[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
25 พฤษภาคม 2565 19:16:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ป้องกัน” “จำเป็น” อาวุธโดยชอบด้วยกฎหมายของลูกผู้หญิง /อ้วน อารีวรรณ  (อ่าน 1375 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sithiphong
ชมรมพระวังหน้า
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 10
*

คะแนนความดี: +7/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 918


ชมรมพระวังหน้า

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2553 08:42:56 »

“ป้องกัน” “จำเป็น” อาวุธโดยชอบด้วยกฎหมายของลูกผู้หญิง /อ้วน อารีวรรณ
http://www.manager.co.th/CelebOnline...=9530000064692
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2553 12:49 น.
 
jatung_32@yahoo.com

 
เป็นลูกผู้หญิงต้องเรียนรู้ข้อกฎหมายให้ติดตัวไว้เยอะๆ เอาไว้ป้องกันตัวเอง ถึงเวลาคับขันมีเหตุจำเป็นขึ้นมาก็งัดขึ้นมาใช้ได้ทันที ..เคยได้ยินคำพูดนี้บ้างไหมคะ? หลายคนอาจชักจะสงสัยว่า กฎหมายจะกลายเป็นอาวุธไปได้อย่างไร?

ก็อาจจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่ทำให้เราได้รู้สิทธิและหน้าที่ของตัวเราเองมากขึ้น

กลับมาที่ข้อกฎหมายที่ตั้งใจนำเสนอในสัปดาห์นี้ คือ คำว่า “การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย” กับคำว่า “ความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมาย” เนื่องจากอ้วนเห็นว่า ทั้งสองคำนี้เป็นเรื่องที่ลูกผู้หญิงควรรู้ไว้มากๆ จะได้ไม่ต้องกังวลมากมาย เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ความหวาดกลัว ที่อาจจะมีภัยอันตรายใกล้จะถึงตัวเราแล้วก็ “สู้ไปเลยค่ะ”

แต่เพื่อความเข้าใจในคำว่า “การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย” คืออะไร ต้องขออธิบายตามตัวบทกฎหมายก่อนนะคะ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัติว่า

“ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัว ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”

จากกฎหมายข้อนี้ ทำให้เราย่อมมีสิทธิในการกระทำซึ่งจะเป็นการป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้รอดพ้นจากภัยอันตรายที่กำลังปรากฎอยู่ตรงหน้า เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังยังคงอยู่ หากมัวแต่รอเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพลเมืองดีมาช่วย ก็จะเสียหายเกินแก้ไข

การป้องกันสิทธิของตนหรือคนอื่น ก็คือ การป้องกันสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์นี้ล่ะค่ะ เช่น สิทธิของการมีชีวิต สิทธิบนเนื้อตัวร่างกายของเรา สิทธิครอบครองเคหสถานที่อยู่อาศัย สิทธิในทรัพย์สินของเรา ฯลฯ ที่จะให้คนอื่นมากระทำละเมิดต่อกฎหมายกับเราหรือคนอื่นไม่ได้ เช่น มาทำร้าย มาฆ่า มาทุบตี มาคุกคามขับไล่ หรือมาขโมยของๆ เรา ไม่ได้

เรามีสิทธิที่จะกระทำเพื่อป้องกันสิทธิที่กำลังจะถูกละเมิด หรือถูกละเมิดอยู่ แต่ต้องเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุด้วย หมายความว่า การใช้สิทธิป้องกันของเรานี้สามารถหยุดยั้งการละเมิดหรือการประทุษร้ายที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมาย โดยทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายน้อยที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่บ้านเพียงลำพัง ตกกลางดึก เห็นคนร้ายปีนเข้ารั้วบ้านเราเข้ามาแล้วพยายามงัดแงะประตูบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย ถ้าเรามีอาวุธปืนอยู่ก็ใช้ป้องกันได้ แต่ถ้าคนร้ายเห็นว่าเรามีปืน ก็เกิดความกลัววิ่งหนีออกจากบ้านเราไปแล้ว แต่เรายังตามไปยิงจนเสียชีวิต อย่างนี้ไม่ใช่การกระทำเพื่อป้องกันตัวนะคะ

ข้อควรรู้ คือ ถ้าภัยตรายนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว เราไม่สามารถอ้างสิทธิป้องกันได้คะ

ยกตัวอย่างเช่น คนร้ายมาขโมยทรัพย์สินเงินทองในบ้านเราไปซุกซ่อนในพงไม้ เราตามไปเจอสถานที่ซุกซ่อนแล้วก็เอากลับคืนมาได้ ไม่จำเป็นต้องดักรอให้คนร้ายกลับมาแล้วยิงทำร้ายหรือฆ่าคนร้าย อย่างนี้อ้างสิทธิป้องกันไม่ได้ แต่เรากลายเป็นคนที่กระทำผิดกฎหมายเสียเอง

ข้อควรระวังอีกเรื่องคือ ถ้าเราเป็นคนก่อเหตุก่อเรื่องขึ้นมาก่อน เช่น ไปท้าทาย ด่าทอ ทำร้ายคนอื่นก่อน หรือสมัครใจเข้าต่อสู้ หรือทะเลาะวิวาทกัน แล้วจะมาอ้างเหตุป้องกันไม่ได้

ยกตัวอย่างเช่น เราเป็นฝ่ายไปด่าทออีกคนหนึ่งก่อน ต่อมามีการโต้เถียงด่าทอกันไปมา แล้วอารมณ์นำพาให้มีการใช้อาวุธเข้าทำร้ายร่างกายกัน แบบนี้ถือว่า ทั้งเราและเขาสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน เราจะอ้างว่าที่เราไปตีหัวเขาเพราะป้องกันตัวเองไม่ได้

อีกคำหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกัน คือคำว่า “ความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมาย”

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 บัญญัติว่า

“ ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น
(๑) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ
(๒) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน
ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ”

การกระทำโดยความจำเป็นจึงมีความคล้ายคลึงกับการกระทำโดยป้องกัน เนื่องจากการกระทำเหล่านี้ ต้องเป็นกรณีที่เราตกอยู่ในสถานการณ์หรือมีบุคคลอื่นกระทำความผิดอันเป็นอันตรายต่อตัวเราหรือคนอื่นๆ เป็นภัยอันตรายที่ใกล้จะถึงตัวหรือปรากฎอยู่ตรงหน้า โดยเราไม่ได้มีส่วนก่อให้เกิดภัยอันตรายนี้ ที่สำคัญเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้

ยกตัวอย่างเช่น มีคนร้ายใช้ปืนข่มขู่ให้เราขับรถพาหลบหนีแล้วพุ่งชนคนอื่น ถือได้ว่าเราตกอยู่ใต้อำนาจที่บังคับให้เราต้องกระทำความผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้

หรือกรณีเช่น เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนเข้าใส่ผู้ชุมนุม เราเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมที่ไปใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ โดยสงบและปราศจากอาวุธ ด้วยความตกใจกลัวเราอาจจะวิ่งเข้าไปหลบกระสุนปืนในบ้านของคนอื่นโดยที่เจ้าของบ้านไม่ได้ให้ความยินยอม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิการครอบครองเคหสถานของผู้อื่น หรือว่าง่ายๆ คือบุกรุก แต่เราอาจเหตุความจำเป็นในกรณีนี้ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีกรณีนิรโทษกรรม เพื่อคุ้มครองบุคคลที่กระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือจำเป็นโดยชอบด้วยกฎหมาย บัญญัติไว้เป็นกฎหมายด้วยเช่นกันค่ะ

บุคคลใดเมื่อกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย หากได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น บุคคลดังกล่าวไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ผู้ที่เสียหายสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ที่เป็นต้นเหตุให้ต้องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น หรือจากบุคคลที่สั่งให้กระทำละเมิดเช่นนั้นแทน

หากเป็นกรณี เราต้องทำให้ทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใดเสียหาย หรือบุบสลาย เพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภัยอันตรายที่มีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์สินนั้นเป็นเหตุ เช่น นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ที่กำลังจะจมน้ำในคลองลึก ปรากฎว่าระบบปลดล็อกไม่ทำงาน เราก็ต้องทุบกระจกออก โดยที่เราไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจากทุบกระจกนั้น เป็นต้น

สุดท้ายที่อยากจะฝากคือ ถ้าเราได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น ตรงนี้ศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจว่า การที่เรากระทำเกินสมควรแก่เหตุไปนั้น มีมากน้อยแค่ไหน และจะลงโทษเราน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ และยิ่งถ้าเรากระทำลงไป เพราะความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้ค่ะ
 
 

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

คณะหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร 1.หลวงปู่พระอุตรเถระเจ้า 2.หลวงปู่พระโสณเถระเจ้า 3.หลวงปู่พระมูนียะเถระเจ้า(หลวงปู่อิเกสาโร)4.หลวงปู่พระฌาณียะเถระเจ้า(หลวงปู่ขรัวขี้เถ้า) 5.หลวงปู่พระภูริยะเถระเจ้า(หลวงปู่หน้าปาน)
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
สิทธิของผู้เสียหายที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล /อ้วน อารีวรรณ
สุขใจ ห้องสมุด
sithiphong 0 1562 กระทู้ล่าสุด 22 มิถุนายน 2553 17:28:36
โดย sithiphong
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดสุปัฏนารามฯ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 1043 กระทู้ล่าสุด 21 เมษายน 2560 05:44:33
โดย ใบบุญ
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดสุปัฏนารามฯ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 833 กระทู้ล่าสุด 02 กันยายน 2560 12:38:53
โดย ใบบุญ
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” (อ้วน ติสโส) วัดสุปัฏนารามฯ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 294 กระทู้ล่าสุด 21 มีนาคม 2564 17:27:52
โดย ใบบุญ
ทำเนียบสมณศักดิ์ของชาวเมืองเวียงจันทน์โบราณ โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส)
เกร็ดศาสนา
Kimleng 0 178 กระทู้ล่าสุด 15 ธันวาคม 2564 20:38:59
โดย Kimleng
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.343 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 21 กุมภาพันธ์ 2565 09:41:23