[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
16 ธันวาคม 2562 14:33:41 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า:  1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้าแม๊คพาเที่ยว วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ วัดในพระองค์ สมเด็จพระพี่นาง (วัดพระพี่นาง)  (อ่าน 34774 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.70 Chrome 5.0.375.70


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 28 มิถุนายน 2553 13:39:12 »

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ วัดในพระองค์ สมเด็จพระพี่นาง หรือ พระพี่นางเธอ อยู่ที่ นครสวรรค์
ทั้งนี้ พระพี่นาง เพิ่งรับเป็นวัดในพระองค์เมื่อ 12 มิถุนายน 50 และ พระพี่นาง ทรงเป็นประธานสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา



ภาพถ่ายทางอากาศของวัดพระพี่นาง






 ชิลๆ ชิลๆ ชิลๆ ชิลๆ





เดินทางเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2553 เวลา ประมาณ 14.30 น.

อุณหภูมิ : 36 รตต. (ร้อนตับแตก)

ความชื้นสัมพัทธ์ : จะรู้ไม๊ ?

อื่น ๆ : วันนี้พระอาทิตย์ทรงกลด สวยมาก



สมาชิกร่วมเที่ยวทริปนี้เป็นสมาชิกสุขใจทุกคน

มีไอ้น้าแม๊ค , phoonphair , auakuna และหนึ่งในผู้ดูแลบ้านสุขใจ Kanarnaek

ซึ่งเป็นทั้งตากล้อง เจ้าของรถ คนขับรถ ฯลฯ



ทริปการเดินทางทริปนี้ประสบความสำเร็จและน่าประทับใจมาก

เร็ว ๆ นี้อาจมีการนัดไปทำบุญตามสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ โรงเรียนชนบท แล้วจะนำภาพมาลงให้ได้ดูกัน







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มิถุนายน 2553 23:14:19 โดย Mckaforce » บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
 
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.70 Chrome 5.0.375.70


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2553 23:02:57 »

เอาละ ในเมื่อน้องเค้าไล่เรามาหน้านี้

เราก็มาเริ่มที่หน้านี้กันต่อ

๕๕๕๕๕๕

(คิดได้ไงวะมุกนี้)
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.70 Chrome 5.0.375.70


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 29 มิถุนายน 2553 23:08:22 »

ด้านนอกพุทธคยาจำลองครับ




ถึงกับต้องเช็ดเหงื่อกันเลยทีเดียว ผ้าเย็นผืนละ 15 บาท ราคาไม่ใช่เล่น
แต่ถ้าเจอสภาพอากาศแบบนี้ ผ้าเย็นผืนน้อยผืนนี้นี่แหละครับคือสวรรค์



ขอถ่ายรูปกับเจดีย์พุทธคยาสักหน่อย สังเกตครับ เหงื่อบาน เสื้องี้ชุ่ม








ฮั่นแน่เห็นพระด้านในแล้วใช่ไม๊ครับ...

ใช่แล้วครับ แล้วผมจะพาเข้าไปชมด้านใน...

...

......





บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.70 Chrome 5.0.375.70


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: 30 มิถุนายน 2553 02:49:36 »

ขอนอนก่อนครับ พรุ่งนี้คาดว่างานจะเยอะมาก

ไว้เดี๋ยวมาโพสท์ต่อ
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.86 Chrome 5.0.375.86


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2553 02:37:09 »

โพสท์ไม่เสร็จสักทีกระทู้นี้

ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ

งานเยอะมาก
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #45 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2553 05:34:11 »






บันทึกการเข้า
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.86 Chrome 5.0.375.86


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #46 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2553 12:51:11 »

ก่อนเข้าในตัวเจดีย์

เรามาดูความสวยสงบ เย็น ๆ รอบตัวเจดีย์กันครับ

ไม่เยอะ ไม่รก กำลังดี














ถ้าสังเกตจากภาพข้างต้นจะเห็นว่ามีน้ำล้อมรอบตัวเจดีย์

สวยงามครับ เป็นทางน้ำเล็ก ๆ ทุกอย่างลงตัว





บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.86 Chrome 5.0.375.86


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #47 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2553 13:18:05 »

ในที่สุดหลังจากยืดเยื้อกันมานานหลายวัน

ผมก็ได้พาพ่อแม่พี่น้องเข้ามาชมบรรยากาศภายในเจดีย์พุทธคยาจำลองได้กับเค้าสักที

ภายในเจดีย์ (ชั้นแรก) จะมีองค์พระพุทธประดิษฐานอยู่

มีจุดให้เช่าพระ วัตถุมงคล มีมุมเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือ ซึ่งมีพระนเรศวร กับพระเจ้าตากให้กราบไว้

นอกจากนี้ในชั้นนี้ยังมีพระแผนที่ประเทศไทยอีกด้วย








รูปสุดท้ายนี่ลุงที่ไหนมาติดกล้องหละฟระเนี่ย !!!

เล่นซะเด่นเลยนั่น

ปล. ลุงคนนี้แกไม่ได้มากับพวกผมนะคร๊าบบบบ



 โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 กรกฎาคม 2553 13:24:09 โดย Mckaforce » บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.86 Chrome 5.0.375.86


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2553 13:27:28 »

หากอ่านความเห็นข้างบน หลายท่านอาจไม่คุ้นกับชื่อ "พระแผนที่ประเทศไทย"

และอาจสงสัยว่าอะไรคือพระแผนที่ประเทศไทย

สุขใจเรามีคำตอบให้ครับ




วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จัดสร้าง พระแผนที่ประเทศไทยเฉลิมพระเกียรติ

        นางสุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการจัดสร้างพระแผนที่ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         เปิดเผยว่า เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี "54 วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ได้จัดสร้าง พระแผนที่ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติขึ้น สำหรับการดำเนินการนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ แป้งเจิม

        พระแผนที่ประเทศไทย เป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีใครจัดสร้างมาก่อน หล่อด้วยโลหะสำริด รูปทรงสามเหลี่ยม (ทรงอุบะ) มียอดฉัตร 7 ชั้น ด้านหน้า ประกอบด้วย บนสุดประดิษฐานพระพุทธเอกนพรัตน์ ตรงกลางเป็นแผนที่ประเทศไทย อักขระโอม อยู่ตรงกลางแผนที่ ด้านซ้ายและขวา ประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช ด้านล่างมีท้าวจตุโลกบาล ด้านหลัง ประดิษฐานตราสัญลักษณ์วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ และจารึกคำไหว้กราบพระ 5 ครั้ง

        โดยจัดสร้าง 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ สูง 293 เซนติเมตร ยาว 128 เซนติเมตร หนา 68 เซนติเมตร จำนวน 5 องค์ นำไปประดิษฐานวัดประจำ 5 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนขนาดเล็ก สูง 84 เซนติเมตร ยาว 36 เซนติเมตร หนา 21 เซนติเมตร จำนวน 152 องค์ ซึ่งได้ถวายให้จังหวัดละ 2 วัด คือ วัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต และวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดละ 1 องค์



ที่มาข้อมูล : เวบไซท์ อิทธิปาฏิหาริย์
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #49 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:17:58 »

ชมข้างในกันต่อครับ






พระแผนที่ประเทศไทยองค์ใหญ่ครับ






แท่นเล็ก ๆ นี้มีรูปหล่อ พระเจ้าตากสินมหาราช ครับ ผมมาที่วัดนี้นี่อิ่มใจมาก

เพราะเวลาสวดมนต์ผมจะระลึกถึงคุณของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตด้วย โดยเฉพาะพระเจ้าตากฯ กับพระนเรศวร






พระประธานในเจดีย์ครับ อยู่ชั้นล่างสุด (พระที่เห็นด้านหลังผมตอนผมถ่ายรูปหน้าเจดีย์)






ฤๅษีชีวก โกมารภัจจ์





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 กรกฎาคม 2553 00:25:37 โดย Mckaforce » บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:30:52 »

สุขใจ แทรกความรู้ครับ

หากดูที่ความเห็นด้านบน จะเป็นรูปหล่อของ ฤๅษีชีวก

หลายท่านอาจยังไม่รู้ว่าท่านคือใคร มีประวัติที่มาอย่างไร ทำไมถึงหล่อรูปมาให้คนกราบไหว้



ประวัติย่อหมอชีวกโกมารภัจจ์

สมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ ณ พระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ
มีเรื่องสืบเนื่องมาจากแคว้นวัชชีมีอานาเขตติดต่อกับแค้วนมคธทางทิศใต้
มีเพียงแม่น้ำคงคาเป็นเครื่องกั้นแบ่งเขต แคว้นวัชชีนี้มีเมืองหลวงชื่อว่า พระนครเวสาลี
มีความเจริญรุ่งเรื่องมาก และอุดมสมบรูณ์ด้วยอาหารทั้งปวง และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอีกด้วย

นอกนี้พระนครเวสาลียังมีอะไรอื่นเป็นพิเศษกว่าพระนครอื่น ๆอีกด้วย นั่นก็คือ “ โสเภณี “
คือหญิงงามเมือง คำเต็มเรียกว่านครโสเภณี หรือเรียกหญิงประเภทนี้ว่า “คณิกา”
แปลว่าหญิงผู้นับเนื่องในหมู่

หญิงผู้เป็นนครโสเภณีของพระนครเวสาลีนี้ มีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น ชื่อนาง อัมพปาลี
เป็นหญิงเลอโฉม รูปร่างทรวดทรงสะคราญเลิศ ชวนให้บุรุษทั้งหลายที่ได้ยลโฉมสิริ
ย่อมเว้นไม่ได้ที่ต้องเกิดความต้องการเสน่หาต่อนาง และนางยังรอบรู้เชี่ยวชาญในคณิกาศิลป์
ซึ่งเป็นคุณสมบัติของหญิงผู้ประกอบอาชีพเป็นนครโสเภณีอีกด้วย
คณิกาศิลป์ คือ การแสดงออกให้ให้ปรากฏขึ้นอย่างงดงาม และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ
เพื่อบำเรอแก่บุรุษผู้ปรารถนาความสุขในกามรสให้ได้รับอย่างครบถ้วน โดยมิรู้เบื่อ ได้แก่การฟ้อน
การร่ายรำ การขับร้องเป็นต้น

นางอัมพปาลี ได้ตั้งค่าตัวของนางไว้ที่ 50 กษาปณ์ นับว่าเป็นเงินที่สูงมาก (1 ก ษาปณ์
เท่ากับเงินไทย 4 บาท ) บุรุษผู้ร่ำรวยจึงหลั่งไหลมาสู่พระนครเวสาลีเป็นอันมาก

ต่อมาได้มีคณะคหบดีจากชาวพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธ คณะหนึ่ง
เดินทางมาทำธุระบางประการที่พระนครเวสาลี ได้เห็นความเจริญรุ่งเรื่องและรู้เรื่องราวของนาง อัมพปาลี
ซึ่งมีส่วนช่วยให้พระนครเวสาลีมีความเจริญรุ่งเรื่อง
ครั้นเมื่อเสร็จธุระก็เดินทางกลับพระนครราชคฤห์
ก็นำความนั้นไปกราบทูลพระเจ้าพิมพิสารให้ทรงทราบโดยละเอียด
และได้แนะนำให้มีโสเภณีในพระนครราชคฤห์มั่ง จะได้มีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนอย่างพระนครเวสาลี
พระเจ้าพิมพิสารก็เห็นดีด้วย จึงได้บอกให้บรรดาคหบดีไปแสวงหา ให้ได้หญิงงามดั่งนางอัมพปาลี

ขณะนั้นในพระนครราชคฤห์ ก็มีหญิงสาวรุ่นคนหนึ่ง ชื่อว่า “สาลวดี” มีรูปร่างทรวดทรงงาม
ผิวพรรณงดงามยิ่งนัก นับว่าเลอโฉมเป็นเลิศกว่าหญิงอื่น ๆ จึงได้เลือกนางมาเป็นหญิงงามเมือง
และได้ช่วยฝึกฝนใน คณิกาศิลป์จนมีความรู้และความชำนาญในเวลาอันไม่นาน
ครั้นนางสาลวดีพร้อมที่จะประกอบอาชีพเป็นหญิงงามเมืองของพระนครราชคฤห์แล้ว
ก็ได้ประกาศให้ผู้คนรู้ทั่วกัน และนางได้ตั้งค่าตัวไว้ คืนละ 100 กษาปณ์
ก็มีบุรุษทั้งหลายมาจองตัวและรับนางไปสมสู่ด้วยเกือบทุกคืน แทบไม่มีวันเว้นว่าง
นางสาลวดีจึงมีรายได้ร่ำรวยอย่างรวดเร็ว
ครั้นต่อมามิช้ามินาน นางเกิดความประมาท เพราะขาดการระมัดระวังในการสมสู่กับบุรุษ จึงได้ตั้งครรภ์
ครั้นนางสังเกตุรู้แม้ครรภ์ของนางจะยังไม่นูนจนปรากฏก็ตาม นางจึงคิดว่า ธรรมดาบุรุษทั้งหลาย
ย่อมไม่พอใจและไม่ยินดีที่จะสมสู่กับสตรีที่ตั้งครรภ์ หากมีผู้รู้ว่าตั้งครรภ์
นางก็จะเสื่อมจากลาภผลที่เคยได้ นางจึงปกปิดไว้ โดยการเรียกคนเฝ้าประตูมารับคำสั่งว่า
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจงอย่ายอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดทุกคน
ลาวงล้ำผ่านประตูเข้ามาในบ้านเพื่อพบฉันเป็นอันขาด
ให้บอกว่าฉันป่วยจำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวโดยนานวัน คนเฝ้าประตูก็รับสั่ง
และยืนยันปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

เวลาผ่านไปนางได้คลอดบุตรเป็นชาย เมื่อนางทราบว่าเป็นชาย ก็เลยตัดสินใจไม่ยอมเลี้ยง เพราะคิดว่า
ลูกชายไม่สามารถสืบทอดอาชีพโสเภณีต่อไปได้ จึงเรียกสาวใช้คนสนิท
ให้เอาทารกนี้ใส่ในกระด้งแล้วเอาไปทิ้งที่กองขยะ และอย่าให้ใครเห็นด้วย
สาวใช้ก็ทำตามโดยเอาไปทิ้งที่กองขยะในตอนกลางคืน

ในเวลาเช้าตรู่ได้มีกาฝูงใหญ่บินลงมาจับในกองขยะ แล้วห้อมล้อมร่างทารกนั้นไว้
เพื่อบรรเทาความหนาวเย็น และกันสัตว์ร้ายเช่น สุนัขเป็นต้น พอสว่าง บังเอิญเจ้าชาย “อภัย “
พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสารเสด็จออกจากวังของพระองค์ เพื่อไปสู่พระราชวัง ขณะเสด็จผ่านกองขยะ
ทอดพระเนตรเห็นฝูงกาห้อมล้อมอยู่ที่กองขยะเป็นวง และไม่ส่งเสียงร้องตามประสา น่าอัศจรรย์
จึงให้มหาดเล็กผู้หนึ่งไปดู มหาดเล็กไปดูแล้วเห็นชัดเจน ก็กลับกราบทูล บอกว่า
ฝูงการุมกันตอมทารกพ่ะย่ะค่ะ ตรัสถามว่า ทารกนั้น เพศหญิงหรือเพศชาย
และยังมีชีวิตอยู่หรือว่าตายแล้ว
ทารกเพศชาย เข้าใจว่าเพิ่งเกิด และยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายอภัย ตรัสว่า ดีแล้ว
เจ้าจงรีบเอาทารกกลับวัง มอบให้แม่นมช่วยเลี้ยงให้รอดด้วย แล้วเสด็จไปพระราชวัง
ทารกจึงได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
เพราะเหตุที่เจ้าชายอภัยตรัสถามมหาดเล็กในวันที่พบทารกนี้ โดยพระวาจาว่า “ ชีวติ ภเณ
หมายความว่า ยังเป็นอยู่หรือ ?” จึงได้ขนานนามเรียกทารกนี้ในต่อมาว่า “ ชีวก “ หมายความว่า “
เป็นอยู่ “ ยังไม่ตาย และชีวกกุมารนี้ เจ้าชายอภัยได้ทรงโปรดให้บำรุงเลี้ยงไว้
จึงได้มีชื่อสกุลว่า “โกมารภัจจ์ ซึ่งหมายความว่า “อันเจ้าชายให้เลี้ยงไว้ “ ฉะนั้น
ทารกนี้จึงมีชื่อตัวและสกุลที่มีผู้รู้และเรียกกันตั้งแต่นั้นสืบมาจนกระทั่งบัดนี้ว่า “ ชีวกโกมารภัจจ์
“ ดังนี้แล ฯลฯ


บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:32:50 »

หมอชีวกกับพระพุทธศาสนา

ในครั้งแรก ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่พระนครราชคฤห์แคว้นมคธนั้น
เข้าใจว่าหมอชีวกโกมารภัจจ์ยังไม่เกิด
โดยเกิดต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาประทับอยู่ในพระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์เป็นครั้งที่สอง
ฉะนั้นเมื่อหมอชีวกฯยังเป็นเด็กอยู่ในวังของพระเจ้าอภัยก็ดี
เมื่อลอบหนีออกจากวังไปเรียนศิลปวิทยาก็ดี ซึ่งเวลาตามช่วงดังกล่าวนี้เพียง 17-18 ปีโดยประมาณ
จึงเป็นระยะเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่อื่น
แต่ก็มีพระสงฆ์จำนวนมากแยกย้ายกันพักอยู่ตามอารามต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ทั้งในนครราชคฤห์
และนอกพระนครของแคว้นมคธ เพราะขณะนั้นพระพุทธศาสนาได้ตั้งมั่นลงด้วยดีแล้วในแคว้นมคธ
พระเจ้าพิมพิสารทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก คือทรงทะนุบำรุงพระศาสนาอย่างประเสริฐ
จึงเป็นกำลังยิ่งต่อพระพุทธสาสนา จึงน่าเชื่อได้ว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จกลับมาสู่พระนครราชคฤห์เป็นครั้งที่สอง
และคงเป็นเวลาพอดีหรือไล่เลียกันกับที่หมอชีวกฯสำเร็จการศึกษาศิลปวิทยา
และกลับจากเมืองตักศิลามาถึงพระนครราชคฤห์แล้ว และใช้วิชาชีพของตนเป็นหมอ
จนได้รับพระราชโองการโดยพระเจ้าพิมพิสาร แต่งตั้งให้เป็นหมอประจำราชสำนัก หมอหลวง
โดยเป็นหมอถวายการรักษาโรคแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย

หมอชีวกโกมารภัจจ์ได้ รับสนองพระมหากรุณาธิคุณตามที่พระเจ้าพิมพิสารทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
รักษาโรคที่เกิดแต่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข โดยปฏิบัติเป็นอย่างดียิ่ง
จึงเป็นหมอที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เลื่องลือสรรเสริญเกียรติคุณกว่าหมออื่น
การถวายบำบัดโรคแก่พระพุทธเจ้านั้น หมอชีวกฯ มีความเอาใจใส่ ตั้งใจปฏิบัติเป็นพิเศษ ทั้ง ๆ
ที่เป็นงานไม่มีสิ่งตอบแทน เพราะหมอชีวกฯ เป็นอุบาสกผู้หนึ่งในพระพุทธสาสนา
ซึ่งเข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะของตน ทั้งมีความเคารพนับถือ และยำเกรงพระผู้มีพระภาคเจ้ายิ่งนัก
จนพระเจ้าพิมพิสารสละราชสมบัติและได้ถูกพระเจ้าอชาตศัตรูทำปิตุฆาต หมอชีวกฯก็ยังคงทำหน้าที่เป็นหมอ
ถวายอภิบาลพระสุขภาพของพระผู้มีพระภาคเจ้าตามเดิมต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง



บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:35:43 »

หมอชีวกฯถวายพระโอสถขับถ่ายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระพุทะประสงค์จักเสวยยาถ่าย
เพื่อขับถ่ายสิ่งที่หมักหมมอันเป็นโทษออกเสียจากพระวรกาย จึงรับสั่งกะพระอานนท์
ผู้เป็นพระสาวกพุทธอุปัฏฐากว่า ดูกรอานนท์ ตถาคต ประสงค์ฉันยาถ่าย

พระอานนท์จึงไปหาหมอชีวกโกมารภัจจ์ แจ้งพระพุทธประสงค์เรื่องนี้ให้หมอชีวกฯทราบ

หมอชีวกฯได้ถามถึงพระอาการ จนทราบโดยแน่ใจแล้ว
นมัสการขอให้พระอานนท์ช่วยถวายการชำระพระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าให้มีความชุ่มชื่นสัก 2-3 วันก่อน
และตนจะประกอบพระโอสถเพื่อทรงขับถ่ายตามพุทธประสงค์

พระอานนท์จึงลากลับไปจัดการตามที่หมอชีวกฯสั่งนั้น เป็นที่เรียบร้อยทุกประการ
แล้วแจ้งให้หมอชีวกฯได้ทราบ
หมอชีวกฯพิจารณาเรื่องจะถวายพระโอสถแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อจะได้ทรงขับถ่าย เห็นว่า
ไม่ควรประกอบเป็นพระโอสถเสวย เพราะจักทรงขับถ่ายอย่างหยาบ และเป็นเหตุให้ต้องอ่อนเพลียเสียพระกำลัง
ควรที่จะถวายพระโอสถด้วยประกอบยาต่าง ๆ แล้วอบ คือ
ปรุงกลิ่นด้วยควันให้ยาทั้งหลายนั้นจับอยู่ที่ก้านอุบล 3 ก้าน เพื่อที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงสูดก้านบัวที่อบเป็นพระโอสถ โดยไม่ต้องเสวย จักทรงขับถ่ายอย่างอ่อน ๆด้วย
และทรงพระสำราญเป็นปกติ ไม่ต้องอ่อนเพลียเสียพระกำลังอีกด้วย
ฉะนั้นหมอชีวกฯ จึงจัดการปรุงยาตามที่พิจารณาว่าสมควรแล้วนั้น จนสำเร็จ จึงนำก้านดอกบัวทั้ง 3
ที่อบแล้วเพื่อเป็นพระโอสถขับถ่าย ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ที่ประทับ ถวายบังคมพระองค์แล้ว
น้อมถวายก้านดอกบัวครั้งล่ะหนึ่งก้าน และกราบทูลโดยลำดับ ดังนี้

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงสูดก้านดอกบัวที่ 1 นี้
อันข้าพระพุทธเจ้าอบด้วยพระโอสถแล้วเป็นก้านแรก จักยังให้พระองค์ขับถ่ายถึง 10 ครั้ง
พระพุทธเจ้าข้า

จากนั้น ถวายก้านที่ 2 พร้อมกับกราบทูลทำนองเดียวกันว่า เมื่อทรงขับถ่ายครบ 10
ครั้งเพราะทรงสูดก้านที่ 1 แล้ว ขอพระองค์จงทรงสูดก้านอุบลที่ 2 จักยังพระองค์ให้ทรงขับถ่ายถึง 10
ครั้ง อีกเช่นกัน

ต่อแต่นั้น จึงถวายก้านอุบลที่ 3 และกราบทูลอธิบายว่า เมื่อทรงขับถ่ายเพราะสูดก้านอุบลที่ 2 ครบ 10
ครั้งแล้ว ขอจงทรงสูดก้านอุบลก้านที่ 3 อันอบด้วยพระโอสถแล้วเช่นกัน
จักยังพระองค์ให้ขับถ่ายอีกถึง 10 ครั้ง ด้วยวิธีเช่นนี้ พระองค์จักทรงขับถ่ายอ่อน ๆ ถึง 30
ครั้งด้วยกันพระพุทธเจ้าข้า


บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:37:29 »

เมื่อหมอชีวกฯถวายพระโอสถขับถ่ายอันอบในก้านดอกอุบลรวม 3 ก้านแล้ว
และกราบทูลอธิบายเป็นที่เข้าพระทัยแล้ว จึงกราบบังคมทูลลาพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทำประทักษิณพระองค์แล้วกลับไป
หมอชีวกฯ กราบถวายบังคมทูลลาไปแล้ว และเดินออกไปพ้นซุ้มประตูพระวิหาร
ฉุกคิดขึ้นมาได้แล้วเกิดเป็นทุกข์หนักใจว่า เราถวายพระโอสถเพื่อทรงขับถ่ายให้ได้ครบ 30 ครั้ง
สิ่งที่หมักหมมอันเป็นโทษวึ่งมีในพระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าจักถูกขับถ่ายออกได้หมด
แต่ไม่ได้กราบทูลว่า เมื่อทรงสุดก้านอุบลที่ 3 แล้ว จักทรงขับถ่ายเพียง 9 ครั้งก่อน
รวมกับการขับถ่ายแล้ว 20 ครั้ง จึงทรงขับถ่ายได้ 29 ครั้ง ต่อจากนั้นต้องสรงพระกายก่อน
เมื่อสรงพระกายแล้ว จักทรงขับถ่ายอีก 1 ครั้ง เพื่อครบ 30 ครั้งได้
ฉะนั้นหมอชีวกฯจึงบ่ายหน้ากลับเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และกราบทูลให้ทรงทราบในเรื่องนี้
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความปริวิตกของหมอโกมารภัจจ์ โดยตลอด ด้วยพระญาณอันประเสริฐ
รับสั่งให้พระอานนท์ ทราบ แล้วจัดเตรียมน้ำร้อนไว้คอยท่าเพื่อจักได้ทรงสรง
เพียงไม่นานจากนั้น หมอชีวกก็มาเข้าเฝ้า แล้วได้กราบทูลพระองค์ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
พระองค์ทรงถ่ายแล้วหรือยัง พระพุทธเจ้าข้า
ตรัสตอบว่า ตถาคตถ่ายแล้ว กราบทูลถามว่า ทรงถ่ายแล้วกี่ครั้งพระพุทธเจ้าข้า?
และเมื่อทราบว่าทรงถ่ายแล้ว 29 ครั้ง จึงกราบทูลเรื่องที่ตนปริวิตกให้ทรงทราบ
และขอให้พระองค์ทรงสรงพระกาย เพื่อได้ทรงขับถ่ายอีกครั้งหนึ่ง พอกราบทูลจบ
พระอานนท์ก็มากราบทูลเสด็จเพื่อสรงพระกายด้วยน้ำอุ่น เสร็จแล้วทรงขับถ่ายอีกครั้งหนึ่ง จึงครบ 30
ครั้ง
หมอชีวกจึงมีความยินดีที่ตนถวายพระโอสถ และพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงขับถ่ายได้ครบจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว
ได้กราบทูลต่อพระองค์อีกว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในระยะเวลา 2-3 วันนี้ ขอจงทรงเว้น
โดยไม่เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยน้ำต้มผักต่าง ๆ ก่อน จนกว่าจะทรงพระสำราญแข็งแรงขึ้นแล้ว
จึงควรเสวยได้ เมื่อหมอชีวกฯเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าพอสมควรแก่เวลาแล้ว
จึงกราบถวายบังคมลาออกจากพระสำนักไปฯ



บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:39:40 »

หมอชีวก

พบเห็นได้จากหลาย ๆ โรงพยาบาล

ญาติผู้ป่วยมักมาขอพร ขอให้ช่วยคุ้มครองผู้ป่วย ขอให้หายเจ็บหายไข้






พระคาถา อัญเชิญ ดวงจิต วิญญาณ
ปรมาจารย์ทางการแพทย์ " ชีวกโกมารภัจจ์"



โอม นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กรุณิโก สัพพะสัทธานัง
โอสะถะ ทิพพะมันตัง ประภาโส สุริยาจันทัง โกมารภัจจ์โต
ประภาเสสิ วันทามิ ปัณฑิโต สุเมทะโส อะโรคา สุมนาโหมิ
( ว่า ๓ ครั้ง )

นะอะ นะวะ โรคา พยาธิ วินาสสันติ
( ว่า ๓ ครั้ง )

คำไหว้ครูว่านยา : ชีวกโกมารภัจจ์

ข้าขอประนมหัตถ์ พระไตรรัตน์นาถา

ตรีโลกอมรา อภิวาทนากร


หนึ่งข้าอัญชลี พระฤษีผู้ทรงญาณ

แปดองค์เธอมีญาณโดยรอบรู้ในโรคา


ไหว้คุณอิศวเรศ ทั้งพรหมเมศทั่วชั้นฟ้า

สาบสรรซึ่งว่านยา ประทานทั่วโลกธาตรี


ไหว้คุณกุมารภัจจ์ ผู้เจนจัดในคัมภีร์

เวชศาสตร์บรรดามี ให้ทานทั่วแก่นรชน


ไหว้ครูผู้สั่งสอน แต่ปางก่อนเจริญผล

ล่วงลุนิพานดล สำเร็จกิจประสิทธิพรฯ



บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 00:42:13 »

เกร็ดพ่อปู่ชีวก


ความหมายของคำว่า ชีวก

ชีวก ชื่อหมอใหญ่ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาและมีชื่อเสียงมากในครั้งพุทธกาล เป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระเจ้าพิมพิสาร และพระเจ้าพิมพิสารได้ถวายให้เป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าด้วย,

เรียกชื่อเต็มว่า ชีวกโกมารภัจจ์ หมอชีวกเกิดที่เมืองราชคฤห์แคว้นมคธ เป็นบุตรของนางคณิกา (หญิง งามเมือง) ชื่อว่าสาลวดี แต่ไม่รู้จัก มารดาบิดาของตน เพราะเมื่อนางสาลวดีมีครรภ์ เกรงค่าตัวจะตกจึงเก็บตัวอยู่ ครั้นคลอดแล้วก็ให้คนรับใช้เอาทารก ไปทิ้งที่กองขยะ แต่พอดีเมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ เจ้าชายอภัย โอรสองค์หนึ่งของพระเจ้าพิมพิสาร จะไปเข้าเฝ้า เสด็จผ่านไป เห็นการุมล้อมทารกอยู่ เมื่อทรงทราบว่าเป็นทารกและยังมีชีวิต อยู่ จึงได้โปรดให้นำไปให้นางนมเลี้ยงไว้ในวัง ใน ขณะที่ทรงทราบว่าเป็นทารกเจ้าชายอภัยได้ตรัสถามว่าเด็กยังมีชีวิตอยู่ (หรือยังเป็นอยู่) หรือไม่ และทรงได้รับคำตอบ ว่ายังมีชีวิตอยู่ (ชีวติ = ยังเป็นอยู่ หรือยังมีชีวิตอยู่) ทารกนั้นจึงได้ชื่อว่า ชีวก (ผู้ยังเป็น) และเพราะเหตุที่เป็นผู้อันเจ้าชายเลี้ยงจึงได้มีสร้อยนามว่า โกมารภัจจ์ (ผู้อันพระราชกุมารเลี้ยง)

ครั้นชีวกเจริญวัยขึ้น พอจะทราบว่าตนเป็นเด็กกำพร้า ก็คิดแสวงหาศิลปวิทยาไว้เลี้ยงตัว จึงได้เดินทางไป ศึกษาวิชาแพทย์กับอาจารย์แพทย์ทิศาปาโมกข์ ที่เมืองตักสิลา ศึกษาอยู่ ๗ ปี อยากทราบว่าเมื่อใดจะเรียนจบ อาจารย์ให้ ถือเสียมไปตรวจดูทั่วบริเวณ ๑ โยชน์รอบเมืองตักสิลา เพื่อหาสิ่งที่ไม่ใช่ตัวยา ชีวกหาไม่พบ กลับมาบอกอาจารย์ ๆ ว่า สำเร็จการศึกษามีวิชาพอเลี้ยงชีพแล้ว และมอบเสบียงเดินทางให้เล็กน้อย ชีวกเดินทางกลับยังพระนครราชคฤห์เมื่อ เสบียงหมดในระหว่างทาง ได้แวะหาเสบียงที่เมือง สาเกต โดยไปอาสารักษาภรรยาเศรษฐีเมืองนั้นซึ่งเป็นโรคปวด ศีรษะมา ๗ ปี ไม่มีใครรักษาหาย ภรรยาเศรษฐีหายโรคแล้ว ให้รางวัลมากมาย หมอชีวกได้เงินมา ๑๖,๐๐๐ กษาปณ์ พร้อมด้วยทาสทาสีและรถม้าเดินทางกลับถึงพระนครราชคฤห์ นำเงินและของรางวัลทั้งหมดไปถวายเจ้าชายอภัยเป็น ค่าปฏิการะคุณที่ได้ทรงเลี้ยงตนมา เจ้าชายอภัยโปรดให้หมอชีวกเก็บรางวัลนั้นไว้เป็นของตนเอง ไม่ทรงรับเอา และ โปรดให้หมอชีวกสร้างบ้านอยู่ในวังของพระองค์ ต่อมาไม่นานเจ้าชายอภัยนำหมอชีวกไปรักษาโรคริดสีดวงงอกแด่ พระเจ้าพิมพิสาร จอมชนแห่งมคธทรงหายประชวรแล้ว จะพระราชทานเครื่องประดับของสตรีชาววัง ๕๐๐ นางให้ เป็นรางวัล หมอชีวกไม่รับ ขอให้ทรงถือว่าเป็นหน้าที่ของตนเท่านั้น พระเจ้าพิมพิสารจึงโปรดให้หมอชีวกเป็นแพทย์ ประจำพระองค์ ประจำฝ่ายในทั้งหมด และประจำพระภิกษุสงฆ์อันมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข หมอชีวกได้รักษาโรค ร้ายสำคัญหลายครั้ง เช่น

ผ่าตัดรักษาโรคในสมองของเศรษฐีเมืองราชคฤห์ ผ่าตัดเนื้องอกในลำไส้ของบุตรเศรษฐี เมืองพาราณสี รักษาโรคผอมเหลืองแด่พระเจ้าจัณฑปัชโชตแห่งกรุงอุชเชนี และถวายการรักษาแด่พระพุทธเจ้าใน คราวที่พระบาทห้อพระโลหิต เนื่องจากเศษหินจากก้อนศิลาที่พระเทวทัตกลิ้งลงมาจากภูเขาเพื่อหมายปลงพระชนม์ชีพ หมอชีวกได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน และด้วยศรัทธาในพระพุทธเจ้า ปรารถนาจะไปเฝ้าวันละ ๒-๓ ครั้ง เห็นว่าพระเวฬุวันไกลเกินไปจึงสร้าง วัดถวายในอัมพวันคือสวนมะม่วงของตนเรียกกันว่า ชีวกัมพวัน (อัมพวัน ของหมอชีวก) เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูเริ่มน้อมพระทัยมาทางศาสนา หมอชีวกก็เป็นผู้แนะนำให้เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

ด้วยเหตุที่หมอชีวกเป็นแพทย์ประจำคณะสงฆ์และเป็นผู้มีศรัทธาเอาใจใส่เกื้อกูลพระสงฆ์มาก จึงเป็นเหตุให้ มีคนมาบวชเพื่ออาศัยวัดเป็นที่รักษา ตัวจำนวนมาก จนหมอชีวกต้องทูลเสนอพระพุทธเจ้าให้ทรงบัญญัติข้อ ห้ามมิ ให้รับบวชคนเจ็บป่วย ด้วยโรคบางชนิด นอกจากนั้นหมอชีวกได้กราบทูลเสนอให้ทรงอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟ เพื่อเป็นที่บริหารกายช่วยรักษาสุขภาพของภิกษุทั้งหลาย หมอ ชีวกได้รับพระดำรัสยกย่องเป็นเอตทัคคะในบรรดา อุบาสกผู้เลื่อมใสในบุคคล



ที่มาประวัติ และเกร็ดความรู้เกี่ยวกับพ่อปู่ >>> Click Here !!! <<<
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #56 เมื่อ: 04 กรกฎาคม 2553 12:58:38 »






ขอบคุณน้องแม๊คนะคะ.. มากมาย...


  http://img240.imageshack.us/img240/3048/exc09lqn0.jpg
น้าแม๊คพาเที่ยว วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ วัดในพระองค์ สมเด็จพระพี่นาง (วัดพระพี่นาง)

นำข้าวเหนียวมะม่วง ขนมเฉาก๊วย ทองเอก กับจ่ามงกุฏ มาฝากด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #57 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2553 14:11:23 »

ต่อครับ

มีเวลาโพสท์แค่วันละนิด เพราะงานยุ่งมาก





อีกมุมหนึ่งภายในเจดีย์พุทธคยาจำลองครับ

เป็นรูปพระเจ้าอโศกมหาราช





พระแผนที่ประเทศไทยองค์เล็กครับ

วางข้างพระประธานชั้น 1 ในเจดีย์พุทธคยาจำลอง





มุมจำหน่ายจัตถุมงคลครับ เข้ามาในเจดีย์พุทธคยาจำลอง

จะอยู่ทางด้านขวามือ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กรกฎาคม 2553 14:13:38 โดย Mckaforce » บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2553 14:15:26 »




หันกลับไปมองด้านหลัง

มองจากในสู่นอก
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2553 14:22:38 »

ในขณะที่ทุก ๆ คนไหว้พระเสร็จแล้ว

ไหว้พระนเรศวรฯ พระเจ้าตากฯ พระแผนที่ประเทศไทย พระเจ้าอโศกฯ กันจนครบหมดแล้ว

ก็ต่างอิ่มอกอิ่มใจพร้อมเดินทางกลับ

แต่....






บันไดครับ

มันคือบันไดขึ้นไปชมชั้นสอง ซึ่งตอนเข้ามาไม่มีใครได้ทันสังเกต

บันไดนี้เป็นบันไดแคบ ๆ ครับ อยู่เกือบหน้าทางเข้า

แต่ตอนเข้ามา จิตใจเราไปโฟกัสอยู่กับความสวยงามภายในซะแล้ว

จึงทำให้เดินป่านบันไดกันมาโดยไม่ทันได้สังเกต



เมื่อบันไดอยู่ตรงหน้า

จะไม่ขึ้นไปได้อย่างไร ???





เดี๋ยวเผื่อเจออะไรดี ๆ จะได้เอามาให้สมาชิกสุขใจ ได้ชมกัน





ปล. เจอบันไดมาตลอด เจออีกซักหน่อยมันจะเป็นไรวะ ๕๕๕๕
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7613


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 5.0.375.99 Chrome 5.0.375.99


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2553 14:31:06 »

ไต่กันมาหลายสิบขั้น บันไดชัน ๆ ขั้นเล็ก ๆ หากเดินไม่ดีพร้อมที่จะล้มได้ทุกเมื่อ

และหากมีคนเดินตามก็พร้อมจะลากคนอื่นตกลงไปได้ทุกเมื่ออีกเช่นกัน เพราะราวจับ

มันช่างจับไม่ถนัดมือเอาซะเลย



ในที่สุด !!!

...

...

...

...




โอ เมื่อพ้นประตูนี้ไป เราก็เข้าสู่ชั้นบนของเจดีย์แล้ว

ฮ่า ๆ ๆ (บรรยายเว่อร์ซะ)




บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
คำค้น: น้าแม๊ค พาเที่ยว เที่ยว ท่องเที่ยว วัด วัดพระพี่นาง นครสวรรค์ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ 
หน้า:  1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
น้าแม๊คพาเที่ยว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
สุขใจ ไปเที่ยว
Mckaforce 5 5737 กระทู้ล่าสุด 05 กุมภาพันธ์ 2553 12:24:20
โดย เงาฝัน
น้าแม๊คพาเที่ยว พุทธอุทยานนครสวรรค์
สุขใจ ไปเที่ยว
Mckaforce 11 7791 กระทู้ล่าสุด 28 มิถุนายน 2553 15:58:49
โดย Mckaforce
น้าแม๊คพาเที่ยว เขาสะแกกรัง สักการะ รอยพระพุทธบาท อันเลื่องชื่อ แห่งเมือง อุทัยธานี
สุขใจ ไปเที่ยว
Mckaforce 18 12370 กระทู้ล่าสุด 01 เมษายน 2554 15:32:10
โดย Mckaforce
น้าแม๊คพาเที่ยว ไหว้ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ แห่งรัชกาลที่ 1 แวะ ชมหมุดโลกบนยอดเขา
สุขใจ ไปเที่ยว
Mckaforce 9 8854 กระทู้ล่าสุด 01 เมษายน 2554 15:43:26
โดย Mckaforce
อัญเจียขะแมร์ : สมเด็จพระพี่นาง-ดอกไม้ของทวยเทพ ในรักที่สังเวยแด่…ความอาดูร
สุขใจ ตลาดสด
Kimleng 0 1281 กระทู้ล่าสุด 11 มกราคม 2560 16:45:58
โดย Kimleng
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.313 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 31 สิงหาคม 2562 12:13:59