[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
22 ตุลาคม 2563 01:20:28 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มหาชาติคำหลวง  (อ่าน 453 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 29 สิงหาคม 2563 16:43:30 »




มหาชาติคำหลวง

มหาชาติคำหลวง ก็คือเรื่องเวสสันดรชาดก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตแปลแต่งที่เมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ.๒๐๒๕ ดังปรากฏหลักฐานใน พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ว่า "ศักราช ๘๔๔ ขานศก ท่านให้เล่นการมหรสพ ๑๕ วัน ฉลองพระศรีรัตนมหาธาตุ แล้วจึงพระราชนิพนธ์พระมหาชาติคำหลวงจบบริบูรณ์ " แต่ละกัณฑ์ กวีจะแต่งด้วยฉันทลักษณ์ที่ต่างกัน เช่น ร่ายโบราณ ฉันท์ โคลง เป็นต้น และการแต่งเรียกว่าแปลยกศัพท์ กล่าวคือขึ้นต้นวรรคด้วยภาษาบาลีแล้วแปลเป็นภาษาไทยสลับกันไปทุกวรรค เมื่อแต่งเสร็จแล้วก็โปรดให้นำมา อ่านตรวจทานแก้ไขและคิดทำนองสวดอย่างวิจิตรพิสดาร มหาชาติคำหลวงนี้ไม่ใช่สำหรับพระเทศน์แต่ให้เจ้าหน้าที่ กรมธรรมการ คือ ขุนทินบรรณาการและขุนธารกำนัล พร้อมกับผู้ช่วยอีก ๒ คนใช้สวดถวายให้พระมหากษัตริย์ทรงฟังทุกวันพระในระหว่างเข้าพรรษาในวิหารหลวงวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทำนองสวดของแต่ละกัณฑ์ มีเม็ดพรายในการสวดก็แตกต่างกันไปทั้งหลบเสียง เอื้อนเสียง หลังจากเสียกรุงฯ เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ ต้นฉบับ มหาชาติคำหลวงหายไป ๖ กัณฑ์ คือ หิมพานต์ ทานกัณฑ์ จุลพน มัทรี สักกบรรพ และฉกษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมกวีร่วมกัน แต่งซ่อมกัณฑ์ที่ยังขาดให้ครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์

ธรรมเนียมการสวดมหาชาติคำหลวงยังคงสืบมาจนถึงปัจจุบันทุกวันพระในระหว่างเข้าพรรษาแต่เหลือสวด เพียงกัณฑ์มหาพนเท่านั้น ข้าราชการกรมการศาสนาจะแต่งชุดขาวตั้งเตียงสวดต่อท้ายอาสน์สงฆ์ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีกระบะบูชาปักธูปเทียน สมุดที่ใช้บันทึกมหาชาติคำหลวงเป็นสมุดไทยดำเขียนตัวหนังสือ ด้วยหรดาลและมีเครื่องหมายบอกทำนองสวดกำกับไปทุกวรรค


คำนำ

มหาชาติคำหลวง เป็นหนังสือคำหลวงเล่มแรกที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯ ให้กวีนักปราชญ์ราชบัณฑิตหลายคนช่วยกันแต่งแปลคาถาภาษาบาลีเป็นคำประพันธ์ไทยหลายอย่างมีทั้งโคลง ร่าย กาพย์ และฉันท์ นอกจากจะมีสำนวนโวหารและถ้อยคำไพเราะเต็มไปด้วยรสวรรณคดีเช่นความโศก ความงามตามธรรมชาติ เป็นต้นแล้ว ยังให้ความรู้ด้านภาษาเกี่ยวกับคำโบราณ คำแผลง และคำเขมร อีกด้วย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงนิพนธ์ อธิบายไว้ในฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๔๖๐ ว่า

“หนังสือเรื่องมหาชาติคำหลวงนี้ กรรมการหอพระสมุดฯ มีปรารถนาจะใคร่พิมพ์มาช้านาน ถึงผู้ที่เป็นนักเรียนชั้นสูงก็อยากได้ พากันมาถามกรรมการหอพระสมุดฯ อยู่ไม่ขาด ว่าเมื่อไรจะพิมพ์หนังสือมหาชาติคำหลวง ที่ยังพิมพ์ไม่ได้ เพราะยังหาฉบับไม่ได้ครบ ๑๓ กัณฑ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ ได้ทรงพยายามรวบรวมฉบับมหาชาติคำหลวง ด้วยมีพระประสงค์จะให้หนังสือเรื่องนี้ได้ขึ้นสู่พิมพ์ ทรงพยายามรวบรวมอยู่กว่า ๑๐ ปี ที่สุดได้ฉบับกัณฑ์อื่นๆ หมด ยังขาดแต่สักรบรรพกัณฑ์เดียว จึงต้องรอมาจนตลอดพระชนมายุของกรมพระสมมตอมรพันธุ์ เมื่อจัดตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร หาหนังสือมหาชาติคำหลวงได้อีกหลายฉบับ บางกัณฑ์มีถึง ๒ ความ ๓ ความ ต่างกัน แต่กัณฑ์สักรบรรพยังหาไม่ได้ จนหม่อมเจ้าปิยภักดีนารถ กรรมการหอพระสมุดฯ ไปเสาะหาฉบับกัณฑ์สักรบรรพมาให้หอพระสมุดฯ ได้เมื่อปีมะโรง พ.ศ.๒๔๕๙ นี้ จึงเป็นโอกาสที่จะพิมพ์หนังสือมหาชาติคำหลวงได้บริบูรณ์

หนังสือมหาชาติมีหลายอย่างหลายสำนวนด้วยกัน อย่างอื่นเช่น กาพย์มหาชาติ มหาชาติกลอนเทศน์ หอพระสมุดฯ ได้ให้พิมพ์บ้างแล้ว ข้าพเจ้าเคยได้แสดงเรื่องตำนานและประวัติของหนังสือมหาชาติไว้ที่อื่นหลายแห่ง เห็นควรจะรวมเรื่องตำนานมหาชาติมากล่าวไว้ในคำนำมหาชาติคำหลวงนี้ด้วย ด้วยหนังสือมหาชาติคำหลวงนี้ นับว่าเป็นหลักหนังสือมหาชาติอย่างอื่น จะว่าด้วยตำนานเทศน์มหาชาติก่อน


ตำนานเทศน์มหาชาติ

พุทธศาสนิกชนในสยามประเทศนี้ ตลอดจนประเทศที่ใกล้เคียงนับถือกันมาแต่โบราณว่า เรื่องมหาเวสสันดรชาดกสำคัญกว่าชาดกเรื่องอื่นๆ ด้วยปรากฏบารมีของพระโพธิสัตว์บริบูรณ์ ในเรื่องมหาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐ อย่าง จึงเรียกกันว่า มหาชาติ แลถือว่าถ้าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติแล้ว ก็ได้ผลานิสงส์มาก จึงเกิดเป็นประเพณีมีการประชุมกันฟังเทศน์มหาชาติทุกๆ ปี ทำเป็นการพิธีอย่างหนึ่ง ด้วยหนังสือมหาเวสสันดรชาดก แม้ตัวคาถาที่แต่งในภาษามคธยาวถึง ๑๓ กัณฑ์ ต้องเทศน์หลายชั่วโมงจึงจบ ถือกันว่าต้องฟังให้จบในวันเดียวจึงจะมีอานิสงส์กล้า ถ้าได้ทำพิธีเทศน์มหาชาติสำเร็จนิยมกันว่าเป็นสิริมงคล นํ้าที่ตั้งไว้ในมณฑลก็เป็นน้ำมนต์ อาจจะบำบัดเสนียดจัญไรได้ ประเพณีอันนี้เห็นจะมีมาในเมืองไทย ตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระร่วงครองพระนครสุโขทัยเป็นปฐม แล้วมีต่อติดมาจนตราบเท่าทุกวันนี้


ตำนานหนังสือมหาชาติ

หนังสือมหาชาติเดิมแต่งในภาษามคธ ใครแต่งหาปรากฏไม่ น่าจะได้แปลเป็นภาษาไทยตั้งแต่ครั้งพระนครสุโขทัย แต่หากฉบับสูญไปเสีย หนังสือมหาชาติแปลเป็นภาษาไทยเก่าที่สุดที่มีอยู่ในเวลานี้ คือมหาชาติคำหลวงที่พิมพ์ในเล่มนี้ มีจดหมายเหตุปรากฏว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีรับสั่งให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตในกรุงศรีอยุธยาแปลแต่เมื่อปีขาล จุลศักราช ๘๔๔ พ.ศ.๒๐๒๕ คือว่า ตั้งแต่แต่งนับได้ ๔๓๕ ปี มาจนบัดนี้ (พ.ศ. ๒๔๖๐) เรียกชื่อว่ามหาชาติคำหลวง เข้าใจว่าหมายความในครั้งนั้น อย่างเราเรียกกันในชั้นหลังว่าพระราชนิพนธ์มหาชาติ วิธีแต่งเอาภาษามคธเดิมตั้งบาท ๑ แปลแต่งเป็นกาพย์ภาษาไทยวรรค ๑ สลับกันไป บางแห่งภาษาไทยแต่งเป็นฉันท์บ้างเป็นโคลงบ้าง ตามความถนัดของนักปราชญ์ผู้แต่งคงจะเป็นการแต่งประกวดกันให้ไพเราะแลให้ความใกล้กับภาษามคธเดิมอย่างที่สุดที่จะเป็นได้ทั้ง ๑๓ กัณฑ์ จึงเป็นหนังสือซึ่งนับถือว่าแต่งดีอย่างเอกมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า แม้หนังสือจินดามณี ซึ่งพระโหราแต่งเป็นแบบเรียน แต่ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ยกเอากลอนในหนังสือมหาชาติคำหลวงนี้มาเป็นตัวอย่างในตำราเรียนเช่นว่า


              ครั้นเช้าก็หิ้วเช้า        ชายป่าเต้าไปตามชาย
              ลูกไม้บทันงายจำงายราชอดยืน
              เป็นใดจึงมาคํ่าอยู่จรหลํ่าต่อกลางคืน
              เห็นกูนี้โหดหืนมาดูแคลนนี้เพื่อใด

กลอนนี้ยกมาจากกัณฑ์มัทรีคำหลวง

หนังสือมหาชาติคำหลวง ไม่ได้แต่งสำหรับพระเทศน์ แต่งสำหรับนักสวด สวดให้อุบาสกอุบาสิกาฟังเวลาไปอยู่บำเพ็ญการกุศลที่ในวัด ประเพณีอันนี้ยังมีมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ เวลานักขัตฤกษ์ เช่น เข้าพรรษา ยังเป็นหน้าที่ขุนทินบรรณาการ ขุนธารกำนัน กับผู้ช่วยอีก ๒ คน ขึ้นนั่งเตียงสวดในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สวดมหาชาติคำหลวงโดยทำนองอย่างเก่าถวายเวลาเสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศล

หนังสือมหาชาติคำหลวง ที่แต่งครั้งแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ฉบับจะหายเสียเมื่อครั้งกรุงเก่าแลจะได้แต่งขึ้นแทนในชั้นกรุงเก่ากี่กัณฑ์ ข้อนี้ทราบไม่ได้ มีจดหมายเหตุปรากฏแต่ว่า เมื่อกรุงเก่าเสียแก่พม่าข้าศึกนั้น ต้นฉบับหนังสือมหาชาติคำหลวงสูญหายเสีย ๖ กัณฑ์ คือ กัณฑ์หิมพานต์ ๑ ทานกัณฑ์ ๑ จุลพน ๑ มัทรี ๑ สักรบรรพ ๑ ฉกษัตริย์ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตในกรุงรัตนโกสินทร์แต่งกัณฑ์ที่ขาดขึ้นใหม่ เมื่อปีจอ จุลศักราช ๑๑๗๖ พ.ศ.๒๓๕๘ จึงมีฉบับบริบูรณ์มาจนทุกวันนี


Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 สิงหาคม 2563 16:45:39 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2563 16:53:36 »



 
สมเด็จท้าวอมริืนทร์เห็นว่าได้เวลาที่พระนางผุสสดี พระมเหสีจะจุติลงไปเกิดในมนุษย์โลก จึงพาพระนางไปยังสวนนันทวันเพื่อให้รื่นเริง
ไม่ระลึกถึงอะไรพอได้โอกาสก็ตรัสว่า เจ้าจะลงไปเกิดในมนุษย์โลกแล้ว เราจะให้พร ๑๐ ประการ จงรับเอาพร ๑๐ ประการเถิด
ภาพชาดกเรื่องพระเจ้าสิบชาติ จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

กัณฑ์ทศพร
๑.ปัณฑุกัมพลสิลาอาสน์ ที่ประทับของท้าวสักกเทวราชอยู่ภายใต้ต้นปาริฉัตรในดาวดึงสเทวโลก.
๒.ท้าวสักกเทวราช ทรงทราบความที่นางผุสดีเทพกัญญา จะจุติจากดาวดึงสพิภพ ลงไปเกิดในมนุษยโลก จึงให้พระนางทรงเลือกพระพรสิบประการได้ตามความปรารถนา
๓.พระนางผุสดีเทพกัญญาทูลขอพรสิบประการ ดังมีแจ้งในกัณฑ์ทศพร.


๏ อมฺหากํ ภควา .พุทฺธตาธิคมนสมเย จตุนหุตาธิกา ทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา อยํ มหาปฐวี อยทณฺฑปหตกํสตาลา วิย วิราวสตํ วิราวสหสฺสํ วิราวสตสหสฺสํ วิมุญฺจมานา รวติ วิรวติ จลติ วิจลติ นทติ วินทติ กมฺปติ สงฺกมฺปติ วิวิธปฺปการา อรปญฺจมลกรติมิติมิงฺคลวิจริตตรงฺคปจณฺฑตรภุชคปติ นิวาสนฏฺฐานสมฺภูตา ปรปฏาลวาตวาลสมุตุงฺคตรงฺคสงฺกิณฺณวิวิธวีจิสฺส สมุหา มหาสาคโร สงฺขุพฺภึสุ สตฺตรตนสมุชฺชลิตมณิปภาภาสิโต สห อจฺฉริยภูตเทววิมานํ วิวิธวิจิตฺรปุปฺผผลวรตา ลลิตลลมฺพิวิกสิตกุสุมสญฺตมานปุถุลสลิลตรุวรตร ชลธรทิพฺพยาน วิราชิตา สุเสทิตตลุนปลฺลวาโกมลวิลสิตเวตฺตงฺกุโร วิย สิเนรุปพฺพตราชา โอนมึสุ จมฺปกํ สรลํ นีปํ นาคปุนฺนาคเกตกํ ทิโสทิสํ โอกิรึสุ นเภ ตตฺถ คตา มรุกสฺส พมปพมุปฺปภมรมธุกรคโล ฯ

ผุสฺสตี วรวณฺณาเภติ อิทํ สตฺถา กปิลวตฺถุํ อุปนิสฺสาย นิโครธาราเม วิหรนฺโต โปกฺขรวสฺสํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

สตฺถา อันว่าพระสรรเพ็ชญ์พุทธอยู่เกล้า อุปนิสฺสาย เจ้ากูธเสด็จอาศรัย กปิลวตฺถุํ แก่พิชัยกบิลพิศดุ์ บุรีรัตนพิศาล วิหรนฺโต ธเสด็จสิงสำราญสำริทธิ์ นิโครธาราเม ในพิจิตรนิโครธาราม อารพฺภ พระผู้ผจญเบญจกามพิษัย ตั้งหฤทัย เสด็จเฉพาะ โปกฺขรวสฺสํ อนุเคราะห์แก่โบษขรพรรษธารา อิทํ ธมฺมเทสนํ ยงงพระธรรมเทศนามาธูร คาถาสหสฺสปฏิมณฺฑิตํ อันบริบูรณ์ประดับนิด้วยคาถา ถึงสหัส อักษรอรรถบเอ ฯ

๏ ผุสฺสตี วรวณฺณาเภติอาทิกํ คือผุสสตีวรวัณณาเภตเปนอาทินี้ กเถสิ พระก็ชี้ชาติแต่หลัง กำบังไปบันทูร จตุวิธปริสานํ แก่จดูรพิธบรรสัษยทงงผอง อันมารองรับรศธรรมท่านนั้น ยทา หิ สตฺถา ปวตฺติตปวรธมฺมจกฺโก อนุกฺกเมน ราชคหํ คนฺตฺวา ฯ หิ ด่งงแท้จริง ยทา กาเล ในกาลถึงเมื่อใดนั้นโสด สตฺถา อันว่าพระสมโพธิพุทธอยู่เกล้า เหง้าพระสุนทรสวรรค์ ปวตฺติตปวรธมฺมจกฺโก อันมีพระธรรมจักรอันเลอศ ประเสรอฐเทศนาแลแล้ว คนฺตฺวา ธก็เสด็จแคล้วคลาไป ราชคหํ ยงงพิชัยราชคฤหนครอันอดิศรเกษมศุข อนุกฺกเมน โดยอนุกรมโสดแล ตตฺถ เหมนฺตํ วีตินาเมตฺวา ธก็เสด็จอยู่ให้สิ้นเดือนหนาวจาวจรด ถดถึงสัมพัษรฉิน ในบุรินทราชคฤหน้นน ฯ อุทายีเถเรน มคฺคุทฺเทสเกน วีสติสหัสฺสขีณาสวปริวุโต อันว่าพระชิเนนทร์ มีพระกาลุทายีเถรเปนพิถีนายก อีกอริยศราพกญิบหมื่น เนื่องคลื่นเปนบริพาร ท่านแล ปฐมคมเนน ยาว กปิลวตฺถุํ อคมาสิ ธก็เสด็จยัง กบิลพัศดุบุรีราช อันเปนอาทิดำเนอร ท่านนั้น ตทา สากฺยราชาโน มยํ อิมํ สิทฺธตถกุมารํ อมฺหากํ ญาติเสฏฺฐํ ปสฺสิสฺสามาติ สนฺนิปติตฺวา ในกาลเมื่อนั้น อันว่าบ้นน พุทธพงษ์ทั้งหลาย ชุํกนนหมายในใจ ว่าเราจะไปเห็นพระไตรโลกนารถ อนนเปนพระญาตยุดมแห่งเราทงงผองน้นนแล ฯ

๏ ภควโต วสนฏฺฐานํ วีมํสมานา จึ่งจะเอากันพิจารณา หาสถานอันพิจิตร ที่พระสัมพุทธาทิตย์ จะสถิตสิงสำราญอยู่นั้น นิโคฺรธสกฺกสฺสาราโม รมณีโยติ สลฺลกฺเขตฺวา ธก็หมายในหฤทัย อันว่าไทรชาติพนารามสนามเจ้านิโครธ ที่นั้นโสด สนุกนิ์ ควรแก่พระผู้นฤทุกขนฤโทษบพิตรแล ฯ

๏ ตตฺถ สพฺพํ ปฏิชคฺคนวิธึ กตฺวา จึ่งจะชำระองค์กวาดมุทิล ทงงดอนดิน รันราบ ดูชรบาบเพียงพลาญเลอศน้นน คนฺธปุปผาจุณฺณาทิหตฺถา ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺโต ก็มีมือถือบุษปคนธ์ ที่จะไปรับพระทศพลบพิตรน้นน สพฺพาลงการปฏิมณฺฑิเต ทหรทหเร นาครทารเก จ นาครทาริกาโย จ ปฐมํ ปหิณึสุ อันว่า พระสากยราชทงงหลาย ก็ใช้เด็กชายชาวเมืองหมู่บ่าว แลเด็กหญิงถ่าวชาววยงก็ดี อันกันมยงทักแท่ ให้แต่งแง่ดูงาม ตามกนนไปเปนอาทิแล ฯ

๏ ตโต ราชชุมาเร จ ราชกุมาริกาโย จ อันดับน้นน บ้นนพระสากยราช จึ่งจะส่งอาตมอนุชกุมารกุมารี ไปรับพระมุนีนารถน้นน เต อนฺตรา สามํ คนฺธปุปฺผจุณฺณาทีหิ สตฺถารํ ปูชยมานา อันว่าพระสากยราชทงงหลาย ก็ถวายฉํอํพุชมาลย์ ในกันดาลท้าวทงงหลาย ผู้ก่อนน้นน ภควนฺตํ คเหตฺวา นิโคฺรธารามเมว อคมํสุ จึ่งจะอันเชอญพระผู้มีญาณ เสด็จยงงสถานนิโครธาราม รจิตรน้นน ฯ ตตฺถ ภควา วีสติสหสฺสขีณาสวปริวุโต ปญฺญตฺตปวรพุทฺธาสเนนิสีทิ อันว่าพระผู้มีพระภาคยพิมลแลอรหนตเนื่องคลื่น ถ้วนญิบหมื่นเปนบริพาร นั่งในกำราลไพรโรจ ในนิโครธาราม รังเรขน้นน ฯ ตทา สากิยา มานชาติกา มานถทฺธา อันว่าพระสากยวงษ์ทงงหลาย มีใจหมายอนนเยียใหญ่ใคร่แขง จักแสดงโดยชาติตระกูลสูรยพงษน้นน ฯ เต อยํ สิทฺธตฺถกุมาโร อมฺเหหิ ทหรทหโร อมฺหากํ กนิฏฺโฐ ภาคิเนยฺโย ปุตฺโต นตฺตาติ จินฺเตตฺวา อันว่าพระศรีธารถเพาพาล ควรเปนลูกหลานเปนน้อง แห่งพวกพ้องพระญาติเราโสดไซ้ ฯ เต ทหรทหเร ราชกุมาเร อาหํสุ จึ่งจะบริหารแก่พระราชกุมารทงงหลาย อันหนุ่ม ดงงนี้ ตุมฺเห ภควนฺตํ วนฺทถ อันว่าชาวเจ้าผู้นงพาล จงนมัสการแก่พระศรีธารถ ก่อนเทอญ ฯ มยํ ตุมฺหากํ ปิฏฐํโต นิสีทิสฺสามาติ อันว่าพวกตูผู้เถ้า ก็จะนั่งเฝ้าแฝงหลัง แห่งลำพังชาวเจ้า อันหนุ่มเหน้าทงงหลาย อยู่น้นน ฯ เตสุ เอวํ ภควนฺตํ อวนฺทิตฺวา นิสินฺเนสุ ในเมื่อพระญาติทงงหลาย บมิถวายอัญชลีแก่พระ แลทำมานะมโน นิศจลน้นน ฯ ภควา เตลํ อชฺฌาสยํ โบตฺวา อันว่าพระผู้ทรงทิพจักษุ์ ก็เห็นลักษณพระญาติ ด้วยอำนาจพระญาณ ด่งงน้นน ฯ น มํ ญาติโย วนทนฺติ อันว่าพระญาติท่ววไท้ บมิหวังไหว้พระตถาคต ใจแลไปกรรกษ บารนี ฯ

๏ หนฺทาหํ เต วนฺทาเปสฺสามีติ แม้ดงงฤๅก็ดี อันว่าพระมุนีนารถ ยงงพระ-ญาติทุกองค์ จงจะให้นมัสการ แด่พระผู้กัลชาญพิเศษ เทอญฯ

๏ อภิญญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตวา อันว่าพระผู้ผ่านสงสาร ก็ถึง แก่จัตุรถัทธฌานสมาธิ์ อันเปนอาทิ์แก่อภิญญา ด่งงน้นน ฯ ตโต วุฏฺฐาย อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา พระผู้นฤทุกข์ ก็ลุกจากอาศน์ เสด็จอาคาตในคคะนานดรแล ฯ เตลํ สีเส ปาทปํสุํ โอกิริยมาโน วิย ดุจด่งงจะเรี่ยราย ปรายลอองบววบาท เหนือเกล้าญาติตระกูล อันมูลมาชุมนุมในที่น้นน ฯ คณฺฑามฺพรุกฺขมูเล ยมกปาฏิหาริยสทิสํ ปาฏิหาริยํ อกาสิ พระเจ้าจึ่งกทำปราฏิหาริยาศจรรย อนนอนรรค ดุจยมกปราฏิหารย ในต้นคัณฑามพพฤกษน้นน ฯ ตทา สุทฺโธทนมหาราชา ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา อาห จึ่งกรุงสุทโธทนะเห็นอัศจรรย์ ก็ทูลพลันด่งงนี้ ฯ ภนฺเต ตุมฺหากํ ชาตทิวเส อิสิสฺส กาฬเทวิลสฺส ชฏลสฺส วนทนตฺถํ อุปนีตานํ โว ข้าแต่พระ มุนีนารถ ข้าเห็นพระบาทยุคล แห่งพระทศพลบพิตร อันพิจิตรรัศมี ธาตรีนำแกล่ใกล้ เพื่อจะให้ไหว้กาฬเทพิล ในวันพระมุนินโทรทยน้นน ฯ ปาเท ปริวตฺเตตฺวา พฺราหฺมณสฺส มตฺถเก ฐํเต พระบาททงงสอง ฉลองขึ้นเหนือเกล้า ทชีเถ้ากาฬเทพิลน้นนฯ ทิสฺวาปิ อหํ ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทึ ข้าเห็นเสร็จ ไหว้พระสรรเพ็ชญ์บววบาทแล ฯ อยํ ปฉมวนฺทนา อนี้คือข้าถวายบงงคม เปนประถมแห่งข้านมัสการแก่ ท่านแล ฯ วปฺปมงคลทิวเส ชมฺพุฉายาย สิริสยเน นิปนฺนานํ โว ในเมื่อเจ้ากูธเสด็จบรรธม ใต้ร่มชมพูพฤกษไสยาศน์ เมื่อแรกอาทิตย์แสงศรี ในวนนพระราชพิธีการยมงคลน้นน ฯ ชมฺพุฉายาย อปริวตฺตนํ ทิสฺวา ข้าเห็นร่มชมพูตรูรัตนพิศาล ตรงตระการกว่าชื่นแลฯ อหํ ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทึ ข้าไหว้พระบาทบงกชแห่งพระตถาคต ทศพลบพิตรแล ฯ อยํ เม ทุติยวนฺทนา อนี้คือข้าไหว้พระบาทลำยอง เปนคำรบสองแห่งข้า ถ้วนหน้าญาติสรรเสรอญ เมอลอุกฤษฐกว่าชื่นแล ฯ อิทานิ อิมํ อทิฏฺฐ ปุพฺพํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ในกาลตรบัด อันว่าข้าเห็นอัศจรรย์ แต่ก่อนอนนบห่อนเห็น แลมาเห็นเปนปรากฏด่งงนี้ ฯ อหํ ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทามิ ข้าไหว้พระบาท แห่งพระสยมภูวนารถนายกแล ฯ อยํ ตติยวนฺทนา อนี้คือข้า เคารพยด้วยงาม ถ้วนถึงสามแห่งข้า ทุกท่ววฟ้าอัศจรรย์ โสดแลฯ รญฺเญ ปน วนฺทิเต อวนฺทิตฺวา ฐาตุํ สมตฺโถ นาม เอกสากิโยปิ นาโหสิ ในเมื่อพระสาศดาน้นนโสด แลกรุงสุทโธทน์นมัสการ กฤษดาญชลี อันว่าสากยกษัตรีย์ทงงหลาย และจะอาจมีใจหมายเพื่อบมิหวังไหว้ สมเด็จไท้ทรงญาณ ก็บเห็นอหังการ ตนหนึ่งเลย ฯ สพฺเพปิ วนฺทึสุเยว อันว่าพระสากยราชอนนมาชุํนุํ ก็ถวายกรกรรพุมบงกชทศนขะ นมัสการกฤษดาญชลียยุ่งแล ฯ อิติ ภควา ญาตโย วนฺทาเปตฺวา อันว่าพระมุนีนารถ ยงงพระญาติทุกองค์ ให้จำนงโอนอ่อนแก่พระตถาคต แลแล้ว ฯ อากาสโต โอตริตฺวา พระผู้มีพระภาคย ธก็เสด็จลงจาก อากาศจงกรมน้นน ฯ

ปญฺญตฺตปวรพุทฺธาสเน นิสีทิ ธจึ่งเสด็จพแนงเชอง ดำเกิงเหนือรัตนาศน์ อนนธลาดเลงงามกว่าชื่นแล นิสินฺเน ปน ภควติ ในเมื่อพระมุนีนารถ เสด็จเอา อาศน์แลแล้ว ฯ สิกฺขปฺปตฺโต ญาติสมาคโม อโหสิ อันว่าชุํนุํพระญาติสหรคต ก็ลุแก่สิกขาบทพระสรรเพ็ชญ์พุทธบพิตรแล สพฺเพ เอกคฺคจิตฺตา หุตฺวา นิสีทึสุ อันว่าพระญาติท้งงชิ่น สทิ้นท้ยนจินดา เปนเอกรรคจิตร สถิตในสถานอยู่น้นน ฯ ตโต มหาเมโฆ อุฏฺจหิตฺวา ในตรบัดน้นน บ้นนมหาเมฆพยู่ห์ จรก็ลู่ขึ้นกลางโพยมากาศโสดแล ฯ โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิ อันว่าห่าฝนสวรรค์ชื่อโบษขรพรรษธารา ก็ตกลงมาเมื่อน้นน ฯ ตามฺพวณฺณํ อุทกํ เหฏฺฐา วิรวนฺตํ คจฺฉติ นํ้าฝนน้นนมีแสงดุจทองแดงบมิเศร้า ทรับทราบเท้าธรณีดลบอยู่เลยฯ เย เตมิตุกามา เต เตเมนฺติ อันว่าคนท้งงหลายผู้ใคร่ให้ต้ององค์ ฝนก็ตกลงชุ่มทราบอาบท่ววสรีราพยพ สบสรรพางค์ คนผู้ใคร่น้นน ฯ อเตมิตุกามสฺส สรีเร เอกพินฺทุมตฺตมฺปิ น ปตติ อันว่าคนท้งงหลายผู้ใดแลบมีใจปรารถนา ฝนก็บมาเมลดหนึ่ง ต้องตนซึ่งผู้บจงใคร่น้นน ตํ ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภูตชาตา อเหสุํ จึ่งภิกษุบริพาร เห็นอาการอัศจรรย์ ก็มีใจอาลัยดงงนี้ อโห อจฺฉริยํ โอ อัศจรรย์นักหนา อโห อพฺภูตํ โอบห่อนเห็นแก่ตาแลมามี อโห พุทฺธานํ อานุภาโว โออานุภาพพระศรีสาศดา ดูมหิมากว่าชื่นแล ฯ เยสํ ญาตีนํ สมาคเม มหาเมโฆ เอวรูปํ โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิ ในเมื่อชุํนุํพงษ์ญาติกากร อันว่าโบษขรพรรษธารา ก็ตกลงมาด้วยเดช พระผู้เชษฐแก่สงสารน้นน ฯ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อันว่าภิกษุบริพาร ก็บันดาลคำด่งงนี้ฯ ตํ สุตฺวา สตฺถา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฉิตฺวา อันว่าพระผู้เปนบดีพุทธาจารย์ ครั้นได้ยินภิกษุบริพารพรรณนา ก็มีพุทธฎีกาด่งงนี้ ฯ อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกขเว อิทาเนว ดูกรภิกษุบริวาร อันว่าท่อธารโบษขรพรรษธารา ตกลงมาใช่แต่กาลบัดนี้เลอยฯ ปุพฺเพปิ โพธิสตฺตกาเล มม ญาติสมาคเม มหาเมโฆ โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิเยวาติ วตฺวา ในเมื่อชุํนุํพงษ์พระญาติ แห่งพระสวยัมภูวนารถบวร อันว่าปโยธรอัศจรรย์ ก็ให้โบษขรพรรษธารา ตกลงมาบนาน ก็มีในกาลก่อนโพ้นฯ วตฺวา ตุณฺหี อโหสิ อันว่าพระผู้เปนโลกยสาศดา ครั้นธมีพระพุทธฎีกาแล้วเสร็จ สมเด็จบพิตรก็บมีพุทธฎีกากว่าน้นนเลอย ฯ เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ อันว่า พระเจ้าผู้มีภาคยบวร แลภิกษุนิกรอาราธน์ ขออัญเชอญให้ประกาศธรรมเทศนา อันมีมาแต่หลัง ให้ภิกษุทงงหลายฟังด่งงนี้ ฯ

๏ อตีเต ภิกฺขเว สิวิรฏฺเฐ เชตฺตุตฺตรนคเร สิวิมหาราชา นาม รชฺชํ กาเรนฺโต ดูกรพงษพวกภิกษุ ในกาลอันฦกลับไป อันว่าพระภูวไนยนารถชื่อสีพิราชราชาเสวอยมหามไหศวรรย์ อันอนรรฆพิเศษ ในเมืองเชดุดร อันมีในนิกรสีพิราษฎร์น้นน สญฺชยํ นาม ปุตฺตํ ปฏิลภึสุ แลท้าวสีพิราชน้นนปรากฏ มีอาตมเอารสบวร ชื่อ ภูธรสญชัยราชน้นน โส ตสฺส วยปฺปตฺตสฺส มทฺทราชธีตรํ ผุสฺสตึ นาม ราชกญฺญํ อาเนตฺวา จึ่งท้าวสีพิราชให้ไปกล่าว นางนงถ่าวถนิมกาม ทรงนามเจ้าสบรรษดี ลูกสาวศรีกรุงมัททราช ให้เปนบาทบริจาริกา แด่พระยาสญชัย อันอุทัยยงงเยาวน้นน ตสฺส รชฺชํ นิยฺยาเทตฺวา ธก็เวนราไชสูรย์ อันบริบูรณแก่เจ้าสญชัยราชแล ผุสฺสตึ อคฺคมเหสึ อกาสิ ธก็ตั้งเจ้าสบรรษดี เปนอรรคมหิษีเสมออาตม์ แด่โอรสราชสญชัยน้นน

๏ ตสฺสาปิ อยํ ปุพฺพปโยโค อนี้คือปูรรพปรารถนา นางก็ทำมาแต่ก่อนพู้น อิโต หิ เอกนวิติกปฺปาวสาเน วิปสฺสี นาม สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุทปาทิ ด่งงจริงในเมื่อได้เก้าสิบเอ็ดกลัป แต่ภัททกลัปนี้ไปหนหลงง กาลกำบงงเสร็จสุด อันว่าพระพุทธองค์ ทรงนามพระพุทธพิบรรษี ก็เกอดมามีในโลกยนี้ ตทา พนฺธุมตีนคเร พนฺธุโม ราชา รชฺชํ กาเรสิ อันว่าท้าวผู้มีมหิมา สมญาชื่อกรุงพันธุมดี ศรีสุรกษัตร เสวยสมบัติในเมืองพันธุมดี นครน้นน ตสฺมึ พนฺธุมตีนครํ อุปนิสฺสาย เขเม มิคทาเย วิหรนฺโต ในเมื่อพระพุทธพิบรฺรษี อาศรัยแก่พันธุมดีนคร พระมุนีวรเสด็จอยู่ ในกู่แก้วเกษมมฤคทายพนน้นน ตสฺมึ เอโก สามนฺตราชา รญฺโญ พนฺธุมสฺส อนคฺเฆน จนฺทนสาเรน สทฺธึ สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณมาลํ เปเสสิ อันว่าเอกสามนตราช ก็ส่งกุสุมมาศมาลา คณนาได้แสนทอง รังรองเนื้ออนรรฆ์ อีกแก่นจันทนอนรรฆ มาถวายแด่เจ้าจอมจักรอัครจรรโลงราษฎร์ พระบาทพันธุมดี นครน้นน รญฺโญ ปน เทฺว ธีตโร อเหสุํ อันว่าลูกสาวสองพงาแห่งราชาพันธุมดี ก็เกิดมีมาสององค์ โสดแล โส ตํ ปณฺณาการํ ตาสํ ทาตุกาโม หุตฺวา ท้าวธก็ใฝ่ จะให้บรรณาการ แก่นางนงพาลพธู พบูรัตนสองราชน้นน จนฺทนสารํ เชฏฺฐกาย อทาสิ ธก็ให้แก่นจันทน์ อันมีพรรณแก่นางผู้พี่แล สุวณฺณมาลํ กนิฏฺฐกาย อทาสิ ธก็ให้ดอกไม้มาศ แก่นางนาฏกนิษฐน้นน ฯ

๏ ตา อุโภปิ น มยํ อิมํ อมฺหากํ สรีเร อุปเนสฺสามาติ จินฺเตตฺวา อันว่าท้าวทงงสององค์ก็จินดา อันว่าเราบ่พอพึง คำนึงที่จะทัดธาร ดอกไม้มาลย สุพรรณ แลแก่นจันทน์นี้ สตฺถารเมว ปูเชสฺสามาติ ควรเราถวายด้วยใจบริสุทธิ แด่สมเด็จพระพุทธโสดเทอญ ราชานํ อาหํสุ จึงจะทูลแด่พระนเรนสูร ว่าด่งงนี้ ตาต จนฺทนสาเรน จ สุวณฺณมาลาย จ ทสพลสฺส ปูเชสฺสามาติ ข้าแด่พระราชบิดา เผือจะบูชาพระพุทธ ด้วยบุษปสุพรรณแลแก่นจันทน์ จำแนกนี้ ตํ สุตฺวา ราชา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ อันว่าพระนรินทร์คร้นนได้ยินคำราชธิดา ก็บัญชาว่าสาธุแล ฯ

๏ สา สุขุมํ จนฺทนจุณฺณํ กาเรตฺวา อันว่านางผู้พี่ก็ให้บดแก่นจันทน์ โดย ปรตยุบนนลอยดแล สุวณฺณสมุคฺเค ปูเรตฺวา คณฺหาเปสิ ก็ใส่เต็มประอบกาญจน์ นางนงพาลส่งให้ สาวใช้เชื้อชูไปเมื่อน้นน กนิฏฺฐภคินี ปน สุวณฺณมาลํ อุรจฺฉทํ กาเรตฺวา ส่วนนางกนิษฐกุมารี ก็ใช้สุพรรณพัฒกีรจนา เหมมาลาลงการ ประดับนิกันดาลสกนธ์ ในอุรสถนนิมมาลาศ ดาดด้วยแก้วแพร้วไพฑูรย์ พิพิธน้นน

สุวณฺณสมุคฺเค ปูเรตฺวา คณฺหาเปสิ ก็เอาดอกไม้น้นนใส่ประอบทอง สาวตระกองชูไปเมื่อน้นน

ตา อุโภปิ มิคทายวิหารํ คนฺตฺวา อันว่าสองกระษัตรีย์ก็ลีลา ยงงมฤคทายพนพิหาร ด้วยศฤงฆารอนนมากน้นน ตาสุ เชฏฺฐกา ปน จนฺทนจุณฺเณน ทสพลสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ปูเชตฺวา อันว่านางผู้ภรรดา ก็บูชาพระชินศรี อนนมีรัศมีดุจสุวรรณ ด้วยแก่นจันทน์จูรณน้นน

เสสจนฺทนจุณฺณานิ คนฺธกุฏิยํ วิกิริตฺวา อันว่าจันทนอนนเสศ เจ้าผู้เชษฐก็ ประพรม ในกุฏยุดมเสาวคนธน้นน ภนฺเต อนาคเต กาเล ตุมฺหาทิสสฺส พุทธสฺส มาตา ภเวยฺยนฺติ ปฏฺฐนํ กตฺวา คาถมาห เอสา ฯ เปฯ คเตติ นางจึ่งปราถนาด่งงนี้ ข้าแด่พระชินศรี ข้าขอเปนชนนีแด่พระพุทธ อันอุดดมด่งงเจ้าข้า ในกาลอนน จะมาภายภาคหน้า ด้วยผลตูข้าอนรรต์ แห่งบูชาจันทนจูรณนี้

กนิฏฺฐภคินี ปน ทสพลสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ สุวณฺณมาลาย อุรจฺฉเทน ปูเชตฺวา อันว่านางผู้อนุชธิดา ก็บูชาพระสวยัมภู อันอำไพรูดุจกาญจน ด้วยบุษบา หารกนก อันประดับอกองค์อรน้นน ภนฺเต ยาว อรหตฺตปฺปตฺตา อิทํ ปสาธนํ มม สรีรา มา วิคตํ โหตูติ ปฏฺฐนํ อกาสิ เจ้าจึ่งปรารถนาด่งงนี้

ข้าแต่พระผู้ผ่านสงสาร อันว่าสร้อยสงงวาลเพณี รุจีรัตโนภาศ อย่าได้ปราศจากตนข้า ต่อชั่วหน้าอตยนต์ เท่าลงอรหนตดลนฤพาน โสดเทอญ ฯ

๏ สตฺถา ปน ตาสํ ปูชานุโมทนํ อกาสิ อันว่าพระสาศดา จึ่งกทำอนุโมทนา ด้วยบูชาแห่งราชธิดาทงงสองนั้น โสดแล

๏ ตา อุโภปิ ยาวตายุกํ ฐตฺวา อันว่าสองราชธิดา ก็อยู่จนสิ้นชนมายุพิธี ในธรณีดลน้นน อายุหปริโยสาเน ตโต จวิตฺวา คร้นนท้าวทงงสองตยุติ ถึงเสร็จสุดเสียชาติ ปราศจากมานุษยโสดแล เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ เจ้าก็เสร็จอุทัย ในสุราไลยโลกย์โพ้น ตาสุ เชฏฺฐภคินี เทวโลกโต มนุสฺสโลกํ มนุสฺสโลกโต เทวโลกํ สํสรนฺตี ลํ้าแต่ราชธิดาทงงสององค์ อันว่านางผู้พี่นงพงา เที่ยวไปเมืองฟ้า แลแหล่งหล้าสงสารโสดแล เอกนวุติกปฺปาวสาเน อมฺหากํ พุทฺธสฺส มาตา มหามายา เทวี นาม อโหสิ ในเมื่อได้เก้าสิบเอ็ดกัลปวายวาง นางก็ได้เปนพุทธมาดานามทยพิธีศิริมหามายาบพิตรแล

กนิฏฺฐภคินี ปน ตเถว สํสรนฺตี ส่วนว่านางผู้น้อง เที่ยวแห่งห้องสงสาร ไปมานานดุจน้นน กสฺสปทสพลสฺส อุปฺปาทกาเล กึกิสฺสรญฺโญ ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ นางก็ได้เปนลูกสาวจ้าวจิตร แห่งกรุงกิงกิศวราช ทนนพุทโธบาทพระพุทธกาศยปน้นน

สา จิตฺตกมฺมกตาย วิย อุรจฺฉทมาลาย อลงฺกเตน อุเรน ชาตตฺตา เหตุ นางเกอดมามีอุราฉทกด้วยดวงมาลย์ เปนสังวาลย์วรรเวจเขบจขบวน คือคำนวณในดนูดูงามกว่าชื่นแล อุรจฺฉทา นาม กุมาริกา หุตฺวา ก็มีสํญาชื่ออุรัจฉทากุมารี สาวกระษัตรีสรราชน้นน

โสฬสวสฺสิกกาเล อุตฺตมรูปธรา ในเมื่อนางหนุ่มเหน้า ได้สิบหกเข้าขเนนับ โฉมงามสรัพพาลพธู ตรูแก่ตาน้นน ตถาคตสฺส ภตฺตานุโมทนํ สุตฺวา นางก็ได้ฟงง-ภัตตานุโมทนา แห่งพระสาศดาบพิตรแล โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย นางก็ประดิษฐานในโสตาบดี มารคญาณอนนยิ่งแล อปรภาเค ภตฺตานุโมทนํ สุณนฺเตเนว ปิตรา โสตาปตฺติผลปตฺตทิวเสเยว อรหตฺตํ ปตฺวา จำนยรนางก็ดล แก่อรหรรตผลพระดิลก ในวันพระชนก นางก็ได้สดับสัพพภัตตานุโมทนา ก็ลุแก่โสดาปรดิผลแล ฯ

๏ ปพฺพชิตฺวา ปรินิพฺพายิ นางก็บวชได้เปนอารย ก็นฤพานโสดแล ฯ

๏ กึกิสฺสราชาปิ อญฺญา สตฺตธีตโร ปฏฺลภิ อันว่ากรุงกิงกิศวราช พระบาทน้นนก็มี ราชบุตรีเจ็ดองค์ ด่งงนี้

ตาสํ นามานิ สมณี สมณโคตฺตา จ ภิกฺขุนี ภิกฺขุทาสิกา ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ สงฺฆทาสี จ สตฺตมาติ ฯ นามานิ อันว่านามไธยทั้งหลาย ตาสํ สตฺตนฺนํ ราชธีตานํ หมายแห่งราชธิดาทงงเจ็ดองค์ พงษดยวใดน้นนโสด สมณี จ อิติ หนึ่งคือนางนงโพธส้อยสมณีก็ดี สมณโคตฺตา จ อิติ หนึ่งคือภควดีศรสมณโคตรก็ดี ภิกขุนี จ อิติ หนึ่ง คือนางไพโรจเรืองภิกษุนีก็ดี ภิกขุทาสิกา จ อิติ หนึ่งคือกุมารีรัตนภิกษุทาสิกาก็ดี ธมฺมา เจว อิติ หนึ่งคือนางธรรมาธูรก็ดี สุธมฺมา จ อิติ หนึ่งคือนางนารีสูรสุธรรมาก็ดี สงฺฆทาสี จ อิติ หนึ่งคือนางสังฆทาสี บุตรีชาติสุดเสร็จ สตฺตมา คำรบเจ็ดพระองค์ อเหสุํ มีในวงษวรราช แห่งพระบาทท้าวกิงกิศวเรสูรราชน้นน

ตา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เขมา อุปฺปลวณฺณา จ ปติจฺฉราปิ โคตมี ธมฺมทินฺนา มหามายา วิสาขา จาปิ สตฺตมา ฯ นามานิ อันว่าชื่อทงงมวลบงงควรโคตร ฝูงน้นน ตาสํ สตฺตนฺนํ ราชธีตานํ แห่งเบื้องบ้นน ราชธิดาทงงเจ็ดตน อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โหนฺติ มีในเมื่อพระทศพลบพิตร เสด็จอุบัติ

เขมา จ อิติ ตนหนึ่งคือนางกษัตรเขมา มาพาภาศพิมล อุปฺปลวณฺณา จ อิติ หนึ่งคือนางอุบลพรรณานารีราชสาวกษัตร ปตฺตาจารา จ อิติ หนึ่งคือนางปัตตาจารจารณานิตยนิโรธก็ดี โคตมี จ อิติ หนึ่งคือนางโคตมีมียศโยคอนรรตก็ดี ธมฺมทินฺนา จ อิติ หนึ่งคือนางธรรมทินนานายกชาติเศรษฐีก็ดี มหามายา จ อิติ หนึ่งคือนางศิริมหามายา ยาดานารถบพิตรก็ดี วิสาขา จ อิติ หนึ่งคือนางวิศาขา ขาทนียเอมโอช ถวายแก่พระสมโพธิสรรเพ็ชญ์ สตฺตมา คำรบเจ็ดนางหนุ่มเหน้า ทนนในเมื่อพระพุทธเจ้า เสร็จธรรมาในโลกยนี้ ฯ ตาสุ ผุสฺสติ สุธมฺมา นาม หุตฺวา ล้ำแต่นางทงงเจ็ดองค์ อันว่านางผู้ทรงนามสุธรรมา คือราชธิดาสบรรษดีนี้โสดแล ฯ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา นางก็ทำบุญอันอดุลย เปนต้นว่าให้ทาน อันเปนการกุศลน้นน วิปสฺสิสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กตาย จนฺทนจุณฺเณน ปูชาย ผเลน ด้วยผลแห่งนางสังกัล์ปก็ทำจันทนเรณู บูชาพระพุทธพิบรรษีน้นน โสดแล ฯ รตฺตจนฺทนปริปฺโผสิเตน วิย สรเรน ชาตตฺตา เหตุนางมีองค์อันอุดดม ดุจทลบมด้วยรัตตจันทนน้นน ฯ ผุสฺสตีติ นามํ กรึสุ อันว่าพระญาติทงงหลาย ก็หมายนามกรพิธี ชื่อเจ้าสบรรษดีศรี เสาวภาคยน้นน เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตี นางก็อันโทลไปมาในพิทธยาภพนี้ ฯ อปรภาเค สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อคฺคมเหสี หุตฺวา นิพฺพตฺติ จำนยรนางก็ได้เปน อรรคมหิษี แด่พระเพชรปาณีศรีสุรเทพโพ้น อถสฺสา ยาวตายุกํ ฐตฺวา ในกาลเมื่อน้นน อันว่าบ้นนภควดี ก็อยู่จนสิ้นชนมายุพิธีในเทพพู้น ปญฺจสุ ปุพฺพนิมิตฺเตสุ อุปฺปนฺเนสุ ในเมื่อบุพนิมิตรทงงหลาย แลหมายเกอดมามีแก่นางด่งงน้นน ฯ

๏ สกฺโก เทวราชา ตสฺสา ปริกขีณายุกภาวํ ญตฺวา อันว่าเจ้าฟ้าฟอกไพชยนต์ ก็เห็นยุบลแห่งนาง อันจะวายวางอายุศมน้นน มหนฺเตน ปริวาเรน ตํ อาทาย พระภรรดาธิบดี ก็เอาราชเทพีลีลาด้วยบริพาร อันมโหฬารมากน้นน นนฺทนวนุยฺยานํ คนฺตฺวา ก็เสด็จไปยงงตำบลแห่งนนทพโนทยาน อนนเปนสถานสวนสวรรค์วิเศษน้นน ตตฺถ ตํ อลงฺกตสิริสยนปิฏฺเฐ นิปนฺนํ สยํ สยนปสฺเส นิสีทิตฺวา เอวมาห อินทรก็นั่งแนบแทบไสยาศน์ แห่งอรอาตมาชายา อันกรีธาภิรมย์ บรรธมทิพอนรรฆ์ ในสวนสวรรค์พิศาล จึงมีอินทรวโรงการ ด่งงนี้ ภทฺเท ผุสฺสติ เต ทสวเร ทมฺมิ เต คณฺหาหีติ ดูกรเจ้าสบรรษดี เทพีเทพอับษร พี่จะให้พรสิบอัน แด่สาวสวรรค์อรรคราช จงน้องนาฏมาเอาหนาเจ้า

สกฺโก ตํ วรํ ททนฺโต อิมสฺมึ คาถาสหสฺสปฏิมณฺฑิเต มหาเวสฺสนฺตรชาตเก ปฐมํ คาถมาห พระเทพาธิราช ก็จะประสาทพระพร แก่บวรราชกัลยา ก็กล่าว คาถาเปนอาทิ อันมีในมหาแพศยันดรชาติชาดก พระดิลกก็บันทูร บริบูรณธรรม์ ถ้วนถึงพันคาถา ลงการาดิเรกน้นน

ผุสฺสตี วรวณฺณาเภ วรสฺสุ ทสธา วเร ปฐพฺยา จารุปุพฺพงฺคิ ยํ ตุยฺหํ มนโส ปิยนฺติ ฯ ภทฺเท ผุสฺสติ ดูกรเจ้าสบรรษดี มหิษีสวรรค์งามรอบ วรวณฺณาเภ เมาะ วราย วณฺณาภาย สมนฺนาคเต ฯ สมนฺนาคเต อันกอปรด้วยสรรพลักษณ์ โฉมตระศักดิ์เสาวภาคย์ พิศมลากลำยอง วณฺณาภาย ใสรงงรองสรรพางค์ สำอางองค์เทพี รุบากฤษดีเลงเลอศ วราย อันประเสรอฐโสภา จารุปุพฺพงฺคิ เมาะ จารุปุพฺพงฺเคน วรลกฺขเณน สมนฺนาคเต อันกอปรด้วยลักษณาการดุลย์ สุนทรเทพมกุฎ ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้อุดดมภิรมยศุขอาจิณ พนิดาอินทรแสวงหวงง กตฺวา จงแม่มาสดับฟังเสร็จสรบ ฯ วเร พรคำรบโดยด่วน ทสธา เมาะ ทสหิ โกฏฺฐาเสหิ อนนเปนสวัสดิส่วนสิบประการ คเหตพฺเพ แลนางนงพาลพี่จะพึงเอาไป ปฐพฺยา เมาะ ปฐวิยํ ในพิสัยแหล่งหล้า วรสฺสุ เมาะ คณฺหาหิ จงนางน้องหน้าแม่มาเอา ยํ ตุยฺหํ มนโส ปิยํ เมาะ ยํ ยํ วรํ พระพรเราใดใด มนโส ปิยํ แลพอพึงใจเจ้าจงเสพย์ ตุยฺหํ แห่งน้องผู้เปนอดิเทพเทพี โหติ แลมีด่งงน้นน ตฺวํ อันว่าเบื้องบ้นนเทพอนุช คณฺห จงเจ้าอย่าหยุดอย่าอย่า แม่มาว่าวอนขอ ตํ ตํ วรํ พระพรพอใจน้นนน้นน ทสหิ โกฏฺฐาเสหิ อนนเปนโกษฐาศ ถ้วนหม้นนทศพิธ เพื่อเจ้าจะเสียชีวิตวายชนม์ ยงงเมืองคนนี้นาเจ้า เอวเมสา มหาเวสฺสนฺตรธมฺมเทสนา เทวโลเก ปติฏฺฐาปิตา นาม อโหสิ อันว่ามหาแพศยันดรธรรมเทศนาน้นน ชื่อว่า ประดิษฐานหม้นน ในสุราลัยโลกยแล ฯ

๏ สา อตฺตโน จวนธมฺมตํ อชานนฺตี อันว่าเจ้าสบรรษดี มิรู้ว่าจะสิ้นชีวิต แห่งตน วายวางชนม์เจียรเทพโพ้น

ปมตฺตา หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห อันว่านางผิทำงล ลืมตนหลงตรดัดปมตภาพ มนัศปรดาบหนักหนา ก็สวดคาถาคำรบสอง สนองเทพบดินทรคืนด่งงนี้ ฯ เทวราช นโม ตฺยตฺถุ กึ ปาปํ ปกตํ มยา เทวราช บพิตรพระเทพาธิราช นโม เม อันว่ามูรธาศไหงว้แห่งข้า เต อตฺกุ จงมีแก่เจ้าฟ้าฟอกไตรตรึงษ์ กึ ปาปํ อันว่า บาปคำนึงอันใด มยา ปกตํ แลข้าธต้งงใจจงกทำโทษ ตว สนฺติเก ในสำนักนิเจ้ากูโสดสาหศ แห่งท้าวบุรินททเทเวศรนี้ ฯ รมฺมา จาเวสิ มํ ฐานา วาโตว ธฺรณีรุหนฺติ เทวราช บพิตร พระเทพภรรดา ฯ วาโต อิว เมาะ ยถา วาโต ด่งงฤๅด่งงวาตพยู่หพันฦก ธรณีรุหํ ยงงต้นพฤกษเสาวภาคย์ จาเวสิ แลให้ถอนรากพฤกษผล สกฐานา จากสถานตนแห่งห้นน ตฺวํ อันว่าเบื้องบ้นนพระบาท เสวยราชสมบัติ มํ จาเวสิ จงกำจัดตูข้า ฐานา เมาะ ตาวตึสฏฺฐานภวโต จากสถานฟากฟ้าสุราไลย ที่ไตรตรึงษเสวยศุข รมฺมา จ อนนสรนุกนินิศกรรม สมสุรราชมานาน เอวเมว ด้วยประการดุจน้นน ฯ อถสฺสา ปมตฺตภาวํ ญตฺวา สกฺโก เทฺว คาถา อภาสิ อนนดับน้นนบ้นนพระอินทก็รู้สวภาพ มนัสประดาบทำงล แห่งตนเทพภรรยา ก็สวดคาถาคำรบสอง สนองคืนด่งงนี้

น เจว เต กตํ ปาปํ อันว่าพิบัติบาปกำม์ แลเจ้าจะกทำในเมืองนี้ก็บมี นี้นา เจ้า ฯ น จ เม ตฺวมสิ อปฺปิยา อนึ่งเจ้าจะบมิรักบมิใคร่ แห่งพี่ผู้จะหวงงฝนนใฝ่ สมศุขก็บมีนี้นาเจ้า ฯ ปุญฺญํ เต ปริกฺขีณํ บุญแห่งเจ้าจักนาศ จากอาวาศเวียง อินทร์ พิภพไส้ เยน เตวํ วทามิหํ เหตุใดน้นนนาเรียมกล่าว นางนงถ่าวรักเร่ง ฟงงคำพี่นี้

สนฺติเก มรณํ ตุยฺหํ อันว่าความจะม้วยจะมรณ์ แห่งน้องผู้เปนอับษรสุราลัย ก็จะมี ในที่นี้ วินาภาโว ภวิสฺสติ อันว่าความบมิสมศุขด้วยกัน แห่งน้องผู้เปนอับษรสวรรค์ก็จะมีแลนาเจ้า

ปฏิคฺคณฺหาหิ เม เอเต วเร ทส ปเวจฺฉโต ฯ ภทฺเท ผุสฺสติ ดูกร น้องนงโพธเภาพงา ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้เปนอินทรพนิดาเยาวโยค ฯ ปฏิคฺคณฺหาหิ จงเจ้ามาอาโภครองรับ เอเต ทสวเร พรธนับสิบประการ ชีวิตพฺพยุตฺตเก อนนจะควรบริบาลรบด ปฐวิยํ ในปรฐพีเมทนียมณฑล เม สนฺติเก ในสำนักนิตนแห่งพี่ ปเวจฺฉโต เมาะ ททมานสฺส อนนให้แท้ที่ใจจง เต วเร พรมงคลน้นนโสด ตุยฺหํ แก่แก้วกาโมทยมหิษี กัลยาณีสาวสวรรค์ประเสริฐนั้น ฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 สิงหาคม 2563 17:53:46 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2563 17:01:25 »



กัณฑ์ทศพร (ต่อ)

๏ สา สกฺกสฺส วจนํ สุตฺวา อันว่านางสบรรษดีน้นน ชั้นได้ยินพระสาศน แห่งอินทราธิราช เจ้าไตรตรึงษน้นน นิจเยน อตฺตโน มรณํ ญตฺวา ก็รู้ว่าตนจะ ตายวายชีพสมีปการ ด้วยพิจารณ์น้นน ฯ วรํ คณฺหนฺตี อาห นางก็จะเอาพรบริบูรณ์ ก็ทูลพระอินทรคืนด่งงนี้ วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร ฯ สักกบพิตรไทเทเพนทรผ่านเผ้า เกล้าสุรโลกเมาลี อิสฺสร อนนเปนอธิบดีศรีอับษร สพฺพภูตานํ แห่งภูตคณนิกรอมรแมนเมืองฟ้า ตฺวํ อันว่าเจ้าข้าผู้เป็นจอมนารถ เจ อโท ผิไทก็จะประสาทปรสิทธิ ตํ วรํ พรพิพิธมงคล ทสวิธํ ประการดลสิบสิ่ง เม เมาะ มยฺหํ แก่ข้าผู้เปนนางน้องมิ่งเมียรัตน์ อนนจะเสียสวรรค์สํบัดิ พลัดพระองค์พระบาทนี้ ฯ สิวิราชสฺส ภทฺทนฺเต ตตฺถ อสฺสํ นิเวสเน ฯ ภทฺทนฺเต บพิตรท้าวผู้ผ่านเผ้า เจ้าเสวตรกุญชร ยํ นิเวสนํ ยงงบวรปราสาทอันใด สิวิราชสฺส แห่งกรุงไกรสีพิราช พระบาทเจ้าจุมพล อุตฺตมํ อนนอุดมมณฑลจักร อากยรณ นิเวสนโต กว่ามณเฑียรธรจนา ในพสุธาดิเรกฯ ราชูนํ แห่งเอกกษัตรท้งงหลาย สกลชมฺพุทีเป ฐิตานํ อนนอยู่ในสายสากลชามพูทวีป โหติ ก็มีในทีป ทงงมวล อหํ อนนว่าข้าผู้จะแปรปรวนชีวิตรสิ้นสุด อสฺสํ เมาะ ภวิสฺสามิ ก็จะ จยรตยุติลงเกอด ตตฺถ นิเวสเน ประเสรอฐในเรือนรัตนแสนสํบัดิเมืองมิ่ง อุตฺตเม อันงามมิ่งรจนา สิวิราชสฺส แห่งพระยาสีพิราช พระบาทไทเปนเฉลอมแผ่นน้นน นีลเนตฺตา นีลภมู จงมีเนตรเพราพรรณ คิ้วคืออัญชนน พรายเพรอดนั้น นีลกฺขีว ยถา มิคี ตาดุจตามฤคดำปลอด เมื่อน้อยคลอดปูนปีหนึ่งน้นน ผุสฺสตี นาม นาเมน จงทรงนามสบรรษดี เมื่อดลปรถพีดลโพ้น ตตฺถ อสฺสํ ปุรินฺทท บพิตรพระบุรินทท ข้าขอมียศในปราสาท แห่งพระบาทท้าวสญชยบพิตรน้นน ฯ ปุตฺตํ ลเภถ วรทํ ยาจโยคํ อมจฺฉรึ ปูชิตํ ปฏิราชูหิ กิตฺติมนฺตํ ยสสฺสินํ ฯ โภปุรินฺทท บพิตรผู้เปนเจ้าเมืองแมนแผนผ่านฟ้า อหํ อันว่าข้าข้อยนารถเทพี ลเภถ เมาะ ลเภยฺยํ ก็จะพึงมีโสดบมินาน ปุตฺตํ ลูกสงสารสายสวาศ วรทํ เมาะ อลงฺกตสีสอกฺขียุคลหทยมํสรุธิรเสตจฺฉตฺตทาราทิกสฺส ยาจิตยาจกสฺส วรภณฺฑสฺส ทายกํ ฯ ทายกํ อันอาจให้แหล่เหลือนับ วรภณฺฑสฺส ทุกธนทรัพย์เลอศล้น อลงฺกตสีสอกฺขิยุคลหทยมํสรุธิรเสตจฺฉตฺตปุตฺตทาราทิกสฺส เปนต้นว่า มุรธาลงการมกุฎ พิสุทธศิโรเพศ เนตรยุคลกมลหฤทยางค์มางษโลหิต พิจิตรเสวตรฉัตร เอารสรัตน ราชเทพี ยาจิตยาจกานํ แก่โยคีคณอนรรต์ สบจตุรพรรณอเนก อันปรเตยกเข้ามาขอ แลลูกพอใจกูน้นนโสด ยาจโยคํ จงปองประโยชน์ด้วยยาจก อนนตกตื่นมาบมิขาด อมจฺฉรึ อนนอาจอวยด้วยง่าย จับจ่ายทรัพย์คลงงคลี่ อย่าได้ตรหนี่ตรหนัก ปฏิราชูหิ แลท้าวทงงผืนแผ่นจักรแหล่งหล้า มม ปุตฺตํ ปฏิจฺจ ชีวนฺเตหิ อันพำนักนิแก่ลูกข้าครองสกนธ์ ปูชิตํ กำนลคณอเนก อดิเรกเรืองปรากฏ ยสสฺสินํ เมาะ มหาปริวารวนฺตํ อันมียศมเหาฬาร มีบริพารอนนมากน้นน คพฺภํ เม ธารยนฺติยา บพิตรในเมื่อข้าทรงครรภ์ ในเมืองมรรตยมานุษยน้นน มชฺฌิมงฺคํ อนุนฺนตํ จงอรรฒางคชรบาบ เอ็วรัดราบรางชางคนแน่งเทอญ กุจฺฉิ อนุนฺนโต อสฺส มีทางท้องสรแทบ อรรแถ้งแนบน้อยงามแง่น้นน จาปํ วลิกฺขิตํ สมํ อันราบเพียงเกาทันธ์ พระพิศวกรรม์รงงเรขแล ฯ ถนา เม นปฺปวตฺเตยฺยุํ สองนมเฉกเฉลาลเอ่ง อย่าคล้อยเคล่งคลาทรวงท้าวน้นน ฯ ปลิตา นสนฺตุ วาสว บพิตรอันว่าเกษาเสวตร ศิโรเพศอย่ามีหนึ่งเลย กาเย รโช น ลิมฺเปถ บพิตรอันว่าธุลีเผ้าผง อย่าติดองค์โอภาศนี้ วชฺฌญฺจาปิ ปโมจเย อันว่าข้าขอโปรด นักโทษเที้ยรทุจริตน้นน ฯ มยูรโกญฺจาภิรุเท ในมณเฑียร อากยรณด้วยเสียงโกรญจสำเนียงโมรมาธูรน้นน ฯ นารีวรคณายุตฺเต กอปรด้วยสาวษัตรี นารีรัตนประเสรอฐน้นน ฯ ขุชฺชเจลาวกากิณฺเณ อันเดียรดาษด้วยเตี้ยเค้าค่อม เคี้ยคอยทวารทุกแห่งแล สุทฺทมาคธวณฺณิเต จึงมีหมู่มหานศทงงมาคธสดุดี เบอกบายศรีสมโพธิน้นน ฯ จิตรคฺคเฬรุฆุสิเต เสียงสรหลักแก้วกาญจน์ เบอกใบทวารกึ่งกลางดุจดุริยางคห้าสิ่งน้นน ฯ สุรามํสปฺปโพธเน มีนายโรงเตือนแต่งเข้า เหล้าแพ่งมัศยมางษมากเทอญ ฯ สิวีราชสฺส ภทฺทนฺเต บพิตรจงมูลมีในปราสาท แห่งท้าวสีพิราชราชาธิเบศร์น้นน ฯ ตตฺถ อสฺสํ มเหสิยา ข้าขอเปนนางนารถ แห่งพระบาทสีพี อนนมียศอากยรณ์ใน มณเฑียรธน้นน ตตฺถ สิวิราชสฺส อคฺคมเหสีภาโว ปฐโม วโร อันว่าสวภาพเปนอรรคชายา แห่งกรุงสีพิราชาธิราช ในปราสาทบวร พรน้นนเปนที่พึ่ง ทยรธนับหนึ่งแล นีลเนตฺตตา ทุติโย วโร อันว่าสวภาพตาเพราพรรณพพรอง เปนพระพรคำรบ สองสิ่งแล ฯ

๏ นีลภมุกตา ตติโย วโร อันว่าสวภาพคิ้ว นิลาญชนเลงงาม เปนพรคำรบสามสิ่งแล ฯ ผุสฺสตีติ นามํ จตุตฺโถ วโร อันว่าสวภาพทรงนามสุบรรษดี ยอดไท้ ข้าขอได้ถ้วนถี่ เปนพรคำรบสี่สิ่งแล ฯ

๏ ปุตฺตปฏิลาโภ ปญฺจโม วโร อันว่าข้าขอมีลูกชาย จงฦๅสายในแหล่งหล้า เปนพรคำรบห้าประการ โสดแล ฯ อนุนฺนตกุจฺฉิตา ฉฏฺโฐ วโร อันว่าสวภาพท้องบมีทรวดเสมออก เปนพรคำรบหกสิ่งแล ฯ อลมฺพตฺถนตา สตฺตโม วโร อันว่าสวภาพนมบคล้อยตก ขอแด่นายกเทพทรงเพ็ชร เปนพรคำรบเจ็ดสิ่งแล ฯ อปฺปลิตภาโว อฏฺฐโม วโร อันว่าสวภาพอย่ามีหงอกเหง้า ท้าวถึงสกนธ์ ขอแด่พระผู้ผจญแทตย์ เปนพรคำรบแปดประการ โสดแล ฯ สุขุมจฺฉวิภาโว นวโม วโร อันว่า สวภาพสุขุมฉวี กัลยานีศรีสํบูรณเศร้า เปนพรคำรบเก้าสิ่งแล ฯ

๏ วชฺฌปฺปโมจนสมตฺถตา ทสโม วโร อันว่าสวภาพข้าขอโปรด ฝูง นักโทษทงงหลาย อันจะล้มตายฉิบ เปนพรคำรบสิบสิ่งแล ฯ

๏ ตํ สุตฺวา สกฺโก อาห อันว่าท้าวสหัสนัยน์จอมไตรตรึงษพิมาน ก็มีอินทรโองการด่งงนี้

เย เต ทส วรา ทินฺนา มยา สพฺพงฺคโสภเณ ภทฺเท ผุสฺสติ ดูกรเจ้าสบรรษดี อับษรศรีสุรศักดิ์ ฯ สพฺพงฺคโสภเณ เมาะ สพฺพลกฺขณสมฺปนฺเน อนนกอปรด้วย สรรพลักษณลำยอง ฯ เย ทส วรา อันว่าพระพรใดทงงผองสิบสิ่ง มยา ทินนา แลพี่แกล้งกลิ่งให้แล้ว เต เมาะ ตุยฺหํ แก่นางน้องแก้วแก่นกัลยาณี อนนมีศรีสวัสดิ เสาวภาคย์ โหติ อย่าพร่องพรากสักอนน แลมีโดยกรรม์อนนเกอดน้นน ฯ สิวิราชสฺส วิชิเต สพฺเพ เต ลจฺฉสิ วเร ฯ สา ตฺวํ อันว่าเจ้าผู้ผ่านเผ้าเกล้าอับษร สพฺเพ เต วเร พระพรนั้นสิบประการด้วยดี ลจฺฉสิ เมาะ ลภิสฺสสิ ก็จะพึงมีบมินาน แก่นางนงพาลภักตรพิเศษ วิชิเต เมาะ นิเวสเน ในนิเวศเรือนรัตน์ สิวิราชสฺส แห่งเจ้าจอมกษัตรสีพิราช ด้วยอำนาจนางขอแก่พี่นี้ ฯ

๏ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระสาศดามหาบรมไตรภพนารถ ปกาเสนฺโต ธก็จะประกาศพรรณา ตํ อตฺถํ อรรถาธิกนิกร อนนมีในมหาแพศยันดรชาติชาฎก พระดิลกบันทูร ฯ จตุวิธปริสานํ แก่จดูรพิธบรรสัทยทงงหลาย ด่งงนี้ อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ ผุสฺสติยา วรํ ทตฺวา อนุโมทิตฺถ วาสโวติ ฯ

๏ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพาร มฆวา อันว่าท้าวผู้ผ่านคชาธารสารเสวตร เทวราชา อนนเปนเชษฐแก่เทพดา ราชาบรเมนท์มิ่ง วาสโว เมาะ เทวเสฏฺโฐยศยงพ้นเทพดา สุชมฺปติ เมาะ สุชํ นาม อสุรกญฺญํ ปติ ฯ ปติ อนนเปน ภรรดาธิเบศร์ อสุรกญฺญอํ แห่งอสุเรศสุมารี สุชํ นาม อนนมีชื่อสุชาดา ภรรยาอินทอัคราช ฯ อิทํ วจนํ ยงงพระสาศนด่งงนี้ วตฺวา คร้นนธชี้ให้ตรัสแจ้ง แกล้งแสดงกลประกาศ ทตฺวา ก็ประสาทใสโสมนัศ วรํ เมาะ ทสวเร ยงงพรพิพัฒทัศเพธ ผุสฺสติยา แก่ออกท้าวสุรสุเดศรผุษสดี อนุโมทิตฺถ ก็เกษมศรี ปรีดิปราโมทย์ ในมาโนชท่านน้นน ฯ

ทสวรวณฺณนา นิฏฺฐิตา บรรพบริบูรณ์ คำหลวงเลือกล้วนผู้ปรีชานิพนธ์ใน แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถโน้น ฯ ๑๙ ฯ

บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2563 17:51:36 »



 
พระเวสสันดรประทานช้างปัจจัยนาเคนทร์แกชาวกลิงราษฎร์ ...(พระเวสสันดรทรงรินน้ำในคนโทลงที่มือของพราหมณ์
ประทานช้างปัจจัยนาเคนทร์แก่ชาวกลิงคราษฎร์  : สมัยก่อนโน้น เขาน้ำรินลงที่มือคนรับ เป็นสัญลักษณ์ว่าให้เป็นการเด็ดขาด)
ภาพชาดกเรื่องพระเจ้าสิบชาติ จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดพนมยงค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ภาพชาดกเรื่องพระเจ้าสิบชาติ จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

กัณฑหิมพานต์
๑.พระนางผุสดีเทพกัญญารับพรสิบประการ แล้วจุติไปบังเกิดในตระกูล กษัตริย์มัทราช ได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงสญชัย ผู้ครองสีวิรัฐ ประสูติพระโอรสทรงพระนามว่าพระเวสสันดร
๒.พระเวสสันดร เสด็จออกบำเพ็ญทานประจำวัน ทรงช้างปัจจัยนาค
๓.ระหว่างทางเสด็จ พราหมณ์ชาวเมืองกลิงคราษฐ์ทูลขอช้างปัจจัยนาค ก็ทรงบริจาคพระราชทานให้

๏ อิติ สา วเร คเหตฺวา ตโต จุตา มทฺทรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตีติ ฯ สา ผุสฺสตี อันว่าสมเด็จสบรรษดี คเหตฺวา ก็รับแล้ว วเร เมาะ ทสวเร ซึ่งพระพรสิบอัน แด่สำนักนิท้าวมัฆวาน จุตา ก็จุติจากดาวดึงษาสวรรค์ ลงมา อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ ก็เอาปฏิสนธิในพระอุทรแห่งสมเด็จพระอรรคมเหษี แห่งภูมีมัทธราช ทสมาสจฺจเยน ครั้นถ้วนทศมาศสิบเดือน ก็เคลื่อนคลาศ จากพระมาตุโครธร บวรจากครรภ์พระมาดา ชายมานาย จนฺทนจุณฺเณน ก็มีพระกายาประดับประดาไป ดังลูบไล้ลาทาด้วยจุณแก่นจันทน์ เตน วุตฺตํ เหตุดังนั้นพระบวรวงษา จึงมาถวายพระนามตามองค์ ผุสฺสตีนาม นาเมน ทรงพระนามชื่อสบรรษดี เปนศรีสวัสดีจำเริญไป ฯ

๏ สา มหนฺเตน ปริวาเรน โสฬสวสฺสิกกาเล อุตฺตมรูปธรา อโหสิ อันว่า พระสบรรษดีราชธิดาก็จำเริญวัยได้สิบหกปี ก็งามมีศรีโสภา ก็แวดล้อมพร้อมด้วยบริวาร เมื่อนั้น อถ นํ สิวิมหาราชา ปุตฺตสฺส สญฺชยสฺสตฺถาย อาเนตฺวา ในกาลนั้น สมเด็จท้าวสีพิราช จึงให้นางนารถสบรรษดี แล้วอภิเศกกับพระสญไชยเมื่อนั้น ฯ

๏ ตสฺส ฉตฺตํ อุสฺสาเปตวา ตํ โสฬสนฺนํ อิตฺถีสหสฺสานํ เชฏฐกํ กตฺวา ก็ ยอยกเสวตรฉัตร มอบให้สองกระษัตรครองเมือง เนืองนองด้วยยศบริวารสนมพระกำนัล อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ ก็ตั้งพระสบรรษดี เปนพระมเหษียิ่งกว่าพระสนมหมื่นหกพันแล้วแล ฯ สา สญฺชยสฺส ปิยา มนาปา สมเด็จนางสบรรษดี ก็เปนที่จำเริญศรีพระสญไชย อถ สกฺโก อาวชฺชมาโน มยา ผุสฺสติยา ทินฺเนสุ วเรสุ นว วรา สมิทฺธาติ ทิสฺวา ในกาลนั้นสมเด็จท้าวโกษี ก็มาเห็นราชสบรรษดี อันมีศรี สัพลักษณเลงเสิศ ประเสริฐสำเร็จด้วยพระพรเก้าประการ ฯ เอโก ปุตฺตวโร น ตาว สมิชฺฌติ ตํปิสฺสา สมิชฺฌาเปสฺสามีติ จินฺเตสิ ยังแต่พรอันนางจะขอพระราชบุตรอันบริสุทธิสืบวงษ์ จำนงปลงใจ ควรเราจะไปอาราธนาพระมหาสัตว์ เสวยสมบัติในดาวดึงษา เมื่อนั้น ฯ อถ สกฺโก ตสฺส สนฺติกํ คนฺตวา มาริส ตฺยา มนสฺสโลกํ คนฺตุํอํ วฏฺฏตีติ ในกาลนั้นท้าวสหัศไนย ก็ไปสู่สำนักนิ สมเด็จจอมจักรภูวนารถ ก็อาราธนาว่า ข้าแต่ท่านผู้เปนเนรทุกข์ จงเปนศุขทุกเมื่อ ขอเชิญเสด็จลงไปแผ่เผื่อโพธิญาณ เปนกาลอันควร แล้วแล ฯ เสสเทวปุตฺตา สฏฺฐิอิสหสฺสานํ อมจุจานํ เคเหสุ นิพฺพตฺตึสุ ธก็อันเชอญเทพบุตรองค์อื่นได้หกหมื่นองค์ จุติลงมาเอาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเสนาทั้งหลาย เมื่อนั้น มหาสตฺโตปิ ตโต จวิตฺวา ตตฺถุปปนฺโน อันว่าพระโพธิสัตว์ก็รับปฏิญาณ แห่งท้าวมัฆวานแล้ว จวิตฺวา ก็จุติลงมาพลัน ปฏิสนธิในครรภ์พระสบรรษดีด้วยเร็วแล ฯ

๏ มหาสตฺเต ปน กุจฺฉิคเต ผุสฺสตี โทหลินี หุตฺวา จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ จ นิเวสนทฺวาเร จาติ ฯ มหาสตฺเต อันว่า พระมหาสัตว์เมื่ออุบัติในครรภ์ ฯ สา ผุสฺสตี โทหลินี หุตฺวา อันว่า พระสบรรษดี ก็มีพระไทยปราถนาให้ทำ ฉทานศาลาหกแห่ง จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ ให้ตกแต่งแทบประตูเมือง ท่ามกลาง ในระวางตรอกพ่อค้า วิสชฺเชตฺวา ให้จำหน่ายจ่ายทรัพย์ทั้งหลาย ฉสตสหสฺสานิ โดยมั่นหมายได้หกแสน เทวสิกํ เทวสิกํ กำหนดแม่นเปนนิรันตร์ แลพระสบรรษดีนั้นก็เสด็จไป สตฺต อสฺเส รเถ นิสีทิตฺวา ก็นั่งในราชรถ อัน ปรากฏเทียมยิ่ง ด้วยม้ามิ่งมงคล ฯ มหนฺเตน ปริวาเรน มากเกลื่อนกล่นด้วย บริวาร ฯ สา ผุสฺสตี วีถิยา มชฺฌปฺปตฺเต กาเล ในกาลเมื่อถึง ซึ่งตรอกบมินาน กมฺมชฺชวาตา ลมกามัชวาตก็พัดพานพลัน ให้ไหวหวั่นซึ่งพระครรภ์นางนารถฯ รญฺโญ อาโรจยึสุ อันว่าอำมาตย์ทั้งหลายก็ถวายบังคมทูล แด่พระนเรนสูรสญไชย ฯ ตํ สุตฺวา ราชา อันว่าพระมหากระษัตร ก็ตรัสให้พระพลาทอง ไปรองรับพระโอรสา วิชายิตฺวา นางพระยาก็ประสูตรพระโอรส ปรากฏในท่ามกลางทางระวางตรอก มหาสตฺโต มาตุกุจฺฉิโต อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์เมื่อออกจากครรภ์พระมาดา ก็ทอดไนยนาลืมพลัน ฯ ปสาเรตฺวา ก็เหยียดพระหัตถ์ ก็ตรัสพระวาจา ฯ อมฺม ข้าแต่พระมาดา ทรัพย์อันใดมีมา ข้าจะขอให้ทานบัดนี้ จงพลันฯ อถสฺส มาตา อชฺฌาสเยน เทหีติ อันว่าพระมาดาเจ้า จึงหยิบเอาทรัพย์พันตำลึง ให้ถึงมือเมื่อนั้น ฯ อถสฺส นามคหณทิวเส เวสฺสวีถิยํ ชาตตฺตา เวสฺสนฺตโรติ อันว่า พระญาติทั้งหลายก็ถวายพระนามตามเหตุ ชื่อพระเพศยันดรดังนั้น ฯ เตน วุตฺตํ เหตุดังนั้น พระเพศยันดรเสด็จบรรธมบรมไสยาศน์ เหนืออาศนก็จินตนาการ เมื่อนั้น ฯ อหํ พาหิรกทานเมว ทมฺมิ ตํ มํ น ปริโตเสติ อชฺฌตฺติกทานํ ทาตุกาโม อันว่าทานภายใน ควรเราจะให้ตามผู้ใดจะมาขอ เราก็จะยอยกให้ตามใจมัน ฯ หทยํ นีหริตฺวา ตสฺส ทเทยฺยํ แม้ผู้ใดจะปราถนา จะมาขอซึ่งดวงใจ เราก็จะให้ดังใจมันฯ สเจ อกฺขีนิ มํ ยาเจยฺยํ ถ้าผู้ใดจะมาอาเพศ ขอไนยเนตรเรา ก็จะเอาให้ดังใจจง ฯ อถวาปิ มํ โกจิ เม ทาโส โหหีติ วาเทยฺยํ ถ้าผู้ใดประสงค์จะมาปลงขอเอา ตัวเราไปเปนทาษ ก็ตามแต่จะปราถนาเอาไป ฯ ชาตทิวเสเยว ปนสฺส เอกา อากาสจาริณี กเรณุกา อภิมงฺคลสมฺมตํ สพฺพเสตํ หตฺถิโปตกํ อาเนตฺวา ในเมื่อวันพระโพธิสัตว์ ออกจากครรภ์พระมาดา ยังมีแม่ช้างตัวหนึ่งพลัน พาเอาลูกนั้นมา โดยเวหาบมินาน กับประดิษฐานไว้ในโรงอันเปนมงคล ฯ มหาสตฺตสฺส ปจฺจยํ กตฺวา จึงพระมหาบุรุษ ให้ฝูงคนสมมุติว่าช้างแก้วปรตยนาท เปนที่ยินดีแก่ราษฎรบ้านเมือง เมื่อนั้น ฯ ตํ สุตฺวา ราชา มม ปุตฺเตน ทินฺนํ พฺรหฺมเทยฺยเมว โหตูติ อันว่าพระมหากระษัตร จึงตรัสให้หาพระนม อันงามสมปรากฏ ด้วยนมรศอันหวาน ก็พระราชทานไปแก่พระองค์ฯ โส สฏฺฐิอีสหสฺเสหิ ปริวาเรหิ มหนฺเตน ธก็พระราชทานให้บริวารวง อันเกอดร่วมวันทันองค์หกหมื่นตนฯ สหสฺสคฺฆนกํ กุมารํ ปิลนฺธนํ กาเรสิ ธก็ให้ประดับทับทรวงองค์ แด่พระผู้ทรงธรรม เมื่อนั้น ฯ โส จตุปญฺจวสฺสิกกาเล ตํ โอมุญฺจิตวา ธาตีนํ ทตฺวา พระโพธิสัตว์ก็เปลื้องเครื่องประดับทับทรวงองค์ ก็บรรจงปลงให้ทานแด่พระนมทั้งหลายไป เมื่อนั้น ฯ ตํ สุตฺวา ราชา ตํ ปิลนฺธนํ อทาสิ อันว่าพระบิดาก็มาใช้ ให้ช่างทองจำลองพลัน แล้วพระผู้ทรงธรรม์ ก็พระราชทานไปด่งงนี้ ฯ ตสฺเสว สภาวํ สรสจิตฺตํ จินฺเตนฺตสฺส จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา อยํ มหาปฐวี มตฺตวารโณ วิย ตชฺชมานา กมฺปติ ในเมื่อพระแพศยันดรจินตนาในใจ ก็บันดาลไหวหวั่นโดยสำคัญมี พระมหาปัถพีดล ก็รนร้องก้องโกญจนาท พระเมรุราชก็หวาดไหว เมื่อท้าวไทธจินตนา ดังนั้น ฯ ยาว พฺรหฺมโลกา เอกโกลาหลํ อโหสิ อันว่ามหัศจรรย์ ก็บันดาลดลเปนเหตุ ถึง เทเวศรพรหมมินทร์ ได้ฟังยินก็ส้องสาธุการเปนโกลาหลก็มี เมื่อนั้น ฯ

๏ โพธิสตฺโต โสฬสวสฺสิกกาเลเยว สพฺพสิปฺปานํ นิปผตฺตึ ปาปุณึสุ ฯ ภิกฺขเว ดูกรอาริยสงฆ์ผู้ทรงศีลวิสุทธิบวร เมื่อพระเพศยันดร โสฬสวสฺสิกกาเล ในกาลเมื่อได้สิบหกปี สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปาปุณึสุ พระองค์ทรงศีล เพทวิเสศบริบูรณ์ ราชา สญฺชโย อันว่าพระบาทบิดา อาเนตฺวา จึงให้นำมา ซึ่งนางนารถราชกัญญา มทฺทีนาเมน ชื่อเจ้ามัทรี สาวศรีมัทธราชธิดา เชฏฺฐกํ กตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ท้าวธก็ให้อภิเศกเปนเอกนารี มหาสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจิตฺวา ก็ให้พระเพศยันดรบวรบาท เสวยราชสมบัติครองเมือง ฯ มหาสตฺโต รชฺเช ปติฏฺฐิอิตกาลโต ปฏฺฐาย เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสชฺเชนฺโต มหาทานํ ปวตฺเตสิ อันว่าพระมหาสัตว์ทรงธรรม ก็จำหน่ายจ่ายทรัพย์เปนทาน เปนประมาณวารละหกแสน ฯ อปรภาเค มทฺที เทวี ปุตฺตํ วิชายิตฺวา จำเดิมแต่นั้นไป พระราชเทวีก็ประสูตรปรากฏ พระราชโอรสดังนี้ ฯ ตํ กาญฺจนชาเลน สมฺปฏิจฺฉึสุ อันว่าพระนมทั้งหลาย จึงเอาข่ายทองเข้ารองรับพลัน เหตุดังนั้นจึงถวายนามโดยมี ชื่อชาลีกุมาร ฯ ตสฺส ปทสา คมนกาเล สา ธีตรํ วิชายิ ในกาลเมื่อพระชาลีผู้เภาพาล ค่อยวัฒนาการ จำเริญไวย จึ่งนางนารถองค์อรไทย ก็ประสูตรพระราชธิดา เมื่อนั้น ฯ ตํ กณฺหาชิเนน สมฺปฏิจฺฉึสุ เหตุนั้นพระนมทั้งหลาย จึงมาถวายหนังหมี รองรับพระราชกุมารีธิดา จึ่งถวายพระนามปรากฏ จึงกำหนดนามกัณหา ดังนี้ ฯ ตทา กาลิงฺครฏฺเฐ ทุวฏฺฐิกา อโหสิ ในกาลนั้น อันว่าเมืองกาลึงคราษฎ์ ก็บมิอาจให้ฝนตกเมืองตน ก็บังเกิดโกลาหล ทุกประการฯ มนุสฺสา ชีวิตุํ อสกฺโกนฺโต โจรกมฺมํ กโรนฺติ อันว่าฝูงคนทั้งหลาย ก็บมิอาจขวนขวายเลี้ยงตน ก็จลาจลโจร เมื่อนั้น ฯ มหาชนา ราชงฺคเณ สนฺนิปติตฺวา อุปกฺโกสึสุ อันว่าฝูงคนชนชาวเมือง ก็ฟุ้งเฟื่องพร้อมกันร้อง ก้องท้องพระตำหนัก พระยาพลัน ฯ อถ ราชา สาธุ ตาตา เทวํ วสฺสาเปสฺสามีติ ในกาลนั้น บ้นนพระบาทสมเด็จกาลึงคราษฎ์ก็รับปฏิญาณ จึ่งสมาทานอุโบสถ ก็บมิอาจปรากฏฝนมิได้แล ฯ

๏ เอส เชตุตฺตรนคเร สญฺชยรญฺโญ ปุตฺโต เวสฺสนฺตโร นาม ทานาภิรโต อันว่าชาวเมือง ก็เนื่องทูลโดยอรรถ ว่าพระมหาสัตวบุตรสญไชย ท้าวไทธนั้นศรัทธา มีช้างงาเผือกผ่องมงคล ดังนี้ ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา พฺราหฺมเณ ปกฺโกสาเปตฺวา ท้าวธให้หาพราหมณ์ทั้งหลายแปดตน มีโกณฑัญพราหมณ์เปนประธาน ดังนี้ ฯ คจฺฉถ เวสฺสนฺตรํ หตฺถึ ยาจิตฺวา อาเนถาติ เปเสสิ ดูกรพราหมณ์ทั้งหลาย ท่านเร่งผันผายไป ยังกรุงไกรพิชยเชตอุดร วิงวอนขอช้างแก้วปัตย ท้าวธให้ได้แล้วพามา อถ พฺราหฺมณา อนุปุพฺเพน เชตุตฺตรนครํ ปตฺวา พราหมณ์ทั้งหลายก็ไปมิหึง บันลุถึงเชตุดรนครนั้น ปุนทิวเส ราชานํ หตฺถึ ยาจิตุกามา หุตฺวา อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ไปสู่โรงทาน ก็บริโภคอาหารสำเร็จ แล้วก็มานั่งรับเสด็จพระองค์ฯ ราชาปิ เสฺว ทานคฺคํ โอโลเกสฺสามีติ ปาโตว นฺหาตฺวา อันว่าพระมหาบุรุษราชผู้ใจบุญ ครั้นเบิกอรุณรุ่งราง ธก็ประดับด้วยแก้วกัณฐี-มณีกร สรรพาภรณ์วิภูสิต ก็เสวยพระโภชนาหารแล้วแล

อลงฺกริตฺวา หตฺถี ขนฺธวรคโต ปาจีนทฺวารํ อคมาสิ แล้วก็เสด็จเหนือคอ ช้างแก้วปัตยนาท ไปประพาศ ณ โรงทาน โดยพระทวารปาจินทิศาภาคนั้น ฯ พฺราหฺมณา ทกฺขิณหตฺถํ ปสาเรตฺวา ชยตุ ชยตุ เวสฺสนฺตโรติ อาหํสุ จึ่งพราหมณ์ ทั้งหลายแปดคน ก็ถวายชยมงคลแต่สมเด็จพระผู้ทรงธรรมอยู่แล

๏ มหาสตฺโต พฺราหฺมเณ ทิสวา หตฺถึ เตสํ ฐิตฏฺธาเน เปเสตฺวา หตฺถิขนฺเธ นิสินฺโนว ปฐมํ คาถมาหฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ปรากฏ เปนพุทธชิโนรสรุ่งเรืองงาม ฯ มหาสตฺโต พฺราหฺมเณ ทิสฺวา สมเด็จพระมหาสัตว์ ตรัสทอดพระนยเนตรเห็นพราหมณ์ เปเสตฺวา หตฺถิขนฺเธ ก็บ่ายพระภักตรมณฑลยังพราหมณ์นั้น ปฐมํ คาถมาห ธก็ตรัสพระคาถาเปนประถมก่อนแล ฯ

๏ ปรุฬฺหกจฺฉนขโลมา ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา ปคฺคยฺห ทกฺขิณํ พาหุํ กึ มํ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา ดูกรพราหมณ์ทั้งหลาย ปรุฬฺหกจฺฉนขโลมา แลมีขนรักแร้ เล็บนั้นแลยาว ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา ฟันก็ขาวล้วน กึ มิ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา พราหมณ์ทั้งมวญชวนกันมา เผื้อเหตุการณ์ดังฤๅ ฯ พฺราหฺมณา อาหํสุ อันว่า พราหมณ์ทั้งหลาย ก็ถวายบังคมทูลดังนี้ ฯ

๏ รตนํ เทว ยาจาม สิวีนํ รฏฺฐวฑฺฒนํ ททาหิ ปวรํ นาคํ อีสาทนฺตํ อุรุฬฺหวนฺติ ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้ผ่านพิภพสีพี ตูข้าทั้งหลายมานี้ จะขอหัตถีรัตนปัตยนาท ขอพระองค์จงประสาทประสิทธิ จงสำเร็จกิจแห่งพระโพธิญาณ เล่าเทอญ ฯ

๏ ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต อหํ สีสมาทึ กตฺวา อันว่าพระมหาสัตว ฟังซึ่งอรรถ วัจนแห่งพราหมณ์ จึงทรงพระดำริห์ตริโดยงาม ก็จินตนาการในใจ ว่ากูนี้จักกระทำ อัชฌัตติกทาน บัดนี้หมู่พราหมณ์ตามขอช้าง เปนทางพาหิรกทาน ควรจะให้ตามใจขอ ดังนี้ ฯ

๏ สุคนฺโธทกปูริตํ สุวณฺณภิงฺคารํ คเหตฺวา แล้วท้าวธก็จับเอาเต้าสุวรรณ กมลคนที แล้วก็รดรินวารีหลั่งหล่อต่อมือพราหมณ์ ก็ตรัสด้วยพระคาถา ดังนี้ ฯ

๏ ททามิ น วิกมฺปามิ ยํ มํ ยาจนฺติ พฺราหฺมณา ฯ ดูกรพราหมณ์ อันว่าช้างแก้วปัตย ก็เป็นสวัสดิมีไชยในพระนคร บวรราชสีพี เมืองเรา ฯ ปิฏฺฐิิยํ มุตฺตาชาลํ มณิชาลํ กาญฺจนชาลนฺติ แล้วประกอบด้วยข่ายทองรองรับหลังแลแก้วมณี ศรีรุ่งเรืองรจนา ฯ หตฺถินา สทฺธึ สตฺตอนคฺฆานิ สพฺพานิ พฺราหฺมณานํ อทาสิ อันว่าเครื่องสรรพาภรณ์ แห่งปัตยานาเคนทรประดับ กำหนดนับได้เจ็ดแสน องค์พระยาช้างนั้นแม้นมิได้ปรากฏ กำหนดก็บมี สห ทาเนเนว ปนสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ภูมิกมฺปาทโย อเหสุํ ในเมื่อท้าวธทรงประสาทศรัทธา อันว่าแผ่นพสุธาอันใหญ่หนาก็จลาจล เมื่อพระทศพลญาณ ทรงพระราชทานปัตย เมื่อนั้น ฯ

๏ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสากยมุณีนารถสาศดา เมื่อ พรรณาซึ่งอรรถนั้น ก็กล่าวพระคาถาดังนี้ ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ตทาสิ โลมหํสนํ ฯ

ภิกฺขเว ดูกรภิกษุมุนี ผู้มีศีลทรงไตร เมื่อบรมไทธิเบศร์เพศยันดร มาประสาทปัตยนาทบวร พราหมณ์ก็พาเอากุญชร จรจากนครเชตุดรนั้น

ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ให้บังเกิดสยองพองทุกเส้นขน ทั้งพสุธาดลก็รนร้อง กึกก้องโกญจนาท พระสุเมรุราชก็หวั่นไหว หตฺถินาเค ปทินฺนมฺหิ ในเมื่อบรมไทธิเบศร์ เพศยันดรพระราชทาน เทพยดาก็บันดาลให้ชาวบ้านเมืองฦๅเลื่อง เฟื้องฟุ้ง ขจรอนันต์ พฺราหฺมณา กิร ทกฺขิณทวาเร อันว่าพราหมณ์ทั้งหลายก็บ่ายหน้ามายังทักขิณทวาร หมู่คนแลลานอัศจรรย์ อมฺโภ พฺราหฺมณา อมฺหากํ หตฺถึ อภิรุยฺห กุโต โว ลทฺโธ หตฺถีติ อันว่าฝูงนิคมชนบทก็เห็นปรากฏ จึงถามโดยบทบมินาน พราหมณ์ก็ขานบอกแล พฺราหฺมณา อาหํสุ อันว่าพราหมณ์ทั้งหลาย ก็บอก ออกโดยหมาย ก็ขี่ขับปัตยผันผาย ไปสู่กาลึงคราษฎร์บมินาน เล่าแล ฯ

๏ เตน วุตฺตํ เหตุนั้นพระผู้ทรงธรรมบพิตร ก็มีพจนสุภาสิต ด้วยลิลิตพระคาถา ดังนี้ อุคฺคา จ ราชปุตฺตา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกาติ ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ผู้ทรงศีลวรคุณ เมื่อบรมไทใจบุญ มาปลดปลงปัตยนาท จรจากราชเวียงวงษ์ อุคฺคา จ ราชปุตฺตา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา ก็ดาลดลปรากฏ ทวยทวิบทนานา มีหมู่อำมาตย์ราชปโรหิตฝูงวานิชนองเนือง เมื่อนั้น

หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา ฝูงนิกรคชสิทธิกุญชร หมู่อัศดร ราชยานก็ปรากฏ ทงงหมู่รถบทจรแลล้วน

เกวโล จาปิ นิคโม สิวิโย จาปิ สมาคตา ฝูงชนบทอันมีในบุรีนั้น ก็ชวนกันพรั่งพร้อมล้อมแน่น ทวยทั้งแดนกรุงสีพิราษฎร์นั้น ทิสฺวา นาคํ นิยฺยมานํ เต รญฺโญปฏิเวทยุํ ยลทชีเผ่ากาลึงคราษฎ์ พาคชลีลาศจากบุรีเรือง ก็ขัดเคืองพิโรธ ก็ร้องอุโฆษประกาศ ไทธิราชสญชยบพิตรนั้น ปุตฺโต เวสฺสนฺตโร ตว กถํ โน หตฺถินํ ทชฺชา ดังฤๅพระเพศยันดรบวรราชโอรส ธมาเปลื้องปลดคชนาทอยราผ่องแท้ นาคํ รฏฺฐสฺส ปูชิตํ กถํ โน กุญฺชรํ ทชฺชา ก็เปนที่บูชาแก่ชาวเมือง ดังฤๅ พระบุญเรืองบเอื้อ มาก่อเกื้อในทางทาน บมิชอบไส้ ฯ อีสาทนฺตํ อุรุฬฺหวํ เขตฺตญฺญุํ สพฺพยุทฺธานํ หนึ่งอยรางางอน บมิอาจย่อหย่อนอรินทรราช แล้วองอาจรู้จบสงคราม สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ ปณฺฑุกมฺพลสญฺฉนฺนํ ช้างแก้วเผือกแผ้วงาม รุ่งเรืองอร่ามด้วยกำพล กายสกลโทรมซับมัน เลิศยิ่งยง ฯ

๏ ปภินฺนํ สตฺตุมทฺทนํ ทนฺตึ สวาลวีชนึ สัณฐานจับกรมลบรรจง พาลวิชนี องอาจ ยํ่ายีหมู่อรินทรราช ได้แล เสตํ เกลาสสทิสํ สเสตจฺฉตฺตํ สุปตฺเถยฺยํ ตนงามสะอาดดังไกรลาศราชบรรพต ทั้งอลงกฏเสวตฉัตร วิจิตรรัตนทองพราย สาถพฺพนํ สหตฺถิปํ อคฺคยานํ ราชวาหึ มีหมอควานบริบาลบำรุงการ เป็นอัคคยานทรงเสด็จทุกที ฯ พฺราหฺมณานํ อทา ทานํ สิวีนํ รฏฺฐวฑฺฒนนฺติ ธมาจงใจให้ขาดพฤฒาจารย์ ปานครุวนา ดังสามัญทรัพย์อันจำเริญแก่ชาวเมือง เล่าแล ฯ ปุนเอวมาหํสุ ชาวสีพิราษฎร์ จึ่งร้องประกาศสืบไป ดังนี้ ฯ อนฺนํ ปานญฺจ โส ทชฺชา วตฺถเสนาสนานิ จ สมเด็จพระแพศยันดร ธควรจะทรงพระราชศรัทธาโภชนนานา ทั้งวัตถาภรณ์วิภูษิต วิจิตรเครื่องลาด พระบาทควรจะอำนวยด้วยพฤฒา ภิกขาจารชอบแล ฯ กถํ เวสฺสนฺตโร ปุตฺโต ดังฤๅพระแพศยันดรบวรบุตร มาเผด็จ มิ่งมงกุฎ คชสารสุทธเรืองเดช องค์สญชเยศธิปตย วรยลชอบฤานา สเจ ตฺวํ น กริสฺสสิ สิวีนํ วจนํ อิทํ บัดนี้ผิแลพระผู้ผ่านเผ้า บตามคำเราตูข้า จะเป็นมหิศรา บเอื้อเอาคำเราสีพีดังนี้ ฯ มญฺเญ ตํ สห ปุตฺเตน สิวิหตฺเถ กริสฺสเรติ ดังเราทั้งมวลจะชวนกันสำคัญ รันพิโรธราวี ทั้งนฤบดีจะพินาศ เพราะข้าบาทในเนื้อมือเราแล ฯ

๏ ตํ สุตฺวา ราชา กามํ ชนปโท มาสิ รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสตุ นาหํ สิวีนํวจนา อันว่ากรุงสญชยราช ฟังประกาศฝูงสีพีพลัน ท้าวธนั้นมั่นหมายสำคัญ ว่าพระลูกนั้นจะวินาศ จึงตรัสประภาศแก่สีพีราษฎร์ทั้งหลาย ว่าแม้นบุรีวินาศ สูประกาสห่อนฟัง ได้รา ฯ ราชปุตฺตํ อทูสกํ ปพฺพาเชยฺยํ สกา รฏฺฐา พระลูกเรานี้ โสด บมีโทษสักอัน ดังฤๅจะเกียดกันจากสมบัติ พลัดนิเวศจรไกลฯ ปุตฺโต หิ มม อตฺรโช น จาหํ ตสฺมึ ทุพฺเภยฺยํ พระลูกก็เกิดกับตนกูผู้บิตุราช และจะปองพินาศบุตรเราเยียไรได้

อริยสีลวโต หิ โส อสิโลโกปิ เม อสฺส พระลูกเราแลแท้ทางสัปรุษ ศีล บริสุทธเสพบรรจง แม้จะมาปลงชีพบุตรา ฝูงโลกยจะมาสงไสย ฯ ปาปญฺจ ปสเว พหุํ กถํ เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ กรรมนั้นไปจะให้รึงรัง ทนทุกขังจิรังกาล ดังฤๅ จะผลาญเจ้าผู้บุตร ด้วยอาวุธทั้งหลาย บมิชอบไส้ฯ ตํ สุตฺวา สิวิโย อโวจุํ ฝูงนครสีพิราษฎร์ ก็ร้องประกาศแก่ท้าวไท ดังนี้ มา นิ ฑณฺเฑน สตฺเถน น หิ โส พนฺธนารโห ข้าแต่พระบาท พระโอรสราชบควรบีทา แม้นจะผูกพันธ์มั่นรึงตรึงตรา ควรแก่ราชาธิเบศร์องค์อร ดังนี้ ฯ ปพฺพาเชหิ จ นํ รฏฺฐา วงฺเก วสตุ ปพฺพเต ขับเสียจำจาก วิบัติพลัดพราก องค์พระแพศยันดร จรยังบรรพต วงกฏสิงขร เชิญองค์บวร ตามราชหฤไทย ฯ ตํ สุตฺวา ราชา อาห จึงพระภูเบศร์ กรุงสญชเยศ ดำรัสเอาใจ ซึ่งจักบัพพา ตามอัธยาไศรย กูบขัดได้ ตามแต่ท่านรา อิมํ โส วสตุ รตฺตึ กาเม จ ปริภุญฺชตุ บัดนี้ เราขอทุเลาท่าน ในราตรีกาลบมิควร จักชักชวนเชยชม กับนารถภิรมย์มเหษี ก่อนแล

ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ สมคฺคา สิวิโย หุตฺวา ในกาลเมื่อรุ่งแสงสว่างศรี ชาวเจ้าทั้งนี้จงมาสพรั่งพร้อม ล้อมบัพพาชนิยจำกัด ให้กระษัตริย์ โอรสเรา นิราศจากบุรี ฯ อุฏฺเฐหิ กตฺเต ตรมาโน เหวยนักการเอ๋ย เร่งรุกเร็วบัดนี้ พลัน คนฺตวา เวสฺสนฺตรํ วท จงแสดงทุกข์แห่งโอรส ให้ปรากฏโดยคดี สิวิโย เทว เต กุทฺธา ว่าบัดนี้หมู่สีพีลงโทษ โกรธจอมธรรม์ ฯ

ส กตฺตา ตรมาโนว นักการรับสารด้วยพลัน หนแล่นตระบัดเร็วไว กตฺตา เวสฺสนฺตรํ พฺรวิ นักการลุถึงบัดดล แจ้งกิจฝูงคน ทูลแด่ทรงธรรม ทุกฺขนฺเต เวทยิสฺสามิ ข้าแต่ปิ่นภพนาถา ข้อยจักพรรณา ทุกข์พลันอันมี ฯ มา เม กุชฺฌ รเถสภ ข้าแต่พระผู้ประเสริฐ โทษอันใดเกิด ขออย่ามีแก่ข้าเลย ฯ วนฺทิตฺวา โรทมาโน โส ประนมไหว้ ไห้พลางทางเฉลย ฯ สิวิโย เทว เต กุทฺธา ข้าแต่ปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเอ๋ย บัดนี้สีพีเขาคุมเคียด เกียดจักกระทำโทษพระองค์ อสฺมา รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ เมื่อได้สว่างแจ้งแสงสุริยง จึงพระองค์จะแรมร้างนิราศ จากปรางมาศเวียงไกร ฯ สมคฺคาสิวิโย หุตฺวา รฏฺฐา ปพฺพาชยนฺติ ตนฺติ พระองค์ นฤศุข เสวยทุกขัง ปิ่นเกล้าเจ้าจงฟังแจ้งรา ฯ

มหาสตฺโต อาห กษณะนั้นจอมกระษัตริย์ แจ้งยุบลอุบัติจึงตรัสถามตามยิน กิสฺมึ เม สิวิโย กุทฺธา เพื่อใดสีพีพร้องจอง ภยรี จะให้เรานิราศร้างแรมเมือง ฯโย น ปสฺสามิ ทุกฺกฏํ เราก็บเห็นเปนขุ่นเคือง ดังฤๅชาวเมืองยอโทษเรา ฯ ตํ เม กตฺเต วิยาจิกฺข กสฺมา ปพฺพาชยนฺติ มํ เหตุใดจงแสดงซึ่งเหตุแห่งเราอย่านาน เขาปองบัพพาชนิยการ จากนิเวศเหตุดังฤๅ ฯ กตฺตา อาห นักการก้มเกล้าทูลไท เขาพิโรธเข็ญไภย ด้วยให้ปัตยมิ่งมงคลเล่าแล ฯ มหาสตฺโต อาห ปางนั้นพระบรมวงษ์ องค์พระแพศยันดร ตรัสว่าแฮนักการ เราเบิกบานสำราญใจ ด้วยเรามาให้ช้างแก้ว แล้วบัดนี้ยังแต่อัชฌัตติกทานเล่าแล ฯ

๏ หทยํ จกฺขุมฺปหํ ทชฺชํ กึ เม พาหิรกํ ธนํ หิรญญฺํ วา สุวณฺณํ วา หัทยมังษะ โลหิตพระเกษไนยเนตรแห่งเราก็จะยอ คนขอโดยมั่นหมายเงินทองของ นอกกายบยินแล

มุตฺตา เวฬุริยา มณิ ทกฺขิณํ วามหํ พาหุํ แก้วมุกดา ไพรฑูริย์ แสงใส ให้ไม่อิ่มองค์ศรัทธา ทั้งทักขิณพาหาเราก็จะตัดให้ไปเล่าแล ฯ ทิสฺวา ยาจกมาคเต ทเทยฺยํ น วิกมฺเปยฺยํ แม้เราแลเห็นยาจกมาแท้ เราชื่นชม ในอารมณ์บหวั่นไหว ฯ ทาเน เม รมตี มโน กานํ มํ สิวิโย สพฺเพ เรายอยินให้สิ้นสุดทานบารมี แม้ทวย ชนสีพีจะมาฆ่าตีรัน ฤๅ บัพพาชนิยเรานั้นก็ตามใจเล่าแล ฯ เนว ทานา วิรมิสฺสํ กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธาติ แม้จะปราถนาออกปาก จะแบ่งบั่นหั่นเจ็ดภาค เราบเหนื่อยทาน โสดแล ฯ

โส เทวตาวิคฺคหิโต หุตฺวา กเถสิ กษณะนั้นบั้นเทพบันดาล ให้นักการไขบอกแล ฯ เอวนฺตํ สิวิโย อาหุ เนคนา จ สมาคตา ข้าแต่พระบาท สีพิราษฎร์มาปลงใจ ดังนี้ ฯ โกนฺติมาราย ตีเรน คิริมารญฺชรํ ปติ จักให้พระองค์ สู่พนัศแดนดง ทางท่าน้ำตรงแทบฝั่งโกนติมารา เฉพาะน่าคิรีนั้น เยน ปพฺพชิตา ยนฺติ เตน คจฺฉตุ สพฺพโตติ อันกระษัตริย์มีโทษ ปัพพาศชยสันโดษ โดยมีแล้วแล ฯ โพธิสตฺโต อาห อันว่าพระมหาสัตว์ ตรัสทุกถ้วนชน ว่าท่านผ่อนปรนงดเราฯ ยาว ทานํ ททามิหนฺติ แต่พอเรายอยก สัตตสดกมหาทาน ธก็ให้ตรัสจัดแจงการ ทั้งช้างม้ารถาจารข้าหญิงชาย โภชนทั้งหลายสิ่งละเจ็ดร้อยครบครัน แล้วเสด็จไปพระตำหนักนิเวศเทพีเมื่อนั้น ฯ

๏ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ ยํ อตฺถํ อันว่าอรรถอันใด อปากฏํ ยังมิได้ปรากฏ สตฺถา อันว่าพระศาสดา ปกาเสนฺโต เมื่อจะแสดงซึ่งอรรถ ก็มีพุทธ ฎีกาตรัสเปนพระคาถา ดังนี้ ฯ

๏ อามนฺตยิตฺถ ราชา นํ มทฺทึ สพฺพงฺคโสภนึ ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุผู้มีศีลาจาร เมื่อหน่อโพธิญาณผู้อารี ตรัสเรียกพระมเหษีมัทรี ผู้มีศุภลักษณ์ลํ้าเลิศ ฯ ยํ เต กิญฺจิ มยา ทินฺนํ ทรัพย์อันใดประเสริฐ อันเกิดแก่นุชนารถ ยญฺจ เต เปตฺติกํ ธนนฺติ หนึ่งทรัพย์แห่งบิตุราช ให้แก่น้องนารถนารี จงเก็บไว้ให้ดีพ้นภัย เล่า เทอญ ฯ

๏ ตมพฺรวิ ราชปุตฺติ มทฺที สพฺพงฺคโสภนา สมเด็จพระมัทรีศรีสวัสดิ์ มัทธราชนารี จึ่งมีพระเสาวนีประนมรับ

กุหึ เทว นิทหามิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ข้าแต่พระองค์ผู้เปนเครื่องประดับ ซึ่งให้หอมยับทรัพย์หนใด ฯ สีลวนฺเตสุ ทชฺเชสิ ทานํ มทฺทิ ยถารหํ ดูกรพระน้องนารถอรไทย เจ้าอย่าสยมเก็บอบรมทางทาน แก่สมณาจาริย์ท่านผู้มีศีล น หิ ทานา ปรํ อตฺถิ ปติฏฺฐา สพฺพปาณินนฺติ สิ่งใดบห่อนไปเปนที่พึ่ง บเทียมถึง เท่าทานทั่วไป โย จ ตํ ภตฺตา มญฺเญยฺย สกฺกจฺจนฺตํ อุปฏฺฐเห แม้กษัตรองค์ใด มีพระไทยประดิพัทธ กำหนัดเปนภรรดา ท้าวน้องจงมาบำรุงรักษ์ ภักดีอย่าทรงโศกวิโยคตรอมใจ จงมีไชยสวัสดิ์บัดนี้หนาเจ้า ฯ อถ นํ มทฺที กึ นุ โข เอส เอวรูปํ วจนํ ภณตีติ จินฺเตตฺวา จึ่งศรีสวัสดิ์มัทรีนงเยาว์ ฟังอรรถหน่อเหน้าเจ้าเจษฎา ระทกทอนหทยให้กังขา ดังฤๅพระภรรดามาตรัสผิดที่เล่าแล ฯ กสฺมา อยุตฺตํ กถํ กเถสีติ ปุจฺฉิ อันว่าพระมัทรี จึ่งมีพระเสาวนีโอนเกล้า พระผู้ผ่านเผ้าเจ้าจงไข เหตุใดปิ่นเกล้าแสดงดังฤๅ ฯ ภทฺเท มยา หตฺถิสฺส ทินฺนตฺตา สิวิโย กุทฺธา ดูกรพระน้องนารถยุพาน บัดนี้ให้พี่ให้ปัตยเปนทาน ให้บันดาลคงเคียด ชาวสีพีกัน เกียดพิโรธโกรธขับไกล ฯ สฺวาหํ สตฺตสตกมหาทานํ ทตฺวา พี่นี้ทุเลาไว้ แต่พอได้ ให้สัตตสดกมหาทาน อหํ หิ วนํ คจฺฉามิ โฆรํ วาฬมิคายุตํ พี่จักบทจรไพรสาณฑ์ กันดารพาฬมฤคกึกก้องราวี ฯ สํสโย ชีวิตํ มยฺหํ อันชีวิตรแห่งเรานี้เปนที่สงไสย ฯ เอกกสฺส พฺรหาวเน แต่ผู้เดียวสันโดษไป กันดารไภยในป่า เคยวัฒนาสุขุมาไลย แต่ก่อนแล ฯ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อันว่าพระมัทรี ศรีมัทราช มีพจนาทบัณฑูร ดังนี้ อภุมฺเม กถํ นุ ภณสิ ปาปกํ วต ภาสสิ ดังฤๅ พระนรินทร์ น้องบเคยยิน เล่าเลย ฯ เนส ธมฺโม มหาราช ยํ ตฺวํ คจฺเฉยฺย เอกโก จะให้พระองค์ จรแต่ในดงผู้เดียว เสด็จเปลี่ยวผิดไป อหํปิ เตน คจฺฉามิ เยน คจฺฉสิ ขตฺติย เสด็จบทจรทางใด ข้าบาทจักไปตามองค์ มรณํ วา ตยา สทฺธึ ชีวิตํ วา ตยา วินา ข้าข้อยขอตามติด เสียชีวิตรบมิคิดองค์ ตเทว มรณํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ตยา วินา แม้พลัดพรากจากพระองค์ ชีพม้วยมอดลงประเสริฐกว่ายัง ฯ ตเทว มรณํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ตยา วินา แม้ม้วยด้วยอัคคี ประเสริฐดีกว่ามีชนม์ แม้จากจุมพล ทุกข์ล้นพ้นประมาณ ฯ ยถา อรญฺญกํ นาคํ ทนฺตึ อเนฺวติ หตฺถินี พังนารถบวร ตามติดกุญชร พลายพงษ์ ฯ เชสฺสนตํ คิริทุคฺเคสุ สเมสุ วิสเมสุ จ ในพนัศแดนดงพื้นคีรีทั้งปวง ฯ เอวนฺตํ อนุคจฺฉามิ ปุตเต อาทาย ปจฺฉโต แลมีฉันใด ข้านี้ใซ้จักไปตามเสด็จพระบาท จะอุ้มองค์โอรสราช ไปภายหลังจอมธรรม เล่าแล ฯ เอวํ วตฺวา ปุน สา ทิฏฐปุพพํ วิย หิมวนฺตปเทสํ วณฺเณนฺตี อาห สมเด็จพระมัทรีวรราชธิดา จึ่งพรรณาป่าพระหิมพานต์ ดุจดังนางคราญเจ้าเคยเห็นมา จึ่งเล่าถวายพระภัศดา ก็กล่าวเปนพระคาถาดังนี้ ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต ข้าแต่พระบาทไทธิราชสามี ธจะด้นดงพงพี พระภูมีจะเห็นแต่พระลูกรักราชทั้งสอง เล่าแล ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน สองเจ้าจำนรรจา เปนที่เสนหาพึงใจ นี้ ณ ท้าว ฯ อาสิเน วนคุมพสฺมึ เจ้าก็จะเนาในไพรพฤกษา ทั้งสองจำเจรจาไป เล่าแล ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ผู้บิตุราช จักประพาศพิศวง จะปลื้มปลดปลงลืมภาราเที่ยงแล ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต หนึ่งโสด พระบรมจักราธิราช จักประพาศเภาพังงาทั้งสององค์ ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน สองเจ้าเขาพลอดพลาง เปนที่สว่างพระบิดา กีฬนุเต วนคุมฺพสฺมึ เจ้าจักคนองปองเล่น หยุดอยู่เย็นร่มรุกขา ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ แท้จริงพระองค์เจ้า ไหนเลยเล่าจะรฦกเวียงวัง อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต หนึ่งโสดจักได้ชมเชย สองทรามเสบยจอมขวัญทั้งสองเล่าแล ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน ซร้องศัพท์ดังกันร้อง พระพี่น้องต้องจับใจ พระพ่อฮาฯ อสฺสเม รมณียมฺหิ จักเนาในอรัญญิกาศรม มโนรมย์ชมชื่นใจ ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์จักหลงลืมปลื้มฤไทย บอาไลยถึงเวียงวังรา ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต หนึ่ง โสดพระผู้ผ่านเผ้า ชมลูกเต้าเจ้าทั้งสองตรุณโอรสา ฯ มญฺชุเก ปิยภาณิเน เจ้าเปนที่รักร่วมพระไทย สองเสด็จไปตามองค์ ฯ กีฬนฺเต อสฺสเม รมฺเม จักชื่นชูอยู่อาศรม อภิรมย์มโนใน ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ สมเด็จท้าวไทจักได้ฟัง ศัพทประดังไพเราะ เพริดเพราเพราะจับใจฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต สมเด็จจอมกษัตรอุดม สองทรามชมชูหรรษา ฯ มาลธารี อลงฺกเต สองเจ้าทั้งสององค์ จักทัดทรงดงดวงพฤกษ์ ดูพิฦกมาไลย ฯ อสฺสเม รมณียมฺหิ จักรื่นชื่นพระไทย วนาไลยประเทศในรมเมศหิมวา น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ท้าวธจักทรงไพรต่างไอสวรรย์ พระจอมขวัญบอาไลย ฯ อิเม กุมาเร ปสฺสนฺโต จักปราไสสองทรามรัก เล็งพระภักตร์แล้วชมเชย มาลธารี อลงฺกเต สององค์จักทรง พวงบุษปมาศ ในพนาวาศดงดร อสฺสเม รมณียมฺหิ ในวนาศรมอภิรมย์ร่วมรัก ชมชวนชักชื่นชูใจ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ผู้เปนใหญ่ในกรุงศรี บยินดีดูคืน เล่าแล ฯ ยทา ทกฺขสิ นจฺจนฺเต ในกาลใด สองหน่อไททั้งคู่ ระรื่นรศเรณูกลิ่น เอาใจขับรํ่าร้อง กุมาเร มาลธาริเน สองเจ้าจักทัดทรงขนอง ทอดกลับกลายลบองรำ กีฬนฺเต อสฺสเม รมฺเม ฟ้อนเล่นในอาศรม ร่วมภิรมย์ภักดี น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์พิศเพ่งเล็งลืม จักปลอบปลื้มละบุรี ยทา ทกฺขสิ มาตงฺคํ หนึ่งโสดจอมจักรพาฬ จักยลสารเชื้อมาตังค์ กุญฺชรํ สฏฺฐิ หายนํ เปนช้างชาติเชื้อมาตังค์ มีกำลังหกสิบสาร เอกํ อรญฺเญ วิจรนฺตํ ตัวเดียวท่องเที่ยวไพร สันโดษไกลพนสาณฑ์ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์จะหลงลืมคชาธาร ในราชสถานบุรีรมย์ ยทา ทกฺขสิ มาตงฺคํ กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ เปนช้างกุญชรเชี่ยวชาญ มีสัณฐานสมบูรณ์มี ดังวัฒกีแกล้งบรรจง ยิ่งแล ฯ

สายํ ปาโต วิจรนฺตํ เช้าเย็นเปนเพลา สัญจรมาในท้องธาร น รชฺชสฺส สริสฺสสิ โอโอะจอมกษัตร จักกำหนัดยินดี จักลืมพระบูรีที่เสวย เล่าแล ฯ ยทา กเรณุสงฺฆสฺส ทั้งฝูงอดิเรกมากมาย พังแลพลายเนาในดง ยูถสฺส ปุรโต วชํ ท่องเที่ยวลงในดงหลวง เนินในห้วงห้วยเหวไพร โกญฺจํ กาหติ มาตงฺโค ก็ร้อง ก้องโกญจนาท เป็นเชื้อชาติกุญชร ลีลาก่อนคชทั้งหลาย กุญฺชโร สฏฺฐิหายโน ช้างชาติมาตังค์ มีกำลังหกสิบสาร พลเชิงชำนาญสนั่นไพร พฤกษ์นั้น ฯ ตสฺส ตํ นทโต สุตวา มงคลมกุฏราช ยินคชนาทหวาดหวั่นไหว เมื่อนั้น

น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระผู้หน่อบวรวงษ์ จักหลงลืมปลื้มราชหฤทัย จักเพลินไปบได้คำนึง ถึงนิกรพลหัตถี เล่าแล ฯ อุภโต วนวิกาเส ทั้งพฤกษาชาติ อันมี เขียวขจีเปนทิวทางกลางไพร น รชฺชสฺส สริสฺสสิ หนึ่งโสดกามัทราชจักประพาศยลราชี ตามวิถีแถวแนวไพรไม้ระเรียง ฯ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 สิงหาคม 2563 17:56:12 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2563 17:58:17 »

กัณฑหิมพานต์ (ต่อ)

๏ วเน วาฬมิคากิณฺเณ จักอาเกียรณเดียรดาษ ฝูงมฤคชาติครามครัน เต้าตามกันแทบอารัญ มุจลินท์ ฯ มิคํ ทิสฺวาน สายณฺหํ ฝูงมฤคินนั้นมหันต์ลีลา เล็มพฤกษาเมื่อสายันต์ในทิวดง ฯ ปญฺจมาลินมาคตํ ฝูงสัตว์ท่องเที่ยวมุจลินท์ ตามกันกินรศวารี มากแล ฯ

๏ กึปุริเส จ นจฺจนฺเต หนึ่งโสดนาฏกินรกินรี สโมสรยินดีรำฟ้อน บ้าง เร่ร่อนร้องระงมไพร ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระผู้ปิ่นเกล้าเจ้าธรณี ได้ทฤษดีลืมวัง เล่าแล ฯ ยทา โสสฺสสิ นิคฺโฆสํ พระองค์จักทรงฟังชลหลั่งไหล ในแนวไพรท่อธาร สนฺทมานาย สินฺธุยา เสียงชลาไลยไหลลง ครคฤกดงตรงกระแสนที บมิขาดแล ฯ คีตํ กึปุริสานญฺจ พระองค์จะได้เสาวนานาฏกินรี อันร่ำรี่ร้องระเรื่อย เสียงฉะเฉื่อยจับใจ ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์จักเชยชมชูชื่น จักเต็มตื้นติดต้องใจ สนมกรมในบร้างท้าวอนุษรเล่าแล ฯ ยทา โสสฺสสิ นิคฺโฆสํ ประการหนึ่ง พระองค์จะได้ฟัง เสียงประดับสกุณนานาเล่าแล ฯ คิริคพฺภจาริโน อันกึกก้องใน ท้องคิรีภูผา เปนที่อาไศรย วสฺสมานสฺสุลูกสฺส คือ ฝูงนกเค้ากู่ คูขานประสานร้อง พิฦกกึกก้องสยบแสยง ฯ ยทา สีหสฺส พฺยคฺฆสฺส สิงหราชผาดผันผยอง พยัคฆร้ายร้องเริงแรง ขคฺคสฺส ควยสฺส จ ระมาดผาดแผง แรดรายเรียง ศับทสำเนียงเปรี้ยงในดง วเน โสสฺส พาลานํ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ฝูงสัตว์ร้องอยู่คคฤก เสียงพิฤกในดงแดนแม้นพระองค์ได้ธรงฟัง บเหลียวหลังลืมพารา ยทา โมเรหิ ปริกิณฺณํ ฝูงมยุรปักษาเร่ร่อน บริวารว่อนงามสะอาด ปักษาตติราชโมรา วรหินํ มตฺถกาสินํ จับจอมภูผาผรรผยอง รรีบร้องเรียงราย โมรํ ทกฺขสิ นจฺจนฺตํ ปีกปกอย่างวรกราย หางลํ้าลวดลายวิจิตรเลขา น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ท้าวธจักได้ทัศนา จักลืมภาราบุรีรมย์ ฯ ยทา จิตฺรปกฺขินํ โมรํ ขนข้าง ปีกหางน่าชม บริสุทธอุดดม ด้วยรำแลฟ้อน ฯ โมรํ ทกฺขสิ นจฺจนฺตํ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ สายัณห์ ยามเย็นอยู่รอนรอน พื้นพงดงดรรำฟ้อน เนานอนคีรี ฯ ยทา ทกฺขสิ เหมนฺเต ครั้นถึงเหมันต์พฤกษ์นั้นมีศรี ใสสดเขียวขจีมีพรรณ ปุปฺผิเต ธรณีรุเห บานแบ่ง บุบผาผุดผัน แย้มผกาพลันรับสุริยา สุรภิสมฺปวายนฺเต เรณูรื่นรวยชวยมา พระพายพัดพา ฟุ้งตระหลบอบใจ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ ท้าวธจักทัศนาอาไลย นครกรุงไกรบได้จักเล็งแล ฯ

๏ ยทา เหมนฺติเก มาเส เมื่อถึงเหมันต์ พฤกษ์นั้นบผันแปร พระจักเล็ง แลดู เต็มตา หริตํ ทกฺขสิ เมทนึ หญ้าแพรกผุดพื้นไพรษา เขียวขลับระยับตา โมราเทียมทัน ฯ อินฺทโคปกสญฺฉนฺนํ ดาษพร้อม ค่อมทองเวียรวัน ภุมรินผินผัน รับรศเรณู ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ผู้จอมจักร ตรัสทายทักชมชู กรุงไกรบ ได้ดู บอยู่เนาในมไหสวรรย์ ยทา ทกฺขสิ เหมนฺเต ปุปฺผิเต ธรณีรุเห ช้องแมวเกด แก้วมูกมัน ดอกดวงพวงพรรณ เหมันตกุสุมชุมผกา ฯ ปุปฺผิตํ โลทฺทปทฺมกํ ไม้ โลทธ์บัวบก เกษรตกโรยรา หอมฟุ้งวนา หิมเวศอรัญ ฯ ยทา เหมนฺติเก มาเส วนํ ทกฺขสิ ปุปฺผิตํ รุกขชาติบุบผา แย้มถลาเฉิดฉัน มีสัณฐานพรรณ วิจิตรเรณู ฯ โอปุปฺผานิ จ ปทฺมานิ บัวหลวงรศร่วงพรั่งพรู อายอบชื่นชู เย็นอยู่ดวงใจ ฯ น รชฺชสฺส สริสฺสสิ พระองค์ปรีดิ์เปรม เกษมชมไพร สมบัติเวียงไชย ราศร้างห่างพระองค์ เจ้าแล ฯ เอวํ มทฺที หิมวนฺตวาสินี วิย หิมวนฺตํ วณฺเณสิ ดูกรสงฆ์ อันว่าพงษ์มัทธราชกัญญา ฯ หิมวนฺติ วณฺเณสิ ก็พรรณาป่าหิมพานต์ หิมวนฺตวาสินี วิย ดุจนางคราญเจ้าเคยเห็น จึ่งนำมาเล่าถวายพระราชสามี เอวํ เมาะ เอตฺตกาหิ คาถาหิ โดยพรรณาเปนพระคาถาเท่านี้ ฯ


หิมวนฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา จตุตึสสตคาถาปฏิมณฺฑิตา
ก็ประดับด้วยพระคาถา อันมีร้อยสามสิบสี่ บทบาทบาฬี
สิ้นแล


ลำดับต่อไป ทานกัณฑ์ โปรดติดตาม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 สิงหาคม 2563 18:03:55 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 30 สิงหาคม 2563 17:20:47 »



กัณฑ์ทานกัณฑ์
๑.เมื่อพระเวสสันดรพระราชทานช้างต้นมงคลให้แก่พราหมณ์ชาวกลิงคราษฐ์ ชาวสีวิรัฐได้ทราบก็พากันขึ้งโกรธ
   กล่าวโทษพระเวสสันดรต่อพระเจ้ากรุงสญชัย ให้ขับพระเวสสันดรออกจากพระนคร พระเจ้ากรุงสญชัยตรัสผัดไว้วันรุ่งขึ้น.
๑.พระนางผุสดี พระราชชนนีทรงทราบเหตุ ไปเฝ้าทูลขอโทษต่อพระเจ้ากรุง สญชัยก็ไม่ทรงโปรดพระราชทาน
๑.พระนางผุสดีทรงกันแสง รำพันว่าที่แม่ไปทูลขอโทษไม่ทรงโปรดพระราชทาน โทษให้
๑.พระเวสสันดร เสด็จออกทรงบำเพ็ญสัตตสดกมหาทาน
๑.พระเวสสันดร เสด็จทรงราชรถออกจากพระนครพร้อมด้วยพระนางมัทรี และ พระกัณหาชาลีราชปิโยรส ระหว่างทางมีพราหมณ์มาทูลขออัสดร
   และราชรถก็ทรงบริจาคให้เป็นทาน

๏ ผุสฺสตีปิ โข เทวี ปุตฺตสฺส เม กฏุกสาสนํ อาคตํ กินฺนุโข กโรตึ, อหํ คนฺตฺวา ชานิสฺสามีติ แม้อนนว่าท้าวเทพี สบรรษดีดาลตระดกจิตร ข่อนข่อนคิดคระหลไห้คระหวล ควรฤๅข่าวร้อนลูก มาลุแม่มิอย่ารา ครานี้พ่อแก้วตาตนกลม จะปรารมภริการย ไฉนนี้นะหนอ แม่แสนอาดูรพ่อ ผู้ยิ่งญาติอยู่กลใด มากูจะไป ให้ดลเดียงถนัด น่อยหนึ่งเทอญ

ปฏิจฺฉนฺนโยคฺเคน คนฺตฺวา สิริสยนคพฺภทฺวาเร ฐิตา ธก็ทรงยั่วประเดศยนน รั้วแพรพรรณพรายมาศ ลีลาศล้วนเหล่าชาวข้าท้าวสาวนางล้อมห้อม พระโยคหยุดทยบทวาร ปรางคพิมานพิมล ห้องศรีสยนทองทาบ

เตสํ ตํ สลฺลาปํ สุตฺวา กลูนํ ปริเทวํ ปริเทเวสิ ยินสรรลาปลาลศ สอง กำสรดสรอื้น เจ็บมลื้นโลดไห้ นํ้าหน้าไล้กำลูน อวรอาดูรด้วยลูกท้าว ธน้นน ฯ ตมตฺถํ อันว่าพระผู้ทรงธรรม์ สรรพรู้เปนครูแปล้ปล่งญาณ เมื่อพุทธโองการ ประกาศอรรถอันดิลก แก่พระสวากยโบฏกตบศรี และศรีสุริยพงษ์พญาพญาต ก็ประภาษพุทธพรพจมาน สารพระคาถาดังนี้

เตสํ ลาลปิตํ สุตฺวา ปุตฺตสฺส สุณิสาย จ กลูนํ ปริเทเวสิ ราชปุตฺตี ยสสฺสินี ฯ ภิกฺขเว ดูก่อนแฮท่านทงงผอง ผู้ชรลองล่วงห้วงมหรรณพ เห็นภัยภพพันฦก อนนอธึกธูรโหศ ราชปุตฺตี บ้นนพระนงโพธเพ็ญภูล บรมางกูรกษีดิศวร์ ภูมิศวร์มัทธราช ยสสฺสินี ทายาทยยศบริพาร เตสํ ลาลปิตํ สุตฺวา ธได้สดับสารสรดี อนนสองพระศรีแส้วแส้ว ปุตฺตสฺส จ คือลูกแก้วกับพระสุณหฺ์ กลูนํ ปริเทเวสิ ธก็ให้ซบซุนสาหัศ ตรัสจะไจ้จัญจวญ ควรจะเอ็นดูดั่งนี้


                  เสยฺโย วีสํ เม ขายิตํ
              ภักษ์พิศม์แม่มรณอ้า ดีกว่าเปนลูกข้า ขับเสีย .

                  ปปาตา ปปเตยฺยหํ
              ทอดตนตกเหวห้วย ม้วยแม่ม้วยเทอญม้วยอยู่ไย .

                  รชฺชุยา พชฺฌ มิยฺยาหํ
              กรรแสงสรวมคอหิ้ว ตายบทันลัดนิ้ว หนึ่งดี .
              กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
              ลูกกูอยู่ยังนยร ทูรโทษทยรเท่าเผ้า
              การณฤๅแรงเมืองเร้าลูกกู
              อชฺฌายกํ ทานปตึ ยาจโยคํ อมจฺฉรึ
              ลูกกูรู้ตรัยเพททานบเดศวร์บได้ส้อน
              การณฤๅแรงเมืองต้อนลูกกู
              ปูชิตํ ปฏิราชูหิกิตฺติมนฺตํ ยสสฺสินํ
              เมืองออกอ่อนไหงว้วยดกยรติยศโยคยิ่งลํ้า
              กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
              ลูกแพทยันดรแม่นฤขดข้าขับคํ้า เหตุไฉน
              มาตาเปตฺติภรํ ชนฺตุํกุเล เชฏฺฐาปจายินํ
              แม่พ่อล้ยงสืบสายเยียยำเยงท่านเถ้า
              กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
              เสียดายดวงใจแม่นฤขดข้าขับเจ้าเหตุไฉน
              รญฺโญ หิตํ เทวหิตํฌาตีนํ สขินํ หิตํ
              ประโยชน์ไท้ท้งงเผ่าผองมิตรสหายทั่วด้าว
              หิตํ สพฺพสฺส รฏฺฐสฺส กสฺมา เวสฺสนฺตรํ ปุตฺตํ
              ลูกปองปูนปันราษฎร์ นฤขดข้าขับท้าวเหตุไฉน

                  ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ
              นฤโทษท้าวลูกเจ้า   ชาวเมืองหมู่ข้าเค้า
              ขับได้ดงงฤๅเล่าแล ฯ

๏ อิติ สา กลูนํ ปริเทวิตฺวา สมเด็จพระแก้วกษัตรี ศรีเมืองแม่พระโพธิสัตว์ ตรัสยุบลปริเทพธสงสาร ด้วยประการนี้แลแล้วไส้ ปุตฺตญฺจ สุณิสญฺจ อสฺสาเสตฺวา ก็โลมลูกและสรไภ้ผู้นฤมล รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตวา อาห จึ่งไปทันใดดลสนเดก เจ้าพญาติเรกราชสวามินทรธน้นน ก็ซ้นนสารอ่านพระคาถา ด่งงนี้ มธูนิว ปลาตานิ บพิตร อนนว่ารวงผึ้งแผ่แม่ร้างรอดฤๅนาน อมฺพาว ปติตา ฉมา ลูกสวายหวานวางขว้นน ตกดินน้นนฉนนใด เอวํ เหสฺสติ เต รฏฺฐํฉนนกรุงไกรมไผทธสาธารณ์ แก่พวกพาลนบบพนน ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ เหตุหมู่มันชาวเมือง ขับบุญเรืองนฤโทษ หํโส นิกฺขีณปตฺโตว อีกหงษ์โหดเหี้ยนขน ปีกหางตนตกฦก ปลฺลลสฺมึ อนูทเก ลุ่มปึกเปือกตมตาก ปิ้มประจากชีพฉนนใด อปวิทฺโธ อมจฺเจหิ ฉนนท่านไททวยมาตย์ หกหมื่นลาศแล้งมละ เอโก ราชา วิหิยฺยสิ พระอย่าดูเบาบงงเหตุ ธจะอยู่เอดเอาเข็ญ ตนฺตํ พฺรูมิ มหาราชเจ้ากูเปน ปิ่นหล้าห้ยมน้นนข้าจึงพร้อง อตฺโถ เต มา อุปจฺจคา ความศุขสร้องเสพย์สเบอย ขออย่าเลยล่วงบาท มา นํ สิวีนํ วจนา เหตุสิพีราษฎร์รุํยุ ทุทรหูมนนอย่ามัก ปพฺพาเชสิ อทูสกํ ขับลูกรักจรลํ่า ส่ำสิ่งโทษ บมีเลอย ณ หววข้ารา ฯ

๏ ตํ สุตฺวา ราชา อาห จึ่งพระศรีสรญชย ท้าวเจ้าเมืองขวาง ได้ฟงงนางเมียขวัญห้ามคค้อย ธก็อื้นถ้อยคำคืนดงงนี้ ภทฺเท ดูแนเหน้า เจ้าผู้หน้าจะเรอญ ผเชอญน้องท้าว ธน้าวเอาคำกูก่อนรา ธมฺมสฺสาปจิตึ กุมฺมิ บัดนี้กูทำชอบ ขนอบ ขนบเคารบรีด นีติ์ราชประเพณีในเพรงนั้น สิวินํ วินยํ ธชํ ควรขับหนี พระศรีราช บรมบุตร อนนเปนธุชแก่ชาวสีพิราษฎร์น้นน ปานา ปิยตโร หิ เม ผี้ลูกเพศยนตดรเรา เรารักษ์แรงกว่าชีพบารนี้ ปพฺพาเชมิ สกํ ปุตฺตํ กูจำเปนจำนฤเทศ ลูกธิเบศวร์แห่งตนไปพู้นแล ฯ

๏ สา ตํ สุตฺวา ปริเทวมานา อาห พระมหิษีสบรรษดีสดับ ศับทิศูรวโรงการ ด่งงน้นน ธก็อัดอ้นนอกพกพยงแตก รํ่าจำแนกทูล พระนเรสูรคืน ด่งงนี้ ยสฺส ปุพฺเพ ธชคฺคานิ พระเฮอย เคอยแต่ก่อนกาล ทวยทหารแห่หน้า ถือธงผ้าพรรณราย กณิการาวปุปฺผิตา ทองพระพรายพระแพร่ง คือเครื่องแต่งแลพัสตรา กลกรรณิการะแบ่งบาน ยายนฺตมนุยายนฺติ แอ่นเอางานโดยผงงผ้าย ย้ายยงงสวน เปนอาทิ์ แห่งลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือ พระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

ยสฺส ปุพฺเพ ธชคฺคานิ พระเฮอยเคอยแต่ก่อนน้นน หมู่ทแกล้วหมั้นมือทาย ธงสามชายแพรเพรอศ กณิการวนานิ ว ธงอลงกรณ์เลอศนิมำเลือง แสงศรบง เรืองเรื่อมาศ ด่งงกรรณิการดาษงามเงื่อน ยายนฺตมนุยายนฺติ กล่นกล่นเกลื่อน เกลื่อนแห่ แก้วแม่ไปเล่นป่าเปนอาทิ์ อ้าลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

ยสฺส ปุพฺเพ อนีกานิ พระเฮอยเคอยแต่ก่อนปาง ส่ำเสนางคเสนาธึก หัศดานึกม้ารถรยบ กณิการาว ปุปฺผิตา ริ้วรบยบบาทยาตรา พิศโสภานานาเนก เฉกกรรณิการบานคคลี่ ยายนฺตมนุยายนฺติ เหมื่อยเหมื่อยมีเมื่อโชย โดยเล่นสวนเปนอาทิ์ แห่งลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

ยสฺส ปุพเพ อนีกานิ พระเฮอยเคอยแต่ปางบรรพ์ ช้างนับพนนม้านับหมื่น รถนับแสนคฤนนายครอง กณิการาวนานิ ว ธารถนิมทองถ่องเถือก ล้วนแล้ว เลือกสรรเล่า งามเท่าป่ากรรณิกา ยายนฺตมนุยายนฺติ ส่ำสารแสะระแทะเต้น ตาม ไปเหล้นป่าเปนอาทิ์ แห่งลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจ น้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

อินฺทโคปกวณฺณาภา พระเฮอยเคอยแต่ก่อนเก่า เหล่าเสนาห่มขยวขาบ เฉกศรีสลาบแมลงมาศ คนฺธารา ปณฺฑุกมฺพลา มาแต่คันธารราษฎฺ์พิษัย ลางเลื่อมไลมมี่แสง กำพลแดงสรดะ ยายนฺตมนุยายนฺติ โดยเสด็จพระลูกธนายก ชมไม้นกเปนอาทิ์ อ้าลูกรักราชตนใด สฺวชฺเชโกว คมิสฺสติ อนนว่าลูกสายใจน้นนฤๅ คือพระแพศยนนดรดิลก จะจากอกแม่ไปเอ ณ วันนี้

โย ปุพฺเพ หตฺถินา ยาติ บุญปลูกลูกธตนใด กี้ก่อนไปเล่นสวนสร้าง เคยขี่ช้างชำนินาค สิวิกาย รเถน จ ลางลางภาคสีพฤกาก่อง รถยานย่องยรรยง ทยมดุรงครวดร่ยว สฺวชฺช เวสฺสนฺตโร ราชา วันนี้จะปล่ยวเปล่าตน พ่อจะเดอรหลใดด้นน พระแพศยนนดรน้นน นักพญา กถํ คจฺฉติ ปตฺติโก ธเคอยทรงสนองบาทัมโพช ครานี้โหดเกือกกาญจน์ ฤๅจะเต้ากนนดารได้ดาย กถํ จนฺทนลิตฺตงฺโค เคอยเลตลบมกายกำจร ด้วยเครื่องสำอางอรอบอวล จันทนเรณูนวลกฤษนา นจฺจคีตปฺปโพธโน เคอยดัดฤดีตาตื่นตรับ สยงสารสงงคีตขับทรอท่อ นางรำบำเรอร่อ รับงาน ขุราชินํ ผรสุญฺจ ด่งงฤๅ จะพรหมจรรย์จารจำง่าย ทรงเสือแสบกลายทงงเล็บ และสยมขุดขอก่ยวเก็บมูลผล ขาริกาชญฺจ หาหิติ ด่งงฤๅจะตํ่าตนตกปรดาปษ์ ต้องหิ้วหาบคอนคาน ดาบศบริษการฺกุณฑี กสฺมานาภิหรียนฺติ การณฤๅผู้ภักดีทงงหลาย จึ่งมินำถวายผ้าผนวช แก่ธนักบวชบุญปอง กาสาวา อชินานิ จ คือคาครองชองเชอบัตร กาสาวพัตรไพเศษ อีกอชินเชศฎาภรณ์ ปวิสนฺตํ พฺรหารญฺญํ เมื่อเจ้าแพศยนนดรดวงใจ ธปรเวศยงงไพรพระหารญ ซึ่งสังวาศตรมวลไววิต กสฺมา จีรํ น พชฺฌเร การณฤๅคนผู้คิดคุณขอบ จึ่งมีวิริยความชอบใช้แรงต่อ ช่วยก่ยวก่อก้ยวกรองคา กถํ นุ จีรํ ธาเรนฺติ อ้าเยียไฉน นานุ่งได้ ผ้าเปลือกไม้คากรอง ครองผ้าแฝดผ้าฝาด ราชปพฺพชิตา ชนา สบกษัตรเสียมารยาตรเสื่อมยศ อนนไพร่บ้านปลดมละแค้น ขับจากแคว้นแขวงเมืองท้าวธน้นน

กถํ กุสมยํ จีรํ มทฺที ปริทเหสฺสติ ยงงโสดไส้ธสาวศรี มัทรีนางนักนิ่น ฤๅจะทรงสทิ่นผ้าปอทอด้วยแฝกคาคาย กาสิยานิ จ ธาเรตฺวา โขมโกทุมฺพรานิ จ ธเคอยทรงสบายสไบเบา กราสิกกระเกลศเกลาอำนรรฆ อีกโกษมพัตรพันค่าผ้า เกาทุมพรแพงค่าควรแสน กุสจีรานิ ธาเรนฺตี กถํ มทฺที กริสสติ อ้าเจ้าจะเข้าแดน ดงชัฏ ทรงสมบศสบบอกบัตรใบแฝก หัวใจแม่จะแตกตายต่าง นางขวัญเข้าเจ้าจะทำกลใด วยฺหาหิ ปริยายิตฺวา สิวิกาย รเถน จ เล่เจ้าเคอยครรไลยทกเทศ ทรงที่นั่งกิริเนศวรโจมทอง แก้วกระหนกลงงลองหล่อศรี คนนหามเหมมะณีรถราช สา กถชฺช อนุจฺจงคี ปถํ คจฺฉติ ปตฺติกา ฉิมโฉมเฉกช่างวาดใครตยร ตีนธแน่ง นางนยรสนองเท้า เจ้าจะเดอนดินด่งงฤๅรอด วันนี้ธจะทอดตนคราง ยสฺสา มุทุตลา หตฺถา จลนา จ สุเข ฐิตา นางใดดาลไดบางอ่อนลอยด ลักษณะลายลมยดมาลยศุข อยู่ยังฉุกกระฉ่อนไหว คือใบกล้วยทองต้องลมพาล สา กถชฺช อนุจฺจงคี ปถํ คจฺฉติ ปตฺติกา พรยวพรรศรีศุขุมมาลยน้นนนาง แก่นกรรญานุตยางคโยพราช วันนี้จะเดจฉมศรเหยาเหย่า ด้วยตีนเปล่าไฉนแม่ ยสฺสา มุทุตลา ปาทา จลนา จ สุเข ฐิตา นางใดดาลเชองแง่งามดาย สุกษุมลายอ่อนเลอศนิ์ อยู่เย็นยงงก่นเกอดพิจลการ ปานใบกล้วยกระลอกลม ปาทุกาหิ สุวณฺณาหิ ปิฬมานาว คจฺฉติ เจ้าแม่แต่จงกรมค้อยค้อย ด้วยบราทุกราพร้อยพรายคำ ก็ปิ้มลำบาก บาทางค์ ทรงสรรพางค์พยงซรุด สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี กถํ คจฺฉติ ปตฺติกา นางน้นนมกุฎกระษัตรี มีอพยพยาตรฟ้า ไปไฉนอ้าวันนี้ ยังทางพี้โพ้พง ยาสฺสุ อิตถีสหสฺสสฺส ปุรโต คจฉติ มาลินี นางองค์ใดดอกไม้ร้อย แซมหูห้อยคอคยน จรจำนยรบ้นนหน้า แห่งหญิงข้านับพนน สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี วนํ คจฺฉติ เอกิกา นางน้นนกัลยางค์ยิ่ง ยุพมาลยมิ่งมัทธราช วันนี้จะลีลาศฉนนใด สู่ซุ้มไพรดยวด่อม ยาสฺสุ สิวาย สุตฺวาน มุหุํ อุตฺตสเต ปุเร นางใดย่อมอยู่วยง แต่สยงหอนแห่งหมาป่า แว่วพยงหว่าหววใจ ดาลตรดกไหวครุ่นคริ่ว สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี วนํ คจฺฉติ ภีรุกา นางน้นนดั่งจะลิ่วลอยจาก ช้นนฟ้าฟากเฟื่อยงาม ทรามแก่หารเหอมขลาด ฤๅจะยาตรวนวันนี้ ยาสฺสุ อินฺทสโคตฺตสฺส อุลูกสฺส ปวสฺสโต นางใดกี้ธเคอยเกษม ศุกภิรมย์เปรมปราโมทย์ เมื่ออินทสโคตรเค้ากู่ ร้องก้องอยู่ ณ ยอดไม้ สุตฺวาน นทโต ภีตา วารุณีว ปเวธติ แลธได้ยินรํ่าระย่อ ขวัญหายห่อฝ่อดี กาเยนทรีส่นนรรวว ดุจตัวท้าวทาษยักษ์ สา กถชฺช อนุจฺจงฺคี วนํ คจฺฉติ ภีรุกา นางผู้ทรงลักษณเลอศน้นน งามทั่วบ้นนเบญจงค์ ขลาดจะไคลดงด่งงฤๅ ฉุกชำงือวันนี้หนักกว่าชื่นแล



                  สกุณี กตปุตฺตาว สุญฺญํ ทิสฺวา กุลาวกํ
แม่นกลูกนกหาย แลนา ซ่าสูญดายแดรงง แลนา อกคือองงไฟร้อน แลนา เหตุเทวศจากลูกป้อนเหยื่อช้าฉนนใด ก็ดี

                  จิรํ ทุกฺเขน ฌายิสฺสํ สุญฺญํ อาคมฺมิมํ ปุรํ
เหมือนแม่จักมาซ่า ณพ่อ เรือนจันทนจ่าเจ้าเปล่า ณพ่อ ร้อนแล้ว เล่าลห้อย ณ พ่อ เหตุเทวศจากลูกน้อย เน่อนช้าฉนนน้นน แลนา

                  สกุณี หตปุตฺตา ว สุญฺญํ ทิสฺวา กุลาวกํ
แม่นกลูกนกหาย แลนา เห็นรงงดายเปล่าปล่ยว แลนา ผอมเหลืองห่ยว แห้งเข้า แลนา เหตุบเห็นลูกเศร้า ซุ่นหน้าฉนนใด ก็ดี

                  กิสา ปณฺฑุ ภวิสฺสามิ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี
เหมือนแม่จักมิเห็น ณพ่อ ลูกสรเล็นบุญฦๅ ณพ่อ ผอมเหลืองคือใบไม้ ณพ่อ เหตุบเห็นหน้าไท้ หน่อท้าวฉนนน้นน แลนา

                  สกุณี หตปุตฺตา ว สุญฺญํ ทิสฺวา กุลาวกํ
นางนกลูกนกหาย แลนา เห็นเปล่าดายแดรงง แลนา บินเสอดสงงแสรกชั้น แลนา หาบเห็นลูกด้นน ท่าวด้านฉนนใด ก็ดี

                  เตน เตน ปธาวิสฺสํ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี
เหมือนแม่มิเห็นภักตร์ ณพ่อ เอารสรักร่วมชนม์ ณพ่อ จักเสริกสรนทกท้าง ณพ่อ ไปจวนลูกจ้าวช้างชอกชํ้าฉนนน้นน แลนา

                  จิรํ ทุกฺเขน ฌายิสฺสํ สุญฺญํ อาคมฺมิมํ ปุรํ
เหมือนแม่จักมายล ณพ่อ ห้องไหรญร้างเปล่า ณพ่อ ร้อนผะเผ่าเด่าดิ้น ณพ่อ เหตุเทวศจากลูกสิ้นศุขช้าฉนนน้นน แลนา

                  กุรุรี หตจฺฉาปาว สุญฺญํ ทิสฺวา กุลาวกํ
แม่กุรุรีจาปน้อยหาย แลนา แต่รงงดายเปล่าตา แลนา ผอมเหลืองลาลศไห้ แลนา เหตุทุกข์ถึงลูกไหม้ หมื่นแค้นฉนนใด ก็ดี

                  กิสา ปณฺฑุ ภวิสฺสามิ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี
เหมือนแม่มิเห็นหน้า ณพ่อ ลูกรักข้าคนเรือง ณพ่อ จักผอมเหลืองเลือดแห้ง ณพ่อ ทุกข์ถึงสองลูกแล้งแม่แล้ฉนนน้นน แลนา

                  กุรุรี หตจฺฉาปาว สุญฺํ ทิสฺวา กุลาวกํ
แม่กุรุรีจาปน้อยหาย แลนา รงงเปล่าดายดูปล่ยว แลนา เหจฺเหอนท่ยว ทุกด้าว แลนา บเห็นลูกรักร้าวอกไห้ฉนนใด ก็ดี

                  เตน เตน ปธาวิสฺสํ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี
เหมือนแม่มิเห็นลูก ณพ่อ สองแม่ผูกความใคร่ ณพ่อ จักไขว่วิ่งวุ่นว้า ณพ่อ ยงงทิศน้นนน้นนอ้าอกโอ้ฉนนน้นน แลนา

                  สา นูน จกฺกวกฺกีว ปลฺลลสฺมึ อนูทเก
แม่นกจากพรากพราก แลนา จากจาปน้อยแนมอก แลนา บ้นนตนตกตม ค้าง แลนา เดือดด้วยแท้ทุกข์ร้าง ลูกข้าฉนนใด ก็ดี

                  จิรํ ทุกฺเขน ฌายิสฺสํ อาคมฺมิมํ ปุรํ
เหมือนแม่มาสู่สร้อง ณพ่อ ห้องปราสาทเปล่าแปลก ณพ่อ แดด่งงแยกยิ่ง ร้อน ณพ่อ ขุ่นแค้นค้บคั่งข้อนอกข้าฉนนน้นน แลนา

                  สา นูน จกฺกวกฺกีว ปลฺลลสฺมึ อนูทเก
แม่นกจากพรากพราก แลนา จากจาปน้อยในรงง แลนา ตนตกยงงตมติด แลนา ไผ่ผอมผิดร่างเพี้ยน แลนา ห้ยมบเห็นลูกท้ยน ทุกข์แท้ฉนนใด ก็ดี

                  กิสา ปณฺฑุ ภวิสฺสามิ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี
เหมือนแม่ใฝ่ใจรัก ณพ่อ ลูกลำนักตาตน ณพ่อ มิยลสองยอดฟ้า ณพ่อ ผอมเหลืองหลากสรากหน้าคร่นนหน้าฉนนน้นน แลนา

                  สา นูน จกฺกวกฺกีว ปลฺลลสฺมึ อนูทเก
แม่นกจากพรากพราก แลนา จากจาปน้อยคอยหล แลนา ตนตกเลนแล้งนํ้า แลนา เสือกกระสายหงายขวํ้า ขวัดแคว้งฉนนใด ก็ดี

                  เตน เตน ปธาวิสฺสํ ปิเย ปุตฺเต อปสฺสตี
เหมือนแม่แลหลหา ณพ่อ สองรักราเร้นเนตร ณพ่อ จักวิ่งเทวศผํ้าผํ้า ณพ่อ ยังทิศน้นนน้นนนํ้าคล่าวหน้าฉนนน้นน แลนา


              เอวํ เม วิลปนฺติยาเมื่อเผือผู้ข้าบ่น บระบราน บารนี
              ราชปุตฺตํ อทูสกํลูกท่านไทบมาน โทษแท้
              ปพฺพาเชสิ จ นํ รฏฺฐา       ผิขับลูกสงสาร           ชัดมิ่ง เมืองพ่อ
              มญฺเญ เหสฺสามิ ชีวิตํข้าใส่ใจข้าแล รอดฤ้าเปนตน เล่าเลอย

เทวิยา ปริเทวนสทฺทํ สุตฺวา สพฺพา สญฺชยสฺส สิวิกญฺญา สมาคตา ปกฺกนฺทึสุ อันว่านางทงงหลายทงงปวง อนนเปนข้าพญาหลวงเลอศไท้ ได้ยินเสียงรํ่าร้องไห้แห่งนางพญา ก็พร้อมกนนกล้นนนํ้าตามิได้ ไห้ซะซิกซะแซไป ในที่น้นน ตาสํ ปกฺกนทิตสทฺทํ สุตฺวา มหาสตฺตสฺส ตเถว ปกฺกนฺทึสุ ทงงฝูงนางในนิเวศ พระมหาสัตว์ คร้นนได้ยินถนัด สำเนียงนางหมู่น้นนไส้ ก็พร้อมกันร้องไห้อะอิดอะอืออยู่ ยยุ่งแล อิติ ทฺวีสุ ราชกุเลสุ โกจิ สกภาเวน สณฺฐาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อนนว่าชนแต่ผู้เดียวดาย ในสองราชตระกูลทงงหลายน้นน บอาจตั้งหม้นนซึ่งตนดำรง วาตเวเคน ปมทฺทิตา สาลา วิย ปติตฺวา ปริเทวมาโน ปริเทวิ ทอดตนลงล้มแล้วก็ร้องไห้ เหมือนไม้รงงลู่ล้มเนรนาด ด้วยกำลังกาลวาตโบกบยฬ ด่งงนี้แล

๏ ตมตฺถํ อนนว่าพระสาศดาดุลยาจารย์ เจ้ากูจะประกาศ สารศุภอรรถาดิเรก แก่พระสราพกสราเพกจตูรพิธ จึงมีพระพุทธภาษิตเปนพระคาถา ด่งงนี้


ตสฺสา ลาลปิตํ สุตฺวา สพฺพา อนฺเตปุเร อหุ
พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ สิวิกญฺญา สมาคตา

ภิกฺขเว ดูก่อนภิกษุพิสุทธิ พุทธบริพาร สพฺพา สิวิกญฺญา อนนว่าศรีศฤงฆารถ้วนหน้า อนฺเตปุเร อหุ อยู่ในหอแห่งเจ้าหล้าฦาไกร ตสฺสา ลาลปิตํ สุตฺวา ฟงงรํ่าไรโรยแรงแห่งแม่ ณเกล้า สมาคตา มาม่ววสุมกรรเศร้าโศกศัลย์ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกสองแขนขึ้นเร้ารนนอกไห้ อยู่แล

              สาลาว สมฺปมถิตา มาลุเตน ปมทฺทิตา
             เสนฺติ ปุตฺตา จ ทารา จ เวสฺสนฺตรนิเวสเน
ปุตฺตา จ ทารา จ อนนว่าลูกไท้แลเมียท้าวทงงผอง เวสฺสนฺตรนิเวสเน ในเรือน ของพระแพศยนนดร เสนฺติ ก็ไห้หอนกลิ้งทิ้งทอดกาย อิตฺถีนํ ปกฺกนฺทิตสทฺทํ สุตฺวา ด้วยยินยงงหญิงทงงหลายเลวงศัพท์ สาลาว สมฺปมถิตา ล้มรนาบรนับคือ รงงเถื่อนทท่าว มาลุเตน ปมทฺทิตา อนนมารุตแรงระดมป่าวปัดพัด ให้หักแล ฯ

                  ตโต รตฺยา วิวสาเน สุริยสฺสุคมนํ ปติ
๏ ฎิขเว ดูก่อนศึกษากามกอปรด้วยศีลสาร ตโต รตฺยา วิวสาเน แต่กาลน้นน ถ่นนคํ่าขีณแล้ว สุริเย อุคฺคเต เทพพนมศรี แผ้วผุดพื้นฟ้า ทานเวยฺยาวตฺติโก ฝ่ายคนผู้ข้าได้ดำรวดดารทาน รญฺโญ อาโรเจสิ ก็ทูลการณแก่ราชว่า แต่งแล้ว ณพระฮา ฯ

                  อถ เวสฺสนฺตโร ราชา ทานํ ทาตุํ อุปาคมิ
๏ อถ กาเล ในกาลเมื่อน้นน เวสฺสนฺตโร ราชา บ้นนสมเด็จเจ้าพระยา ธรรมาธิราช ปาโตว นฺหาตฺวา ก็สรงอาตมเอาบงงคนก็ไขตรู่ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สรรพงามบมีคู่ เครื่องธธรง สาธุรสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา พิสาสาธุธำรงรศกรยา อุปาคมิ แหนด้วยทวยเสนามาแกล่ใกล้ ทานํ ทาตุํ เพื่อปริตยาคให้ ซึ่งสบดสดกทานธน้นน สฏฺฐิสหสฺเส อมจฺเจ อาณาเปนฺโต ธก็อื้นบัญชาอาณรรดิราช แก่ สหชาติยามาตยหกหมื่น ดังนี้ วตฺถานิ วตฺถกามานํ สูผู้ร่วมใจจุ่งให้ผ้าแก่ผู้มักผ้า น้นนเทอญ โสณฺฑานํ เทถ วารุณึ จุ่งให้เหล้ากล่นนกล้า แก่ผู้มักเมาน้นนเทอญ โภชนํ โภชนตฺถีนํ จุ่งเอาอรรนอวยแก่ผู้มักบาย น้นนเทอญ สมฺมาเทว ปเวจฺฉถ อ้าสูทงงหลาย จุ่งให้แต่ดี น้นนเทอญ แล


             มา จ กิญฺจิ วนิพฺพเก เหฐยิตฺถ อิธาคเต
              ตปฺเปถ อนฺนปาเนนคจฺฉนฺติ ปฏิปูชิตาติ

ตุมฺเห มา เหฐยิตฺถ โสดสูธอย่าบยฬให้ลำบาก กิญฺจิ วนิพฺพเก แก่พณิรพกผู้ยาก สักตนดยว อิธาคเต อนนทยวมาที่นี้เพื่อแก่ทาน ตปฺเปถ อนฺนปาเนน จุ่งให้อิ่มอก ด้วยอรรนบานบริบวรณ์ ปฏิปูชิตา อนนกูให้ทงงมวลมากมี คจฺฉนฺติ สร้องสดุสดี ชํสํภารกูแล้วก็ไป ยถา ด้วยประการฉนนใดโดยอำเภอมนน ตถา กโรถ สูจุ่ง เยียฉนนน้นนแก่ยาจกทงงปวง เทอญแล มชฺชทานํ นาม นิปฺผลนฺติ ชานาติ ธก็แจ้งจริงแท้ดีหลี ให้เหล้าบมีผลสักหยาด หนึ่งเลอย เอวํ สนฺเตปิ ครหโมจนตฺถํ ทาเปสิ แม้บมีผลด่งงนี้ไส้ ธก็ให้ให้เพื่อพ้นนินทา นักเลงน้นน

              หตฺถีนํ อสฺสานํ รถานํช้างแต่งม้าแต่งเรื้อง รถระดับ แต่งแฮ
              ขตฺติยกญฺญาทีนํ อิตฺถีนํนางแลนางกระษัตรสัพ     แต่งไว้
              เธนูนํ ทาสีนํ ทาสานํ       วววถนนทาษสาวกับ           ทาษบ่าว เล่านา
              สตฺตสตกมหาทานํ อทาสิเจ็ดเจ็ดร้อยธให้ ชื่อให้สับดสดก อนนเลอศแล

อปริมาณํ แต่เข้าน้นนลํ้านํ้าน้นนหลาย เครื่องกับบายบริบาล หาประมาณ บมิได้แล

              เต สุ มตฺตา กิลนฺตาว     สมฺปตนฺติ วนิพฺพกา
             นิกขมนฺเต มหาราเช สิวีนํ รฏฺฐวฑฺฒเน

มหาราเช ในเมื่อพญาใหญ่ยศยิ่ง สิวีนํ รฏฺฐวฑฺฒเน ผู้เจรอญมิ่งเมืองสีพี นิกฺขมนฺเต แลธถีบออกเมืองจาก เต วนิพฺพกา พณิรพก ผู้ยากถ้วนหน้า มตฺตา กิลนฺตาว ปานเปนบ้าบอบหอบหีน ฉินฺนปาทา วิย ดุจขาดตีนดิ้นดด่าว สมฺปตนฺติ ทอดตนทท่าวแท่นแกล้ง อิติ โรทึสุ สิ้นเสาะแรงร้องไห้ ด่งงนี้

             อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกขํ นานาผลททํ ทุมํ
              ยถา เวสฺสนฺตรํ รฏฺฐาปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกฺขํ ด่งงจริงแท้ธชาวเรา พังพวกเมาหมนนตัดไม้ นานาผลททํ ทุมํ ขยวใบไล้ลำใหญ่ แผลเพล็ดใหม่เก่าแกม ยถา เมาะ เยน การเณน ให้ร้อน แรมผลโภช ด้วยเหตุโหดอนนใด เวสฺสนฺตรํ ปพฺพาเชนฺติ ข้าคยดไทยใจแทตย ขับพระแพศยนนดร อทูสกํ รฏฺฐา อนนนิราบราธจรจำพราก จากไอสรรยวงงวยง เตน การเณน บยฬสะบยงเราให้ส้นน ด้วยเหตุน้นนบมิคลาศกนนเลย

             อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกขํ     สพฺพกามททํ ทุมํ
              ยถา เวสฺสนฺตรํ รฏฺฐาปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกฺขํ ดงงคับแค้นธชาวเรา ทวยชนเฉาเฉทเชอ สพฺพกามททํ ทุมํ อ้วนชลูดเลอลำแมก สรรพกามแจกเจือคน ยถา ขาดภูชผลพึงใจ เหมือนฉนนใดอุประมา เวสฺสนฺตรํ ปพฺพาเชนฺติ ฝูงประชาชาวราษฎร์ ขับพระบาทบงกช อทูสกํ รฏฺฐา อนนนฤโทษธรรมเมศร์ จากสีพีเชตอุดดร ตถา เราสิ้นสรณอาไศรย มานอุประไมยฉนนน้นน บแปลกกนนเลอย

              อจฺเฉจฺฉุํ วต โภ รุกขํ สพฺพกามรสาหรํ
              ยถา เวสฺสนฺตรํ รฏฺฐา    ปพฺพาเชนฺติ อทูสกํ

กํสุปธารณา ครบภาชนหิรัญรองรศ กษีรสรดสุนธร เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่า พระแพศยนนดรกษิดีศวร์ ใจเปรมปรีดิ์โปรดสัตว์ สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชติ แล้ว เสด็จซัดเสียญาติ จากนิวาศวยงท้าว ธน้นน

สตฺต ทาสีสเต ทตฺวา ให้กรรมกรทวยทาษี เอางานดีเจ็ดร้อย สตฺต ทาสสตานิ จ ทาษชายบน้อยเท่ากัน ล้วนคนขยันอยู่ถ้อย เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าท่านผู้ทานช้อยชมชัว นามพณหววแวศยนนดร สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชติ แล้วเสด็จคลอนคล้อยคลาศ จากนิวาศวยงท้าว ธน้นน

หตฺถี อสฺเส รเถ ทตฺวา ให้ช้างม้าหมวดสัตว์ รถแก้วกวัดกวยนกาญจน์ นาริโย จ อลงฺกตา สาวศฤงฆารคนใช้ เครื่องประดับได้ทั่วหมู่ เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่า พระผู้อยู่เอย็นหล้า นามเจ้าฟ้าแพศยนนดร สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชติ แล้วเสด็จจรจำคลาศ จากนิวาศวยงท้าว ธน้นน


              ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ตทาสิ โลมหํสนํ
              มหาทาเน ปทินฺนมฺหิเมทนี สมกมฺปถ

มหาทาเน ปทินฺนมฺหิ ในเมื่อมหาสบดสดก ภพนายกธยอให้ ยํ เมาะ ยสฺมึ กาเล ทวยถือได้ยินมลาก กาลใดหากบมิหึง ตทา ภึสนกํ อาสิ ในกาลน้นน อึงอรรศจรรย์ สิบร้อยพนนภนนฦกษณ์ ตทาสิ โลมหํสนํ สยวสท้านททึกท่ววตน ทงงหลายคนขนชื่น เมทนี สมกมฺปถ แผ่นดินดื่นเดื่องไหว อํพุธรยดิ้นรนเร้งรลอก อยู่แฮ

              ตทาสิ ยํ ภึสนกํ   ตทาสิ โลมหํสนํ
              ยํ ปญฺชลีกโต ราชา   สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชติ

ปญฺชลีกโต ราชา อันว่าเจ้าสากลกฤษดาญ ชวลีศทานธแล้ว อิติ ปตฺถนํ กตฺวา ไปสอดแคล้วเคลือบผล ออกโอษฎ์ตนด่งงนี้ อิทํ ปจฺจโย โหตุ อันว่าทานพี้เผื่อไป เปนปตยยอย่าผิด สพฺพญฺญุตญาณสฺส แก่สํพุทธาทิตยท่ยงแท้ สรรเพชญ์แปล้ปลุกสัตว์ ยํ เมาะ ยสฺมึ กาเล ธดำรัสข้อปราถนาในเพลาปูนใด ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ก็พิดหวนในแลนอก ดาลรลุงรลอกหน้ากลัว ตทาสิ โลมหํสนํ ให้หนงงหววผึ่งพอง ลุกโลมสยองในเพลาน้นน สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชติ แล้วเสด็จกล้นนทุกขยาตร จาก นิวาศวยงท้าว ธโสดแล

ตสฺมึ เอวํ ทานํ ททโต ขตฺติยพฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทาทโย ปริเทวึสุ ในเมื่อ พระผู้อุศดม ศรัทธาภิรมยบริตยาค ทานทกปลากไปล่ไป ด้วยกำนฎนยเท่านี้ นครวาสิโน อันว่าชาววยงซี้แซ่สุม ชุมชียพ่อกอกษัตรา แพศยพานิชนสูทเปนอาทิ์ ปิ้มใจจะขาดรอนรอน โรทรํ่ารักภูธร ด่งงนี้

สามิ เวสฺสนฺตร ข้อยขยุมแต่บววบาท สวามิศวรราชผู้รับร้อน ชาวเมือง มนนข้อนขับพระ ให้หลีกมละไอสวรรย์ เหตุนักธรรม์เททาน ปุน ทานเมว เทสิ ก็ยงงบลาญหลาบเข็ด ให้อีกเจ็ดเจ็ดร้อยโสด เพื่อพระโพธิสํภาร ในอนาคตกาล พู้นแล เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าผูกคาถา พระผู้ตัดตัณหาไกษย กล่าวแก่ พินัยศึกษา คือพระธรรมเสนา ด่งงนี้


              อเถตฺถ วตฺตตี สทฺโท ตุมุโล เภรโว มหา
              ทาเนน ตํ นีหรนฺติปุน ทานํ ททาติ โสติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 กันยายน 2563 12:52:53 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 30 สิงหาคม 2563 17:29:43 »



กัณฑ์ทานกัณฑ์ (ต่อ)

สาริปุตฺต ดูกรสาริบุตร อุศดมอรหรรต์ สทฺโท อันว่าสยงไห้แห่งคน ครรชิต ตุมุโล จรดถึงอุทธํทิศทนนใด เภรโว มหา พึงย่านแสยงภัย แผ่ด่งง อเถตฺถ วตฺตติ ไปในรงงรัดวยงราช วจเนน ด้วยสารประกาศ ด่งงนี้ สิวิโย อันว่าชาวสีพีแส้งทำเข็ญ ตํ นีหรนฺติ มนนนับเดนพระแพศยนนดร ทาเนน เหตุกุญชรทานน้นนไส้ ททาติ โส ธก็ให้อิ่มอก ปุน ทานํ ชึ่งสบดสดกมหาทาน น้นนโสดแล

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระสาศดานายก โลกรรดยดิลกเลอเกล้า พระเจ้าสํเด็จเมื่อสํแดง แจงชื่ออรรถให้พิศดาร แก่ส่ำสงฆ์บริพารพุทเธารส ก็อื้นพระพจนคาถา คือ “เต สุ มตฺตา กิลนฺตาว” เปนอาทิ์ กูก็ประกาศแล้ว แต่ก่อนน้นน

ตทา ปน เทวตา ชมฺพุทีปตเล ราชูนํ อาโรจยึสุ เมื่อใด ธให้สบดสดก แก่พณิรพกทงงผอง ปองเปนพระโปรดสัตว์ ในบัดน้นน บมินาน เทพดาดาลบมิ หึง บอกข่าวถึงท้าวคฤ้าน ท่ววแผ่นพื้นชํพูทวีป ขตฺติยา เทวตานุภาเวนาคนฺตฺวา ขตฺติกญฺญาโย คณฺหิตฺวา ปกฺกมึสุ ทกท่าวรีบมามา ด้วยเทพานุภาพ นางกษัตร ลาภได้ไป เอวํ ขตฺติยพราหฺมเวสฺสสุทฺทาทโย ตสฺส ทานํ คเหตฺวา ปกฺกมึสุ อีก คนคในวยงราช คือกษัตรชาติชียพราหมณ์ พ่อค้าคามพ่อครัว สี่ตัวตนเปนต้น พ้นกว่านี้มีมาก สัตว์ผู้ยากยาจก ปรฏิคาหกหื่นทาน บานหน้าใสใจคลี่ ได้แล้วมีเมือบทาง ต่างต่างเดอรดูยะยุ่งแล อปิจ ตสฺส ทานํ ททนฺตสฺเสว สายํ อโหสิ เมื่อพระองค์เสด็จ หน่อสรรเพ็ชญ์พญาธรรม์ ทานธปนนไป่จบ ภอพรลบสายา จวนจันทราแสงไข โส อตฺตโน นิเวสนเมว คนตฺวา ก็คือพระครรไลยังนิเวศน์ คิดคำนวณเหตุเห็นงาม มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา เสฺว คมิสฺสามิ พฤกพรฮามจักยาตร แต่ไหว้บาทสองเจ้า ก่อนกูเต้าป่ารงง อลงฺกตรเถน มาตาปิตูนํ วสนฏฺฐานํ คโต ธก็ขึ้นบรรลังก์อลงกต รถรจิตรจรดล สู่ตรมวลวิมาน ที่สึงสถานสองไท้ ไหว้บววบาทสองท้าว ธน้นนนา ฯ มทฺที เทวีปิ จินฺเตตฺวา แม้อันว่าอรรคเทพี มัทรีทรงโฉมฉิน ธก็จินดาด่งงนี้ เล่านา ฯ สามินา สทฺธึ คนฺตวา สสฺสุสสุเร อนุชานาเปสฺสามิ กูไปกับปิ่นเกล้า วรพระเจ้าสองราช อวยอนุญาตไปป่าแก่กูนี้ ฯ เตน สทฺธึ คตา ธก็เทาทนนใด ด้วยท่านไทท้าวผวว มิอย่าเลอย ฯ มหาสตฺโต ปิตรํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน คมนภาวํ กเถสิ อันว่าพระมหาสัตว์ ซ้องพระหัตถประนม ถวายบงงคมคัลบาท ชนกาธิราชนเรสูร ทูลลาไปแต่ตน มินานแล ฯ ตมตฺถํ อันว่าสมเด็จพระผู้สละบาปเบญจกาม จักสำแดงคามภีรอรรถ แก่บรรษัทยสี่หมู่ ฝ่ายภิกษุอยู่ชิดชื่น กว่าบรรษัทย์อื่นสามเหล่า ธจึ่งกล่าวพระคาถา ด่งงนี้ ฯ อามนฺตยิตฺถ ราชานํ สญฺชยํ ธมฺมิกํ วรํ ฯ ภิกฺขเว ฟงงแนนิกรสงฆ์ สืบอาริยวงษวยรมา เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าพญาแพศยนนดร ภูมินทรธิเบศวร์ อามนฺตยิตฺถ ราชานํ ซบพระเกษกับเท้า ลาพระเจ้าเกอดหวว สญฺชยํ ธมฺมิกํ วรํ คือตววท้าวสรญชัย เลอศในฝูงพญาธรรม์ อิติ วจเนน ด้วยคำอนนเปนยุกดิ ปลุกใจท้าวธด่งงนี้ ฯ อวรุทฺธสิ มํ เทว วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ เย หิ เกจิ มหาราช ภูตา เย จ ภวิสฺสเร ฯ เทว ตูข้าแต่บพิตร สำดิศวรเทวราช อวรุทฺธสิ มํ เบื้องพระบาทปกหล้า มาขับข้าจากกรุง วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ ผู้ข้าคุงควรเคจน์ เล็ดลอดลุเขาคด มหาราช ข้าแต่พระยศใหญ่ขุน อนนอดุลยมหาราช เย หิ เกจิ ภูตา สรรพสัตวชาติหลายลาง เกอดแต่ปางอดีตกาล เย เกจิ ภวิสฺสเร หนึ่งจักมาในอนาคต แลเกอดปรากฏกาลนี้ พ่อฮา ฯ อติตฺตาเยว กาเมหิ คจฺฉนฺติ ยมสาธนํ โสหํ สเก อภิสฺสสึ ยชมาโน สเก ปุเร ฯ สตฺตา อันว่าทวยท่ววทงงหลาย หื่นกลหายสาหัส อติตฺตาเยว กาเมหิ อนนบอิ่มถนัดในกาม ความปราถนาสองไส้ คจฺฉนฺติ ยมสาธนํ ย่อมไปใกล้พญายม จมในขุมไฟฟุน โสหํ ยชมาโน ปุเร ข้าเสียทุนทำทาน ที่สำราญเรือนตน สเก อภิสฺสสึ การพิกลดงงฤๅ คือว่าบยฬชาวเมือง แห่งตนนี้ ฯ สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชหํ อันว่าข้าขอออก จากเขตขอกเมืองตน สีวีนํ วจนตฺเถน เหตุพจนพลเมืองสีพี อฆนฺตํ ปฏิเสวิสฺสํ ชีพช้ำบอบบเคอย จักเสวยทุกข์ทรมาน วเน วาฬมิคากิณฺเณ ในกนนดารดงปล่ยว เนื้อร้ายท่ยวอากยรณ ขคฺคทีปินิเสวิเต แรดช้างฉวยรวิ่งไขว่ เสือเต้นไต่ตามรอย อหํ ปุญฺญานิ กโรมิ ข้าน้อยกลอยการตน เปนกุศลสืบสร้าง ตุมฺเห ปงฺกมฺหิ สีทถ ฝ่ายเจ้าช้างจงจม ตมเปือกกามามิศ น้นนเล่าเทอญ ฯ อิติ มหาสตฺโต อิมาหิ จตูหิ คาถาหิ ปิตรา สทฺธึ กเถตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ กล่าวเกลาอัตถเอมอร กับบิดรราชา ด้วยคาถาสี่เสร็จ มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อนุชานาเปนฺโต คาถมาห ฯ ธก็เสด็จสู่สมเด็จ เอกอรรคชนนีนาง ไหง้วบาทางคยุคล เพื่อให้ยอมแก่ตนต้งงพรต เปนดาบศบรรพชา จึ่งกล่าวพระคาถา ด่งงนี้ ฯ อนุชานาหิ มํ อมฺม ข้าแต่แม่จุ่งปรวฏ ให้ลูกบวชบำเพ็ญ ปพฺพชฺชา มม รุจฺจติ อันว่า เป็นพระฤๅษี ลูกมีใจใสสุทธิ โสหํ สเก อภิสฺสสึ ฤๅแยงยุทธหยาวใคร จึ่งไหมหน้าว่าบยฬเมือง ยชมาโน สเก ปุเร ข้าคิดเปลื้องทานทำ แห่งหอคำข้าดอก แลนาแม่ ฯ สิวีนํ วจนตฺเถน สมฺหา รฏฺฐา นิรชฺชหํ อันว่าตูผู้ใดไร้เพื่อน จำคลาเคลื่อนจากวยงอาตม์ ด้วยสีพิราษฎร์เรงถ้อย อฆนฺตํ ปฏิเสวิสฺสํ วเน วาฬมิคากิณฺเณ โศกเสร้าสร้อยเสวอยทุกข์ บุกป่าป่งพงพฤกษ พาฬมฤคกลาดเกลื่อน ขคฺคทีปินิเสวิเต อหํ ปุญฺญานิ กโรมิ แรดกะทิงเถื่อน วววเถลอง เสือสรางเรองเร่เร้น ข้าบเว้นทำบุญเล่าเลอย ฯ วงกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ ส่ำสมทุนส่งท้าย สรวมชีพลาแม่ผ้าย สู่คุ้งเขาวงกฏแล ฯ ตํ สุตฺวา ผุสฺสตี อาห อันว่าพระราชเทพี สบรรษดีมาดา ได้ฟังลาลูกไท้ รํ่ากำสรดไห้บมิฟื้น รื้อสอื้นไห้บมิหาย ฟายชลเนตรนองภักตร์ ตรัสแก่ลูกรักด้วยคาถา ด่งงนี้ อนุชานามิ ตํ ปุตฺต ปพฺพชฺชา เต สมิชฺฌตุ ฯ ปุตฺต ดูราลูกรักราช อนุชานามิ แม่อนุญาตบรรพชา ตํ เมาะ ตว แก่เจ้าผู้หาห้องพรหมจรรย์ ปพพชฺชา อันว่าเว้นเบญจกาม สมิชฺฌตุ จงสำฤทธิตามใจจง เต ฌาเนน แก่พ่อผู้ประสงค์ด้วยฌานน้นน ฯ อยญฺจ มทฺที กลฺยาณี อีกแท้แลแม่มัทรี ลักษณพิลาศศรีสรวยสม สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา องค์เอวกลมกล้องแกล้ง อรอรรแถ้งท้ายเลอศนี้ อจฺฉตํ สห ปุตฺเตหิ จุ่งอย่าเรอดเรือนทอง อยู่กับสองลูกญา กึ อรญฺเญ กริสฺสติ เมือมรรคาขุกไข้ เยียสงงใดในป่า แก่เจ้าน้นน เวสฺสนฺตโร อาห พระแพศยนนดรราช ก็ทูลพระชนนีคืน ด่งงนี้ นาหํ อกามา ทาสึปิ อรญฺญํ เนตุมุสฺสเห สเจ อิจฺฉติ อเนฺวตุ สเจ นิจฺฉติ อจฺฉตุ ฯ อมฺม ข้าแต่แม่ณเกล้า อย่าแต่เจ้ามัทที นาหํ ทาสึปิ เนตุํ อุสฺสเห แม้ทาษี คนงาน ข้าก็บหาญเอาเมือ อกามา อรญฺญํ สู่ป่าเสือเชรอชรัง ด้วยบหวงงทำงล สเจ อิจฺฉติ อเนฺวตุ ผินฤมลมักข้า เยาวยาตรฟ้าจุ่งไป สเจ นิจฺฉติ อจฺฉตุ ผิใจนางหดหู่ นางจุ่งอยู่โดยใจนาง น้นนเทอญ ฯ ตโต ราชา ปุตฺตสฺส กถํ สุตฺวา สุณฺหํ ยาจิตุํ ปฏิปชฺชิ ลำดับน้นนอันว่าท้าวนามพระเจ้าสรญไชย ฟังลูกไททูลสาร ก็มีพรจมานมาธูร ขอพระสูณหศรีไว้ ห้ามมิให้ไปป่า กับลูกแล ฯ ตโต สุณฺหํ มหาราชา ยาจิตุํ ปฏิปชฺชถ ภิกฺขเว ดูกรอริยสงฆ์มหาราชา อันว่าท้าวผู้ทรงแผ่นดิน ผินภักเตรศวร์ตรัสเกลี้ย ยาจิตุํ เพื่อเคลี้ยคลิงวิงวอน สุณฺหํ ซึ่งสใภ้ภูธรธิราช ด่งงนี้ มา จนฺทนสมาจาเร รโชชลฺลํ อธารยิ ฯ ลกฺขเณ ดูกรเจ้ามัทที นางมารศรีทรงลักษณ จนฺทสมาจาเร เมาะ โลหิตจนฺทเนน ปริกิณณสรีเร รื่นรักจันทนคันธา อบพิโดรกายากยรณ์ รโชชลฺลํ อธารยิ จงจำนยรเนาวในศุข อย่าคลุกเหงื่อเจือไค อยู่เลอย ฯ กาสิยานิ ปธาเรตฺวา แก้วกรไดทรงภูษา โกสยกาสิกพัตร โขมโกทุมฺพรานิ จ อีกโกษมสวัสดิวรรณึก เกาทุมพราถึกทอทอง กุสจีรํ อธารยิ โกศเกบกรองอย่านุ่ง ยุ่งอย่าพาดกวาดกจีร ทุกฺโข วาโส อรญฺญสมึ อยู่จำศีลในครึม ทุกข์โศรกชึมเศร้าใจ มา หิ ตฺวํ ลกฺขเณ คมิ ลูกอย่าไปป่าเลอย อยู่เสวยศุขสบายกว่าชื่นแล ตมพฺรวิราชปุตฺรี มทฺที สพฺพงฺคโสภณา พระมัทรีศรีใสลูกสาวไทมัทธราช สรรพอาดมอพยพ งามเฉลอมภพแผ่นหล้า ก็ทูลเจ้าฟ้าผู้พ่อผววคืน ด่งงนี้ ฯ

๏ นาหนฺตํ สุขมิจฺเฉยฺยํ ยํ เม เวสฺสนฺตรํ วินา ฯ ยํ เม สุขํ ข้าพระผู้ประเสรอฐ ศุขใดเกอดแก่ตวว เวสฺสนฺตรํ วินา เพื่อมละผววผ่านเผ้า นามพระเจ้าแพศยนนดร อหํ ข้าผู้จะจรจากถิ่น โดยเสด็จปิ่นปักราษฎร์ ตํ สุขมิจฺเฉยฺยํ บมิมักมากใจหม้นน เอาศุขน้นนแน่แล้ ณหววลูกเฮอย ฯ ตมพฺรวิ มหาราชา สิวีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน จึงพระศรีสวรรศวเรศวร มหิมาธิเบศร์บรมนาถ ผู้เจรอญราษฎรสีพี ก็ซ้นนสวนีแก่สุนิศาคืนด่งงนี้ อิงฆ มทฺทิ นิสาเมหิ กูเตือนแต่แม่มัทรี ศรีสใภ้ให้หูฟงง มเมว วจนํ ยงงพจพ่อต่อความบอก รักอรออกดอกจึงพร้อง วเน เย โหนฺติ ทุสฺสหา ยงงเถื่อนท้องห้องป่าชัฏ สัตว์ใดคนทนมนนยาก พหู กีฏา ปฏงฺคา จ เปนหมู่มากหลากหลากหลาย แมลงเหลือบลายคายบุ้งร่าน มกสา มธุ มกฺขิกา จรเขบพ่าน ซ่านพิศมสุม ยุงริ้นรุมชุมต่อตอด เตปิ ตํ ตตฺถ หึเสยฺยุํ แม่บร้างรอด ปลอดไปล่ปละ แม้นมนนปะพะพึงบยฬ ตนฺเต ทุกฺขตรํ สิยา น้นนโทษทยรนยรสรนุกนิ สิ้นสูญศุขทุกษดร อปเร ปสฺส สนฺตาเป จรจักเห็นเข็ญอิกอื่น ตื่นภัยพร่นนคร่นนคร้ามครนน นทีนูปนิเสวิเต มนนเมลื้อยลู่อยู่พ่างภาค ฝากสรทึงบึงบิบาง สปฺปา อชครา นาม หางหน้ากลววหววหน้ากลยด วยดขนดหลาม นามงูเหลือม อวิสา เต มหพฺพลา เลื่อมเลื่อมลายพิศมพศ ยศดรธามารแรงรื้อ เต มนุสฺสํ มิคํ วาปิ ยื้อมนุษย์ยุดกวางปา คร่าเอาช้าง ง้างเอาหมู อปิจาสนฺนมาคตํ พรูพลัดเพื่อน เคลื่อนพลัดพงษ์ หลงพลัดเหล่าเหย่ามาใกล้ ปริกขิปิตฺวา โภเคหิ ได้ฉมวยมัดรัดด้วยกาย ตายแงบงับพรับตาดยว วสมาเนนฺติ อตฺตโน ฉยวอำนาจอาตมเอาสัตว์ ฝัดบฝืนกลืนเป็นเหยื่อ อญฺเญปิ กณฺหชฏิโน ปางเมื่อเจ้าเข้าดงด่าน ตววก่านกาจชาติชัฏขน อจฺฉา นาม อฆมฺมิคา สัตวตนสื่อชื่อมนนหมี ได้ทีทำนำ ความเข็ญ น เตหิ ปุริโส ทิฏฺโฐ ผู้เห็นพบหลบบได้ ตามไล่ลู่จู่จวนตน รุกขมารุยฺห มุจฺจติ แว่นบนกิ่งวิ่งบนยอด ฤๅรอดข้ยวค้ยวเล็บข่วน สงฺฆฏฺฏฺยนฺตา สิงฺคานิ ลุยเปือกป่วน ส่วนสัตว์โตรด ดุดันโดดโลดลองเขา ติกฺขคฺคาติปฺปหาริโน สรยบ ปลายเปลาเงาโง้งง่า ขวิดผาผ่าฆ่ากดูกทลาย มหิสา วิจรนฺเตตฺถ ชี้ชื่อควายชายชิง แซรง เล็บกล้ยงแกลง แผงฟีกไม้ นทึ โสตุมฺพรํ ปติ อาไศรยได้ใกล้วารีศ นาม นทีศสีตสวโดมพร์ ฯ



กลบทเก่า

๏ ทิสฺวา มิคานํ ยูถานํ โฉมนางเมืองเมื่อเมือป่า จะซ่าส่ำสรรมฤค ควํ สญฺจรตํ วเน โคกะทิงถึกท่ยวถ้อง ทุกแห่งห้องหิมพานต์ เธนุว วจฺฉคิทฺธาว แดสดุ้งดาลด่าวตวว เหมอนวววนางกำนัดลูก กถํ มทฺทิ กริสฺสสิ อย่าดูถูกอันโทลไพร จะเยียไยแก่อกเจ้า ทิสฺวา สมฺปติเต โฆเร ซ่าสองเท้าท่ยวโจน โผนยอดไม้ยุดแมก โฆเร เมาะ ภึสนวิรูเป รูปปลาศแปลกแปลนคน ภิงษนพิกลกลหลอก ทุมคฺเคสุ ปลฺวงฺคเม ค่างวนวอกครอกครองครวญ จละนีหวลโหน ปลายทูม อเขตฺตญฺญาย เต มทฺทิ เจ้าบจัดเจนภูมิพื้นพง เปนเพื่อนองค์แดผวว ภวิสฺสเต มหพฺภยํ กลววยิ่งกลววแกลนขลาด แสนสามารถหมื่นภัย ยา ยา ตฺวํ สิวาย สุตฺวาน อ่อนองค์ใดดวงรัตน ยินสยงสัตวสิงคาล มุหุํ อุตฺตสเต ปุเร ยังตรดกดาลแดยรร เนื่องในจันทนนิเวศน์ สา ตฺวํ วงฺกํ อนุปฺปตฺตา ขวาขวันเนตรน้นนแม่ ถึงเขตรแค่เขาคด กถํ มทฺทิ กริสฺสสิ ศรีทรงยศพ่อเฮอย เยียไฉนเลอยเล่าฮา ฐิเต มชฺฌนฺติเก กาเล เมื่อเพลาท่ยงไถง เชอเฉาใบบ่มแดด สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขึสุ แสรกสยงแซดซอแซ นกจอแจจับร้อง สุณเตว พฺรหารญฺญํ กึกก้องไม้ไพรพรยก ดุจรู้รยกเราท่าน ตตฺถ กึ คนฺตุมิจฺฉสิ ฟงงเย็นย่านแสยงภัย มักไปยงงปาน้นนณแม่ ฯ

๏ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ทรงญาณ อันว่าพระมหิบาลบุตรี อนนสรรพโสภณีในองค์ ก็ทูลท้าวธำรงราษฎร์คืน ด่งงนี้ ยานิ เอตานิ อกฺขาสิ วเน ปฏิภยานิ เม ข้าแต่สวรรศวเรศูร พระบัณฑูรแถลงภัย ท้งงหลายใดในดง แก่ข้าพระองค์อนนอนาถ สพฺพานิ อภิสมฺโภสฺสํ คจฺฉญฺเญว รเถสภ ข้าแต่ราชรไถศภ ลูกบหลบหลีกตน อาจอดทนภัยภิต โดยเสด็จอิศวร เจ้าน้นน กาสํ กุสํ โปตกิลํ อุสิรํ ปุญฺชปพฺพชํ เมื่อเข้าขนนขอกป่า แขมคาหญ้าคมบาง กกแขมตวางวลีกาจ มุงกต่ายดาศปล้องแฝก อุรสา ปนุทหิสฺสามิ นาสฺส เหสฺสามิ ทุนฺนยา เอาอกแหวกไว้ช่อง เดอรซะซ่องก่อนไท้ ท้าวธเสด็จได้โดยศุข ทุกข์ธภาข้าบมี พหูหิ วตฺตจริยาหิ กุมารี วินฺทเต ปตึ สาวษัตรีตรูภักตร์ จะได้ผววรักษยิ่งยาก ด้วยจรรยามาก มีพรต อดอาทรทนธาร อุทรสฺสุปโรเธน โคหนุเวฏฺฐเนน จ อาหารถือถ่อมไส้ รัดบรัศไว้ด้วยผ้า อ้อนแอ้นอ้าเอวบาง ตระโพกคือคางโคผาย อคฺคิสฺส ปาริจริยาย อุทกุมฺมุชฺชเนน จ องงเอาอายอัคนี เพื่อผุดศรีใสสาว บหนีหนาวหน้าตรชัก ลักลงทึกทกไถง เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก. คจฺฉญฺเญว รเถสภ อ้าพระปรเสรอฐในสมบัติ ผววสลัดแล้งหญิง ร้อนใจจริงในโลกย ขอวิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ อปิสฺสา โหติ อปฺปตฺโต อุจฺฉิฏฺฐํ ปริภุญฺชิตุํ อันว่าชายชื่อใด ภูลในชาติตํ่าตก แต่เดนภกษผววมละ ก็บควรจะกินกับ โย นํ หตฺเถ คเหตฺวาน อกามํ ปริกฑฺฒติ ก็อาจจับคร่ามือง่าย คมแหงม่ายอนนมิยอม เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเญว รเถสภ อ้าพระจอมรถราช เปนม่ายปราศจากผวว หววอกไหม้ในโลกย์ ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ เกสคฺคหณมุกฺเขปา ภูมฺยา จฺ ปริสุมฺภนา เปนม่ายชายดูดำ กุมเกษกำแก้ผม ผลักล้มจมดินทราย แสร้งอวยอายอยดยศ ทตฺวา จ โน ปกฺกมติ พหุํ ทุกฺขํ อนปฺปกํ ให้ทุกข์ระทดเท่าฟ้า ซอซรึ่งหน้าบมิหลีก ฝีกแฝงแล้บมิมละ ด้วยปละผววปล่ยวเพื่อน เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเญว รเถสภ อ้าพระเลื่อนเลอภพ ธิปไตยศภสมบูรณ์ ม่ายอาดูรในโลกย์ ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ สุกฺกจฺฉวี เวธเวรา ทตฺวา สุภคมานิโน กำเลาะเหล่ามักม่าย จ่ายจุณขัดผัดฉพี มีสัญญาว่าตนแง่ แผ่สินสู่สักน้อย อกามํ ปริกฑฺฒนฺติ อุลูกญฺเญว วายสา ยื้อหญิงย้อยนํ้าตา กละฝูงกากาฬี ไหล้ตามตีตอมรุ้ง แสนสดุ้งดักดน เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเว รเถสภ อ้าพระกูแก่นพญา เจศฎานนตในรถ ม่ายลาลศในโลกย ขอวิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ อปิ ญาติกุเล ผีเต กํสปฺปชฺโชตเน วสํ ผิพึ่งอยู่ในเหย้าญาติ มิตรอนนอาจเอาธูร ภูลผิดด้วยเงอนทอง ลงงลองของคำใช้ เนวาติวากฺยํ น ลเภ ภาตูหิ สขิเกหิ จ ย่อมได้พากยอพิมาน ว่าเปนงานทำงล พี่น้องดลดูแคลน มิตรปากแปลนดูถูก เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเญว รเถสภ อ้าพระผู้ปลูกใจจูง พิภโพดูงคดุลเยศว์ ม่ายหมื่นเทวษในโลกย ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ นคฺคา นที อนูทกา นคฺคํ รฏฺฐํ อราชิกํ สรทึงทุลายฦก ขาดขอดทึกธารา เมืองมหิมาม่งงพล บมีตนท้าวป้อง อิตฺถีปิ วิธวา นคฺคา ยสฺสาปิ ทส ภาตโร หญิงใดน้อง น้องพี่ถึงทัศ ผววซัดเสียแสนช้ำ เมืองแม่นํ้านางสาม ยลบมิงามแก่ตา เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเญว รเถสภ อ้าพรตราตรัสเมือง เรืองรไถศภสีพี ม่ายเดือดดีพรในโลกย์ ขอพิโยคยงงป่าไป กับผววน้นน ฯ ธโช รถสฺส ปญฺญาณํ ธูโม ปญฺญาณมคฺคิโน ธงชายปลายงอนรถ รถปรากฏด้วยธงเถกอง ควนนดำเลองแลเห็นไกล ไปปรากฏด้วยควนน ราชา รฏฺฐสฺส ปญฺญานํ ภตฺตา ปญฺญาณมิตฺถิยา ออกขุนขวนนวยงยศ วยงปรากฏด้วยขุน ผววมีคุณเมียรักษ์ เมียเพ็ญพักตรด้วยผวว เวธพฺยํ กฏุกํ โลเก คจฺฉญฺเญว รเถสภ อ้าพระณหววข้าจ้าว ท้าวเลอศในสมบัติ ม่ายทุกข์ถนัดในโลกย ขอพิโยคยงงป่าไป กบผววน้นน ฯ ยา ทลิทฺที ทลิทฺทสฺส กานดาใดใจยุกดิ์ ร่วมทุกข์ได้ด้วยผวว อฑฺฒา อฑฺฒสฺส กิตฺติมา ผววศุขตววศุขตาม ความชอบกอปรกฤดยากยรณ ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ เทพส่ำทยนทุกห้อง ซ้องเยอรยศหญิงน้นน ทุกฺกรํ หิ กโรติ สา สงงใดห้นนข้าให้คำ เหตุหาผู้ทำทยมมนนยาก สามิกํ อนุพนฺธิสฺสํ สรวมลาจากจอมไตรย ไปตามผววเพื่อนสอง สทา กาสายวาสินี ครองกาษาวดาบศ สาภิมตคํ่าเช้า ปถพฺยาปิ อภิชฺชนฺตยา แม้เปนเจ้าหล้าแหล่ง ผู้อื่นแบ่งให้สู่ เวธพฺยํ กฏุกิตฺถิยา หญิงอย่าคู่ขี่เมือง ก็ขุ่นเคืองคับค่งง อปิ สาครปริยนฺตํ ด่งงข้าทูลธเจ้ากู ธรณีคูคือสมุทร พหุวิตฺตธรํ มหึ ชัมพูพสุธธรงทรัพย์ สรรพเนกนับเนืองนอง นานารตนปฺริปูรํ พยบเพญแก้วนานัตร นิจฺเฉ เวสฺสนฺตรํ วินา เมื่อขจัดจากจอมผวว ตววลูกม่ายบมิหวงงเอาเลอย ฯ กถนฺนุ ตาสํ หทยํ สุขรา วต อิตฺถิโย ยา สามิเก ทุกฺขิตมฺหิ สุขมิจฺฉนฺติ อตฺตโน ฯ ยา สามิเก ทุกฺขิตมฺหิ อันว่าหญิงท้งงหลายใด ในเมื่อผววลำบาก สุขมิจฺฉนฺติ อตฺตโน ยำยามหยากอยู่ศุข เสพยสรนุกนิ์แต่ตน สุขรา วต อิตฺถิโย หญิงน้นนคนใจกระด้าง มล้างคุณผววผ่าเผ่า กถนฺนุ ตาสํ หทยํ ด่งงดำนยรเหล่าหญิงน้นนโสด ใจแห้งโหดฉนนนี้ แลฤๅ ฯ นิกฺขมนฺเต มหาราเช ในเมื่อพญาฦๅเลอศหล้า ผินหน้าออกจากกรุง สีวีนํ รฏฺฐวฑฺฒเน ธบำรุงราษฎร์สีมา ประชาชาวสีพี ตมหํ อนุพนฺธิสฺสํ ข้ามัทรีทูลบาท โดยเสด็จราชน้นนไป หิ เมาะ กสฺมา วทามิ การณกลใดลูกจึ่งว่า จะไปป่าด้วยดาย สพฺพกามทโท หิ เม เหตุท้าวทายบริบวรณ์ ยศท้งงมวลแก่ข้าแล ณ พระฮา ฯ ตมพฺรวิ มหาราชา มทฺทึ สพฺพงฺคโสภนํ อันว่าพญาผู้ประเสรอฐ สรญชยเลอศนิเลืองกระษัตร ตรัสแก่พระศรีสุณิสางค์ สบสรรพางคโสภณด่งงนี้ ฯ อิเม เต ทหรา ปุตฺตา ชาลี กณฺหาชินา จุโภ อันว่าโททหรี คือชาลีกัณหา ยงงพาลาเล็กนักลูกรักษเจ้านี้แม่ นิกฺขิปฺปลกฺขเณ คจฺฉมยนฺเต โปสยามเส เวนไว้แก่บิดา ดูราลูกทรงลักษณ แม่มักไปจงไป สองดนัยพ่อจะล้ยง เจ้าเองแล ฯ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา จึ่งจอมนาฏมัทรี บุตรีท้าวมัทธราช ล้วนพิลาศองคอพยพ ก็จบบาทไท้ให้คำคืน ด่งงนี้ ปิยา เม ปุตฺตกา เทว ชาลี กณฺหาชินา จุโภ อ้าบพิตรสมมติศวรเทพา อนนเจ้ากัณหาชาลี ลูกสองศรีเสมอชนม์ รักยิ่งตนยิ่งตา ตฺยมฺหํ ตตฺถ รเมสฺสนฺติ อรญฺเญ ชีวโสกินํ ปางลีลาลิวลี่ สถิตย์ที่อาทพาพน ลูกสองตนสองตู จะชูใจเศร้าให้สรดกว่าชื่นแล ฯ ตมพฺรวิ มหาราชา สีวีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน อันว่าสมเด็จเจ้าพญามหินทราธรณีนาถ ผู้เจรอญราษฎรสีพี ก็มีพจนพิลาป ด่งงนี้


              สาลีนโมทนํ ภุตฺวา
              ๏ อาสูรสองหลานเออยย่อมเสวอยเคยเข้าสาลี
              . สุจิมํสูปเสจนํ
              เนื้ออ่ววค่ววแกงดีมีรศยิ่งสิ่งกับบาย
              รุกฺขผลานิ ภุญฺชนฺตา
              ปางไปในครึมครุกินลูกชุลุเพรางาย
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              สองราทารกชายหญิงจะจำทำกลใด
              ภุตฺวา สตปเล กํเส
              ๏ อาสูรสองเคยครองภาชนพานรองทองร้อยบรรล
              โสวณฺเณ สตราชิเก
              ลวดหลายลายกณิกนันต์ล้วนสุวรรณพรรณไพรู
              รุกฺขปตฺเตสุ ภุญฺชนฺตา
              อาจิณกินพลับพลองใบไม้รองตองปะปู
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              กำพร้าหน้าเอ็นดูสองจะจำทำกลใด
              กาสิยานิ จ ธาเรตฺวา
              ๏ อาสูรเคอยภูษาพรรณพัตรากราสิกศรี
              โขมโกทุมฺพรานิ
              โกษมไสลไม่มี ศรีเกาทุมพราเรือง
              โกษมไสลไม่มี
              กุสจีรานิ ธาเรนฺตา
              ยะยุ่งนุ่งปอป่าเปลือกไม้หญ้าคาเคือง
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              ลำบากจากบ้านเมืองสองจะจำทำกลใด
              วยฺหาหิ ปริยายิตฺวา
              ๏ อาสูรเคอยทงงสองทรงช้างวองทองเรืองงาม
              สิวิกาย รเถน จ
              บางเทื้อเมือคานหาม        งามกวยนแก้วแพร้วพรายพรรณ
              ปตฺติกาปริธาวนฺตา
              ปบป่าฝ่าตีนยู่ เยอนทงงคู่ปู่โศกศัลย์
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              ปิ้มม้วยด้วยสองขวัญ เนตรจะจำทำกลใด
              กูฏาคาเรสยิตฺวาน
              ๏ อาสูรสองสายใจ เคอยนอนในกุฎาคาร
              นิวาเตผุสฺสิตคฺคเฬ
              แดดส่องช่องลมผสาน บานแก้วชิดมิดมณฑล
              สยนฺตารุกฺขมูลสฺมึ
              เดอรดอนนอนขวงเชอพุ่มทุมเทวอต่างไหรญ
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              สงสารหลานสองคนเจ้าจะจำทำกลใด
              ปลฺลงฺเกสุ สยิตฺวาน
              ๏ อาสูรเคอยไสยาศน์ตยงมุกด์มาศอาศน์โอฬาร
              โคนเก จิตฺรสนฺถเต
              ไพจิตรนิทรกำราลกาฬโกชวเอาใจอร
              สยนฺตา ติณฺณสนฺถาเร
              อยู่ยงงรงงแรมป่า ได้หญ้าฟางต่างเหมาะหมอน
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              สองราอาทรนอนน้นนจะจำทำกลใด
              คนฺธเกน วิลิมฺปิตฺวา
              ๏ อาสูรเคอยทาดอมสวคนธหอมหื่นหรรษา
              อคลุจนฺทเนน
              อรรคลุจันทน์จุรณายาตนตลบอบพิโดร
              รโชชลฺลานิ ธาเรนฺตา
              เหงื่อไหลไคหมักมอมต่างเครื่องดอมผอมอกโอน
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              ชัฏช่องท่องอนนโทลสองจะจำทำกลใด
              วีชิตงฺคา สุเข ฐิตา
              ๏ อาสูรเคอยเปรมปรีดิ์แหนผู้ที่ชิอีศฎเอางาน
              จามรีโมรหตฺเถหิ .
              แซ่ทรายกรายพยชนิพานใบตาลคำกำหางยูง
              ผุฏฺฐา ฑํเสหิ มกเสหิ
              ขมอยเมือเฝื่อแฝกหญ้ายุงชุมฉ่าฝ่าเหลือบฝูง
              กถํ กาหนฺติ ทารกา
              ไร้พยชนิอยดอำรูง สองจะจำทำกลใด น้นนโสดแล ฯ .
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 สิงหาคม 2563 17:34:53 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 30 สิงหาคม 2563 17:32:35 »



กัณฑ์ทานกัณฑ์ (ต่อ)

๏ เอวํ เตสํ สลฺลเปนฺตานญฺเญว รตฺติ วิภายิ สุริโย อุคฺคจฺฉิ เมื่อสี่สุริยเหง้ากระษัตร ธดำรัสรํ่ารักกัน โดยพรรณานี้ บมิคลาศ ภอจวบราศตรีรุ่งระราง สรางสรางแสงสุริโยเคจฉ์ เสด็จแสดงดวงเดอรโดยโพยม คฤโฆศประโคมฆ้องขานยาม ย่ำเขยียแฮ ฯ มหาสตฺตสฺส จตุสินฺธวยุตฺตํ อลงฺกตรถํ อาเนตฺวา ราชทฺวาเร ฐปยึสุ ชาวผู้นักงานท้งงหลาย ก็นำถวายยานลงกต รถอำไพรุไพฑูรย์ ทยมดูร แสนธพชาติ ไว้แทบราชทวารนิเวศน์ เพื่อพระตรีโลเกศวร์ แก่นกษัตร ธทรงเมื่อ น้นน ฯ มทฺที เทวี สสฺสุสสุเร วนฺทิตฺวา เสสิตฺถิโย จึ่งพระมัทรีนางหนุ่มเหน้า เชีย เชิงเจ้าพ่อผววแม่แง่ แม่ผววงามสามท่าธบนาน ลาเหล่าสาวศฤงฆารคะใน อนน เหลือน้นน ฯ ตมตฺถํ อันว่าพระนาถนายพวก ผู้มลวกล้างมลาย คายภพาภพภูล เกษม เมื่อจะโปรดเปรมประกาศอรรถ แก่บรรษัทยสิ้นท้งงมูล ก็บัณฑูรสารคาถา บรรถยาพฤศดิด่งงนี้ ตมพฺรวิ ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุสาทร ผู้ปรหรห่วงหืนห้า ราชปุตฺตี มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อันว่าลูกเจ้าฟ้าฟอดพงษ มัทรีองคลออสรรพ ตมพฺรวิ ก็ให้คำคำนับบววบาท สองสวรรศวราชวเรนทร ด่งงนี้ ฯ มา เทว ปริเทเวสิ อ้าพ่อภูบดีศวร อย่ารัญจวนใจครํ่า มา จ ตฺวํ วิมโน อหุ อย่าร้อนร่ำใจเร้า อย่าเสาะเศร้าใจเสีย ยถา มยํ ภริสฺสาม ข้าผววเมียท้งงสอง ครองผลภูชพยงใด ตถา เหสฺสนฺติ ทารกา สองอ่อนไททารก จะภกษผลพยงน้นน มิอย่าเลย ฯ อิทํ วตฺวาน ปกฺกามิ มทฺที สพฺพงฺคโสภนา พระมัทรีเจ้าจอมปรางค์ นางงามสัพทรงโฉม กล่าวโลมใจนี้แล้ว ลุกคละแคล้วออกมา สิวิมคฺเคน อเนฺวสิ ปุตฺเต อาทาย ลกฺขณา นงลักษณพาพระคู่สมร จรโดยพิถยผลูมารค อนนสีพิราชควรไป เนาในรถก่อนผวว ธท่าอยู่ ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา ทานํ ทตฺวาน ขตฺติโย ปิตุ มาตุ จ วนฺทิตฺวา กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ ฯ ตโต เมาะ ตสฺสา มทฺทิยา ฐิตกาเล กาลอนนพระมัทรีสถิต วิจิตฺตรเถ เหนือรถพิจิตรเมื่อน้นน เวสฺสนฺตโร ราชา บ้นนพระบาทแพศยันดร ทานํ ทตฺวาน ขตฺติโย กษิดินทร ทายทานแล้ว ปิตุ มาตุ จ วนฺทิตฺวา ไหว้พระแก้วสองรา กตฺวา จ นํ ทกฺขิณํ เยียสองเปนเบื้องขวาไขว่วยร วงฉวยรสามรอบแล ฯ จตุวาหึ รถํ ยุตฺตํ สีฆมารุยฺห สนฺทนํ อาทาย ปุตฺตทารญฺจ วงฺกํ ปายาสิ ปพฺพตํ ฯ จตุวาหึ รถํ ยุตฺตํ อารุยฺห ก็เถลองทรงรถทยมแสะสี่ สีฆํ สนฺทนํ เดอรเร็วรี่ราชยาน อาทาย ปุตฺตทารญฺจ ภาพระโทบุตร วงฺกํ ปายาสิ ปพฺพตํ สู่สิลุจยวงกาจลน้นน ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา เยนาสิ พหุโก ชโน อามนฺต โข ตํ คจฺฉาม อโรคา โหนฺตุ ญาตโยติ ฯ ตโต เมาะ ตสฺส มหาสตฺตสฺส คมนกาเล เมื่อท่านขับรถเต้า เวสฺสนฺตโร ราชา จึ่งพระเจ้าจุมพล เยนาสิ พหุโก ชโน ท่วยอยูหลใดคอย ตตฺถ รถํ เปเสตฺวา ขับรถรอยหลน้นน อิติ วจนํ อาห ธก็ซ้นนกล่าวสาร ด่งงนี้ ญาตโย อ้าฝูงญาติกูเออย อโรคา โหนฺตุ สูจงเสบอยเบาไข้ อามนฺต โข ตํ สองตู ให้คำรา คจฺฉาม ลาสูเหล่าลีลาศ ปุญฺญานิ กโรถ สูญาติอยู่เยียบุญ ทานาทีนิ เปนต้นทุนคือทาน เทอญ ฯ โพธิสตฺตมาตา ปุตฺโต เม ทานจิตฺตโก ทานํ เทตูติ เมื่อน้นนสมเด็จนางพญา มาดาพระโพธิสัตว์ ก็ตรัสเห็นเหตุด่งงนี้ อันว่าลูกกูผู้บดี ย่อมมีใจจอดทาน ลูกภูบาลจงให้ โดยธคิดน้นน ฯ อาภรเณหิ สทฺธึ สตฺตรตนปูรานิ สกฏานิ อุโภสุ ปสฺเสสุ เปเสสิ ฯ ธให้ขนแก้วสิ่งสับด กับอาภรณพิพิธ เต็มเล่มสกฤฏหลายหลาก ฝากส่งเต้าตามทาง สองพ่างข้างคยงไป เพื่อลูกไททายทาน แก่คนน้นน ฯ โส ปิ อตฺตโน กายารูฬฺหเมว อาภรณภณฺทํ โอมุญฺจิตฺวา เจ้าพญาแพศยันดร ก็ปลดอาภรณาดูล กายารูฬหรจนา ยาจกานํ อฏฺฐารสวาเร ทตฺวา ให้ยาจกจรโดย โกรยจักกฤศวโรรส อัศฎาทศถ้วนวาร อวเสสํ สพฺพํ อทาสิ สรรพทรัพยสารสิ่งเสศ ธิเบศวร์บริตยาคให้ บมิเหลือไว้สักน้อยหนึ่งเลอย ฯ โส นครา นิกฺขมิตฺวาว รถํ นิวตฺติตฺวา นครํ โอโลเกตุกาโม อโหสิ พระออกจากวยงชย ธอาลัยสองทรงยศ เพื่อผินรถดูเมืองแห่งตนน้นน ฯ อถสฺส มนํ ปฏิจฺจ รถปฺปมาเณ ฐาเน มหาปฐวี ภิชฺชิตฺวา ในปางน้นน อันว่าพสุธาดิเรก เฉกดยงแดท่านท้าว ก็ร้าวระแหงให้บมินาน ภอประมาณที่เท่ารถ กุลาลจกฺกํ วิย อโหสิ รถํ นคราภิมุขํ อกาสิ ก็ปรากฏกลจักรฉนงง หยนให้หน้ายานยงงหย่อมเมือง แห่งน้นน ฯ โส มาตาปิตูนํ วสนฏฺฐานํ โอโลเกสิ จึงพระหน่อโลกนาถ ก็เมอลนิวาศนวรสถาน เจ้าจอมปราณท้งงสอง ในเมืองน้นน ฯ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าจองคาถา อนนสมเด็จพระมหามุนี กล่าวแก่พรหมจารีสาริบุตรเล่า ด่งงนี้ นิกฺขมิตฺวาน นครา นิวตฺติตฺวา วิโลกิเต ตทาปิ ปฐวี กมฺปิ สิเนรุวนวฏํสกาติ ฯ วสนฏฺฐาเน ในเมื่อสถานที่สถิต เวสฺสนฺตเรน อันบพิตรเผ่าโพธิ์ นิกฺขมิตฺวาน นครา ท่วยเล็งโลดธออกวยง นิวตฺติตฺวา วิโลกิเต แปรรถมยงเมอลเห็น ยทา เปนบรตยักษปางใด ตทาปิ ปฐวี ปางน้นนไกรโกรมธาตุ สิเนรุ เอาดอยราชเมรู วนวฏํสกา และนนทพนชูเปนเซรอด กมฺปิ ก็เกอดพิการกำบน ในกษณน้นน ฯ สยํ ปน โอโลเกตฺวา มทฺทีปิ โอโลกาเปตุํ คาถมาห ตนธเล็งจบแล้ว เพื่อยงงรงงแก้วมัทรี ให้ทฤศดีเมืองสร้อง ก็พร้องพระคาถาเตือนไป ด่งงนี้ อิงฺฆ มทฺทิ นิสาเมหิ รมฺมรูปํว ทิสฺสติ อาวาโส สิวิเสฏฺฐสฺส เปตฺติกํ ภวนํ มมนฺติ ฯ อิงฆ มทฺทิ พี่เตือนอ้าองค์อ่อน ดูก่อนเจ้ามัทรี อาวาโส สิวิเสฏฺฐสฺส อันว่าบุรีราชาวาศ แห่งสีพิราชเจ้าเจศฎา ทิสฺสติ ปรากฏมายงงเยาคเทศ แห่งสายเนตรนงพาล นิสาเมหิ รมฺมรูปํว จุ่งเล็งสถานท่านท้าว ที่อะคร้าวควรครอง เปตฺติกํ ภวนํ มม เปนประสาทของท้าวพ่อ แห่งพี่แล ฯ อถ มหาสตฺโต สหชาเต สฏฺฐิสหสฺเส อมจฺเจ เสสชนญฺจ นิวตฺตาเปตฺวา ดับน้นนอันว่า พระหน่อชินศรี ก็มีบัญชาชาวสหชาติ อมาตยหกหมื่นตน และคนอนนเหลือโดยรอบ ให้คืนคอบเข้าพระนคร รถํ ปาเชนฺโต มทฺทึ อาห ธก็ขับรถจรจารึก จึ่งลศึกไขข้อพระสาศน์ แก่พระทาราธิราชเจ้า ด่งงนี้ ภทฺเท ดูแนหน้านฤมล ยาจกา อันว่า ชนยาจกากร สเจ อาคจฺฉนฺติ ยยวจะจรดล โดยหลงง อุปธาเรยฺยาสิ เจ้าช่วยรวงงวิจารณ จุ่งท่ววเทอญ ฯ สาปิ โอโลเกนฺตี นิสีทิ พระมัทรีทรงลักษณ์ ก็น่งงต้งงภักตรแพ่งดู อยู่แล อถ จตฺตาโร พฺราหฺมณา รเถน คโตติ สุตฺวา ในกาลน้นน อันว่าพราหมณสี่รา มามิทนนทานสับดสดก ยินว่าหน่อนายกผู้ใหญ่ยศ ธเสด็จด้วยรถรัตนาศน อสฺเส นํ ยาจิสฺสามาติ อนุพนฺธึสุ ก็ชวนกนนดลโดยมารคผลู คิดว่ากูจะขอม้า แห่งธน้นนฯ อถ มทฺที เต อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา อาโรเจสิ ฯ ดบน้นนนาฎนงราม เห็นพราหมณท้งงสี่มา ก็ทูลสวามินทรท้าว ให้ชราบแล ฯ มหาสตฺโต รถํ ฐเปสิ ฯ สมเด็จบรมมหาสัตว ตรบัดก็หยุดรถไว้ ในที่น้นนฯ ตมตฺถํ อันว่า พระผู้เลอศผู้ อนนกู้สัตว์สากล ให้ข้ามวลวัฏสงสาร เมื่อประทานแถลงอัดถ์ ก็ดำรัสสารคาถาด่งงนี้ ตํ พฺราหฺมณา อนฺวคมุํ เต ตํ อสฺเส อยาจิสุํ ฯ ภิกฺขเว แฮ ภิกษุท้งงหลายผู้รสายภพท้งงสาม ตํ พฺราหฺมณา อนฺวคมุํ อันว่าพราหมณ์สี่ตน มาโดยดลท่านแล้ว เต ตํ อสฺเส อยาจิสุํ ขอม้าแก้วท้งงสี่ ที่ทยมแก้วกวยนกวัด ยาจิโต ปฏิปาเทสิ บ้นนพระมหาสัตว์สุรภาพ พราหมณ์ขอลาภให้ปลด จตุนฺนํ จตุโร หเย ปลดจาดูรดุรง ปลงแก่พราหมณ์ท้งงสี่ อนนขอน้นนฯ อสฺเสสุ ปน ทินฺเนสุ รถธุรํ อากาเสเยว อฏฺฐาสิ ฯ เมื่อปลดม้าให้แล้ว แอกรถแก้วก็บนนดาล ประดิษฐานที่อากาศ เปนมหาศจรรยใจ จริงแล ฯ อถ พฺราหฺมเณสุ คตมคฺเคสุเยว มาตรเมื่อพราหมณ์ท้งงสี่ ไปจากที่ธปางน้นน ฯ จตฺตาโร เทวปุตฺตา โรหิตวณฺเณนาคนฺตวา อันว่าบ้นนเทพบุตร สี่องคอุดม์เอาเพษ เปนรม่งงเมศมาศมา รถธุรํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อคมํสุ ดยงศึกษาด่งงแสะ รับรนนแทะธูรเถกอง ย่างยอเชองชักรถธไปแล ฯ มหาสตฺโต เตสํ เทวปุตฺตภาวํ ญตฺวา อิมํ คาถมาห พระพุทธวงษมหาสัตว์ ก็ดยงถนัดในกแน่ ว่าเทพเจ้าแง่งำเงื่อนเปน รม่งงเลื่อนลากยาน ก็กล่าวสารพระคาถา แด่พระอรรคชายา ด่งงนี้ อิงฺฆ มทฺทิ นิสาเมหิ จิตฺตรูปํว ทิสฺสติ ฮาเจ้าพี่ชี้ให้แพ่ง เจ้าแน่งเนื้อนวลหงษ์ จุ่งส่งตาแลล่อง จุ่งส่องตาแลดู อัศจรรยตรูตรยบขยล มิคาโรหิจฺจวณฺเณน ทกฺขิณสฺสา วหนฺติ มํ แท้เทพนยรมิตรม่งง เหลืองปล่งงดูดงงทอง ชักรถผยองอย่างอัศว์ สารถีหัดให้ชำนาญ ลานหลากเลงพิศวง กว่าชื่นแล ฯ รถสฺส ปน ทินฺนภาวํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระผู้เปนเจ้า เกล้าสงสารมารพิชิต เมื่อปรกาษิตทวิชาคต ขอราชรถธให้พลนน ก็อาห์ฉันทพระคาถาด่งงนี้ อเถตฺถ ปญฺจโม อาคา โส นํ รถมยาจถ ฯ ภิกฺขเว อ้าทวยสงฆ์ท้งงสิ้น บมิดิ้นด้วยโลกธรรม์ อเถตฺถ ปญฺจโม อาคา อันว่า พราหมณ์หนึ่งเต้า บนนจบท้าวถ้วนเบญจ์ โส นํ รถมยาจถ เห็นยานพญาอายาจน์ ราชรถน้นนในเถื่อน ตสฺส ตํ ปฏิยาทาสิ กูบเบือนเคลื่อนคำยอ คำดยวขอก็ให้มนน น จสฺสุปหโต มโน ก็บหู่ใจปนนบริตยาค เพื่อพุทธภูมภาคหน้าไส้ ตโต เวสฺสนฺตโร ราชา พระแพศยันดรไท้ธิราช ตูเอาชาติน้นนแท้ โอโรเปตฺวา สกํ ชนํ ให้ลูกแลเมียลง จากรถทรงทนนใด อสฺสาสยิ อสฺสรถํ อื้นเอาใจพราหมณ์แพร่ มอบรถแง่เรือนงาม พฺราหฺมณสฺส ธเนสิโน แก่พราหมณ์ได้ด้วยฉบับ อนนแสวงทรัพย์สืบชีพ แห่งตนน้นน ฯ อถ มหาสตฺโต มทฺทึ อโวจ ปางน้นนบ้นนบรมสัตว์ ก็ตรัสแก่พระมัทรี ด่งงนี้

               ตวํ มทฺทิ กณฺหํ คณฺหาหิ ลหุกา เอสา กนิฏฺกา
               ๏ แม่เออยอุ้มแก่นแก้วกรรณหา เทอญแม่
               ลูกลหุกชินา นาฎน้อง
               อหํ ชาลึ คเหสฺสามิ ครุโก ภาติโก หิ โส
               พี่รับพี่พงา ชาลีศ เล่าแฮ
               หนักกว่าลูกทัดท้องพี่อุ้มเอาภาร ฯ

ตมตฺถํ อันว่าพระพุทธพี ศรีสวากยบฤงคพ สบสรรพพิพิธพุทไธสูรย ไพบูลยบรมาธิการอนรรฆ์ มหันตดโรฬาราภิรมย์ สมภารเพ่อมพนนตยาคี เมื่อ บนนลือสีหสุรนาทสาศน โปรฎประกาศอรรถบวร แก่ทวยสรรพสาธรท้งงสี่ ก็คลี่พุทธพาจก ยกอพสารคาถา อาห์ด่งงนี้

               ราชา กุมารมาทาย ราชปุตฺตี จ ทาริกํ
               สมฺโมทมานา ปกฺกามุํ     อญฺญมญฺญํ ปิยํ วทาติ ฯ
               โภ สาริปุตฺตดูกรพระธรรมเสนา
               สราพกพายขวา พระเจ้าผู้แจ้งจบธรรม์
               ราชา กุมารํ อาทายปางน้นนเจ้าพญาแพศยัน
               ดรได้จอมขวัญ ชาลีพิลาศลักษณา
               ราชปุตฺตี จ ทาริกํมัทรีมัทธราชธิดา
               ได้แก้วกัณหา สององค์อุ้มองค์สองอร
               สมฺโมทมานา ปกฺกามุํสองท่านสองท้าวบทจร
               สโมทสโมสรสมรรคสมานบานใจ
               อญฺญมญฺญํ ปิยํ วทา นักท้าวน้องท้าวหน่อไท
               อมฤดยสารใส่ กันแสนสณหเสนหา
               นวุตฺตรทฺวิสตคาถาปฏิมณฺฑิตํ      สองร้อยกับเก้าคาถา
               ทานกัณฑพรรณาก็เสร็จสำฤทธิบริบูรณ์ ฯ

ทานกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ นิพนธพิศดารทานกัณฑ์ พระรัตนมุนีวัดราชสิทธาราม ถวายสนองพระเดชพระคุณ จบเท่านี้

วันศุกร เดือน ๕ ขึ้น ๖ ค่ำ พระพุทธศักราช ๒๓๕๗ ปีกุน สับดศก ทฤๅฆายุศม สวัสดิ


ลำดับต่อไป กัณฑ์วนประเวศน์ โปรดติดตาม
บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 07 กันยายน 2563 13:34:20 »



 
พระเวสสันดร พาพระนางมัทรีและชาลีกัณหา เดินทางมุ่งหน้าไปยังเขาวงกต
จิตรกรรมฝาผนังวัดเสาธงทอง อ.เมือง จ.ลพบุรี

กัณฑ์วนประเวศน์  
๑.เมื่อพระเวสสันดร พระราชทานม้ารถหมดทุกสิ่งแล้ว จึงตรัสแก่พระนางมัทรีว่าพี่จะอุ้มพ่อชาลีเจ้าจงอุ้มแก้วกัณหา พากันเสด็จดำเนินโดยสถลมรรคาบรรลุถึงเมืองเจตราช
๑.พวกเจ้าเจตราชทราบข่าวเสด็จพระเวสสันดร พากันเสด็จมาเฝ้า ทูลถวายพระนครให้ครอบครอง พระองค์มิได้ทรงรับ
๑.เจ้าเจตราช ส่งเสด็จพระเวสสันดรไปเขาวงกฏแล้วทรงตั้งนายเจตบุตรพรานไพรให้เป็นนายด่านรักษาประตูป่า
๑.พระเวสสันดรเสด็จถึงอาศรมในบริเวณเขาวงกฏ ซึ่งท้าวสักกเทวราชให้วิสสุกรรมนิรมิตไว้ แล้วทรงเพศเป็นดาบส พระนางมัทรีก็ทรงเพศเป็นดาบสินี บำเพ็ญพรตอยู่ในพระอาศรมนั้น

เต ปฏิปเถ อาคจฺฉนฺเต มนุสฺเส ทิสฺวา อันว่าพระมหากระษัตรทงงสองแลพระราชบุตร ยลมนุษย์ทงงหลาย ทวยหญิงชายฝูงราษฎร์ มาโดยมารคอนน เฉพาะพิถี พ่างกษัตรียาภิมุขเมื่อนั้น ฯ กุหึ วงฺกตปพฺพโตติ ปุจฺฉนฺติ ท้าวธก็ถาม ดงงนี้ ดูกรมนุษยทงงผอง อันว่าท้องเขาวงกฏการญ อยู่สถิตสถานตำบลใด นิวสิ้น ฯ มนุสฺสา ทูเรติ วทนฺติ อันว่ามนุษยทงงหลาย จึ่งจะกล่าวท่าวทูล แด่ พระนเรนสูรว่าดงงนี้ บพิตร อันว่าเขาวงกาจลประมาณ อยู่ทุรัศสถานกว่าชื่นแล ฯ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นนท่ยงแท้ อันว่าพระพุทธเจ้าผู้แปล้ปราบพลมาร ก็มีพุทธโองการ แก่สงฆ์นิกรทงงหลาย ด่งงนี้ ยทิ เกจิ มนุชา เอนฺติ อนุมคฺเค ปฏิปเถ มคฺคนฺเต ปฏิปุจฺฉาม กุหึ วงฺกตปพฺพโต ฯ โภ สาริปุตฺต ดูกรพระธรรมเสนาบดี ศรีสาริบุตร อุดมอาริยอรหันต์ เกจิ มนุชา ยทิ เอนฺติ ผิแลคนผู้ใดใครใครก็ดี แลมา อนุมคฺเค โดยปริษฎาคมามารค ปฏิปเถ ในทางราชลีลา โดยรถยาภิมุข มยํ อันว่าตูผู้ทนทุกข์ลำบาก ไพร่ขับพรากจากพระนคร ปฏิปุจฺฉาม คมนมคฺคํ ตูก็ถามพิถยันดรลิ่วลี่ที่ทางตูเสด็จ เต มนุเช แก่คนผู้เคจฉาเคจฉทางท่อง อิติ วจเนน ด้วยคำถ่องดงงนี้ โภนฺโต มหาชนา ดูกรมหาชน พู้นพี้จงสูบอกบถ วงฺกตปพฺพโต อันว่าเขาวงกฏกันดาร กุหึ ฐาเน โหติ มีในสถานที่ใดด่งงน้นน สูเร่งซ้นนบอกแก่ตู หนึ่งรา เต ตตฺถ อมฺเห ปสฺสิตฺวา เขาเห็นตูทงงสี่กระษัตร ในทางพลัดเมืองไปปล่ยวน้นน กลูนํ ปริเทวิยุํ เขาก็ไห้พิลาปลาลศ กราบกรุณา ทุกฺขนฺเต ปฏิเวเทนฺติ เขาก็บอกความทุกขทรเหล แก่ตูผู้บันเดนบันเดอรเท้า ฯ ทูเร วงฺกตปพฺพโต บพิตร อันว่าเขาวงกฏอยู่ไกล แต่นี้ไปลิ่วลี่แล มคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ ในสองข้างทางท่อง ยังซ้นนซ่องวงกาจล วิวิธผลธาริโน ไม้มีผลต่างๆ ย้อยยำย่างสุกใสทุกแห่งโสด รุกฺเข ทิสฺวา ทารกา โรทนฺติ อันว่าราชกุมารท้งงสองกระษัตร ตรบัดเห็นลูกไม้ ก็ไห้หวนวอนเอาแก่พระราชบิดา ท่านแล ฯ มหาสตฺตสฺสานุภาเวน ผลธาริโน รุกฺขา โอนมิตฺวา ด้วยอานุภาพพระศรีสรรเพ็ชญ์ สมเด็จไท้ทศพล อันว่าไม้มีผลค่าค้อม ก็น้อมนวยทวยทอดมาเอง เมื่อน้นน หตฺถสมฺผสฺสํ อาคจฺฉนฺติ มาบให้ห่างพ่างพระหัตถ์ พระโพธิสัตว์ผู้มีสํภารโสดแล ฯ ตโต สุปกฺกผลาผลานิ อุจฺจินิตฺวา เตสํ เทนฺติ อันดับน้นน อันว่าพระผู้เผ่าศรีสัมพุทธาทิตย์ ธก็ปลิดเอาลูกไม้จากศาขยอันทำนวย อวยแต่พระราชกุมารทงงสองโสดแล ฯ ตํ ทิสฺวา มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อันว่าเจ้ามัทรีผู้งามพิเสศ คร้นนแลทอดพระเนตรแยงยลกลอานุภาพ พระผู้ปราบพลมาร ด่งงน้นน ก็ซ้นนกล่าวสรรเสรอญ เยอนยศษจรรย อันบ่ห่อนเห็น แลมาเห็นเปนปรากฏด่งงนี้ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าบ้นนพระคาถานี้ แลพระผู้นี้บาปบานบุญ อดุลยเดชโชไชย ไตรภพนารถ แกล้งประกาศแก่สงฆ์ทงงหลาย ด่งงนี้ ยทิ ปสฺสนฺติ ปวเน ทารกา ผลิเต ทุเม ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพาร เทฺว ทารกา อันว่าราชกุมารกุมาริกา ยทิ ปสฺสนฺติ เมาะ ยทา ปสฺสนฺติ ในกาลเมื่อใด ผิแลได้ทอดตาเห็นตรบัด ทุเม ผลิเต ไม้ลำลัดลูกซรุก แห่งไพรภิรุกขดูสรดักสรดื้น ปวเน เมาะ มหาอรญฺเญ ในพ่างพื้นอรัญญิก อันวิวิกวนาลีเลอศน้นน เตสํ ผลานํ เหตุมฺหิ อุปโรเทนฺติ ทารกา เทฺว ทารกา อันว่าแก้วแก่นกัณหาชาลีราชบงงอร อุปโรทนฺติ เมาะ ปริเทวนฺติ ก็ไห้หวนวอนเอาบมิอย่า เตสํ ผลานํ เหตุมฺหิ เหตุลูกไม้ป่าเปนบนนเลง วงงเวงใจกว่าชื่นแล โรทนฺเต ทารเก ทิสฺวา ไม้ทงงหลายพาลโพธ เห็นกษัตรสองโรทร้องประปราน อุพฺพิคฺคา วิปุลา ทุมา ดาลสํเพศพนนฦก ลคึกเกรอกกรุณา สยเมโวนมิตฺวาน อ่อนเองมาปรตยาก น้อมนวยสาขยถวายผล อุปคจฺฉนฺติ ทารเก ใกล้หัตถ์ ดลดนุช สองวิสุทธเพาพาล ฯ

อิทํ อจฺเฉรกํ ทิสฺวา นางนงคราญคร้นนซ่า อัศจรรย์ป่าเปนลาง อพฺภูตํ โลมหํสนํ ปางนี้ใครค่าแจ้ง แลมาแกล้งเกอดกลัวแสยง สาธุการํ ปวตฺเตสิ แครงคํรพยบววบาท ไหว้นรนารถนักบุญ มทฺที สพฺพงฺคโสภนา อรอดุลยยศยิ่ง งามสบสิ่งสรรพางค์ อจฺเฉรํ วต โลกสฺมึ ด่งงนี้ ปางเปนเหตุ ทุกทางเทศมีมา อพฺภูตํ โลมหํสนํ เกษาแสยงสยบกรีดิ์ มีมรีดฤๅแลมามี เวสฺสนฺตรสฺส เตเชน ด้วยพระพิริยพระพ่าห์ ท้ายผู้ผ่าพลมาร สยเมโวนตา ทุมาตฎิ ไม้ตระการรยงร่ม บุญท้าวข่มก็โอนเอน อ่อนแลฯ

เชตุตฺตรนครโต สุวณฺณคิริตาโล นาม ปพฺพโต ปญฺจโยชนานิ อันว่าหนทางแต่เชตุดร แลจะไปถึงศิขรสุพรรณคิรีดาล มีประมาณห้าโยชน์ แล ตโต โกนฺติมารา นาม นที ปญฺจโยชนานิ อันว่าหนทางแต่สุพรรณคิรีดาล แลจะไปถึงนทีธารชื่อโกนติมารานที มีประมาณห้าโยชน์แล ตโต มารญฺชนคิรี นาม ปพฺพโต ปญฺจโยชนานิ แต่โกนติมารานที แลจะไปถึงมารัญชนบรรพต โดยกำหนดว่าไว้ก็ได้ห้าโยชน์ แล ตโต นาฬิทณฺฑพฺราหฺมณคาโม ปญฺจโยชนานิ แต่มารัญชนคิรี แลจะไปถึงนาฬีทัณฑพราหมณคามน้นนโสด ก็ได้ห้าโยชน์แล ตโต มาตุลนครํ ทสโยชนานิ แต่ป่าน้นนแลจะไปถึงมาตุลยพิไสย ไกลสิบโยชน์แล อิติ ตํ รฏฺฐํ เชตุตฺตรนครโต ตึสโยชนานิ โหนฺติ อันว่าหนทางแต่เชตุดร แลจะไปถึงมาตุลยนคร สามสิบโยชน์ประมาณ ด้วยประการด่งงนี้ ฯ เทวตา ตํ มคฺคํ สงฺขิปึสุ อันว่าเทพยดาก็ปรานีกระษัตรท้งงสี่ ก็บันทึกที่หนทางน้นนเข้ามา บมิให้ทุราทวาร ด่งงก่อนเลอย ฯ เต เอกทิวเสเนว มาตุลนครํ สมฺปาปุณึสุ อันว่ากระษัตรทั้งสี่ตน เสด็จวันเดียวดลมาตุลยนคร พระภูธรก็นฤทุกขแล ฯ เตน วุตฺตํ เหตุการณน้นน อันว่าพระผู้มีญาณยศยิ่ง จึ่งบนนทูรคาถาด่งงนี้ สงฺขิปึสุ ปถํ ยกฺขา อนุกมฺปาย ทารเก ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ทวยทรงศีลสงงวร ยกฺขา เมาะ อรญฺเญ อธิวตฺถา เทวตา อันว่าเทพยดารักษากรถ้วนหมู่ อรญฺเญ อธิวตฺถา อนนอยู่ในป่าพระหิมพานต์ พฤกษกันดารไพรยูร สงฺขิปึสุ ปถํ เมาะ เวสฺสนฺตรสฺส คมนมคฺคํ จึ่งบ่นนมูลมรรคา ที่พระมหาสัตว์จะเสด็จไป อนุกมฺปาย เมาะ อนุกมฺปตฺถาย เหตุอาไลยลาลศ ทารเก เมาะ ทารกานํ กำสรดแก่สองราชกุมาร อนนจะข้ามทุรัศทวาร ยาวโยชน์น้นน นิกฺขนฺตทิวเสเนว เจตรฏฺฐมุปาคมุนฺติ ฯ เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่า กระษัตรท้งงสี่พระองค์ ฯ อุปาคมุํ เสด็จข้ามดงดลบหึง เจตรฏฺฐํ ถึงเมืองมาตุลยนคร อันอดิสรในเจตราษฎร์ นิกฺขนฺตทิวเสเนว ในเมื่อท้าวธเสด็จยุรยารตออกแล้ว เชตุตฺตรนครโต จากเมืองแก้ว พระสรรเพชญ์ภูธร อันชื่อเชตอุดดรเมืองมิ่ง อุปคจฺฉนฺตา จ ปน เชตุตฺตรนครโต ปาตราสสมเย นิกฺขมิตฺวา เสร็จเสวยงายไคลคลาส ธก็เสด็จจากราชธานี บุรีรมยท่านน้นน สายณฺหสมเย เจตรฏฺฐํ มาตุลนครํ สมฺปตฺตา ในกาลเมื่อสายาหยูรยาตร ธก็เสด็จถึงมาตุลยบุรีย อันเปนอธิบดีแก่เจตราษฎร์น้นน ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระไตรโลกนารถ อีกอดีตชาติสํเร็จ เสร็จสํริทธิ์พระคาถา แก่พระญาพระญาติให้ปรตยักข์ แก่ทักษิณยทงงหลายด่งงนี้ เต คนฺตวา ทีฆมทฺธานํ เจตรฏฺฐ มุปาคมุํ อิทฺธํ ผีตํ ชนปทํ พหุมํสสุโรทกํ ฯ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุบริพารอริยสงฆ์ เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่ากระษัตรทงงสี่พระองค์อนาถ ฯ คนฺตฺวา เสด็จแคล้วคลาสคลาไป ทีฆมทฺธานํ เมาะ ทูรมคฺคํ ทิศมารคอันไกล พ้นพิไสยลิ่วลี่ อุปาคมุํ ท้าวทงงสี่เสด็จดล แดนดรมวลตรบัด เจตรฏฺฐํ ด้าวเจตรัฎฐสิมาคมนาคมน อํพลด้วยจีนจาม พราหมณ์ชวารามัญ อันพิไสยไทเทศ นานาเพศทุกปลาก พวกพ้องภาคพาณิช อิทธํ เมาะ สมิทฺธํ อันสมิทธยารถรีปรียกปนก ผีตํ ดาลผิดกดูเกษม เปรมประชากรเกษตร ธนธญฺญหิรญฺญสุวณฺณวตฺถาลงฺการาทีหิ อันมีประเภท สทำเนือปร ธนธัญญาหาร พระหาไชย ไกรด้วยแก้วเกือบกอง เงินแลทองกว่าโกฏิ ชนปทํ เมาะ พหุชนสมากุลํ อันโจษจรรยสรรพสมากูลมูนมอง แลเนืองนองด้วยมนุษยชาติ ดยรดาษด้าวชคดี นรนารีคชคน อีกดิถยลประเทศสปรเวศบมิม้วย พหูมํสํสุโรทกํ เมาะ พหูหิ มํเสหิ สุราทีหิ อุทเกหิ สมนฺนาคตํ อันกอปรด้วยมางษมัศยาหารสุราบานบานิโยทก ให้อิ่มอกอาณาราษฎร์ถ้วนหน้า สาธุสรรเสรญถึงทุกเมื่อแล ฯ

๏ ตทา มาตุลนคเร สฏฺฐิขตฺติยสหสฺสานิ วสนฺติ ในกาลเมื่อน้นน อันว่า กษัตรทงงหกหมื่นตน อันอยู่ในตรมวลเมืองมาตุลยนครน้นน มหาสตฺโต อนฺโตนครํ อปวิสิตฺวา อันว่าพระมหาสัตว์ก็บมิได้เสด็จประเวศ ในนคเรศมาตุลยกันดาล อนนเปนสถานพระภูธรท้งงหลายอยู่น้นน นครทฺวาเร สาลายํ นิสีทิ ท้าวธก็เสด็จในศาลาสถาน อันอยู่แทบทวารเมืองมาตุลยนครน้นน อถสฺส ปาเทสุ รชํ ปุญฺชิตฺวา เมื่อน้นนนางก็ลูบบทบางษุบาท แห่งสมเด็จนรนารถนายก เสียโสดแล ปาเท สมฺพาหิตฺวา เจ้าก็ลูบคลำขยำพระบาทบรมบพิตรน้นน ฯ เวสฺสนฺตรสฺส อาคตภาวํ ชานาเปสฺสามีติ นางก็รำพึงพึงกู ให้ชาววยงดยงพรจมาน อนนมาแห่งพระมหาสัตว์ โสดเทอญ สาลโต นิกฺขมิตฺวา เจ้าก็ยกย่าง ออกพ้นพ่างบรรณศาลยน้นน ตสฺส จกฺขุปเถ สาลทฺวาเร อฏฺฐาสิ นางก็ยืนอยู่แนบ แทบทวารบรรณศาลา เนตรากริดีย ฟุ้งพิถียประชาชน อนนจะแยงยลท่านน้นน นครํ ปวิสนฺติโย จ นิกฺขมนฺติโย จ อิตฺถิโย ตํ ทิสฺวา ปริวารยึสุ อันว่าฝูงวิลาสินี สัตรีทั้งหลาย อันเข้าออกนอกพระนคร ครั้นเห็นบวรเจ้ามัทรีทิพยลักษณ ก็มีบริรักษบริบาล เปนบริพารยยุ่งแล ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าพระอนนตทิวร อมรแมนมานุษย ปรมุธาญชลี ก็มีพระเสาวนีแก่สิขากามทงงหลาย ด่งงนี้ เจติโย ปริกรึสุ ทิสฺวา ลกฺขณมาคตํ ภิกฺขเว ดูกรภิกษุนิกร อันอรเอาอนุสาศน์ เจติโย อันว่าชาวในเจตราษฎร์ สรดื้นสรดัก ทิสฺวา ครั้นเขาเห็นปรตยักขเต็มตา นํ มทฺทึ ลกฺขณํ นางพญาเยาวโยค โฉมลํ้าโลกยสาวสวรรค์ อาคตํ อันมาถับถึงพลัน พอสายัณหรเรื่อย ปริกรึสุ ก็มาอยู่มเมื่อยแห่ห้อมล้อมเปนบริพาร นางนงคราญผู้มีบุญยยุ่งแล สุขุมาลี อยํ อยฺยา อ้าด่งงจริงเจ้ามัทรี ท่านเคยสุขุมาลีลอององค์ ปตฺติกา ปริธาวติ ด่งงฤๅเจ้ามาเดอรดงอนาถ ลำบากบาทบววทอง วยฺหาหิ ปริยายิตฺวา โฉมลำยองเลอศแล้ว เคยเสด็จด้วยคานหามแก้วเก้าอี้ อ้าบัดนี้แม่มาเดอรดิน สิวิกาย รเถน จ สีพิกากิรินทไกรอาศน กวยนแก้วราชรจนา สาชฺช มทฺที อรญฺญสฺมึ บัดนี้เจ้ามาในพรหารญ โออนาถนาจลดํเนอร ปตฺติกา ปริธาวติ เดอรด้วยบาทบศุข ป่งป่าทุกท้องธาร โสดแล ฯ มหาชโน เวสฺสนฺตรญฺจ มทฺทิญฺจ เทฺว ปุตฺเต จสฺส อนาถคมเนน อาคเต ทิสฺวา อันว่ามหาชน ครั้นแลยลพระมหาสัตว์และเจ้ามัทรี แลสองกุมารกุมารีอันมาด้วยดำเนอรบท ก็กำสรดด่งงนี้ คนฺตฺวา ราชูนํ อาจิกฺขิ เขาก็เอาพรจมานสารอาดูร ไปทูลแด่ท้าวเจตราชทงงหลาย เมื่อนั้น เต สฏฺฐิสหสฺสา ราชาโน โรทนฺตา ปริเทวนฺตา ตสฺส สนฺติกํ อาคมึสุ อันว่ากรุงเจตราชท้งงหกหมื่น ก็ตื่นตรนกนํ้าตาตกบมิขาด ก็ไปยังสำนักนิพระบาทพระโพธิสัตว์ โสดแล อันว่า พระมุนีมเหษีสาศดา ก็บนนทูรคาถาด่งงนี้ ตํ ทิสฺวา เจตปาโมกฺขา ดูกรอารย์ อันว่าภูบาลเจตราช ครั้นเห็นพระบาทพระเพศยันดร อนนมาอนุจรพิบัติองค์ โรทมานา อุปาคมุํ ทรงกรรแสงสงโรท ก็ไปยังสำนักนิพระโพธิไท้ทรงธรรม์ กจฺจิ นุ เทว กุสลํ ความนฤสัลยนฤโศก นฤโรคร้อนธยงงมี กจฺจิเทว อนามยํ นฤทุกข ทินทนโทษ ยงงได้โสดสำราญองค์ กจฺจิ ปิตา อโรโค เต เหง้าสุริยวงษบิดรราช ยงงนฤพยาธิ์นฤภัย สิวีนญฺจ อนามยํ ความอนามัยอับปรี แห่งสีพีราษฎร์มณฑล โก เต พลํ มหาราชฝูงรี้พลทาษไท้ บัดนี้ท้าวธไว้แห่งหนใด โก นุ เต รถมณฺฑลํ กวยนแก้วไกวรถคลี บัดนี้ท้าวธบขี่ขับผยอง อนสฺสโก อรถโก ม้าลำยองรถมาศ บัดนี้ ท้าวธเปลื้องปราศไปไกล ทีฆมทฺธานมาคโต ทางทยวไทจรหลํ่า บทนนคํ่าแล ธรดล กจฺจามิตฺเตหิ ปกโต เจ้าจุํพลภูมิศร์ รอยไพริศ ร้ายกำจัดจร อนุปฺปตฺโตสิมํ ทิสนฺติ ยยวภูธรทนยาก แลมาถึงทิศาภาคด้าวแดนตูอยู่นี้ อถ เนสํ ราชูนํ มหาสตฺโต อาคตการณํ กเถนฺโต อาห อันดับน้นน พระมหาสัตว์ ก็จะบอกการยาคัดแห่งพระองค์ แก่พงษพญาเจตราช ท้าวธก็มีพระสาศนสนองคืน ด่งงนี้

กุสลญฺเจว เม สมฺมา ดูกรเพื่อนพญา นิราพาธก็บมีแก่เรา อโถ สมฺมา อนามยํ ทุกขกำเดาอาดูร บจำรูญราชหฤทัย อโถ ปิตา อโรโค เม พระสญชยบพิตร สวัสดิจิตรศุขจิโรจ สิวีนญฺจ อนามยํ โทษทุกขรัญชวน บมิรัญจวนใจ ชาวสีพีพล อหํ หิ กุญฺชรํ ทชฺชํ ส่วนตนกูผู้เปนกษัตร ก็ให้ทวีรถรัตนเปนทาน อีสาทนฺตํ อุรูฬฺหวํ วารณทันตทำนวยอวยไชยชํนินรินทร์ เขตฺตญฺญุํ สพฺพยุทฺธานํ อันรู้ภูมินทรสถาน ที่จรบาลบรราช สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ ตัวตรดาษ ดํรยรัตน เปนสารสวัสดิมงคล ปณฺฑุกมฺพลสญฺฉนฺนํ บัณฑุรกำพลพรนาศ ปริศฎางพาดแพรพรรณ ปภินฺนํ สตฺตุมทฺทนํ เมามรรมทธแกล้วกล้า อาจข่มฆ่าเศอกแสยง ทนฺตึ สวาลวีชนึ สงครามแครงฟ้งเฟือด งาเงือดฟ้าฟฟ่ายหาง เสตํ เกลาสสทิสํ สุทธเสดางคดูดาษ พ้ยงไกรลาศลลาจันทร์ สเสตจฺฉตฺตํ สุปาเธยฺยํ กำราลพรรณรายรัตน์ อิกเสวตรฉัตรเสลาทอง สาถพฺพนํ สหตฺถิปํ ทงงนายจำลองแลควาญคช หมอเอาสถผสํผสาร อคฺคยานํ ราชวาหึ เปนอัครยานผายผงาด สารทรงราชเรือง มหิมา พฺราหฺมณานํ อาทาสหํ กูศรัทธาทายาทย ให้แล้วขาดแก่พราหมณ์ ตสฺมึ เม สิวิโย กุทฺธา ห้ยมน้นน ความคนโกรธ แกล้งกลับโทษแก่กู ปิตา จุปหโต มโน ทงงพระภูบดีบิดาก็บันดาล บิดลทานราชหฤทัย อวรุทฺธสิ มํ ราชา ขับภูไคลคลาเทศ เมืองช้อยเชตุดรแดน วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ บแนน กูก็จะกว่า เขาแก้วว่าวงกาจล โอกาสํ สมฺมา ชานาถ ตรมวนใดท้าวธบอก ที่กูจะสร้างศอกศีลสงวน วเน ยตฺถ วสามฺหเสติ ดงใดควรแก่เราราช จะเสด็จไปสร้างสาธุ์จรรยา จงมหากษัตรทงงหลาย บอกรา ฯ ตโต ราชาโน อาหํสุ ท้าวพญาทงงหลาย จะถวายโภชนาหาร ก็ทูลสารแด่พระมหาสัตว์ ด้วยคาถาด่งงนี้

สฺวาคตนฺเต มหาราช บพิตร ท้าวธเสด็จมาเขษมสาธุ์ เพื่อตูข้าเหนราช เหนหรรษ์ อโถ เต อทุราคตํ พอสายัณห์เรื่อยรีบ พ้ยงสมีปเมืองดยว อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต ธงทยวฉัตรศรีเศก เชอญธมาเปนเจ้าเอกไอสูรย์ ยํ อิธตฺถิ ปเวทย ทรัพย์ใดดูรลลํ้าโลกย ท้าวธอาโภคตูข้าขอถวาย สากํ ภิสํ มธุํ มํสํ บพิตร ยงงผักทงงหลายแลเนื้อนฤโทษ ภิงสระสโรชแปมมฤธุรศ สุทฺธํ สาลีนโมทนํ โอทนหมวดขาวถ่อง สาลีผ่องสุทธใส ปริภุญฺช มหาราช เครื่องเสวยใดดูตระการ เชิญพระภูบาลบริโภค ปาหุโน โนสิ อาคโตติ เจ้าจอมโลกยรงงแรก มาเปนแขกแก่ตู ด่งงนี้ ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร อาหฺ พระธราธาร ก็มีพระราชโองการแก่กษัตรทงงหลาย ด่งงนี้ ปฏิคฺคหิตํ ยํ ทินฺนํ เครื่องใดท้าวธบูชิต เราก็ปฏิคคหิตด้วยศรัทธา สพฺพสฺส อคฺฆิยํ กตํ ย่อมอคาการควรกษัตร เสพพัศดุเป็นบังคล อวรุทฺธสิ มํ ราชา พระสญชัยยินราษฎร์ แกล้งบัพพาชกูไกล วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ กูก็จะไปยังวงกฏ เอชคตคืนดยว โอกาสํ สมฺมา ชานาถ ท้าวก็ครยวทูลข่าว บอกกล่าวห้องหิมพานต์ วเน ยตฺถ วสามฺหเสติ ป่าใดดาลยงเยือก กูก็จะเกลือกเต้าตื่นไป ป่าน้นน ฯ เต ราชาโน อาหํสุ อันว่าท้าวเจตราชทงงหลาย ก็ทูลด้วยอภิปรายตน ด่งงนี้ อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ บพิตรเชอญเสด็จในสถานนี้ก่อน เพื่อตูข้าห่อนเห็นพระองค์ เจตรฏฺเฐ รเถสภ เชอญท้าวธมาทรงธรณิศ ล้ยงกษีดิศรโดยธรรม์ ยาว เจตา คมิสฺสนฺติ กว่าพลพรรค์ชาวเจต ลุประเทศท้าวสญชัย รญฺโญ สนฺติกยาจิตุํ เพื่อจะไปถวายนมัศกราบเกล้า ขอโทษเจ้าใจบุญ นิชฺฌาเปตุํ มหาราชํ เพื่ออย่าให้ท้าวธฟุนไฟโกรธ จงรู้ว่าท้าวธหาโทษบมิได้สักอัน สิวีนํ รฏฺฐวฑฺฒนํ ท้าวธล้ยงจตุรพรรค์ล้ำโลกัฎ สิวีรัฐวัฒนนิรันดร ตํ ตํ เจตา ปุรกฺขตฺวา พวกตูภูธรหกหมื่น ก็จะตั้งเปนเจ้าหื่นมไหสวรรย์ ปตีตา ลทฺธปจฺจยา ครั้นตูได้ธมาเปนเจ้า ก็จะชมชื่นเท้าวันตาย ปริวาเรตฺวาน คจฺฉนฺติ ตูทงงหลายเหลือแหล่ ก็จะแหนแห่ท้าวธเมือเมือง เอวํ ชานาหิ ขตฺติยาติ ท้าวธอย่าเคืองใจเลยพ่อ ใข่ตูข้าฬ่อลวงพลาง ปางนี้ท้าวธดำรัส ตรัสเองทรพ่อฮา ฯ

๏ มหาสตฺโต อาห อันว่าท้าวผู้เผ่าตถาคต ก็มีพระพจน์ด้วยคาถาด่งงนี้ มา โว รุจิตฺถ คมนํ จงฝูงท้าวอย่าท่าว ไปทูลข่าวขัดใจกู รญฺโญ สนฺติกยาจิตุํ สูอย่าป่วยไปขอโทษ การกษัตรโกรธฤๅวาย นิชฺฌาเปตุํ มหาราชํ เพื่อจะให้ท้าวธหายหฤทัยคยด ว่ากูบได้กยจการกิจ ราชาปิ ตตฺถ นิสฺสโร โทษบพิตรท้าวธก็ฟุน คุณอันชอบท้าวธบเห็น อจฺจุคฺคตา หิ สิวิโย ความเข็ญใครยุญาติ ฝูงร้ายราษฎร์รังทำ พลคฺคา เนคมา จ เย หมู่ดำนาดำไร่ พ่อค้าไพร่พระนคร เต ปธํเสตุมิจฺฉนฺติ เขาก็จะขับพระภูธรบิตฤราช จากปราสาทปรางทอง ราชานํ มม การณาติ มามูลมองมี่กึก เปนศึกใหญ่หยาวเมือง เพื่อกูรำคาญเคืองใจ ไพร่นั้น ฯ

๏ เต ราชาโน อาหํสุ อันดับน้นน อันว่าท้าวเจตราชทงงหลาย ก็ถวายนมัศการ ก็ทูลสารด้วยคาถา ด่งงนี้ สเจ เอสา ปวตฺเตตฺถ บพิตร แม้พระบาทบมิไป ยังเชตุตราลัยคืนเล่าไซ้ รฏฺฐสฺมึ รฏฺฐวฑฺฒนํ หฤทัยท้าวธอุทโยค ย่อมเล้ยงโลกย์โดยธรรม์ อิเธว รชฺชํ กาเรหิ เชอญธเสวอยไอสวรรย์สมบัติ ในเจตรัษฐบ้านบริมณฑล เจเตหิ ปริวาริโต พลพญายุพราช ก็จะดยรดาษล้อมเปนบริพาร อิทฺธํ ผีตญฺจิทํ รฏฺฐํ แท่งธนสารแสนโกฏิ เมืองตูข้าโสด สํฤทธิ อิทฺโธ ชนปโท มหาราษฎรบริตเพ็ญภูล พิบูลยเบอกสิมา มตึ กโรหิ ตฺวํ เทว เชอญธกรุณาแก่ตูข้า ก็จะตั้งหน้าที่จะบำเรอ รชฺชสฺส มนุสาสิตุนฺติ เพื่อพระเสมอพระมุนีนารถ ก็จะสอน ประชาราษฎรให้เห็นธรรม วิเศษนั้น ฯ ตโต เวสฺสนฺตโร อาห อันว่า พระผู้เปน ปิ่นเกล้าราชตรกูล ก็มีพระบันทูรด้วยคาถา ด่งงนี้ น เม ฉนฺโท มติ อตฺถิ ดูกร ท้าวเจตราชกรุงกษัตร ใจกูบมิใคร่เสวยสมบัติสักอัน รชฺชสฺส มนุสาสิตุํ เพื่อจะ สอนราษฎรกรรม์ให้ชอบ ใครแลจะขอบใจกู ปพฺพาชิตสฺส รฏฺฐสฺมา สูอย่าป่วยให้ กินเมือง เขาก็จะขับหนีเนืองนิรันดร เจตปุตฺตา สุณาถ เม พวกภูธรเจตราช จงมาฟังพระสาศนกูสนอง อตุฏฺฐา สิวิโย อสฺสุ พลทงงสองสีพีราษฎ์ ก็จะบาดเนื้อ บาดใจฟุน พลคฺคา เนคมา จ เย ไพร่ฟ้าขุนนางใหญ่ ชาวนาไร่ฤศยา ปพฺพาชาติสฺส รฏฺฐสฺมา เขาก็จะว่าพญานี้มีโทษ เรากริ้วโกรธขับหนี เจตา รชฺเชภิเสจยุํ บัดนี้ท้าวธรณีหกหมื่น แลมาตื่นตั้งเปนนาย อสมฺโมทิยํปิ โว อสฺส ความสหาย สองเสน่ห์ ก็จะสนเท่ห์ท้ยนทำเข็ญ อจฺจนฺตํ มม การณา เพราะกูเปนประเดยก ปรตยันตเอกไอสวรรย์ สิวีหิ ภณฺฑนญฺจาปิ ความชํเลาะกนนก็จแรก ความประแกกกนนก็จริน วิคฺคโห เม น รุจฺจติ สองแผ่นดินดาลโกรธ บมิควรแก่ตูผู้จะมล้าง ปลิโพธภายใน อถสฺส ภณฺฑนํ โฆรํ วิเคราะห์ใจเจ็บแสบ ก็จะเปนส้ยนแปลบปลาบแทง สมฺปหาโร อนปฺปโก ก็จะต่อตาวแยงยุทธใหญ่ บช้าใช่สามาญ เอกสฺส การณา มยฺหํ เพราะกูดยวดาลโทษ ก็จะให้สองชาวเจ้าโกรธแก่กัน หึเสยฺย พหุโก ชโน ต่างพลขันธ์เข่นฆ่า หอกดาบกล้ากลางรงค์ ปฏิคฺคหิตํ ยํ ทินฺนํ เครื่องบันจงธประสาท กูก็รับด้วยอาตมศรัทธา สพฺพสฺส อคฺฆิยํ กตํ ควรแก่เราผู้มาเปนแขก ย่อมสูแผกพึงชม อวรุทฺธสิ มํ ราชา พระราชบิดาสมพลไพร่ ขับกูไปล่เมืองมา วงฺกํ คจฺฉามิ ปพฺพตํ กูก็จะไปยังวงกาจล อยู่ตรมวนไพรพง โอกาสํ สมฺมา ชานาถ จงทวยเท้าประกาศ ห้องหิมวาศน้นนแก่กู วเน ยตฺถ วสามฺหเสติ ป่าใดดูอติเรก ควรแก่กูผู้จะสร้างวิเวกวักกรรมอยู่น้นน ฯ เอวญฺจ ปน วตฺวา มหาสตฺโต อเนกปริยาเยน ยาจิโตปิ รชฺชํ น อิจฺฉิ อันว่าพระมหาสัตว์ แลกษัตริย์ท้าวธรณีนิมนตรายาจน์ เพื่อจะให้ท้าวธเสวยราชสมบัติ ด้วยอเนกบรรยายก็ดี ท้าวธก็บมิอิษฏิ์ที่จะสถิตย์ ในราไชสวรรย์ โสดเลอย อถสฺส เจตราชาโน อันดับน้นน อันว่าท้าวเจตราชทงงหลาย ก็ถวายเครื่องบูชาบรรณาการ อันมเหาฬาร แก่ท่านแล ฯ โส อนฺโตนครํ อันว่าพระมหาบุรุษราช ธก็บมิปรารถนาที่จะประเวศน์ ยังเมืองท้าวเจตราชท้งงหลาย โสดเลอย ฯ

๏ อถ นํ สาลเมว อลงฺกริตฺวา อันว่ากษีดิศร สุริยทงงหลายผู้มียศ ก็ อลงกตศาลา ที่พระมหาสัตว์เสด็จอยู่น้นน สาณิยา ปริกฺเขปํ กตฺวา แล้วก็ประดับ ศาล ด้วยพิดานดาวทอง นาคตระกองสายสาณีรูจีจำรัส ฉวัดฉวยนวยนวัง เปน ผนงงรอบแล มหาสยนํ ปญฺญาเปตฺวา ก็ลาดพระกำราล สถานพระบรรธมที่ พระศรีสํพุทธาทิตย ท้าวธเสด็จสถิตยอยู่น้นน สพฺเพ ราชาโน อารกฺขํ กตฺวา ปริวารยึสุ กรุงเจตราชเปนบริพาร ก็บริบาลพระโพธิสัตว์อยู่แล ฯ โส เอกรตฺตึ วสิตฺวา เตหิ สงฺคหิตารกฺโข สาลายํ สยิตฺวา อันว่าพระโพธิสัตว์ แลท้าวเจตราชทงงหลาย แห่ห้อมล้อมเปนบริรักษ ธก็พำนักนิในศาลา สิ้นราตรีหนึ่งแล ฯ ปุนทิวเส ปาโตว นฺหาตฺวา ครั้นอุทัยทินกร พระภูธรก็โสรจสรง ชำระองค์โดยจิตร์แล นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา ธก็เสวอยพระกระยาหาร อันนานัประการต่างต่างแล ฯ เตหิ ราชูหิ ปริวุโต สาลโต นิกฺขมิ พระภูมิธิบดีเจตราช ดยรดาษหน้าหลังหลาม ทงงทักษิณพามพิพิธ โดยเสด็จอนุยาทิตยยาตรา จากศาลาลยน้นน เตสฏฐฺิหสฺสขตฺติยา เตน สทฺธึ ปณฺณรสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา อันว่าท้าวเจตราชทงงหกหมื่น หื่นหรรษาโมทย์ ก็ไปโดยมารคสิบห้าโยชน์สมรรถ ด้วยพระมหาสัตว์แล วนทฺวาเร ฐตฺวา ก็อยู่ในชั้นช่อง ที่ทางจะท่องเทา สู่เขาวงกฏน้นน ปุรโต ปณฺณรสโยชนมคฺคํ อาจิกฺขนฺตา อาหํสุ ท้าวเจตราชก็บอกบถ บัณรสโยชน์แด่พระโพธิสัตว์ ให้ธตรัสจงแจ้ง ก็แกล้งกล่าวคาถา ทูลพระกรุณาด่งงนี้ ตคฺฆ เต มยมกฺขาม ยถาปิ กุสลา ตถา เทว บพิตร ข้าแต่พระชคัตรยาพดงพงษประภาสกร มยํ อันว่าตูข้าพํพวกภูธรทงงหลาย กุสลา เมาะ เฉกา ก็ดยงดำรัสตรัสตรา รู้สารอรรถโอวาท โดยบุรพาทิภูบาล ยถา ประการด่งงฤๅนี้วไส้ อกฺขาม เมาะ วกฺขาม ก็จำบอกถไถ้ถแถ้ แต่ตามเพรงพรํ่าพร้อง ตํ ปเทสํ ห้องพิมพานต์อาวาศ ที่มูลมารคทุราคม ตคฺฆ เมาะ เอกํเสน โดยนุกรมบุรพราวรวด ซึ่งแสวงผนวชบวชเปนอาริย ตถา ด้วยประการด่งงนี้ ราชิสี ยตฺถ สมฺมนฺติ ประเทศใดธนรนารถสถิตย์ ทรงบรรพชิตสร้างศรีลาศรย อาหุตคฺคี สมาหิตา ย่อมมีในกรรคตา บูชาชวาลยวิธี กุณฑ์ เอส เสโล มหาราช บพิตร ขุนเขาขยวชรอํ่า อรถ่ำพู้นเห็นมา ปพฺพโต คนฺธมาทโน ทรงคนธาสิบสิ่ง จึงรยกคันธมาทน์มิ่งไม้มีพรรณ ยตฺถ ตฺวํ สห ปุตฺเตหิ บาทบรรพตพระบาท เสด็จด้วยสองรักราชน้อยนงพาล สห ภริยาย อจฺฉสิ อีกประการเทวีศ เหง้ากระษีดีศรดวงสมร ตํ เจตา อนุสาสึสุ พลภูธรนรนารถ แส้งอนุสาศนเตือนใจ อสฺสุเนตฺตา รุทมฺมุขา น้ำตาใครข้ากล้นน นบท่านชั้นทูลสนอง อิโต คจฺฉ มหาราช เชอญธเสด็จโดยคลองทิศาภาค แต่นี้จากตูไกล อุชุํ เยนุตฺตรามุโข ก็ไปโดยอุตตราภิมุขย ทางอุชุกเชราะธาร อถ ทกฺขสิ ภทฺทนฺเต ธจะเห็นไศลสถานหนึ่ง อันน้นนกึ่งกลางหน เวปุลฺลํ นาม ปพฺพตํ ชื่อวิบุลาจลจรฟ่ยว อยู่ปล่ยวข้างทางเทอญ นานาทุมคณากิณฺณํ พฤกษาเจรอญจราวดอก สรดื้นงอกรยงรนน สีตจฺฉายํ มโนรมํ พนนแสงเทาท่ยงชาย สรลายร่มรยงรมย์ ตมติกฺกมฺม ภทฺทนฺเต ข้ามพนมวิบุเลศ ป่าประเวศวนนดยว อถ ทกฺขสิ อาปกํ บทันครยวยามครึ่ง ก็จะเห็นแม่นํ้าอันหนึ่งไหลมา นทึ เกตุมตึ สํญาชื่อเกตุมดี นทีธารทรหวล คมฺภีรํ คิริคพฺภรํ ยันยงยวนไหลหล่อ ในทางท่อเขาเขียว ปุถุโลมมจฺฉากิณฺณํ ชลจรทยวทึกทำ บรู้กี่ส่ำล่าเลมไคล สุปติตฺถํ มโหทกํ ดยรถประไพบบก บูรโณทกบบาง ตตฺถ นฺหาตฺวา ปิวิตฺวา จ เชอญธเสด็จกลาง สรงสรนาน เสวอยทึกธารสรอาด อสฺสาเสตฺวา สปุตฺตเก ท้าวธก็โลมพระราชเอารส ชํชลหมดมุทิล อถ ทกฺขสิ ภทฺทนฺเต ถัดน้นนพระนรินทร์ก็จะบงพระไนยน์ โดยแชรไชชรชงงวารพน นิโคฺรธํ มธุวิปฺผลํ ธก็จะยลนิยโครธ ต้นตรโมจมีรส รมฺมเก สิขเร ชาตํ ร่มบังหมดหมื่นช้าง พูนพ่างข้างเขาหลวง สีตจฺฉายํ มโนรมํ ทิพฉายฉวงฉินฉัตร ใบชรอัดอรชร อถ ทกฺขสิ ภทฺทนฺเต อันดับน้นนธก็ยลบรรพต เอกปรากฏกันดาลไพร นาลิกํ นาม ปพฺพตํ นามไธยอทึก ชื่อนาลึกไศลเลณ นานาทิชคณากิณฺณํ ปักษีเสนนาเนก ทงงครุธเวกเวหา เสลํ กึปุริสายุตํ แท่งเดียวตราตรึงแผ่น กินนรีแอ่นกินนราการ ตสฺส อุตฺตรปุพฺเพน โดยอิสาณนาลึก ทางเท้าทึกอนุจร มุจลินฺโท นาม โส สโร มีสระษรโสถลา สํญาชื่อมุจลินทร์ ปุณฺฑรีเกหิ สญฺฉนฺโน อันประดับด้วยอรพินธุเนานึก บุณฑรึกจงกล เสตโสคนฺธิเยหิ จ อีกอุบลพนนฦกนิ์ เสาวคนธึกพนนฦๅ โส วนํ เมฆสงฺกาสํ ป่าคือเมฆพยู่ห ท้าวธเสด็จสู่อาไศรย ธุวํ หริตสทฺทลํ หญ้าแพรกไพรสรดิ้ว สูงสี่นิ้วนิรันดร สีโหวามิสเปกฺขีว ท้าวธคือไกรษรงามสง่า เสด็จเข้าป่าเปนชี วนสณฺฑํ วิคาหิย เดอรดุจสีหตรศักดิ์ แสวงหาภักษ์กลางพน ปุปฺผรุกเขหิ สญฺฉนฺนํ อารญสร้อยสรพู่ ธรณีรู่ดวงดยรถ์ ผลรุกฺเขหิ จูภยํ บุษปผลผยรถ์กองกิ่ง สองสิ่งไม้มีพรรณ ตตฺถ พินฺทุสฺสรา วคฺคู อันอนรรค์ด้วยพิหคากร พินธุสรสยงมาทูร นานาวณฺณา พหู ทิชา พรรณากูลนาเนก ปีกเพียงเลขลายงาม กูชนฺตมุปกูชนฺติ ร้องโดยยามสรุโนก ถ้อถอยโบกบินฉวาง อุตุสมฺปุปฺผิเต ทุเม จับพฤกษางกูรกัลพุม โดยกุสุมฤดูกาล คนฺตวา คิริทุคฺคานิ ครั้นภูบาลเสด็จเทา ทางเชราะเขาขนองไพร นทีนํ ปภวานิ จ มีชลไหลบเอื้อน บเปื้อนแชะชํ่าชล โส อทฺทส โปกฺขรณึ ท้าวธก็จะยลสระสโรช อันชื่อโบษขรณี กรญฺชกกุธายุตํ อันมีทรุมทํทุมแลไหล้ กุ่มบกใคร้ศรักสาร ปุถุโลมมจฺฉากิณฺณํ อันตระการด้วยชลจร มกรกุมภ์มินมัจฉกุรุมกรรกฎนลโปไลย สุปติตฺถํ มโหทกํ ดยรถประไพพิจิตร วรวาริตบรบูล สมญฺจ จตุรสฺสญฺจ เปนจดูรโกณก ครรโภทกเพ็ญพยง สาธุํ อปฺปฏิคนฺธิยํ นํ้าล้นลยงเอมโอช คนธาโมทยกํจร ตสฺสา อุตฺตรปุพฺเพน โดยอิสาณนานดรแห่งสโรช สระโบษขรณี ปณฺณสาลํ อมาปย เชอญต้งงบรรณศาล ฤๅษีพิศาล ในที่สถานพิสุทธิ์ อันอุดดมพิเศษเทอญ ฯ ปณฺณสาลํ อมาเปตฺวา อุญฺฉาจริยาย อีหถาติ ฯ เทว บพิตร ข้าแต่ตนุชาธิราชท้าว สญชัย ตุมฺเห อันว่าเจ้ากูผู้จะไคลคลาศ ปราศจากตูข้าไปนาน ปณฺณสาลํ อมาเปตฺวา ครั้นธสร้างบรรณศาลสำฤทธิ์ ยาเปตฺวา จงธรักษาชีวิตรโดยธรรม กรรมกสิณภาวนาภาพ อุญฺฉาจริยาย ด้วยลุลาภแสวงหา สรรพาหารรบศ อปฺปมตฺตา จงเจ้ากูสรคตครองศีลสาธุ์ ท้าวธอย่ามีประมาทสักอัน อีหถ เมาะ อารทฺธวิรียา หุตฺวา จงท้าวธทรงพิริย พิบรรษนาเนานิจ ตั้งใจจิตรโคษดม ตสฺสํ ปณฺณสาลายํ ในอาศรมอาศน์สนุกนิ อย่ารู้มีทุกข์สักอัน พ่อฮา ฯ เอวํ เจตราชาโน ตสฺส ปณฺณรสโยชนมคฺคํ อาจิกฺขิตฺวา อันว่าท้าวเจตราชก็มีพจนาโรจ หนทางสิบห้าโยชนสมรรถ แต่พระโพธิสัตว์ด้วยประการดังนี้ ตํ อุยฺโยเชตฺวา ก็ส่งสมเด็จบรมโลกั พระโพธิสัตว์เข้าไป ป่าน้นน เวสฺสนฺตรสฺส อนฺตรายภยา ท้าวเจตราชก็ดำรัสดังนี้ เหตุภีตภยันตราย แต่พระเพศยันดร อันว่าปรปักษผู้ใด จงอย่าได้ลุกลาภ ปราบดลสถาน เพื่อจะประหารประหร พระเพศยันดรราชน้นน เอกํ พฺยตฺตํ สุสิกฺขิตํ เจตปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ก็ให้หานายเจตบุตร ลุทธกเนสาท อันฉลาดฉลยว ในทางทยวทุกช่องน้นน ตาต ตฺวํ คจฺฉนฺเต อาคจฺฉนฺเต จ ปริคณฺหาหีติ กลอยบงงคับคำนับ ดงงนี้ ดูกรนายเจตบุตร จงมีรวังระไว มานุษย์อันจะไปจะมา ในมารคาลยนี้เทอญ ฯ วนทฺวาเร อารกฺขณตฺถาย ฐเปตฺวา กรุงเจตราชภูบาล ครั้นประดิสถาน เจตบุตรลุทธกเปนนายกพน ในตำบลปตูผลูมรรคา เพื่อจะให้รักษาป่าน้นนแลแล้ว ฯ สกนครํ ปจฺจาคมึสุ ท้าวเจตราชหกหมื่น คฤๅนรี้พลอื้ออึง ก็เสด็จถึงวยงเล่าแล ฯ
บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07 กันยายน 2563 13:39:30 »



 
พระเวสสันดร พาพระนางมัทรีและชาลีกัณหา เดินทางมุ่งหน้าไปยังเขาวงกต
จิตรกรรมฝาผนังวัดเสาธงทอง อ.เมือง จ.ลพบุรี

กัณฑ์วนประเวศน์ (ต่อ)

๏ เวสฺสนฺตโร สปุตฺตทาโร คนฺธมาทนํ ปตฺวา ส่วนพระผู้มีบุญ กับด้วยดรุณดรุณี อีกเจ้ามัทรีก็ลีลาศ ถึงคันธมาทน์บรรพตน้นน ตํทิวสํ ตตฺถ วสิตฺวา ธก็เสด็จจ้งงจรด ในคันธมาทน์บรรพตสถาน เป็นอาทิวารวันหนึ่งแล ตโต อุตฺตราภิมุโข วิปุลปพฺพตปาเทน คนฺตฺวา รุ่งน้นนธก็เสด็จโดยอุตราภิมข ดำเนอรยคดิยร ยาตร ดลบาทบรรพตคตครรไลย ลยบตีนไพบูลย์บรรพตน้นน เกตุมตีนทีตีเร นิสีทิตฺวา ธก็เสด็จเอาอาศนสำราญ แทบธารเขตร เกตุมดีนทีธิกน้นน วนจรเกน ทินฺนํ มธุรมํสํ ขาทิตฺวา ธก็เสวอยเนื้อและนํ้าผึ้งอันพิเศษ อันนายเจตรบุตรพราน ถวายเปนบรรณาการบพิตรน้นน ตสฺส สุวณฺณสูจึ ทตฺวา ธก็ถอดพระอินท์ปิ่นมาศ ประสาทแก่นายพนจรน้นน ตตฺถ นฺหาตฺวา ปิวิตฺวา ท้าวธก็โสรจสรงพระปาณี ใน เกตุมดีนทีธิกน้นน ปฏิปสฺสทฺธทรโถ คร้นนธละห้อยกัลหายอันสรรพาดูร ก็จำรูญ ในพระองค์ท่านน้นน นทึ อุตฺตริตฺวา แล้วธก็เสด็จจากชลดลฉนยร อันอากยรณด้วยศิลาลาด รองพระบาทพระบรมบพิตรน้นน สานุปพฺพตสฺส สิขเร ฐิตสฺส ธก็เสด็จเอาอาศน บัดแม่งแห่งต้นไทร อันอาศรัยแก่สิงขรคีรีสาณุบรรพตน้นน นิโคฺรธผลานิ ขาทิตฺวา ธก็เสวอยผลนิโครธ ต่างพระโภชนาหารแล อุฏฺฐาย คจฺฉนฺโต แล้วธก็ลุกจากอาศน์ นิยโครธาวาศวิไสย ก็ลีลาไปโสดแล นาลิกํ นาม ปพฺพตํ ปตฺวา ท้าวธก็เสด็จไปบหึง ก็ถึงนาลิกบรรตน้นน ตํ ปริหรนฺโต ท้าวธก็เสด็จไป โดยดำเนอรเทอนเทา ลยบข้างเขานาลิกน้นน มุจลินฺทสรํ คนฺตวา ธก็เสด็จดล ดำบลมุจลินทร์สระน้นน สรตีเรน ปุพฺพุตฺตรกณฺณํ ปตฺวา ก็ถึงมุจลินทร์อันหนึ่ง กึ่งนทีเสลาสถานนาสิกาจลน้นน เอกปทิกมคฺเคน วนฆฏํ ปวิสิตฺวา ท้าวธก็เสด็จ เต้าเข้ายงงวงกฏ โดยบททยว ดยวบาทจรน้นน ตํ อติกฺกมฺม ท้าวธก็เสด็จข้ามพงพี พ้นพิถียคลองแคบน้นน คิริวิทุคฺคานํ นทีนํ ปภวานํ ปุรโต จตุรสฺสโปกฺขรณึ สมฺปาปุณิ ท้าวธก็เสด็จดลตระบัดร จตุรัศโบษขรณี อันมีในพ่างแพนก นํ้าแซรก อัจโลธรชรธารา มาแต่ตรมวนพหลนทีธาร ประวาลชลบมิขาดน้นน

๏ ตสฺมึ ขเณ สกฺกสฺส ภวนํ อุณฺหาการิ ทสฺเสสิ ในกาลนั้น อันว่า บ้นนบัณฑุกัมพลรัตนาศอาศนอัมเรสูร ก็สำแดงอูณหาการ ดาลอัศจรรย์โสดแล ฯ

๏ อถ สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ ญตฺวา อันว่าพระอินทร์ก็ดำริห์ตริตรัส ก็รู้การณ์อันอุบัติด่งงน้นน มหาสตฺโต หิมวนฺตํ ปวิฏฺโฐ พระอินทร์ก็จินดานุญาณเสร็จ อันว่าท้าวผู้หน่อสรรเพ็ชญ์ เสด็จสู่พนพิศาล หิมพานต์ประเทศน้นน ตสฺส วสนฏฺฐานํ ลทฺธุํ วฏฺฏฺตีติ อันว่ากูก็พึง ถวายสํนึงสํนักนิ์ แต่ท้าวผู้ตัณหักกษยประลยบาป ปราบเบญจพิธมาร อยู่น้นน วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตตฺวา คร้นนธรำพึงโดยอัตโนมดี ธก็รยกสูรสิลบีมาเมื่อน้นน อิติ วตฺวา ธก็มีอินทรานุสาศน์ด้วยพลนน แก่พิศวกรรม์ด่งงนี้ คจฺฉ ตาต ตฺวํ วงฺกตปพฺพตกุจฺฉิมฺหิ รมณีเย ฐาเน อสฺสมปทํ มาเปตฺวา เอหีติ ดูกรพระพิศวกรรม์ จงไปสรรค์อาสมบท ในท้องวงกฏกันดาร อันพิศาลสรนุกนิ์ ปลุกตาโลกย์ เพื่อจะให้ท้าวผู้ยศโยคเสด็จสถิตย์ สำฤทธิ์แล้วแลธมาเล่าเทอญ วิสฺสกมฺมํ เปเสสิ พระอินทร์อันเปนเจ้า แก่อมราสวรรค์ ก็ใช้พระพิศวกรรม์ไป โสดแล ฯ

๏ โศ สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อันว่าเทพวัฑฒกี ก็รับสุเรสูรเสาวนีว่าสาธุแล เทวโลกโต โอตริตฺวา สุเรารสจากสุราลัย รลัดไดดยวก็ดลดิน โสดแล ตตฺถ คนฺตวา ก็ผยองไปยงงไพร พระหิมพานตประเทศนั้น เทฺว ปณฺณสาลาโย เทฺว จงฺกเม รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ จ มาเปตฺวา ก็นฤมิตรบรรณศาลาสองอัน ก็สรรค์ ที่ธจะจรจงกรมทงงคู่ ก็รจนาที่อยู่รัศตินทิวไทวย ดูประไพพิจิตรแล จงฺกมโกฏิยํ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ นานาปุปฺผวิจิตฺเต ปุปฺผคจฺเฉ กทลิวนานิ จ ทสฺเสตฺวา แล้วก็ รจิตรกุสุม ชุํนุํเปนกอ ลออดวงต่างต่าง บให้ห่างให้ชิด พรรณพิพิธไพโรจอีก โจษจรรพราย พิบัลยพิบุษย อุดดมสถานน้นนๆ ทุกแห่งแหล่งหววจงกรมอาศนอาศรม สรนุกนิน้นนๆ สพฺเพ ปพฺพชิตปริกฺขาเร ปฏิยาเทตฺวา ก็ลำดับเครื่อง บรรพชิต บริษการไว้ในบรรณศาลน้นน โสดแล เย เกจิ ปพฺพชิตุกามา อิเม คณฺหนฺตูติ อกฺขรานิ ลิขิตฺวา พระพิศวกรรม ก็จารอักษรทงงหลาย ลายลิขิตไว้ใน บรรณศาลด่งงนี้ ผิบุคคลผู้ใด ใครแลจะปรารถนา ทรงผนวชบวชบรรพชิต ครั้น อ่านลิขิตจงเอาเครื่องบริษการ ในสถานนี้โภค เทอญ ฯ อมนุสฺเส จ เภรวสทฺเท มิคปกฺขิโน จ ปฏิกฺกมาเปตฺวา อันว่าพระพิศวกรรม ก็ยงงไปศาจผีเสื้อเนื้อแลนก อันมีเสียงตรดกพึงภีต บมิให้กีดให้ก้อง บมิให้ร้องระงี่มี่ระงม ก็ขับหนีจากอาศรม พระศรีสรรเพ็ชญ์ ที่ท้าวธเสด็จอยู่น้นน สกฏฺฐานเมว คโต แล้วธก็คลาไคล สู่ที่ ไพชยนต์สถานแห่งท่านแล ฯ

๏ มหาสตฺโตปิ เอกปทิกมคฺคํ ทิสฺวา ส่วนพระมหาสัตว์ครั้นเห็นเสร็จ ทาง ที่ธจะเสด็จดำเนอรผเชอญมารค เมอลมวลบาทจุจร ยงงภยันดรกันดาร อันเทพนฤมานนฤมิตน้นน ปพฺพชิตานํ วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตีติ สลฺลกฺเขตฺวา ธก็รู้ว่าอาวาศประดิษฐ์ เปนที่สถิตสถาพร แห่งสรมณสรสรนุกนิน้นน มทฺทิญฺจ ปุตฺเต เจ อสฺสมปททฺวาเร ฐเปตฺวา ธก็ไว้นางหน่อไท้แทบทวารอาศรมบท แลสองเอารสราชน้นน สยํ อสฺสมปทํ ปวิสิตฺวา ส่วนท้าวธก็เสด็จเข้าไป ในสถานพิหารพิจิตรนั้น อกฺขรานิ โอโลเกตฺวา ธก็เลงลายเลข อันสุรดิเรกจารไว้ ในบรรณศาลาน้นน โสดแล สกฺเกน ทิฏฺโฐสฺมีติ สกฺกทตฺติยภาวํ ญตฺวา ธก็รู้ด่งงนี้ อันว่ากูนี้อินทรเห็น ปรตยักษ์ ว่ากูจะพํนักในอาศรมบทนี้ ปณฺณสาลทฺวารํ วิวริตฺวา ปวิสิตฺวา ธก็เบิกใบทวารบรรณศาล เข้าไปบอยู่เลย ขคฺคญฺจ ธนุญฺจ อปเนตฺวา ธก็ปลดปลงกํพล พระขรรค์ แลกุทันอาวุธไว้ในที่น้นน สาฏกํ โอมุญฺจิตฺวา ธก็ผลัดแผลงแครงเครื่อง อันบริสุทธิ์ ทุษฐพรรณออกแล รตฺตวากจีรํ นิวาเสตฺวา ธก็ทรงผ้าฝาดราษตวาจีร เครื่องทรงศีลเปนดาบศแล อชินจมฺมํ อํเส กตฺวา ธก็พังพาต อชินะจรรมหนังป่า เปลื้องพระพาหุข้างเดียวออกแล ชฏามณฺฑลํ พนฺธิตฺวา แล้วท้าวธก็ทรงชฎามณฑล ถวลพัตรบริสุทธน้นน อิสิเวสํ คเหตฺวา ธก็เอาเพศบรรพชิต เป็นฤๅษีสิทธิ์สํฤทธิแล กตฺตรทณฺทํ อาทาย ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ธก็ทายทัณฑ์จรจรดบทออก สู่นอกบรรณศาลาลยน้นน ปพฺพชิตสิรึ สมุฏฺฐหนฺโต ธก็เกิดปรีดารมย์ ชื่นชมบรรพชิตเพศ อันพิเศษพิสุทธนั้น อโห สุขํ ปรมสุขํ ปพฺพชฺชา เม อธิคตาติ ฯ โพธิสตฺโต อันว่าพระโพธิสัตว์ ผู้จะหวังตรัสเปนพระชนะแก่พลมาร อุทานํ อุทาเนนฺโต ธก็มีพระราชโองการชื่นชม อิติ เปนปฐมด่งงนี้ ปพฺพชฺชา ที่แท้อันว่าบรรพชิต ทรงพิริยสิทธิสมาธิ์ เม อธิคตา แลกูแกล้งปรารถนาลุแล้ว แผ้วมุทิลโทษนฤทุกข์ อโห สุขํ โอ้เปนศุขหนักหนา ปรมสุขํ หาศุขอื่นอันจะเปรียบปานมิได้เท่า เว้นไว้แต่ศุขในนฤพาน เมื่อใดกูได้ตรัสแก่สรรเพ็ชดาญาณ ก็จะลุลาภแล จงฺกมํ อารุยฺห ธก็เสด็จขึ้นเหนือพ่างพื้นภูมิจงกรม ชมที่จะภาวนากษิณกรรมน้นน อปราปรํ จงฺกมิตฺวา ธก็จงกรมไปมา ตั้งเอกรรคตาจิตรทุกเมื่อแล

๏ ปจฺเจกพุทฺธสทิเสน อุปสเมน ปุตฺตทารานํ สนฺติกํ อคมาสิ จึ่งไปยงงสํนักนิ์เจ้ามัทรี แลสองกุมารกุมารี อันมีรูปากฤติยบริสุทธ ดุจพระปรเตยกพุทธเสด็จมา ในที่น้นน ฯ มทฺที เทวีปี โอโลเกนฺตี สญฺชานิตฺวา ส่วนเจ้ามัทรี ก็ทอดพระเนตรปรตยักษ์ ก็รู้ลักษณะว่า พระโพธิสัตว์แล มหาสตฺตสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา นางก็ลันโทลศิโรราบ กราบแทบพระบาทพระโพธิสัตว์ โสดแล วนฺทิตฺวา โรทิตฺวา นางก็ถวายบังคม ลบมพิลาลศกำสรดไปมา โสดแล เตเนว สทฺธึ อสฺสมปทํ ปวิสิตฺวา นางก็เอาเอารสราช ตามพระบาทเข้าไป ยงงอาศรมบทน้นน อตฺตโน ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา รตฺตวากจีรํ นิวาเสตฺวา นางก็อํลาพระฤๅษี ก็ลีลายังบรรณศาลาแห่งตน โสดแล อิสินีเวสํ คณฺหิ นางก็อรเอาพระผนวช บวชเปนดาบศดาบศินี โสดแล เต ปจฺฉา ปุตฺเตปี ตาปสกุมารเก จำเนียรนางก็บวช สองราชเอารสเป็นดาบศดาบศินี โสดแล จตฺตาโรปิ ขตฺติยา วงฺกตปพฺพตกุจฺฉิยํ วสึสุ อันว่า กระษัตริย์ทงงสี่พระองค์ เสด็จอยู่ในท้องวงกฏบรรพตาราม โสดแล ฯ

๏ อถสฺสา มทฺที มหาสตฺตสฺส วรํ ยาจิ อันดับน้นน เจ้ามัทรีก็ขอพรแต่พระโพธิสัตว์ พระแพศยันดรด่งงนี้ เทว ตุมฺเห ผลาผลตฺถาย อรญฺญํ อคนฺตวา บพิตร เชอญท้าวธอย่าพนประเวศน์ เหตุจะเดอรหาผลาผลภักษ์ สักสิ่งสักอันเลอย พ่อฮา ปุตฺเต คเหตฺวา อิเธว โหถ จงบพิตรค่อยครองเอารส สถิตย์ในอาศรมบทนี้ โสดเทอญ อหํ ผลาผลํ อาหริสฺสามีติ ไว้ตูข้าขวน ผลาผลมาเปนกักษ์ บำเรอรักษ์ แต่พระบาทเทอญ ตโต ปฏฺฐาย สา อรญฺญโต ผลานิ อาหริตฺวา จับเดิมแต่น้นนไป นางก็เข้าสู่พนาลยเลมล่า อุสสาหะแสวงหาลูกไม้ ใหญ่น้อยได้แต่ป่าน้นน ตโต ชเน ปฏิชคฺคิ เจ้าก็เอามาบํเรอ เผยอภักษ์แต่ภรัษดาษ แลสองราชเอารสน้นน ฯ โพธิสตฺโตปิ ตํ วรํ ยาจิ ส่วนพระภรรดาธิราช ก็พร่ำยาจน์แด่เจ้ามัทรี อันมีประการด่งงนี้ ภทฺเท มทฺทิ มยํ อิโต ปฏฺฐาย ปพฺพชิตา นาม ดูกรเจ้ามัทรี จำเดิมแต่นี้ไป อันว่าเราอาไศรยแก่บรรพชิตอันอุกฤษฐสํญา บมีจุลาจลสักสิ่งเลย อิตฺถี จ นาม พฺรหฺมจริยสฺส มลํ ชื่อว่าวรรณิดา ย่อมให้เปนศีลาวิบัติ แก่ผู้จะครองบรมรรถมิตตาภาวนา แห่งบรรพชากรรมน้นน ตฺวํ อิโต ปฏฺฐาย อกาเล มม สนฺติกํ มา อาคจฺฉาหีติ จับเดิมแต่นี้ไป จงเจ้าอย่าไคลคลามาสู่ตูใช่การ สถานสำนึงพี่นี้ สา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ อันนางพระญา ก็รับพระกฤษฎีกากำหนด แห่งพระดาบศว่า สาธุแล ฯ

๏ มหาสตฺตสฺส เมตฺตานุภาเวน สมนฺตา ติโยชเน ฐาเน สพฺเพ ติรจฺฉานาปิ อญฺญมญฺญํ เมตฺตจิตฺตํ ปฏิลภึสุ อันว่าสัตว์ติรัจฉาน อันมีในสถานสามโยชน ก็ยงงบงงเกิดมโนทยไมตรีแก่กันไปมา เหตุอานุภาพภาวนาจตุรพรหมวิหาร แห่งพระผู้มีสมภารบพิตรน้นน ฯ มทฺที เทวี ปาโต วุฏฺฐาย ส่วนเจ้ามัทรีก็นิสยาศย ลุกจากอาศนที่น่งงนอนน้นนแล ทนฺตกฏฺฐํ ทตฺวา นางก็ถวายไม้เสวอยพระทนต์ เปนบังคลแก่ท่านแล ปานียปริโภชนียํ อุปฏฺฐเปตฺวา นางก็ตกแต่งพระทึกเสวอย เสร็จสรรพ ลำดับพระทึกสรง บนนจงอบโอช ด้วยคนโธสธุบาบุษปน้นน มุโขทกํ อาหริตฺวา เจ้าก็เอาน้ำชำระสระพระภักตร ปรักฏพระลาลาด มาถวายแด่พระราชฤๅษีสิทธิ์แล อสฺสมปทํ สมฺมชฺชิตฺวา เจ้าก็ชำระอังกรกราด สถานาวาศอาศรมบทน้นน เทฺว ปุตฺเต ปิตุ สนฺติเก ฐเปตฺวา แล้วนางก็ไว้วางพระราชเอารส ในสำนักนิพระดาบศบพิตรน้นน ปจฺฉึ ขณิตฺติญฺจ อาทาย องฺกุสหตฺถา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา แลมีมือกุํกุณีแล ขอขุดธงง ก็ท่องยงงไพรกันดาร เอามูลผลาหารในพนาลี เต็มกุณีนางนารถน้นน สายณฺหสมเย อรญฺญโต อาคนฺตฺวา ในกาลเมื่อสายาห เจ้าก็มาแต่ป่ายงง ลำพงง พระกุฎีด่งงเก่าแล ปณฺณสาลายํ ผลาผลานิ ฐเปตฺวา เจ้าก็ดำกลผลาผลอนนหาได้ ไว้ในบรรณศาลาน้นนแล นฺหาตฺวา ปุตฺเต นหาเปสิ ครั้นเช้าเล่าเจ้าก็สรงสนาบน์ อาบพระราชเอารสแก่แม่น้นน ฯ อถ จตฺตาโร ขตติยา ปณฺณสาลทฺวาเร นิสีทิตฺวา อนนดับน้นน อันว่ากระษัตรทั้งสี่พระองค์ ก็น่งงแนบแทบทวาร บรรณศาลลิขิตน้นน ผลาผลํ ปริภุญฺชนฺติ ก็บริโภคผลาผล เปนบังคลพระกระยาเสวอยแต่ท่านแล ตโต มทฺที เทฺว ปุตฺเต คเหตฺวา ถัดน้นนนางก็ตระกองท้งงสองกระษัตรแก่แม่น้นน อตฺตโน ปณฺณสาลํ คจฺฉติ เจ้าก็ไปสู่คฤหาลยแห่งตนเล่าแล อิมินาว นิยาเมน เต จตฺตาโร ขตฺติยา อันว่ากระษัตรทั้งสี่พระองค์ อนนเปนพงษ์ประภาศ กร วสึสุ ก็สิงสโมสร สระมรรคภาค สตฺตมาเส สิ้นสมาบทวิสัตทศวาร เอาตรึงษ์หารได้ สัปตมาศ ปพฺพตกุจฺฉิมฺหิ ในครรภาศที่วงกฏ โดยนิยมมิยตนยาย สิ้นสายสาร อรรถธรรม์ พระสรรเพ็ชญ์บนนทูร บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้ ฯ

วนปเวสนกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ พระคาถา ๕๗ พระคาถาจบบริบูรณ์ ฯ


ลำดับต่อไป กัณฑ์ชูชก โปรดติดตาม
บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 24 กันยายน 2563 17:17:16 »




ชูชกเฒ่าเจ้าเล่ห์หลอกล่อพราหมณ์เจตบุตร ว่า ตนเองเป็นทูตถูกส่งให้มาทูลเชิญพระเวสสันดรกลับไปครองราชสมบัติ
 จิตรกรรมผนังพระอุโบสถ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

กัณฑ์ชูชก  
๑.ชูชกได้นางอมิตตดาพาไปอยู่บ้านทุนวิฐ พราหมณ์หนุ่ม ๆ เห็นนางปฏิบัติผัวดีกว่าเมียของตัว ก็เดือดใจพาลพาโลตีเมียของตน ๆ
๑.พวกนางพราหมณีเจ็บใจ พอเห็นนางอมิตตดามาสู่ท่านํ้า ก็รุมกันตีด่าว่าขานจนนางอมิตตดาต้องกระเดียดกระออมนํ้ากลับบ้าน
๑.ชูชกเห็นนางเดินร้องไห้กลับมาจึงถามเหตุ นางก็แจ้งคดีให้ฟังแล้วว่า แต่นี้ไปงานการจะไม่ทำ จงไปขอชาลีกัณหามาให้ใช้
๑.ชูชกรับอาสาไปขอชาลีกัณหา ออกเดินทางเที่ยวถามไปทุกหนแห่ง แล้วก็เข้าสู่ดงแดนเจตบุตร

๏ ตทา กลิงฺครฏฺเฐ ทุนฺนวิฏฺ พฺราหฺมณคามวาสี ชูชโก นาม พฺราหฺมโณ ดูกรสงฆ์ในกาลน้นน ยงงมีพราหมณผู้หนึ่งชื่อชูชก อยู่ในบ้านนอกซอกซอน เปนพฺราหมณ์จร ในบ้านพราหมณ์ทงงหลาย อันธหมายชื่อทุนวิฐ ชิดเมืองกาลิงคราษฎร์น้นน ภิกฺขาจริยาย กหาปณสตํ ลภิตฺวา แลพราหมณ์น้นนได้ทองร้อย กรสาปน เปนลาภด้วยเดอรขอทาน ทุกวันวารแก่มหาชนทงงหลาย บมิขาดเลย เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล เปตฺวา ก็ฝากทองนั้นไว้แก่ปรยูรพราหมณฺผู้หนึ่งน้นน ปุน ธนํ ปริเยสนตฺถาย คโต พราหมณ์ขี้ไร้ ย่ามได้จึงจะไปแสวงหาสีน ด้วยขืนขีนขอ เอาเล่าแล ตสฺมึ จิรายนฺเต ในเมื่อชีชูชกเถ้ามหลกอการ ไปแวนนานจรลํ่าแล พฺราหฺมณกุลํ กหาปณํ วลญฺเชตฺวา อันว่าตรกูลพราหมณ์จำหน่ายจ่ายทอง เถ้าทงงผองร้อยกรสาปน ร้ายกว่าพราหมณ์ประดาบน้นนโสดแล ปจฺฉา อิตเรน อาคนฺตฺวา โจทิยมาโน ภายหลังมาจึงพราหมณ์ชูชก พกมาทวงทอง ตนทงงผองร้อยกรสาปน แก่พราหมณน้นน กหาปเณ ทาตุํ อสกฺโกนฺโต พราหมณ์สับปลับสับปลี้ บมิอาจที่จะใช้หนี้ทอง พราหมณ์ทงงผองร้อยกรสาปนน้นนได้ โสดเลอย อมิตฺตตาปนํ นาม ธีตรํ ตสฺส อทาสิ จึ่งจะให้ลูกสาวศรีมีนามอมิดดา แก่พราหมณ์ชราน้นนเปนเมีย เพราะว่าจ่ายสินเขาเสีย หาจะจำนำจะใช้ให้บมิได้น้นน โสดเลอย โส ตํ อาทาย กลิงฺครฏฺเฐ ทุนฺนวิฏฺฐํ นาม พฺราหฺมณคามํ คนฺตฺวา วสิ ชูชกก็พาอมิดดานั้นไป อยู่ในบ้านหมู่พราหมณ์ อันชื่อทุนวิษฐติดตรมวล หมู่มหาชนชาวกาลิงคราษฎร์นั้น อมิตฺตตาปนา สมฺมา พฺราหฺมณํ ปฏิชคฺคติ อันว่าอมิดดาก็อยู่บำเรอเชอภักดิ์ งานพราหมณ์หนักมันก็เอา งานพราหมณ์เบามันก็สู้ บมิอาจเยียชู้ ทำคดคู้แก่พราหมณ์ ผดุงโดยตามทุกเมื่อเลอย

อถ อญฺเญ ตรุณพฺราหฺมณา ตสฺสา อาจารสมฺปตฺตึ ทิสฺวา อันดับน้นน อันว่าพราหมณ์หนุ่มทงงหลาย อันธหมายมีในบ้านทุนวิษฐ เขาก็เห็นอมิดดามี มารยาทอันดี แลโดยใจชีพราหมณ์แก่น้นน อยํ อมิตฺตตาปนา มหลฺลกพฺราหฺมณํ สมฺมา ปฏิชคฺคติ จึงพราหมณ์บ่าวทงงหลายก็รำพึงด่งงนี้ อันว่าอมิดดา มันบำเรอรักษาพราหมณ์เถ้า ดุจบำเรอแก่เจ้าแก่ครู แลไปดูดีรบานี้ ตุมฺเห อมฺเหสุ กึ ปมชฺชถาติ เขาก็ท่าวกล่าวแก่เมีย เขาด่งงนี้ อันว่าสูทงงหลายด่งงฤๅแลมาเยีย สเพลาะสแพละ เอาะแอะแลมาลืมตู สูมิดูแม่สูอมิดดา อันมันบำเรอรักษาผัว กลัวยยอบน้นน อตฺตโน ภริยาโย ตชฺเชนฺติ เขาก็คำรนคำราม แก่พราหมณีทงงหลาย ความใดอายเขาก็ด่าแล ฯ ตา อิมํ อมิตฺตตาปนํ อิมมฺหา คามา ปลาเปสฺสามาติ อันว่าพราหมณีทงงหลาย เขาก็รำพึงด่งงนี้ ว่ามาเราจะให้ขับพา อมิดดานี้หนีจากบ้านเรา และจะให้มันไปเอาผัวบ่าวเทอญ นทีติตฺถาทีสุ ฐาเนสุ สนฺนิปติตฺวา เขาก็ไปชุมนุมกันในตาฝั่ง บ้างก็นั่งในท่านํ้า บ้างก็คํ้ากันไปนั่งในจรอก บ้างก็แยกกันออกไปนั่งในตรหลาด เพื่อจะด่าให้อมิดดาหาศแห่พราหมณ์แก่นั้น ตํ ปริภาสึสุ จึ่งจะรุมโรมโซรม ปรทยดสยดตัดภ้อ บ้างดอกล้อแล้วโลมคืน บ้างก็ยืนด่าสเสรก บ้างก็ว่าเอนดูมันเด็ก แลมเราจะส่งงสอน อย่าให้มันหญ้อหญ่อนแก่พราหมณแก่นั้น

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระวินายก ดิลกโลไกสวรรย์ ก็ต้านโดยพระสูตตรันตรปีฎก ยกมาให้เห็นเปนปรตยักษ์ แก่พุทธภักดิ ทั้งหลายด่งงนี้ อหุ วาสี กลิงฺเคสุ ฟงงแฮสงฆ์ ยังมีพราหมณ์ผู้หนึ่ง เรือนร้านพึ่ง กาลึงคราษฎร์น้นน ชูชโก นาม พฺราหฺมโณ โดยด่งงจริงพ่อแม่ แต่น้อยเรียกชูชก บแปลกเลอย ตสฺสาปิ ทหรา ภริยา เถ้ากปนกแพนกพล้าว มีแม่ย้าวสาวศรีหนึ่ง น้นน นาเมนามิตฺตตาปนา พราหมณีนางนงถ่าว ชี่ออมิดดามล่าวเมลาโฉม เฉอด น้นน ตา นํ ตตฺถ คตาโวจุํ ฝูงหญิงโซรมปรทยด ในด้าวดยรถเยาะเหยา แก่แม่ แล นทีอุทกหาริยา เมื่อนางเอาออมอาบ หิ้วหาบนํ้ามาเรือนเล่าน้นน ถิโย นํ ปริภาสึสุ ฝูงหญิงเบือนบ้ยวปาก ตัดภ้อภาคไยไพยยุ่งแล สมาคนฺตฺวา กุตูหลา บ้างสรใบเปลื่อยเปล่า แล่นคลุกเคล้าตามตยนด่าแล อมิตฺตา นูน เต มาตา ดงงจริง แม่มึงบยนมึงฤๅณเจ้า ฤๅว่ายายย่าเถ้ามึงชงง แช่งฤๅ อมิตฺโต นูน เต ปิตา ฤๅว่าพ่อมึงบหวงงปลูกให้เปนคน ทงงตาตนมึงก็ไสเสีย โสดฤๅ เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ พงษามึงเยียบาป ก็มาให้มึงล้มสพาบแก่พราหมณ์นี้ เอวํ ทหริยํ สตึ โฉม มลากงามสามสี่ เนื้อแถ่งถี่ดำแดง พี่เฮอย อหิตํ วต เต วาตี บาปหลงงแรงฤๅณเจ้า ยยวปู่เป้ามึงทำ โทษฤๅ มนฺตยึสุ รโหคตา ความขำเขาซับซี่ ในวัดที่ดรธานปล่ยวนั้น เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ บนานเขาจับจู่ให้มึงเอาเถ้าปู่เปนผวว ด่งงนี้ เอวํ ทหริยํ สตึ หน้าให้หัวสิหห้าย โฉมแม่บร้ายรูปยงงงามแง่ไส้ ทุกฺกฏํ วต เต ญาตี ด่งงจริงโคตรนามแม่ ยายเถ้าแก่ทำเข็ญ แก่แม่ฤๅ มนฺตยึสุ รโหคตา เขาบให้เห็นกลกยจ ที่ลับสยดจรรจาจรลํ่าแล เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ ก็ให้มึงมาปรตยาค แก่เถ้าขี้ไร้สากตำเอง อ่อนเฮอย เอวํ ทหริยํ สตึ งามวงงเวงใจบ่าว ขึ้นหม้ามล่าวมานศรีไส้แม่ฮา ปาปกํ วต เต ญาตี ด่งงจริงชรอยชีพุก หากทำทุกข์แก่มึง มิอย่าเลอย มนฺตยึสุ รโหคตา เข้าไปถึงที่รโหรหัส อยู่ลหลัดแลมิรู้ตัวตน ด่งงนี้ เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ แส้งทำกลแก่แม่ มาให้แก่ลุงเถ้าแก่ตาชีนี้ชอบฤๅ เอวํ ทหริยํ สตึ มานศรีสาใจบ่าว ใครต้องคร่าวฤๅจะคืน รอดเลอย อมนาปํ วต เต ญาตี เขาก็เอามึงมาฝากฝืนแก่เถ้าเรื้อ แลมึงเอาเนื้อมาสู้เสือนี้กลใด ด่งงนี้ มนฺตยึสุ รโหคตา ซิบซับในวัดปล่ยว บให้หน่ยววันคืน เคร่าเลอย เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ ขืนมึงมาด้วยหยาบ ก็มาให้มึงล้มสพาบ แก่พราหมณ์นี้ เอวํ ทหริยํ สตึ คิดโฉมงามแง่หน้า ชายบ่าวบ้าใจโดย ดด่าวแล อมนาปวาสํ วสิ โอย ไปเจบรบานี้หน้อ แลมึงมาอยู่ด้วยเถ้าพร่อมพร้อพราหมณ์เพรง ด่งงนี้ เอวํ ทหริยํ สตึ โฉมนักเลงฦๅโลก เดอนเยืองโยกแอ้แร้รร่อนไส้ ยา ตฺวํ วสสิ ชิณฺณสฺส ฮาเพื่อนเฮอย หญิงใดแถงถงาดหน้า แลมาตกตํ่าช้าช่องชีพราหมณ์นี้ มตนฺเต ชีวิตา วรํ ความใดอายเขาก็ด่า ตายดีกว่าเปนคนอยู่นี้ น หิ นูน ตุยฺหํ กลฺยาณิ ด่งงจริง พันธุ์ปู่ป้า ยายย่า น้าลุงตามึง แม่ฤๅ ปิตา มาตา จ โสภเน ทงงน้าป้ามึงแม่ พวกพ้องแพร่โซรมชัง แช่งแล อญฺญํ ภตฺตารํ วินฺทึสุ เขาบหวงงให้ผววบ่าว มาให้แก่ชีพุกพ่าวโพกลวง ตูกลยดนี้ เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ รอยเขาลวงลม่อม แลมาให้แก่บาคค่อมขวลทรรป ฤๅชอบนา เอวํ ทหริยํ สตึ เปนสาวสันทัดสง่ยม พร่ยมรร่ยมปาก เปรมตรู โสดแล ทุยิฏฺฐนฺเต นวมิยํ ยยวแม่บูชาผีเก้าคํ่า กาเถ้าพรํ่ามากิน ก่อนฤๅ อกตํ อคฺคิหุตฺตกํ ปรดิทิน นางบไหว้ไฟ ใดแต่หลังมาฤๅ ณเจ้า เย ตํ ชิณฺณสฺส ปาทํสุ จึ่งญาติกากุมมือฝาก แลบมีขันหมากไหว้ มาถาม กล่าวนี้ เอวํ ทหริยํ สตึ คิดโฉมงามท้างเทศ เกล้าเกลี้ยงเกษดกดำ คือภู่นี้ สมเณ พฺราหฺมเณ นูน รอยมึงบยำชีหน้าหนวด นักบวชด้วยดบัศวี แต่ก่อนฤๅ พฺรหฺมจริยปรายเน อันมีศีลมรรยาตร ท่านน้นนฉลาดฉลยวธรรม ทุกเมื่อโสด สา ตฺวํ โลเก อภิสฺสปิ รอยบยนบรรพชิตชีเถ้า ธผู้เปนเจ้าแจ่มใจ อารยพิเศษน้นน สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ปรีชาญาณเปรมปราชญ์ รู้บรมาถรทรงศีลศุทธนั้น ยา ตฺวํ วสสิ ชิณฺณสฺส บาปเพรงขืนข่มเจ้า จึ่งแม่มาได้ผววเถ้าเว้าวำเก แก่นี้ เอวํ ทหริยํ สตึ นางโนเนนักนิ่น ปักปิ่นเกล้าโจรงโขดง พี่เฮอย น ทุกฺขํ อหินา ทฏฺฐํ งูขบโหงหายง่าย แล่นพิศพ่ายกลัวไกล อ่อนฮา น ทุกฺขํ สตฺติยา หตํ หอกหางไหลแหลนแส่ ทักกรแบ่บกลวว ลำบากเลอย ตญฺจ ทุกขญฺจ ติปฺปญฺจ แม่มามีผววปู่เถ้า คืออยู่เฝ้าผีสาง ด่งงนี้ ยํ ปสฺเส ชิณฺณกํ ปตึ ปรานีนางณแม่ แลมาได้ผววเถ้าแก่ชีเชอญ นตฺถิ ขิฑฺฑา นตฺถิ รติ การเบญจกามรศร่วม ฐกัดนี้แก่เถ้าตุ่ยต่วมฤๅจตรู ด่งงนี้ ชิณฺเณน ปตินา สห อยอกอยักชูเชยแก้ม หน้าเหน้าแย้มฤๅจะสรวล แต่ใดเลอย นตฺถิ อลฺลาปสลฺลาโป บังควรคำถ้อถ้อย รักน้อยหนึ่ง ฤๅจะมีเลอย ชคฺฆิตมฺปิ น โสภติ หเหอยหววหห้าย ผววเถ้าร้ายรูปฤๅงาม แง่เน้นน ยทา จ ทหโร ทหรา ยามใดบ่าวรราวสาวรรื่น คคร้านใครครยวกัน ฤๅอิ่มเลอย มนฺตยึสุ รโหคตา คร้นนเมื่อถึงที่สงัด กามกำหนัดนิจรรจา ฉเฉื่อยแล สพฺเพ โสกา วินสฺสนฺติ สองตอบตาตรยบหน้า ทุกข์เท่าฟ้าเห็นหาย โสดแล เย เกจิ หทยสฺสิตา ไข้เครื่องตายลำบาก ความรักรากอย่าคืนถอยแล ทหรา ตฺวํ รูปวตี โฉมแม่มลื่นตาบ่าว เนื้อนงถ่าวถนิมกาม ปุริสานํภิปตฺถิตา ยำยามใจเลงโลกย์ ใคร่ยวนโยคสํสอง วว่งงไส้ คจฺฉ ญาติกุเล อจฺฉ แม่อย่าครองเถ้าถึกเถื่อน เร่งไปหาเพื่อนพ้องมึงเร็วด้วยด่วนเทอญ กึ ชิณฺโณ รมยิสฺสติ เถ้าลำเลวสเอวเปล่า เล็บเน่าเนื้อหนังหยาบ โลกสวภาพฤๅจะมีศุขแต่ใดเลอย ด่งงนี้ ฯ สา ตาสํ สนฺติกา ปริภาสํ ลภิตฺวา อนนว่าอมิดดพราหมณี ได้ยินคดีเขาด่า ว่าพพรูกรูพพรั่ง บ้างพลางสั่งแส้งด่าปรทยด บ้างพลางสยดแส้งด่าปรทับ เพื่อว่าจะใคร่ขับมนนหนีไปไกล จากพิสยบ้านน้นน โสดแล สา โรทมานา อาคนฺตฺวา ก็เอากลออมน้ำกรดยด คยดในใจหญิกหญิก ไห้กสิกกสิกไปพลาง วางยังเรือนตน ด้วยด่วนแล กึ โภติ ปริเทวสีติ ตํ ทิสฺวา อาห พราหมณ์คร้นนเห็นนาง ไห้ไปพลางกสึกกสึก ก็ลคึกถาม ดูกรนางพราหมณีน่ารัก ใครแลมาแช่งชักหักไม้ ให้เจ้าไห้สอื้น เชอญแม่ขึ้นเรือนเรา ธแม่ฮา ตสฺส อาโรเจนฺตี พฺราหฺมณี อาห อันว่านางพราหมณนีกพลิกพล้อ ล้อแก่พราหมณ์คืน ด่งงนี้ นาหํ ตมฺหิ กุเล ชาตา ดูกรพราหมณ์ ตรกูลกูใช่ชั่วช้า ผววจะเป็นข้าขาด แก่เมียนี้ บมีไส้ ยํ ตฺวํ อุทกมาหเร ชีแม่มึงทูลนํ้ามา ชำระสะเชองได้ กูบมีมล้าง เหงื่อไคด้วยนํ้ามึง ปู่ฮา เอวํ พฺราหฺมณ ชานาหิ ดูกรเถ้าอกขน แต่นี้มึงรู้ตนว่ามึง อกาลแก่เทอญ น เต วจฺฉามหํ ฆเร กูก็มิไปยังอย้าวเรือนเผือนกู โอะเอนดูชีปู่เฮอย มึงก็จะเปนเปล่าแล สเจ เม ทาสํ ทาสึ วา ดูกรพราหมณ์บาบี ยังทาษทาษี ทำการนิวไส้ นานยิสฺสสิ พฺราหฺมณ ผิมึงบมิเอามาตักนํ้าตำเข้า สนองตนเถ้าแก่กลัวเมียยยอบแล เอวํ พฺราหฺมณ ชานาหิ ดูกรชีชรา ครานี้มึงรู้ตนว่ากูกลยดเทอญ น เต วจฺฉามิ สนฺติเก เรือนมึงเปนแก้ว กูก็บมิปอง เรือนมึงเปนทองกูก็บมิไป อยู่เลอย ฯ ชูชโก อาห อันว่าชูชกนํ้าตาตกคร่าว กล่าวแก่นางพราหมณีคืน ด่งงนี้ นตฺถิ เม สิปฺปฏฺฐานํ วา ข้าแต่แม่ยอดสงสาร การใดอันจมรู้จมหลัก พี่นี้แก่ฤๅนักฤๅจะทำ นี้นะเจ้า ธนํ ธญฺญญฺจ พฺราหฺมณิ ทั้งเข้าเปลือกเข้าปล้อย สินน้อยหนึ่งฤๅจะมี แก่พี่นี้ กุโตหํ ทาสํ ทาสึ วา หญิงชายค่าเค้าครอก พี่จะทำออกได้แต่ใดมา นี้แม่ฮา อานยิสฺสามิ โภติยา และจะเอามาให้เปนข้าข้อย แก่แม่อ่อนสร้อยแสแท้ พี่นี้ อหํ โภตึ อุปฏฺฐิสฺสํ ไว้พี่จะค่อยอดเอาการก้มหน้า ขอเปนข้าแม่เพรางาย นี้นเจ้า มา โภติ กุปฺปิตา อหุ เจ้าอย่ากริ้วอย่าโกรธ แม่อย่าโรธอย่าร้อน ทำเยียอ้อนอ่อนแก่พี่พราหมณ์ เทอญแม่ฮา ฯ พฺราหฺมณี อาห อมิดดาก็รานระ ตระบะชีพราหมณ์คืน ด่งงนี้ เอหิ พฺราหฺมณ คจฺฉาหิ เวอยพราหมณ์ มึงอย่าได้มาตอแย ไว้แม่มึงจะเห็นให้แก่มึงไปนิทวัน ยถา เม วจนํ สุตํ โดยด่งงจริง เขาว่า ฦๅช่าบ้านเมืองเรา นี้นเวอย เอส เวสฺสนฺตโร ราชา อันว่าท้าวผู้เอารสราชพระบาทท้าว สญชัยบพิตรน้นน วงฺเก วสติ ปพฺพเต ธไปเปนฤๅษี แสวงพรต ในเขาวงกฏ คิรีครรภ์ ตํ ตวํ คนฺตวาน ยาจสฺสุ ข่ำขยวพลันอย่าอยู่ ปักไปสู่ขวลขอ ทาสํ ทาสิญฺจ พฺราหฺมณ ลูกพอใจเจ้าหล้า แทนทาษข้าหญิง โส เต ทสฺสติ ยาจิโต ท้าวธก็จะทายธให้เปนช่วงใช้มึง พราหมณแล ทาสํ ทาสิญฺจ ขตฺติโย ได้เด็กงาม ลูกท้าวก็จะเป็นค่าครอกอย้าวเรือนเรา แลนเวอย ฯ ชูชโก อาห ชูชกพราหมณ ก็ยกคำงามกล่าว ลห้อย แก่แม่หนุ่มน้อยอมิดดาคืน ด่งงนี้ ชิณฺโณหมสฺมิ ทุพฺพโล ดูกรแม่ พี่นี้แก่นัก แลจะลงล่างย่างเดินก็บมิได้ ไว้แต่งานบนไส้พี่จะทำ ธแม่ฮา ทีโฆ จทฺธา สุทุคฺคโม ทางเต็มหนำไกลแกล่ ข้าเถ้าแม่ฤๅจะเดอร รอดเลอย มา โภติ ปริเทเวสิ แม่อย่ารํ่าไรไพมอก สอื้นออก นางด่า พี่นี้เลอย มา โภติ วิมนา อหุ อย่าเจ็บใจเลอยน้อง ใช้พี่ฟ้องว่า บมิไป นี้นเจ้า อหํ โภตึ อุปฏฺฐิสฺสํ ตนไทขอเปนข้า ใช้แม่ทร้าทรามสงวน พี่เฮอย มา โภติ กุปฺปิตา อหุ เชอญแม่มาสงวนสํภาศ อย่าคยดคาดแก่กัน อ่อนฮา พฺราหฺมณี อาห พราหมณีก็กล่าวกริ้ว สริ้วสยากแก่พราหมณ์คืน ด่งงนี้ ยถา อคนฺตฺวา สงฺคามํ เวอยพราหมณ์ มึงนี้ด่งงเลวบันดาลเนา แลธมิเอาไปยงงงานพระราชสงคราม ท่านน้นน อยุทฺเธวปราชิโต ไป่ทันปามปะศึก มาละคึกด่วนกลววแกลน หอกไป่ติดแพน แหลนไปติดด้าง ช้างไป่ถึงงา แลมึงมาด่วนระอาราถอย ด่งงนี้ เอวเมว ตุวํ พฺรหฺเม อนี้คืออ้ายพร่อยฟันหัก อยู่มลักแลเขามิกลววมึง อคฺนตฺวาว ปราชิโต ไป่ทันถึงท่านเจ้า แลมาด่วนเร้าราถอย ด่งงนี้ สเจ เม ทาสํ ทาสึ วา ดูกรพราหมณ์ มึงจิงรำพึงถึงขยุมหญิงชายช่วงเทอญ นานยิสฺสสิ พฺราหฺมณ ผิมึงมิรู้อายแลมิเอามา อย่าได้สงกา ว่ากูจะรักมึงด่งงเก่าเลอย เอวํ พฺราหฺมณ ชานาหิ จงมึงรำพึงแก่ตนแก่เนื้อ ว่ากูมิได้เอื้อเฟื้อโสดสักอัน พ่อออกเฮอย น เต วจฺฉามหํ ฆเร ดูกรพราหมณ์ ชื่อว่าเรือนมึงงาม ด่งงเรือนท้าว อย้าวมึงงามด่งงเรือนไท กูก็บมิไปเยือนเลอย อมนาปนฺเต กริสฺสามิ ความอนนใดอาพาธ กูก็จะทำให้เถ้าหาศทุกปรการ กว่าชื่นแล ตนฺเต ทุกฺขํ ภวิสฺสติ บนานเลอยมึงก็จะตรอมรอมโสดแล ฯ

ตโต โส พฺราหฺมโณ ภีโต พฺราหฺมณิยา วสานุโค ฯ ภิกฺขเว ดูกรพํพวกพุทธบุตรทงงหลาย ตโต เมาะ ตทา รำพึงนิยายแต่หลงง กาลกำบงงแล้วลับสิ้น พฺราหฺมโณ อันว่าพราหมณ์ชรา ชีณกัปนก ชูชโก นาม นาเมน ชื่อชีชูชกโดยนาม ภีโต วจนโต อมิตฺตตาปนา พราหมณก็ตกกหม่า ตยมแต่อมิดดาด่าให้หาศ วสานุโค พฺราหฺมณิยา ก็ลุอำนาจในมือพราหมณีนางหญิง โหติ ก็มีจริงโดยกล่าวนี้ ฯ อฏฺฏิโต กามราเคน พฺราหฺมณึ เอตทพรฺวิ ฯ โส พฺราหฺมโณ อันว่าชูชกพราหมณ์ กามราเคน แลกามตัณหา ราคาความรินรัก อฏฺฏิโต เมาะ ปติโต หากมาหนักหนาอก เพี้ยงแพพกมาทับ หับเหงบ่าค่าคาง เอตํ วจนํ ยงงคำครางคำครวญสวาศ ก็บมิอาจอืไอได้สักคำ พฺราหฺมณึ อพรฺวิ จึ่งจะกล่าวด้วยคำ ยำพลางปลอบ ตอบอมิดาเมียตนด่งงนี้ ปาเถยฺยํ เม กโรหิ ตฺวํ ดูกรเจ้า จงแม่มาแต่ตำสบยง พี่บมิถยงว่าบมิไปเลอย แลแม่ฮา โสดแล ทฺวารํ ปฏิสงฺขริตฺวา ก็กทำแม่ทวารใบบานประตู บมิให้เห็นรูเห็นช่อง ที่ล่องลับคำนับนิแล้ว โสดแล อรญฺญา ทารูนิ อาหริตฺวา แล้วก็เยียปกาปกัง ผังไปยังป่า ล่าเก็บฟืนมาไว้แก่เมียตน โสดแล ฆเฏน อุทกํ อาหริตฺวา แล้วก็เอากลออมดิน แล่นตตินยงงท่า แบกน้ำด้วยบ่ามายงงเรือนตน โสดแล เคเห สพฺพภาชนานิ ปูเรตฺวา ก็ให้นํ้าเต็มเต้า เข้าเต็มไห ไปเต็มม่อ ชื่อว่ากล้อก็บมิให้พร่องเลอย ตตฺเถว ตาปสเวสํ สมาทยิตฺวา ก็ดำแลงเพศเปนดาบศ จำเมียสํมตว่ากูชี ให้ดูดีในเรือนตน โสดแล ภทฺเท อิโต ปฏฺฐาย อกาเล มา นิกฺขม จึ่งจะสอน อมิดดา ด่งงนี้ จำเดิมแต่นี้ไปในเมื่อใช่กาล แม่อย่าคลาดคลานออกไป จากออกเรือนเรานี้ ณแม่ฮา ยาว มมาคมนา อปฺปมตฺตา โหหี ติ โอวทิตฺวา ตราบใดพี่ไปบมิมา จงแม่อย่าเยียสเพลาะสแพละ นัดแนะชายชู้ ทำคดคู้จากพี่นี้ อุปาหนํ อารุยฺห พราหมณ์ก็กุมเกือกเลือกสบ กบกับตีนตนให้มั่น โสดแล ปาเถยฺยปสิพฺพกํ อํเส ลคฺเคตฺวา ก็สพายถุงไถ่ ใส่กับบ่าตนลม่อมแล อมิตฺตตาปนํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ก็กทำปรทักษิณสามรอบ คอบอมิดดาเมียตนแลแล้ว อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ปกฺกามิ พราหมณ์ชูชก นํ้าตาตกชูเช็ด เดอรด่ยวเด็จตนไปปล่ยวแล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระศรีสุคต นิหตราคตัณหา ก็ปรดับปรดาพระคาถาให้ ผู้หวงงกุศลผลผนวช บวชในพระสาศนพุทธ ศีลวิสุทธิ์ ทงงหลายฟัง ด่งงนี้ อิทํ วตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ ดูกรอาริย อันว่าชูชกพราหมณ์ คร้นนกล่าวคำนับ นิลำดับด้วยเมียตน แล้วแล ปฏิมุญฺจิ อุปาหนํ ตีนเถ้าสบสองเกือก ตากลับเกลือกมยงเมีย แม่น้นน ตโต โส มนฺตยิตฺวาน อันดับน้นน พรหมณีเตือนแต่ง แม่อย้าวแพ่งภักดีด้วย ด่วนแล ภริยํ กตฺวา ปทกฺขิณํ ฉวัดฉวยรวยรสามรอบ ไหว้นบนอบลานาง อยู่เทอญ ปกฺกามิ โส รุณฺณมุโข ไห้ไปพลางสรอื้น ตาตุ่มชื่นชำงือใจ ลำบากแล พฺราหฺมโณ สหิตพฺพโต แปรเพศเป็นบาบวช เถ้าจังกวดกามกวนบอยู่เลอย สิวีนํ นครํ ผีตํ ก็ไปจวบจวนเมืองมหาราช พระบาทท้าวสญชยบพิตรน้นน ทาสปริเยสนญฺจรนฺติ เพื่อจะแสวงหาข้าใช้ช่วง มาพูนพ่วงเรือนตน โสดแล โส ตํ นครํ คนฺตฺวา อันว่าชีชูชกก็ไปด่านผลูกลุ ถึงเมืองเชดุดรแล สนฺนิปติตํ ชนํ ทิสฺวา พราหมณก็ยล หมู่มหาชนอันชุํนุํกันอยู่น้นน เวสฺสนฺตโร กุหินฺติ ปุจฺฉิ พราหมณ์ก็ถามด้วยความงาม ด่งงนี้ ดูกรชาวเจ้า อันว่าพระแพศยันดร ท้าวธเสด็จจรไปในที่ใดนี้วสิ้น ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระภูริบวรญาณมหาดิลกรัตน์ ก็บอกบรมรรถธรรมปรเภท แก่บุนยเกษตรทงงหลาย ด่งงนี้ โส ตตฺถ คนฺตฺวา อวจ ดูกรภิกษุ อันว่าพราหมณ์ ครั้นถึงก็ถาม ชาวเชดดุดร ด่งงนี้ เย ตตฺถาสุํ สมาคตา ที่ใดคนแครคร่งง ชุมกนนน่งงเนืองนองในที่น้นน กุหึ เวสฺสนฺตโร ราชา ดูกรชาวพระนคร พระแพศยันดร เสด็จด้าวแดนใด นี้วสิ้น กตฺถ ปสฺเสมุ ขตฺติยํ เราใคร่ขอเห็นหน้า ธเจ้าหล้านารถนักธรรม เต ชนา ตํ อวจึสุ ฝูงมหาชนเหลือแหล่ ก็กล่าวแก่เถ้าแก่กปนก ด่งงนี้ เย ตตฺถาสุํ สมาคตา นอกนครเนืองน่งง สรพรั่งพร้อมแก่พราหมณ์น้นน ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต ดูกรชีชูชก สูทงงหลาย บยนพ่อ ด้วยความฬ่อโลมขอด่งงนี้ อติทาเนน ขตฺติโย เพราะธให้ทานบมิถ่อย สิ่งสินอ่อยเอาบุญ มากแล ปพฺพาชิโต สกา รฏฺฐา แลพลสีพีชาวเชด นฤเทศท้าวธไปป่าแล วงฺเก วสติ ปพฺพเต สิงสังวาศเขาคด ชื่อวงกฏกันดาลไพร ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต เวอย ดบัศวีสรวมแช่ง มึงจำให้พระแล่งพระนคร ท่านน้นน อติทาเนน ขตฺติโย เหตุท้าวธเฟื่อยฟ้า พลไพร่ข้าขับขยว อาทาย ปุตฺตทารญฺจ เดอรเด็จดยวด้วยลูก เมียแก้วปลูกไมตรี วงฺเก วสติ ปพฺพเต เปนฤๅษีสารูป ไปตั้งตูบตีนเขา อยู่แล ฯ เอวํ อมฺหากํ ราชานํ นาเสตฺวา อันว่าฝูงมหาชนทงงหลาย ก็กล่าวแก่พราหมณ์ ด่งงนี้ ว่าสูหมู่พราหมณ์เดอรขอทานท้งงหลาย หากให้เจ้าตูฉิบหายจำงายพรากพระบุรี ท่านนี้ ปุนปิ อาคตา อิธ ติฏฺฐถาติ มึงมาอยู่ในสถาน ที่จะขอทานโสดแล ฯ เลณฺฑุทณฺฑาทิหตฺถา พฺราหฺมณํ อนุพนฺธึสุ ฝูงมหาชนท้งงหลาย กริ้วโกรธก็กล่าวแก่พราหมณ์ ด่งงนี้ ว่ามึงจะมักตายฤๅ ก็มีมือถือไม้ค้อนก้อนดิน เครื่องจะกินเนื้อพราหมณ์ ก็ตามคำรนคำรามไปพลาง โสดแล ฯ โส ตํ เทวตาธิคฺคหิโต หุตฺวา วงฺกตปพฺพตมคฺคเมว คณฺหาติ อันว่าพระมารพิชิต พิกสิตบรมญาณ กล่าวสารพระคาถา ผดยงแก่ดบัศวี ชิเดนทรีย์ทงงหลาย ด่งงนี้ โส โจทิโต พฺราหฺมณิยา ดูกรภิกษุ อันว่าพราหมณ์บาบี พราหมณีนางบาป กำราบให้มันไป โสดแล พฺราหฺมโณ กามคิทฺธิมา เพื่อไฟกามกำนัดนิ ให้เถ้าพลัดเรือนตน โสดแล อฆนฺตํ ปฏิเสวิตฺถ ท้ยนทนทุกข์เดือดร้อน คนไล่ต้อนตามตี ยยุ่งแล วเน วาฬมิคากิณฺเณ หนีเข้าพึ่งพนาลย ที่อาศรยเสือคร่งน้นนแล ขคฺคทีปินิเสวิเต เขาตามส่งถึงนอกเมือง พเสือเหลืองแลแรด อาทาย เวฬุวํ ทณฺฑํ ด้นนดงแพสยไต่เต้า ทายเท้าไผ่ผงงหนี อคฺติหุตฺตํ กมณฺฑลุํ กุณฑี ธรรมกรก เครื่องบ่าพกพกบ่าแล โส ปาวิสิ พฺรหารญฺญํ เข้ายงงป่าไพรพนม เถ้ายอมือผคมแล่นลลาน ยตฺถ อสฺโสสิ กามทํ ป่าใดดาลได้ข่าว ท้าวผู้คล่าวคลงงธรรม์ ตํ ปวิฏฺฐํ พฺรหารญฺญํ ยงงพราหมณ์ ผรรผงงกว่า เข้ายงงป่าอาทวา โกกา นํ ปริวารยุํ หมาเจตรบุตรใช่น้อย นับด้วยร้อยติดตามพราหมณ์ วิกฺกนฺทิ โส วิปฺปนฏฺโฐ เถ้าววามหลงหน ไห้รักตนออุ่ย ทูเร ปนฺถา อปกฺกมิ ร้องว่าวุ่ยไปพลาง หลงหนทางที่จะไป ยงงคิรียวงกฏน้นน ฯ ตโต โส พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ดูกรสงฆ์ พราหมณ์กลีโลภล้น ใจบาปพ้นพรรณา วงฺกสฺโสหรเณ นฏฺโฐ หลงมรคาที่จะไปสู่ พณเกล้าอยู่ณหวว สุนเขหิ ปริวาริโต หมาเจตรบุตรพววพร่งงพร้อม ตามเห่าห้อมหวงไป รุกฺขสฺมิญฺจ นิสินฺโนว ขึ้นอาศรยไม้แมก พอแลวกกจุตน อิมา คาถา อภาสถ เถ้าทุรชนชั่วชื้น สรอื้น ออกร้องร่ำศัลย์ โก ราชปุตฺตํ นิสภํ พญาธรรม์พ้นแพ่ง ใครรู้แห่งแหนไป ชยนฺตมปราชิตํ กรุงไผทโกรมก่อหล้า ใจเพื่อยฟ้าทำทาน ภเย เขมสฺส ทาตารํ อาจให้ศุขสำราญแก่โลกย์ ที่ต้องโศกกลววแกลน โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้แดนเจ้าช้าง จงบอกบ้างแก่กู โย ยาจตํ ปติฏฺฐาสิ พระแพศยันดรตนใด ฝูงเข็ญใจใจถึง ยาจกพึงสู่สํภาร ภูตานํ ธรณีริว ท้าวธน้นนปานแผ่นกว้าง ทุกทวยอ้างอาศรย ธรณูปมํ มหาราชํ พระแพศยันดรดุจแผ่นหล้า สัตว์ถ้วนหน้าอยู่เย็นใจ โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้แห่งพระแพศยันดร บอกจงอรใจกู โย ยาจตํ คตี อาสิ พระแพศยันดรใครคู่ ยาจกสู่แสวงหา สวนฺตีนํว สาคโร คือสาครอย่างย่าน แม่น้ำน่านนองถึง อุทฺธูปมํ มหาราชํ อันว่าพระแพศยันดร อนนเสมอรัตนากร สรสินธุ์ โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้แห่งเจ้าแผ่นดิน ชื่อพระนรินทรแพศยันดร อย่าให้กูไห้หอนวานบอกรา กลฺยาณติตฺถํ สุจิมํ ด่งงฤๅ ด่งงสระสโรช ท่าช้อยโชติควรชม สีตูทกํ มโนรมํ มโนภิรมย์ สระสิตกษีดิรถดูงาม ปุณฺฑรีเกหิ สนฺฉนฺนํ อัมภุชหลามเหลืออ่าน ทุกอย่างย่านยรรยงสินธุ์ ยุตฺตํ กิญฺชกฺขเรณุนา อรพินธุ์บางบุษบบววมาศ เกสรสาธุ์ เสาวคนธ์ขจร รหทูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรดาบศ พ้ยงรหทใสสรร โก เม เวสฺสนตรํ วิทู ใครเห็นหรรษบอกบ้าง ที่พระผู้สร้างสาธุ์ จรรยา อสฺสตฺถํว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅ ด่งงโพพฤกษากิ่งกว้าง เกิดแทบท้างทางทยว สีตจฺฉายํ มโนรมํ ใบขยวร่มรเรื่อย สรนุกนิเฉื่อยฉายา สนฺตานํ วิสเมตารํ อาจโลมลาเพโลกย์ อันร้อนโรคลำเค็ญ กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ เปนพำนักนิในราษฎร อันมล้ามารคจรัลจร ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรโพธิสัตว์ พ้ยงอสัษฐวิศาล โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้วานว่ารา ที่พระผู้เฟื่อยฟ้าดินเกษม นิโคฺรธํว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅ ด่งงไซรชรเอมชรอื้อ อรทื้อแทบทางเดอร สีตจฺฉายํ มโนรมํ ร่มเย็นเมอล มืดเมฆ พ้ยงชลเศกเสบยใจ สนฺตารํ วิสเมตานํ ทวยใดเดอรแดดร้อน ดับไข้ข้อนกัลหายหิว กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ ร่มเย็นฉิวเฉื่อยหล้า ถ้วนหน้าเหนื่อยพำนักนอน ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรสันโดฐ พยงนิยโครธสูงสเบอย โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้เฉลอยกูกล่าว ที่ท้าวผู้คล่าวคลังธรรม อมฺพํ อิว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅด่งงไม้ม่วงมาศ บแคล้วคลาศทางเทอน สีตจฺฉายํ มโนรมํ ใบบงงเหอนหาวบด มีรศเรื่อยใจคน สนฺตานํ วิสเมตานํ ทวยทูรพลหิวหอบ ให้ชุ่มชอบใจคืน กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ สบสัตว์ยืนย้งงอยู่ ดับร้อนสู่สโมสร ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือพระแพศยันดรแมนมูรดิ พย้งพฤกษจรูญเจรอญผล โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ใครรู้หนแห่งไท้ อย่าไว้ว่าแก่กูหนึ่งรา สาลํ อิว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅ ด่งงไม้รงงรจิตร อันอยู่ชะชิดทางเทา สีตจฺฉายํ มโนรมํ ร่มเย็นเอาใจโลกย์ ลำโล้โลกใบกราง สนฺตานํ วิสเมตานํ ทวยคนครางข้อนไข้ ครั้นอยู่ได้แรงมา กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ ทั่วประชาพยาธิ์ ได้ศุขสาธุ์สาธร ตถูปมํ มหาราชํ อนี้คือแพศยันดรใจกล้ยง ประดุจพ้ยงศาลสวรรค์ โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู บอกจงทนนที่ร้อน ท้าวธผู้ข้อนขิ่งทำทาน ทุมํ อิว ปเถ ชาตํ ด่งงฤๅด่งงไม้พิษฎารเหลือแหล่ หนุ่มแก่ใกล้มรคา สีตจฺฉายํ มโนรมํ ฉายร่มร่มรร่อน ชรอื้ออ่อนเอาใจ สนฺตานํ วิสเมตานํ คนใดมามม่าว บให้ผ่าวเผาแด กิลนฺตานํ ปฏิคฺคหํ ยอดแสแท้ทวยศาขย สบสัตว์ยากอยู่เสบอย ตถูปมํ มหาราชํ อนี้ คือพระแพศยันดร ลเหอยทุกขราษฎร์พ้ยง พฤกษาชาดิราชี โก เม เวสฺสนฺตรํ วิทู ที่พระศรีสํโพธิ ยาอยดโอทแหนไป เอวญฺจเม วิลปโต ในเมื่อกูถามถึงท่านไท้ ร้อนรํ่าไห้โหยหา ปวิฏฺฐสฺส พฺรหาวเน แลกูมาลุในป่ากว้าง บมีที่อ้างอาศรย อหํ ชานนฺติ โย วชฺชา คนใดว่ารู้แห่ง ท้าวพ้นแห่งพญาธรรม์ นนฺทํ โส ชนเย มม หากให้หรรษาโมทย์ เปนประโยชน์แก่กู เอวญฺจ เม วิลปโต ในเมื่อกูไห้ทรหูรํ่าร้อง สยงมี่ก้องกลางดง ปวิฏฺฐสฺส พรหาวเน แลกูมาหลงคว่งงคว้าง ในป่ากว้างวงงเวงวล อหํ ชานนฺติ โย วชฺชา คนใดว่ารู้ที่ ท้าวผู้คลี่คลังทาน ตาย โส เอกวาจาย ด้วยคำหวานเพราะพร้อง คำหนึ่งต้องใจกู ปสเว ปุญฺญํ อนปฺปกํ ผู้น้นนโออดุลย์ อาจให้บุญคุณยศแก่กูมากแล ฯ ตสฺส ตํ ปริเทวนสทฺทํ สุตฺวา อารกฺขณตฺถาย ฐปิโต เจตปุตฺโต มิคลุทฺทโก หุตฺวา อรญฺเญ วิจรนฺโต อันว่านายพรานเจตบุตร อันท้าวพระญาประดิษฐานไว้ให้พิทักษ์รักษา เจ้าพระยาแพศยันดร มนนก็จรจรัลไปมาในป่า ก็ได้ยินซ่าศับทสำนยงพราหมณ์ไห้ ในต้นไม้เกนเกนอยู่น้นน อยํ พฺราหฺมโณ เวสฺสนฺตรสฺส วสนฏฺฐานํ ปริเทวติ มนนก็รำพึง อันว่าพราหมณ์นี้มาถึงป่าไม้ และร้องไห้เพื่อจะแสวงหา เจ้าพระยาแพศยันดรเยียใด ด่งงนี้ น โข ปเนส ธมฺมตาย อาคโต ด่งงจริงพราหมณ์นี้มา เพื่อจะหวงงแสวงหาลาภ ใช่จะมาด้วยสวภาพแสวงธรรม อันอื่นเลอย มทฺทึ วา ทารเก วา ยาจิสฺสติ มันจะมาขอเจ้ามัทรี ผิบมีเจ้าชาลีแลกัณหา สองพงงงารักราชน้นน อิเธว นํ มาเรสฺสามิติ มากูจะฆ่าเถ้าแก่กาจ ให้พินาศตนตายวายชีพิตรในป่านี้ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา นายพรานค่อยทรานทราบเข้าใกล้ แทบต้นไม้ที่พราหมณ์อยู่น้นน โภ พฺราหฺมณ น เต ชีวิตํ ทสฺสามีติ มนนก็ร้องว่าเวอยพราหมณบาปคาบนี้ กูมิให้ชีวิตรมึงรอดเลอย โส ธนุํ อาโรเปตฺวา อากฑฺฒิตฺวา ตชฺเชสิ เจตบุตรกเยียคคฤ้าน ขึ้นเกาทันฑ์ยันยืนป่ายปืนพาด ร้องตรหวาดชีพราหมณ์แล ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห ฯ สตฺถา อันว่าพระนรสีหอธิบดิศร บวรอมรแมนสวรรค์ ก็พร้องพระธรรม์คาถา ให้ประชาสัตว์ทงงหลายฟงง ด่งงนี้ ตสฺส เจโต ปฏิสฺโสสิ ดูกรภิกษุ อันว่าเจตบุตร ครั้นได้ยินเสียงสำเนียงไห้แห่งพราหมณ์ อรญฺเญ ลุทฺทโก จรํ เจตบุตรเปนนายสนามป่า คำรามว่าเวอยชี ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต สูย่อมยายีท่านไท้ ด้วยด่วนได้โดยขอ อติทาเนน ขตฺติโย เพื่อทยทานทายาท ให้ช่างชาติชัยภูมิ ปพฺพาชิโต สการฏฺฐา ไพร่เมืองมีพระพร่งงพร้อง ขับธจยรจากห้องไหรญ วงฺเก วสติ ปพฺพเต บัดนี้ธเอาตนไปสิงสถิตย์ ทรงบรรพชิตข้างเขาหลวง ตุมฺเหหิ พฺรหฺเม ปกโต เวอย พราหมณ์มึงย่อมลวงเอาลาภ ให้ท้าวธปรดาบเข็ญใจ อติทาเนน ขตฺติโย บัดนี้ธให้สารใสเสวตร ชำนินเรศน้นนแก่สู อาทาย ปุตฺตทารญฺจ พระภูบดีเอาเอารส อีกนางนักพรตเสด็จไป วงฺเก วสติ ปพฺพเต อยู่สำนักนิในวงกฏ ทรงเพศพรตเอาบุญ อกิจฺจการี ทุมฺเมโธ มึงมีคุณเค่นโคลก ทำผิดโสรกก็จะถึง รฏฺฐา ปวนมาคโต มึงมาลุป่าใหญ่ สงัดไส่สยงแขง ราชปุตฺตํ คเวสนฺโต แลมึงมาแสวงหาลูกท้าว มึงบมิรู้จ้กฝีมือพ่อมึงผู้ร้าว ฤๅนเวอย พโก มจฺฉมิโวทเก มึงนี้เคอยดุจนกยางแฝงฝ่งง ทำเพศด่งงชีผขาว ตสฺส ตฺยาหํ น ทสฺสามิ ชีวิตรมึงมิยาวเลอยกูบอก โอกำศดแก่บาคู้คอกบัดศรี ชีวิตํ อิธ พฺราหฺมณ มึงจะเปนผีบัดนี้ณเถ้า มึงมิทันสั่งลูกเต้าแลเมียมึง อยํ หิเต มยา นุนฺโน ปืนกูนี้ขึงสายสรับ ครั้นดีดถับถึงยรรยอดแล สโร ปาสฺสติ โลหิตํ มันก็จะตอดติดตับกินเลือด เถ้าแห้งเหือดคุงโครง สิโร เต วชฺฌยิตฺวาน กูก็จะตัดหัวมึง โหงลงจากค่าไม้ ตรแบ่นไว้กลางดิน หทยํ เฉตฺวา สพนฺธนํ ศรีศิลปกูก็จะปาด ให้มึงขวั้นขาดตับไต ปนฺถสกุณํ ยชิสฺสามิ ก็จะให้เป็นพลี บูชาผีที่ป่านี้ ตุยฺหํ มํเสน พฺราหฺมณ ส่วนเนื้อมึงกูก็จะพล่าแลสยบไม้ ให้ไหว้เทพยดา บูชาพระพนัศบดี ตุยฺหํ มํเสน เมเทน มนนมึงมีเท่าใด ทงงสันในสันนอกน้นน มตฺถเกน จ พฺราหฺมณ อีกกบอกหววมึงกูจะผ่า กูจะกล่าเอาขวนนหววมึงออกแล อาหุตึ ปคฺคเหสฺสามิ กูก็จะออกทำอถรรป์ เชอญพลีกรรม์การยุทธน้นน เฉตฺวาน หทยํ ตว สุดไปกูก็จะตัดหววใจมึงจี่ ฉฉี่กลางใจไฟ ตํ เม สุยิฏฺฐํ สุหุตํ ไฟจปรลยอาตมา เมื่อกูจะบูชาสำเร็จ กุณฑ์พิธีการย ตุยฺหํ มํเสน พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณพาล ครั้นมึงลาญชีวิตแลแล้ว น จ ตฺวํ ราชปุตฺตสฺส มึงก็บมิทันยงงพระแก้วผู้หวงงพระ อันชนะแก่โมหมัศจรรย์ ภริยํ ปุตฺเต จ เนสฺสสิ ยงงเมียขวันแลลูกพระ มามีสวะให้พลัดพราก ท้าวธจะจากกันไกล เพื่อจะเอาไปสู่พิสัยเรือนมึงโสดแล ฯ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กันยายน 2563 20:38:45 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 กันยายน 2563 17:50:25 »




กัณฑ์ชูชก (ต่อ)

โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา อันว่าพราหมณ์ ครั้นได้ยินคำเจตบุตร ลุทธอันกล่าวกล้า ว่าจะฆ่าชีวิตรตนเสีย เมื่อนั้น มรณภยภีโต ก็ตระดกตกใจกลววแก่มรณภยานดราย ที่จะฉิบหายวายวอดน้นน มุสาวาทํ กโรนฺโต อาห พราหมณ์ก็กล่าวมฤษาวาท พรางพรอกออกอื้น สวดคาถาคืนว่าแก่เจตบุตรนายพรานด่งงนี้ อวชฺโฌ พฺราหฺมโณ ทูโต เจตปุตฺต สุโณห เม ฯ เจตปุตฺต ดูกรเจ้าเจตบุตรนายพราน พฺราหฺมโณ ทูโต อันว่าพราหมณาจารย์ผู้เป็นสารพิษัย ชเนหิ แลคนผู้กรใดรู้จักหน้า วิชฺชมาเนหิ อิมสฺมึ โลเก อันมีในแหล่งหล้า รู้ว่าข้าท้าวพญามหาราช อวชฺโฌ เมาะ อวธิตพฺโพ บมิพึงพิฆาฎฆ่าฟัน ให้สิ้นกรรม์เลวลาญ โหติ ก็มีด้วยประการด่งงนี้ เอส ธมฺโม สนนฺตโน เจ้าผู้แกล้งก่อกรุณา อดชีบาอย่ากริ้วโกรธ สุโณหิ จงมาฟงงสารโสดกูจตรสาย วจนํ คำอภิปรายชั่วเป้า โปราณยุตฺตํ อันควรด้วยผู้เถ้าผู้แก่แต่เพรงมา เม แห่งกูผู้จะจรรจาพาทีไปภายหน้า แล ท่านอย่าพ่าฆ่าชีเสียนี้นเจ้า ตสฺมา หิ ทูตํ น หนฺติ ห้ยมกูกล่าวแก่นายพราน อันว่าพระภูบาลแต่ก่อน บห่อนฆ่าสื่อเมืองเสีย เอส ธมฺโม สนนฺตโน อันว่าท้าวพญา และจะเยียหยาบ สวภาพจะฆ่าพราหมณ์ก็บมี นิชฺฌตฺตา สิวิโย สพฺเพ ชาวสีพีส่อสยด บัดนี้ท้าวธบมิได้คยด แก่พระสรรเพ็ชญ์เลอย ปิตา นํ ทฏฺฐุมิจฺฉติ สํเด็จพระราชบิดา ก็จะปรารถนาเห็นพระบาทไส้ มาตา จ ทุพฺพลา ตสฺส อันว่าพระราชชนนีทระพล ด้วยทุกขานลอันมากแล อจิรา จกฺขูนิ ชียเร เนตรยุคลก็พิการ เพื่อท้าวธปรปรานทรงกนนแสง เตสาหํ ปหิโตฺ ทูโต อันว่ากูนี้เปนบาแดงแทรงไซ้ สารส่งให้มาทูลข่าวแล เจตปุตฺต สุโณหิ เม จงธพรานไพรฟังกูตร่ายไตรกล่าวรา ราชปุตฺตํ นยิสฺสามิ กูนี้ท้าวธให้เอาข่าว มาเป็นสารพิษย เพื่อจะอันเชอญ ท้าวธเสด็จไปเมือง เล่าแล ยทิ ชานาสิ สํส เม ผิธยลเยื้องไพรพระดำหนักเจ้าจอมจักรจงบอกรา ฯ

ตทา เจตปุตฺโต เวสฺสนฺตรํ กิร อาเนตุํ อาคจฺฉติ ในกาลเมื่อนั้นจึ่งเจตบุตร ลุทธกรำพึง ด่งงจึงอันว่าพราหมณ์เถ้า มันจะมาอัญเชอญเจ้ากูไปเสวอยราชเล่าแล โสมนสฺสปฺปตฺโต นายพรานก็ชุ่มชื่นรื่นใจงาม ด้วยชีพราหมณ์น้นน โสดแล สุนเข พนฺธิตฺวา เอกมนฺเต ฐเปตฺวา มันกูผูกหมาพาไปไว้ ในต้นไม้แห่งอื่นแล พฺราหฺมณํ โอตาเรตฺวา ก็ปลงพราหมณ์ลงจากค่าไม้น้นน โสดแล สาขา สนฺถเร นิสีทาเปตฺวา ก็ให้พราหมณ์ยาจก ถกถเกองน่งงเหนือใบไม้ ที่มันปูไว้เป็นอาศนน้นน ปตฺตสฏฺเฐ พฺราหฺมเณ อาห อันว่าเจตบุตรนายพราน ก็สวดสารปรศรย แก่พราหมณคืนดงงนี้ ปิยสฺส เม ปิโย ทูโต ปณฺณปตฺตํ ททามิ เต ฯ โภ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ์ พิษย ตฺวํ อันว่าท่านผู้พระสญชยใช้มา เม ปิโย ก็เปนที่เสน่หาแห่งกู ทูโต ภวสิ ท้ยนเปนทูตทูลสาร เวสฺสนฺตรสฺส แห่งพระแพศยันดร ภูบาลเจ้าจอมจักร ปิยสฺส อันเปนที่รักที่ใคร่ เม แห่งกูผู้ธตั้งให้เปนใหญ่ในอารญ อหํ อันว่ากูผู้เปนนายกพนพรานป่า ปณฺณปตฺตํ ททามิ ก็ให้บรรณาการ อันมีค่าพันพึงใจ เต เมาะ ตุยฺหํ แก่ท่านผู้มาในสำนักนิเรา แลท่านฮา ฯ อิมญฺจ มธุโน ตุมฺพํ มิคสตฺถิญฺจ พฺราหฺมณ ฯ พฺราหฺมณ ดูกรพราหมณ อหํ อันว่ากูผู้ฟังความธกล่าว ข่าวว่าท้าวธใช้ ททามิ อิมญฺจ มธุโน ตุมฺพํ กูก็ให้นํ้าผึ้งรวงแลบาย มิคสตฺถิญฺจ อีกขาทรายเตอมต่างเข้าเปนผอก ตุยหํ แก่ท่านผู้จะไปบอกพระราชกิจการ เพื่อจะไปอันเชอญพระภูบาล บพิตรน้นน ฯ ตญฺจ เต เทสมกฺขิสฺสํ ยตฺถ สมฺมติ กามโทติ ฯ ยตฺถ เมาะ ยสฺมึ ปเทเส ยงงประเทศที่ใดน้นนท่าน เวสฺสนฺตโร ราชา ที่ท้าวธผู้ผ่านแผ่นดิน อันเป็นนรินทรนายก กามโท อันให้อิ่มอกโลกยสงสาร อวยพระทานอรเอม เปรมปราถนาเนืองนิตย์ สมฺมติ เมาะ วสติ แลท้าวธเสด็จสถิตยสิงสังวาส อหํ อันว่ากูผู้ฉลวยฉลาดในพนาลี ถ้องพิถีวงกาจล อกฺขิสฺสํ เมาะ กเถสฺสามิ ก็จะบอกดํบล บมินาน ตํ ปเทสํ ที่ธสถิตยสถานประเทศ เต เมาะ ตุยฺหํ แก่ท่านผู้จะไปอัญเชอญพระนเรศท้าวธเมื้อเมือง ท่านน้นน ฯ

ชูชกปพฺพํ นิฏฺฐิตํ อันประดับประดาด้วยพระคาถา ๗๙ พระคาถา คณนา ในชูชกบรรพพระสรรเพชญ์บันทูล บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้แล

ลำดับต่อไป กัณฑ์จุลพน โปรดติดตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กันยายน 2563 20:35:48 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3933


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 24 กันยายน 2563 21:00:43 »




 จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดพนมยงค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

กัณฑ์จุลพน
๑.สุนัขเจตบุตรเห็นชูชกก็รุมไล่กัด ชูชกหนีปีนขึ้นต้นไม้
๑.นายเจตบุตรเห็นก็ขู่ว่าจะยิงด้วยหน้าไม้ ชูชกไหวดีแก้ว่า เป็นทูตของพระเจ้ากรุงสญชัย เจตบุตรเชื่อ
   ผูกสุนัขเข้ากับโคนไม้ ต้อนรับชูชก ถามว่าอะไรอยู่ในย่าม ชูชกชี้ไปที่กลักพลิกกลักงาว่า นี่คือกลักพระราชสาร
๑.เจตบุตรเชิญชูชกขึ้นไปบนเรือน ให้กินเนื้อย่างจิ้มนํ้าผึ้ง แล้วก็พาออกไปชี้มรรคา
๑.เจตบุตรพรรณนาพรรณไม้ อันมีในป่าหิมพานต์แล้วบอกทางที่จะไปสู่เขาวงกฏ และว่าจะไปพบกับอจุตฤษี.

๏เอวํ เจตปุตฺโต พฺราหฺมณํ โภเชตฺวา ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ทวยทรงศีลวิสุทธิ์ เจตปุตฺโต อันว่าเจตบุตรลุทธพนจรก ยังชูชกชีชรา ให้กินโภชนาหาร ด้วย ประการดั่งนี้แลแล้ว ฯ ปาเถยฺยตฺถาย ตสฺส มธุโน ตุมฺพญฺเจว ปกฺกมิคสตฺถิญฺจ ทตฺวา เจตบุตรก็ดำแลงแปลงปล้องไม้ ให้นํ้าผึ้งเป็นผอก ตวงเต็มบอกภอพ่าง เนื้อยองย่างภอพยง ประโยชน์เป็นสบยงภอแพ่ง ตกแต่งให้แก่พราหมณ์นั้น โสดแล มคฺเค ฐเปตฺวา ทกฺขิณหตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา จึ่งให้พราหมณ์อยู่แนบ แทบทางที่จะกว่า พรานป่ายอใดสดำ มหาสตฺตสฺส วสโนกาสํ อาจิกฺขนฺโต อาห เมื่อจะแนะนำวงวัศที่พระมหาสัตว์เสด็จอยู่นั้น ก็ซั้นสวดคาถาดังนี้ เอส เสโล มหาพฺรหฺเม ดูกร พราหมณ์ เขาขยวงามลออ ดาดดำถมอทมื่น ไม้ไล่หื่นห่อมฉํ ปพฺพโต คนฺธมาทโน สมตรยกคันธมาทน์ โดยด้ามอาทิสวคนธ์ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา ตรมวลใดแดนราช พระบาทแพศยันดร สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ กับสองอรหน่อเหน้า มัทรีเกล้ากษัตรีย์ ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ ทรงเพศชีอยู่เถื่อน งามเงื่อนพร้อม เพรียงพรหม อาสทญฺจ มสญฺชฏํ ลบํศิวภัศมบรรัษจองชฎาธาร จมฺมวาสี ฉมา เสติ ภักสังวารนุ่งหนังเสือ ไสยาศนเหนือแผ่นดิน ชาตเวทํ นมสฺสติ ปรดิทินเงื่อนปรเตยก ไหว้ไฟเฟกเปลวเปล่ง บำเพ็ญเพ่งพยรธรรมอยู่นั้น เอเต นีลา ปทิสฺสนฺติ เห็นขยวหลยวแต่ไกล กันลองไพรอํพน นานาผลธรา ทุมา ไม้มีผลต่างต่าง ช่อช้อย ช่างแชรงดวง อุคฺคตา อพฺภกูฏาว สุดสรวงสูงวิเวก จอมจิ้มเมฆพยู่ห์ นีลา อญฺชนปพฺพตา สรพู่ขยวพรายเพรา ดูดุจเขานิลาญชัน ธวสฺสกณฺณา ขทิรา หูกวางพรรค์กระแบก ตคยรแมกมี่มีสาง สาลา ผนฺทนมาลุวา สรคร้อยางรังราย ทรสายกิ่งชื้อชัฏ สมฺปเวเธนฺติ วาเตน ต้องลมลัดลันโทน ทบท่าวโอนลันทวย สกึ ปีตาว มาณวา ปรยบชายมวยมึกเหล้า เมากลิ้งเกล้าเกลือกเดิร อุปริ ทุมปริยาเยสุ นกหคเหินเหลือแหล่ จับไม้แซ่ขันขาน สงฺคีติโยว สุยฺยเร สัตว์บันสารเสียงศรี ดุจดนตรีสารสวรรค์ นชฺชุหาโกกิลา สงฺฆา ดุเหว่าพรรค์ภูลโดก นกลางโบกบินฉวาง สมฺปตนฺติ ทุมา ทุมํ รี่ร้องวางโผผาย จับไม้กรายเกริ่นก้อง อฺวหยนฺเตว คจฺฉนฺตํ สารดุจร้องรยกคน อันเดิรหนทางเหนื่อย สาขาปตฺตสมีริตา ไม้ไล่เฉื่อยสยงก้อง เพื่อลมต้องกิ่งใบ รมยนฺเตว อาคนฺตํ คนมาไกลแกล่ใกล้ อยุดอยู่ได้แรงรมย์ โมทยนฺติ นิวาสนํ เย็นเฉื่อยฉํสังวาส ห่อนใคร่คลาศคลาคืน ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา ด้าวใด หืนหรรษาโมทย ด้าวน้นนโพธิสำนักนิ สหปุตฺเตหิ สมฺมติ ด้วยลูกรักแลเมียมิ่ง นักธรรมยิ่งใจบุนย์ ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ อดุลด้วยเพศพรต จำศีลสงดบำเทอง อาสทญฺจ มสญฺชฏํ เถกองกุณฑวิธี โมลีเทอดชฎาธาร จมฺมวาสี ฉมา เสติ สำราญปล่ยวเปล่าอาศน์ แฝกเฝื่อคาดคาครอง ชาตเวทํ นมสฺสติ โหมกุณฑ์กองสการ อ้างองค์อาริยปรเตยก ตั้งวิเวกวักกรรม อยู่นั้น ฯ

๏ ตโต อุตฺตรึปิ อสฺสมปทํ วณฺเณนฺโต อาห ฯ เจตปุตฺโต อันว่า เจตบุตรลุทธไพรทเมิน เมื่อจะสรรเสรอญห้องหิมเวศ ที่พระเพศยันดรตรัส อันวิวัธวิเวก อุตฺตรึ อเนกบรรยาย ก็ภิปรายด้วยพระคาถาดังนี้ อมฺพา กปิตฺถา ปนสา ดูกรทชีพราหมณ์ ไม้ม่วงงามมขวิดขนุน สาลา ชมพู วิเภทกา รังรยงหว้าพึงภุญช์ พิเภทเพจผกากาญจน หรีตกี อามลกา สมอหมากขามป้อม พกค่าค้อมทั้งลำลาญ อสฺสตฺถา พทรานิ จ โพบายตรบอกบาน พุทราหวานวังเวงใจ จารุติมฺพรุกฺขา เจตฺถ พลับทองลังลองเลือง ผลเรืองรังรองไร นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา หมากสังสรลมไทร ใบทรสุมทรสายศาล มธุมธุกา เถวนฺติ ทรางสุกลูกช้อยโชด ลิ้มไล้โอชกระเอบหวาน นีเจ ปกฺกา จุทุมฺพรา เดื่อดองบมานมาน ดานดื่นลูกถูกไขขจร ปาเรวตา ภเวยฺยา จ กล้วยหอมกล้วยงาช้าง ลูกอ้าอ้างงากุญชร มุทฺทิกา จ มธุตฺถิกา กล้วยตีบแตงนวลอร คอนเครือสรล้างบ้างปลีแปลน มธุํ อเนลกํ ตตฺถ ผึ้งรวงบมีแม่ ผึ่งผืนแผ่พยงผูกแขวน สกมาทาย ภุญฺชเร ใคร่กินบเยียแคลน ในดงแดนดูหลากหลาย อญฺเญตฺถ ปุปฺผิตา อมฺพา พวงพู้นไม้ม่วงอื่น ช่อช้อยชื่นแชรงสอสวาย อญฺเญ ติฏฺฐนฺติ โทวิลา โรยดวงพวงผลพลาย หลายหลั่นปลูกบปูนปาน อญฺเญ อามา จ ปกฺกา จ อ่อนแก่ห่ามดิบสุก ช่อช้อยชรุกระโยงยาน ภิงฺควณฺณา ตทูภยํ กบขนองสองสัณฐาน ปานปรยบม่วงสุกใสขจี อเถตฺถ เหฏุฐา ปุริโส ชายใดเดอนแหบให้ นั่งภายใต้เปรมปรีดิ์ อมฺพปกฺกานิ คณฺหติ เลือกกินโดยอิษฎ์ ม่วง กิ่งแปล้ปลิดถึงมือ อามานิ เจว ปกฺกานิ สุกดิบดกกิ่งก้อม พกค่าค้อมคู่ใบถือ วณฺณคนฺธรสุตฺตมา กลิ่นรศพันเลอศลือ คือรศฟ้าไล้ลูกงาม อเตว เม อจฺฉริยํ อัศจรรย์ในป่ากว้าง กว่าอกอ้าง กูอ่านความ หิงฺกาโร ปฏิภาติ มํ ฟังแฮ ทชีพราหมณ์ คือโคมยามกระอึกอึง เทวานมิว อาวาโส อาวาศคือวาศพ ลบโลกไตร ตรึงษ์ โสภติ นนฺทนูปโม ไม้ไหล้เลอดแลพึง คำนึงนันทโนทยาน วิเภทกา นาฬิเกรา พราวตาลตรการกล รศคนธเจือจาน ขชฺชุรีนํ พฺรหาวเน ไพรพฤกษ์พิลาศ สถาน หื่นหอมหวานวางเวงใจ มาลาว คนฺถิตา ฐนฺติ บุษปมาลยบานแกล้งกรอง ในกันลองกันลงไพร ธชคฺคาเนว ทิสฺสเร ช่อช้อยกวะแกว่งไกว คือธงไชยโบกโบย บน นานาวณฺเณหิ ปุปฺเผหิ ดอกไม้หลายแสงโสด บานช่วงโชติทั้งไพรพน นภํตาราจิตามิว พยงพื้นในนภดล ดำกลดาดด้วยดวงดาว กุฏชีกุฏฺฐตครา กฤษณาแล กอโกฐ ไม้มูกโสดตระศักดิ์สาว ปาฏลิโย จ ปุปฺผิตา แคแจรเจอรอญจราว แคฝอย ขาวแข่งแบ่งบาน ปุนฺนาคา คิริปุนฺนาคา งั่วนาวทรนาวเนก กรูดฉุรเฉกจรุงธาร โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา ทองหลางสรล้างกาญจน์ บานเรืองรุ่งคือเพลิงพราย อุทฺทาลกา โสมรุกฺขา ชยพฤกษมรุํรยง เพจพวงพยง พิโดรถวาย อคลุ ภลฺลิยา พหู ตาเสือ ชรมยงชายหมายมหวดมหาดแหน ปุตฺตชีวา จ กุกฺกุฏา คำไก่ ไตรโตรดตร่างกิ่ง กระช่างเฉกไม้แมน อสนา เจตฺถ ปุปฺผิตา ประดู่ดื่นหมื่นแสน ดอกดาดแดนด้าวอาศรม กุฏชา สรฬานีปา เตงแต้วมูกมันช้อย สรลสยดสร้อยรำเพยลม โกสมฺพา ลพุชาธวา กรเบาสำลอสรลํ ตรแบกลมตรบัดโบย สาลา จ ปุปฺผิตา ตตฺถ รังร่มดวงบานชื่น ศาลารื่นเมื่อลมโชย ปลาลขลสนฺนิภา ดอกไม้อันบานโรย โกยกลู่กลาดคือลาญใน ตสฺสาวิทูเร โปกฺขรณี สระโบษขรณี ใกล้กุฎีเจ้าจอมไตร ภูมิภาเค มโนฺรเม เปนที่จำเริญใจ นํ้าสระใสหมดมุลทิน ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา อาเกียรณ์อุบลบัทม์ สโรชรัตนรวยริน เทวานมิว นนฺทเน พยงสระสำอางอินทร อันชื่อนันทโบษขร อเถตฺถ ปุปฺผรสมตฺตา รศมาลยบานหื่นหอมขจร กลบสร้อยสระสร ตระหลบคืออบชลธาร โกกิลา มญฺชุภาณิกา โกกิลเรื่อยร้องสยงหวาน ถ้อถ้อยบันสาร เสนาะสโนควังเวง อภินาเทนฺติ ตํ วนํ พันฦกกึกก้องอลเวง ป่าเปนบันเลง แลฟัง บันลุงลาญทรวง อุตุสมฺปุปฺผิเต ทุเม ไม้ไหล้หลายพรรค์เพลจพวง เพยียบุษปบานดวง เมื่อกาลระดูดูดี ภสฺสนฺติ มกรนฺเทหิ เรณูร่วงรายโรยขจี จากเกษรศรี สุรศเร้ารวดขจร โปกฺขเร โปกฺขเร มธู อยาดอยดมฤธุรศเอมอร มฤธุโบษขร ก็มีในสระบัวบง อเถตฺถ วาตา วายนฺติ มารุตรำเพยพานลง ลาดพฤกษไพรรหง ก็หวรยังสร้อยสระฉนยร ทกฺขิณา อถ ปจฺฉิมา พัดแต่ทักษิณ ฉวัดฉวยร ประจิมวงวยร เปนทักขิณามณฑล ปทุมกิญฺชกฺขเรณูหิ ลอองโอชสาโรชรศคนธ์ ขจรจรุงจรบล ตรเลอศตรลบอบอาย โอกิณฺโณ โหติ อสฺสโม เกสรเสารพโปรยปราย อาศรมดุจถวาย ภิเณษหื่นหอมขจร ถูลา สิงฺฆาฏกา เจตฺถ กระจับใหญ่มีในโบษขรเท่าศีษะกาษร และใบบแรงภักษภุญช์ สํสาทิยา ปสาทิยา สุทธสาลีโอทยอดูล มีมากมายมูล ก็ภูลในสร้อยสรสรรค์ มจฺฉกจฺฉปพฺยาวิทฺธา เต่าปลาจริจราวจรจรัล เปนพวกพวกพรรค์ก็หว้ายลลยบเลมไคล พหู เจตฺถ มุปยานกา ปูเปี้ยวเที่ยวคลํ่าสระใส เห็นตัวแต่ไกลก็มีก็มากหลากหลาย มธุํ ภิเสหิ สวติ มฤธุรศบัวบทมบันลาย จากง้วนเหง้าหมาย สุรสแม้นมาธูร ขีรํ สปฺปิ มุฬาลิภิ อรพินธุนพนิดเพ็ญภูล บทมบันลายมูน ก็ภูลทุกพรรณพึงชม สุรภิ ตํ วนํ วาติ ป่านั้นหรรษาหื่นหอมฉํ เรื่อยเรื่อยรวยลม รำพายรำเพยรศมาลย์ นานาคนฺธสเมริตํ กลั้วกลิ่นจวงจันทร์จรุงธาร กลิ่นบุษปแบ่งบาน บันเทองบันเทาทรหวร สมฺโมทิเตว คนฺเธน ชายใดเดอรร้อนรนนจวน จวบสร้อยสรสวร ก็หายกัลหายหื่นหรรษ์ ปุปฺผสาขาหิ ตํ วนํ หันหื่นชื่นชมบุษบรรณ บุษบาเบญพรรณ ก็หอมกระหลบอบองค์ ภมรา ปุปผคนฺเธน หมู่แมลงผึ้งพรรณกันลง เมาซาบเชยบงษุ์สุวรรณเรณูนวล สมนฺตามภินาทิตา หอมหื่นชื่นบุษปจันทร์จวน อื้ออื้ออึงอวร กันลงกันลึงคลึงคนธ์ ฯ อเถตฺถ สกุณา สนฺติ อนึ่ง โสดนกนานานนต์ จับแจโจษจล สะพรักสะพรยกสระศรี นานาวณฺณา พหู ทิชา เกิดแต่ไข่ขาวขยวขจี แดงเหลืองหลายศรี พิจิตรขนแข่งขยน โมทนฺติ สห ภริยาหิ เคล้าคลอคู่เคียงชรมยร ใช้สลาบหรรหยนดันเหิมกระสรรสยวสนน อญฺญมญฺญํ ปกูชิโน ถ้อเถื่อนเพื่อนภาษากัน ร้องรับขานขัน ตระศักดิ์ตระสยกพรยกไพร ธอยู่นั้น ฯ นนฺทิกา ชีวปุตฺตา จ ชีวปุตฺตา ปิยา จ โน ปิยา ปุตฺตา ปิยา นนฺทา ทิชา โปกฺขรณีฆราติ อาทินี เตสํ นามานิ ดูกรพราหมณ์ นกหนึ่งนามเปนอาทิ์ นันทิกชาติ์ทิชากร เตสุ หิ ปฐมา สามิ เวสฺสนฺตร อิมสฺมึ วสนฺโต นนฺทาติ วทนฺติ ก็ร้องถวายพระพรเปนประถม แต่บรมนเรศเวศยันดรดิลก ด้วยพิหคภาษา ดังนี้ สามิ เวสฺสนฺตร ข้าแต่พระผู้ผงรแผ่นแผ้ว จงเจ้ากูอย่ารู้แคล้วความสุข ให้นฤทุกข์นฤโทษ นฤไภยโสดสำราญ ในสุรสถานดำหนักพน อย่ารู้วิจลสักอันเลยพ่อฮา ฯ ชีวปุตฺตา จ เมาะ ทุติยา ตฺวญฺจ สุเขน ชีวปุตฺตา จ เตติ วทนฺติ พรรคหนึ่งนกชื่อชีวปุตตา คํรพชรไมมามเหมื่อย อเอื่อยอื้ออวยไชย ข้าแต่พระไกรกฤษดิกระษัตรี ขอเจ้ากูจงทรงพระพิรียเจริญผล สกลสัตว์สบสังวาศ พำนักนินารถอยู่เย็น เพื่อเปนศิริสวัสดิ์ ธจงเสวยศุขด้วยสองรัตนราชเอารส ให้พระยศยิ่งยืนโยค อย่าร้อนโรคลำเค็ญ สักคาพเลย พ่อฮา ฯ ตติยา ตฺวญฺจ ปิยา ปุตฺตา เจติ วทนฺติ นกพวกพรรณที่สาม มีนามปิยาปุตตา ชุมกันมานะมี่ระรี่ร้องถวายพร ข้าแต่พระผู้อดิศรณสัตวโลกย์ จงท้าวธอาโภคภิรมยรักษ์ พระชาลีลักษณ์เลิศลูกยา แก้วกัณหาลูกหญิง อยู่ศุขสิงสังวาศ อีกนางนารถมัทรี ดาบศนีนงโพธ เสวอยศุขจิโรจอย่ารู้เศร้า ยืนต่อท้าวอวสาน ข้าสํภารพึ่งอยู่เย็น วายวิเวรวิวาท บอาฆาฏอคากัน เพราะพระถวัลถวิลโลเกษ อย่าประเหตุสักคราเลอย พ่อฮา ฯ จตุตฺถา ตฺวญฺจ ปิยา นนฺทา จ เตติ วทนฺติ นกหนึ่งชื่อปิยานันทาสกูณ มาคํรพจตูรสรดื้นสรดัด อื้นอวยพระพร แด่พระแพศยันดรซะแซ่ ข้าข้อยแด่ธเจ้าหล้าธล้ยงฟ้าดินเย็น เพื่อพระเปนฉัตรแก้ว ฉัตรกั้งแผ้วแผ่นไตร สบสมัยไมตรีราช ถ้วนหน้าสาธุ์พำนักนิ์ จงพระจอมจักรมาปรีดา ด้วยพระกัณหาชาลี เกรษนีนางนักพรต มัทรียศยอดไท้ ให้เจริญชนม์ชีพ อยู่ศุขสืบหย่ารู้เศร้า อย่ารู้เถ้ารู้ตาย อย่ากันหายสักคาพเลอย พ่อฮา ฯ ทิชา โปกฺขรณีฆรา อันว่าฝูงพิหคากรทั้งปวง อยู่รังรวงรยงรอบ ริมคันขอบโบษขรณีในที่นั้น โสดแล ฯ มาลาว คนฺถิตา ฐนฺติ ดูกรพราหมณ์ ดอกไม้งามเงื่อนแต้ม แชรงยอดแย้มผกาแจรง ธชคฺคาเนว ทิสฺสเร จาวจำแทงจำเทิด โฉมฉินเฉิดเฉกธง นานาวณฺเณหิ ปุปฺเผหิ ขยวขาวดงแดงดาษ โอภาศพรรณพึงชม กุสเลหิ สุคนฺถิตา เกิดเองสํเสมอแต่งร้อยรอบแห่งสระศรี โบษขรณีนั้นนพราหมณ์ ยตฺถ เวสฺสนฺตโร ราชา อารามใดที่ธเสด็จดล ชีก็จยลเยืองพระตำหนัก สห ปุตฺเตหิ สมฺมติ ท้าวธเสด็จด้วยลูกรักแลเมียแก้ว มัทรีแล้วเลอศนาง ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ เว้นวางเครื่องครองกระษัตร พรหมจรรย์จรัสเจรอญผล อาสทญฺจ มสญฺชฏํ ถืออาสทญขอก่ยว จองชฎาช่ยวโหมอาหุดี จมฺมวาสี ฉมา เสติ จัมมวาสีไสยาศน์ แผ่นดินดาษใบไม้ ชาตเวทํ นมสฺสติ เปลวไฟไท้ธนบอนนต์ แทนทศพลปรเตยกนั้น ฯ

๏ เอวํ เจตปุตฺเตน เวสฺสนฺตรวสนฏฺฐาเน อกฺขาเต ชูชโกปิ ตุสฺสิตฺวา อันว่าชีชูชกเถ้าฝอก ครั้นได้ยินเจตบุตรบอกตำบลสิ้นเสร็จ ที่พระศรีสรรเพชญ์แพศยันดรดิลก เถ้าก็อิ่มอกอิ่มใจ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต เมื่อจะปราไสยตอบ ขอบแก่นายพราน ก็สวดสารพระคาถา ดังนี้

               อิทญฺจ เม สตฺตุภตฺตํมธุนา ปฏิสํยุตํ
               มธุปิณฺฑิกา จ สุกตาโย      สตฺตุภตฺตํ ททามิ เตติ
               ๏ สตูตูเต้าเถื่อนถือมา
               เคล้าคลุกมธุราเอมโอชอ้อย
               แม่นางมิ่งมิดดาผดุงแต่ง
               เขือขอบใจข้อยให้แก่เจ้าจงเอา กินเทิญ

ตํ สุตฺวา เจตปุตฺโต อาห อันว่านายพรานเจตบุตร ฟังพราหมณ์วุฒิกล่าวดังนั้น กซั้นผคตวาจก แก่ชีชูชกคืน ดั่งนี้ ฯ ตุมฺเหว สมฺพลํ โหตุ อันว่าเข้าสตูที่ทบอกทแบ่ง จงเปนแพ่งเปนภักษ์ ท่านเทิญ นาหํ อิจฺฉามิ สมฺพลํ รับแกล้งกล่าวแก่กู กูก็บยินดี ดูที่จะเอา โสดเลอย อิโตปิ พฺรหฺเม คณฺหาหิ แต่นี้เถ้าจากกูไกล จงเอาไปเปนสํพลังเล่าเทอญ คจฺฉ พฺรหฺเม ยถาสุขํ โดยหวังธลีลาศ จำอย่าคลาสคำกูสั่งนี้ อยํ เอกปที เอติ อันว่าผลูนี้บแพร่งบแพร่ จุเต้าแต่ตีนดยว เดอรแล อุชุํ คจฺฉติ อสฺสมํ ทางเที่ยวแซ่วซื่อเฉพาะ พอบงเบาะบริเวณ พระนเรนทรราชฤๅสิทธิ์ เสด็จตั้งพิทธีอยู่นั้นโสดแล ฯ อิสีปิ อจฺจุโต ตตฺถ ธก็จะพบฤๅษีตนหนึ่ง แทบท่ามกึ่งกลางหน อนนตนามอรรจุต ปงฺกทนฺโต รชสฺสีโร ฟันขาวสุดสิโรเพศ เกล้ากลุ่มเกษธุลีเลือน ธาเรนฺโต พฺราหฺมณวณฺณํ เหมือนเพศพรหมพรํ่าพร้อม ชฎิลด้อมเดินดง อาสทญฺจ มสญฺชฏํ สังวาลบงบ่าฉวยง จองชฎาดยงดูดาษ จมฺมวาสี ฉมา เสติ จำมาวาศนอนแผ่น ใบไม้แท่นยมไผท ชาตเวทํ นมสฺสติ ไหว้ไฟใจวิเวก เงื่อนปรเตยกศรีอริยนั้น ตํ ตฺวํ คนฺตฺวาน ปุจฺฉสฺสุ โส เต มคฺคํ ปวกฺขตีติ ดูกร พราหมณ์ จงธถามทางตยาคต ยังพระดาบศตนนั้น ธก็จะบอกบั้นพิถี ให้ทชีทุกประการ โสดแล ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห อันว่าสํเด็จพระมารพยศน์ ผู้กลยดเกลศราค ก็มีพุทธพากยโองการ แก่ภิกษุบริพารทั้งผอง ดังนี้ อิทํ สุตฺวา พฺรหฺมพนฺธุ เจตํ กตฺวา ปทกฺขิณํ อุทคฺคจิตฺโต ปกฺกามิ เยนาสิ อจฺจุโต อิสีติ ฯ ภิกฺขเว ดูกรสงฆ์ ทวยพงษ์พวกสราพก ชูชโก อันว่าเถ้าชูชกชีโฉด พฺรหฺมพนฺธุ เมาะ พฺราหฺมณปุตฺโต เค้าโคตรเผ่าพันธุพราหมณ์ สุตฺวา ครั้นได้ฟังความเสร็จสุด อิทํ เมาะ เจตปุตฺตวจนํ คำเจตบุตรบอกบรรยาย เจตํ กตฺวา ปทกฺขิณํ เถ้าก็ผันผายประทักษิณสามรอบ ขอบแก่นายพราน อุทคฺคจิตฺโต เมาะ โสมนสฺสปตฺโต มีกมลเบิกบานบันเทิงเริงรื่น ดันเหิมหื่นหรรษาโมทย์ อ้าบัดนี้กูจะลุลาภโสดเสร็จสม คเณแม่นมิอย่า อิสิ อันว่าทางท่าป่าดง พงพนัศลิ่วลี่ ที่พระฤๅษีศีลวิสุทธ ชื่อว่าอรรจุตใจอจล อสิ เมาะ อโหสิ แลมีพิริยเจริญผลบำเพ็ญฌาณ เยน เมาะ ทิสาภาเคน ในพนกรรดารด้าวแดนใดนั้นโสด ปกฺกามิ เถ้าก็ตระโหมดมุ่งเมอล ตกตีนเดอรซซ่อง ยังชั้นช่องวไว่ทายเท้าไผ่ผผํ้า ท่องทางถํ้าทิวเทิน ข้ามเขาเขินไพรพนอง ลำลองเดอรโดดดยว แขงขํ่าขยวครยวเคร่ง ราคาแรงเร่งบมิอยุด ดลแดนกุฏิพระอรรจุตเจ้าใจอารยนั้น ฯ

จุลฺลวนวณฺณนา นิฏฺฐิตา  จุลพน ๓๕ พระคาถาจบเสร็จ พระสรรเพชญ์บันทูล ก็บริบูรณ์พระธรรมเท่านี้แล ฯ

ลำดับต่อไป กัณฑ์มหาพน โปรดติดตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กันยายน 2563 21:05:11 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.025 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 19 ตุลาคม 2563 04:17:59