[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
07 ธันวาคม 2565 11:20:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระธรรมปาโมกข์ รูปที่ ๒ : พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์  (อ่าน 3362 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 4843


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 11 เมษายน 2555 13:33:52 »

พระธรรมปาโมกข์ยุคกรุงรัตนโกสินทร์


พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธ กรุงเทพมหานคร


พระธรรมปาโมกข์
รูปที่ ๒
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า


พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์  สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธ   เป็นพระราชวงศ์ในราชสกุลชมพูนุท  พระนามเดิมว่าหม่อมเจ้าภุชงค์   พระนามฉายาว่า สิริวฑฺฒโน พระองค์มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าภุชงค์ เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์  กับหม่อมปุ่น  ประสูติเมื่อ ณ วันศุกร์   แรม ๗ ค่ำ เดือนอ้าย  ปีมะแม  จุลศักราช ๑๒๒๑  หรือตรงกับวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๐๒  ที่วังหน้าวัดราชบพิธฯ   มุมถนนราชบพิธกับถนนเฟื่องนคร   ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔)    เป็นหม่อมเจ้าชายใหญ่  ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๓  กรมขุนเจริญผลภูลสวัสดิ์    เมื่อยังทรงพระเยาว์ได้เล่าเรียนอักขรสมัยในสำนักเจ้าจอมมารดาสัมฤทธ  ซึ่งเป็นย่า  

ถึงรัชกาลที่ ๕  เมื่อปีมะแม พ.ศ. ๒๔๑๔  พอเกสากันต์แล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ  ให้ตามเสด็จไปในเรือที่นั่งบางกอกคราวเสด็จประพาสอินเดีย  จนถึงเมืองสิงคโปร์    แล้วให้ทรงอยู่ศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียน Raffles เมืองสิงคโปร์  กับหม่อมเจ้าองค์อื่น ๆ ที่ไปในคราวเดียวกัน   หลังจากนั้น ๙ เดือน  เสด็จกลับพระนคร   พอดีกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดให้ตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษสำหรับเจ้านายขึ้น   จึงมีรับสั่งให้ทรงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสอนภาษาที่นี่โดยไม่ได้เสด็จกลับไปสิงคโปร์อีก   นอกจากนี้ยังทรงศึกษาอักษรขอมจากพระยาศรีสุนทรโวหาร  (น้อย อาจารยางกูร) จนทรงผนวชในปี พ.ศ. ๒๔๑๖

ครั้นพระชนมายุได้ 14 พรรษา เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๑๖  ทรงผนวชเป็นสามเณร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ขณะดำรงพระยศเปนกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์เปนพระอุปัชฌาย์   พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากรขณะดำรงพระยศเปนหม่อมเจ้าพระราชาคณะเป็นพระอาจารย์     ทรงผนวชแล้วประทับ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม      ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงผนวชประทับอยู่ที่วัดพระพุทธรัตนสถาน ๑๕ วัน  เวลาเสด็จบิณฑบาตก็โปรดให้ตามเสด็จด้วยทุกคราว จนเสด็จลาผนวช  

ครั้นออกพรรษาแล้ว  ทรงศรัทธาในสมณเพศจึงไม่ลาผนวช  จับเล่าเรียนภาษาบาลีต่อพระครูบัณฑรธรรมสโมธาน (สด)  แต่ยังเป็นอาจารย์ให้นิสสัยพระและให้ศีลสามเณรอยู่วัดราชบพิธ  และเรียนหนังสือไทยต่อพระยาโอวาทวรกิจ (แก่น) ต่อมาอีก  ครั้นพระครูบัณฑรธรรมสโมธานไปครองวัดนรนารถ จึงเรียนพระปริยัติธรรมต่อมากับหลวงญาณภิรมย์ (โพ) บ้าง และอาจารย์รอดบ้าง และได้เรียนภาษาสังสกฤตต่อพราหมณ์ซึ่งโปรดให้มาสอนอยู่คราว ๑  ครั้นพระชัณษาใกล้จะครบอุปสมบท  จึงทรงศึกษาพระวินัยแลเล่าสวดมนต์และปาฏิโมกข์จนจบ

เมื่ออายุครบอุปสมบท ได้โปรดให้อุปสมบทที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระวันรัตน์ (ทับ พุทฺธสิริ)เป็นพระอุปัชฌาย์   สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐ์  ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระสาสนโสภณที่พระธรรมวโรดมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณกร ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่หม่อมเจ้าพระราชาคณะเป็นพระบรรพชาจารย์   ได้รับพระนามฉายาว่า "สิริวฑฺฒโน" ผนวชแล้วกลับมาประทับที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามตามเดิม

ถึงปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๒๒  โปรดให้ทรงอุปสมบทที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  สมเด็จพระวันรัตน์ (ทับ) เป็นพระอุปัชฌาย์  ทรงผนวชแล้วกลับมาอยู่วัดราชบพิธตามเดิม  เล่าเรียนพระปริยัติธรรมต่อขุนปรีชานุสาสน์ (โต)  และอาจารย์รอดต่อมา  แล้วไปเรียนต่อสมเด็จพระสังฆราช (สา)  แต่เมื่อยังเป็นที่พระธรรมวโรดม ที่วัดราชประดิษฐ์บ้าง

ถึงปีมะเมีย พ.ศ. ๒๔๒๕  โปรดให้เข้าแปลพระปริยัติธรรมที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์  ได้แปลถวายหน้าพระที่นั่งวัน ๑  ได้เป็นเปรียญ ๔ ประโยค  ได้พระราชทานตาลิปัตรเปรียญพื้นตาดปักดิ้นเป็นเกรียติยศ  ต่อมาถึงปีจอ พ.ศ. ๒๔๒๙  ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามอีกครั้ง ๑  ได้อีกประโยค ๑  รวมเป็น ๕ ประโยค

ถึงปีกุน พ.ศ. ๒๔๓๐  ทรงตั้งเป็นหม่อมเจ้าพระราชาคณะ  มีราชทินนามว่า หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต  คราวเดียวกับทรงตั้งพระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากรที่วัดราชบพิธ  เมื่อวันพฤหัสบดีเดือน ๑๒ แรม ๑๐ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน  

ถึงปีกุน พ.ศ. ๒๔๔๒  ทรงเลื่อนสมณศักดิเป็นชั้นธรรม  ตำแหน่งพระธรรมปาโมกข์ เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๐ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๘

ถึงปีมะเมีย พ.ศ. ๒๔๔๙  ทรงสถาปนาเป็นพระองค์เจ้า  และมีสมณศักดิเสมอพระพรหมมุนี  เจ้าคณะรองในคณะกลาง เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๕ มีสำเนาประกาศดังนี้


คำประกาศ
ศุภมัสดุ พระพุทธสาสนกาล  เปนอดีตภาคล่วงแล้ว ๒๔๔๘ พรรณนา ปัตยุบันกาล จันทรคตินิยม ตุรังคสังวัจฉระ ไพศาขมาศสุกรปักษ์ นวมีดิถีภุมวาร สุริยคติกาล รัตนโกสินทรศก ๑๒๕ พฤษภาคมมาศ ปฐมมาสาหคุณพิเศษปริเฉทกาลกำหนด

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ฯลฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริห์ว่า หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรตเปนพระโอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมขุนเจริญผลภูลสวัสดิ์ ถ้า
ดำรงอยู่ในฆราวาสได้รับราชการดี ก็จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนขึ้นเปนพระองค์เจ้าให้เปนพระเกียรติยศตามราชประเพณีมีมา  หม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรตนี้  โดยว่าทรงผนวชมิได้รับราชการแผ่นดินก็บริบูรณ์ด้วยวิจารณญาณ  ชำนาญในพระปริยัติธรรม เปนเปรียญ ๕ ประโยค ทรงคุณวุฒิวิริยภาพ ขวนขวายในธุระพระพุทธสาสนา ได้เคยเปนผู้ตรวจชำระพระไตรปิฎกที่ตีพิมพ์แลเปนสภานายกแห่งมหามกุฎราชวิทยาลัย  ได้สั่งสอนพุทธมามกชนทั้งคฤหัสถ์แลบรรพชิต  ให้เข้าใจในกิจที่ควรปฏิบัติตามพุทธโอวาท  ประกอบด้วยมารยาตรควรแก่สมณวัตร  ปกครองสมณบริษัทโดยเรียบร้อย  มีอัธยาไศรยเมตตาต่อสหธรรมมิกพรหมจารรย์มั่นคงในพุทธสาสนา  เปนอจลพรหมจริยาภิรัต  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สถาปนาเปนหม่อมเจ้าพระราชาคณะ  แลต่อมาก็ได้ทรงรับอิศริยศักดิเพิ่มตำแหน่งเปนหม่อมเจ้าพระราชาคณะผู้ใหญ่เทียบยศเสมอเทพ  ภายหลังได้ทรงรับอิศริยยศตำแหน่งพระธรรมปาโมกข์  ได้รักษาสมณศักดิทั้งประเพณีราชการเรียบร้อยตลอดมา  ควรเปนสมณทายาทในสมณวงศ์ดำรงคุณธรรมสัมมาปฏิบัติ  ย่อมเปนที่เคารพนับถือแห่งพุทธสาสนิกบริสัช  แลได้เปนพระกรรมวาจาจารย์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเมื่อทรงผนวชเปนภิกษุ แลเปนผู้ถวายสรณแลศีลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเมื่อทรงผนวชเปนสมเณรหลายพระองค์ แลเปนพระอุปัธยาจารย์แห่งกุลบุตรเปนอันมาก  อนึ่งพระบรมวงศานุวงศ์ที่ได้ทรงผนวชในพระพุทธสาสนา และดำรงคุณธรรมดังกล่าวมาแล้ว ในเวลานี้ก็มีน้อยพระองค์ สมควรเพิ่มพระอิศริยยศในราชตระกูลแลสมณศักดิให้ยิ่งขึ้น

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาเลื่อนอิศริยยศหม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรตเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า มีราชทินนามตามจารึกในพระสุพรรณบัตรว่า พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพระสถาพรพิริยพรต อังคีรสสาสนธำรง ราชวรพงศ์ศักดิพิบุลย์ สุนทรอรรถปริยัติโกศล โสภณศีลสมาจารวัตร มัชฌิมคณานุนายก สาสนดิลกบพิตร อัชนาม สถิต  ณ วัดราชบพิธสถิตย์มหาสิมารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง ทรงศักดินา ๓๐๐๐ มีตำแหน่งสมณศักดิที่พระพรหมมุนี เจ้าคณะรองในคณะกลาง มีนิตยภัตรราคาเดือนละ ๘ ตำลึง มีถานานุศักดิควรตั้งถานานุกรมได้ ๘ รูป คือ

พระครูปลัดพิพัฒน์พรหมจริยคุณ สมบุรณคณาธิปัติ มัชฌิมสังฆานุนายก ปิฎกธรรมรักขิต มีนิตยภัตรราคาเดือนละ ๒ ตำลึง ๑
พระครูวินัยธร ๑
พระครูวินัยธรรม ๑
พระครูพุทธพากย์ประกาศ ๑
พระครูธรรมสาสน์อุโฆษ ๑
พระครูสังฆบริหาร ๑
พระครูสมุห์ ๑
พระครูใบฎีกา ๑  รวม ๘ รูป

ขออาราธนาให้ทรงรับธุระพระพุทธสาสนา เปนภาระสั่งสอนช่วยระงับอธิกรณ์พระภิกษุสงฆ์สามเณรในคณะตามสมควรแก่พระกำลังแลอิศริยยศซึ่งพระราชทานนี้  จงเจริญพระชนมายุพรรณ ศุข พละ ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพศิริสวัสดิ์พิพัฒน์สถาพร จิรฐิติกาลในพระพุทธสาสนาเทอญฯ

ถึงรัชกาลที่ ๖ เมื่อปีจอ พ.ศ. ๒๔๕๓  โปรดให้ตั้งการพิธีตั้งกรมที่วัดราชบพิธ  ทรงสถาปนาเปนพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ สมณศักดิเสมอสมเด็จพระพุฒาจารย์เมื่อ ณ วันที่ ๒๒ มกราคม

เพราะเหตุสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิญาณวโรรส สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ ครั้นถึงวันที่ ๒๐ สิงหาคม จึงทรงสถาปนา พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรศิริวัฒน์ เป็นพระเจ้าวรวงศเธอและทรงเลื่อนสมณศักดิขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้าตำแหน่งสกลสังฆปรินายก มีประกาศพระบรมราชโองการดังนี้


ประกาศ
สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศทราบทั่วกัน

ด้วยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งสกลสังฆปรินายกปธานาธิบดีสงฆ์สิ้นพระชนม์ล่วงลับไปเสียแล้ว ทรงพระราชดำริห์ว่า พระวรวงศเธอ กรมหมื่นชินวรศิริวัฒน์ สมเด็จเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ทรงมีคุณูปการในทางพุทธสาสนกิจ สมควรจะดำรงตำแหน่งสนองพระองค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสสืบไปได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดให้ สถาปนาคำนำพระนามและฐานันดรศักดิขึ้น เปนพระเจ้าวรวงศเธอ กรมหมื่นชินวรศิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ดำรงตำแหน่งสกลสังฆปรินายกปธานาธิบดีแห่งสงฆมณฑลทั่วพระราชอาณาจักรสืบไป

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ เปนปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

ถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ ในรัชกาลที่ ๗ ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อนพระอิสริยยศขึ้นเป็นพระเจ้าวรวงศเธอ กรมหลวง

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๐  สิริพระชนมายุได้ ๗๗ พรรษา ๕ เดือน ๙ วัน ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เป็นเวลา ๑๕ ปี ๘ เดือน ๕ วัน




กิมเล้ง : http://www.sookjai.com





.

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 เมษายน 2555 07:31:07 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 4843


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 เมษายน 2555 13:37:14 »





     ยังมีต่ออีกนะ   รูปที่ ๓......ถึง ๑๔   สลึมสลือ   สลึมสลือ   สลึมสลือ   โปรดติดตาม





.
บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น: พระธรรมปาโมกข์ 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
พระธรรมปาโมกข์ รูปที่ ๑ : พระพรหมมุนี (แฟง กิตฺติสาโร)
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
Kimleng 0 2825 กระทู้ล่าสุด 11 เมษายน 2555 13:16:23
โดย Kimleng
พระธรรมปาโมกข์ รูปที่ ๓ : พระธรรมปาโมกข์ (ถม วราสโย)
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
Kimleng 0 2824 กระทู้ล่าสุด 14 เมษายน 2555 14:07:56
โดย Kimleng
พระธรรมปาโมกข์ รูปที่ ๔ : พระพรหมมุนี (แย้ม อุปวิกาโส)
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
Kimleng 0 3029 กระทู้ล่าสุด 14 เมษายน 2555 15:56:58
โดย Kimleng
พระธรรมปาโมกข์ รูปที่ ๕ : พระศาสนโศภณ (แจ่ม จตฺตสลฺโล)
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
Kimleng 0 3437 กระทู้ล่าสุด 14 เมษายน 2555 16:21:50
โดย Kimleng
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 466 กระทู้ล่าสุด 07 กุมภาพันธ์ 2564 18:22:24
โดย ใบบุญ
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.388 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 01 ธันวาคม 2565 09:35:02