[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
13 มิถุนายน 2567 07:14:01 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ ในพระธรรมเทศนาของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร  (อ่าน 11249 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 5526


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 9.0 MS Internet Explorer 9.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2556 16:38:02 »

.

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร


สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง
อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่

สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศไทย  ตั้งอยู่ที่ชายเขาด้านหลังดอยหลวงเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่  ถ้ำผาปล่องมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่มีทางทะลุหน้าหลัง  มีหลังคาโครงเหล็กคลุมถ้ำวิหารใหญ่  และภายในบริเวณประดิษฐานพระประธาน  ถัดมาจะมีรูปเหมือนหลวงปู่  พร้อมแท่นบรรจุอัฐิธาตุของท่าน  บริเวณภายในถ้ำเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และประกอบศาสนกิจ  ด้านข้างซ้ายของถ้ำเยื้องขึ้นเนินหินมีพระเจดีย์ทอง  ลักษณะเป็นเจดีย์เปิดสามารถเข้าไปใช้สอยพื้นที่ภายในได้  โดยจัดแสดงพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารของพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม  พุทฺธาจาโร)  ส่วนบริเวณโดยรอบเป็นที่ตั้งของถ้ำ  เป็นที่ตั้งของโรงน้ำร้อน  ศาลาอเนกประสงค์สำหรับรองรับผู้มาปฏิบัติธรรม โรงครัว และกุฏิ  ซึ่งตั้งอยู่โดยรอบในละแวกป่า  ในเขตพื้นที่ประมาณ ๓๘๕ ไร่

แต่เดิมขณะที่หลวงปู่มาพบถ้ำผาปล่องแห่งนี้ในช่วงฤดูหนาวประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๓  โดยมีชาวบ้านชื่อลุงติ๊บ  อุไร  พาท่านเดินตามทางเดินล่าสัตว์ของนายพราน  ลัดเลาะขึ้นมาตามซอกเขา  จนพบถ้ำซึ่งยังคงมีลักษณะรกร้าง สภาพขณะนั้นมีเถาวัลย์ปกคลุมรุงรัง  ข้างในมีขี้เลียงผา  สภาพบรรยากาศเหม็นอับ และชื้นมาก  บางครั้งเป็นที่พักชั่วคราวของนายพราน  ซึ่งในละแวกนี้มีสัตว์ใหญ่หลากหลายนานาชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ เก้ง หมูป่า นกกก และพันธุ์สัตว์ที่ปัจจุบันหาได้ยากอยู่เป็นจำนวนมาก  หลังจากหลวงปู่ได้มาพำนักภาวนา  ชาวบ้านและนายพรานต่างเกรงใจไม่รบกวนมาล่าสัตว์อีกต่อไปในบริเวณนี้

ครั้งต่อมาหลวงปู่ได้มาบำเพ็ญภาวนา  อาศัยที่ถ้ำผาปล่องอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ – ๒๕๓๕  เมื่อครั้งแรกได้แผ้วถางทำความสะอาดภายในถ้ำและทำแคร่  ภายหลังได้ปลูกกุฏิเล็ก ๆ มุงด้วยหญ้าคาอยู่ภายในถ้ำ  ความเป็นอยู่ในขณะนั้นยากลำบากทุรกันดาร  ทางเดินเป็นขั้นบันไดดิน ฤดูฝนทางลื่นมาก  อีกทั้งความชื้นในอากาศมีสูง  แต่ด้วยความที่หลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีความอดทน  และความเพียร  ประกอบกับความถูกจริตในความวิเวก  จึงบำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็นต้นมา  ต่อมามีผู้ทราบถึงกิตติศัพท์คุณงามความดีของหลวงปู่ในความเป็นพระมหาเถระของท่าน   รวมถึงโวหารธรรม  อันแสดงด้วยความเมตตาจึงมีความร่มเย็นในเนื้อหาของธรรม อันประกอบด้วยกุศโลบายและข้อคิดจากประสบการณ์ชีวิต  และการปฏิบัติของหลวงปู่  ซึ่งท่านได้ถ่ายทอดตามสัจธรรมความจริง  จึงมีผู้เดินทางมาศึกษาอบรมจิตกับหลวงปู่โดยมิได้ขาด และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละปี


ข้อวัตรที่หลวงปู่ได้วางไว้เป็นหลักในการปฏิบัติของสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่องดังต่อไปนี้
     เวลา ๓.๐๐ น.   สัญญาณระฆังใหญ่ดัง
     เวลา ๓.๓๐ น.   ทำวัตรเช้า  เสร็จแล้วมีการแสดงธรรมเทศนาอบรมจิตภาวนา
     เวลา ๖.๐๐ น.   บิณฑบาตที่หมู่บ้านถ้ำ มีเส้นทางรับบาตร ๓ สายในหมู่บ้านบ้านถ้ำ
     เวลา ๘.๐๐ น.   ฉันภัตตาหาร เสร็จแล้วล้างบาตร ปัดกวาด ทำความสะอาดบริเวณถ้ำและสถานที่ฉัน  
                         หลังจากนั้นจึงพักผ่อน หรือปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย
     เวลา ๑๕.๐๐ น.  สัญญาณระฆังเล็กดัง พระสงฆ์ และผู้มาปฏิบัติธรรมช่วยกันปัดกวาดเสนาสนะและลานวัด
     เวลา ๑๗.๐๐ น.  ฉันน้ำปานะ
     เวลา ๑๙.๐๐ น.  สัญญาณระฆังใหญ่ดัง
     เวลา ๑๙.๓๐ น.  มีการแสดงพระธรรมเทศนา  อบรมจิต

ภาวนาเสร็จแล้วจึงมีการทำวัตรเย็นร่วมกัน  หลังจากนั้นไปจนถึง ๓.๐๐ น. จึงเป็นการพักผ่อนหรือปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย


เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐  หลวงปู่ได้เริ่มเข้าจำพรรษาเป็นครั้งแรก  ได้มีพระภิกษุอยู่ร่วมกับท่านอีก ๓ รูปในปีพรรษา     

ต่อมาภายหลังได้มีพระภิกษุสามเณรเพิ่มขึ้น  ในบางปีมีมากถึงกว่า ๓๐ กว่ารูปมาโดยตลอด  เมื่อมีบุคคลเข้าศึกษา และปฏิบัติธรรมมากขึ้น  หลวงปู่สิมท่านจึงได้จัดสร้างและปรับปรุงเสนาสนะอันมีวิหาร (ถ้ำผาปล่อง)  ศาลา เรือนพัก กุฏิ ที่พักเรือนแม่ชี โรงครัว ห้องน้ำ แท้งค์น้ำ การเดินระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า บันไดทางเดินขึ้น – ลง ถ้ำผาปล่อง  และกั้นแนวเขตรั้วโดยรอบบริเวณสำนัก  พร้อมทำแนวกันไฟป่ารอบพื้นที่จำนวน ๓๘๕ ไร่  ตลอดจนถนนลาดยางต่อจากหมู่บ้านถ้ำจนถึงถ้ำผาปล่องเป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร  และในบั้นปลายชีวิตได้สร้างสิ่งก่อสร้างสุดท้ายคือ “พระธาตุเจดีย์พุทธาจารานุสรณ์”

จากที่หลวงปู่ได้เคยกล่าวเกี่ยวกับถ้ำผาปล่องในพระธรรมเทศนาใจความว่า ถ้ำผาปล่อง แห่งนี้ได้เกิดมาตั้งแต่ตั้งฟ้าตั้งแผ่นดิน  แต่เดิมเป็นหน้าผาติดกับภูเขาใหญ่  ต่อมาหินผาแตกออกแยกเป็นแผ่น  ขณะที่เอียงล้มลงได้หักพับ ยันกันเป็นหน้าจั่วกลายเป็นถ้ำใหญ่  มีปล่องทะลุถึงกัน อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่เป็นที่อยู่ของค้างคาวเพราะนกเหยี่ยวบินเข้ามาจับกินได้ จึงเป็นถ้ำที่อยู่สบายเพราะอากาศปลอดโปร่ง และตั้งอยู่บนที่สูง ไม่มีผู้คนมารบกวน เหมาะแก่การเจริญภาวนา ท่านได้กล่าวต่อไปอีกว่าถ้ำผาปล่องครั้งโบราณ ในภัทรกัปป์นี้  ได้ผ่านองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาแล้วทั้ง ๔ พระองค์ คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากกุสันโธ  พระพุทธเจ้าโกนาคมโน  พระพุทธเจ้ากัสสโป  และองค์ปัจจุบันคือพระพุทธเจ้าโคตโม  ทั้งได้ผ่านมาอีกหลายยุคหลายสมัยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน  ก็ยังได้มีผู้มาบำเพ็ญทำความเพียรในสถานที่แห่งนี้อยู่เสมอ  

ครั้งหนึ่งท่านเล่าว่าได้เคยพบครกและสากหินโบราณสำหรับตำยาอยู่บนซอกหิน  แสดงว่าเคยมีผู้มาบำเพ็ญเพียร อาศัยที่ถ้ำผาปล่องแห่งนี้มาก่อน  ซึ่งดอยหลวงเชียงดาวนี้ เป็นสถานที่ที่เป็นมงคลแห่งหนึ่งในประเทศไทย  ได้มีพระอรหันต์มาดับขันธ์ในบริเวณเขตดอยหลวงเชียงดาวนี้อยู่หลายองค์  อนึ่ง ท่านเคยเล่าเรื่องนิทานเกี่ยวกับถ้ำพระปัจเจกพุทธเจ้า  ซึ่งตั้งอยู่บนดอยหลวงเชียงดาวโดยมีหลวงปู่มั่นเป็นผู้ให้หลวงปู่ตื้อ  อจลธมฺโม  ขึ้นไปค้นหา  และพบจนประวัติอันพิสดารได้เล่าขานต่อกันมา เรื่องราวทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ จึงทำให้เห็นได้ว่าดอยหลวงเชียงดาว อันเป็นสถานที่ตั้งถ้ำผาปล่องเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคลแห่งหนึ่งในประเทศไทย


อนึ่ง ถ้าจะกล่าวโดยลักษณะภูมิศาสตร์และภูมิประเทศแล้ว ตามหลักธรณีวิทยา ถ้ำผาปล่องซึ่งตั้งอยู่บนดอยหลวงเชียงดาว  เป็นแผ่นดินที่ดิดตัวขึ้นจากพื้นโลก เป็นแนวเขตเทือกเขาเดียวกันกับภูเขาหิมาลัย ผ่านมาทางประเทศพม่า และเป็นแนวสันเขาเดียวกับดอยสุเทพ  อันมีส่วนปลายสุดมายังประเทศไทย  ซึ่งดอยหลวงเชียงดาวก็อยู่ในบริเวณดังกล่าวนี้  จึงมีความคล้ายคลึงกันทางภูมิศาสตร์และระบบนิเวศน์  แต่ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของดอยหลวงเชียงดาว คือเป็นภูเขาสูงตั้งตระหง่าน อยู่ท่ามกลางเทือกเขาอื่น ๆ ด้วยความสูงประมาณ ๒,๑๗๕ เมตร  หากนับตามลำดับความสูงจัดเป็นอันดับที่ ๓ ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก  นอกจากนั้นยังมีพันธุ์พืช พันธุ์ไม้ และพันธุ์สัตว์ที่มีคุณลักษณะเป็นเอกลักษณ์พิเศษ เฉพาะท้องถิ่นประจำของดอยหลวงเชียงดาว  เนื่องจากเป็นดอยสูงใหญ่จึงเป็นแหล่งที่มีกระแสลม และก้อนเมฆมาปะทะกับไอร้อนและไอเย็นของภูเขา  จึงมักเกิดฝนตกชุกชุม  ทำให้ดอยแห่งนี้มีพืชพันธุ์ไม้และสัตว์อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๕๑๖  ทางราชการได้ประกาศให้สถานที่บริเวณดอยหลวงเชียงดาว รวมถึงสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่องให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ  ถัดมาในปีพุทธราช ๒๕๒๑ ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกา เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว

ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๐  หลวงปู่ได้เริ่มเข้ามาจำพรรษาที่ถ้ำผาปล่อง  จนกระทั่งบั้นปลายของชีวิต และได้มรณภาพในปีพุทธศักราช ๒๕๓๕  ในระหว่างที่ท่านมีชีวิตอยู่และพำนักอยู่ในถ้ำผาปล่อง  ถือได้ว่าท่านได้ใช้สถานที่ถ้ำผาปล่องเป็นที่พักอาศั0ยและจำพรรษาเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดกว่าแห่งอื่น  เปรียบเสมือนดั่งว่าเป็นเรือนอาศัยหลังสุดท้ายของหลวงปู่  ด้วยสถานภาพอันสมควรด้วยธรรมะสัปปายะของถ้ำผาปล่องมีสูงมาก  จนท่านได้กล่าวเป็นภาษิตว่า “ทำใจของเราให้เข้ากับอากาศถ้ำผาปล่อง  ใจให้เย็นสบาย”

หลังจากที่หลวงปู่มรณภาพแล้ว ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ได้แต่งตั้ง พระครูสันตยาธิคุณ  อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่  ภายหลังได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็น “พระนพีสีพิศาลคุณ” (ปัจจุบันได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว)  เป็นหัวหน้าผู้ปกครองสงฆ์ถ้ำผาปล่อง  ภายหลังต่อมาจนกระทั่งปีพุทธศักราช ๒๕๔๑  จึงได้มอบหมายแต่งตั้งให้พระอาจารย์เมธา  สุเมโธ (พระครูโสภณกิตยาภรณ์)  เป็นหัวหน้าผู้ปกครองสำนักสงฆ์  จวบจนถึงปัจจุบัน







เมรุพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร





กุฏิสงฆ์ สร้างลดหลั่นตามแนวไหล่เขา


บันไดขึ้นสำนักสงฆ์ มีรูปพญานาคปูนปั้นลักษณะคล้ายศิลปะขอม


ระหว่างเดินขึ้นสำนักสงฆ์ แม้จะเข้าสู่ฤดูร้อนแต่อากาศเย็นสบายจนลืมรู้สึกถึงความเมื่อยล้า
และมีความรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดจากโลกมนุษย์ เมื่อเดินสูงขึ้นใกล้ๆ สำนักสงฆ์ของหลวงปู่
จะได้กลิ่นดอกไม้หอมประหลาดไม่ทราบว่าดอกอะไร หอมเย็นชื่นใจจริงๆ เหลียวมองหาต้นก็ไม่พบเห็น





ขึ้นภูเขาอย่างถ้ำผาปล่องนี้ ก็สู้ไม่ไหว
หัวเข่ามันไม่สู้ ใจนั้นมันยังสู้อยู่
หัวเข่ามันไม่สู้ ความจริงก็คือว่าใจมันไม่สู้นั่นเอง
หัวเข่ามันไม่พูดอะไร จิตใจมนุษย์มันท้อถอยต่างหาก

(ความคัดจาก  แผ่นป้ายใต้ต้นไม้ ทางขึ้นถ้ำผาปล่อง)



หัวเข่ามันไม่พูดอะไร


ใจมนุษย์มันท้อถอยต่างหาก






แอดมิน Mckaforce
 

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 กันยายน 2558 10:08:19 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
จิตมนุษย์เหมือนคนบ้าหาบหิน (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
หมีงงในพงหญ้า 1 3226 กระทู้ล่าสุด 04 มกราคม 2553 15:46:14
โดย sometime
ธรรมโอวาท หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
เงาฝัน 2 3140 กระทู้ล่าสุด 05 มิถุนายน 2553 05:45:21
โดย เงาฝัน
จิตมนุษย์เหมือนคนบ้าหาบหิน โดย หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
หมีงงในพงหญ้า 0 2628 กระทู้ล่าสุด 27 กรกฎาคม 2553 13:55:19
โดย หมีงงในพงหญ้า
กายเป็นเพียงธาตุสี่ โดย หลวงปู่สิม พุทธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
เสียงธรรมเทศนา
ใบบุญ 0 4501 กระทู้ล่าสุด 25 พฤศจิกายน 2556 16:12:33
โดย ใบบุญ
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
ใบบุญ 0 1133 กระทู้ล่าสุด 22 ธันวาคม 2562 19:21:36
โดย ใบบุญ
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.528 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 10 มิถุนายน 2567 19:29:26