[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
28 มกราคม 2564 05:36:02 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 妓女的故事{知識薈萃}  (อ่าน 1853 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 3.6.10 Firefox 3.6.10


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 16 กันยายน 2553 19:21:13 »



..........................ในสมัยพุทธกาล......................


นางสิริมา เป็นสตรีชาวเมืองราชคฤห์ และเป็นน้องสาวของหมอชีวกโกมาร - ภัจจ์ผู้เป็นแพทย์หลวงประจำพระองค์พระ พุทธเจ้า นางสิริมา มีรูปร่างสวยงามจนเป็นรู้จักกันไปทั่ว โดยนางสิริมา ได้ประกอบอาชีพเป็นโสเภณีผู้มีค่าตัวรับจ้างเป็นภรรยาชั่วคราว ในคราวละ 1000 เหรียญอยู่มาวันหนึ่งนางได้ถูกว่าจ้างไปปรนนิบัติสามีของนางอุตตราผู้เคร่งครัดในศาสนาพุทธ โดยนางอุตตราได้ขออนุญาตสามีซึ่งนับถือศาสนาอื่น ไปถือศีลทำบุญเลี้ยงพระถวายพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์เป็นเวลา 15 วัน เมื่อนางไม่มีเวลาที่จะอยู่ปรนิบัติสามี บิดาของนางอุตตราจึงได้จ้างนางสิริมาให้มาเป็นภริยาชั่วคราวในอัตราค่าจ้าง 15000 เหรียญในระหว่างที่นางสิริมารับจ้างเป็นภรรยาชั่วคราวอยู่นั้น นางสิริมาเกิดนึกลืมตัวว่าตนเองเป็นภรรยาจริง ๆ ของสามีนางอุตตรา ครั้นเมื่อนางอุตตราถือศีลได้ครบ 15 วันแล้ว จึงกลับมาควบคุมบ่าวไพร่ให้ช่วยกันทำอาหารเพื่อถวายทานตามปกติ ขณะนั้นเอง ผู้เป็นสามีได้เดินเข้ามาใกล้นางอุตตรา พร้อมทั้งยิ้มให้นางด้วยความเอ็นดู นางสิริมาเห็นเข้า จึงเกิดความหึงหวง มิได้เจียมตนว่าเป็นเพียงนางบำเรอ จึงได้ตรงเข้าตักเนยใสที่กำลังเดือดพล่านสาดใส่นางอุตตรา บ่าวไพร่ของนางอุตตราเห็นดังนั้นจึงตรงเข้ารุมทำร้ายนางสิริมา
อย่างไรก็ดี นางอุตตราไม่ถือโทษ และทำแผลให้นางสิริมาจนหายดี ด้วยความดีของนางอุตตรา นางสิริมาได้สำนึกผิดและกล่าวขอโทษต่อนาง
อุตตรา นางอุตตราได้ยินเช่นนั้น จึงเกิดความคิดให้นางสิริมาได้พบกับพระพุทธเจ้า เมื่อได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านได้ตรัสเทศนาเรื่องของความดีว่า...................................

พึงชำนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ

พึงชำนะคนไม่ดี ด้วยความดี

พึงชำนะคนตระหนี่ ด้วยความให้ปัน

พึงชำนะคนพูดพล่อย ๆ ด้วยคำจริง

เมื่อนางสิริมาได้ฟังดังนั้น จึงเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และทูลขอขมาพระบรมศาสดาในสิ่งที่จนได้กระทำไป จากนั้นจิตใจของนางก็เป็นจิตกุศลสงบเยือกเย็น และได้บรรลุโสดาปัตติผลในที่สุด นับแต่นั้นมา นางสิริมาก็ทำบุญถวายภัตตาหาร แด่พระพระสงฆ์วันละ 8 รูปที่เรือนของตนเป็นประจำมิได้ขาดอยู่มาวันหนึ่ง พระภิกษุรูปหนึ่งได้ฉันภัตตาหารที่เรือนของนางสิริมาแล้ว เมื่อได้กลับไปยังวิหารที่พัก จึงได้เล่าให้พระภิกษุรูปอื่นๆฟังในความงดงามแห่งรูปโฉมของนางสิริมายังมีพระภิกษุรูปหนึ่งได้ฟังความตามนั้น จึงประสงค์จะได้เห็นนางสิริมา ครั้นรุ่งเช้าจึงได้รีบครองจีวร และถือบาตรเดินไปยังเรือนของนางเมื่อไปถึง นางสิริมาเป็นไข้ ไม่สามารถถวายอาหารได้ด้วยตนเอง จึงได้สั่งพวกคนรับใช้ทำข้าวยาคู และอาหารอันโอชารสอื่นๆถวายแทนนาง เมื่อพระภิกษุได้ฉันอาหารเสร็จแล้ว บ่าวไพร่ก็พยุงนางสิริมาที่กำลังจับไข้ออกมาไหว้พระเพื่อขอรับพร พระภิกษุรูปที่มารับบาตรแต่เช้า เมื่อได้เห็นนางก็รำพึงว่านางผู้กำลังเป็นไข้นี้ สวยงามนัก หากเวลาที่สบายดี และตกแต่งด้วยอาภรณ์ทุกอย่างจะสวยงามสักเพียงไหนเมื่อภิกษุรูปนั้นได้กลับไปยังวิหารแล้ว กิเลสในใจที่สั่งสมไว้ทำให้ ไม่สามารถฉันอาหารได้ มีความทุกข์ใจเป็นอย่างมาก เอาแต่นอนซมไม่ยอมทำกิจอันใด เฝ้าคิดถึงแต่จะได้กลับไปยลโฉมนางสิริมาอีกครั้งในเย็นวันนั้นเอง นางสิริมาได้ถึงแก่กรรม เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่องจึงแจ้งข่าวไปยังพระราชาแห่งกรุงราชคฤห์ ให้นำศพนางสิริมาวางนอนไว้เป็นเวลา 8 วันเมื่อนั้น ศพนางก็ขึ้นอืดเน่าเฟะ มีหนอนไต่ออกจากปาก ดูเป็นที่น่าสมเพชยิ่งนัก ลำดับนั้น พระองค์จึงได้บอกกล่าวแก่พระภิกษุทั้งหลายว่า พระองค์จะเสด็จไปทอดพระเนตรนางสิริมา พระภิกษุที่หลงใหลนางเมื่อทราบข่าวดังนั้นก็ดีใจ และขอติดตามไปด้วย
เมื่อไปถึง พระพุทธเจ้าได้ประทับอยู่ข้างศพของนางสิริมา และประกาศว่า ผู้ใดต้องการรับเอานางสิริมาไปอยู่ด้วย ให้บริจากทรัพย์พันหนึ่งประกาศเท่าใดก็ไม่มีผู้ได้สนใจ แม้จะลดราคาลงเหลือ 1 กะหาปนะ หรือแม้ให้เปล่า ๆก็ไม่มีใครอยากได้ไป พระภิกษุที่เคยชื่มชมความงามของนางก็เกิด
ความสังเวชใจ กิเลสที่คุกรุ่นอยู่จนจิตเศร้างหมองก็สะอาดขึ้น จนมองเห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ของรูปภายนอกเมื่อนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสสอนว่า
เธอทั้งหลายจงดูอัตภาพนี้ ที่ไม่มีความยั่งยืน หรือความมั่นคงเลย มีแต่ความแตกสลายไปเป็นธรรมดา

{คติเตือนใจ}คุณค่าที่แท้จริงของการเป็นมนุษย์อยู่ที่ความดี หรือคุณธรรมภายในใจ ส่วนรูปกายภายนอกเป็นสิ่งปรุงแต่ง ที่เปลี่ยนแปลงไปและเสื่อม

สลายไปในที่สุด

เราจึงต้องหัด แต่งใจ ให้มากกว่าแต่งรูปกาย

เราจึงต้องสนใจ ผู้ที่มีใจงาม มากกว่าผู้ที่มีเพียงรูปงาม

ความดี จึงเป็นความงามที่ยั่งยืนโดยแท้



จาก หนังสือประวัติอุบาสิกา


<a href="http://www.youtube.com/v/QFNKdMSl2A0?fs=1&amp;amp;hl=en_US" target="_blank">http://www.youtube.com/v/QFNKdMSl2A0?fs=1&amp;amp;hl=en_US</a>


Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2553 19:52:04 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

คำค้น: นินทา อดทน ประเสริฐ ต่อ เยินยอ บางครั้ง ธรรม dhamma นาง สิริมา บรรลุ รู้แจ้ง 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.802 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 03 กันยายน 2563 07:56:56