[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
18 กรกฎาคม 2562 21:03:27 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า:  1 ... 3 4 [5]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สมุดภาพพุทธประวัติ สำหรับประชาชน เล่าโดย พระอาจารย์พยอมกัลยาโณ  (อ่าน 51661 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2553 20:40:42 »


นำมาจาก   สมุดภาพพุทธประวัติ สำหรับประชาชน
เล่าโดย
พระอาจารย์พยอมกัลยาโณ  

วาดภาพโดย  พระอาจารย์คำนวณ  ชานันโท



ภาพที่ 1

อุบัติแห่งพระศาสดา



มีการอุปมาว่า องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น  ทรงแสดงธรรมอุปมาได้  4  อย่าง  เหมือนหงายของที่คว่ำ  เหมือนเปิดของที่ปิด  เหมือนชี้ทางกับผู้เดินทางไม่ให้หลงทาง   เหมือนจุดประทีปเอาไว้ในที่มืด  ประทีปที่จุดไว้ในที่มืดสามารถทำให้ผู้เดินทางได้เห็นอย่างแจ่มชัด   ไม่สะดุดและไม่เดินชนสิ่งกีดขวาง  ชีวิตจะได้ราบรื่น  เมื่อพระศาสดาอุบัติเกิดขึ้น  ฝูงชนเป็นอันมากพากันแซ่ซ้องสาธุ ตั้งแต่ราชามหากษัตริย์  ถึงยาจกยากจนแสนเข็ญ  รวมถึงสัตว์โลกทั้งหลาย


ภาพที่ 2

พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบิน


ก่อนที่พระนางสิริมหามายาจะทรงครรภ์ราชโอรสผู้มีบุญญาธิการเป็นพระศาสดาเอกของโลกนั้น  ได้ทรงพระสุบินไปว่า  ได้ประทับอยู่ในสวนป่าที่สวยงาม  และมีช้างตัวหนึ่งเยื้องย่างนำดอกบัวมาให้  เมื่อพระนางรับดอกบัวไว้แล้วก็ตื่นขึ้น  รู้สึกได้ว่าตั้งครรภ์


ภาพที่ 3

ชวนพระสวามีรักษาอุโบสถศีล


เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงครรภ์แล้ว ก็รู้ตัวว่าจะต้องทำความดีเพื่อลูกในท้อง จึงได้ชักชวนพระเจ้าสุทโธทนะว่า เสด็จพี่ ตอนนี้น้องมีท้องแล้ว อยากจะให้ลูกในท้องนี่มีศีลธรรมโดยสายเลือด ฉะนั้น เราควรจะต้องแวดล้อมด้วยการมีคุณธรรมกัน ช่วยกันถือศีล งดเว้นประเวณี ถืออุโบสถศีล เพื่อจะได้ลูกในท้องที่มีคุณธรรมมาเกิด ว่านอนสอนง่าย พระนางได้ชวนพระสวามี พระเจ้าสุทโธทนะก็ยินดีปรีดาจะร่วมรักษาศีลอุโบนถเพื่อแวดล้อมพระราชโอรสให้มีคุณงามความดีมาเกิด ผู้หญิงสมัยก่อนนี้ส่วนใหญ่เมื่อตั้งครรภ์ มักจะชวนสามีทำความดี อาตมาจึงขอเตือนว่า พ่อแม่นี่ควรจะทำแต่สิ่งที่ดีงาม ให้ซึมซาบเข้าไปในสายเลือด จะได้ลูกดี ๆ มาเกิด


ภาพที่ 4
คลอดพระราชโอรส


พระราชโอรสได้คลอดแล้วที่สวนป่าลุมพินีวัน เพราะเดินทางผ่านมาเพื่อที่จะไปคลอดที่บ้านพ่อแม่ของตน เป็นไปตามประเพณี พระพุทธเจ้าตอนที่เป็นพระราชโอรสนั่นมาคลอดที่สวนป่าลุมพินีวัน ตรงนี้ก็น่าคิดที่ว่า พระพุทธเจ้าเป็นลูกกษัตริย์ แทนที่จะประสูติอยู่บนปราสาทบนราชวัง กลับมาประสูติอยู่ที่พื้นดิน และพระพุทธเจ้าก็ใช้ชีวิตอยู่ตามพื้นดิน ประสูติก็ที่พื้นดิน ตรัสรู้ก็ที่พื้นดิน สอนสาวกตามพื้นดิน นิพพานที่พื้นดิน


ภาพที่ 5
รับพระราชโอรสกลับพระนคร

เมื่อได้ทราบข่าวพระราชโอรสคลอดยู่ในป่า พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระราชบิดาก็จัดขบวนช้างขบวนม้ามารับพระราชโอรสกลับพระนคร นี่คนดีมีบุญญาธิการมาเกิดจะเกิดในป่าในดง เขาก็เอาม้าเอารถมารับกลับพระนคร ส่วนคนที่มีเศษบาปเศษกรรมมาเกิดเขากลับเอาถังขยะเข้าไปรับ หรือรีดใส่โถส้วม ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

     ฉะนั้น บุญญาธิการเราควรจะสรรค์สร้าง อย่าดูถูกเรื่อบาปเรื่องกรรม เรื่องเศษบุญเศษบาป เศษกรรมกันนัก ควรจะสร้างสมเอาไว้ ถ้าเราชื่อบาป เชื่อกรรม และตั้งใจทำแต่กรรมดี ชาตินี้เราก็ชื่นอกชื่นใจ เป็นคนสบายใจตลอดชีวิต
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กุมภาพันธ์ 2553 20:18:27 โดย เงาฝัน » บันทึกการเข้า
 
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #81 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553 21:24:12 »


ภาพที่ ๑๑๒

โปรดพราหมณ์ ผู้สำคัญตนว่าโชคดี



พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์ผู้สำคัญตนว่าเป็นคนมีโชคดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน พราหมณ์ผู้สำคัญตนว่าโชคดีนี้ เมื่อมาพบพระพุทธเจ้าก็ปรบมือแปะ ๆ บอกว่า แหม ข้าพเจ้านี่มันเป็นคนโชคดี ไม่มีโรคอะไรเสียเลย ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐว่าอย่างนั้นเถอะ

   พระพุทธองค์ทรงได้ยินดังนั้นก็ตรัสว่า หยุดก่อนพราหมณ์ บุคคลผู้ไม่มีโรคเลยนั้นหาได้ยาก นอกจากพระอรหันต์เท่านั้นที่จะไม่มีโรคเสียเลยโดยทางจิตใจแหละ หมายความว่า คนเรานี่มันมีสองอย่างด้วยกัน โรคทางกายเจ็บปวดหัวตัวร้อน มีแผล มีฝีมีหนอง ส่วนอีกทางหนึ่งเรียกว่า โรคทางวิญญาณ คือ โรคที่มันมีกิเลสเสียดแทง

    เพราะฉะนั้น…

   คนเราถ้ามีความโกรธ มีความอาฆาตมาดร้าย มันก็เสียดแทง มีราคะ มีความกำหนัดอยู่ก็เสียดแทง พระอรหันต์เท่านั้นแหละที่จะไม่ถูกโรคทางวิญญาณเสียดแทง


  นี่แหละพระองค์ทรงสอนให้รู้จักโรคอีกอย่างหนึ่งซึ่งเขานั่นเป็นคนไม่มีโรคเลยตั้งแต่เกิดมานี่ไม่ค่อยเจ็บปวดกับเขา จึงภูมิใจตบอกดังแปะ ๆ ว่า แหม ไม่มีโรคเลย แต่แล้วเมื่อพระองค์ทรงชี้ให้เห็นถึงโรคภัยไข้เจ็บอีกชนิดหนึ่ง อย่าสำคัญไปว่ามีลาภอันประเสริฐที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทางกาย ถ้าไม่มีโรคทางจิตใจ ทางวิญญาณ คือ มีกิเลสทิ่มแทงด้วยนั่นแหละถึงจะเป็นลาภอันประเสริฐของความเป็นมนุษย์


บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #82 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553 21:29:51 »

ภาพที่ ๑๑๓

ทรงสอนราหุล



พระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดสอนสามเณรราหุลถึงเรื่องศีล โดยหยิบอุปกรณ์โดยการใช้กะลา และก็เทียบให้ดูกะลาที่มีน้ำกับกะลาที่ไม่มีน้ำ กระลาที่มีน้ำเมื่อคว่ำเทลงไป…มันรดหกหมด ก็เหมือนกับที่เราได้เทศีลเทธรรม ไม่สำรวมระวังในวาจา เมื่อได้กล่าวคำเท็จเสียแล้ว ก็เท่ากับเทศีลของตนออกหมด เหมือนกับเทน้ำออกจากกะลา เพราะฉะนั้นการกล่าววาจาที่ไม่เป็นเท็จเป็นจริง นั่นแหละชื่อว่าเป็นการได้ตักตวงเอาศีลไว้ ตักน้ำไว้ในกะลาได้มากทีเดียว โดยย่อ ๆ ก็ว่าอย่างนั้น

บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553 21:36:28 »


ภาพที่ ๑๑๔

ทรงเคารพพระธรรม



พระพุทธองค์ทรงเคารพพระธรรมมาก วันหนึ่งพระองค์จะเข้าไปในวิหาร ซึ่งพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังแสดงธรรมกับภิกษุจำนานมาก พระองค์ก็ไม่ยอมเดินเข้าไป รอจนกระทั่งพระรูปนั้นเทศน์จบ เมื่อพระภิกษุรูปนั้นออกมาแล้วก็ถามว่า พระองค์มานานแล้วเหรอพระองค์บอกว่า มานานแล้ว ถามว่าทำไมพระองค์ไม่เดินเข้าไป พระองค์บอกว่า เรานั้นเป็นผู้เคารพธรรม ถ้าใครกำลังแสดงธรรม มีผู้รับธรรมอยู่ เราจะไม่เข้าไปกวนให้เขาเสียสมาธิ เดี๋ยวนี้พุทธบริษัท บางทีกำลังแสดงธรรมอยู่ก็เดินป้วนเปี้ยน ไม่ได้เคารพธรรม พุทธประวัติตอนนี้เป็นพุทธานุสสติให้เราระลึกนึกถึง พระพุทธเจ้ายังเคารพพระธรรม พวกเราไฉนเล่าจะไม่เคารพธรรมตามพระพุทธองค์



บันทึกการเข้า
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7602


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 4.0.249.78 Chrome 4.0.249.78


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #84 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553 21:46:09 »

สาธุ ๆ อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #85 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 13:59:46 »


ภาพที่ ๑๑๕

คนสามตา



พระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดภิกษุ โดยอุปมาเรื่องคน 3 ตา ตาที่บอดหมดทั้งสองข้าง กับอดข้างหนึ่ง และดีทั้งสองข้าง

   คำว่า คนตาบอดสองข้าง ก็คือคนที่ไม่มีปัญญาที่จะแสวงหาทรัพย์สมบัติ และก็ไม่มีปัญญาที่จะรู้มนุษยสมบัติ หรือทำเครื่องออกจากทุกข์ คือโง่ทั้งการแสวงหาทรัพย์สมบัติ และก็โง่เรื่องการรู้เรื่องธรรมะไว้ดับกิเลส ไม่รู้ศีล สมาธิ ปัญญา ว่าเป็นเหตุให้ถึงความหลุดพ้น เป็นเหตุให้ดับทุกข์ เหล่านี้เป็นต้น

   ที่ว่าตาบอดข้างหนึ่ง ดีข้างหนึ่ง ก็หมายความว่า บางคนมีแต่ปัญญาที่จะแสวงหาทรัพย์สมบัติ แต่ไม่มีปัญญารู้ธรรมะไว้เป็นเครื่องดับทุกข์ หรือว่าบางคนมีแต่คุณธรรม แต่ว่าขาดความขยันขันแข็ง มีความรู้ที่จะดำรงอยู่แบบไม่เป็นทุกข์ในด้านจิตใจ แต่ว่าไม่ค่อยจะขวนขวายประกอบอาชีพ หมายความสลับกัน

   คราวนี้ที่ว่ามีตาดีทั้งสองข้าง คือมองเห็นช่องทางทำมาหากินที่จะได้ทรัพย์ด้วยสติปัญญา วิชาความรู้ในด้านอาชีพสาขาต่าง ๆ ประกอบกับความสามารถ แล้วก็มีคุณธรรมไม่มัวเมาลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติที่แสวงหามาได้ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคุณธรรมแห่งการที่จะบำเพ็ญตนให้อยู่เหนือทุกข์ทั้งปวงได้ อย่างนี้เรียกว่า มีสองตา

   เพราะฉะนั้น เราก็ควรจะได้ให้ครบสมบูรณ์ทั้งสองตา รู้ทั้งวิชาทางโลกที่จะดำรงชีวิต มีอาชีพ มีฐานะ และก็ไม่เป็นทุกข์กับสิ่งที่เรามี




บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #86 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 15:38:01 »


ภาพที่ ๑๑๖

กาลามสูตร



คราวหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงเดินผ่านมาทางหมู่บ้านที่เรียกว่า กาลามชน หรือหมู่บ้านกาลามะ หมู่บ้านนี้มักจะมีคนเดินผ่านมา ศาสดาต่าง ๆ มาสอนกันจนบ้านมึนหัวไม่รู้จะเชื่อใครถูก จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้มาพูดถึงหลักของความเชื่อ 10 ประการ ที่เรียกกันว่า กาลามสูตร คือ พระองค์ตรัสว่า..อย่าได้เชื่อถือถ้อยคำที่ได้ยิน ได้ฟัง โดยฟังตาม ๆ กันมา

  ข้อที่สอง ข้อที่สาม อย่าได้เชื่อถือโดยตื่นข่าว ได้ยินขึ้นว่าอย่างนั้นอย่างนี้

  ข้อที่สี่ อย่าได้เชื่อถือโดยอ้างเอาตำรา เขาอ้างว่ามีอยู่ในตำรา ก็เชื่อไป

  ข้อที่ห้า อย่าเชื่อถือโดยเดาเอาเอง คาดคะเนเดาเอา

  ข้อที่หก คือคาดคะเนและเดาเอา

  ข้อที่เจ็ด อย่าได้เชื่อถือโดยความตรึกตามอาการ ว่าอาการมันอย่างนี้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้

  ข้อที่แปด อย่าได้เชื่อถือโดยชอบใจว่ามันตรงกับทิฏฐิของเรา

  ข้อที่เก้า อย่าได้เชื่อถือโดยผู้พูดนั้นเป็นผู้ควรที่จะเชื่อได้

  ข้อที่สิบ อย่าได้เชื่อถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา

  แล้วจะเชื่อถืออย่างไร ก็เรียกว่ามีหลักอยู่ว่า เชื่อถือไปแล้วกุศลธรรมเกิด ทำไปแล้ว เชื่อไปแล้วนี้ไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เรียกว่าไม่ต้องเชื่อทั้งตามตำรา หรือใครที่มาพูด แต่ไม่ใช่ไม่ฟังนะ ไม่เชื่อกับไม่ฟังนี่คนละอย่าง บางคนนี่ แหม มันทั้งไม่เชื่อ ไม่ฟัง นี่ก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน ท่านบอกให้ฟังแต่ว่าอย่าเพิ่งเชื่อโดยอาการอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว คือ เชื่อเพราะเขาพูด ๆ กันมา ได้ยินเขาว่า เดาเอา คาดคะเนเอา ว่าสมณะผู้นี้เป็นครู เป็นอะไรของเรา อย่างนี้เป็นต้น ก็อย่าเพิ่งเชื่อ หมายความว่าฟังไว้ก่อน แล้วถ้าใคร่ครวญดูแล้วกุศลธรรมเกิด ทำดูแล้วกุศลธรรมเกิด ค่อยเชื่อทีหลัง



บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #87 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 15:46:28 »


ภาพที่ ๑๑๗

ความศรัทธาของเด็ก



พระพุทธองค์ทรงนั่งอยู่ในป่าในท่ามกลางภิกษุเป็นจำนวนมาก พระมหากัสสปะนั้นเป็นที่รักของเด็ก ๆ พระพุทธเจ้านี่บางทีไปบิณฑบาต ปรากฏว่าเด็ก ๆ ใส่บาตรพระมหากัสสปะมากกว่าพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำไป เพราะว่าเรื่องความเลื่อมใสศรัทธานั้น ที่เป็นศรัทธาโดยรูป โดยการมีเสียง ที่เรียกว่าศรัทธาต่างกัน ศรัทธาในรูป ศรัทธาในเสียง ศรัทธาในธรรม เป็นต้น แต่ปรากฏว่าเด็ก ๆ นั้นเคารพนับถือศรัทธาพระมหากัสสปะมากกว่าพระพุทธเจ้า แต่ว่าถ้าเด็กคนไหนเขาโตขึ้น เขารู้เรื่องว่าผู้ที่ตรัสรู้ธรรม และรู้อริยสัจจ์อย่างแตกฉานแล้ว เขาจะศรัทธาพระพุทธเจ้ามากกว่ามหากัสสปะ

บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #88 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 15:52:53 »

ภาพที่ ๑๑๘

พราหมณ์ผู้ถูกลูกทอดทิ้ง



ทรงแสดงธรรมสอนพราหมณ์ผู้ถูกลูกหญิงชายทอดทิ้งว่าลูกชนิดนี้เกิดมาเหมือนกับยักษ์เหมือนกับมาร ไล่พ่อไล่แม่เหมือนหมาไล่หมูทีเดียว พระองค์ก็ได้ทรงแนะนำให้พราหมณ์ผู้นี้ถือไม้เท้าไปในหมู่บ้านคนมาก ๆ แล้วก็ให้ท่องว่า มีไม้เท้าไว้กันสัตว์ร้าย ไว้หยั่งเวลาน้ำมันจะลึกหรือตื้น พูดง่าย ๆ ว่า มีไม้เท้าของคนเฒ่าดีกว่ามีลูกเต้าอกตัญญู เพราะว่ามีลูกที่ไม่เลี้ยงดู พูดไปอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ คนได้ยินมาก ๆ ก็ถึงกับอยากจะไปรุมประชาทัณฑ์ ลูกของพราหมณ์ที่เสือกไสไล่พ่อแม่ยามแก่ยามเฒ่า

ปรากฏว่าลูกรู้ข่าวว่าคนชักไม่พอใจ ก็เลยรับพ่อพราหมณ์ผู้เฒ่านี้ไปเลี้ยงต่อไป ทำให้ผู้แก่ผู้เฒ่าได้มีที่พึ่งที่อาศัย นับว่าพระพุทธเจ้าอุบัติเกิดขึ้นในโลกนี้ สร้างความสงบสุขให้แก่ปวงตนได้เป็นที่พึ่งเป็นอันมาก


บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #89 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 17:51:29 »

ภาพที่ ๑๑๙

ไล่ผลาญพรากตีชีวิตเขา



พระพุทธองค์ทรงเตือนพวกเด็ก ๆ ที่แสวงหาความสนุกสนานในการไล่ผลาญพรากตีชีวิตเขาให้เจ็บปวด พระองค์ก็บอกว่า นี่หนู เธอรักสนุกเกลียดทุกข์กันบ้างไหม เด็ก ๆ ก็บอกว่าทุกคนก็รักสุขเกลียดทุกข์กันทั้งนั้น แล้วหนูทำไปไปยื่นความทุกข์ให้ผู้อื่นเขาล่ะ เขามาทำความทุกข์อะไรให้เรา เด็ก ๆ ก็ได้คิด จริงสินะ ก็เลยทำให้ยั้งมือ

   พระองค์ทรงโปรดหมดตั้งแต่แก่ยันเด็ก เมื่อตะกี้โปรดแก่คราวนี้โปรดเด็กอีกแล้ว แหม มีชีวิตที่มีประโยชน์จริง ๆ ถ้าพระองค์เป็นฟ้าชายสิทธัตถะก็คงจะไม่มีประโยชน์อย่างนี้ นี่มาเป็นพระพุทธเจ้าของเรา ที่น่าเคารพนับถือ โปรดตั้งแต่แก่ยันเด็ก หนุ่มสาวไม่ต้องห่วงนับมากไม่ถ้วนเท่าเมล็ดทรายในผืนทะเลทีเดียว
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #90 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 17:53:18 »

ภาพที่ ๑๒๐

ธรรมะเปรียบเทียบเหมือนแพอาศัยข้ามฟาก



พระองค์ทรงแนะนำภิกษุทั้งหลายให้เข้าใจว่า ธรรมะหรือศาสนานั้นเปรียบเสมือนพ่วงแพที่จะอาศัยข้ามฟาก ข้ามไปแล้ว ขึ้นไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ต้องแบกแพ แบกไม้ไผ่กอนั้นขึ้นไปด้วย เราอาศัยเกาะปะทังไม่ให้เราจมน้ำตาย เราอาศัยศาสนาเพียงเกาะไม่ให้เราจมอยู่ในสังสารวัฎฎ์ เมื่อเราขึ้นพ้นไปแล้ว เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาแบกให้หนักหน่วง บางคน นี่ถือศาสนาจนกลายเป็นสงครามศาสนา บางทีถ่อแพลงไปแล้วก็มัวมาแข่งกันว่า แพฉันดี แพแกผุ เหมือนกับแพพุทธ แพคริสต์ แพอิสลาม มัวแต่เถียงกัน แพแกดี แพฉันดี แพแกผุ เลยชักไม้ในแพออกมาตีกัน ก็จมตายไปหมดทั้งสามแพ อย่างนี้เรียกว่า ไม่ฉลาดในการข้ามน้ำด้วยอาศัยพ่วงแพหรือศาสนา
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #91 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 17:54:43 »

ภาพที่ ๑๒๑

การเข้าไปอยู่บ้านสามี



อุคคหเศรษฐีได้พาหลานสาวซึ่งแต่งงานจะไปอยู่บ้านตระกูลพ่อผัวแม่ผัวไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ขอให้พระองค์ทรงแนะวิธีการที่จะไปอยู่ในบ้านพ่อผัวแม่ผัวให้มีความผาสุก พระองค์ก็ทรงแสดงธรรมจับโดยใจความย่อ ๆ ว่า ขอให้เป็นผู้ที่ประพฤติตนนอนทีหลังแต่ให้ตื่นก่อน เพื่อปฏิบัติญาติของสามี หรือว่าตัวสามี ไม่เกียจค้านในการงาน พูดจาให้เป็นที่รัก ไม่นำทรัพย์ที่สามีแสวงหามาได้ไปผลาญ ไม่ดูถูกดูหมิ่นสามีผู้มีความเพียรเลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ไม่ทำให้สามีขุ่นเคืองด้วยความประพฤติหึงหวงสามี และย่อมบูชาผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี นารีใดย่อมประพฤติตามได้อย่างนี้ นารีนั้นยอมเข้าถึงความเป็นเทวดา
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #92 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 17:55:51 »

ภาพที่ ๑๒๒

โปรดนางวิสาขา



พระพุทธองค์สอนธรรมแก่นางวิสาขาผู้เศร้าโศกจาการสูญเสียหลานรักมาตายจาก โดยถามว่า วิสาขา คนในเมืองนี้มีตายกันมากไหม ทุกวันไหม นางตอบว่ามีมาก และมีทุกวัน ถ้าหากว่าคนทุกคนนี้มีเหมือนหลานของเธอที่เธอรัก ตายไปวันละมาก ๆ ไม่ต้องร้องไห้น้ำตาร่วงเป็นตุ่ม ๆ ไปหรือ? แล้วพระองค์ก็ทรงต่อว่า นี่ถ้าหากว่าจะให้มีหลานอีกเธอจะชอบไหมวิสาขาก็บอกว่าชอบ ถ้าหากต้องตายไปอีกอย่างนี้ แล้วเธอไม่ต้องคร่ำครวญร่ำไห้ไปอีกมากต่อมากหรือ? และสอนต่อไปว่า การสูญสิ้นครั้งนี้ควรจะเป็นข้อคิดเตือนใจว่าอาจจะสูญเสียของรักอื่นๆ ต่อไป จะได้ยั้งใจไว้อยู่ นางวิสาขาก็เริ่มเห็นตามความเป็นจริงที่พระองค์ทรงสอนจนจิตใจเริ่มสงบ
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #93 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 17:57:36 »

ภาพที่ ๑๒๓

ตายแล้วไปไหน?



ภาพนี้เป็นภาพพระภิกษุรูปหนึ่ง ที่เฝ้าตามถามพระพุทธเจ้าถึงเรื่องการเกิดการตายว่า เมื่อตายแล้วจะไปเกิดที่ไหน มาจากไหน ข้าพเจ้านี่ก่อนจะมาเป็นคนนี่มาจากไหน แล้วตายแล้วจะไปไหน ก็ถามแต่เรื่องตายเกิด หรือเรื่องอนาคต พระพุทธองค์ก็ทรงอุปมาว่า ถ้ามีคนสักคนหนึ่งถูกศรแทงที่ขา แล้วมีคนที่จะเข้ามาถอนศรให้ ปรากฏว่าคนที่ถูกศรแทงเข้าไปที่ขานั้นร้องห้ามว่าอย่าเพิ่งถอน ขอทราบก่อนว่าใครเป็นคนยิง แล้วมันยิงด้วยอะไร คนยิงชื่ออะไร ก็คงจะต้องตายเปล่า ควรจะรีบถอนศรเสียโดยฉับพลันทันที ไม่ควรจะถามว่าใครคนยิง มันยิงด้วยอะไร พ่อมันชื่ออะไรไอ้คนยิงนี้ มันก็ตายเปล่า ก็เหมือนกับคนที่มัวแต่ถามว่า ตายแล้วไปไหน อะไรเหล่านี้เป็นต้น
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #94 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 17:59:26 »

ภาพที่ ๑๒๔

เยี่ยมพระวักกลิ



พระวักกลิป่วยหนัก พระพุทธเจ้าทรงมาเยี่ยม เมื่อมาถึงพระวักกลิจะลุกขึ้นมากราบพระองค์ก็บอกว่า อย่าได้ลุกให้ลำบากเลย ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นก็เห็นเรา

   ที่พระองค์ตรัสเช่นนี้ก็เพราะว่า พระวักกลินี่บวชทีแรกก็บวชเพื่อจะดูพระรูปโฉมของพระพุทธเจ้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งต่อมาเมื่อพระพุทธองค์ทรงบอกให้เข้าใจ พระวักกลิก็ได้เป็นพระอรหันต์ แล้วก็ได้บรรลุธรรมชั้นสูงในพุทธศาสนา พระองค์ทรงโปรดไม่ให้เพราะติดเนื้อติดตัวให้เข้าถึงธรรม พระองค์ผู้ทรงตรัสผู้หลงมัวเมาในรูปโฉม ให้เข้าถึงความหลุดพ้นเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงมีพระคุณที่พวกเราควรระลึกถึงอยู่เนือง ๆ
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #95 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 18:00:31 »


ภาพที่ ๑๒๕

ความเปลี่ยนแปลงไปของสังขาร



ตอนนี้พระพุทธเจ้าเริ่มมีพระวรกายร่วงโรย โดยพุทธสรีระ พุทธสภาวะ อาจจะต่างกัน พุทธสภาวะนั้นเป็นที่สุดใส แวววาวตลอดเวลา แต่พุทธสรีระย่อมเหี่ยวแห้งไปตามกฎของธรรมชาติ ตอนนี้พระพุทธองค์แก่ลงไปตามกฎของธรรมชาติ แต่ความยืดถือในความแก่ไม่มี พระอานนท์ได้กล่าวว่า ปีนี้พระองค์ทรงชราคร่ำคร่าลงไปมาก พระองค์ก็เลยบอกว่า อานนท์เอ๋ย ความตายมันแทรกมาแล้วมาในความเกิด ความแก่มันก็แทรกมาแล้วในความตาย ความมีโรคมันก็แทรกมาในความไม่มีโรค เรานี่มันได้แก่มานานแล้ว โดยสรีระร่างกายน่ะมันแก่มาตั้งแต่เกิด พอเกิดมันก็เริ่มมีผิวพรรณอันแก่กล้าไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นเต่งตึงตรงไหนมันก็เหี่ยวตรงนั้น ผมเราดำตรงไหนมันก็ขาวในนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 พฤษภาคม 2553 15:10:30 โดย เงาฝัน » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #96 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 18:01:57 »

ภาพที่ ๑๒๖

ทอดพระเนตรเมืองเวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย



ภาพนี้เป็นตอนหลังจากที่พระพุทธองค์กลับจากบิณฑบาตร่วมกับหมู่ภิกษุ แล้วก็ผินพระพักตร์ทอดพระเนตรมองดูเวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย เพราะนับตั้งแต่บัดนี้ พระองค์จะไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นเมืองเวสาลีแห่งนี้อีกแล้ว
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #97 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 18:03:06 »

ภาพที่ ๑๒๗

ประทับใต้ต้นสาละ



หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ฉันภัตตาหารมื้อสุดท้าย และมุ่งหน้ามายังเมืองกุสินารา โดยมีพระอานนท์มาด้วยพร้อมกับหมู่พระสงฆ์ เมื่อมาถึงได้จัดเตียงนอนอาสนะที่บรรทมเหล่าดอกสาละก็ได้เบ่งบานและร่วงลงมา ประดุจเสมือนเป็นการสักการะพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ในภาพมีสุภัททะปริพาชกเดินทางเข้ามา จะขอฟังธรรมกับพระองค์ พระอานนท์จึงร้องห้ามไว้ เพราะพระผู้มีพระภาคทรงประชวรหนักแล้ว แต่สุภัททะก็ไม่ยอมฟัง จะเข้าไปให้ได้ส่งเสียงดัง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ยินเข้าจึงได้สั่งพระอานนท์ว่า อานนท์เอ๋ย หลีกทางให้เขาเข้ามาเถอะ ประโยชน์ใดที่เขาจะได้จากเรา แม้กระทั่งลูกหายใจเฮือกสุดท้าย เราก็จะมอบให้เขา อย่าได้ขวางทางหรือประโยชน์ที่เขาจะพึงได้จากเราเลย อานนท์เอ๋ย
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #98 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 18:04:35 »

ภาพที่ ๑๒๘

ปัจฉิมโอวาท



ในที่สุดพระอานนท์ต้องปล่อยให้สุภัททะปริพาชกเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และเมื่อสุภัททะได้เข้าฟังธรรมจากพระองค์ จนมีความเลื่อมใสศรัทธาและขอบวชแล้ว พระองค์ก็ได้ปิดพระโอษฐ์ลงด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า ภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด  พระพุทธองค์ทรงปิดประโอษฐ์ลงด้วยมรดกธรรมชิ้นสุดท้าย ซึ่งมอบไว้ให้กับสาวกของพระองค์และเหล่าพุทธบริษัท พระองค์จากไปแต่สรีระ พุทธภาวะ ธรรมภาวะ ยังมีอยู่ในหัวใจของพระองค์อย่างมิได้จางหายไป
บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #99 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2553 18:16:39 »

ภาพที่ ๑๒๙

พระพุทธกิจ



พุทธประวัติชุดนี้จึงได้จบลงด้วยพุทธกิจที่พระพุทธองค์ทรงกระทำและบำเพ็ญมาในอดีต ยามเช้าออกบิณฑบาต ยามสายทรงแสดงธรรมแก่หมู่คฤหัสถ์ โปรดเทวดา สอนภิกษุ บัดนี้ก็จะเหลือแต่ภาพมโนสำนึกที่เราจะนึกถึงพระองค์ว่าเป็นผู้บำเพ็ญกิจโดยไม่ได้คิดค่าตอบแทน หวังเพียงทำหน้าที่ของพุทธกิจที่พระองค์มีจิตสงสารชาวโลก ฉะนั้นพุทธประวัติชุดนี้หากจะเกิดขึ้นเป็นกุศลแล้ว ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลให้ตั้งแต่ผู้ค้นคว้าจากพระไตรปิฎก ผู้อุทิศเงินทองเป็นค่าจ้างกับผู้วาด และขออุทิศคุณงามความดีนี้ให้กับผู้ตั้งใจวาด มีความผิดพลาดประการใด ข้าพระพุทธเจ้า พระพยอม ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ขอความสุข ความเจริญ และพุทธานุภาพ จงรักษาท่านทั้งหลายตลอดไปชั่วกาลนาน เทอญ


นำมาจาก   สมุดภาพพุทธประวัติ สำหรับประชาชน
เล่าโดย พระอาจารย์พยอมกัลยาโณ
วาดภาพโดย  อาจารย์คำนวณ  ชานันโท
http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/buddhist1/index/index.htm
บันทึกการเข้า
faakang
มือใหม่หัดโพสท์กระทู้
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 1


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #100 เมื่อ: 07 กันยายน 2553 18:53:13 »

สาธุ ขอให้กุศลที่ท่านได้ให้ธรรมทานครั้งนี้จงนำพาให้ท่านไปสู่ที่เจริญและเป็นสุขยิ่งๆขึ้นไปเทอน
บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า:  1 ... 3 4 [5]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
นิทานเซน : สวยเพียบพูนด้วยเสน่ห์
นิทาน - ชาดก
เงาฝัน 4 2278 กระทู้ล่าสุด 15 กันยายน 2554 13:31:33
โดย เงาฝัน
ประวัติ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค (ฉบับเต็ม) เล่าโดย อาจารย์ยอด
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
มดเอ๊ก 0 570 กระทู้ล่าสุด 01 ตุลาคม 2559 00:17:53
โดย มดเอ๊ก
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.183 วินาที กับ 34 คำสั่ง

Google visited last this page 11 กรกฎาคม 2562 12:03:32