[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
09 สิงหาคม 2563 12:23:58 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธกิจ ๔๕ พรรษา ของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระสมณะโคดม)  (อ่าน 1362 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มดเอ๊ก
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +8/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 4640


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 50.0.2661.271 Chrome 50.0.2661.271


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 15 มิถุนายน 2559 01:58:14 »




ฟังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=vS_-Foy7Ygw&list=PLTIot6dRnimSfdourTuThryzmo7rh5HyS


45 พรรษา แห่งพุทธกิจ

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวันเพ็ญ เดือน 6 ขณะมีพระชนมายุ 35 พรรษา ในระหว่างเวลา 45 ปี แห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ จวบจนทรงดับขันธปรินิพาน เมื่อพระชนมายุ 80 พรรษานั้น พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับ จำพรรษา ณ สถานที่ต่าง ๆ  พร้อมทั้งเหตุการณ์สำคัญบางอย่าง ดังนี้

พรรษาที่ 1 ประทับจำพรรษาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

อายุ 35 ปี
 
     - แสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 พระสงฆ์เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก
     - โปรดพระยสะ และ สหาย 45 คน

ออกพรรษา
     - ทรงอนุญาตให้สาวก 60 รูป มีอำนาจบวชกุลบุตรได้ โดยวิธีให้รับไตรสรณคมน์
     - โปรดภัททวัคคีย์ 30 รูป
     - โปรดชฎิล 3 พี่น้อง พร้อมด้วยบริวาร 1,000 รูป ด้วยการแสดงอาทิตตปริยายสูตร สำเร็จพระอรหันต์หมด
     - เสด็จกรุงราชคฤห์โปรดชาวเมืองและพระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบัน
   - พระเจ้าพิมพิสารสร้างถวายวัดเวฬุวัน นับว่าเป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา และทรงอนุญาตให้สงฆ์สาวกรับวัดที่มีผู้สร้างถวายได้
     - พระอัญญาโกณฑัญญะบวชท่านปุณณมันตานีบุตร (ลูกน้องสาว) บรรลุพระอรหันต์
     - ทรงรับ 2 อัครสาวก คือ พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ บวช และทรงประกาศตั้งไว้ในตำแหน่งอัครสาวก
     - ทรงให้พระมหากัสสปะบวชด้วยวิธีให้รับโอวาท 3 ข้อ

พรรษาที่ 2 ประทับจำพรรษาที่วัดเวฬุวัน

อายุ 36 ปี

ออกพรรษา
   
     - เสด็จเมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ทรงสอนพระอานนท์ให้ สาธยายรัตนสูตร ทำน้ำพระพุทธมนต์บรรเทาภัยของชาวเมือง
     - พระอานนท์ฟังกถาวัตถุ 10 ประการ ของพระปุณณมันตานีบุตร บรรลุเป็นพระโสดาบัน

พรรษาที่ 3 ประทับจำพรรษาที่วัดเวฬุวัน

อายุ 37 ปี

   - เสด็จกรุงราชคฤห์ อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างวัดพระเชตวันถวาย ด้วยการซื้ออุทยานของเจ้าชายเชต
   - อนุญาตเภสัช 5 ชนิด และอาหารประเภทต่างๆ
   - พระพุทธบิดาทรงชราภาพมาก ส่งฑูตมาทูลเชิญเสด็จพุทธองค์กลับพระนครถึง 10 ครั้ง รวมฑูตจำนวน 10,000 คน จึงเสด็จนิวัตพระนครแห่งราชสกุล ครั้งแรกนับตั้งแต่ทรงออกผนวช
   - ทรงอนุญาตการอุปสมบทโดยวิธีญัตติจตุตถกรรม พระสารีบุตรบวชให้ราธะพราหมณ์เป็นรูปแรก
   - ทรงอนุญาตวันประชุมสงฆ์ และ แสดงธรรมในวัน 14 คํ่า 15 คํ่า และ 8 คํ่า ของข้างขึ้นและข้างแรม

พรรษาที่ 4 ประทับจำพรรษาที่วัดเวฬุวัน

อายุ 38 ปี

     - ทรงโปรดหมอชีวกโกมารภัจจ์ สำเร็จเป็นพระโสดาบัน และหมอชีวกโกมารภัจจ์ สร้างวัดชีวกัมพวันถวาย ทรงอนุญาตให้ใช้ผ้าไตรจีวร 3 ผืน, และทรงอนุญาตผ้าจีวร 6 ชนิด

ออกพรรษา

     - ทราบข่าวว่าพระพุทธบิดาประชวรหนัก เสด็จนิวัติพระนครแห่งราชสกุล อีกครั้ง โปรดพระพุทธบิดา ด้วยอนิจจตาทิธรรมสูตร ให้สำเร็จพระอรหันต์ แล้วนิพพานภายใต้มหาเศวตฉัตร และทรงจุดเพลิงพระบรมศพ
     - พระญาติเกิดสงครามแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณี ตรัสโทษของการแตกความสามัคคี
     - พระราชกุมารข้างฝ่ายพระราชบิดาและพระราชมารดาฝ่ายละ 250 องค์ รวมเป็น 500 องค์ ออกบวช ทุกองค์สำเร็จพระอรหันต์ เกิดประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา ตรัส “มหาสมัยสูตร”

พรรษาที่ 5 ประทับจำพรรษาที่ศาลากูฏาคารป่ามหาวัน นอกเมืองเวสาลี

อายุ 39 ปี

     - พระนางประชาบดี รับคุรุธรรม 8 ประการ บวชเป็น ภิกษุณีองค์แรก แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เกิดภิกษุณีสงฆ์
     - พระนางยโสธราบวชในสำนักพระนางประชาบดีเถรี บรรลุเป็นพระอรหันต์
     - นางรูปนันทา บวชตามหมู่ญาติ ทรงแสดงฤทธิ์โปรดสำเร็จเป็นพระอรหันต์

ออกพรรษา

     - เสด็จไปภัททิยนคร แคว้นอังคะ โปรดเมณฑกะเศรษฐี ธนัญชัยเศรษฐี นางวิสาขา และหมู่ญาติ เป็นพระโสดาบัน
     - ทรงอนุญาตโครสทั้ง 5 ทรงอนุญาตนํ้าผลไม้ทุกชนิด (เว้นน้ำเมล็ดนํ้าข้าวเปลือก) นํ้าใบไม้ทุกชนิด (เว้นนํ้าผักดอง) นํ้าดอกไม้ทุกชนิด (เว้นนํ้าดอกมะซาง) นํ้าอ้อยสด
     - แสดงมหาปเทส 4 เพื่อใช้เป็นหลักอ้างอิงในการตัดสินสิ่งที่ควรหรือไม่ควรสำหรับพระสงฆ์


พรรษาที่ 6 ประทับจำพรรษาที่ มกุลบรรพต เหนือกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ

อายุ 40 ปี

     - พระปิณโฑลภารทวาช เห็นการท้าทายต่พระพุทธศาสนาจึงแสดงฤทธิ์ด้วยการเหาะไปเอาบาตรไม้จันทน์แดง ที่เศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ห้อยไว้บนปลายไม้ไผ่ทรงห้ามพระภิกษุแสดงอิทธิปาฏิหาริย์
     - ปรารภจะแสดงยมกปาฏิหาริย์ด้วยพระองค์เอง

ออกพรรษา

     - เดียรถีย์สร้างสำนักหลังวัดพระเชตวัน เตรียมการแสดงปาฏิหาริย์ท้าทายพระพุทธเจ้า ต่อมา พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงเปลี่ยนให้สร้างเป็นอารามสำหรับภิกษุณีเรียกว่า “ ราชการาม ” พระสุมณาเถรี ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของพระองค์ ก็พำนักที่วัดแห่งนี้
   - ณ วันเพ็ญเดือน 8 พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ปราบทิฏฐิเดียรถีย์ภายใต้ต้นมะม่วง ชื่อว่า “คัณฑามพฤกษ์” นอกเมืองสาวัตถี


พรรษาที่ 7 ประทับจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

อายุ 41 ปี

     - หลังแสดงยมกปาฏิหาริย์ ได้เสด็จไปประทับจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดาตลอดไตรมาส จนบรรลุพระโสดาบัน เกิดพระ “อภิธรรมปิฎก” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของพระไตรปิฎก
     - บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทรงปรารภอานิสงส์การทำบุญว่า มีผลแตกต่างกัน โดยยกเรื่องของ อังกุรเทพบุตร และ อินทกเทพบุตร เป็นตัวอย่าง
     - เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ประตูเมืองสังกัสสนครมีประชาชนมารอรับเป็นจำนวนมาก เกิดประเพณี “ ตักบาตรเทโวโรหณะ ” ในปัจจุบัน



ออกพรรษา   
     - เสด็จกรุงสาวัตถี ประทับที่วัดพระเชตวัน ปรารภเรื่อง นางปฏิปูชิกา ภรรยาของมาลาภารีเทพบุตร แสดงความแตกต่างระหว่างอายุของเทวดาและมนุษย์
     - ทรงแสดงบุคคลในโลกนี้มี 4 ประเภท แด่ พระเจ้าปเสนทิโกศล
     - นางจิญจมาณวิกา ใส่ความว่ามีท้องกับพระพุทธเจ้า ถูกธรณีสูบลงอเวจีมหานรก นับเป็นการเผชิญการต่อต้านครั้งสำคัญ นับแต่ประกาศพระศาสนา

พรรษาที่ 8 จำพรรษาที่เภสกฬาวัน ใกล้เมืองสุงสุมารคีรี แคว้นภัคคะ

อายุ 42 ปี

- โพธิราชกุมารสร้างโกกนุทปราสาท เสร็จจะฆ่านายช่าง นายช่างรู้ทันสร้างนกยนต์บินหนี
- เกิดทำเนียมห้ามพระสงฆ์เหยียบผ้าขาวในวันฉลองโกกนุทปราสาท
- บิดาของสิงคาลกมานพบวช บรรลุพระอรหันต์

ออกพรรษา

       - ทรงบัญญัติสิกขาบท เรื่อง การผิงไฟของภิกษุ
       - โปรดมาคันทิยาพราหมณ์และภรรยา จนขอบวชทั้ง ๒คน แล้วได้บรรลุพระอรหันต์
       - นางมาคันทิยาผู้เป็นธิดาผูกจิตอาฆาตในพระพุทธเจ้า
       - เศรษฐีชาวกรุงโกสัมพี 3 คน   ตามไปฟังธรรมที่วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี บรรลุเป็นพระโสดาบัน  และได้สร้างวัดโฆสิตาราม วัดปาวาริการาม และวัดกุกกุฏาราม ถวายที่กรุงโกสัมพี

พรรษาที่ 9 จำพรรษาที่โกสัมพี แคว้นวังสะ

อายุ 43 ปี

     - เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ พระนางสามาวดี ซึ่งเป็นพุทธสาวิกา ได้เป็นมเหสีพระเจ้าอุเทน นางมาคันทิยาได้เป็นสนม จ้างคนจัดม๊อบด่าพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์   เวลาบิณฑบาตและตามท้องถนน และ วางแผนเผานางสามาวดี ทั้งปราสาทจนตายทั้งเป็นพร้อมนางสนม จำนวน 500 นาง นางมาคันทิยาถูกลงโทษด้วยการถูกเฉือนเนื้อแล้ว ให้นางกินเนื้อตน ส่วนผู้ร่วมคิดให้ฝังครึ่งตัว กลบด้วยฟางเผาทั้งเป็น แล้วไถตัดด้วยไถ


ออกพรรษา

     - พระสงฆ์ที่วัดโฆสิตาราม กรุงโกสัมพี แตกความสามัคคีลุกลามใหญ่โตไปทั่วพระนคร ขยายออกไปจนถึงโยมอุปัฏฐากของพระแต่ละฝ่าย แม้พระพุทธองค์ตรัสห้ามไม่ฟัง

พรรษาที่ 10 จำพรรษาที่รักขิตวัน (ป่าปาริเลยยกะ) อยู่ระหว่างกรุงโกสัมพีกับกรุงสาวัตถี

อายุ 44 ปี

     - เสด็จปลีกพระองค์จากการแตกสามัคคีของพระสงฆ์วัดโฆสิตราม ไปยังรักขิตวัน ระหว่างทางเสด็จแวะ วัดพทริการาม ทรงแสดง ติปัลลัตถิมิคชาดก และ ติตติรชาดก และทรงแวะเยี่ยมพระภคุเถระ ที่วัดพาลกโลณการคาม ทรงแสดงอานิสงส์แห่งการปลีกวิเวกแก่พระภคุ พญาช้างปาริเลยยกะ และพญาวานรถวายการอุปัฏฐากตลอดพรรษา ณ ป่าปาริเลยยกะ เกิดพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์

ออกพรรษา

     - พระสงฆ์ชาวโกสัมพีถูกชาวบ้านค่ำบาตร ไม่ใส่บาตร ไม่ถวายอาหาร ไม่นิมนต์ จึงสำนึกผิด ขอขมาพระพุทธองค์ ทำให้ความสามัคคีกลับคืนสู่คณะสงฆ์

พรรษาที่ 11 ประทับจำพรรษาที่หมู่บ้านพราหมณ์ ชื่อ “ เอกนาลา ”

 อายุ 45 ปี
     
เสด็จหมู่บ้านพราหมณ์ชื่อ “ เอกนาล า” ใกล้ทักขิณาคิรีวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ประตูด้านทิศใต้ของเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เสด็จไปตามคันนา กลางท้องทุ่ง โปรดพราหมณ์ชาวนา ชื่อว่า “กสิภารทวาชพราหมณ์” ระหว่างเตรียมงานไถ จนได้บรรลุพระอรหันต์

ออกพรรษา ไม่ปรากฏหลักฐาน


พรรษาที่ 12 จำพรรษาที่ควงไม้สะเดา เมืองเวรัญชา

อายุ 46 ปี
 
 - เวรัญชพราหมณ์นิมนต์ให้ประทับที่เมืองเวรัญชา ขณะนั้นเมืองเวรัญชาเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง มารดลใจไม่ให้เวรัญชพราหมณ์ถวายอาหารพระสงฆ์ พวกพ่อค้าเกวียนหุงข้าวแดงให้พระสงฆ์ฉันตลอดพรรษา ตรัสเรื่อง“เหตุแห่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนา” พระสารีบุตรทูลขอให้บัญัติสิกขาบท ยังไม่ทรงอนุญาตให้มีการบัญญัติสิกขาบท

ออกพรรษา
     - เสด็จเมืองเวสาลีโดยไม่แวะพักที่ใด เพราะทรงเห็นว่าพระสงฆ์ล้าจากการฉันข้าวแดง ตลอดพรรษา ขณะผ่านเมืองพาราณสีข้ามแม่น้ำคงคาที่ท่าน้ำปยาคะ เกิดเรื่องเอรกปัตตนาคราช ซึ่งเคยเกิดเป็นพระภิกษุ ไม่แสดงคืนอาบัติในชาติก่อน
     - พระนางปชาบดีเถรี ทูลลานิพพาน ประชุมเพลิง
     - ทรงอนุญาตการอุปสมบท 8 วิธี

พรรษาที่ 13 จำพรรษาที่จาลิยบรรพต เมืองจาลิยา

อายุ 47 ปี
 
 - เรื่อง พระเมฆิยะ ซึ่งขณะนั้นเป็นพุทธอุปัฏฐาก หนีจากพระพุทธเจ้า แม้พระพุทธเจ้าตรัสห้ามก็ไม่เชื่อฟัง

ออกพรรษา
     - แสดงมงคลสูตร 38 ประการ
     - แสดงกรณียเมตตาสูตร
     - เรื่อง พระพาหิยะทารุจิริยะ
     - พระอัญญาโกณฑัญญะทูลลานิพพาน

พรรษาที่ 14 จำพรรษาที่วัดเชตวัน พระนครสาวัตถี

อายุ 48 ปี     
 
- สามเณรราหุลอุปสมบท
- ตรัสภัทเทกรัตตคาถา
- แสดงนิธิกัณฑสูตร

ออกพรรษา
     - บัญญัติวิธีกรานกฐิน
     - อนุญาตสงฆ์ รับการปวารณาปัจจัยเภสัชเป็นนิตย์

พรรษาที่ 15 จำพรรษาที่นิโคธารามกรุงกบิลพัสดุ์

อายุ 49 ปี

     - เจ้าศากายะถวายสัณฐาคาร
     - แสดงสัปปุริสธรรม 7 ประการ
     - เรื่องพระเจ้าสุปปพุทธะขวางทางพระพุทธเจ้าถูกธรณีสูบลงนรกอเวจีออกพรรษา ไม่ปรากฏหลักฐาน

พรรษาที่ 16 จำพรรษาที่อัคคารฬวเจดีย์วิหาร เมืองอาฬวี

อายุ 50 ปี
          - โปรดอาฬวกยักษ์

พรรษาที่ 17 ประทับจำพรรษาที่วัดเวฬุวัน กรุงราชคฤห์
อายุ 51 ปี
    -  โปรดอภัยกุมาร พระทัพพมัลลบุตรทูลลานิพพาน

ออกพรรษา

     - พระวักกลิ ถูกพระพุทธเจ้าตำหนิอย่างแรง จึงหนีจะไปโดดเขาตายที่เหวโจรปปาตะ ( เหวทิ้งโจร )




พรรษาที่ 18 ประทับจำพรรษาที่จาลิกบรรพตเมืองจาลิกา โปรดชาวเมืองจาลิกา

อายุ 52 ปี

ออกพรรษา
   
- เสด็จเมืองอาฬาวี ครั้งที่ 2
- โปรดธิดาช่างหูก ให้บรรลุโสดาปัตติผล
- ช่างหูกผู้เป็นบิดาขอบวชสำเร็จเป็นอรหันต์
- ตรัสอริยทรัพย์ ๗ ประการ

พรรษาที่ 19 จำพรรษาที่จาลิกบรรพต เขตเมืองจาลิกา

อายุ 53 ปี

- โปรดชาวเมืองจาลิกา   

ออกพรรษา

- เรื่องสันตติมหาอำมาตย์บรรลุอรหัตตผลแล้วนิพพาน



พรรษาที่ 20 ประทับจำพรรษาที่วัดเวฬุวัน นครราชคฤห์

อายุ 54 ปี

     -  โปรดมหาโจรองคุลิมาล
     -   พระอานนท์ได้รับหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากประจำ
      -  พระอานนท์ทูลขอพร ๘ ประการ

พรรษาที่ 21 - 45 ประทับจำพรรษาสลับ ไปมาระหว่างวัด พระเชตวัน กับ วัดบุพพาราม กรุงสาวัตถี แคว้นโกศล

อายุ 55 - 79 ปี

ออกพรรษา

เสด็จจาริกไปตามตำบลต่างๆ เพื่อโปรด เวไนยสัตว์ ซึ่งเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญ ดังนี้

    - ในระหว่างพรรษาที่ 21 จำพรรษาที่วัดบุพพาราม เมืองสาวัตถี พระพุทธองค์โปรดให้แสดงปาฏิโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ครั้งแรก เกิดทำเนียมพระสงฆ์สวดปาฏิโมกข์ทุก 15 วัน ถึงปัจจุบัน ประมาณพรรษาที่ 26 พระราหุลนิพพาน

    - ช่วงพรรษาที่ 37 พระเทวทัตคิดปกครองสงฆ์ จึงคิดการณ์ใหญ่วางแผนปลงพระชนม์พระศาสดา วางแผนให้พระเจ้าอชาตศัตรู ทำปิตุฆาตปลงพระ ชนม์พระเจ้าพิมพิสาร

    - พระเทวทัตถูกธรณีสูบ

     -  ช่วงพรรษาที่ 38 ทรงแสดงสามัญญผลสูตร แก่ พระเจ้าอชาตศัตรู   พระเจ้าอชาตศัตรูสำนึกผิด แสดงตนเป็นพุทธมามกะ

     - ที่กรุงสาวัตถี แคว้นโกศล เกิดเหตุสะเทือนใจ อำมาตย์ก่อการขบถ พระเจ้าปเสนทิโกศลหนีไปพึ่งพระเจ้าอชาตศัตรู ผู้เป็นหลาน ที่แคว้นมคธ แต่สิ้นพระชนม์ระหว่างทางก่อนเข้าพระนคร พระเจ้าวิฑูฑภะครองราชสมบัติแคว้นโกศล นึกถึงความแค้นในหนหลัง กรีธาทัพบุกกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ฆ่าล้างวงศ์ศากยราชไม่เว้นแม้เด็ก

      - พระเจ้าวิฑูฑภะสิ้นพระชนม์พร้อมกองทัพเพราะถูกคลื่นซัด ขณะพักกองทัพริมฝั่งแม่น้ำ ในระหว่างเดินทัพกลับจากฆ่าล้างศากยวงศ์

ช่วงพรรษาที่ 43 พระยโสธราเถรีนิพพาน

ออกพรรษา
     
-  พระสารีบุตรทูลลานิพพาน
-  พระสารีบุตรกลับนาลันทคาม บ้านเกิด โปรดมารดาจนบรรลุโสดาปัตติผล พระสารีบุตรนิพพาน ณ ห้องที่ท่านเกิด
-  พระโมคคัลลานะถูกโจรที่เดียรถีย์จ้างมาทำร้าย ทุบจนกระดูกแหลกละเอียด
-  พระโมคคัลลานะนิพพาน
-  นางอัมพปาลีถวายวัดอัมพปาลิการามอาราม นางอัมพปาลีบรรลุธรรม

พรรษาที่ 45 พรรษาสุดท้ายแห่งการดำเนินพุทธกิจ ประทับจำพรรษาที่เวฬุวคาม ใกล้นครเวสาลี แคว้นวัชชี
อายุ 80 ปี

     - โปรดให้พระภิกษุสงฆ์จำพรรษารอบกรุงเวสาลี
     - ตรัสอานุภาพอิทธิบาท 4
     - ทรงปลงอายุสังขาร ตรัสโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ
     - นายจุนทะถวายสุกรมัททวะ ทรงอาพาธอย่างแรงด้วยอาการลงพระโลหิต
     - ตรัสถึงสังเวชนียสถาน 4 แห่ง
     - ตรัสวิธีปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ ตรัสปัจฉิมโอวาท อันเป็นโอวาทครั้งสุดท้ายแก่ภิกษุสงฆ์

เสด็จดับขันธปรินิพพาน รวมการดำเนินพุทธกิจตั้งแต่ตรัสรู้ได้ 45 พรรษา

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

ทิ นัง มิไฮ นัง มิจะนัง ทิกุนัง แปลว่า
ที่นั่ง มีให้นั่ง มึงจะนั่ง ที่กูนั่ง ทิ้งไว้เป็น
ปริศนาธรรม นะตะเอง
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.513 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 06 สิงหาคม 2563 15:03:42