[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
26 มิถุนายน 2565 17:43:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เจ้านายสตรีไทยทำมาค้าขายอะไรหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  (อ่าน 249 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ใบบุญ
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2043


ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 08 ธันวาคม 2564 09:30:43 »



สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 (ทรงทอเสื่อ) ทรงเปิดกิจการ "สวนบ้านแก้ว"
ที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อเลี้ยงสัตว์ เพราะปลูก และท่อเสื่อชื่อดังเรียกว่า "ผลิตภัณฑ์เสื่อสมเด็จ"
(ขอบคุณภาพจาก www.clipmass.com/story/98340)


เจ้านายสตรีไทยทำมาค้าขายอะไรหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
เผยแพร่ - ศิลปวัฒนธรรม วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2564

เมื่อเจ้านายสตรีจำต้องใช้วิชาความรู้ที่ถูกบ่มเพาะตามแบบอย่างของสตรี “ชาววัง” นำมาเป็นเครื่องมือทำมาหาเลี้ยงชีพตนและครอบครัว หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475

อ.วีระยุทธ ปีสาลี ได้อธิบายถึงเจ้านายสตรีไทยในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ว่าหลายพระองค์ต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิต เจ้านายสตรีถูกตัดเงินปีลงไปมาก ต้องทรงช่วยทำมาหาเลี้ยงชีพพระองค์และครอบครัวในสภาพสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ภายหลังรัชกาลที่ 5 สวรรคต ทำให้ราชสำนักฝ่ายในในพระบรมมหาราชวังเสื่อมโทรม เจ้านายฝ่ายในหลายพระองค์ก็ออกมาประทับนอกวังที่วังของเจ้านายฝ่ายหน้าหรือพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายชาย ครั้นเจ้านายเจ้าของวังต่างๆ สิ้นพระชนม์ก็ยิ่งทำให้เจ้านายฝ่ายในแตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศละทาง

เจ้านายสตรีไทยจึงจำเป็นต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตนเอง โดยใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากราชสำนัก เช่น การทำอาหาร การทำขนม งานประดิษฐ์ และงานเย็บปักถักร้อย นำมาเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพ ซึ่งนอกจากจะหารายได้มาใช้จ่ายส่วนพระองค์แล้ว การประกอบอาชีพของเจ้านายสตรียังส่งผลให้ศาสตร์ของฝ่ายในแพร่จากชาววังสู่ชาวบ้านมากกว่าสมัยใดๆ




พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน เปิดร้านอาหารไทยในกรุงลอนดอน ชื่อว่า “Siam Rice

หม่อมเจ้าสุรางค์ศรี โศภางค์ ทรงใช้ความรู้ความสามารถด้านงานฝีมือที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากราชสำนักในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดิษฐ์หมวกที่เรียกว่า “ตุ้มปี้” ออกจำหน่าย ตรงกับสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่กำลังอยู่ในช่วงดำเนินนโยบายสร้างความเป็นไทย โดยให้คนไทยสวมหมวกในช่วงทศวรรษ 2480 การค้าขายหมวกของหม่อมเจ้าสุรางค์ศรี โศภางค์ ก็สร้างรายได้เป็นอย่างดี

หม่อมเจ้าวรรณีศรีสมร วรวรรณ ทรงทำธุรกิจจัด “กระเช้าลันชั่น” (Luncheon Basket) หรือกระเช้าอาหารกลางวัน ซึ่งเจาะกลุ่มข้าราชการส่งขายตามกระทรวงต่าง ๆ และได้รับความนิยมสูงและขายดีมาก ดังที่ หม่อมเจ้าบรรเจิดวรรณวรางค์ วรวรรณ ที่มาช่วยกิจการนี้ ทรงเล่าว่า “กิจการดีมาก เพราะอาหารอร่อย ทรงจัดอย่างพิถีพิถัน สวยงาม สะอาด ตั้งแต่รัฐมนตรีจนกระทั่งถึงเสมียนต่างก็รับ ‘กระเช้าลันชั่น’ กันทั้งนั้น”
 
หม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี พระชายาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (พระนามเดิม พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส หรือนามปากกว่า น.ม.ส.) ทำสำนักพิมพ์ในช่วงเวลานั้น

หม่อมเจ้าเราหินาวดี ดิศกุล ทรงทำขนมขาย ทำกันเป็นแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนเล็ก ๆ ขนมที่เป็นที่นิยมคือ ขนมเค้กสำหรับงานวันเกิด และขนมงานเลี้ยงน้ำชา ในสมัยนั้นจะเรียกขนมเค้กของหม่อมเจ้าเราหินาวดี ดิศกุล ว่า “ขนมเค้กท่านหญิงเป้า” ซึ่งในยุคสมัยนั้นขึ้นชื่อมีชื่อเสียงมาก โดยมีหม่อมหลวงฉายชื่น กำภู ผู้เป็นสามีคอยช่วยเหลือติดต่อร้านขายเพื่อนำขนมไปขาย




อุตสาหกรรมภายในครัวเรือนการทำขนมของหม่อมเจ้าเราหินาวดี ดิศกุล
 
อ.วีระยุทธ อธิบายว่ามีคนอยากให้หม่อมเจ้าเราหินาวดี ดิศกุล หยุดทำงานหรือขายขนมเพราะเป็นงานที่เหนื่อยและหนัก แต่พระองค์ยังคงขายขนมต่อไป โดย อ.วีระยุทธ กล่าวว่า “พระองค์ก็บอกว่าพอเห็นลูกสองคนได้นอนหลับสบายแล้วก็รู้สึกว่ายังหยุดทำไม่ได้ ก็เลยต้องทำต่อไป”

หม่อมเจ้ากุมารีเฉลีมลักษณ์ จิตรพงศ์ พระขนิษฐาของหม่อมเจ้าเราหินาวดี ดิศกุล ภายหลังจากที่ทรงเสกสมรสกับ หม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์ ก็ได้เริ่มกิจการเล็กๆ  เช่น ขายเข็มขัด ต่อมาขายขนมเช่นเดียวกับหม่อมเจ้าเราหินาวดี ดิศกุล และรับขนมเค้กท่านหญิงเป้าไปขายด้วยเช่นกัน หม่อมราชวงศ์กัลยา ติงศภัทิย์ กล่าวถึงกิจการขายขนมของหม่อมเจ้ากุมารีเฉลีมลักษณ์ไว้ว่า

“ท่านสร้างโรงทำขนมขึ้นข้างๆ ศาลาน้ำ มีข้าหลวงมหาดเล็กที่จ้างมาเพื่อทำขนมหลายคน กลุ่มหนึ่งจะตื่นเช้าประมาณตี ๔ ทำกะหรี่ปั๊บ รังนก กรอบเค็ม ทอฟฟี่นม เป็นต้น บนตำหนักไทยก็จะมีส่วนที่ต่อออกไปเป็นห้องตั้งตู้เย็นหลายตู้ไว้ทำหวานเย็น ทำหวานเย็นรสต่างๆ และใส่กระติกไปขาย ท่านแม่ทำขนมปังไส้ไก่ขายด้วย ทำกันบนตำหนักไทย นอกจากขนมท่านแม่ยังขายก๋วยเตี๋ยว ขายทอฟฟี่ต่างๆ วางเรียงรายกันเต็มโต๊ะใหญ่ และยังรับขนมเค้กท่านป้าเป้าไปขายด้วย ท่านป้าเป้าทำขนมเค้กเก่งมาก”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน ทรงย้ายไปประทับที่ประเทศอังกฤษพร้อมด้วย หม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล พระสวามี ในปี พ.ศ.2497 ทรงเปิดร้านอาหารไทยขึ้นเป็นร้านแรกและร้านเดียวในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และในทวีปยุโรป ใช้ชื่อร้านว่า “ร้านข้าวไทย” หรือ “Siam Rice” และร้านนี้ยังเป็นที่ชุมนุมพบปะของเจ้านายไทยที่เสด็จไปประเทศอังกฤษในช่วงเวลานั้น




เค้กท่านหญิงเป้า
 
ความแพร่หลายของการประกอบอาชีพขายอาหารของเจ้านายสตรีทำให้วัฒนธรรมอาหารของชนชั้นสูงแพร่ลงมาสู่ชาวบ้านสามัญชน อาหารชาววังจึงกลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่เจ้านายสตรีใช้ในการเลี้ยงชีพ และนหลายๆ ราชสกุล ก็ส่งต่อวัฒนธรรมอาหารของแต่ละวังสู่ทายาทมาถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เจ้านายส่วนใหญ่มักผูกพันอยู่กับระบบราชการและขาดประสบการณ์ในการลงทุนค้าขาย ธุรกิจการค้าของเจ้านายบางพระองค์ก็ประสบความสำเร็จบ้างล้มเหลวบ้าง แต่นับว่าการออกมาประกอบอาชีพของเจ้านายสตรีนับเป็นความเปลี่ยนแปลงทางจารีตและประเพณีของสตรีฝ่ายใน ซึ่งแต่เดิมไม่มีบทบาทนี้แม้แต่น้อย

นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่ามีการเปิดกว้างทางสังคมมากขึ้น สตรีในสังคมก็มีบทบาทและหน้าที่สังคมมากกว่ายุคก่อนๆ ม่านประเพณีจารีตในยุคโบราณได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามวิถีสังคมสมัยใหม่ และเจ้านายสตรีเหล่านี้ก็จำเป็นต้องปรับตัวไปตามยุคสมัยเช่นกัน

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
ครูผู้ตี “พระองค์เจ้า” ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอาจารย์ใหญ่สมัยก่อน 2475
สุขใจ ห้องสมุด
ใบบุญ 0 226 กระทู้ล่าสุด 16 ธันวาคม 2564 11:13:15
โดย ใบบุญ
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.276 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 02 มิถุนายน 2565 02:53:56