เรื่องลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ ๑๔เรื่องพิธีราชาภิเศกสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ พระเจ้ากรุงกัมพูชา---------------------------
พิธีวันที่ ๕ วันศุกร์
ที่ ๒๗ เมษายน พระพุทธศักราช ๒๔๔๙
วันนี้ คือเปนวันพิธีใหญ่ สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ได้ทรงเครื่องขาว เวลา ๗ นาฬิกา ๓๐ นาทีก่อนเที่ยง เสด็จออกประทับบนพระโทรนณะท้องพระโรง มีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยคอยเฝ้าเสด็จอยู่พร้อมหน้า ในเวลาเสด็จออก เจ้าพนักงานได้เป่าแตรสังข์กระทั่งมโหรทึกและลั่นฆ้องไชยประโคมเครื่องดุริยะดนตรีเสียงสนั่นหวันไหวกึกก้อง ครั้นสุดเสียงดนตรีแล้ว สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้เสด็จจากพระที่นั่งโทรน เสด็จไปทรงกระทำนมัสการพระสงฆ์ ทรงถวายเบ็ญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้งแล้ว ทรงอาราธนาขอศีลพระต่อสมเด็จพระมหาสมณะสังฆราชเจ้า ครั้นแล้วพระสงฆ์ก็เจริญพระพุทธมนต์มงคลและไชยคาถาต่อไป แล้วสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ได้เสด็จออกมาประทับที่พระชลาน่าท้องพระโรงข้างซ้ายพระทวารใหญ่ เพื่อทรงคอยรับท่านผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน.
ณะที่นี้ มีกองร้อยทหารรายหัวเมืองประเทศราช (ทหารฝรั่งเศสล้วน) ๑ กอง มาตั้งแถวถวายคำนับเปนกองเกียรติยศแทนในนามของรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งเปนผู้อารักขาประเทศเขมร กับมีหัวน่าพระสงฆ์ ๒ องค์ นั่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่ประทับ พระองค์หนึ่งเปนสมเด็จพระมหาสังฆราช สังฆนายกฝ่ายพระมหานิกาย และพระอีกองค์หนึ่งเปนสมเด็จพระวันรัตน์ สังฆนายกฝ่ายพระธรรมยุติกนิกาย นอกจากนี้มีเสนาบดีทั้ง ๕ และเจ้ากรมพราหมณ์โหร ยืนเฝ้าอยู่ในระยะอันสมควรพร้อมด้วยบรรดาข้าราชการทั้งปวง.
เวลา ๗ นาฬิกาก่อนเที่ยง ท่านผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจึนได้มาถึงโดยรถเทียมม้า ๔ มีนายนาวาตรี ก๊อสตัง มาในรถด้วย ๑ นาย และมีหมวดทหารมาแห่นำเปนเกียรติยศด้วย ๑ หมวด ต่อจากรถผู้สำเร็จราชการ มีรถของท่าน คัวเวรเนอร์ (เจ้าเมือง) กัวร์เบย และท่านนายพลเรือตรี มาโรลซ์กับนายทหารคนสนิทตามมาข้างหลังอีก ๑ คัน เมื่อท่านผู้สำเร็จราชการมาถึง แตรเดี่ยวได้เป่าคำนับและแตรวงได้บรรเลงเพลงมาร์เซยเยศ กับพิณพาทย์ระนาดฆ้อง ก็ได้บรรเลงขึ้นพร้อมกัน ในทันใดนั้น เสนาบดีกระทรวงวังและหัวน่ารับแขกคือ ออกญามหามนตรีฝ่ายขวา กับออกญามหาเทพฝ่ายซ้าย ได้ไปรับท่านผู้สำเร็จราชการและผู้ที่มาด้วย นำเข้าไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ๆ ได้เสด็จออก มีนางในตามเสด็จข้างขวา ๘ คน ข้างซ้าย ๘ คน นางทั้ง ๑๖ คนนี้นุ่งห่มด้วยผ้าเยียรบับ แต่งเครื่องประกอบด้วยอาภรณ์อันวิจิตร์ และสวมชฎาคล้ายอย่างนางลคร มือข้างขวาของนางในเหล่านั้นถือดอกบัวคนละดอก สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้เสด็จตรงไปยังพระที่นั่งโทรน มีพระภักตร์ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วประทับลงบพระเก้าอี้โทรน ซึ่งมีเบาะรอง ทรงวางพระบาทบนเบาะรองพระธาท และทรงอิงพระองค์บนพระเขนยขาว รองพระปฤษฎางค์อันตั้งอยู่ภายใต้เสวตฉัตร์ ๗ ชั้น ครั้นทรงประทับต้อนรับท่านผู้สำเร็จราชการและมีพระราชดำรัสปราสัยพอสมควรแล้ว เสด็จออกยังพระทวารที่จะไปพระที่นั่งทรงมุรธาภิเศก ครั้นเสด็จออกไปถึงน่าพระทวาร ทรงหยุดอยู่ครู่หนึ่ง เจ้ากรมพราหมณ์พิธีได้นำเทวรูปพระนารายน์ พระอิศวร พระวิศณุ มาถวายฉเพาะพระภักตร์พระองค์ เสด็จตรงกระทำกางสักการะแล้ว พราหมณ์นำเทวรูปกลับไปตั้งยังที่บูชา ในเวลานี้ได้ทรงเปลี่ยนเครื่องพระองค์ เพื่อสำหรับสรงน้ำ มีทรงแต่พระภูษาขาวเท่านั้น หาได้มีฉลองพระบาทไม่ ขณะที่ออกญาโหราธิบดีได้สวดคาถาอัญเชิญเทวดาให้มาอำนวยพรไชยในการราชาภิเศก และได้กล่าวต่อจากคาถาต่อไปอีกว่า เวลานี้ผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน ผู้แทนรัฐบาลฝรั่งเศสก็ได้มาประชุมอยู่พร้อมกันในงานพระราชพิธีนี้ด้วยแล้ว, ขอให้เทวดาทุก ๆ ชั้นทุกสถานวิมานมาศ ได้ช่วยประสิทธิประสาทพรให้สำเร็จดังความปราถนาทุกประการด้วยเทอญ, ครั้นสวดคาถาจบแล้ว สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ได้เสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งจะสรงน้ำมุรธาภิเศก พระที่นั่งนี้ยกพื้นทำเปนชั้น ๆ ชั้นล่างปิดด้วยเงิน ชั้นบนทำด้วยไม้มะเดื่อปิดด้วยทอง (คือชั้นเงิน ชั้นทอง) ทรงประทับบนพระที่นั่งพื้นทองภายใต้สุหร่ายหรือบัว ซึ่งได้กล่าวมาแล้วข้างบน ครั้นได้พระฤกษ์ลั่นฆ้อง พราหมณ์เป่าสังข์กระทั่งมโหรทึกบรรเลงดุริยะดนตรี ปืนใหญ่ยิงถวายคำนับ ๒๑ นัด เสียงสนั่นหวั่นไหว เจ้าพนักงานก็ไขสหัสธารา น้ำพระพุทธมนต์ก็ไหลออกโปรยรดลงบนพระเศียรและพระวรกายสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์จนทั่วพระองค์แล้วจึงหยุด เจ้ากรมพราหมณ์ได้นำช่อใบไทรเข้าไปถวาย ๑ ช่อ เปนเครื่องหมายแสดงความเคารพต่อผู้มีบุญญาบารมีภินิหารอย่างสูงสุด และเพื่ออำนวยถวายพระพรไชย ขอให้เทวบุตร์เทวดา ช่วยพิทักษ์รักษาพระองค์และราชสมบัติต่อไป ครั้นทรงผลัดพระภูษาทรงฉลองพระองค์แล้ว เสด็จลงจากพระที่นั่งสรงมุรธาภิเศกมายังพื้นล่าง ในทันใดนั้นพระรามราชาธิบดี ซึ่งเปนผู้รับฉันทะเปนหัวน่าแทนพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เข้าไปกราบถวายบังคมแทบพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ยอมเปนข้าในใต้ฝ่าพระบาทยุคล โดยความเคารพและซื่อสัตย์สุจริต นี่เปนธรรมเนียมคือพระบรมวงศานุวงศ์ ต้องถวายสัตย์ ปฏิญาณก่อนคนอื่น ๆ ในเวลาที่พระเจ้าแผ่นดินเสวยราชสมบัติ แล้วสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ เสด็จไปในห้องพระที่นั่งจักรพรรดิ ทรงเครื่องประดับสำหรับกระษัตริย์ล้วนเปนทองคำทั้งนั้น เสร็จแล้วเสด็จออกยังท้องพระโรง มีนางใน ๑๖ คนตามเสด็จเช่นเคย และอธิบดีพราหมณ์พิธีเปนผู้นำหน้าเสด็จออกมา เสด็จประทับบนพระราชอาศน์ ท่านผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี มุขมนตรี เสนาอำมาตย์ เฝ้าถวายคำนับแสดงความเคารพและยินดีอยู่พร้อมกันเสร็จแล้ว เสด็จไปแสดงความเคารพและถวายเครื่องสังเวยแก่เทพารักษ์ แล้วเสด็จไปตักบาตรถวายอาหารแก่พระสงฆ์ แล้วเสด็จไปเข้าพิธีบวงสรวง คือเสด็จประทับบนพรมมีผ้าขาวปูลาดอยู่ข้างบน หันพระภักตร์ไปทางทิศตวันออก ประนมพระหัดถ์ไปสู่ขอบฟ้าที่พระอาทิตย์เคยขึ้นในเวลาย่ำรุ่ง และรอบ ๆ พระองค์นั้นมีหัวน่าพราหมณ์ ๘ นาย นั่งที่พื้นดินประจำทิศทั้ง ๘ ในจำพวกพราหมณ์ทั้ง ๘ นี้ ๔ คน เปนผู้ตีกลองประโคม และอีก ๔ คนเปนผู้เป่าสังข์ ท่านพระอิสิพัฒนธิบดี เจ้ากรมพราหมณ์พิธีได้นำพระรูปพระอิศวร ไปถวายวางบนพระหัดถ์เบื้องขวา และพระรูปพระนารายน์ วางบนพระหัดถ์เบื้องซ้าย แล้วหัวน่าพราหมณ์ทั้ง ๘ ซึ่งนั่งประจำอยู่ตามทิศนั้น ต่างก็สวดคาถาบวงสรวงคนละหน เมื่อเสด็จหันพระภักตร์ไปทางทิศใด พราหมณ์ที่ประจำอยู่ทิศนั้น ก็สวดคาถาบวงสรวงขึ้น กระทำดังนี้ทุก ๆ คน และทุก ๆ ทิศไปจนครบรอบทั้ง ๘ ทิศ แล้วเจ้ากรมพราหมณ์มารับพระรูปพระผู้เปนเจ้าทั้ง ๒ องค์ไปจากพระหัดถ์นำไปตั้งบนที่แล้ว นำขันทองคำ ซึ่งมีน้ำพระมนต์มาถวายทรงเสวยแล้วทรงล้างพระภักตร์ ขณะนี้ ออกญาอิศราอักขระ เจ้ากรมอาลักษณ์ เชิญแผ่นพระสุพรรณบัตร์ซึ่งจารึกพระบรมนามาภิธัยมาฉเพาะพระภักตร์สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ อ่านพระบรมนามาภิธัยในพระสุพรรณบัตร์ ตามซึ่งอาณาประชาราษฎรและขุนนางผู้น้อยผู้ใหญ่ได้ยินยอมพร้อมกัน เฉลิมพระบรมนามาภิธัยถวาย ครั้นอ่านจบแล้วส่งแผ่นพระสุพรรณบัตร์นั้นให้แก่หัวน่าพราหมณ์ ค่อย ๆ ม้วนบรรจุลงในกลักเงินซึ่งมีลวดลายเปนทองคำ แล้วนำไปทูลเกล้าถวายต่อพระราชหัดถ์สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ เมื่อทรงบยไว้แล้ว ออกญามหามนตรี ซึ่งเปนผู้รับฉันทะในนามของพระราชอาณาจักร เข้าไปกราบถวายบังคมทูลแถลงข้อความน้อมเกล้าถวายราชสมบัติ และได้นำเครื่องสำหรับประดับพระเกียรติยศมาน้อมเกล้าถวายด้วยทีละสิ่ง คือพระที่นั่งโทรน ซึ่งเปนที่นั่งพระราชอาศน์ พระเสวตฉัตร์ ๗ ชั้น พระขรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเปนพระแสงราชาวุธสำหรับกระษัตริย์ พระราชลัญจกร พระมหามงกุฎ พระมาลาทรงประพาศ และฉลองพระบาท สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ทรงรับ ประทานพระหัดถ์แตะต้องสิ่งของเหล่านั้นทุก ๆ อย่างแล้ว เจ้าพนักงานก็รับเครื่องเหล่านั้นไปตั้งลำดับถวายอยู่ฉเพาะพระภักตร์ เมื่อเสร็จการทรงรับพระราชอาณาจักร์และเครื่องประดับสำหรับกระษัตริย์แล้ว เจ้ากรมพราหมณ์พิธี ก็เข้ามายกมือขึ้นประนมสวดคาถาหันหน้าเวียนไปทั้ง ๘ ทิศ ส่วนสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ก็ยกพระหัดถ์ขึ้นประนมและหันพระภักตร์ ตามเจ้ากรมพราหมณ์ไปด้วยพร้อมกันทั้ง ๘ ทิศ เสร็จพิธีนี้แล้ว เจ้ากรมพราหมณ์อ่านคำประกาศอัญเชิญเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ รับฉันทะในนามพระบรมวงศานุวงศ์ และในนามของข้าราชการอาณาประชาราษฎรทั่วไป ดังมีข้อความต่อไปนี้.
ขอเดชะใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ข้าราชการทุกชั้นบันดาศักดิ์ ซึ่งได้เข้ามาประชุมเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่พร้อมหน้ากัน ณะพระที่นั่งเทวาวินิจฉัยนี้ ขอพระราชทานกราบบังคมทูล แด่สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ จอมจักรพงษ์หริรักษ์ ปรมินทร ภูวไนยไกรแก้วฟ้า สุลาลัย พระเจ้ากรุงกัมพูชาธิบดี พระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบ.
ด้วยตามที่ได้ตกลงกันกับรัฐบาลฝรั่งเศส ผู้ปกปักอารักขาประเทศเขมรแล้วทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานกราบบังคมทูลขออัญเชิญเสด็จใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เปนพระมหากระษัตริย์พระเจ้าอยู่หัว สืบสนองพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้านโรดมบรมรามาเทวาวตาร พระพุทธเจ้าหลวงพระบรมเชษฐาธิราชของพระองค์ต่อไป.
การที่ประกาศถวายราชสมบัติครั้งนี้ อาณาประชาราษฎรมีความปีติยินดีทั่วไป โดยพระองค์ทรงพระกำเนิดในพระบรมราชตระกูลอันสูงศักดิ์ ทรงเปนสมเด็จพระอนุชาธิราชในพระบาทสมเด็จพระเจ้านโรดม และทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าหริรักษ์รามาอิศราธิบดีพระเจ้าอยู่หัว และใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทก็ได้โดยทรงดำรงพระตำแหน่งเปนสมเด็จพระมหาอุปราชมาแล้ว ทรงมีพระทัยโอยอ้อมอารี ทรงทศพิธราชธรรม ประกอบด้วยพระปรีชาสามารถสอดส่องดูแลศุขทุกข์ของราษฎร และทรงเปนพระธุระในการปราบปรามผู้ประพฤติทุจริตเสี้ยนหนามแผ่นดิน ซึ่งเปนข้าศึกสัตรูในการสงครามให้ราบคาบ และทรงถือแบบธรรมเนียมอันเปนยุติธรรมโดยเคร่งครัด ทรงทนุบำรุงอาณาประชาราษฎรให้อยู่เย็นเปนศุขทั่วน่าจนถึงกาละเวลานี้.
อีกข้อหนึ่งพระองค์เปนผู้ได้ทรงให้จัดสร้างพระเมรุมาศและถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเชษฐาธิราชเจ้า ถูกต้องตามพระราชประเพณี ซึ่งเปนการสมควรยิ่งที่พระองค์จะได้ทรงสืบสันตติวงศ์ สนองพระองค์พระเชษฐาธิราชเจ้าต่อไป.
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงได้รับพระมหากรุณาให้จัดทำงานพระราชพิธีนี้ โดยการทำบุญบำเพ็ญกุศลเปนพุทธบูชาและบวงสรวงถวายเครื่องสังเวยแก่เทพยดาทั่วทุกสถานทั้งร้อยพันล้านองค์ ขออัญเชิญให้เสด็จมาประชุมพร้อมกันณะท้องพระโรงนี้ เพื่อช่วยอำนวยพระพรไชยถวายแด่พระองค์ผู้เปนพระเจ้าชีวิตรในการพระราชพิธีราชาภิเศก ซึ่งได้กระทำในกาลวันนี้ คือวันศุกร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมียอัฐศก ซึ่งยกเปนวันฤกษ์งามยามดี อันมีศิริมงคล เปนผลสำเร็จถึงซึ่งโชคชัย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขออัญเชิญเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ โดยทรงผาศุกสำราญ เปนพระมหากระษัตราธิราชเจ้า, แห่งกรุงกัมพูชาธิบดี ทรงมีพระบรมนามาภิธัยว่า สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ จอมจักรพงษ์ หริรักษ์ปรมินทร ภูวไนยไกรแก้วฟ้า สุลาลัย พระเจ้ากรุงกัมพูชาธิบดี เปนเจ้าชิวิตร์แห่งข้าพระพุทธเจ้า ขออัญเชิญเสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งราชอาศน์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใต้พระมหาเสวตฉัตร์ เปนกระษัตริย์ผู้ทรงเดชานุภาพแผ่ไปทั่วพระราชอาณาจักร์และทรงเปนพระเจ้าอยู่หัว.
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้พร้อมกันเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชอาณาจักร์ประเทศกัมพูชากับตราพระราชลัญจกร และเครื่องทรงสำหรับพระมหากระษัตริย์ แด่ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว ฉนั้นข้าพระพุทธเจ้า พระบรมวงศานุวงศ์ อรรคมหาเสนาบดี เสนาบดี ออกญาข้าราชการทุกชั้น ทุกตำแหน่งในพระนครนี้ ขอพระราชทานถวายสัตย์ปฏิญาณความซื่อตรงต่อน่าที่ราชการ และต่อใต้ฝ่าพระบาทยุคล ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้นำตราประจำตำแหน่งน่าที่ราชการของตนพร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียน มาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย โดยความนับถืออันซื่อสัตย์สุจริต เพื่อเปนสักขีพยานในความรู้สึก ด้วยเกล้าถึงพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งมีอยู่แก่ข้าพระพุทธเจ้าล้นเกล้าล้นกระหม่อม.
ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานน้อมเกล้าถวายสรรพสิ่งทั้งปวงสำหรับใช้ในราชการ ทั้งส่วยสาอากร ไร่นา แม่น้ำคงคา พสุธา ปรัถพี ป่าไม้ คิรี สิ่งซึ่งมี สิ่งซึ่งเกิดอยู่ในพระราชอาณาจักร์ของพระองค์ทุกสิ่งทุกอย่าง.
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรไชย ขอให้ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยืนยงคงนานถึง ๑๐๐ พระพรรษา เพื่อจะได้ทรงสถาปนาทนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความเจริญภิญโญยิ่ง, และทรงเปนประมุขที่พึ่งพาแก่พระบรมวงศานุวงศ์ กับทรงเปนพระอุปถัมภกยกย่องพระวรพุทธสาสนา ทั้งทรงรักษากฎหมายแบบธรรมเนียมซึ่งใช้อยู่ในพระราชอาณาจักร์สำหรับให้ความยุติธรรมแก่ข้าพระพุทธเจ้า และอาณาประชาราษฎรทุกคน. ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.
ขอเดชะ.
เมื่อจบคำกราบบังคมทูลนี้แล้ว สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ทรงยืนขึ้น มีพระราชดำรัสตอบ ดังมีข้อความต่อไปนี้.
ดูกร ท่านทั้งหลาย
ด้วยตามที่ท่านได้นำพระมหามงกุฎและเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำหรับอาณาจักร์กัมพูชามาให้แก่เรา โดยแสดงว่าเราสมควรได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์แห่งบุรพบุรษของเราต่อไป ซึ่งเปนการถูกต้องตามขนบธรรมเนียมนั้น เรายินดีรับไว้ เพื่อจะได้ช่วยทนุบำรงพระวรพุทธสาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรือง และทนุบำรุงพระบรมวงศานุวงศ์ อรรคมหาเสนาบดี เสนาบดี ออกญาข้าราชการผู้ใหญ่น้อยทุกชนทุกตำแหน่ง ตลอดถึงอาณาประชาราษฎร และรักษากฎหมายแบบธรรมเนียมให้ถูกต้องตามประเพณีซึ่งมีสืบมานั้นต่อไป
เราขอมอบตราตำแหน่งซึ่งสำหรับใช้ในราชการคืนให้แก่ท่านทั้งหลาย เพื่อจะได้ไปใชปฏิบัติราชการในน่าที่ของตนต่อไป ทั้งอนุญาตให้ที่ดินไร่นา ป่าไม้ แม่น้ำ ลำคลอง แลภูเขา ซึ่งเปนทำเลสำหรับประกอบการหาเลี้ยงชีพนั้นให้แก่ท่านและอาณาประชาราษฎรทั้งปวง เพื่อจะได้ประกอบกิจการให้เปนคุณเปนประโยชน์สำหรับความเจริญแห่งตนและความเจริญแห่งประเทศ เพื่อเปนพยานแห่งความจงรักภักดีของท่านซึ่งมีต่อเราอันเปนเจ้าชีวิตร์ และต่อประเทศฝรั่งเศสผู้ปกปักอารักขาประเทศเขมรของเราต่อไป.
เพื่อให้เห็นปรากฎและเปนพยานแน่ชัดว่า เราเปนผู้มีความตั้งใจโดยแท้จริง ที่จะทนุบำรุงผลประโยชน์ของแผ่นดินและของบรรดาอาณาประชาราษฎร เราได้ตกลงยอมอนุญาตให้บรรดาประชาราษฎรทั้งปวงจับจองที่ดินซึ่งเปนที่รกร้างว่างเปล่าหรือผู้ซึ่งมีที่ดินไร่นาแล้ว ประกอบกิจการทำประโยชน์ให้ที่ดินเหล่านั้นโดยไม่ต้องเสียค่าภาษีอากรค่าธรรมเนียมแต่อย่างใดในปีที่เราได้เสวยราชสมบัตินี้ เพื่อทนุบำรุงให้บ้านเมืองถาวรมีความเจริญวัฒนายิ่ง ๆ ขึ้น.
โอกาศนี้เราขอแสดงความขอบใจในคำอำนวยพรให้แก่เราโดยความจงรักภักดีต่อเรานั้นด้วยทุก ๆ คน.
ครั้นมีพระราชดำรัสจบแล้ว ในทันใดนั้น ผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน (กูเวร์เนอร์ เยเนราล) และผู้สำเร็จราชการประเทศเขมร (เรซีด็องต์ ซุเปริเยอร์) ได้พร้อมกันนำตราและสายสพาย เล ย็อง ดอน เนอร์ เข้าไปถวายแด่สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ในนามของประธานาธิบดีเรปับลิก ประเทศฝรั่งเศส พระเจ้าศรีสวัสดิ์ทรงรับและทรงเสวยน้ำพระพุทธมนต์ในพระมหาสังข์เลี่ยมทองคำเสร็จแล้ว เสนาบดีได้เข้าไปประดับตราแลพาดสายสพายบนฉลองพระองค์สีแดงขลิบทอง ถวายเสร็จแล้ว ผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน ทูลอัญเชิญเสด็จให้ทรงขึ้นประทับบนพระบัลลังก์โทรน แล้วออกญาอิสีพัฒน์ ผู้เปนอธิบดี กรมพราหมณ์พิธี ได้นำพระมหามงกุฎมาส่งให้ผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน ๆ รับแล้วนำไปสวมพระเศียรถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ พราหมณ์ช่วยติดพระกรรเจียกที่พระกรรณขวาซ้ายถวาย แล้วพราหมณ์อิกคนหนึ่งก็นำพระขรรค์มาให้ผู้สำเร็จราชการ ๆ ก็นำพระขรรค์ไปถวายต่อพระหัดถ์พระเจ้าศรีสวัสดิ์ ๆ ทรงขอบใจผู้สำเร็จราชการ เสร็จแล้วทันใดนั้นได้เสด็จลงจากที่ประทับ ซึ่งเรียกว่า เขาพระสุเมรุ ทรงพระดำเนินขึ้นไปสู่พระที่นั่งราชอาศน์ ทรงประทับขัดสมาธิภายใต้พระมหาเสวตฉัตร์ ทรงทอดพระเนตร์ดูบรรดาเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพาร ซึ่งคุกเข่าเฝ้าอยู่ต่อน่าพระที่นั่งโดยพร้อมเพรียง ทันใดนั้นพราหมณ์ก็เป่าสังข์และกระทั่งมโหรทึกลั่นฆ้องไชย ปืนใหญ่ก็ยิงเสียงสนั่นหวั่นไหว ครั้นสิ้นเสียงแล้ว ผู้สำเร็จราชการพร้อมด้วยข้าราชการก็แสดงความยินดี ถวายพระพรไชยในการราชาภิเศกโดยสวัสดิภาพ แล้วเสด็จลงจากพระบัลลังก์โทรน จะเสด็จต่อไปที่พระที่นั่งทักษิณ แต่ก่อนที่จะเสด็จไปได้ประทับที่พระเก้าอี้ มีพระราชดำรัสกับผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีนว่า.
“ท่านต้องได้รับความลำบากเหน็จเหนื่อยสำหรับตัวข้าพเจ้ามาก ถึงกับอุส่าห์มาโดยตนเองในการพิธีราชาภิเศกของข้าพเจ้า กระทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกปลาบปลื้มและให้เปนที่มั่นใจ หวังว่าท่านมีความยินดีพอใจที่จะทนุบำรุงส่วนตัวข้าพเจ้าและบ้านเมืองของข้าพเจ้าด้วย เมื่อเปนดังนี้ ข้าพเจ้าก็ต้องกระทำกรณีกิจย์กิจตามน่าที่โดยมิความยินดีอย่างเบิกบานใจที่จะอำนวยพรให้แก่ท่าน ขอให้ท่านจงมีความศุขกายศุขใจ ขอให้เปนใหญ่เปนประธาน, ประกอบด้วยยศถาบันดาศักดิ์ทุกสิ่งทุกอย่าง และขอขอบใจท่านด้วยอย่างสนิทสนมโดยไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งขอแสดงความยินดีและขอบใจสำหรับท่านผู้สำเร็จราชการประเทศเขมร (เรซีด็องต์ ซุเปริเยอร์) ด้วย.
เมื่อกี้นี้ ท่านได้อำนวยพรให้แก่ข้าพเจ้าในนามของท่านและในนามของรัฐบาลฝรั่งเศส พร้อมด้วยเจ้าน่าที่ฝ่ายหหารพลเรือน ซึ่งได้มาพร้อมกันณะที่นี้นั้น ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านทั้งหลายเปนอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง.
ข้าพเจ้าขอท่านได้ช่วยเรียนประธานาธิบดีและท่านเสนาบดีหัวเมืองประเทศราชด้วย ว่าข้าพเจ้ามีความยินดีขอบใจท่านเปนอันมาก โดยความสุจริตแท้ ข้าพเจ้ามีความตั้งใจปราถนาดีอยู่เสมอ ขอให้ท่านและประเทศฝรั่งเศสมีความเจริญศุขใหญ่ยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะประเทศฝรั่งเศสเปนประเทศที่ข้าพเจ้ามีความรู้สึกถึงบุญคุณอยู่เสมอ และข้าพเจ้ายินดียอมรับอาสาที่จะกระทำในกิจการทั้งปวงอย่างเต็มใจโดยข้าพเจ้ามีความปราถนาตั้งใจอยู่เสมอที่จะได้เห็นประเทศฝรั่งเศสเปนประเทศชั้นที่ ๑ ในจำพวกนานาชาติโดยทั่วไป.
ในการที่ข้าพเจ้าได้ครองราชสมบัติสืบสนองกระษัตริย์ ซึ่งเปนบุรพบุรุษของข้าพเจ้าโดยความยินยอมพร้อมใจของเจ้านายและข้าราชการทั้งปวง โดยความเจตนาเห็นชอบของรัฐบาลของท่านนี้ ข้าพเจ้าจะได้ตั้งใจคอยเปนธุระที่จะปฏิบัติกิจการของประเทศเขมรในระหว่างผู้อารักขา (โปรเต๊กโตราต์ ฝรั่งเศส) ให้เปนที่ตกลงโดยความปรองดองกันกับรัฐบาลของข้าพเจ้าอยู่เสมอ สรรพกิจทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเกณฑ์ซึ่งเห็นว่า เปนสิ่งนำมาซึ่งความเจริญแผ่ไพศาล สำหรับประเทศและชาติเขมรแล้ว ข้าพเจ้าได้เตรียมพร้อมแล้วทั้งในเวลานี้และเวลาต่อไปภายน่า ที่จะกระทำกิจการเหล่านั้นให้บรรลุถึงซึ่งผลสำเร็จ โดยความพยายามจนสุดกำลัง เพราะเราทั้งหลายย่อมนับถือว่าประเทศฝรั่งเศสเปนเหมือนดังเมืองแม่ของประเทศเขมรเรา.
เมื่อได้มีพระราชดำรัสจบลง ท่านผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีนได้ทูลตอบแสดงความยินดีและชมเชยในกรณีย์กิจ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ได้ทรงกระทำมาแต่เดิมจนตลอดถึงการราชาภิเศกนี้ ได้ทรงเปนพระธุระใฝ่พระทัยในการที่จะทนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น รัฐบาลฝรั่งเศสได้มีความไว้วางใจเชื่อถือในพระองค์ท่านโดยแน่แท้ ดังมีพยานปรากฎ ที่ยอมให้พระองค์ท่านจัดตั้งกองทหารสำหรับชาติประเทศเขมรขึ้นกองหนึ่งได้โดยปราศจากการขัดข้อง จึงขอให้พระองค์ท่านทรงมีความมั่นพระทัยในรัฐบาลเถิด ในโอกาศนี้ขอพระองค์จงทรงพระเจริญและทรงมีความศุขสำราญตลอดถึงอาณาประชาราษฎรของพระองค์ท่านด้วยทุก ๆ คน.
เมื่อท่านผู้สำเร็จราชการประเทศอินโดจีน ทูลตอบพระราชดำรัสแล้วก็ลากลับ เวลาจวน ๑๑ นาฬิกา สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้เสด็จขึ้นเข้าไปประทับยังพระที่นั่งข้างใน ซึ่งเรียกว่า “พระแท่นบรรธม” ในพระที่นั่งนี้มีพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน เจ้าจอม พนักงาน นางกำนัล คอยเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายตัวตามลำดับพระชนมายุและอายุผู้ใหญ่ผู้น้อย พร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ได้ทรงต้อนรับโดยพระภักตร์ยิ้มแย้ม และในทันใดนั้น มีเจ้านายฝ่ายในชั้นผู้ใหญ่องค์หนึ่งรับฉันทะเจ้านายฝ่ายในและเจ้าจอมทั้งปวง อ่านคำถวายไชยมงคลกราบบังคมทูล ดังมีข้อความดังนี้.
ขอเดชะใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม.
ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน พร้อมด้วยเจ้าจอม พนักงาน นางกำนัล ทั้งปวงในพระราชสำนัก ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณา ทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท. ด้วยข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ซึ่งได้พร้อมกันมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทณะที่นี้ ล้วนมีจิตร์โสมนัสยินดีในพิธีราชาภิเศกของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ทั้งได้นำดอกไม้ธูปเทียนมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อเปนเครื่องหมายแห่งความเคารพโดยความจงรักภักดี และขอถวายตัวเปนข้าในใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท จนตราบตลอดชีวิตร์หาไม่ โดยความซื่อสัตย์กตัญญูกตะเวทีของข้าพระพุทธเจ้า ขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญมีพระชนมายุยืนยาวยิ่ง ๑๐๐ พระพรรษา เพื่อจะได้เปนที่อารักขา แห่งเหล่าข้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเปนข้าในใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทยุคล ขอบันดาลดลให้พระองค์ทรงพระเดชานุภาพภินิหารภิโยยิ่ง ๆ ขึ้นเทอญ. ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.
ขอเดชะ.
ลำดับนี้ท่านผู้หญิง ออกญามนตรี ซึ่งเปนผู้รับฉันทะแทนบรรดาท่านผู้หญิง คุณหญิง ภรรยาข้าราชการทั้งปวง ซึ่งเฝ้าอยู่แถวข้างซ้ายนั้น ก็อ่านคำถวายไชยมงคลกราบบังคมทูล ดังมีข้อความต่อไปนี้.
ขอเดชะ ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม.
ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าบรรดา ภรรยาข้าราชการใหญ่น้อยทุก ๆ ชั้น ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาศ กราบบังคมทูลพระกรุณาทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท.
ด้วยข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีความปีติยินดียิ่งนัก ในการที่ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ได้ทรงขึ้นครองราชสมบัติและมีการราชาภิเศกนี้ จึงได้พากันนำดอกไม้ธูปเทียนมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย โดยความจงรักภักดี ซึ่งรู้สึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเปนล้นเกล้าล้นกระหม่อมอยู่เนืองนิจ ข้าพระพุทธเจ้าขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญในราชสมบัติและมีพระชนมายุยืนนาน เพื่อพระบารมีจะได้ปกเกล้าอารักขาให้ข้าพระพุทธเจ้าได้รับความร่มเย็นเปนศุขต่อไป. ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานถวายความซื่อสัตย์ในใต้ฝ่าพระบาทยุคล ขอให้ทรงพระเจริญยิ่ง ๆ เทอญ. ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.
ขอเดชะ.
สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ทรงมีพระราชดำรัสตอบสั้น ๆ ดังต่อไปนี้.
(พระราชดำรัสตอบพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน)
ดูกร พระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าจอมฝ่ายใน.เรามีความพอใจยิ่งนักที่ท่านทั้งหลายได้มาแสดงความยินดีให้พรในวันราชาภิเศกของเรา ทั้งนี้เราขอแสดงความขอบใจด้วยทุกคน.
เราหวังว่าท่านทั้งหลายควรจะตั้งใจปฏิบัติกรณียกิจตามน่าที่ของตน เพื่อรักษาเกียรติยศเกียรติศักดิ์โดยความจงรักภักดี เพื่อเปนพยานแห่งความสามัคคีและความซื่อสัตย์ ซึ่งได้รู้สึกถึงบุญคุณของพระมหากระษัตริย์ของตน อันมีความปราถนาดีต่อท่านอยู่เสมอ ขอท่านทั้งหลายจงมีความศุขศิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปทั่วทุกคนเทอญ.(พระราชดำรัสตอบ ท่านผู้หญิงภรรยาข้าราชการ)
ดูกร ท่านผู้หญิงและภรรยาข้าราชการทั้งหลาย.
เรามีความขอบใจท่านเปนอันมากในการที่ได้มาประชุมแสดงความยินดีให้พรในวันราชาภิเศกของเรานี้ เปนที่พอใจเรายิ่งนัก.
เราหวังว่าท่านทั้งหลายคงจะตั้งใจปฏิบัติกรณียกิจของตน โดยความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวของตัวโดยความซื่อสัตย์กตัญญู ขอท่านทั้งหลายจงมีความเจริญ อายุ วรรณะ ศุขะ พละ ทั่วทุกคนเทอญ,ครั้นมีพระราชดำรัสตอบเสร็จแล้ว เสด็จขึ้น.
บ่ายวันนี้จะได้มีการพิธีเวียนเทียนสมโภช สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ เจ้าพนักงานได้จัดการสำหรับพิธีคอยรับเสด็จโดยพร้อมสรรพ ครั้นถึงเวลาบ่าย ๔ นาฬิกาหลังเที่ยง สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ ทรงพระภูษาสำหรับวันศุกร์ เสด็จออกประทับบนอาศนะที่ปูด้วยผ้าขาวกลางท้องพระโรง มีเจ้านายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายองค์ หลายนาย นั่งเฝ้าเปนวงล้อมพระองค์ แล้วเจ้ากรมพราหมณ์พิธีจุดเทียนติดบนแว่น ๗ แว่น แล้วจัดการเวียนเทียนสมโภช ๑๙ รอบ แล้วดับเทียนด้วยใบพลู โบกควันไปถวายเฉพาะพระภักตร์สมเด็จพระเจ้าศรีสวัสดิ์ให้เปนศิริมงคล เสร็จแล้วเสด็จลุกขึ้นไปประทับบนพระที่นั่งโทรน เจ้านายข้าราชการทุกช้นเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทอยู่ตามตำแหน่งเปนลำดับ จึงมีพระราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ปล่อยนักโทษออกจากที่คุมขัง ตามบาญชีรายชื่อซึ่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมนำทูลเกล้าถวายมานั้น เสร็จแล้วเสด็จขึ้น.
ในค่ำวันนี้มีมโหรศพ โขน ลคร จุดดอกไม้ไฟ และมีฝูงประชาชนเข้ามาชมงานในพระราชวังตามเคยพิธีวันที่ ๕ มีเพียงเท่านี้.
ขอขอบคุณที่มา : ห้องสมุด ดิจิทัล วัชรญาณ