป่วยและลูกศิษย์มารับการรักษาอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังเรียนรู้วิชาการเล่นแร่แปรธาตุ การต้มปรอท การรักษาโรค การเขียนผงลบผง โดยเฉพาะผงนะปถมัง และผงอิทธิเจ การอาบน้ำมนต์ และ การวิปัสสนากัมมัฏฐานจากปู่เนียน สังข์เนตร ฆราวาสแห่งอาศรมบางวัว และศึกษาการวิปัสสนากัมมัฏฐานจากหลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก ในปี พ.ศ.2478 ซึ่งพระบวชใหม่ในแถบบางโพงพางช่วงนั้น ถ้าจะออกธุดงค์ต้องมาขึ้นกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อพุ่ม ก่อนออกเดินธุดงค์ทุกครั้ง

กล่าวสำหรับ วัดปริวาสราชสงคราม เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ดังมีหลักฐานยืนยันเป็นแผ่นทองคำจารึกไว้ กล่าวคือ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อวงษ์ บูรณปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์หน้าอุโบสถ โดยมีพระอาจารย์สมชาย ฉันสโร เป็นผู้ช่วย และจากการในครั้งนี้ได้พบแผ่นทองคำจารึกนามผู้สร้างเจดีย์ ช่วงส่วนบนของ "คอระฆัง" พระเจดีย์จารึกระบุว่า ยายเมืองเป็นผู้สร้างเจดีย์ไว้เมื่อปี พ.ศ.2421 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แม้จะไม่ใช่วัดหลวง แต่วัดปริวาสราชสงคราม จัดเป็นวัดใหญ่ที่ประกอบด้วย อุโบสถ วิหาร และพระมหาเจดีย์ เขตแนวกุฏิสงฆ์อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา การจราจรสะดวก ด้วยในสมัยก่อนนั้น มักใช้แม่น้ำลำคลองในการสัญจร แต่ปัจจุบันใช้ถนนพระราม 3 เป็นเส้นหลักในการสัญจร

เจ้าอาวาสที่ปกครองวัด ตามที่มีผู้สืบค้นไว้มีอยู่ 9 รูป ได้แก่ หลวงปู่ม่วง หลวงปู่สุข พระอธิการเฮ้า พระอธิการเปลี่ยน พระอธิการโคก พระปลัดไม้ พระครูขันติยาภิราม (พระอุปัชฌาย์วงษ์) พระครูใบฎีกาเจียม สุขิโต พระครูพิศาลพัฒนพิธาน

เป็นผู้ที่ทำให้วัดปริวาส เป็นที่รู้จักแก่ประชาชน และลูกศิษย์ลูกหาอย่างกว้างขวางอันเนื่องมาจากเสือโลหะที่ท่านได้สร้างไว้ นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระนักพัฒนาที่เก่ง อีกด้วย หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาส ท่านดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ อุโบสถใหม่ สร้างศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ รวมทั้งเสนาสนะอื่นๆ อีกหลายแห่ง

มีความเคารพเลื่อมใสในหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน จึงสร้างเสือตามแบบฉบับของหลวงพ่อปาน แต่สร้างเป็นเสือเนื้อโลหะ สร้างเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2501

กระทั่งจัดสร้างเสือรุ่น 6 เมื่อปี พ.ศ.2519 จำนวน 37,400 องค์การสร้างและปลุกเสกเสือนั้น จะนั่งปลุกเสกเสือ บรรดาศิษย์ที่ศรัทธาในยุคนั้นเห็นปลุกเสกเสือจนเสือ กระโดดได้ จึงศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างมาก

"ตอนกูปลุกเสกเสือรุ่น 1 นั้น กูเพิ่งจบชั้นประถม แต่เสือรุ่น 6 นั้น กูจบปริญญาแล้ว พวกมึงว่ารุ่นไหนจะดีกว่ากัน" เป็นคำกล่าวปรารภของหลวงพ่อวงษ์ แก่บรรดาคณะศิษย์

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2523 สิริอายุ 78 ปี พรรษา 55
ข่าวสดออนไลน์

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
เยี่ยม ! กรุงเทพฯ คว้าเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก
สุขใจ ไปเที่ยว
sometime 1 3149 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2553 19:23:50
โดย หมีงงในพงหญ้า
นักวิชาการระบุ กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงราบคาบจากแผ่นดินไหวเหมือน “เม็กซิโกซิตี”
รู้ เพื่อ รอด (การเตรียมการ)
Compatable 1 3261 กระทู้ล่าสุด 20 เมษายน 2555 22:00:48
โดย Compatable
กาลเสด็จมาแห่งพระแก้วมรกฎ (ตำนานพระแก้วมรกต วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ)
เกร็ดศาสนา
Kimleng 1 6351 กระทู้ล่าสุด 01 พฤศจิกายน 2555 16:17:43
โดย Kimleng
สวนลุมพินี กรุงเทพฯ : ความเป็นมาของการก่อสร้าง
สุขใจ ไปเที่ยว
Kimleng 0 1164 กระทู้ล่าสุด 24 มกราคม 2562 16:22:20
โดย Kimleng
สมเด็จพระสังฆราช (ศุข) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 472 กระทู้ล่าสุด 22 ธันวาคม 2562 19:15:47
โดย ใบบุญ
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.235 วินาที กับ 34 คำสั่ง

Google visited last this page 26 เมษายน 2567 11:24:20