[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
01 มีนาคม 2564 05:24:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมาย...ถึงลูก  (อ่าน 6293 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2553 12:30:10 »






จดหมาย...ถึงลูก  
โดย คนเดินทาง



แม่ตัดสินใจอยู่นานที่จะเขียนจดหมายถึงลูก ตั้งใจว่าจะโทรศัพท์คุยด้วย แต่คิดแล้วก็ขอใช้จดหมายดีกว่า เผื่อว่า ลูกจะอ่านได้หลายๆครั้ง และแม่เองก็สามารถใช้สมาธิกับการเขียนได้มากขึ้น ได้พิจารณามากขึ้นด้วย

บางครั้ง แม่ก็ยังติดความรู้สึกว่า ลูกยังเป็นลูกชายตัวน้อยๆของแม่ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่แม่ต้อง “ ยอมรับ ” ว่า ลูกโตแล้ว โตในระดับหนึ่งที่เริ่มจะต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น แม่เชื่อว่าลูกมีปัญญาที่จะรู้ว่าอะไรมีคุณ อะไรมีโทษ อะไรเป็นประโยชน์ อะไรไม่เป็นประโยชน์ อะไรควรจะลึกซึ้ง อะไรไม่ควรลึกซึ้ง....

แม่เองก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน .... เรียนรู้ว่า ความรักและความห่วงใยของแม่ บางทีก็ทำให้ลูกเป็นทุกข์......จึงทำให้แม่ต้องทบทวนและเรียนรู้ที่จะต้องรู้จักเชื่อใจลูกบ้างให้มากขึ้น ....เชื่อใจว่าลูกรักของแม่นั้นดูแลตัวเองเป็น ....เพราะลูกเป็นคนมีปัญญา

“ ไม่มีใครสอนใครให้เป็นคนดีได้ ” .... มีบัณฑิตท่านกล่าวไว้อย่างนั้น “ เขาจะดีก็ต้องดีด้วยตัวของเขาเอง เขาต้องสอนตัวเองให้เป็น ..... ”

แม่จึงขอฝากข้อคิด ข้อแนะนำอันเป็นโยชน์ให้แก่ลูก ลูกเพียงแต่รับฟังแล้วนำไปใช้กับชีวิตของตัวเองอย่างคนฉลาดเท่านั้นเอง

ดังนั้น ลูกจึงมีหน้าที่ๆจะต้องสอนตัวเองให้ “ ดี ” ให้เป็นให้ได้ ..... เพราะนี่เป็นชีวิตของลูก จะสุขจะทุกข์ จะผิดจะถูก ลูกต้องเรียนรู้ให้เป็น … และต้องยอมรับให้เป็นด้วย


เพื่อนหญิงคนใหม่ ซึ่งลูกยอมรับว่าเป็นแฟนกัน และดูเหมือนว่าลูกจะชอบเขามากทั้งๆที่ เขาเป็นหญิงต่างชาติและอายุมากกว่าลูกด้วยซ้ำ....

แม่เข้าใจและยอมรับ ยอมรับว่าลูกเหงาและขาดเพื่อน ทั้งๆที่ลึกๆแล้วแม่ก็รู้สึกว่า ลูกยังเด็กเกินไปสำหรับเรื่องนี้เหลือเกิน...แต่ก็อีกนั่นแหละ แม่จะเอาความรู้สึกของแม่ มาตัดสินความรู้สึกของลูก ก็คงจะไม่ถูกต้อง.... ดังนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่แม่ต้องเรียนรู้และยอมรับเช่นกัน

จึงขอฝากถ้อยคำให้เป็นเครื่องระลึกนึกถึงให้แก่ลูก......ยามอยู่ต่างแดน.... ลูกไม่มีแม่หรือพ่ออยู่ใกล้ๆ ลูกจึงต้องเป็นลูกชายที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจให้ได้ นี่คือ หน้าที่ของลูก ลูกจึงต้องเรียนรู้ที่จะต้องรับผิดชอบ แยกแยะ ความรู้สึกส่วนตัว กับ หน้าที่ ให้ออกจากกันนั่นคือ ความเป็นสุภาพบุรุษ ที่แม่ พ่อ พี่ จะภูมิใจ และแน่นอน ไม่ว่า จะเป็นหญิงคนนี้หรือคนไหนก็แล้วแต่ที่ลูกตัดสินใจเลือกเขา เขาก็ย่อมจะภูมิใจในตัวของลูก เพราะลูกเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริงที่สง่างาม

หน้าที่ของลูก จึงต้องรักเรียน รักดี รับผิดชอบต่อการเรียนของลูกให้ดี และต้องมีความรับผิดชอบทั้งต้องมีวินัยในการใช้เงินด้วย ...หากลูกทำสองสิ่งนี้ได้โดยไม่บกพร่อง แม่ก็มั่นใจในตัวลูกว่า ลูกจะเป็นคนที่รับผิดชอบและมีวินัยต่อชีวิตของลูกเองได้เป็นอย่างดีแม้ในอนาคต

ลูกมั่นใจว่า นี่คือ รักจริง รักนาน ของลูก...แม่ก็ดีใจที่ลูกรู้สึกอย่างนั้น เพราะความรักทำให้ลูกมีความสุข...แต่สิ่งเหนึ่งที่แม่จะขอจากลูกคือ อย่าไปล่วงเกินเขา ไม่ว่าเขาจะยินยอมก็ตามเพราะสิ่งนั้นเป็นบาปที่จะติดตัวลูกต่อไปในอนาคต...รักษาความสุขที่ได้จากความเป็นเพื่อนที่แสนดีนี้ไว้นานๆ แล้วลูกก็จะเห็นคุณค่าของผู้หญิงที่ลูกรักและเขาก็จะเห็นคุณค่าแห่งความเป็นคนดีที่ไม่ฉวยโอกาสกับผู้หญิง...เขาจะภูมิใจในตัวลูกอย่างยิ่ง

อีกอย่างหนึ่งคือ ลูกต้องระวังความทุกข์ที่จะต้องเกิดขึ้นจากความรักด้วย เพราะความสุขก็ต้องมีความทุกข์ เป็นของคู่กัน

“ ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ” พระพุทธเจ้าท่านสอนสัตว์โลกไว้ เพราะท่านรู้ว่าความจริงเป็นอย่างนั้น รักมากก็ทุกข์มาก รักน้อยก็ทุกข์น้อย ไม่รักคือเฉยๆก็ไม่ทุกข์อะไรเลย

ในโลกนี้มีคนสมหวังน้อยกว่าคนที่ผิดหวัง

ในโลกนี้ คนที่ผิดหวังแทบเอาชีวิตไม่รอด หรือต้องตายเพราะไม่สมรักก็มีมากมาย ดังนั้น อย่าประมาทว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย



Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 กรกฎาคม 2553 21:14:13 โดย เงาฝัน, เหตุผลที่แก้ไข: เพิ่มภาพค่ะ » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2553 12:34:51 »





คนฉลาดจึงเตรียมใจ เผื่อใจสำหรับความผิดหวังอันอาจจะเกิดไว้ด้วย เหมือนคนทำประกันสุขภาพเพราะมั่นใจว่า อย่างไรเสียก็ต้องมีสักครั้งหรือหลายครั้งต้องเจ็บป่วย หรือเหมือนคนที่ทำประกันชีวิตเพราะมั่นใจว่าอย่างไรเสียวันหนึ่งก็ต้องตาย ควรจะตระเตรียมเตรียมใจเผื่อแผ่ไว้บ้าง....ถึงคราวที่เกิดขึ้นวันใดวันหนึ่งก็จะไม่ทุลักทุเล...


เรื่องความรักก็เป็นอย่างนั้น เราต้องฉลาดที่จะเตรียมใจไว้ด้วย อะไรที่ยังไม่สมควรแก่เวลา ก็ย่อมหาคุณค่า หาดีไม่ได้ในสิ่งนั้น


เหมือนเรามีต้นมะม่วงซึ่งเพิ่งออกลูกให้ปรากฏ เจ้าของมะม่วงก็ดีอกดีใจ นักหนาแต่เพราะขาดปัญญา ไม่รู้กาละเทศะ ไม่รู้ว่าควรไม่ควร จึงเด็ดลูกมะม่วงนั้นเสียตั้งแต่ยังเป็นลูกอ่อนๆ ผลก็คือ ลูกมะม่วงนั้น ทั้งเปรี้ยวทั้งฝาด หาดีไม่ได้เลย แทนที่จะอดเปรี้ยวไว้กินตอนหวานก็เลยเสียทั้งเวลา ทั้งเสียใจ

เรื่องความรักหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนั้น ต้องมีตัวช่วย คือเวลา เราต้องรอเป็น ...ใช้เวลาเพื่อเครื่องตัดสินที่ดีที่สุด... เวลาเป็นสมบัติที่มนุษย์มีเท่าเทียมกัน คือวันละ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นพระราชา หรือยาจก เวลาแต่ละวันได้เท่ากันทั้งนั้นหากยังมีชีวิตอยู่


ต่างกันตรงที่คนมีเวลาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์... เป็นประโยชน์แก่ชีวิตตน โดยสร้างสมคุณค่าของตัวเองให้มากที่สุด....แต่บางคนปล่อยเวลา ฆ่าเวลาที่ไม่มีวันเรียกกลับมาได้อีกไปกับสิ่งไร้สาระอย่างน่าเสียดาย


ดังนั้น ลูกจึงสมควรรู้ว่า ผู้ชายต้องมีอาวุธ อาวุธของผู้ชายได้แก่ความรู้ ความดี ศักดิ์ศรีและทรัพย์สินเงินทองที่เกิดจากความรู้นั้นๆ...นี่คืออาวุธของลูก ลูกต้องเป็นคนแสวงหาอาวุธนั้น โดยเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเวลาที่ลูกจะไม่ปล่อยหรือฆ่าเวลาไปกับสิ่งไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด


ลูกจะต้องเรียนรู้ที่จะต้องอดทน ...อดทนที่จะใช้เวลาเป็นเครื่องมือที่วิเศษที่สุดที่จะพิสูจน์หญิงคนรักด้วยว่า เขาจริงใจต่อเรามั่นคงแค่ไหน ? เวลาเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ลูกเป็นผู้ตัดสิน เพราะเรามักจะตัดสินเอาด้วยอารมณ์... ด้วยความเหงา ...ด้วยความเย้ายวนใจในอารมณ์ที่เพลิดเพลินทั้งนั้น


ส่วนเวลานั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ศีลของบุคคล เราจะรู้ว่าเขาดีจริงไม่จริง จริงใจหรือไม่จริงใจ ก็ต้องดูที่ศีลและโดยมีเวลาเป็นเครื่องมือพิสูจน์เท่านั้น

หากลูกฉลาดและสามารถรักษาใจของตัวเองได้อย่างนั้น ลูกก็จะเป็นคนที่สมบูรณ์ที่สุดที่พ่อแม่และพี่จะภาคภูมิใจเป็นที่สุด..อย่าลืมว่า ความสุขความสำเร็จของลูกเป็นความสุขความสำเร็จของคนทั้งครอบครัว...ดังนั้นขอลูกจงรักตัวเองให้เป็น อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการปล่อยชีวิตให้เปล่าประโยชน์...และข้อสำคัญ อย่าทำร้ายครอบครัวนะลูกรัก

จากใจ
แม่ของลูก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 มิถุนายน 2553 03:38:20 โดย เงาฝัน » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2553 12:59:05 »




จดหมาย...ถึงลูก ฉบับที่ ๒



ลูกอยู่ไกลถึงต่างแดน   แม่ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูก.... อาศัยสิ่งแวดล้อมใหม่ สังคมใหม่ เพื่อนใหม่ที่เป็นชาวต่างชาติ แม่ไม่อาจจะทราบได้ว่า ลูกซึมซับความเห็น และความรู้สึกอะไรมาบ้างแล้ว...

แม้ลูกอ่านจดหมายนี้จบแล้ว ก็เพียงหวังว่า จะเป็นปัจจัยแก่ปัญญาลูกบ้าง  เพื่อจะกั้นไม่ให้จิตใจไหลไปในความทุกข์เดือดร้อนในวันข้างหน้า

เรื่องที่ลูกเล่าให้แม่ฟังในเรื่อง ที่ถูกเพื่อนของเพื่อนชาวซาอุฯ เบี้ยวเงินค่าใช้จ่ายไป ทำกุญแจห้องทิ้งหายไป.... ไม่ว่าจะเกิดจากเจตนากลั่นแกล้งเพื่อเบี้ยว หรือละเลยก็ตาม ...นี้ลูกพึงทราบว่า   เป็นผลกรรมไม่ดีของตนเองที่ต้องมาพานพบกับบุคคลที่เป็นพาลอย่างนี้

น้ำเสียงของลูกเปลี่ยนไปจากเดิมประกอบกับความขัดเคืองมากขึ้น เพราะความยึดถือในความถูกต้องมากเกินไป  นี่เป็นลักษณะของคนทั่วๆไปที่ต้องพาจิตใจตนเองให้ไหลไปกับเครื่องเดือดร้อนต่างๆมากมาย  และอัธยาศัยอย่างนี้   พบได้มากในหมู่ชาวต่างชาติ

แม่มีเพื่อนเป็นชาวอิตาลี ชาวเยอรมันหลายคน พวกเขาล้วนเป็นทุกข์ที่พวกเขาไม่รู้ตัว  เหมือนที่ลูกกำลังรู้สึกกระสับกระส่ายใจโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

ดังนั้นแม้จะกล่าวอย่างนี้ ลูกก็จะค้านขึ้นมาในใจว่า  ลูกไม่เห็นจะกระสับกระส่ายใจเลย?.. เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของจิตใจ ที่บุคคลโดยมากไม่สนใจศึกษาธรรมภายในตน แต่หลงออกไปไขว่คว้าความสุขภายนอกตนกันทั้งนั้น ชีวิตจึงเหน็ดเหนื่อยและเป็นทุกข์มาก โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวกันทั้งนั้น

ชีวิตจึงมีแต่คำถามว่า ทำไม? ทำไม? ทำไม?

เหมือนๆกับลูกตั้งคำถามว่า..... ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้ มันไม่ถูกต้อง..มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องรับผิดชอบในความผิดที่เขาทิ้งเอาไว้   ช่างไม่ยุติธรรมเลย..

ขอลูกจงฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่ท่านแสดงว่า ..... ผลทั้งหลายที่ปรากฏแล้วแก่เรา ล้วนเกิดจากกรรมในอดีตทั้งสิ้น  คราวนี้อาศัยความไม่แยบคาย ความประมาท ความขาดการพิจารณาบ้าง ปัญหาก็เกิดขึ้นแล้วเป็นผล

ธรรมทั้งหลายมีเหตุเป็นแดนเกิด  ไม่พึงกล่าวว่า “ไม่ยุติธรรม” ได้เลย..เพราะกรรมนั้นเที่ยงธรรมเป็นที่สุด

ก็เพราะความไม่ชอบใจที่เป็นไปกับโทสะ และความชอบใจที่เป็นไปกับโลภะในขณะรับผลของกรรมเก่า.... กรรมไม่ดีอย่างใหม่ก็เกิดแล้วแก่เรา....และแล้วผลไม่ดีก็ย่อมปรากฏเป็นผลแก่เราอีกต่อไปในภายภาคหน้า

เราจึงไม่พอใจ  ในขณะที่คนอื่นทำไม่ดีแก่เรา.......เราก็รู้สึกว่าเขาทำไม่ดี ทำให้เราเจ็บใจ....  แต่เรากลับไม่รู้สึกถึงกรรมชั่วอย่างใหม่ คือ โทสะที่กำลังโลดแล่นอยู่ในจิตใจของเราได้เลย ..... ไม่รู้เลยว่า  เขากำลังทำร้ายจิตใจเราให้กระสับกระส่าย นั่งคิด นอนคิด ผุดขึ้นมาเป็นอารมณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า  .....ลืมไม่ลง


นี่เป็นผลแห่งการเบียดเบียนของลูกแต่ครั้งหนหลัง... กำลังส่งผลแล้ว .....
ลูกจงยอมรับ....ไม่ต่อกรรมผูกเวรกันต่อไป แม้ด้วยทางวาจา และทางใจ......
จะทำอย่างนี้ได้  เพราะใจเกิด “การยอมรับ” ขึ้นมาได้ในผลแห่งกรรมของตน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กรกฎาคม 2553 03:12:16 โดย เงาฝัน » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2553 13:14:19 »



อย่าไปสำคัญว่าตนจะเป็นคนเหลวเปล่าไป กลายเป็นคนยอมคนอื่น เป็นคนอ่อนแอ...แต่ความจริงคนที่จะยอมรับความจริงได้โดยจิตใจที่ไม่เดือดร้อนนั้นแหละ  เป็นผู้กล้าหาญ ...เขาย่อมกำจัดเสียซึ่งความหวั่นไหวของกิเลสโทสะในตนออกได้สิ้น เขาจึงหาใช่ผู้แพ้  หรือแหยต่อคนอื่นไม่.....

เพราะเขาคือผู้ชนะ...  คือผู้ชนะกิเลสภายในตนได้

“ผู้ชนะตน ย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้ชนะในที่ทั้งปวง”

เพราะไม่ว่าจะเป็นขุนศึกผู้กรำศึกน้อยใหญ่มาราบคาบแล้วสักปานใด  แม้จะเป็นผู้ชนะอย่างนั้น เขาก็หาได้ชื่อว่า เป็นผู้ชนะไม่หรอก....... เพราะเขาไม่อาจจะกำจัดความเดือดร้อนแห่งจิตใจตนเพราะอำนาจโทสะ หรืออำนาจราคะได้เลย  

ศึกภายใน ย่อมชื่อว่าใหญ่หลวงนัก  

ผู้ชนะตน เขาจึงไม่ใช่ผู้แพ้ ผู้แหย หรือผู้อ่อนแอแต่อย่างใด..เขาย่อมเป็นผู้กล้าด้วยปัญญาโดยแท้

เมื่อตนยังชนะกิเลสภายในตนได้แล้ว จะป่วยกล่าวไปใยในบุคคลอื่น... กิเลสคนอื่น.... ความชั่วของคนอื่นที่ปรากฏขึ้นแล้วด้วยเล่า?.... ย่อมไม่อาจจะกระทำความหวั่นไหวให้แก่เขาได้เลย

ลูกจึงสมควรหันมาฟังไว้บ้าง พอเป็นปัจจัยแก่ปัญญาตน

เมื่อคราวใด ลูกรู้สึกถึงความเดือดร้อนในใจ กระสับกระส่ายขึ้นมา....ลูก ก็จงถามตนว่า....นี่ เราเดือดร้อน เพราะความอยากได้ หรือความไม่อยากได้ในสิ่งอันใดเล่า?

เพราะหากมีปัญญาเกิดแล้ว ลูกย่อมรู้ว่า ธรรมทั้งหลายปรากฏโดยความเป็นผลต่อตนเองแล้ว ก็รู้ทันทีว่า นี้เกิดขึ้นเพราะอำนาจกรรม..... หาได้อยู่ในอำนาจแห่งตนที่จะบังคับบัญชาเอาได้เลย...

ไม่อยากได้ ก็ต้องได้รับ.... ไม่อยากเห็น ก็ต้องเห็น.... ไม่อยากประสบพบเจอ ก็ต้องพบเจอ..เราหรือบังคับเอาได้ตามใจปรารถนา?

และในธรรมบางอย่าง แม้เราอยากจะได้สักปานไหน หากกรรมไม่สมควรแก่ผลนั้นๆ ไม่ว่า ใครๆในโลกนี้ก็ไม่สามารถบังคับเอาได้เลย..ไม่ว่าจะเป็นพระราชาในแว่นแคว้นใดๆในโลก หรือขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ ก็ไม่อาจจะกระทำความปรารถนาให้เกิดทุกอย่างแก่ตนได้เลย

เขาย่อมไม่สามารถบังคับเอาว่า... ขอความแก่ อย่าเกิดแก่เรา.... ขอความเจ็บอย่าเกิดแก่เรา... ขอความทุกข์กายทุกข์ใจอย่าเกิดแก่เรา... ขอความตายอย่างเกิดแก่เรา...ได้เลย

ดังนั้น การที่ลูกได้เจอคนไม่ดี และเสียทรัพย์ไปนั้น  จงกระทำความร่าเริงใจให้เกิดภายในตนเถิด

คนมีปัญญา ยามได้รับก็รับเป็น...ในยามเสีย ก็เสียเป็น  เขาจึงเป็นผู้สงบ เป็นผู้ชนะตน

ลูกจงพิจารณาให้เกิดความร่าเริงอย่างนี้ว่า..เพราะความไม่แยบคายของเราทำให้ให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ต่อไป....เพราะไม่แยบคาย ผลอันเกิดแต่กรรมชั่วก็ได้ปัจจัยมาส่งผลทำให้เสียทรัพย์ไป...... เอาละ ดีแล้วที่เราไม่เจ็บป่วยกาย......ดีละที่เราไม่ได้ประสบเภทภัยอันใด...ดีละเราได้รู้จักคนพาลที่เราพึงหลีกเลี่ยงไปเสีย

แม้บทเรียนที่เกิดราคาความเสียหายครั้งนี้ ชื่อว่าดีนัก..... เพราะย่อมปรากฏเสมือนของราคาถูก..... การเรียนรู้จักคนพาลอย่างนี้ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด....... เพราะบางคนในโลกถึงกับหมดเนื้อหมดตัว เสียทั้งกายและใจเพราะหลงคบคนพาล  ราคาค่าเสียหายเห็นปานฉะนั้นไม่เกิดแก่เรา..เรานี้ช่างบุญดีนัก

ก็เมื่อลูกปรารภอย่างนี้ ลูกย่อมสงบภายในใจ อภัยในความชั่วของคนอื่นเพราะยอมรับ  และเพิ่มความระมัดระวังตนในคราวต่อไป...

เมื่อเป็นดังนี้ ก็ดุจบุคคลผู้ฉลาด.....ไม่หลงหอบหิ้วของอันไม่เป็นประโยชน์วางไว้บนบ่าของตน ไม่หลงสะพาย ไม่หลงแบกความไม่สบายใจหรือความกลัดกลุ้มใดๆไว้อีก.......เขาย่อมเบากายเบาใจ ดุจบุรุษผู้วางของของที่หนักบนบ่าของตนไว้กับพื้น..ก็ของหนักนั้น ย่อมไม่ผุดขึ้นมาเป็นอารมณ์แก่ความขัดเคือง คับข้องใจอีกต่อไป  การไม่หลงคบคนชั่วเป็นมิตรต่อไป ย่อมเป็นความโปร่งใจ สบายใจ...เมื่อปรารภอย่างนี้ ลูกย่อมเข้าถึงความร่าเริงใจ ในบัดนั้น  ดุจบุคคลผู้ชำระหนี้ของตนหมดในงวดสุดท้ายนั่นเทียว  

แม่ขอฝากข้อความนี้ไว้เป็นปัจจัยแก่ปัญญาของลูก เพื่อให้ระลึกรู้ถึงความจริงได้ เพื่อประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า ไม่ให้เป็นผู้หลงโลก หลงอารมณ์ ต่อสู้เอาผิดเอาถูกตลอดเวลา  จนทำให้ใจเดือดร้อน.... เพราะหลงว่าตนมีอำนาจบังคับบัญชาอะไรๆได้ จึงเป็นผู้เหนื่อยเปล่า อ่อนล้า หาสาระอะไรไม่ได้เลย

แม้ลูกไม่เชื่อ ไม่ปฏิบัติตาม ก็ไม่เป็นไร .....เพราะแม่คงไม่มีสิทธิไปสอนลูก...ลูกต้องมีปัญญาขึ้นมาสอนตนเองให้เป็น........แต่ก็จงพิจารณาให้ดีเถิด    เพราะในที่สุด ความทุกข์ภายในใจของลูก ย่อมจะเป็นครูสอนตนเอง

เป็นผู้ประกาศความจริงกับลูกในวันหนึ่งข้างหน้า...

ลูกย่อมสามารถนำข้อความทั้งหมดนี้  ไปพิจารณาถึงเหตุผลความจริง  เพื่อเป็นปัจจัยแก่ปัญญาลูก ..ต่อไป    ลูกย่อมคิด ...ย่อมพูด... ย่อมทำตามวิสัยของผู้มีปัญญาได้..

ผู้มีปัญญาย่อมเป็นผู้สงบ เป็นสุข ปราศจากเครื่องเดือดร้อนในชีวิต         ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง  ลูกต้องตัดสินด้วยปัญญาของลูกเอง..ใครก็ทำแทนให้ก็ไม่ได้  และความสุขความทุกข์ต่อไปเบื้องหน้าของลูก   ตนก็ย่อมต้องเสวยผลที่ตนกระทำลงไปทั้งสิ้น  นี้เป็นสัจจะโดยแท้!

ด้วยรักและห่วงใย
แม่ของลูก





 ยิ้ม  http://www.raksa-dhamma.com/topic_66.php
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2553 10:30:22 โดย เงาฝัน, เหตุผลที่แก้ไข: เพิ่มภาพค่ะ » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 19:16:10 »




http://img337.imageshack.us/img337/7923/8a6169d97c2ac9c009479ec.gif
จดหมาย...ถึงลูก




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มิถุนายน 2553 14:40:04 โดย เงาฝัน » บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.496 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 22 กุมภาพันธ์ 2564 05:23:26