[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
26 เมษายน 2567 03:46:57 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา  (อ่าน 9111 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 5461


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 10 ตุลาคม 2556 18:02:18 »

.



ความเป็นมาของพิพิธภัณฑสถาน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นสถานที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ตามอัธยาศัย จัดเป็นแหล่งเรียนรู้นอกระบบ เกี่ยวกับมรดกอารยธรรมโบราณ และเป็นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ    

ถามว่า พิพิธภัณฑสถานในประเทศไทย เริ่มมีขึ้นเมื่อใด? ...

สมชาย ณ นครพนม   ภัณฑารักษ์เชี่ยวชาญ  สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร  ให้ความเห็นว่า พิพิธภัณฑสถานในประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นเมื่อใดไม่ชัดแจ้ง แต่คำว่า “พิพิธภัณฑ์” ซึ่งแปลมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า “Museum”  นั้น ได้เห็นกันครั้งแรก เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่ง “ประพาสพิพิธภัณฑ์” (ปัจจุบันถูกรื้อไปแล้ว) ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเก็บและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ทรงรวบรวมและได้รับการถวายมาแต่ครั้งเสด็จฯ ไปยังเมืองต่างๆ เช่น สุโขทัย อยุธยา รวมทั้งสิ่งของแปลก ของหายาก และเครื่องบรรณาการที่หัวเมืองและมิตรประเทศทูลเกล้าฯ ถวาย  ด้วยเหตุนี้ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีความหมายว่า “สิ่งของหลายสิ่งหลายอย่าง”  ในครั้งนั้นจึงยังถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์

ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๑๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ ให้นำโบราณวัตถุและสิ่งของอื่นๆ ในพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ มาจัดแสดงที่หอคองคอเดีย หรือ ศาลาสหทัยสมาคม ซึ่งเป็นที่ทำการของทหารมหาดเล็ก ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมศึกษาหาความรู้จากสิ่งที่แสดง  และเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๑๗ จึงนับได้ว่าประเทศไทยมีพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนเป็นครั้งแรก และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทย เรียกกันว่า “มูเซียมหลวง” (Royal Museum)


สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน  ติสฺโส)
อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์  นครราชสีมา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์  
ตำบลในเมือง อำเภอเมือง  จังหวัดนครราชสีมา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา เป็นพิพิธภัณฑสถานทางประวัติศาสตร์ศิลปะ และโบราณคดี  ก่อสร้างโดยกรมศิลปากร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๗  

ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์   ตั้งอยู่ภายนอกคูเมืองด้านทิศตะวันตก ด้านหลังหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ในบริเวณพื้นที่ของวัดสุทธจินดา ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา    

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาค้นคว้า จัดแสดงและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมรดกศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน  ติสฺโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา ได้ประทานให้กับกรมศิลปากร ไว้ศึกษา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๐  

ปี พ.ศ. ๒๔๙๗  กรมศิลปากรจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานจัดแสดงโบราณวัตถุ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ  ต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศตั้งเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์” เพื่อถวายเกียรติแด่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้เริ่มก่อตั้ง โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๗๘ ตอนที่ ๗๔ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๔

ปัจจุบัน นอกจากจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์   ยังมีโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดี บ้านปราสาท อำเภอโนนสูง  การขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในจังหวัดนครราชสีมา เช่น ที่เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน และบ้านดอนขวาง อำเภอโนนไทย และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งสิ่งของที่ประชาชนมอบให้ ได้แก่ ภาชนะดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้สำริด กลองมโหระทึกสำริดสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ศิลาจารึก พระพุทธรูปสมัยต่างๆ อีกจำนวนมาก




ส่วนหนึ่งของโบราณวัตถุ
จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระมหาวีรวงศ์





พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางป่าเลไลยก์ (ไม้)
ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๓
พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ ประทับนั่งบนฐานบัวหงาย ห้อยพระบาททั้งสองข้างบนฐานสี่เหลี่ยมยกสูง
พระพักตร์รูปไข่ พระขนงเป็นวงโค้ง พระเนตรเหลือบมองต่ำ ปลายพระเนตรชี้ขึ้น พระนาสิกโด่ง
พระโอษฐ์เล็ก พระหัตถ์ขวาวางคว่ำ ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระชานุ
สันนิษฐานว่า สร้างรูปช้างและวานรประกอบที่ฐานด้านหน้า แต่หลุดหายไป

พระพุทธรูปทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปที่ฉลองพระองค์ทรงเครื่องขัตติยราชแบบกษัตริย์
เช่น สวมมงกุฎ กรองศอ ทับทรวง ฉลองพระบาท ฯลฯ  นิยมสร้างกันมากในสมัยอยุธยาตอนปลาย
และแบ่งออกได้เป็น ๒ แบบ คือ แบบทรงเครื่องใหญ่ และแบบทรงเครื่องน้อย

สำหรับพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์นี้ เป็นตอนหนึ่งในพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า
โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ในพรรษาที่ ๑๐ เมื่อพระพุทธองค์ประทับ ณ โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี  
ในครั้งนั้น พระสงฆ์สาวกไม่สามัคคีปรองดองกัน ประพฤตินอกพระโอวาท  ด้วยอำนาจมานะทิฏฐิ
พระพุทธองค์จึงเสด็จจาริกแต่พระองค์เดียวไปยังป่าปาลิไลยกะ  ทรงอาศัยพระยาช้างปาลิไลย์ทำวัตรปฏิบัติ
ต่อมาพระยาวานรออกเที่ยวตามยอดไม้โดยลำพัง ได้พบพระยาช้างปาลิไลยก์ทำวัตรปฏิบัติ
ถวายพระพุทธองค์อยู่ด้วยความเคารพ จึงบังเกิดกุศลจิต ครั้นพบรวงผึ้งจึงนำมาถวายพระพุทธองค์เช่นกัน


พระพุทธรูป ปางมารวิชัยบุเงิน
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕


พระพุทธรูปสมาธิ ปางนาคปรก
ศิลปะลพบุรีร่วมสมัยกับศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๑๘-๒๓


 
พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๘
พระไภษัชยคุรุ ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัวหงาย พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยม พระขนงเป็นเส้นตรง
พระเนตรเปิด พระนาสิกค่อนข้างโด่ง พระโอษฐ์แสดงอาการยิ้ม พระกรรณยาว สวมกุณฑลหรือตุ้มหู
และสวมศิราภรณ์คล้ายมงกุฎ มุ่นมวยพระเกศาทรงกรวยแหลมรูปกลีบบัวซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ
พระหัตถ์ทรงถือวัตถุคล้ายหม้อน้ำมนต์ยกขึ้นอยู่ระดับพระอุระ จากลักษณะของกรอบกระบังหน้า
ของศิราภรณ์และฐานบัว แสดงถึงอิทธิพลของศิลปะเขมรแบบบายน (พ.ศ. ๑๗๒๐ – พ.ศ. ๑๗๗๓)

พระไภษัชยคุรุ หรือ พระพุทธเจ้าแพทย์ เป็นหนึ่งในพระพุทธเจ้าของศาสนาพุทธนิกายมหายาน
เป็นพระพุทธเจ้าที่มีผู้นิยมนับถือมากที่สุดพระองค์หนึ่งในประเทศจีน ธิเบต  มีประวัติความเป็นมาว่า
เมื่อครั้งพระไภษัชยคุรุเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ ได้ตั้งปณิธานไว้ที่จะช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์
ที่เกิดจากโรคทางกายและทางใจ และให้สรรพสัตว์มีชีวิตยืนยาว

สำหรับประติมากรรมรูปพระไภษัชยคุรุมักพบอยู่ในอโรคยศาล หรือโรงพยาบาลที่สร้างขึ้น
ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โดยเป็นที่เชื่อกันว่า ถ้าผู้ป่วยเจ็บปวดส่วนใดของร่างกาย
เช่น ปวดตาก็ให้ลูบบริเวณพระเนตรของพระไภษัชยคุรุ ก็จะหายจากอาการเจ็บปวด



พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗



พระคเณศ : เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๕
จากลักษณะของพระคเณศองค์นี้ ที่มีซุ้มสลักเป็นรูปมกรคายนาค เป็นลวดลาย
ที่แสดงถึงอิทธิพลศิลปะเขมรแบบเกาะแกร์ (ราว พ.ศ. ๑๔๖๔-พ.ศ. ๑๔๘๘)

พระคเณศประทับนั่งขัดสมาธิราบอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมด้านหลังทำเป็นซุ้มมีลักษณะเป็นเสาสี่เหลี่ยม
หัวเสาเป็นรูปบัวหงายมีมกรคายนาคสามเศียรอยู่ด้านบน ถัดไปเป็นลายใบไม้สอบขึ้นไปเป็นยอดแหลม
พระคเณศองค์นี้มีเศียรเป็นช้าง มีงาซ้ายข้างเดียว พระวรกายอวบอ้วน มีสองกร สวมมงกุฎทรงกรวย
หรือชฎามกุฎ พระหัตถ์ขวาทรงถืองาที่หักไว้ บริเวณบั้นพระองค์มีชายผ้าพับย้อนออกมาด้านหน้า
ประทับนั่งขัดสมาธิราบ โดยฝ่าพระบาทด้านซ้ายและขวาซ้อนทับกัน

ตามตำนานเล่าว่า พระคเณศหรือพระพิฆเนศวร์ เป็นพระโอรสของพระศิวะและพระอุมา
บางตำนานก็ว่าเป็นโอรสของพระอุมาองค์เดียว มีลักษณะรูปร่างอวบอ้วน ผิวกายสีแดง มีเศียรเป็นช้าง
มีงาเดียว มีสี่กร สิ่งของที่ถือมีหลายอย่าง อาทิ คฑา จักร วัชระ บ่วงบาศก์ ขอช้าง สังข์ ขนมโมทกะ  
พาหนะของพระองค์คือ หนู พระคเณศเป็นหนึ่งในเทพที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งในศาสนาฮินดู
โดยเป็นเทพเจ้าแห่งความเฉลียวฉลาด การขจัดอุปสรรค และศิลปะวิทยาการ

ในปัจจุบัน พระองค์เป็นที่นับถือของชาวฮินดูเป็นอย่างยิ่ง เมื่อจะประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือจัดงาน
ฉลองเกี่ยวกับศาสนาทุกครั้งจะต้องสักการะพระคเณศก่อน เพื่อให้พิธีกรรมและงานดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไป
โดยปราศจากอุปสรรคใดๆ นอกจากนั้น พระองค์ยังได้รับความนับถืออย่างมากในประเทศไทย
และประเทศอื่นๆ ที่นับถือศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูอีกด้วย


พังลาง (ระฆัง)  ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕


เศียรนาค ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๗  
จากปราสาทพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์




หน้าบันไม้ภาพพระนารายณ์ทรงช้างเอาราวัณ
ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒



ยักษ์ ศิลปะลพบุรี  พุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๗


ทวารบาล (เทพผู้รักษาประตู) ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๗


เทพนพเคราะห์


ศิลาจารึกหินทราย ขนาดสูง ๖๒ ซม. กว้าง ๗๖ ซม. หนา ๑๒.๕ ซม.
อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พบที่บ้านพันดุง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา
เป็นแผ่นหิน ด้านบนสลักเป็นรูปทรงโค้งแบบกลีบบัว จารึกด้วยอักษรหลังปัลละวะ ภาษาสันสกฤต


อนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี (โม) อายุได้ ๘๑ ปี


กลองมโหระทึก  (Bronze Drum) ยุคสำริด  สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย  
อายุประมาณ ๓,๕๐๐-๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว ขนาดสูง ๔๐ เซนติเมตร กว้าง ๗๒ เซนติเมตร  

กลองมโหระทึก ถูกพบในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า เวียดนาม ลาว
มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น  สันนิษฐานว่า กลองมโหระทึก
มีการผลิตครั้งแรกในวัฒนธรรมดองซอน ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
โดยผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม เช่น พิธีกรรมขอฝน พิธีกรรมในการฝังศพ
หรือพิธีกรรมในการรักษาโรค เป็นต้น



หอยสังข์และฐานรองสำริด  ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘





ชุดพระราชอาสน์

ชุดพระราชอาสน์ ประกอบด้วย พระราชอาสน์ที่ประทับสองที่ และโต๊ะเคียงหนึ่งตัว พระราชอาสน์ที่ประทับ เป็นเก้าอี้ไม่มีเท้าแขน โครงสร้างทำด้วยไม้กลึงทาสีขาว พนักบุผ้า ปักรูปครุฑพ่าห์ด้วยสีแดง มงกุฎและเครื่องประดับปักสีทอง

ใช้เป็นที่ประทับใน ๓ รัชกาล คือ
๑. ในรัชกาลที่ ๕ จัดถวายเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชชนนี เมื่อคราวเสด็จประพาสจังหวัดนครราชสีมา เพื่อทรงทำพิธีเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๐ – ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๓
๒. ในรัชกาลที่ ๖  จัดถวายเป็นที่ประทับ เมื่อคราวเสด็จประพาสจังหวัดนครราชสีมา และทำพิธีฉลองโล่ห์กองทหารม้า เมื่อยังดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อวันที่ ๑๒ – ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๖
๓. ในรัชกาลที่ ๙ จัดถวายเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ราษฎรเข้าเฝ้า ณ บริเวณหน้าศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘


Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ธันวาคม 2560 11:13:27 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.432 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 8 ชั่วโมงที่แล้ว