[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
26 พฤศจิกายน 2563 11:31:30 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 2 คน ป.4  (อ่าน 1860 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 3.6.15 Firefox 3.6.15


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 25 มีนาคม 2554 11:17:51 »





2 คน ป.4
โดย บุษรา

เรา ทุกคนย่อมต้องเผชิญปัญหา ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ล้มลุกคลุกคลาน หัวเราะ ร้องไห้ หากแต่การลุกขึ้นมายิ้ม แล้วจับมือกันเดินร่วมทางไปพร้อม ๆ กัน ประคับประคองดูแลกันและกันให้ทุกคนที่เรารัก สามารถใช้ชีวิต ณ จุดที่ตัวเองเป็น ณ.จุดที่ยืนอยู่ได้อย่างมีความสุข
        เฉก เช่นเดียวกับที่คุณพ่ออยากได้ลูกคนแรกเป็นลูกผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจ คนที่ 1 ถึงคนที่ 4 เป็นลูกผู้หญิง พอคนที่ 5 งานนี้มีเฮ... ถึงกับปิดหมู่บ้านกินฟรี ก็ว่าได้ และถึงคราวของคนสุดท้อง ก็เป็นลูกผู้ชายอีกคน สมใจคุณพ่อ และคุณแม่จริง ๆ

       ด้วยฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร พอมีกินมีใช้ แต่ไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร ๆ ผู้เขียนเป็นลูกสาวคนแรกของครอบครัว ต้องรับภาระหนักกว่าน้อง ๆ เริ่มเข้าเรียนก็ต้องไปเรียนหนังสือกับ “ญาติ” ที่อยู่ต่างอำเภอ   พอจบประถม 5 ก็กลับมาอยู่บ้านช่วยทำสวน เพราะว่ายังต้องส่งน้อง ๆ เรียนอีก 5 คน   น้องสาวอีก 3 คน ก็จบแค่ประถม 6 ก็ต้องออกจากโรงเรียนมาทำสวนเหมือนกัน เหตุผลที่คุณพ่อ และคุณแม่ ไม่อยากให้ลูกสาวได้เรียนหนังสือก็เพราะว่าแถวบ้านที่ลูกสาวมีโอกาสได้เรียน ก็ไม่มีใครเรียนจบกันสักคน...คุณพ่อมักจะพูดเสมอ ๆ ว่าให้คนอื่นเค้าเรียนไป เรามาลงมือทำสวน ปลูกทุเรียน , มังคุด , เงาะ , ลองกอง , ฯลฯ น่าจะดีกว่า

       วัน แล้ววันเล่าเวลาช่างผ่านไปด้วยความรวดเร็ว อายุปาเข้าไป 21 ปี แล้วสินะ แต่ลึก ๆ ภายในใจยังอยากจะเรียนหนังสือ ทุกค่ำคืนได้แต่ขอพรพระและสิ่งศักดิ์ให้ช่วยดลจิต ดลใจ ให้คุณพ่อเปลี่ยนใจให้ลูกได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้งด้วยเถอะ
       พฤศจิกายน 2536  ผู้เขียนได้รวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดเข้าไปหาคุณพ่อ “พ่อค่ะลูกอยากไป เรียน กศน.ที่อำเภอหลังสวน ตอนนี้เค้ากำลังเปิดรับสมัครอยู่ค่ะ ผู้เขียนได้พูดในสิ่งที่อยากพูดมากว่า 10ปี ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ.....แต่สิ่งที่ผู้เขียนและน้อง ๆ ต้องตกตะลึงมากกว่าคือ
         “ไปสิ ไปแต่งตัว เดี๋ยวพ่อพาไปสมัครเอง...



Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 3.6.15 Firefox 3.6.15


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 มีนาคม 2554 12:38:22 »




         และแล้ว  “น้องสาว 3 คน ไปต่อ ม.ต้นได้เลยเพราะมีวุฒิ ป.6 อยู่แล้ว  ยกเว้นตัวของผู้เขียน ต้องไปเรียนเพื่อให้ได้วุฒิ ป.6 มาก่อน ถึงจะมาศึกษาต่อ ม.ต้น ที่โรงเรียนวัดประสาทนิกร เช่นเดียวกับน้อง ๆ อาจารย์แนะนำให้เรียนเทียบโอนเพราะจะได้จบเร็ว ๆ ผู้เขียนได้เรียนเทียบโอน พิมพ์ดีด และจบภายในปีครึ่ง และต่อ ม.ปลายอีกปีครึ่งโดยเทียบโอนคอมพิวเตอร์ 

      ระหว่างที่เรียน ม. ปลาย ก็ได้มีโอกาสสอนพิมพ์ดีด และ เริ่มสอนคอมพิวเตอร์ที่โรงพยาบาลบุนนาคคอมพิวเตอร์ไปด้วย ทำงานไปเรียนไป ก็จะส่งเสียตัวเองเรียน ไม่อยากไปเป็นภาระคุณพ่อ และคุณแม่ เพราะท่านยังมีน้อง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ
         อาจ จะเป็นเพราะฟ้ามีตา หรือเป็นเพราะดวงกันแน่ หลังจากจบม.ปลาย ได้ไม่นานก็มีโอกาสได้มาสมัครงานที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ และได้รับคัดเลือกให้เป็น  “เจ้าหน้าที่ลงข้อมูล” ณ.วันที่ 22 กันยายน 2540  ได้มาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ และได้รับบรรจุเป็นลูกจ้างประจำ จวบจนทุกวันนี้ ระหว่างนั้นทำงานไป เรียนไปจนจบอนุปริญญา และปริญญาตรี

         จาก วันนี้ถึงวันนี้ สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนจำได้ขึ้นใจก็ด้วยบุคคล 2 คน ที่เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง ซึ่งผู้เขียนรักมากที่สุด ซึ่งท่านคอยเป็นกำลังใจ  เฝ้าเติมพลังยามลูกอ่อนล้า เป็นแรงผลักดัน  บวกกับคำสอนสั่งในสิ่งที่ดีงาม  ทุกวันนี้ที่ผู้เขียนกลับบ้านท่านก็ยังพูดเหมือนเดิม ลูกต้องเป็นคนดี มีความอดทน และสิ่งสำคัญต้องมีความมุ่งมั่น และความพยายามให้มาก ๆ พ่อกับแม่ไม่มีอะไรจะให้มีแต่จะแก่เฒ่าไปทุกวัน ความรู้ของพ่อกับแม่รวมกัน 2 คน แค่ ป.4. แต่สิ่งที่พ่อกับแม่อยากเห็น คือความสำเร็จในชีวิตของลูก ๆ พ่อกับแม่จะได้ตายตาหลับ.. แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว คำพูดทุก ๆ ประโยค เปรียบเสมือนกับท่านทั้ง  2 จบปริญญามาแล้วด้วยซ้ำไป ทุกถ้อยคำมักจะทิ้งข้อคิดดี ๆ หรือคำปริศนาไว้ให้ไปคิดต่อยอด เหตุและผลต้องมาก่อนเสมอ ๆ กรณีลูกทำผิดก็จะถูกตี แต่ก่อนจะตีก็จะอธิบายถึงที่มาที่ไป ท่านบอกว่าตีเพื่อให้ลูกได้จดจำความเจ็บในครั้งนี้ไว้ คราวหน้าจะได้ไม่ทำผิดอีก วันไหนที่ท่านตีลูก สังเกตว่าคุณพ่อจะไม่ทานข้าวและรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ รุ่งเช้าแม่ก็จะบอกว่าเมื่อคืนคุณพ่อนอนร้องให้ทั้งคืน


“ทุก ครั้งที่เสียงไม้กระทบกับเนื้อลูกเหมือนกับหัวใจพ่อกับแม่
แทบแหลกสลายให้ได้ ไม่มีใครอยากทำร้ายหัวใจของตัวเอง   
พ่อแม่ตีลูก ลูกไม่ตายแน่ ๆ  เพราะตีเพื่อสั่งสอนเท่านั้น
แต่ถ้าให้ชาวบ้านตีลูกอาจจะตายได้..” ถ้าลูก
เป็นคนไม่ดี


 “ลูกต้องเป็นคนรักษาคำพูด พูดแล้วต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้
หรือไม่มั่นใจไม่ต้องพูด ห้ามพูดโกหกโดยเด็ดขาด”

“ การทำความดี ทำยากมาก  ๆ แต่ถ้าทำเป็นประจำมันก็จะเกิด
เป็นความคุ้นชิน สุดท้ายกลายเป็นเรื่องธรรมดา อย่าท้อกับการทำความดี”

“ลูกอยากได้อะไรที่เกินความจำเป็นจะต้องถามหาเหตุและผลเสมอ”
“ทำงานให้เหงื่อออกทางร่างกาย ดีกว่าทำงานแล้วน้ำตาออก

“การที่พ่อแม่รักลูกไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิด แต่อย่ารักกัน 2 คน
ต้องให้ชาวบ้านรักด้วย ลูกถึงจะเจริญก้าวหน้าในชีวิต”

รักพี่ รักน้องให้มาก ๆ  ถ้าเราไม่รักกันแล้ว อย่าหวังให้ชาวบ้านมารักเราเลย

ถ้าลูกเป็นคนไม่ดี เขาจะด่าถึงพ่อ ถึงแม่ว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอน




บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 3.6.15 Firefox 3.6.15


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 25 มีนาคม 2554 14:34:19 »




“ใครอาบน้ำ คนนั้นก็ตัวเปียก”  นั่นหมายถึง การที่จะเป็นลูกที่ดีได้ ก็ต้องรู้จักบุญคุณคน โดยเฉพาะยามที่พ่อ แม่แก่เฒ่า..... “
“ลำบากตั้งแต่วันนี้ที่ยังมีแรงทำอยู่ดีกว่าไปลำบากตอนที่หมดแรงแล้ววันนี้เหนื่อย บั้นปลายของชีวิตจะได้สบาย ได้พักผ่อน…”

“ห้ามไปกู้หนี้ยืมสิน เป็นอันขาด ต้องประหยัด อย่าไปทำอะไรตามช้าง มีก็กิน ไม่มีก็ไม่ต้องกิน” 
“เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปัญหายังคงรอให้เราแก้ไขอยู่เสมอ อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับได้ไหม"

“เวลา ที่เดินผ่านบ้านของเพื่อนบ้านจะได้ยินเด็กเพิ่งคลอดร้องผู้เขียนจะบอกกับแม่ ว่าทำไมถึงต้องปล่อยให้ลูกร้อง แม่บอกว่า การที่เด็กร้อง อาจหิว ,ฉี่ หรือโดนมดแมลงกัด ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าเดินผ่านบ้านไหน แล้วผู้ใหญ่ร้องอย่างนี้เรา ต้องเข้าไปดูแล้ว เพราะต้องผิดธรรมชาติแน่ ๆ”

“สอน ให้ลูกรู้จักกับความลำบากตั้งแต่ยังเล็กเพราะต่อไปในอนาคตไม่มีใครทราบได้ ว่าลูกจะเจอกับความลำบาก อีกครั้งหรือไม่ ถ้าลูกเจอก็จะอยู่ได้ เพราะชีวิตเคยผ่านเวลานั้นมาแล้ว แต่ถ้าลูกโชคดีเจอกับความสุขสบาย ความลำบากให้อยู่ในความทรงจำ ก็ไม่เสียหายอะไร”
“เวลานอนยังอีกยาวนาน (นอนอย่างนิจนิรันดร์) แต่เวลาทำงานเหลือสั้นลงทุกที จะไม่รอเวลาเพราะพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะได้ตื่นหรือเปล่า”

“พ่อ กับแม่ไม่ได้อยู่กับลูกไปตลอด สิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้ลูก  เปรียบเสมือน สานตะกร้าใบหนึ่ง พ่อ และแม่จะตั้งฐานของตะกร้าไว้ให้แล้ว ที่เหลือลูกสานต่อเอาเอง พ่อและแม่จะนั่งมองดูห่าง ๆ ผิดถูกจะคอยชี้แนะให้ ตะกร้าใบนี้จะสำเร็จสมบูรณ์แค่ไหน อยู่ที่ความตั้งใจของลูก….."

                และนี่เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ที่คุณพ่อทิ้งปริศนาไว้”   ฯลฯ 

ทั้งหมดคือคำพูดคำสอน ของบุคคล 2 คน รวมกันแล้วซึ่งจบแค่ ป.4 เท่านั้น วันนี้ ตัวของผู้เขียนเองร่ำเรียนมาก็ไม่ใช่น้อย แค่มาต่อยอดคำสั่งสอนเรื่องการคิดดี พูดดี ทำดี สิ่งดี ๆ ถูกสร้างสมมานานแสนนานแล้ว ถ้าวันนี้เราเลิกทำดีก็ขาดทุนแย่สิ….เน้นย้ำกับใจตัวเอง เชื่อมั่นว่าถนนคนดีสายนี้ จะไม่ได้เดินอย่างเดียวดายอย่างแน่นอน  เส้นทางที่เดินผ่านมา... กับเส้นทางที่จะเดินต่อไปข้างหน้า คงเหลือไม่เท่าเดิม..วันนี้สติสัมปชัญญะยังครบถ้วนสมบูรณ์ต้องทำอะไรสัก อย่าง.....พร้อมกับความเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าความสำเร็จ อยู่ไม่ไกลสำหรับคนที่ตั้งใจจริง ซึ่งความเป็นจริงต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องเท่านั้นขอเป็นกำลังใจให้ ตัวเอง ก้าวให้พ้นผ่านสิ่งไม่ดีไปให้ได้นะ

บททดสอบชีวิตเป็นการลองใจเรา แต่ถ้าเราก้าวผ่านพ้นไปได้ นั่นหมายถึงเส้นชัยที่รอเราอยู่ฉันใดก็ฉันนั้น  ผู้เขียนพึงระลึกอยู่เสมอว่า วันไหนที่คุณพ่อยิ้มได้ หรือทำให้คุณแม่หัวเราะ นั่นคือการต่อชีวิตให้ท่าน ท่านจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน อยู่ที่ตัวของผู้เขียนเองแล้ว...เหตุผลแค่นี้ที่ทำให้ผู้เขียนต้องกลับบ้าน ทุกวันหยุดราชการ และวันนักขัตฤกษ์  5 วันทำงานที่โรงพยาบาลและอีก 2 วัน ทำงานเพื่อคนที่ให้เราเป็นคนแรก เวลาที่เหลือ... เพื่อตัวเอง

วันนี้ผู้เขียนอยู่ท่ามกลางคนที่รักเราและเราก็รักเขาเป็นความสุขที่มีค่า ยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองมากมายนัก ความสุขนั้นหมุนอยู่รอบตัวเราสามารถสัมผัสได้ตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบฉวย หรือผลักใสความสุขนั้นให้ผ่านเลยไปหรือไม่ ถ้าอยากได้ความรักเราต้องให้ความรักแก่ผู้อื่นก่อนและถ้าอยากได้ความสุขเรา ต้องให้ความสุขแก่ผู้อื่นก่อนเช่นกัน
   



คุณ พ่อมักชอบพูดกับผู้เขียนอยู่เสมอว่า
วันนี้พ่อและแม่ได้รับปริญญาแล้ว ด้วยการที่ลูกของพ่อทุกคนเป็นคนดี ทำในสิ่งที่เป็น
ความดี ความงาม ความจริงให้พ่อและแม่ภูมิใจ...


   

Credit by : http://gotoknow.org/blog/butsara/377407
Pics by : Google
อกาลิโกโฮม * ใต้ร่มธรรมดอทเน็ต
อนุโมทนาสาธุที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ

บันทึกการเข้า
時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 4.0 Firefox 4.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 25 มีนาคม 2554 16:56:56 »


<a href="http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/09.%20Track%209.wma" target="_blank">http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/09.%20Track%209.wma</a>

เราทุกคนย่อมต้องเผชิญปัญหา ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ล้มลุกคลุกคลาน หัวเราะ ร้องไห้ หากแต่การลุกขึ้นมายิ้ม แล้วจับมือกันเดินร่วมทางไปพร้อม ๆ กัน ประคับประคองดูแลกันและกันให้ทุกคนที่เรารัก สามารถใช้ชีวิต ณ จุดที่ตัวเองเป็น ณ.จุดที่ยืนอยู่ได้อย่างมีควาสุข


..............เพื่อนร่วมทาง...........



ชีวิตหนอชีวิต......พรหมลิขิตขีดเส้นไว้........ให้รับกรรมหนอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มีนาคม 2554 17:03:10 โดย 時々sometime » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

คำค้น: สอนใจตน เตือนสติ คุณค่าของคน ปริญญาของพ่อ รากฐานของชีวิต  
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.337 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 13 กันยายน 2563 10:43:42