[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
19 ตุลาคม 2564 09:49:06 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นไปของมนุษย์หลังตาย : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต หนองคาย  (อ่าน 262 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 4380


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 18 กันยายน 2563 17:04:24 »


ขอขอบคุณเว็บไซต์ winnews.tv (ที่มาภาพ)

ความเป็นไปของมนุษย์หลังตาย

ถ้าทำบาปไว้แล้วก็จะไม่ได้วนเวียนอยู่ในโลกอันนี้แล้ว ไปสู่ยมโลกนู่นแล้วแต่ยมบาลจะตัดสินไปยังไง ก็ขึ้นอยู่กับยมบาลจะพึงซักถาม ได้ทำบุญอย่างไรได้ทำบาปอย่างไรตั้งเป็นมนุษย์ จะไปโกหกยมบาลก็ไม่ได้เพราะยมบาลรู้ มีบัญชีอยู่หมด ใครทำบาปก็อยู่อีกบัญชีหนึ่ง ใครทำบุญก็มีอยู่อีกบัญชีหนึ่ง อย่างนั้นเพราะฉะนั้นจิตวิญญาณใดตายแล้วถ้าไปสู่สำนักยมบาลนะมันต้องพูดตรงไปตรงมา ถ้าหากว่าเวลายังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ผู้นั้นมาปรารภถึงความแก่ความเจ็บความตายอยู่เสมอๆ ว่าคนเรานี้ชีวิตจะเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของแน่นอน ตายลงไปแล้วเราทำกรรมดีไว้มาก กรรมดีก็จะนำไปสู่ความสุข ถ้าเราทำกรรมชั่วไว้มากความชั่วก็จะนำไปสู่ความทุกข์

ได้หมั่นพิจารณาอยู่อย่างนี้จนชิน จนไม่เห็นว่าชีวิตนี้เป็นไปอย่างอื่น จนมันเห็นตามสภาพความจริงอย่างนี้ เวลาไปสู่สำนักยมบาล ยมบาลก็จะถามว่า แต่เป็นมนุษย์อยู่นั้น เคยเห็นคนแก่ไหม เคยเห็นคนเจ็บไหม เคยเห็นคนตายไหม ก็จะต้องตอบว่าเคยเห็น เมื่อเห็นแล้วพิจารณาอย่างไร ถ้าผู้ที่เคยพิจารณาบ่อยๆ อย่างว่านั้นน่ะก็จะตอบยมบาลว่า เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วก็เกิดความสังเวชสลดใจว่าคนเรานี่เกิดมาแล้วชีวิตสังขารร่างกายนี่เป็นของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน มีความเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้นแล้วก็แปรปรวนในท่ามกลางก็แตกดับในที่สุด ก็เป็นอย่างนี้เคยคิดเคยพิจารณาจนเกิดความสังเวชสลดใจในนามในรูปอันนี้ ยมบาลถามว่าเมื่อเกิดความสังเวชสลดใจแล้วทำอย่างไรต่อไป ก็จะต้องตอบยมบาลว่า เมื่อเห็นว่าชีวิตนี้เป็นของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืนแล้วเช่นนี้ก็จะต้องว่ารีบเร่งทำบุญกุศลเข้าไป ไม่ประมาท สิ่งใดที่เป็นบาปเป็นโทษก็ไม่ทำไม่พูด ก็พยายามทำพยายามพูดแต่ในสิ่งที่มันไม่เป็นบาปเป็นโทษมาโดยลำดับ เออถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต สมควรที่จะได้รับความสุขความเจริญต่อไป แล้วยมบาลก็ปล่อยขึ้นสวรรค์บาดนิ

ถ้ายมบาลถามอย่างนั้นบางคนน่ะไม่เคยได้ภาวนา ไม่เคยได้พิจารณาถึงความแก่ความเจ็บความตาย ไมได้พิจารณาถึงกรรมดีกรรมชั่ว ไม่ได้พิจารณาถึงผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วมันเป็นอย่างไร เมื่อยมบาลถามก็ตอบไม่ได้ ตอบได้แต่ว่าคนเราเกิดมาแล้วก็ต้องแก่เจ็บตายเป็นธรรมดา เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วทำอย่างไรต่อไป ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อไปบาดนิ ไม่ได้ทำความดีอะไร เมื่อไม่ทำความดีแล้วไปทำอะไร..ก็ไปทำบาป ฆ่าสัตว์บ้าง ลักทรัพย์บ้าง ประพฤติผิดในกามบ้าง กล่าวมุสาวาทบ้าง ดื่มสุรายาฝิ่นเฮโรอีนบ้าง ผู้ใดทำกรรมชั่วอย่างไรก็ต้องระบุออกไปอย่างนั้น โกหกไม่ได้ ยมบาลลงบัญชีไว้แล้ว ยมบาลก็จะพิจารณาบาดนิ พิจารณาก็เห็นว่า แกนี่เป็นผู้ประมาท เกิดเป็นคนทั้งที ได้พบพุทธศาสนาด้วย ทำดีไม่ได้ ทำแต่กรรมชั่ว กรรมชั่วนั่นจะต้องตามสนองแกให้เป็นทุกข์ เราก็ช่วยไม่ได้

พอยมบาลตรัสอย่างนั้นแล้วนิ่งอยู่ ต่อจากนั้นนายนิรยบาลก็นำนักโทษอันนั้นแหละไปแล้วบาดนิ ไปโยนลงนรกนู่น ได้รับทุกข์ทนทรมาน น้ำร้อนลวก ไฟเผา ตายแล้วบาปกรรมไม่หมดก็กิดขึ้นมาใหม่ เกิดขึ้นมาแล้วก็ถูกน้ำร้อนลวกไฟเผา ร้องครวญครางดิ้นกระเสือกกระสนไปมา ปีนป่ายขึ้นไปบนบก เอ้า นายนิรยบาลก็จับซัดลงไปสู่นรกอีก ทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้นแหละน๊านแสนนานกว่าจะพ้นจากนรกใหญ่มา เมื่อพ้นจากนรกใหญ่มาแล้วก็มาตกนรกน้อยบาดนิ นรกขุมน้อย ทนทุกข์ทรมานอยู่นั่นอีกก็ไม่หนักเหมือนนรกใหญ่ นานไป นานไป บาปกรรมที่มันให้ไปตกนรกหมดลงก็พ้นจากนรกนั้น พอพ้นจากนรกนั้นแล้วก็ไปเกิดเป็นเปรตบาดนิ เพราะบาปกรรมยังไม่หมด เสวยทุกข์ทนทรมานจากความเป็นเปรตอยู่นั้นก็นาน อดข้าวอดน้ำเพราะว่าตนไม่ได้ทานข้าวมาแต่ก่อนนู้น ไม่มีผ้านุ่งห่มเพราะว่าตนไม่ได้ให้ผ้านุ่งห่มเป็นทานมาแต่ก่อน ไม่ได้ให้น้ำเป็นทาน หิวน้ำ น้ำอยู่ใกล้ๆ ก็ดื่มไม่ได้เพราะท่านกล่าวไว้ในตำราว่า ปากของเปรตนี่มันเล็กเหลือเกินนะ เพียงแต่แค่ว่าเอาเข็มหยั่งเข้าได้แค่นั้นเองแล้วน้ำมันจะเข้าได้ยังไง

เป็นอย่างนี้บุคคลผู้ที่มีบาปติดตัวไป จะต้องได้เสวยทุกข์ทนทรมานไปโดยลำดับๆ เอ้า หมดจากกรรมเวรอันที่ให้ไปเป็นเปรตหมดลงก็ไปเป็นอสุรกาย เกิดเป็นคนดุร้าย เป็นคนอำมหิต เป็นคนขี้กระจอกงอกง่อย หาเลี้ยงตัวเองก็ไม่ได้ อาศัยผู้อื่นเป็นอยู่ เอ้า หมดจากกรรมเวรที่ให้เป็นอสุรกายนั่นแล้วก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน พ้นจากสัตว์เดรัจฉานนั่นแหละถึงได้เกิดมาเป็นคน เมื่อหากว่าผู้นั้นได้สร้างกุศลไว้บ้างแต่ก่อนนะ บัดนี้มันถึงวาระบุญมันให้ผลบาดนิ ได้เกิดมาเป็นคน แต่หากว่าเมื่อเศษบาปอันนั้นยังไม่หมด ต้องมาเกิดเป็นคนขี้กระจอกงอกง่อยอยู่อีกแล้ว ร่างกายก็ไม่สมบูรณ์พูนสุข มีข้อบกพร่องอันใดอันหนึ่งอยู่นั่นแหละ แล้วก็ไม่เป็นที่พอใจของบุคคลทั้งหลาย บุคคลทั้งหลายได้เห็นเข้าก็รังเกียจเดียดฉันท์ ไม่ปรารถนาจะคบหาสมาคมด้วย อันนี้เรียกว่าเศษบาปน่ะมันปานนั้นแหละ เราเห็นกันอยู่ไม่ใช่หรือ หมู่มนุษย์ที่เกิดมาบางหมู่บางพวกน่ะ ร่างกายทุพพลภาพ ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องขอทานเขากินไปวันๆ อย่างนี้นะ มันเก็เห็นกันอยู่ดาษดื่นแต่เห็นแล้วไม่คิด ไม่เอามาคิดใส่ใจ

ไม่สอนใจตัวเองว่า ไอ้ที่ตนมีอวัยวะร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์อย่างนี้ตนไม่มีกรรมไม่มีเวรอย่างคนเหล่านั้น ทั้งนี้เพราะอะไร เอ้าบางรายก็เพราะว่ากรรมเวรที่ทำมาแต่ก่อนนั้นมันหมดลงแล้ว บุญอำนวยผลให้ต่อจึงได้มีร่างกายสมบูรณ์บริบูรณ์ บางจำพวกก็จุติจากสวรรค์นู่นลงมา มาเกิดเป็นคนในโลกนี้ บุญอันนั้นก็ตามมาตกแต่งอวัยวะร่างกายให้ครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งสวยทั้งงามทั้งมีอายุยืนยาวนานอีกด้วย อันนี้ความที่สัตว์ทั้งหลายมาเกิดในโลกนี้มันมีสองประเภทอยู่อย่างนี้ หรือจะว่าสามก็ได้ อีกพวกหนึ่งจุติจากพรหมโลกลงมาเกิด ประเภทที่มาจากพรหมโลกนี้เกิดขึ้นมาแล้วส่วนมากไม่ค่อยจะแต่งงาน เมื่อเจริญวัยใหญ่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาชอบแต่จะออกบวช เพราะว่าพรหมนั้นน่ะเป็นผู้ที่เจริญพรหมวิหาร ๔ เจริญฌานตั้งแต่เป็นมนุษย์นี่ อานิสงส์ฌานนั่นพอตายแล้วก็ให้ไปเกิดพรหมโลก แล้วกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตกเหล่านี้ไม่มีอยู่ในพรหม พรหมนั้นมีใจสงบระงับอยู่เรื่อยไป ท่านว่าไม่มีเพศหญิงไม่มีเพศชายรูปพรหมเนี่ย เพราะฉะนั้นหมดอายุสังขารจากพรหมแล้ว นิสัยเหล่านั้นก็ติดตามมา เมื่อมาเกิดในโลกนี้แล้วก็ไม่ปรารถนาจะแต่งงาน เบื่อหน่ายการครองเรือน ก็มักจะออกบวชกัน อันนี้

ความเป็นมาของมนุษย์เราบาดนิ เป็นอย่างนั้น


หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
เรื่อง : f. พระพุทธศาสนา

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
โลกธรรมแปด โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน
หมีงงในพงหญ้า 1 2240 กระทู้ล่าสุด 22 มกราคม 2554 15:18:20
โดย เงาฝัน
กิเลส จิต มาร :หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ธรรมะจากพระอาจารย์
เงาฝัน 0 1457 กระทู้ล่าสุด 10 พฤษภาคม 2555 21:49:30
โดย เงาฝัน
กราบ อัฐิธาตุ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญบรรพต จ.หนองคาย
สุขใจ ไปเที่ยว
Kimleng 0 4473 กระทู้ล่าสุด 26 ตุลาคม 2557 13:57:03
โดย Kimleng
รู้วาระจิตของบุคคลอื่นได้ด้วยภาวนา - หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
【ツ】ต้นไม้ความสุข ♪ 0 1764 กระทู้ล่าสุด 23 กรกฎาคม 2563 22:52:00
โดย 【ツ】ต้นไม้ความสุข ♪
ทำไมใจถึงไม่สงบ - หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
เสียงธรรมเทศนา
korakod 0 119 กระทู้ล่าสุด 08 กรกฎาคม 2564 09:36:44
โดย korakod
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.614 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 01 ตุลาคม 2564 05:44:41