'รวมจุดยืน-จุดนั่งทุกพรรค' 'เห็นชอบหรือไม่' เปิดทางมีรัฐธรรมนูญใหม่
<span>'รวมจุดยืน-จุดนั่งทุกพรรค' 'เห็นชอบหรือไม่' เปิดทางมีรัฐธรรมนูญใหม่</span>
<div class="field field--name-field-byline field--type-text-long field--label-hidden field-item"><p>รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ และอานุภาพ เส้นเศษ</p><p>หมายเหตุ มีการอัปเดตข้อมูล เมื่อ 31 ม.ค. 2569 เวลา 12.17 น.</p></div>
<span><span>XmasUser</span></span>
<span><time datetime="2026-01-30T15:48:33+07:00" title="Friday, January 30, 2026 - 15:48">Fri, 2026-01-30 - 15:48</time>
</span>
<div class="field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field-item"><p>การเลือกตั้งปี 2569 หลายคนทราบกันดีว่า นอกจากประชาชนจะต้องเข้าคูหา ‘เลือกคนที่ใช่’ และ ‘เลือกพรรคที่ชอบ’ เพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ประชาชนต้องไปออกเสียงประชามติ เพื่อกำหนดชะตากรรมว่า เราจะเปิดประตูให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่</p><p>เรื่องนี้ทำให้การทำประชามติเพื่อสอบถามการทำรัฐธรรมนูญใหม่กลายเป็นวาระทางการเมืองที่สำคัญ แทบทุกรายการดีเบตหรือรายการสัมภาษณ์พรรคการเมืองช่วงที่ผ่านมา ตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ก็จะเจอคำถามในลักษณะเดียวกันว่า พรรคการเมืองของท่านมีจุดยืน 'เห็นชอบ' ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งก็มีการให้คำตอบที่หลากหลาย ทั้งบอกว่าเห็นชอบ และไม่เห็นชอบ หรือบางส่วนพยายามเลี่ยงไม่ตอบคำถามก็มีเช่นกัน </p><p><strong>‘ประชาไท</strong>’ รวบรวมความเห็น วิสัยทัศน์ จุดยืนของแต่ละพรรคการเมืองในเรื่องการออกเสียงลงประชามติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ว่าแต่ละพรรคการเมืองมีจุดยืนหรือเงื่อนไขอย่างไร โดยเป็นการสำรวจข้อมูลตามที่ปรากฏบนสื่อต่างๆ ระหว่าง 12 ธ.ค. 2568 จนถึง 31 ม.ค. 2569 </p><p>ข้อค้นพบเบื้องต้นสามารถแบ่งความเห็นและจุดยืนของแต่ละพรรคการเมืองสามารถแบ่งออกมาเป็น 2 เฉดหลักๆ คือ พรรคที่ “เห็นชอบ” และ “ไม่เห็นชอบ” ให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><p>นอกจาก 2 เฉดนี้ ในเชิงรายละเอียดจะมีพรรคการเมือง มีจุดยืนไม่ชัดเจนว่าจะเอายังไงกับเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><p>ทั้งนี้ ประชาไทพบด้วยว่าพรรคการเมืองที่ประกาศว่า "เห็นชอบ" ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่างมีเหตุผลและเงื่อนไขในรายละเอียดที่แตกต่างกัน โดยเฉดเหตุผลแรกที่เราพบก็คือ "เห็นชอบ" ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ทั้งฉบับ หรือไม่มีการล็อกหมวด 1 และ 2 มีเพียง<strong>พรรคประชาชน</strong> ที่ยืนยันในหลักการนี้</p><p>ส่วนอีกเฉดหนึ่ง คือ พรรคการเมืองที่ประกาศว่า "เห็นชอบ" ให้มีการร่าง/แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีจำนวนมากที่ระบุเงื่อนไขว่าห้ามแตะหมวด 1 และหมวด 2 เนื่องจากเป็นหมวดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาวไทย คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ </p><img src="
https://live.staticflickr.com/65535/55070082104_0233800cff_b.jpg" width="819" height="1024" loading="lazy"><h2>'เห็นชอบ' ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แบบไม่ล็อกหมวดใดหมวดหนึ่ง</h2><p><strong>พรรคประชาชน </strong></p><p>ก่อนหน้านี้ เมื่อ 21 ม.ค. 2569
พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นตัวแทนของพรรคประชาชน กล่าวในรายการ “The Real Politics” เผยว่า พรรคประชาชน มีจุดยืนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเดิมมีปัญหาหลายประการ</p><ol><li aria-level="1">ทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอลง</li></ol><ul><li aria-level="1">รธน.ทำให้สถาบันทางการเมืองยึดโยงกับประชาชนน้อยลง</li><li aria-level="1">สว.มีอำนาจสูงมาก แต่มีที่มาที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน หรือการเลือกตั้ง</li><li aria-level="1">องค์อิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ ที่ขยายขอบเขตอำนาจ แต่มีกระบวนการที่มาขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน</li><li aria-level="1">สิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนมีปัญหา เพราะว่าเรายังเห็นนักวิชาการ หรือภาคประชาสังคมที่ออกมาส่งเสียงปัญหาในพื้นที่ กลับถูกนายทุนไล่ฟ้องปิดปาก</li></ul><ol start="2"><li aria-level="1">ทำให้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เรื้อรัง</li></ol><ul><li aria-level="1">คะแนนความโปร่งใสของไทยตกต่ำลงในรอบ 10 ปี โดยดัชนีคอร์รัปชันของไทย ก่อนการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 อยู่ที่อันดับ 85 แต่ในปัจจุบัน ไทยอยู่ในอันดับที่ 107 (หรือลดต่ำลงมาประมาณ 22 อันดับ)</li><li aria-level="1">ประชาชนไม่มีช่องทางร่วมตรวจสอบองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น</li><li aria-level="1">ที่มาของคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ขาดความเป็นอิสระ และอาจถูกครอบงำโดยกลุ่มทางการเมือง เพราะ รธน. ปี 60 ระบุไว้ว่า คนที่มีหน้าที่ชี้ขาดกรรมการหรือบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระคือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากระบบเลือกกันเองที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดการ ‘ฮั้ว’ กันได้</li></ul><p>สำหรับ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เคยแสดงจุดยืนผ่านรายการ “Nation Election Debate” ระบุว่า “เห็นชอบ” กับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่ล็อกหมวด 1 และ 2 โดยวันนั้นตัวเขาให้เหตุผลว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราหรือทั้งฉบับไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ‘ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ ได้อยู่แล้ว และในประวัติศาสตร์การเมืองของไทยมีการแก้ไข หมวด 1 และหมวด 2 มาแล้วหลายครั้ง</p><h2>'เห็นชอบ' แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 </h2><p>หลายพรรคมีจุดยืนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ “<strong>แต่ไม่ทั้งฉบับ</strong>” เพราะอยากให้ละเว้น หมวด 1 และหมวด 2 เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ </p><div class="note-box"><p>อนึ่ง รัฐธรรมนูญ
หมวดที่ 1 ว่าด้วยบททั่วไป ครอบคลุมมาตรา 1-5 กำหนดรูปแบบการปกครองของรัฐไทย เช่น ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวจะไม่สามารถแบ่งแยก ประเทศไทยปกครองในรูปแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ</p><p>ขณะที่
หมวดที่ 2 จะเป็นหมวดว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ครอบคลุมมาตรา 6-24 เกี่ยวข้องกับสถานะของกษัตริย์และพระราชอิสริยยศ อำนาจการแต่งตั้งองคมนตรี ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้สืบราชสันตติวงศ์ เป็นต้น </p></div><p><strong>พรรคเพื่อไทย</strong></p><p>สำหรับของพรรคเพื่อไทย ตัวหลักที่ออกมารณรงค์เรื่องการออกเสียงประชามติ <strong>‘เห็นชอบ’</strong> ให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของพรรคเพื่อไทย เขาได้ขึ้นพูดในเวทีดีเบต “The Real Politics ทางแพร่งประชาธิปไตย” เมื่อ 21 ม.ค. 2569 สนับสนุนให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสามารถแบ่งปัญหาได้เป็น 2 ส่วน คือส่วนของที่มา และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 </p><p>เรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ</p><ol><li aria-level="1">คณะรัฐประหารเป็นคนร่าง รธน.ขึ้นมา โดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน</li><li aria-level="1">การรณรงค์ประชามติมีความไม่เที่ยงธรรม และจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของผู้ที่ออกมารณรงค์คัดค้านร่าง รธน.ฉบับปี 2560 ทำให้ประชาชนสภาพเหมือนถูก “มัดมือชก” ให้ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560</li></ol><p>เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหา</p><ol><li aria-level="1">มีการจำกัดเสรีภาพของประชาชน</li><li aria-level="1">ไม่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น</li><li aria-level="1">อำนาจขององค์กรอิสระไม่มีที่มายึดโยงกับประชาชน แต่มีอำนาจสามารถถอดถอนองค์กรที่มาจากประชาชนได้</li><li aria-level="1">ที่มาขององค์กรอิสระยังมีปัญหา เนื่องมาจากการแต่งตั้งของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่เมื่อ สว.มีปัญหาว่าเป็นสีใดสีหนึ่ง ก็ทำให้การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระมีปัญหา</li><li aria-level="1">รธน.ทำให้รัฐบาลบริหารประเทศยากจนไม่สามารถออกนโยบายแก้ไขปัญหาประชาชนได้ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ</li></ol><p>อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางพรรคเพื่อไทยจะ <strong>“เห็นชอบ”</strong> ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่
<strong>‘อ.เชน’ ยศชนัน</strong> แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงที่นครราชสีมา (โคราช) เมื่อ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันว่าจะไม่มีการแตะหมวด 1 และ 2 อย่างแน่นอน</p><p>ต่อมา ในเวทีดีเบตของ “Nation Election Debate : จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ของสำนักข่าวเนชั่น เมื่อ 17 ม.ค. 2569 มีช่วงที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอให้ตัวแทนพรรคการเมืองที่มาร่วมดีเบตยกมือแสดงเจตจำนงทางการเมือง ไม่แตะหมวด 1 และ 2 ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งในครั้งนั้นตัวของ
<strong>‘อ.เชน’ ยศชนัน</strong> เป็นหนึ่งในคนที่ยกมือแสดงจุดยืน<strong>ไม่แตะหมวด 1 และ 2</strong> ส่วนคนเดียวที่ไม่ยกมือในตอนนั้นคือณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน </p><p class="picture-with-caption"><img src="
https://live.staticflickr.com/65535/55068804085_73039cc7f0_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy">ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (ที่มา:
Voice TV) เมื่อ 30 ม.ค. 2569</p><p><strong>พรรคภูมิใจไทย </strong></p><p>อีกหนึ่งพรรคใหญ่ประจำการเลือกตั้งปี 2569 คือพรรคภูมิใจไทย
<strong>อนุทิน ชาญวีรกูล</strong><strong> </strong>หัวหน้าพรรค และเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ “End Game” ของสำนักข่าว The Standard เมื่อ 9 ม.ค. 2569 ระบุว่า ตัวเขาเห็นด้วยกับการ “กาเห็นชอบ” เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีหลายประเด็นที่เขายินดีอยากจะแก้ไขหรือนำแก้ไขด้วยตัวเอง <strong>แต่มีเงื่อนไขต้องยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2</strong> ซึ่งอาจจะนำไปสู่การแก้ไขมาตรา 112 </p><p>ขณะที่
<strong>นิกร จำนง</strong> ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวในเวทีดีเบต “The Real Politics” ของช่อง matichon tv เผยแพร่เมื่อ 21 ม.ค. 2569 ระบุว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ‘เห็นชอบ’ กับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีเงื่อนไขและเหตุผลดังนี้ </p><ul><li aria-level="1"><strong>ยกเว้นหมวด 1 และ 2</strong> เพราะจากการศึกษามองว่า 2 หมวดนี้ไม่มีปัญหาอะไร</li><li aria-level="1">ที่มารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มีปัญหา เพราะไม่มีการรับฟังความเห็นของประชาชน</li><li aria-level="1">รธน.ปี 2560 มีการล็อกจนไม่สามารถแก้ รธน.ได้เลย ทำให้ไม่สามารถปรับตัวตามทันโลก ดังนั้น รธน.ต้องมีการเปิดทางให้แก้ไขได้ตามสมควร</li></ul><p><strong>พรรคไทยสร้างไทย</strong></p><p>พรรคไทยสร้างไทย นำโดย <strong>สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์</strong> หัวหน้าพรรคฯ ได้ไปพูดในเวทีดีเบตหลายครั้ง ยืนยันว่า เธอมีจุดยืน ‘<strong>เห็นชอบ</strong>’ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีเงื่อนไขดังนี้ </p><ul><li aria-level="1">
<strong>ไม่แตะหมวด 1 และ 2</strong> และ
ไม่แก้ไขมาตรา 112</li><li aria-level="1">แก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องอำนาจของประชาชนตรวจสอบนักการเมือง ปราบโกงให้ได้จริง</li><li aria-level="1">ยกระดับสิทธิประชาชน และแก้ไขมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน</li><li aria-level="1">
ต้องให้คงเรื่องที่เกี่ยวกับ “มาตรฐานทางจริยธรรม” นักการเมืองเอาไว้ เพราะตัวสุดารัตน์ มองว่า “มาตรฐานทางจริยธรรม” ไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่องค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้กฎหมาย ซึ่งไม่มีความเป็นอิสระ และถูกครอบงำโดยกลุ่มทางการเมือง</li><li aria-level="1">เพื่อแก้ไขปัญหา สุดารัตน์ เสนอว่า
ต้องแก้ รธน.ให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อ 5 หมื่นรายชื่อ ยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระได้ </li></ul><p><strong>พรรคประชาธิปัตย์</strong></p><p>
<strong>‘มาร์ค’</strong><strong> </strong>
<strong>อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</strong> หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกฯ เผยผ่านรายการสัมภาษณ์ The Secret Source และเวที Nation Election Debate ระบุว่าเขา “เห็นด้วย” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีเงื่อนไข คือ </p><ul><li aria-level="1"><strong>ต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2</strong></li><li aria-level="1">เปลี่ยนระบบ สว.</li><li aria-level="1">องค์กรอิสระต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ </li></ul><p class="picture-with-caption"><img src="
https://live.staticflickr.com/65535/55068806580_32a125fb7c_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy">อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ที่มา:
facebook พรรคประชาธิปัตย์)</p><p><strong>พรรคประชาชาติ </strong></p><p>
<strong>ทวี สอดส่อง</strong> หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวในเวที “Nation Election Debate” เมื่อ 22 ม.ค. 2569 ว่า “เห็นชอบ” กับการทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีเงื่อนไขและเหตุผลดังนี้</p><ul><li aria-level="1"><strong>ไม่แตะหมวด 1 และ 2</strong></li><li aria-level="1">ที่มา รธน.มีปัญหา และไม่มีการรับฟังความเห็นจากประชาชน</li><li aria-level="1">มีปัญหาเรื่องการระบุสิทธิการศึกษา การกระจายอำนาจ ราคาสินค้าการเกษตร และอื่นๆ</li></ul><p><strong>พรรคกล้าธรรม </strong></p><p>สำหรับพรรคกล้าธรรม จุดยืนค่อนข้างชัดเจนว่า ‘เห็นชอบ’ ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่ต้องการให้แตะหมวด 1 และหมวด 2 เพราะมองเห็นปัญหาว่า ไม่มีช่องทางให้ประชาชนไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบองค์กรอิสระได้ และที่มาของรัฐธรรมนูญมีปัญหา </p><p>โดยเริ่มจากวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.กรุงเทพฯ
<strong>อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</strong> ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เคยแสดงจุดยืนโดยการติดสติกเกอร์ในโพลล์ของ iLaw ที่ไปตั้งรณรงค์ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อ 27 ธ.ค. 2568 โดยครั้งนั้นเขาได้ติดสติกเกอร์ที่ช่องคำว่า "<strong>เห็นชอบ"</strong> ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และระบุว่าเป็นการเห็นชอบของทั้งพรรคกล้าธรรม</p><p><strong>อนุดิษฐ์</strong> กล่าวว่า อุปสรรคการบริหารราชการแผ่นดินคือรัฐธรรมนูญที่ออกแบบโดยไม่ได้มีที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง เลยมองว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่</p><p>ตัวของ<strong>อนุดิษฐ์</strong> กล่าวถึงกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยว่า หากการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยที่ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรง จะทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนอย่างแน่นอน</p><p>ส่วนจะแตะหมวด 1 และ 2 หรือไม่ ร้อยเอก
<strong>ธรรมนัส พรหมเผ่า</strong> แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคกล้าธรรม เคยให้สัมภาษณ์สื่อในระหว่างลงหาเสียงเมื่อ 26 ม.ค. 2569 ระบุว่า <strong>พรรคกล้าธรรมไม่เห็นด้วยกับการแตะหมวด 1 และ 2 </strong>เด็ดขาด และจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคฯ ที่มีการแตะหมวด 1 และ 2 ด้วย </p><p>ในวันเดียวกัน (26 ม.ค.) ตัวของ
<strong>มารุต ชุ่มขุนทด</strong> ทีมยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ได้ออกรายการของช่อง ThaiPBS ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า วันที่ 8 ก.พ. 2569 พรรคกล้าธรรม ‘เห็นชอบ’ กับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเล็งเห็นถึงปัญหาองค์กรอิสระที่ประชาชนแทบเข้าไปตรวจสอบไม่ได้เลย แต่ยังยืนยันว่าไม่ขอแตะหมวด 1 และหมวด 2 </p><p><strong>พรรคประชาธิปไตยใหม่</strong></p><p>
<strong>สุรทิน พิจารณ์</strong> หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์ในรายการเกาะติดการเลือกตั้ง’69 และการออกเสียงประชามติของสถานี NBT เมื่อ 9 ม.ค. 2569 โดยเจ้าตัวเผยว่า '<strong>เห็นชอบ'</strong> ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางจุด เพราะว่ารัฐธรรมนูญมีทั้งข้อดี และข้อเสีย เช่นใน
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตั้งพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มีข้อกำหนดที่ไม่เอื้อให้พรรคเล็กส่ง สส.ลงสมัครเลือกตั้งในภูมิภาคต่างๆ เพราะว่าหากพรรคการเมืองจะส่ง สส.ลงสมัครเลือกตั้งในจังหวัดใดก็ตาม ต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดนั้น และข้อกำหนดการตั้งสาขาพรรคฯ <strong>ต้องมีสมาชิกตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป </strong>ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก และถ้าจะหาสมาชิกให้ได้ในเวลาอันสั้นก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก</p><p>ส่วนที่<strong>สุรทิน</strong> กล่าวเสริมคือ แม้ว่าเขาจะเห็นด้วยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเขา<strong>ไม่อยากให้แตะในหมวด 1 และ 2</strong> และส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจของพระเจ้าอยู่หัว </p><p><strong>พรรคพลังสังคมใหม่</strong></p><p>
<strong>อภิภู พีรภูรินท์</strong> หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ ให้สัมภาษณ์ในรายการของ NBT เมื่อ 16 ม.ค. 2569 ให้ความเห็นว่า '<strong>เห็นชอบ</strong>' ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><ul><li aria-level="1">เนื่องจากมีหลายมาตราที่จะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข</li><li aria-level="1"><strong>มีจุดยืนไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 แน่นอน</strong> แต่ก็มองว่าการ 'เห็นชอบ' ให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็จะไม่นำไปสู่การแก้ หมวด 1 และ 2 เช่นกัน เพราะเขามองว่า สส.เราไม่กล้าทำอะไรที่ไม่สมควร </li></ul><p><strong>พรรคพลังเพื่อไทย</strong></p><p>
<strong>เอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์</strong> หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย และเป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับที่ 1 เผยผ่านรายการ “เกาะติดเลือกตั้ง’69” และการออกเสียงประชามติ เผยแพร่ทางช่องยูทูบ ‘NBT’ เมื่อ 15 ม.ค. 2569 ระบุว่าเขา "<strong>เห็นชอบ</strong>" ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากตัวรัฐธรรมนูญเดิมมีปัญหาหลายเรื่อง </p><ul><li aria-level="1">ต้องมีการแก้ไของค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ หรืออื่นๆ ที่มีอำนาจเหนือกว่า สส.ในสภาฯ โดยเขาอยากให้หลักการ 3 อำนาจ คือ นิติบัญญัติ ตุลาการ และฝ่ายบริหาร สมดุลกัน</li><li aria-level="1"><strong>ไม่แตะหมวด 1 และ 2 </strong></li></ul><p><strong>พรรคพลวัต</strong></p><p>สำหรับพรรคพลวัต น้องใหม่ของการเลือกตั้งปี 2569 โดย
<strong>สรยุทธ เพ็ชรตระกูล</strong> เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เกาะติดการเลือกตั้ง’69 และการออกเสียงประชามติ ของช่อง NBT เมื่อ 28 ม.ค. 2569 เผยว่า พรรคพลวัตมีจุดยืน '<strong>เห็นชอบ'</strong> แน่นอนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><ul><li aria-level="1">ปัญหาคือว่ารัฐธรรมนูญเดิม แม้ว่าจะมีการทำประชามติ ณ เวลานั้น แต่ว่าก็มีปัญหาไม่ได้เป็นเลือกโดยประชาชนจริงๆ</li><li aria-level="1">ที่มาของหลายองค์กรมีปัญหา การคัดเลือก สว.มีปัญหา โดยไม่ได้คัดเลือกโดยประชาชน แต่เป็นการเลือกกันเอง และองค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน</li><li aria-level="1"><strong>ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 </strong></li></ul><p><strong>พรรคไทยก้าวใหม่</strong></p><p>สำหรับพรรคไทยก้าวใหม่ อีกหนึ่งน้องใหม่การเลือกตั้งปี 2569 '<strong>เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</strong> หัวหน้าพรรค มีการให้ความเห็นจุดยื่นเรื่อง ‘สนับสนุนให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่’ เดิมให้เป็นเจตจำนงของประชาชน แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนเป็น '<strong>เห็นชอบ</strong>' ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่<strong>โดยไม่แตะหมวด 1 และ 2 </strong></p><p>เดิมเมื่อ 11 ม.ค. 2569
หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวในเวทีดีเบตนโยบายภาคตะวันออกของช่อง 3 ระบุว่า เขาขอให้ประชาชนไปลงประชามติอย่างเป็นอิสระ และถ้าผลออกมาแล้ว ก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าต้องแก้ไข ตัวเขาอยากให้รัฐธรรมนูญระบุอย่างชัดเจนว่า รัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการจัดการภัยพิบัติ และสิทธิความปลอดภัยจากภัยพิบัติ ต้องเป็นสิทธิโดยชอบธรรม</p><p>อย่างไรก็ดี ล่าสุด เมื่อ 26 ม.ค. 2569 ในรายการ TOP Debate จากช่อง TOP News
<strong> 'เอ้' สุชัชวีร์ </strong>ประกาศว่าวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะออกเสียงประชามติ '<strong>เห็นชอบ</strong>' ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><ul><li aria-level="1"><strong>มีเงื่อนไขไม่แตะหมวด 1 และ 2</strong></li><li aria-level="1">มองรัฐธรรมนูญเดิมมีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน</li><li aria-level="1">อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 5 ว่าด้วย "หน้าที่ของรัฐ" โดยระบุเพิ่มว่า "การจัดการภัยพิบัติต้องเป็นหน้าที่ของรัฐ"</li><li aria-level="1">แก้ไขให้สิทธิเรียนฟรีเกิดขึ้นจริง โดยจะเพิ่มในหมวด 5 ระบุว่าสิทธิการเรียนฟรี ค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของประชาชน</li><li aria-level="1">เพิ่มเรื่องการกระจายอำนาจ </li></ul><p class="picture-with-caption"><img src="
https://live.staticflickr.com/65535/55068635263_9092ec6b9f_b.jpg" width="1024" height="683" loading="lazy">'เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ที่มา:
เฟซบุ๊กพรรคไทยก้าวใหม่)</p><p><strong>พรรคโอกาสใหม่</strong></p><p>พรรคโอกาสใหม่ - น้องใหม่ของการเลือกตั้งปี 2569 โดย
<strong>จตุพร บุรุษพัฒน์</strong> หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เกาะติดการเลือกตั้ง’69 และการออกเสียงประชามติ” ของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อ 27 ม.ค. 2569 ไม่ได้ตอบว่า “เห็นชอบ” ให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และส่วนตัวไม่ได้ให้ความสำคัญกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เคารพตามเจตจำนงของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งถ้าจะมีการร่างใหม่ <strong>ก็จะขอไม่ให้แตะหมวด 1 และหมวด 2</strong></p><p>อย่างไรก็ดี ล่าสุดเมื่อ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา
<strong>สิรวิทย์ ช่วงเสน</strong> รองโฆษกและกรรมการบริหารของพรรคโอกาสใหม่ ได้ไปออกรายการดีเบตของ "ช่องข่าวเวิร์กพอยต์ 23" เผยว่าจะขอออกเสียง 'เห็นชอบ' ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ <strong>โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2</strong> และอยากให้แก้ไขในหมวดที่เหมาะสมเท่านั้น </p><h2>'เห็นชอบ' แต่ยังไม่บอกล็อกหมวด 1 และ 2 หรือไม่</h2><p><strong>พรรคเป็นธรรม </strong></p><p><strong>ปิติพงษ์ เต็มเจริญ</strong> หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้เผยวิสัยทัศน์จุดยืนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใน เวทีภาคประชาชน เสนอทางออกเชิงโครงสร้างเพื่ออนาคตประเทศไทย ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เมื่อ 25 ม.ค. 2569 ระบุว่า ทางพรรค “เห็นชอบ” ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><ul><li aria-level="1">เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน และควรแก้ไขเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับระบบรัฐ</li><li aria-level="1">ลดบทบาทกองทัพในทางการเมือง และยึดหลักว่าการเมืองต้องเป็นพื้นที่ของประชาชน ไม่ใช่กลไกของอำนาจนอกระบบ</li></ul><p>นอกจากนี้
ปิติพงษ์ กล่าวในรายการเกาะติดการเลือกตั้ง’69 และการออกเสียงประชามติ ของช่อง NBT เมื่อ 31 ม.ค. 2569 อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมที่ทำให้เขาเห็นด้วยให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนี้ </p><ul><li aria-level="1">ที่มาไม่ชอบธรรม เพราะรัฐธรรมนูญนี้เกิดจากคณะปฏิวัติรัฐประหาร ไม่ได้มาจากประชาชน</li><li aria-level="1">ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของพรรค ที่ยึดถือเรื่องอำนาจอธิปไตยควรเป็นของประชาชน ทำให้ที่มาองค์กรอิสระ และ สว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นเรื่องที่มีปัญหาทั้งหมด </li><li aria-level="1">อยากแก้ไขให้รัฐธรรมนูญเน้นเรื่องการพัฒนาคน หรือ Human Development</li><li aria-level="1">รัฐธรรมนูญใหม่ต้องระบุให้ เรื่องของเอกลักษณ์ความเป็นไทย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องไม่ถูกด้อยค่า</li><li aria-level="1">ต้องแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงอายุ AI สังคมไร้เงินสด รวมถึงสิ่งแวดล้อม โดยรัฐธรรมนูญเดิมไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้เป็นลำดับแรก แต่สำหรับพรรคเป็นธรรม มีความเห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น ในการที่สังคมจะก้าวต่อไปในอนาคต </li></ul><p>ทั้งนี้ พรรคเป็นธรรม ยังไม่เคยถูกถามว่ามีจุดยืนสนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หรือต้องมีการล็อกหมวดหนึ่งหมวดใดหรือไม่ </p><p><strong>พรรคไทยก้าวหน้า</strong></p><p>
<strong>ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท</strong> แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เกาะติดเลือกตั้ง'69 และการออกเสียงประชามติ” ช่อง NBT เมื่อ 17 ม.ค. 2569 ระบุว่า เธอ ‘เห็นชอบ’ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเธอได้ให้เหตุผลดังนี้</p><ul><li aria-level="1">ไม่ควรยุ่งกับเรื่องมาตรา 112 (แม้ว่าเรื่องนี้จะอยู่ในส่วนของกฎหมายอาญา)</li><li aria-level="1">ต้องแก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้ดีขึ้น</li><li aria-level="1">ต้องแก้ไขเรื่ององค์กรอิสระ เพราะว่าที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระไม่ได้อิสระจริง</li></ul><p><strong>พรรคแผ่นดินธรรม</strong></p><p>เมื่อ 26 ม.ค. 2569 อ้างอิงตามรายการ "เกาะติดเลือกตั้ง'69 และการออกเสียงประชามติ" ของช่อง NBT
<strong>บุณยติเลิศ สาระ</strong><strong> </strong>หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม เคยแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า '<strong>เห็นชอบ'</strong> ให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ </p><ul><li>เนื่องจากฉบับเดิมมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมมาจากคณะรัฐประหาร คสช. ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีที่มาจากประชาชน และเป็นที่ยอมรับของอารยประเทศ</li><li aria-level="1">ส่วนหน้าตาข้างในจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากัน ไม่ใช่ว่าตัดสินใจวันนี้แล้วจะเปลี่ยนเลย ยังต้องมีการทำประชามติอีก 2 และ 3 ครั้ง</li><li aria-level="1">มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดิมมีปัญหาเรื่องการกำหนดที่มาของ สว. และองค์กรอิสระ</li><li aria-level="1">เขามีแนวคิดว่า อยากให้รัฐธรรมนูญรับรองศาสนา 'พุทธ' เป็นศาสนาประจำชาติ</li></ul><h2>"ไม่เห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่" - เห็นด้วยแก้ไขรายมาตรา</h2><p>หมวดนี้จะเป็นพรรคการเมืองที่ออกตัวว่า “ไม่เห็นชอบ” ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยกลุ่มนี้มักให้เหตุผลว่าเป็นการตีเช็คเปล่าโดยไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะได้มาหน้าตาเป็นอย่างไร และมองว่าสามารถแก้ไขรายมาตราผ่านระบบรัฐสภาได้ </p><p><strong>พรรครวมไทยสร้างชาติ</strong></p><p><strong>พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong> หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก "
พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party" เมื่อ 22 ม.ค. 2569 โดยทางพรรคมีจุดยืน "<strong>ไม่เห็นด้วย</strong>" กับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><ul><li aria-level="1">หาว่าตีเช็คเปล่า เพราะฉีกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร</li><li aria-level="1">สนับสนุนแก้ไขรายมาตรา</li><li aria-level="1">เป็นการนิรโทษกรรมเอานักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิกลับมาเล่นการเมือง</li><li aria-level="1">งบประมาณทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3 ครั้ง ใช้งบประมาณครั้งละ 3,000 ล้านบาท (3 ครั้ง รวม 9,000 ล้านบาทโดยประมาณ) ทำไมไม่เอาเงินไปช่วยคนจน </li></ul><p><strong>พรรคไทยภักดี</strong></p><p>
<strong>วรงค์ เดชกิจวิกรม</strong> หัวหน้าพรรคไทยภักดี และเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคฯ กล่าวในรายการ "The Real Politics" เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 แสดงจุดยืนชัดเจน “ไม่เห็นชอบ” ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ </p><ul><li aria-level="1">อ้างว่าเป็นการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของตัวนักการเมืองเอง เพราะนักการเมืองที่ออกมาเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือพวกที่มีความผิดเรื่องทุจริตคอร