[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
02 ตุลาคม 2557 11:21:51 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กินเจคืออะไร ทำไมต้องกินเจ  (อ่าน 451 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กิมเล้ง
มั่วนิ่ม
นักโพสท์ระดับ 5
*****

คะแนนความดี: +3/-0
ออนไลน์ ออนไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2340


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 9.0 MS Internet Explorer 9.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 15 ตุลาคม 2555 10:33:00 »




ภาพจาก : www.dailynews.co.th

กินเจคืออะไร  ทำไมต้องกินเจ

การกินเจมีรากฐานมั่นคงสมัยราชวงศ์ฮั่น  พัฒนามากในยุคราชวงศ์เหนือ -ใต้ และในราชวงศ์ถัง  การเปิดเส้นทางสายไหม  ในรัชกาลพระเจ้าฮั่นอู่ตี้  ทำให้พันธุ์ผักผลไม้ใหม่เข้าสู่จีน  ทำให้มีผักผลไม้อุดมสมบูรณ์

พ.ศ. ๓๔๔-๓๖๙  สมัยหวยหนันอ๋อง  มีคนคิดทำเต้าหู้สำเร็จ  ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองประเภทอื่นก็ตามมา มีโปรตีนทดแทนทำอาหารเจได้หลายประเภทขึ้น

ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้  พุทธศาสนารุ่งเรืองมาก เดิมทีพุทธศาสนาไม่ห้ามภิกษุฉันเนื้อสัตว์  แต่มหายานบางสายก็ให้ความสัมพันธ์กับการฉันเจ  บางยุคพุทธศาสนาถูกต่อต้าน  ภิกษุภิกษุณีออกบิณฑบาตไม่ได้  ต้องทำอาหารเจฉันกันเอง

พ.ศ. ๑๐๕๔  พระเจ้าเหลียงอู่ตี้  อ่านคัมภีร์ลังกาวตารสูตร  แล้วเกิดศรัทธาออกประกาศงดสุราและเนื้อให้นักบวชพุทธศาสนาถือปฏิบัติ  ปกติฤดูหนาวคนจีนต้องดื่มสุราช่วย  ภิกษุภิกษุณี ก็คงมีดื่มบ้าง  ตามประกาศนี้ก็ต้องงดขาด นับแต่นั้นบัญญัติห้ามฉันสุราและเนื้อจึงแพร่ไปทั่ว กลายเป็นจารีตของนักบวชพุทธศาสนาในจีน

ยุคราชวงศ์ถัง  วัดบางแห่งห้ามผักฉุน ๕ อย่าง คือ กระเทียม กระเทียมเล็ก หอม หอมปรัง (หลักเกี่ยว)  มหาหิงคุ์  วัดเต๋าบางแห่ง ถือเอากุยช่าย  หอมปรัง  กระเทียม  ผักชี และหวินไถ (ผักน้ำมัน)  เป็นผักฉุน ๕ อย่าง

สมัยราชวงศ์ซ่ง  อาหารเจแพร่หลายในเมืองใหญ่ เช่น ไคเฟิง  หางโจว  มีร้านอาหารเจขาย  มีผู้รวบรวมเมนูไว้ถึง ๑๐๔ รายการ  เนื้อเทียม  เป็ดไก่เทียม  เริ่มต้นในสมัยนี้  และในสมัยราชวงศ์ซ่งนี้ เฮ้งเต้งเอี๋ยง  ได้ตั้งนิกายช้วนจินก้า แยกออกจากศาสนาเต๋าเดิม  มีระบบนักบวชกินเจตลอดชีวิต

สมัยราชวงศ์หมิงและชิง  อาหารเจโดดเด่นหลากหลาย  แยกเป็น ๓ สาย  สายวัด  สายวัง และสายชาวบ้าน  และมีอีก ๒ ศาสนาที่เกี่ยวข้องกับอาหารเจคือ ศาสนาเต๋า  และศาสนามณี

ปรัชญาเต๋า  พัฒนาเป็นศาสนาเต๋าชัดเจนตอนปลายสมัยราชวงศ์ฮั่น  ไม่มีระบบนักบวชจัดเจน  มีแต่ผู้นำทำพิธีทางศาสนา  ปกติใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป  พอจะทำพิธีก็ต้องกินเจ  สมัยราชวงศ์ถัง  สำนักเต๋าบางแห่งเริ่มกินเจทุกวัน  วันนี้ศาสนาเต๋าแบ่งเป็น ๒ นิกาย นิกายช้วนจินก้า  รุ่งเรืองในจีน  นักพรตกิจเจตลอดชีวิต  นิกายเจิ้งอี่ รุ่งเรืองในไต้หวัน นักพรตกินเจแบบศาสนาเต๋า คือเมื่อจะทำพิธีกรรม

ศาสนามณี  มีอีกชื่อ มาณีกี  สืบสานจากเปอร์เซีย  ศาสดาชื่อมณี (พ.ศ. ๗๕๙ – ๘๒๐)  คำสอนใช้ศาสนาโซโรอัสเตอร์ เป็นพื้นฐาน  ผสมผสานพุทธศาสนา  คริสต์ศาสนา  และยังรับอิทธิพลจากลัทธิเหตุผลนิยมจากโรมัน  เคยแพร่หลายไปทั้งยุโรป  แอฟริกา  และเอเชีย  แพร่ไปถึงซินเจียงของจีน   ในราชวงศ์เหนือ-ใต้  สมัยพระนางบูเช็กเทียน เผยแพร่ในนครฉางอาน  เมืองหลวงราชวงศ์ถัง  แล้วแพร่หลายไปอีกหลายมณฑล  พ.ศ. ๑๓๘๘ ถูกพระเจ้าอู่จงกวาดล้าง จนเสื่อมโทรมไป  แต่ก็พัฒนาเป็นลัทธิเม้งก้า (หมิงเจี้ยว)  ลัทธิแสงสว่าง  กบฏชาวนาในยุคห้าราชวงศ์  ราชวงศ์ซ่ง  และราชวงศ์หยวน  มักใช้ศาสนานี้เป็นเครื่องมือตั้งองค์กรต่อต้านอำนาจรัฐ  ลัทธินี้ยกย่องจางเจี่ยว (เตียวก๊ก)  หัวหน้าโจรโพกผ้าเหลืองต้นเรื่องสามก๊ก  เป็นศาสดา  เคารพองค์พระมณีเป็นเทพแห่งแสงสว่าง  บูชาพระอาทิตย์ พระจันทร์

ศาสนิกลัทธิเม้งก้า กินมังสวิรัติ งดสุรา เปลือยศพฝัง เน้นการรวมกลุ่มช่วยเหลือกันและกัน  ถือว่าเป็นพวกเดียวกัน มีความเชื่อว่า พลังแห่งแสงสว่าง (ความดี) จะต้องชนะพลังแห่งความมืด (ความชั่ว)  และชอบแต่งกายชุดขาว




ที่มา : “คนในชุดชาว”   คอลัมน์ ชักธงรบ โดยกิเลน ประลองเชิง  หน้า ๓ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับประจำวันอังคารที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

Share this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on MySpaceShare this topic on TwitterShare this topic on Yahoo

บันทึกการเข้า

คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.267 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 5 ชั่วโมงที่แล้ว