[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
20 พฤษภาคม 2565 16:59:52 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กรรมที่ทำให้เกิดผิดเพศ อิสิทาสีเถรีคาถา  (อ่าน 10298 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 04:54:20 »





กรรมที่ทำให้เกิดผิดเพศ  อิสิทาสีเถรีคาถา

เพศที่สาม นิยามตามกระแสมีหลากหลาย ตุ๊ด แต๋ว ฉิ่ง อีแอบ เกย์ กะเทย (ควาย) ทอม ดี้
สาวหล่อ หนุ่มสวย คนสีม่วง
ซึ่งมีอยู่ในทุกอาชีพ ตั้งแต่กรรมกร ไปจนถึงนักการเมืองระดับประเทศ ไม่เว้นแต่องค์กรทาง ศาสนา
ซึ่งมีทั้ง พระตุ๊ด และ ชีทอม
ทฤษฎีและแนวคิด การเกิดเพศที่สามมีหลากหลาย ระบบสมอง จิต ยีน พันธุกรรม การเลี้ยงดู
การหล่อหลอมทางสังคม การเรียนรู้จากสังคม รวมทั้งเป็นเรื่องของ กรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน ด้วย

แนวคิดเรื่อง "กรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน" เป็นประเด็นหนึ่งทางพุทธศาสนา ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ทั้ง นี้ พระอาจารย์เกษมสุข เขมสุโข พระนักจัดรายการพุทธประทีป ทางสถานีวิทยุกองทัพอากาศ ๐๑ ดอนเมือง
และอดีตที่ปรึกษารายการพุทธประทีปฝ่ายข้อมูลรายการซึ่งออกอากาศ ทางช่อง ๕
ได้ยก พระไตรปิฎก และ อรรถกถาเล่ม ๕๔ หน้า ๔๖๖ อิสิทาสีเถรี
มาอธิบายว่า พระภิกษุและภิกษุณี ที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านจะเล่ากรรม ในอดีตชาติบางชาติให้ฟัง
เล่าทั้งกรรมดีและกรรมชั่วที่ท่านเคย ทำไว้ เพื่อ เป็นอุทาหรณ์สอนประชาชน เช่น

พระอิสิทาสีเถรี ท่านเล่าว่า ท่านเคยเกิด เป็นผู้ชาย แต่เจ้าชู้ แอบเป็นชู้กับภรรยาคนอื่น พอตายก็ตกนรก
หมดกรรมจากนรก ก็ไปเกิดเป็นสัตว์หลายชนิด

เช่น เกิดเป็นลูกลิง ก็ถูกลิงจ่าฝูงกัดอวัยวะสืบพันธุ์ เป็นผลกรรม ที่ใช้อวัยวะเพศเป็นชู้ หมดกรรมจากลิง
ไปเกิดเป็นแพะตาบอด
ได้รับอุบัติเหตุที่อวัยวะเพศ เป็นแผลเน่า หนอนขึ้นที่แผล เพราะกรรมใช้อวัยวะเพศ ไปทำบาปเป็นชู้

หมดกรรมจากแพะตาบอด ไปเกิดเป็นโค ต้องไถนาทำงานหนัก และถูกเจ้าของจับตอนอวัยวะเพศ เพื่อไม่ให้ผสมพันธุ์
คือไม่ให้ใช้ อวัยวะเพศอีก

หมดกรรมจากโค ไปเกิดเป็นทาส เป็นกะเทยแท้ ๒ เพศในคนเดียวกัน อายุ ๓๐ ปีก็ตาย จากนั้นจึงไปเกิดเป็น
ผู้หญิงยากจน พ่อแม่มีหนี้สินมาก ไม่มีเงินใช้เจ้าหนี้ จึงถูกยึดลูกสาว

ขณะที่เกิดเป็นสาวยากจน ถูกนำตัวไปขัดดอกเบี้ย ลูกชายเจ้าหนี้พอใจ ในเรือนร่างสาวแรกรุ่น
เขามีภรรยาและมีบุตรอยู่แล้ว จึงนำ นางสาวขัดดอกเบี้ยไป เป็นภรรยาน้อย เธอทำบาปกรรมเพิ่มขึ้นอีก ในชาตินั้น
โดยความไม่รู้เท่าทันกรรมว่า ที่เกิดมาในชาตินี้ จนอย่างนี้ ต้องเป็นรอง เป็นภรรยาน้อยเขา

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
 
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 05:16:13 »



เพราะเป็นแค่เศษกรรมเก่า ที่ต้องใช้หนี้กรรม...เธอกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายภรรยาหลวง
ภรรยาหลวงเป็นคนดี อยู่ในศีลในธรรม จึงยอมแพ้หนีออกจากบ้าน นางจึง ได้เป็นใหญ่ ในบ้านแทน

ผลกรรมที่เธอกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายคนดีมีศีล เป็นการทำกรรมบาปซ้อนกรรมบาป เขาให้มาเกิดชดใช้กรรมที่เป็นชู้ แล้วมาทำกรรม

ใส่ร้ายภรรยาหลวง จนอยู่ในบ้านไม่ได้ เพราะสามีเข้าใจผิด เกลียดภรรยาหลวง

กรรมใหม่นี้ทำให้เธอมาเกิดอีกชาติหนึ่ง เป็นลูกเศรษฐีใจบุญ อยู่ในศีลในธรรม (หมดกรรมที่เป็นชู้สมัยเป็นผู้ชายแล้ว)

ผลกรรมที่ใส่ร้ายภรรยาหลวง ผู้เป็นคนดี ทำให้สามีไม่รัก เบื่อง่าย จนไม่สามารถ ทนอยู่ด้วยได้อีกต่อไป

ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนดีทุกอย่าง ดูแลเอาใจใส่สามีสารพัด แต่กรรมสมัยเมื่ออดีตชาติ ใส่ร้ายภรรยาหลวงที่เป็นคนดี

จนอยู่บ้านไม่ได้ เพราะสามีเกลียด ด้วยความ เข้าใจผิด ทำอย่างไรก็ได้รับผลเช่นนั้น

ผลกรรม
ทำให้เธอต้องเป็นม่าย หลายครั้ง มีสามีกี่คน สามีก็เบื่อ และทิ้งเธอ หมดทุกคน
จนเธอเสียใจ คิดจะฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็บวชตลอดชีวิต เธอบวชได้ ๗ วัน บรรลุเป็นพระอรหันต์

พระอาจารย์เกษมสุข ให้คติธรรมไว้อย่างน่าคิดว่า "เรื่องของกรรมในอดีตชาติ อาจจะเป็นเรื่องอธิบาย ให้คนเข้าใจยาก

เพราะไม่มีอะไรพิสูจน์ แต่เราก็มิอาจจะปฏิเสธ เรื่องของอดีตชาติ ชาติปัจจุบัน และชาติหน้าได้
เพราะเมื่อวานอาจจะเป็นอดีตชาติของใครบางคน ปัจจุบันขณะเป็นชาตินี้ พรุ่งนี้อาจจะเป็นชาติหน้า ของใครอีกหลายๆ คน

ทุกๆ วันเรามักจะวางแผนงานล่วงหน้า เพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน แล้วทำไมเรา ไม่รักษาศีล เจริญภาวนา และปฏิบัติธรรม

เพื่อวันข้างหน้า หรือชาติหน้าชีวิตจะได้ ดีกว่าชาตินี้"
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 15:42:21 »



กรรมที่ผิดศีลข้อสาม

กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ เป็นศีลข้อที่ ๓ หมายถึง ให้เว้นจาก การละเมิดความรัก คือในสามีและภรรยาของบุคคลอื่น ยินดีเฉพาะสามีและ ภรรยาของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่ง หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระป่าพระกรรมฐานชื่อดังในอดีต
ได้เทศน์ให้แพทย์หญิงท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นสูตินรีแพทย์ มีใจความตอนหนึ่งน่าสนใจว่า

"มาเล่นตลกให้หลวงปู่ดู เมื่อชาติก่อน เขาเป็นผู้ชายรูปหล่อ มีเมียมากนับไม่ถ้วน

ชาตินี้มาเกิดเป็น ผู้หญิง (ทอม) แต่แอบปกปิดไว้ เธอไม่แต่งงาน ตัดผมสั้น ไม่แต่งหน้า ต้องมาดูแล รักษาช่องคลอดผู้หญิง

เป็นการชดใช้กรรมเก่า ซึ่งเป็นแค่เศษกรรมที่ทำบาป กับช่องคลอดผู้หญิงไว้มากพอสมควร"

การล่วงเกินทางเพศหญิง อีกหลายลักษณะซึ่งโทษก็หนักเบาต่างกัน

ขณะเดียวกัน บางชาติอาจกระทำความดี กรรมก็ลดหย่อน ผ่อนลงให้เบาขึ้น
ในพระไตรปิฎกมีหลักฐาน ของการผิดศีลข้อสามพอสรุปได้ดังนี้

๑.ผู้ชายใช้ความเป็นผู้ชาย ไปทำบาปกับผู้หญิงไว้มากพอควร ชาติต่อไปก็อย่าได้เกิดเป็นผู้ชายอีกเลย จะได้ไม่ใช้อวัยวะเพศ ไปทำให้ผู้หญิงเขาเดือดร้อนอีก (บาดเจ็บ ติดโรค ท้อง)

๒.เพื่อให้รู้ถึงความยากลำบาก ของเพศหญิงตามธรรมชาติ

๓.ชอบผู้หญิงมาก เป็นชีวิตจิตใจ ติดหญิง หลงหญิง ยอมตกนรกก็มี ยอมติดคุกก็ม ี ยอมเสียเงินทอง ยอมผิดศีลเพื่อให้ได้ผู้หญิง หลายๆ คน ยิ่งเก่งยิ่งดี ยิ่งสนุกยิ่งมัน อย่ากระนั้นเลย

กรรมบาปดึงวิญญาณผู้ชาย ๑๐๐% มาอยู่ในร่างผู้หญิง ชอบนักจึงให้อยู่ ในร่างเดียวกันไปเลย ปัจจุบันเรียกว่าทอม

แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่หลงผู้ชาย แย่งสามีคนอื่น อย่ากระนั้นเลย
กรรมบาปดึงวิญญาณผู้หญิง ๑๐๐% มาอยู่ในร่างผู้ชาย ชอบนัก จึงให้อยู่ในร่างเดียวกันไปเลย ปัจจุบันเรียกว่า กะเทย

๔.เศษกรรมจะทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ ในเรื่องเพศที่ตัวไม่ต้องการ คือใจอยากเป็นชาย ตามชาติที่ผ่านมา แต่กายเป็นหญิง

๕.ทำให้ผิดหวังในรัก เพราะผู้หญิงโดยปกติ ต้องชอบผู้ชายแท้ เพื่อมีลูกหลานไว้เชยชม

๖.เกิดเป็นหญิง แต่ถูกล่อลวงทางเพศ เป็นโสเภณี ถูกข่มขืนใช้กรรมเก่า

๗.เกิดเป็นสูตินรีแพทย์ เกิดเป็นพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ทำหน้าที่ดูแล รักษาทำความสะอาดช่องคลอดผู้หญิง ฯลฯ



Credit by : http://www.zone-it.com/forum/index.php?action=printpage;topic=58146.0
Pics by : Google

อนุโมทนา สาธุธรรมค่ะ
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 16:17:12 »




เถรีคาถา จัตตาฬีสนิบาต
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในจัตตฬีสนิบาต
อิสิทาสีเถรีคาถา
คาถาสุภาษิตของนางอิสิทาสี-โพธีเถรี


  [๔๗๓]    ภิกษุณี ๒ รูปผู้ทรงคุณธรรม เป็นกุลธิดาในศากยสกุล ในนคร
                          อันมีชื่อว่าโกสุม คือ เมืองปาตลีบุตร เดี๋ยวนี้ จักเป็นมณฑลแห่ง
                          แผ่นดิน ในภิกษุณี ๒ รูปนั้น รูปหนึ่งชื่ออิสิทาสี รูปหนึ่งชื่อโพธี

                          เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีในการเพ่งฌาน เป็นพหูสูต เป็นผู้
                          กำจัดกิเลสได้แล้ว ภิกษุณีทั้ง ๒ รูปนั้น ไปเที่ยวบิณฑบาตกลับมา
                          แล้ว ทำภัตกิจเสร็จล้างบาตรแล้ว นั่งพักสบายอยู่ในที่อันสงัด ได้
                          ไต่ถามและแก้ไขต่อกันอย่างนี้.

             พระโพธีถามว่า

                          ข้าแต่พระแม่เจ้าอิสิทาสี พระแม่เจ้าเป็นที่น่าเลื่อมใสอยู่ แม้วัยของท่าน
                          ก็ยังไม่เสื่อม ก็พระแม่เจ้าเห็นโทษอะไรจึงประกอบเนกขัมมะ?

                          พระอิสิทาสีนั้นเป็นผู้ฉลาดในการแสดงธรรมในฐานะแห่งบุญ เมื่อถูก
                          ถามอย่างนี้ จึงได้กล่าวตอบอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระแม่เจ้าโพธี ขอพระ-
                          แม่เจ้าจงฟังตามเรื่องที่ฉันบวชแล้ว.



บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 16:38:26 »




             ต่อไปนี้เป็นคำวิสัชนา

                          โยมบิดาของดิฉันอยู่ในบุรีอันประเสริฐชื่อว่าอุชเชนี เป็นเศรษฐีผู้สำรวม
                          แล้วด้วยศีล ดิฉันเป็นธิดาผู้เดียวของท่าน ซึ่งเป็นที่รักที่ชอบใจและเป็น
                          ผู้อันท่านเอ็นดู ในเวลาที่ดิฉันเจริญวัยแล้ว เศรษฐีผู้มีรัตนะมาก เป็นสกุล
                          อันอุดมคนหนึ่งในเมืองสาเกต มาขอดิฉันเป็นสะใภ้ โยมบิดาได้ให้
                          ดิฉันเป็นสะใภ้ของเศรษฐีนั้น ดิฉันได้ไปสู่สำนักมารดาและบิดาของสามี

                          ทำการนอบน้อมด้วยเศียรเกล้า ไหว้เท้าท่านทั้ง ๒ ทุกเช้าเย็น ท่านทั้ง ๒
                          สอนดิฉันอย่างไร ดิฉันก็ทำอย่างนั้น พี่หญิงน้องหญิง พี่ชายน้องชายหรือ
                          บ่าวไพร่ของสามีดิฉัน ไม่ว่าคนใด ดิฉันเห็นแล้วแม้ครั้งเดียว ก็มีความ
                          ยำเกรงให้อาสนะ ดิฉันต้อนรับด้วยข้าวน้ำและของเคี้ยว ซึ่งเป็นของที่
                          เขาจัดหาไว้ที่เรือน และสิ่งใดควรแก่ผู้ใด ก็ให้สิ่งนั้นแก่ผู้นั้น ดิฉัน

                          ลุกขึ้นแต่เช้าเข้าไปยังเรือนสามี ล้างมือล้างเท้าที่ธรณีประตูแล้ว ประนม
                          มือเข้าไปกราบสามี จัดหาหวี เครื่องผัดหน้า ยาหยอดตา แว่นส่องหน้า
                          มาตบแต่งสามีเสียเองเหมือนสาวใช้ ดิฉันหุงข้าวต้มแกงเอง ล้างภาชนะ
                          เอง มารดาบำรุงบำเรอบุตรน้อยคนเดียว ฉันใด ดิฉันก็บำเรอสามี
                               ฉันนั้น
ดิฉันมีความจงรักภักดี มีวัตรอันยอดยิ่ง ทำการงานอันหญิงพึง

                          ทำทุกอย่าง ไม่มีความถือเนื้อถือตัว ขยันไม่เกียจคร้าน สมบูรณ์ด้วย
                          ศีลอย่างนี้ สามีก็ยังโกรธ สามีของดิฉันพูดกะมารดาของเขาว่า ฉันจัก
                          ลาไป จักไม่อยู่ร่วมกับนางอิสิทาสี ฉันไม่ควรอยู่ร่วมในเรือนหลัง
                          เดียวกับนางอิสิทาสี.
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 16:51:00 »



            มารดาบิดาของเขาจึงห้ามว่า

                          ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าพูดอย่างนั้นเลย นางอิสิทาสีเป็นบัณฑิตฉลาดรอบคอบ
                          ขยันไม่เกียจคร้าน ไฉนจึงไม่ชอบใจเจ้าล่ะลูก.

                          นางอิสิทาสีไม่ได้เบียดเบียนอะไรฉันเลย แต่ว่าฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับ
                          นางอิสิทาสีเท่านั้น ฉันไม่อยากเห็น ไม่ต้องการ ฉันจักลาบิดามารดา
                          ไปละ.

                          และบิดาของสามีของดิฉันฟังคำของเขาแล้ว ได้ถามดิฉันว่า เจ้าทำผิด
                          อย่างไร สามีของเจ้าจักละทิ้งเจ้าเช่นนี้ เจ้าจงบอกสิ่งที่เจ้าได้ทำตามจริงเถิด.

             ดิฉันตอบว่า

                          ดิฉันไม่ได้ทำผิดอะไร ทั้งไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนอะไร และไม่ได้
                          ดูหมิ่นอะไร ดิฉันจักอาจกล่าวคำชั่วหยาบอะไร อันเป็นเหตุให้สามี
                          โกรธดิฉันได้เล่า มารดาและบิดาแห่งสามีเสียใจ ถูกทุกข์ครอบงำแล้ว
                          เหมือนกัน แต่หวังจักรักษาบุตรไว้ จึงได้นำดิฉันกลับไปส่งคืนให้โยม
                          บิดาของฉันที่เรือน ดิฉันเป็นหญิงหม้ายมีรูปสวยเที่ยวไป ภายหลัง

                          โยมบิดาของดิฉัน ได้ยกดิฉันให้แก่กุลบุตรผู้มีทรัพย์สมบัติน้อยกว่าสามี
                          เก่าครึ่งหนึ่ง โดยสินสอดครึ่งหนึ่ง ต่อกับสินสอดที่เศรษฐีคนเก่าได้มั่น
                          ดิฉัน ดิฉันอยู่ที่เรือนของสามีคนที่สองนั้นเดือนหนึ่ง ต่อมาเขาได้ขับ
                          ดิฉันผู้บำรุงบำเรออยู่ดังนางทาสี ประพฤติตัวดีมีศีลจากเรือนเขาอีก
                          โยมบิดาของดิฉันบอกกะบุรุษคนหนึ่งเป็นผู้ฝึกจิตแห่งชนเหล่าอื่น มีกาย

                          และวาจาอันฝึกแล้ว เที่ยวขอทานอยู่ว่า เจ้าจงทิ้งผ้าขี้ริ้วและหม้อเสีย
                          จงมาเป็นลูกเขยเราเถิด เขาอยู่กับดิฉันได้ครึ่งเดือน ก็บอกโยมบิดาของ
                          ดิฉันว่า ท่านจงให้ผ้าขี้ริ้ว หม้อ และกระเบื้องขอทานแก่ข้าพเจ้า
                          ข้าพเจ้าจะไปเที่ยวขอทานอีก ลำดับนั้น โยมบิดามารดากับพวกหมู่ญาติ
                          ของดิฉันทั้งหมดพากันถามคนขอทานนั้นว่า สิ่งใดที่เจ้าทำไม่สำเร็จใน

                          ที่นี้ ขอเจ้าจงรีบบอกเร็วๆ เขาจักทำสิ่งนั้นๆ ให้เจ้า เมื่อโยมบิดา
                          มารดาและพวกญาติของดิฉันพูดอย่างนี้แล้ว คนขอทานนั้นจึงตอบว่า
                          เราอาจทำตัวของเราให้เป็นไทยโดยแท้ แต่ข้าพเจ้าไม่ต้องการอยู่ร่วม
                          เรือนหลังเดียวกับนางอิสิทาสีได้ โยมบิดาของดิฉันปล่อยให้เขาไป
                          ดิฉันผู้เดียวคิดว่า จักลาโยมมารดา โยมบิดาไปตาย หรือไปบวชดีกว่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 มิถุนายน 2553 06:22:39 โดย เงาฝัน, เหตุผลที่แก้ไข: เพิ่มภาพค่ะ » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 17:18:39 »



                          ลำดับนั้น พระแม่เจ้า ชินทัตตาผู้ทรงไว้ซึ่งวินัย เป็นพหูสูต มีศีล
                          สมบูรณ์ มาเที่ยวบิณฑบาตที่สกุลโยมบิดาของดิฉัน ดิฉันเห็นท่าน
                          จึงลุกไปจัดอาสนะของดิฉันถวายท่าน และเมื่อท่านนั่งเสร็จแล้ว ดิฉัน
                          กราบเท้าและถวายโภชนาหารแก่ท่าน ดิฉันเลี้ยงดูท่านด้วย ข้าว น้ำ
                          ของเคี้ยว และสิ่งที่จัดไว้ในเรือนให้อิ่มหนำแล้ว จึงกราบเรียนว่า

                          พระแม่เจ้า ดิฉันปรารถนาจะบวช ลำดับนั้น โยมบิดาบอกกะดิฉันว่า
                          ลูกเอ๋ย ขอเจ้าจงอยู่ประพฤติธรรมในเรือนนี้เถิด และเจ้าจงเลี้ยงดู
                          สมณะพราหมณ์ทั้งหลายด้วยข้าวน้ำเถิด ครั้งนั้น ดิฉันประนมอัญชลี
                          ร้องไห้ พูดกะโยมบิดาว่า ขอคุณพ่อจงอนุญาตลูกเถิด ลูกจักยังกรรมที่
                          ทำมาแล้ว
ให้พินาศ
โยมบิดาพูดกะดิฉันว่า ขอเจ้าจงบรรลุโพธิญาณ

                          แลธรรมอันประเสริฐ และจงได้นิพพานที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่า
                          สัตว์ทรงทำให้แจ้งแล้ว ดิฉันไหว้โยมบิดามารดาและพวกญาติทั้งปวง
                          แล้วออกบวชได้ ๗ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓ ดิฉันระลึกชาติหนหลัง
                          ของตนได้ ๗ ชาติ วิบากแห่งกรรมอันชั่วช้าใด ซึ่งเป็นผลให้เกิดความ
                          ไม่พอใจแก่สามี
ดิฉันจะบอกวิบากแห่งกรรมนั้นแก่ท่าน ขอท่านจง

                          มีใจเป็นหนึ่งแน่นอนฟังวิบากแห่งกรรมนั้นเถิด เมื่อก่อนดิฉันเป็นนาย
                          ช่างทอง มีทรัพย์มาก อยู่ในนครเอรกกัจฉะ เป็นคนมัวเมาเพราะความ
                          มัวเมาด้วยความเป็นหนุ่ม ได้คบชู้ภรรยาของบุคคลอื่น ดิฉันจุติจากชาติ
                          นั้นแล้ว ต้องหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดกาลนาน ครั้นพ้นจากนรกนั้นแล้ว
                          เกิดในท้องแห่งนางวานร พอคลอดได้ ๗ วัน วานรใหญ่ที่เป็นนายฝูง
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553 20:10:47 »




                          ก็กัดอวัยวะสืบพันธุ์ของดิฉันเสีย นี่เป็นผลกรรมของดิฉันที่ได้คบชู้
                          ภรรยาของชายอื่น ดิฉันทำกาละจุติจากกำเนิดวานรนั้นแล้ว เกิดในท้อง
                          นางแพะตาบอดทั้งขาก็ฉิ่งในแคว้นสินธู อยู่มาได้ ๑๒ ปี ก็ถูกเด็กตัด
                          อวัยวะสืบพันธุ์เสีย ต่อมาเป็นโรคถูกหมู่หนอนฟอนที่อวัยวะสืบพันธุ์ นี่
                          เพราะโทษที่ดิฉันคบชู้ภรรยาของชายอื่น ดิฉันจุติจากกำเนิดแพะนั้นแล้ว

                          เกิดในท้องแม่โคของพ่อค้าคนหนึ่ง เป็นลูกโคมีขนแดงเหมือนสีครั่ง
                          เมื่อล่วงได้ ๑๒ เดือน ก็ถูกตอน ดิฉันถูกเขาใช้เทียมไถและเข็นเกวียน
                          ต่อมาเป็นโคตาบอด เป็นโคกระจอก เป็นโคขี้โรค นี่เพราะโทษที่ดิฉัน
                          คบชู้ภรรยาของชายอื่น ดิฉันจุติจากกำเนิดโคนั้นแล้ว เกิดในเรือนของ
                          นางทาสีในถนน จะเป็นหญิงก็ไม่ใช่ เป็นชายก็ไม่เชิง นี่เพราะโทษที่

                          ดิฉันคบชู้กับภรรยาของชายอื่น ดิฉันมีอายุได้ ๓๐ ปี ก็ถึงแก่กรรม
                          แล้วมาเกิดเป็นลูกหญิงในสกุลช่างสานเสื่อ เป็นสกุลขัดสน มีทรัพย์
                          น้อย ถูกแต่เจ้าหนี้รุมทวงอยู่เป็นนิตย์ ต่อมาเมื่อหนี้เจริญมากขึ้น
                          พ่อค้าเกวียนคนหนึ่งมาริบทรัพย์สมบัติแล้ว ฉุดเอาดิฉันลงจากเรือนแห่ง
                          สกุล ภายหลังที่ดิฉันมีอายุครบ ๑๖ ปี บุตรของพ่อค้าเกวียนนั้นมีชื่อว่า

                          คิริทาส ได้เห็นดิฉันเป็นสาวกำลังรุ่น มีจิตปฏิพัทธ์รักใคร่ขอไปเป็นภรรยา
                          แต่นายคิริทาสนั้นมีภรรยาอื่นอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนมีศีลทรงคุณสมบัติ
                          ทั้งมียศ รักใคร่สามีเป็นอย่างดียิ่ง ดิฉันบังคับนายคิริทาสให้ขับไล่
                          ภรรยาของตน สามีทุกคนได้หย่าร้างดิฉันผู้บำรุงอยู่เหมือนนางทาสีไป
                          นี่ผลกรรมที่ขับไล่ภรรยาของชายอื่น และการบังคับสามีให้ขับไล่ภรรยา
                          ตน ที่สุดแห่งบาปกรรมนั้นดิฉันทำเสร็จแล้ว.



จบ จัตตาฬีสนิบาต
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖  บรรทัดที่ ๑๐๐๒๙ - ๑๐๑๓๗.  หน้าที่  ๔๓๕ - ๔๓๙.

Credit by : http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๒๖
Pics by : Google

ขอบพระคุณที่มาทั้งหมดมากมาย
อนุโมทนาสาธุธรรมค่ะ
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2553 05:28:02 »




เหตุปัจจัยให้เกิดเป็นกะเทย

อ่านเนื้อหารายละเอียดได้
ตามลิ้งค์ค่ะ


 น้ำตาเล็ด   http://www.vipassana.es.tl/29-.-1-%26%233648%3B%26%233627%3B%26%233605%3B%26%233640%3B%26%233651%3B%26%233627%3B%26%233657%3B%26%233585%3B%26%233632%3B%26%233648%3B%26%233607%3B%26%233618%3B.htm
บันทึกการเข้า
คำค้น: อุทาหรณ์  เพศที่สาม  ความไม่รู้เท่าทันกรรม  เถรีคาถา  พระไตรปิฎก  เหตุแห่งกรรม 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.86 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 05 พฤษภาคม 2565 13:10:57