[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
29 กันยายน 2563 16:27:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปี 2012 กับชาวมายา  (อ่าน 9885 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 21:50:30 »

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ
คำอธิบาย โดยละเอียด

~WaSaBi~:
http://jubjang.seedang.com/stories/27556

คลิปหายนะที่จะเกิดขึ้น

~WaSaBi~:
ปฏิทินมายา

วันสุดท้ายของปฏิทินของชาวมายา ว่ากันที่ตัวปฏิทินก่อนว่าทำไม
มันจึงสำคัญและมีคนสนใจมันมากนัก...

ชาวมายา ผู้อาศัยอยู่ในดินแดนยูคาทาน ในเม็กซิโกและกัวเตมาลา
ในราวศตวรรษที่ 3-16 ก่อนคริสตกาล นับเป็นอีกชนชาติหนึ่งที่มี
ความก้าวหน้าล้ำยุคจนนักวิชาการต่างๆ พากันส่ายหน้าปวดหัวด้วย
ความแปลกใจเป็นอันมาก กล่าวคือ ชาวมายามีความเป็นเลิศทาง
ด้านการคำนวณและดาราศาสตร์


สิ่งที่ชาวมายาคิดค้นได้ก็คือ ปฏิทินและการคำนวณบางประการ
ที่ไม่น่าเชื่อว่า ชนเผ่าโบราณอันลึกลับนี้ จะสามารถทำได้โดย
ไม่ต้องใช้อุปกรณ์สมัยใหม่อย่าพวกเราเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย
ปฏิทินของชาวมายาใช้ในระยะวงโคจร 5000 ปี และวงโคจร
ที่ใกล้กับปัจจุบันมากที่สุด จะจบลงในวันที่ 24 ธันวาคม ปี
พ.ศ.2554 (ซึ่งตามความเชื่อของชาวมายาก็คือ พระเจ้า
ของพวกเขาจะเสด็จกลับลงมายังโลกนี้อีกครั้ง ก่อนพูดถึง
เรื่องอื่นต่อไป อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกับระบบตัวเลข
และแนวคิดของชาวมายากันนิดนึงก่อน เริ่มกันที่เลข 20
อันเป็นเลขที่ชาวมายาเค้าถือกันว่าเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์
คนโบราณพวกนี้มีแนวคิดทางตัวเลขที่น่าสนใจมาก กล่าวคือ
มนุษย์ในปัจจุบันนิยมใช้เลขฐานสิบเป็นหลัก โดยยืนพื้นอยู่
บนนิ้วมือทั้งสิบ แต่ชาวมายากลับแตกต่างกันไปเพราะพวกเขา
รวมนิ้วเท้าอีกสิบเข้าไปด้วยเป็นเลขฐาน 20 พอดิบพอดี
ลองมาดูสัญลักษณ์ของชาวมายาที่นับจาก 0-20 กันดีไหม?
เลขศูนย์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์วงกลม เลขหนึ่งด้วยหนึ่งจุด
เลขสองแทนด้วยจุดตามแนวนอน เลขสามด้วยจุดสามจุด
เลขห้าแทนด้วยเส้นแนวขวาง เลขหกแทนด้วยจุดหนึ่งจุดเหนือ
เส้นแนวขวางและเป็นแบบนั้นไปตามลำดับ เลขสิบเก้าแทนด้วย
จุดสี่เหลี่ยมเหนือเส้นแนวขวางสามเส้นที่ซ้อนกันขึ้นไป เลขยี่สิบ
แทนด้วยสัญลักษณ์คล้ายวงกลมที่มีจุดจุดหนึ่งอยู่ด้านบน ดังภาพ

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 21:53:21 »


ความสัมพันธ์อีกประการของปฏิทินของชาวมายาก็คือ
หนึ่งอุยนัลหรือเดือนของพวกเขามีอยู่ 20 คิน หรือ 20วัน :)

อาณาจักรมายาเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาแต่ครั้งโบราณ
ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ประเทศกัวเตมาลา ครั้งหนึ่งอาณาจักรนี้
เคยคึกคักรุ่งเรืองเป็นที่สุด เมืองใหญ่ๆเช่น ติกัลหรือพาเลงกอ
มีประชากรร่วมแสน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์
ดาราศาสตร์ และเป็นเมืองที่มีอิทธิพลทางการค้าเป็นอย่างมาก
แต่ด้วยเหตุผลกลใดหาใครทราบ เมืองยุคแรกของชาวมายาเช่น
ติกัลก็ได้เริ่มเสื่อมสลายทีละน้อยในช่วง ค.ศ. 200-900
นักโบราณคดีรู้สึก ประหลาดใจมากกับหลักฐานที่ว่า ด้วยเหตุผล
บางประการชาวมายาได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองของพวกเขาในช่วงเวลานั้น
หยุดชะงักอารยธรรมที่กำลังเติบโตทั้งหลายทั้งมวลคล้ายๆกับว่า
จู่ๆพวกเขาหมดกำลังใจในชีวิตกันไปแล้ว

บางคนอาจนึกถึงการเข้ามาของชาวยุโรปว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้
อารยธรรมมายาล่มสลายไป มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะ เพราะ
ชาวยุโรปเข้ามายังโลกใหม่เมื่อราวๆศตวรรษที่ 17 ตอนนั้น
อารยธรรมมายาเสื่อมสลายลงเกือบหมดแล้วเหลือเพียงชนพื้นเมือง
กลุ่มเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วคาบสมุทรยูคาทานกับเม็กซิโกตอนใต้เท่านั้น

มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ชาวมายาหยุดความก้าวหน้าทางอารยธรรมลง
เหมือนชนชาติที่เสียแรงกระตุ้น เพราะจู่ๆพวกเขาก็หยุดชะงักเอาเฉยๆ
หลังจากรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมอันน่าพิศวงสุดขีดมาหลายศตวรรษ
อะไรที่ทำให้พวกเขาเป็นแบบนั้น?
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 21:55:49 »


เนื่องจากเป็นเคสที่น่าสนใจจึงมีทฤษฎีว่าด้วยการล่มสลายของ
อารยธรรมมายาขึ้นมาเพียบ นักวิชาการบางคนเชื่อว่าเกิดจากการที่
ทาสกับประชาชนลุกขึ้นมาโค่นล้มชนชั้นปกครองผู้เผด็จการ
แต่ไม่น่าเป็นไปได้ครับ เพราะอารยธรรมที่รุ่งเรืองขนาดนั้น
สังคมที่แข็งแกร่งขนาดนั้นไม่น่าจะมาพังพาบง่ายๆกับอีเรื่อง
ไม่เป็นเรื่องแค่นี้ แถมไม่มีหลักฐานอะไรชี้ชัดเอาเสียเลยว่ามี
การแข็งข้อแข็งเมืองเกิดขึ้นในนครรัฐของชาวมายา การจะเข้าใจ
อารยธรรมมายาได้อย่างถ่องแถ้นั้นเราต้องเอาใจเราเข้าไปจับใจ
ของชาวมายาเสียก่อน เลิกคิดแบบมนุษย์ปัจจุบัน เลิกยึดติดกับ
ความรุ่งเรืองทางวัตถุแบบ อารยธรรมตะวันตก

ในสายตาของมนุษย์สมัยใหม่ชาวมายาไม่ได้ต่างอะไรไปเลย
จากมนุษย์ถ้ำสมัยหิน ไม่มีอะไรมากไปกว่าการสร้างปิระมิดด้วย
ศิลาอย่างไร้เหตุผล ไม่มีเทคโนโลยีด้านสกัดแร่หรือถลุงโลหะ
ไม่มีอาวุธมากกว่ามีดและหอก

นักวิชาการหลายคนมองชาวมายาเป็นอัจฉริยะผู้ไร้สติ คือทั้งๆที่
พวกเขาเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และสถาปัตยกรรม
อันไร้เทียมทาน แต่กลับไม่ได้นำมาสร้างสรรค์หรือแผ่ขยาย
อารยธรรมแต่ประการใดเลย นักวิชาการไม่สามารถอธิบายได้ว่า
ทำไมอารยธรรมที่ฟันฝ่าอุปสรรคมาจนรุ่งเรืองได้ขนาดนั้นจู่ๆกลับ
เสื่อมสลายลง อัจฉริยะทางดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชาวมายาหายหัวไปไหนหมด
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 21:58:36 »


พวกเขาส่งผ่านมรดกอะไรให้แก่ชนรุ่นหลังบ้าง ทำไมจึงทิ้งเมืองใหญ่
อันโอฬารอย่าง ติกัล อักซมัล พาเลงกอ และชิตเซนอิซาเอาไว้
หลงเหลือแต่เพียงซากปรักหักพังอยู่กลางป่าดงดิบในกัวเตมาลา
แล้วก็วาดภาพแกะสลัก ทำเส้นสายด้วยรหัสภาษาที่ไม่มีใครอ่านออก
เอาไว้ ทิ้งให้นักโบราณคดีรุ่นหลังตีอกชกหัวกุมขมับปิ้มจะบ้าทำไม...

เราคงตอบคำถามนี้ไม่ได้ตราบใดที่ไม่ขจัดปัญหาบางประการออกไป
เสียก่อน ปัญหาที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ที่ชาวมายา แต่อยู่ที่ทฤษฎีของพวกเรา
อยู่ที่วิธีวัดความสำเร็จที่มนุษย์ปัจจุบันใช้กับชาวมายานั่นแหละ
หลายศตวรรษที่ผ่านมาจนถึทุกวันนี้

พวกเราวัดความรุ่งเรืองทางอารยธรรมของมนุษยชาติด้วยไม้บรรทัด
ที่ถือมาตั้งแต่สมัยเรเนอซองส์ ทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี
ทางวัตถุ นวัตกรรมใหม่ๆอันจะนำเอาความเจริญทางวัตถุมาให้มนุษย์

ตั้งแต่ยุคเครื่องจักรไอน้ำจนถึงกระสวยอวกาศ ตั้งแต่ยุคหัวธนูจนถึง
ขีปนาวุธนิวเคลียร์ ตั้งแต่ยุคหลอดสูญญากาศจนถึงซิลิกอนชิป
ชาวมายาล้าหลังจริงๆหากจะมองในแง่นั้น ทฤษฎีต่อไปนี้อาจจะบ้าหลุดโลก
สำหรับพวกคุณ แต่ปฏิทินของชาวมายาเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาและตัวเลข ภาพด้านล่างเป็นตัวแทนวันในแต่ละเดือน
ของพวกเขา ซึ่งในบางครั้งจะถูกผนวกเข้ากับสัญลักษณ์ที่เรียกว่า
โซลคินอันเป็นแกนตัวเลข 13 ตัว ถูกออกแบบให้อยู่ในลักษณะของแกน
สอดประสาน เพื่อให้ได้มาซึ่งการประสานกันระหว่างจิตใจและแกแล็คซี่
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:03:21 »


แกนตัวเลขสอดประสานเพื่อให้ได้มาซึ่งการสอดประสานกัน
ของแกแล็คซี่ นักวิชาการน้อยคนนักที่จะเข้าใจเรื่องนี้ และผู้ที่เข้าใจ
ก็ยากที่จะทำใจรับมันได้เนื่องจากค่อนข้างหลุดโลกเอาการอยู่

แนวคิดนี้ขัดแย้งกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของ
ปรากฏการณ์ทางกายภาพ ที่นักโบราณคดีงงเป็นไก่ตาแตกกับ
อารยธรรมมายาเนื่องจากว่าพวกเขายากที่จะทำใจมองข้ามแนวคิด
แบบวิทยาศาสตร์

หันไปมองแนวคิดทางจิตใจแบบชาวมายาได้ เพราะการมองแต่
หลักฐานทางวัตถุนี่แหละ จึงทำให้นักโบราณคดีหลายคนไม่สามารถ
หาคำตอบได้ว่า ทำไมชาวมายาจึงพัฒนานครรัฐได้อย่างยิ่งใหญ่
สร้างสถาปัตยกรรมโอฬาริกได้มากมาย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่า
พวกเขาจะประยุกต์นำความรู้นี้ไปใช้ และพัฒนาอารยธรรมของพวกเขา
ไปในรูปแบบอารยธรรมของชาวตะวันตกอย่างที่ควรจะทำ เช่น
การยกระดับความเป็นอยู่ พัฒนาเรื่องการขนส่ง การสื่อสาร อาวุธยุทโธปกรณ์

ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยความก้าวหน้าขนาดคำนวณปฏิทินได้เป็นล้านๆปี
รอบรู้เรื่องวงโคจรของดาวพระเคราะห์ต่างๆจนถึงขั้นคำนวณปฏิทินของ
ดาวศุกร์และดวงจันทร์ได้อย่างชาวมายานั้น การจะสร้างอารยธรรม
ให้ก้าวทันปัจจุบันเห็นจะไม่ใช่เรื่องยาก เพียงกินเวลาไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น
ดีไม่ดีชาวมายาอาจครองยุโรปและเอเชีย จนถึงขั้นมีนครรัฐมายาแทน
สหรัฐอเมริกาจอมเกเรอย่างทุกวันนี้ก็เป็นได้ เป็นไปได้ลองย้อนดู
อารยธรรมของเราสิ เมื่อ 400 ปีก่อนเรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์
เทคโนโลยีการสื่อสารแค่ขี้ปะติ๋วเท่านั้น แล้วดูตอนนี้สิ สี่ศตวรรษหรือ
หนึ่งแบ็กทันต่อมา เราพัฒนามาถึงไหนกันแล้วครับ เมื่อร้อยปีก่อน
เรายังเคาะโทรเลขก๊อกแก๊กกันอยู่ แต่ตอนนี้เราถึงขั้นสื่อสารแบบไร้สาย
ได้มีโอกาสมา "เธอวางก่อนดิ... ดิ ดิ ดิ..." อย่างง่ายๆราวปาฏิหารย์
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:05:38 »


พวกเราสามารถสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในรอบ 100 ปี
ได้มากกว่าที่เคยทำได้ในรอบ 1000 ปีเสียด้วยซ้ำ แล้วชาวมายา
ล่ะครับเขาทำอะไร เขาไม่ได้ทำอะไรกับความรู้อันสูงส่งของพวกเขา
เลยแม้แต่น้อย

พวกเขาเป็นต้นแบบของนักการเมืองไทยในการถอยหลังลงคลอง
ชาวมายาย้อนกลับไปสู่สังคมแบบพริมิทีฟเอามากๆ โดยเฉพาะตั้งแต่
ประมาณ ค.ศ.83 ชาวมายาก็ได้เจริญลงๆ จนกระทั่งถึง ค.ศ. 900
หรือสิ้นสุดแบ็กทันที่ 10

อารยธรรมอันมหัศจรรย์สมชื่อมายานี้ก็ได้ถึงการเสื่อมสลายลงอย่างสมบูรณ์
คิดแล้วก็น่าเศร้า? แบ็กทันคืออะไรอย่างนั้น?

แบ็กทันเป็นมาตรวัดเวลาของชาวมายา กินเวลาราว 395 ปีของมนุษย์ปัจจุบัน
แนวคิดนี้ค่อนข้างซับซ้อนแต่เชื่อว่าชาว Myth น่าจะทำความเข้าใจได้ไม่ยากเท่าไหร่

แนวคิดนี้มีอยู่ว่า ชาวมายามีวัตถุประสงค์ในการอยู่บนโลกที่แตกต่างออกไป
พูดง่ายๆคือมีหลักฐานมากพอที่จะชี้ให้เห็นว่าชาวมายามีหน้าที่วางตำแหน่ง
โลกและระบบสุริยะ ให้สอดคล้องกับประชาคมแกแล็กซี่ที่ใหญ่กว่า
โดยได้รับบัญชาจากเทพเจ้าของพวกเขาซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็น
นักบินอวกาศแห่งโบราณยุค พูดง่ายๆก็คืออาคันตุกะจากดาวดวงอื่นนั่นล่ะ
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:07:53 »


ภารกิจหลักของชาวมายามีอะไรบ้างนั้นพวกเรายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด
เดาได้เพียงแต่ว่าเมื่อถึงประมาณ ค.ศ.830 หรือสิ้นสุดแบ็กทันที่เก้า
ชาวมายาก็ได้จากไป บางคนยังหลงเหลือทายาทไว้ที่นี่ในฐานะผู้พิทักษ์
หรือการ์เดี้ยน ทิ้งรหัสของพวกเขาเอาไว้อันได้แก่โซลคินแกนตัวเลขประสาน
ของชาวมายา เพื่อให้ได้มาซึ่งการสอดประสานแห่งห้วงจักรวาล

เนื่องจากนี่เป็นเพียงข้อสมมติฐานของนักเขียนบางคนเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามนะ อันว่าสิ่งที่ชาวมายาทิ้งไว้นั้นเป็นเรื่อง
ท้าทายวงการวิทยาศาสตร์อย่างหนัก เราจำเป็นต้องวางแนวคิดยึดติด
วัตถุในรูปแบบเดิมเอาไว้เสียก่อน แล้วลองมามองจักรวาลอย่างที่
ชาวมายาเขามองกัน ยกตัวอย่างปฏิทินของชาวมายากันสักเล็กน้อย
เช่นเดียวกับพวกเราครับ ชาวมายาวัดขนาดของเวลาจากเล็กไปสู่ใหญ่
จากวินาทีเป็นนาที ชั่วโมง วัน เดือน ฯลฯ อารยธรรมตะวันตกวัดเวลา
ตามปฏิทินเกรเกอเรียนซึ่งกินเวลา 365 วัน/ปี อันเป็นคาบเวลาที่โลก
โคจรรอบดวงอาทิตย์ ถัดจากปีเราก็มายืนอยู่บนเลขฐาน 10 นั่นคือ
10 ปีต่อ 1 ทศวรรษ, 10 ทศวรรษต่อ 1 ศตวรรษ, 10 ศตวรรษต่อ
1 สหัสวรรษ บลา บลา บลา...

แต่ปฏิทินของชาวมายานั้นแตกต่างออกไปเพราะตั้งอยู่บนค่าของเลข 20
เป็นหลัก 1 คินจะแทนค่าแทน 1 วัน นับตามแบบของเราคือโลกหมุน
รอบตัวเองครบ 1 รอบ อุยนัลแทนค่า 1 เดือนประกอบด้วย 20 คิน

ส่วนปีของมายาแทนด้วนทันอันประกอบด้วย 18 อุยนัลหรือ 360 คิน
(ใกล้เคียงกับ 365 วันของพวกเรามากทีเดียว) 1 คาทันของชาวมายา
เทียบได้กับทศวรรษของพวกเราเพียงแต่ยาวกว่า 2 เท่า เพราะระบบเลข
ของพวกเขาคือฐาน 20

ดังนั้น 1 คาทันจะมีความยาวประมาณ 19.5 ปี สำหรับ 1 แบ็กทันจะยาว
 20 คาทันหรือประมาณ 394.5 ปี
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:09:04 »


จุดเริ่มการสร้างสรรค์ของชาวมายาตามบันทึกของพวกเขา
ซึ่งบันทึกเวลาได้เที่ยงตรงมากนั้นจะอยู่ประมาณ 3116

ปีก่อน ค.ศ. วงจรนี้จะกินเวลา 13 แบ็กทันของพวกเขาหรือ
5129 ปีของพวกเรา แบ็กทันที่เก้าสิ้นสุดลงราวปี ค.ศ. 830

ดังนั้นจุดสิ้นสุดของแบ็กทันที่ 13 จึงน่าจะอยู่ที่ ค.ศ. 2012
โดยประมาณ ทีนี้ก็มาถึงประเด็นสำคัญล่ะว่า หนึ่งวงจรของ
ชาวมายานั้นมีความสำคัญอย่างไร
และนี่คือปฏิทินเทียบระหว่างปฏิทินของเรากับวงจรของชาวมายา
รอบแบ็กทัน ปฏิทินมายา ปฏิทินเกรเกอเรียน เหตุการณ์สำคัญ

1 1.0.0.0.0 3116-2734 BC จุดเริ่มต้น
2 2.0.0.0.0 2734-2339 BC ยุคปิระมิด
3 3.0.0.0.0 2339-1944 BC ยุคล้อ
4 4.0.0.0.0 1944-1550 BC อารยธรรมอียิปต์
5 5.0.0.0.0 1550-1155 BC อารยธรรมบ้านเชียง
6 6.0.0.0.0 1155 - 761 BC สงครามม้า
7 7.0.0.0.0 761-366 BC ยุคปรัชญา
8 8.0.0.0.0 366 BC - ค.ศ. 28 ยุคเมสไซอาห์
9 9.0.0.0.0 ค.ศ. 28-422 อาณาจักรโรมัน
10 10.0.0.0.0 ค.ศ. 422-817 มายา
11 11.0.0.0.0 ค.ศ. 817-1211 สงครามครูเสด
12 12.0.0.0.0 ค.ศ. 1211-1606 ยุคล่าอาณานิคม
13 13.0.0.0.0 ค.ศ. 1606-2012~ ยุคอุตสาหกรรมใหม่
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:10:28 »


เป็นอันว่าเราเกือบครบรอบวงจรใหญ่ของชาวมายากันแล้ว
โดยนับจากแบ็กทันแรกถึงแบ็กทันที่สิบสามตามเวลาปฏิทิน
ของมนุษย์ยุคใหม่เรา

ส่วนการอ่านปฏิทินตัวเลขของชาวมายานั้นให้อ่านแบบนี้ครับ
ดูตัวเลขที่เรียกลำดับกัน 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มนั้นจะแทนช่วงลำดับเวลา ตามนี้

แบ็กทัน, คาทัน, ทัน, อุยนัล, คิน
คิน = 1 วัน
อุยนัล = 20 คิน
ทัน = 360 คิน
คาทัน = 20 ทัน (7200 คิน)
แบ็กทัน = 20 คาทัน (144000 คิน)

จากนั้นก็คูณตัวเลขในแต่ละช่วงเวลาออกมาเพื่อให้ได้จำนวนวันจริงๆ

แล้วเอาจำนวนวันจริงๆไปบวกจุดอ้างอิงของเราคือ 3116 BC.
เราก็จะได้วันที่ตามปฏิทินสากลของเราแบบเท่ากันทุกประการ
เป็นทฤษฎีที่หลุดโลกมาเลยใช่ไหมล่ะ ในข้อที่ว่าบรรพบุรุษของ
ชาวมายาได้เดินทางจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้นมาเยือนโลกพิภพของเรา
เพื่อภารกิจในการสอดประสานระหว่างโลกมนุษย์กับแกแล็กซี่อื่น
คุณอาจจะกำลังบริภาษอยู่ในใจว่าบ้าไปแล้วแน่ๆ
มีหลักฐานหรือเปล่าว่าชาวมายาเดินทางมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น
พวกเขามาที่โลกของเราได้ยังไง นั่งเรือมาเรอะ?
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:11:47 »


หลักฐานการเดินทางล่ะมีไหม เอาล่ะ มีคำอยู่สองคำที่คุณต้อง
ทำความรู้จักเอาไว้เสีย นั่นคือคำว่า ฮูแน็บ คู กับ คูซาน ซูอัม

คำว่าฮูแน็บ คู หมายถึงผู้ให้การเคลื่อนไหวและมาตรวัดเดียว
เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ดำรงอยู่เหนือดวงอาทิตย์ เหนือแกนแกแล็กซี่
ที่เป็นจุดกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่าง

ส่วนคำหลังคือ คูซาน คูอัม ถนนสู่ท้องฟ้าที่นำไปสู่แกนแกแล็กซี่
หรือฮูแน็บ คู ส่วนที่ตั้งของ ฮูแน็บ คู

ตามแผนที่ดาราศาสตร์ปัจจุบันคือจุดระหว่างดาวฤกษ์สองดวงใน
กลุ่มดาวเซ็นทอร์ใต้ มีระห่างจากโลกของเรา 139 ปีแสง จุดเชื่อม
ระหว่างโลกและดาวอันไกลโพ้นของชาวมายาดวงนี้ก็คือ คูซาน ซูอัม นั่นเอง
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:13:41 »

WaSaBi~:


เพ่งรูปนี้กันดีๆ ปากาล โวทาน ผู้นำชาวมายาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
อาณาจักรมายาคลาสสิคมีความรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคการปกครองของเขา
ปากาลตายในปี ค.ศ. 683 ภาพนี้คัดลอกมาจากภาพนูนแกะสลัก
บนฝาหินของเขาที่พบใน ค.ศ. 1952 ในอุโมงค์ฝังศพที่ตบแต่งไว้
อย่างสวยงาม ในวิหารแห่งคำจารึก (Temple of inscriptions)
ที่พาเลงกอในเชียพัส ประเทศเม็กซิโก นักคิดนักเขียนบางคนเรียก
ปากาลว่าผู้แทนแห่งแกแล็กซี่ ผู้อาศัยคูซาน ซูอัม เพื่อไปถึง
ฮูแน็บ คู หลังจากที่ภารกิจของเขาลุล่วงไปแล้ว

...อ่านแล้วก็ขนลุกขนพองตามใช่ไหม ทีนี้ก็มาถึงประเด็นสำคัญ
อีกประเด็นว่าทำไมถึงเป็นชาวมายา ไม่ใช่อียิปต์ อินคา หรือ
สุเมเรียนที่เป็นอารยชนที่ยิ่งใหญ่พอๆกัน บอกได้เพียงแต่ชาวมายา
ก็มีอิทธิพลไม่น้อยในอารยธรรมอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น คำว่ามายา
เป็นคำศาสนาฮินดูหมายถึงต้นกำเนิดของจักรวาล

ในภาษาสันสกฤตเป็นคำที่เกี่ยวโยงกับสภาพจิตใจ เวทย์มนตร์คาถาและแม่
แม้แต่พระมารดาของพระพุทธองค์เองก็มีนามว่าสิริมหามายา ในภาษา
อียิปต์คำว่ามาเย็ตหมายถึงระเบียบของจักรวาล ส่วนในตำนานกรีก
ดาวที่ส่องสว่างที่สุดในกลุ่มดาวลูกไก่และเป็นน้องคนสุดท้องก็มี
นามว่ามายาขนิษฐาของเฮดีส

คัดลอกจาก Mythland

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=maankaew&month=18-04-2008&group=6&gblog=6
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:15:49 »


บทความวันนี้ เป็นข้อมูลเก่าแก่ที่ถูกทิ้งไว้นับพันๆ ปีโดยไม่
มีคนสนใจ ข้อมูลที่มีส่วนหนึ่งพ้องจองกับความเห็นและ
การคาดการณ์ทาง ด้านวิทยาศาสตร์แห่งยุคใหม่ ที่กล่าวมา
ข้างบนนั้นอย่างน่าแปลกใจ แต่ส่วนหนึ่งจะเป็นประเด็นทาง
จิตวิญญาณ โดยเฉพาะการเปลี่ยนย้าย กระบวนทัศน์ของ
มนุษยชาติและสังคมอย่างน่าสนใจ แม้ว่าอีกส่วนใหญ่ของ
ข้อมูลเก่าแก่ที่ว่านี้จะเป็นคำทำนาย (กินเวลายาวนานถึง 64
ล้านปีของอนาคต) ที่อยู่นอกความรู้ความเข้าใจจนเกินไป
จนเป็นเหตุให้ข้อมูลถูกโยน ทิ้งหรือเก็บไว้จนหลงลืมกันไปทั้งหมด
กระทั่งมีการรื้อฟื้นนำมาศึกษาติดตาม กันใหม่เมื่อทศวรรษที่แล้วๆ มานี้เอง

ข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่าสนใจดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่นักศึกษาด้าน
ความสัมพันธ์ของวิชาความรู้ต่างสาขาน่าจะลองอ่านดู จริงๆ แล้ว
ข้อมูลทั้ง หมดที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ เป็นกรณีศึกษาของโครงการ
รายวิชาของสถาบันความสัมพันธ์ทางความรู้ ที่คณะหนึ่งของ
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (California Insitute of Integral Studies)
และกำลังเป็นประเด็นร้อนที่พูด กันมากในประเทศตะวันตกในเวลานี้
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เรียกกันว่ากลุ่ม นิวเอจ (newagers)
และกลุ่มวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Cultural Creatives or CC) ด้วย
นั่นคือสภาพของความสะท้านสะเทือนระดับโลกที่จะเกิดขึ้น
ในปี 2012 และหลังจากนั้น (the shock of 2012) ซึ่งก็เป็น
ช่วงเวลาเดียวกับช่วงเวลาของการเดินทางของจิตวิญญาณ
สู่มิติของธรรมจิตธรรม วิญญาณ (spiritual dimension)
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:18:57 »


ข้อมูลดังกล่าว ได้มีการบันทึกเอาไว้ในปฏิทินของชาวเผ่ามายา
แห่งอเมริกากลาง (Maya Calendar) มาตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของ
คริสตกาล ชาวมายาเป็นชนเผ่าพันธุ์หนึ่งที่อยู่บริเวณพื้นที่ของ
กัวเตมาลา และบริเวณที่ เผ่าเซียปาสของเม็กซิโกอาศัยในปัจจุบัน
แต่ไม่มีใครรู้ที่มาของชาวมายาว่า มาจากไหน เพราะเป็นชนผิวขาว
ร่างสูงและจมูกโด่ง มีริมฝีปากบางที่เป็น ตรงกันข้ามกับเผ่าโอลเม็ค
ที่เป็นชนเผ่าเก่าแก่ที่สุดของอเมริกากลาง เป็นตรง กันข้ามในทุกกรณี
ดังภาพวาดภาพปั้นที่หลงเหลือมาตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนคริสต กาล
(อารยธรรม La Venta อาจย้อนหลังไปถึง 800 ปีก่อนคริสตกาล)
นักมนุษยศาสตร์และนักโบราณคดีบางคนคิดว่า ชาวมายามีที่มาจาก
ชาวกรีกหรืออียิปต์ในยุคหลังๆ (Jonarthan Leonard ;
Ancient America, Time- Life Book, 1968) และที่น่าแปลกอีก
ก็คือ อยู่ๆ ชาวมายาทั้งเผ่าพันธุ์ก็ สลายหายตัวไปโดยไร้ร่องรอยหรือ
หลักฐานทางวิชาการใดๆ หลงเหลือให้นัก โบราณคดีสืบเสาะได้เลย

ปฏิทินของชาวมายานั้นเป็นผลของการคำนวณทางดาราศาสตร์
ที่แม่นยำที่สุดยิ่งกว่าปฏิทินใดๆ การคำนวณเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์
ตามที่ บันทึกไว้นั้น (ชาวมายามีปฏิทินหลักหนึ่งปฏิทิน และมีปฏิทิน
ที่คำนวณ เหตุการณ์ทางดาราศาสตร์อีก 22 ปฏิทิน) ที่มีความแม่นยำ
อย่างไม่น่าเชื่อ และยังไม่เคยปรากฏว่าผิดไปจากความจริง หรือ
แตกต่างไปจากการคำนวณ ของนักดาราศาสตร์ในเวลาปัจจุบันแม้แต่
รายการเดียว ดังรายละเอียดบาง อย่างของปฏิทินของชาวมายาที่เอามาลง
เพื่อให้ผู้อ่านสนใจจะได้พิจารณา และอาจติดตามต่อไปจากเอกสารอ้างอิง
ไว้ที่ท้ายของบทความนี้

ชาวมายาสามารถคำนวณเวลาของการโคจรของดาวเคราะห์วิ่ง
รอบดวงอาทิตย์ ที่ชาวมายารู้แต่แรกว่าเป็นแกนกลางของระบบสุริยะ
ระบบที่เป็นเพียงส่วนน้อยส่วนหนึ่งของแขน (arm) หนึ่งของกาแล็กซี
ที่ชาวมายาบอกว่ามีแกนที่เป็นดวงอาทิตย์ศูนย์กลางอีกดวงหนึ่ง
(sun alcione เป็นดาวฤกษ์ในกลุ่มไพลเอดส์) ปฏิทินของชาวมายา
ระบุว่า ดาวศุกร์ใช้เวลา เดินทางไปรอบดวงอาทิตย์ 584 วัน ซึ่งเท่ากับ
ที่เป็นเวลาที่เรารู้กันทุกวันนี้ หรือบันทึกว่าโลกใช้เวลาเดินทางรอบ
ดวงอาทิตย์หนึ่งรอบหรือหนึ่งปีเท่ากับ 365.2420 วัน ซึ่งตัวเลข
ที่แท้จริงทางดาราศาสตร์ปัจจุบันคือ 365.2422 วัน ปฏิทินของ
ชาวมายายังระบุว่า ระบบสุริยะมีวัฏจักรของการเคลื่อนที่ไออยู่ใน
ระนาบเดียวกัน (ecliptic) กับระนาบของแกนของแขนกาแล็กซี
ที่กล่าวมา ข้างต้นในทุกๆ 26,000 ปี โดยมีครึ่งหนึ่งของวัฏจักร
จะมีวันที่เรียกว่า อะควิน็อกซ์ หรือวันที่มีเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน
เปลี่ยนไป (เช่นวันที่ 23 กันยายน คือวันอะควิน็อกซ์ของฤดูใบไม้ผลิ
ของปฏิทินของปัจจุบัน) ระบบสุริยะ (รวมทั้งโลกและดาวเคราะห์ทั้งหลาย)
จะเข้าสู่ระนาบเช่นนั้นใน เดือนธันวาคม ปี 2012 นี้
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:20:50 »


หลังจากปี 2012 มีสี่ประการที่จะเกิดขึ้นคือ..

1.มนุษยชาติจะก้าวล่วงเทคโนโลยีที่เราใช้และรู้จักในขณะนี้ แทบทั้งหมด
2.มนุษยชาติจะก้าวล่วงรูปแบบของเวลาและเงินในรูปที่ใช้กัน ในขณะนี้
3.เราจะผ่านเข้าสู่มิติที่ห้าอันเป็นมิติจิตวิญญาณ - จากมิติที่สี่ - วิกฤติที่เจ็บปวด
4.ระนาบของระบบสุริยะจะอยู่ในระนาบเดียวกับระนาบของ กาแล็กซี


ปฏิทินมายาบอกด้วยว่า ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 1987
กระทั่งถึงช่วงปี 2012 เป็นช่วงเวลาระหว่างกลางของมิติที่ 4
สู่มิติที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงอันตราย เพราะเป็นช่วงที่จะมีความล่มสลาย
ในทางธรรมชาติ และจิตวิญญาณของชาวโลกส่วนใหญ่
แต่ขณะเดียวกันก็จะมีการเปลี่ยน แปลงทางจิตวิญญาณของ
คนอีกส่วนหนึ่ง (apocalypse แปลว่าการเปิดเผยที่ หมายถึง
วิวัฒนาการทางจิตอีกด้วย) น่าแปลกที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของ
เวลาจะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของความถี่ของกระแสแม่เหล็กโลก
ที่สะท้อนออกมาตามการหมุนรอบตัวเองของโลก (Schumann
Resonance ที่เคยคงที่ที่ความถี่ 7.8 เฮิรตซ์ หรือรอบต่อวินาที
ทุกวันนี้ได้สูงขึ้นเป็น 11.8 รอบต่อวินาที)

โดยปฏิทินของชาวมายา มิติที่ 5 หรือหลังปี 2012 คือช่วงเวลาที่
มนุษยชาติส่วนหนึ่ง จะมีวิวัฒนาการสู่แสงใสกระจ่าง (แปลกอีกที่ใช้
คำว่า clear light เช่นเดียวกับในคัมภีร์พีระมิดของอียิปต์ และคัมภีร์
มรณศาสตร์ของทิเบต ที่มีความหมายสู่จิตวิญญาณบริสุทธิ์)
(Erich Von Danikens, Chariots of the Gods, 1970 ;
Jonathan Leonard ; Ancient America, 1968 ;
Handbook of Atmospheric Electro-dynamics, 1995 ;
www.2012.com.au.;)
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:23:10 »

~WaSaBi~:

19 กันยายน 2547 กองบรรณาธิการ
http://www.thaipost.net/print.asp?news_id=95127&cat_id=110805&iDate=13/Sep/2551

โศลกหลากหลายในอุปานิษัทบ่งบอกว่าพรหมันหรือปชาบดี
ที่เดียวดายไร้ความสุขโดยมายาจึงสร้าง "ลีลา" ที่ให้
ความหลากหลายของจักรวาลแห่งกายปรากฏการณ์ขึ้นมาใน
ภควัตคีตาที่อาจนับได้ว่าเป็นอุปนิษัทเล่มหนึ่ง ได้กล่าวถึง
การสร้างจักรวาลและกาลเวลาในศาสนาพราหมณ์ว่า
จักรวาลนั้นไม่มีการดับจึงไม่มีการเกิด (นะอันโต นะชาติ - BG XV)
แต่ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงมีแต่ความสั่นสะเทือน (vibration)
ในทุกจุดทุกตำแหน่งตลอดเวลา (ศรีอรพินโธ) สำหรับเรื่องของ
สรรพสิ่งกับเวลานั้น "ในช่วงเริ่มของวันรูปพรหม (ภาพลักษณ์ของ
พรหมัณในจักรวาลแห่งปรากฏการณ์) สรรพสิ่งและปรากฏการณ์
ทั้งหลายจะคลี่ขยายออกมาให้เห็น (manifested) จากองค์กร
ที่ปิดและซ่อนตัวเอง (unmanifested) และในช่วงเริ่มต้นของคืน
สรรพสิ่งก็จะรวมตัวกลับไปสู่องค์กรเดิมนั้น" (BG. VIII และ IX)
ส่วนเวลานั้นได้กล่าวถึงการสิ้นสุดเฉพาะโลกมนุษย์อาไว้ต่างหาก
โดยบอกว่า "หนึ่งปีของโลกมนุษย์ (360 วันกับคืน) เท่ากับหนึ่งวัน
และหนึ่งคืนของเทวดา...และเทวดานั้นมีอายุขัยเท่ากับหนึ่งยุค
หรือ 12,000 ปีเทวดาซึ่งก็เป็นเพียงหนึ่งในพันของเวลาวันหนึ่ง
(กลางวัน) ของรูปพรห์มเท่านั้น" รายละเอียดของกาลเวลาที่
โลกแห่งชีวิตสิ้นสุดที่กล่าวไว้ในภควัตคีตาจะเป็นดังนี้
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:25:48 »


หนึ่งวันกับหนึ่งคืนของเทวดาเท่ากับหนึ่งปีของโลกมนุษย์
หนึ่งปีเทวดา หรือ 360 วันเทวดาเท่ากับ 360 ปีของโลกมนุษย์
หนึ่งยุค หรือ 12,000 ปีเทวดาจึงเท่ากับ 12,000x360 ปี
ของโลกมนุษย์ หรือเท่ากับ 4,320,000 ปีของโลกมนุษย์
1,000 ยุคของเทวดาเพียงเท่ากับหนึ่งวัน (กลางวัน) ของ
รูปพรหมหรือหนึ่งกัป หนึ่งกัปหรือหนึ่งกัลป์ของโลกมนุษย์เท่ากับ
1,000x4,320,000 เท่ากับ 4,320 ล้านปี
ดังนั้น หนึ่งวันของพรหมคือหนึ่งกัป - เวลาที่โลกมนุษย์สิ้นสุด
คือ 4,320 ล้านปี ในทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ โลกมนุษย์มีอายุ
ประมาณ 4,500 ล้านปี

เร็วๆ นี้ มีหนังสือสองเล่มที่พูดถึงชาวมายาแห่งอเมริกากลาง
(เม็กซิโก-กัวเตมาลา) กับปฏิทินของชาวมายา ที่ผู้เขียนเคย
เอามาเขียน (โลกหลัง 2012 สู่มิติที่ห้า) ประวัติศาสตร์คร่าวๆ
ที่เราควรรู้ก็คือ เราไม่รู้ว่าเดิมทีชาวมายามาจากไหน แต่เชื่อว่า
วัฒนธรรมเก่า "ยุคก่อนมายา" ที่มีวัฒนธรรมสืบเนื่องกับลาเวนด้า
กว่า 800 ปีก่อนคริสตกาล หรืออาจก่อนหน้านั้นเช่นการค้นพบ
หลักฐานที่ชี้บ่งอารยธรรมสูงส่งที่เมืองอิซาปา (Izapa) ทางใต้
ของเม็กซิโกย้อนหลังไปเป็นพันๆ ปีก่อนคริสตกาล เชื่อว่าความรู้เรื่อง
การคำนวณเวลาและดาราศาสตร์รวมทั้งปฏิทิน โดยเฉพาะศิลปกรรม
และจิตกรรมมีมาแต่เวลานั้น ปฏิทินของชาวมายานั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่
เป็นเพียงการทำนายความล่มสลายของโลกที่เราทั่วไปคิดว่าไม่ควรให้
ความสนใจ แต่มีส่วนของข้อมูลที่ชี้ความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและ
วิวัฒนาการของจิตกับดาราศาสตร์อย่างน่าทึ่ง ข้อมูลส่วนหนึ่งที่
นับได้ว่าเป็นข้อมูลเร้นลับว่าด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ เท่าๆ กับ
อีกส่วนที่เป็นวิทยาการ โดยเฉพาะดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์
ว่าด้วยกาลเวลา โดยบันทึกเป็นรหัสในรูปของปฏิทิน ที่มี 22 ฉบับ
(calendar) ที่มีความแม่นยำมาก แม้กระทั่งปัจจุบันและด้วย
วิทยาการที่ก้าวหน้า กระนั้นผลของการคำนวณทางภูมิดาราศาสตร์
ในปฏิทินต่างๆ เท่าที่ได้ถอดรหัสแปลออกมาแล้ว ปรากฏว่าไม่พบว่า
มีการผิดพลาดระหว่างกันเลย
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:28:32 »


เนื่องจากหนังสือทั้งสองเล่มให้ข้อมูลและการแปลข้อมูล
ไปในทางเดียวกัน ผู้เขียนจึงขอสรุปย่อของหนังสือทั้ง
สองเล่มในส่วนที่เกี่ยวกับการคาดการณ์เรื่องของวิวัฒนาการ
ของมนุษย์และจิตวิญญาณ กับประเด็นของความล่มสลาย
ระดับโลกที่อาจจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2012 โดยนำมา
รวมกัน หนังสือเล่มแรกเป็นหนังสือที่ขายดีมากๆ เขียนโดย
บาบารา โคลว์ ที่เป็นนักมานุษยวิทยา (anthropology)
ที่ตอนหลังมาเป็นโหรและคนทรง (Babara Clow :
Catastrophobia ; The Truth Behind Earth
Changes, 2002) มีนักคิดนักปราชญ์นักศาสนาเขียน
ชมมากมาย เป็นต้นว่า แมทธิว ฟอกซ์ (The Coming of
Cosmic Christ) แอนดรูว์ คอลลินส์ (Gateway to Atlantis)

ส่วนอีกเล่มหนึ่งเขียนโดยนักชีวโมเลกุลชาวสวีเดนที่ได้ศึกษา
ปฏิทินของชาวมายามาอย่างลึกซึ้งร่วมสิบปี (Carl Calleman :
Solving The Greatest Mystery of Our Time, 2001)

ประวัติศาสตร์เชื่อได้หรือเที่ยงตรงหรือไม่ขึ้นกับสามประเด็น
คือหนึ่ง ข้อมูล สอง ผู้แปลพื้นฐานของผู้แปล และสาม
ความสัมพันธ์ของสังคมในช่วงเวลานั้นๆ กับช่วงเวลาของการแปล
ข้อมูล ดังนั้น ประวัติของอดีตที่นานจริงๆ ที่การบันทึกโดยรหัส
หรือสัญลักษณ์จึงมักแตกต่างกัน บางทีก็เป็นคนละเรื่องกันไปเลย
สำหรับเรื่องของมายานั้น อาจสรุปได้ว่า ชาวมายาคำนวณเวลา
ไปตามการโคจรของดาวดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะดวงจันทร์ที่เดิน
ไปรอบโลก หนึ่งปีจึงมี 13 เดือน และเดือนละ 28 วัน เพียงแต่
วันหนึ่งยาวกว่าเวลาปัจจุบันเล็กน้อย ทำให้วงโคจรของโลกรอบ
ดวงอาทิตย์ของชาวมายาใช้เวลาเมื่อเทียบกับเวลาในปัจจุบัน
ช้าไปเล็กน้อยด้วย คือ 365.2420 วัน ซึ่งผิดจากหนึ่งปีใน
ปัจจุบันที่มี 365.2422 วัน ปฏิทินของชาวมายาเริ่มที่ปี 3112
ก่อนคริสตกาล และจะสิ้นสุดที่ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งจากข้อมูลอาจแปลได้ว่า
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:30:49 »


ชาวมายาพูดถึงอย่างจริงจังในเรื่องการสร้าง (creation)
จิตวิญญาณ (sprituality) ชีวิตและวิวัฒนาการของจิตที่
กำหนดไว้แล้วโดยมีเวลาเป็นตัวกำหนด เวลาที่เป็นสนามที่ให้
ความสั่นสะเทือนมาสู่โลก - สู่สนามแม่เหล็กโลก - และ
ก่อการเปลี่ยนแปลงนานา ช่วงเวลาของเดือนธันวาคม 2012
คือวันนั้น (การสั่นสะเทือนจากสนามแห่งเวลาของจักรวาลเป็น
เรื่องของ "วิวัฒนาการของจิต" ความสั่นสะเทือนนั้นมาห่างๆ
ราว 20 ปีต่อครั้งในตอนแรก และสู่คนจำนวนน้อยๆ ก่อน
แต่ตั้งแต่หลังปี 1999 ความสั่นสะเทือนมีมาทุกๆ ช่วงหนึ่งปี
และหลังปี 2011 จะมาทุกๆ 20 วัน แต่ละครั้งจะก่อ
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพให้กับโลกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ปฏิทินมายาเน้นที่จิตของมุนษย์ และ
เดือนธันวาคม 2012 คือวันนั้น ปฏิทินก็สิ้นสุดที่วันและเวลานั้น

คนทั่วไปส่วนไม่น้อยที่มองโลกไปติดกับวัตถุที่มีเงินเป็นปัจจัยและ
เป้าหมาย นักวิทยาศาสตร์ไม่ว่าสายไหนที่มองโลกไปติดที่เทคโนโลยี -
ที่พยายามบอกคนที่ไม่รู้ว่าเป็นวิทยาศาสตร์ - ที่ก็มีเงินเป็นทั้งปัจจัย
และเป้าหมาย ทั้งสองกลุ่มสองส่วน มักไม่ชอบหรือไม่ยอมอ่านเรื่อง
ที่ว่าด้วยความพินาศโลกที่ผู้เขียนเอามาเขียนนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็น
จังหวะที่เอื้อวิวัฒนาการทางจิต ไม่เห็นมีนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
คนไหนที่ไม่พูดว่าจิตคุมกายและอยู่เหนือสสาร ดังนั้นบทความทั้ง
สามบทความชี้บ่งความพินาศระดับโลกที่อาจไม่ยิ่งหย่อนไปจากเมื่อ
65 ล้านปีก่อนมากนัก บทความสองบทความที่แล้วชี้บ่งเช่นนั้น
ที่จริงปฏิทินมายาและบทความของวันนี้ก็พูดถึงความพินาศโลก
เพียงแต่ไม่ระบุให้ชัด แต่สาเหตุก็อยู่ที่จิตจักรวาลหรือพระเจ้า
ก็สุดแท้แต่จะเรียก ปฏิทินพูดถึงจิตมนุษย์ที่ล้าหลังและสุดบอบช้ำ
จากกรณีแผ่นดินเปลือกโลกแยกเมื่อ 60,000 ปีก่อน -
ช่วงที่มนุษย์นีอันเดอร์ธิงต้องสูญพันธุ์ไป -
แต่ก็ทำให้เราที่เป็นโฮโมซาเปี้ยนส์
บันทึกการเข้า
ไอย
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: leet


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2553 11:05:45 »

Mayan Calendar Explained
บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
case2: น้ำท่วมกรุงเทพ-หกปีข้างหน้า และ 2012
วิทยาศาสตร์ - จักรวาล - การค้นพบ
wondermay 4 6918 กระทู้ล่าสุด 15 มกราคม 2554 21:35:47
โดย wondermay
Brave แอนิเมชั่นสุดเฉียบจากค่าย Pixar ส่งลุยซัมเมอร์ 2012
หนังกลางแปลง (ดูหนัง รีวิวหนัง)
หมีงงในพงหญ้า 4 3670 กระทู้ล่าสุด 29 มิถุนายน 2555 02:55:47
โดย ▄︻┻┳═一
มาแล้วๆ รวมภาพบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่จากทั่วโลก 2012
สุขใจ ไปรษณีย์
【ツ】ต้นไม้ความสุข ♪ 9 7531 กระทู้ล่าสุด 04 มกราคม 2555 21:17:17
โดย 【ツ】ต้นไม้ความสุข ♪
2012 ปีทอง ของหนังสือ สู่แผ่นฟิล์ม
หนังกลางแปลง (ดูหนัง รีวิวหนัง)
หมีงงในพงหญ้า 8 5008 กระทู้ล่าสุด 21 มกราคม 2555 18:36:29
โดย หมีงงในพงหญ้า
มนุษย์ต่างดาวเตือน มนุษย์ต้องเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ 2012
เรื่องราว จากนอกโลก
หมีงงในพงหญ้า 3 4273 กระทู้ล่าสุด 04 กุมภาพันธ์ 2555 00:42:16
โดย หมีงงในพงหญ้า
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.033 วินาที กับ 34 คำสั่ง

Google visited last this page 25 พฤษภาคม 2563 21:47:45