[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
30 พฤศจิกายน 2565 11:50:14 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หากคุณรักโลกใบนี้ จงหยุดกินเนื้อ  (อ่าน 1376 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
【ツ】ต้นไม้ความสุข ♪
ลั้ลลา
ผู้ดูแลบ้านสุขใจ
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +8/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 2091


【ツ】ต้นไม้แห่งแสง

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 3.0.195.33 Chrome 3.0.195.33


หน้ากู
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 22 มกราคม 2553 17:24:05 »

"ถ้าจะรักษาโลกใบนี้ไว้สำหรับตัวเองและลูกหลาน จงเลิกกินเนื้อตั้งแต่วันนี้"
ประโยคนี้ผมไม่ได้พูดเอง ไม่ได้คิดเอง แต่พอได้ยินก็รู้สึกว่านี่เป็นสัจจธรรมแห่ง พ.ศ. 2552
ที่กำลังย่างเข้า 2553 อย่างถูกต้องแม่นยำเป็นยิ่งนัก



คนที่ประกาศออกมาอย่างจะแจ้งเช่นนี้เป็นคนใหญ่คนโตที่ดูแลเรื่อง "โลกร้อน" หรือ "Climate Change" เสียด้วย ฉะนั้นจะต้องมีคนหยุดฟังและวิเคราะห์อย่างกระทันหันทีเดียวครับ

ลอร์ดสเทิร์น แห่งแบรนด์ฟอร์ด (Lord Stern of Brenford) ท่านให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ The Times ของอังกฤษเมื่อเร็วๆ นี้ว่า หากผู้คนบนโลกใบนี้จะต้องการเอาชนะปัญหาโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ คนส่วนใหญ่จะต้องกลายเป็นคนกินเจ คือ ต้องเลิกกินเนื้อสัตว์ด้วยประการทั้งปวง ต้องเป็นชาวมังสวิรัติกันอย่างทั่วถึง

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ท่านลอร์ดซึ่งได้ถือเอาการสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัวเป็นภารกิจหลักบอกว่า เนื้อเป็นการใช้น้ำอย่างเปลืองเปล่าของมนุษย์ และทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างยิ่ง

แกบอกว่า การที่คนกินเนื้อก็เท่ากับเป็นการสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรของโลก การกินเนื้อก็เท่ากับเป็นการสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรของโลก การกินอาหารที่เป็นผักผลไม้ ไม่กินเนื้อนั่นแหละจะเป็นหนทางแห่งความอยู่รอดของมนุษย์ในระยะกลางและระยะยาว

ท่านลอร์ด อธิบายต่อว่า วัวและหมูปล่อยก๊าซมีเทนออกมาและเป็นสาเหตุแห่งการเกิดก๊าซเรือนกระจกโดยตรง จงรับรู้ด้วยว่าก๊าซมีเทนนั้นมีผลร้ายในการก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23 เท่า

แปลง่ายๆ ว่า ถ้าลดก๊าซมีเทนไปหนึ่งหน่วย ก็ทำให้ลดการเกิดพิษจากคาร์บอนไดออกไซด์ได้หลายสิบเท่า

ลอร์ดสเทิร์นเป็นผู้สันทัดกรณีเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพราะเป็นคนเขียนรายงานเรื่อง "ค่าใช้จ่ายอันแพงลิ่ว" ของการสู้กับภาวะโลกร้อนเมื่อปี 2006 จนกลายเป็น "คัมภีร์" ที่ใช้ในการรณรงค์ปัญหานี้ทั่วโลก

การประชุมระดับโลกว่าด้วยเรื่องโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคมจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผู้นำทั้งโลกจะต้องมาวางเป้าของการลดการปล่อยก๊าซอันตรายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอีกรอบหนึ่งและท่านลอร์ดก็เชื่อว่า ผลจากการประชุมครั้งนี้จะทำให้ราคาของเนื้อและอาหารทุกอย่างที่มีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสูง ต้องมีราคาถูกลงอย่างมาก

แปลว่า ถ้าทุกคนบนโลกได้รับรู้ถึงผลของการกินเนื้อที่ทำให้โลกร้อนจนผิดธรรมชาติ ก็จะตัดสินใจเลิกกินเนื้ออย่างแน่นอน ยกเว้นคนหัวดื้อที่ไม่ยอมรับความจริงว่าการที่มนุษย์กินเนื้อนั้นคือหนทางแห่งการฆ่าตัวตายอย่างช้าๆ เท่านั้นเอง

ทัศนคติของคนในเรื่องนี้จะต้องเริ่มเปลี่ยน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร วัฒนธรรมการกินเนื้อจึงจะหายไปจากโลกใบนี้ และจะทันกับความเสื่อมสลายอันเกิดจากโลกร้อนหรือไม่

ท่านลอร์ดยกตัวอย่างที่ผมเห็นว่าน่าฟังมาก ท่านบอกว่าตอนนี้อายุ 61 ปี จึงพอจะบอกได้ว่าได้เห็นโลกมามากพอ โดยเฉพาะทัศนคติของคนต่อการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ตอนที่ท่านเป็นนักเรียน การกินเหล้าสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดาและทำกันอย่างกว้างขวาง ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงอันตราย และแวดวงการแพทย์ก็ยังไม่มีการศึกษาวิจัยถึงความเสี่ยงอันเกิดจาก "นิสัยไม่ดี" สองเรื่องนี้แต่อย่างไร

ใครจะเชื่อว่าภายใน 20 ปี ความเชื่อและความนิยมต่อการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่กลายเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง เมื่อมีการรณรงค์ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงอันตรายอันเกิดจากนิสัยสองอย่างนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ประกอบกับผลการศึกษาวิจัยที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ผู้คนจึงเปลี่ยนทัศนคติต่อเรื่องนี้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

วันนี้ ใครสูบบุหรี่หรือกินเหล้าอย่างไม่รับผิดชอบจะกลายเป็นคนนอกคอก ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะทุกคนรู้ว่าสองอย่างนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเองและคนอื่นอย่างไร อีกไม่นาน ผู้คนก็จะเริ่มมองเห็นอันตรายที่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์

ท่านลอร์ดบอกว่า "นับวันคนก็จะยิ่งถามว่า อาหารที่กินเข้าไปนั้นมีส่วนที่เป็นคาร์บอนมากน้อยแค่ไหน เหมือนที่ทุกวันนี้คนถามว่าบุหรี่มีนิโคตินที่ทำให้เป็นมะเร็งมากแค่ไหน หรือเหล้าทำให้เป็นโรคหัวใจได้อย่างไร..."

อีกหน่อยคงมีป้ายขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองว่า "กินเนื้อมาก โลกร้อนมาก กินเนื้อน้อย โลกร้อนน้อย"

ตัวเลขของสหประชาชาติรายงานว่า กระบวนการผลิตเนื้อเป็นอาหารนั้นมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซพิษเข้าไปในชั้นบรรยากาศถึง 18 เปอร์เซ็นต์

ยังไม่นับที่ต้องโค่นไม้ทำลายป่าเพื่อจัดหาที่เลี้ยงวัวและเพื่อปลูกพืชสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งล้วนแต่มีส่วนทำให้อุณหภูมิของโลกขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะคงที่หรือลดลงแต่อย่างไร





ที่มา นิตยสาร ชีวจิต
เรื่องโดย สุทธิชัย หยุ่น






Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

เราช่วยกันนำต้นรักที่เพาะได้
   ส่งไปตาม บ้านที่ต้องการ
       อยากจะได้...
   หรืออยากจะเติม
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.273 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 07 กันยายน 2565 23:32:23