[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
20 พฤษภาคม 2567 03:05:30 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: the spirit  (อ่าน 1635 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sometime
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 14 เมษายน 2553 10:28:21 »

http://img256.imageshack.us/img256/773/p2400341.jpg
the spirit

<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae9"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva9"><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/20.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/20.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.fungdham.com/download/song/allhits/20.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc9"></td></tr></table>



............................................เรื่องของจิต.........................................



จิตแบ่งออกเป็น 2 จิต หมายเหตุ.................ตรงนี้พูดถึงจิตมนุษย์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้นะครับหากว่าจิตพระอรหันต์นั้นมี 1 เดียวไม่มี 2 ก็คือจิตหลุดพ้นนั่นเอง
1 จิตแท้ตั้งแต่ดั้งเดิมเกิดกายคือ จิตภายใน มีความใสสะอาดหมดจดมาแต่เดิมแล้ว แต่ถูกครอบงำด้วยจิตเทียม อันประกอบด้วยกิเลศทั้งมวลซึ่งมีอยู่ในร่างกายนี้
จิตนี้ประกอบด้วย จิต(สมาธิ)สติ(ความคิดเริ่ม)ปัญญา(อารมณ์ของความคิด)(จิตนี้เรียกว่าจิตละเอียด) หรือจิตพระอรหันต์
2 จิตเทียมจิตภายนอกที่ปกคลุม จิตแท้อีกทีหนึง คือจิตที่ ร่างกาย หรือสมองนี้ สร้างขึ้นมา เพื่อครอบงำจิตแท้ ที่อยู่ภายใน ไม่ให้ประท้วงออกมา
ประกอบด้วยจิต(สมาธิ)สติ(ความคิดเริ่ม) ปัญญา(อารมณ์ของความคิด)(จิตนี้เรียกว่าจิตหยาบ)หรือจิตมนุษย์ซึ่งส่วนนี้จะฝังตัวอยู่ในมันสมองของเรา
และพัฒนามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เกิด
ดังนั้นเวลาเราเข้าสมาธิ จงสังเกตุว่าตอนนี้ ขณะที่เราเข้าสมาธินั้น เราอยู่ในอารมณ์ ของจิตไหนละเอียดหรือหยาบเราสามารถรู้ได้ทันทีว่าอารมณ์นั้น
อยู่ในจิตไหนแท้หรือเทียม..............................................................
โดย.............ใช้วิธีของผมนะครับการจะเข้าสมาธิขึ้นสู่ฌาณและตามด้วยญาณ ไม่ยากเลยไม่ถึง10วินาทีสงบเลยถ้าเราสามารถแยกหรือดูจิตตรงนี้ออกว่าอยู่ในอารมณ์ไหนผมลองมาแล้วได้ผล
เข้าสมาธิ เกิดปัญญา มีความคิดดีดีได้เร็วมากครับจะให้นิ่งสงบก็นิ่งสงบจะใช้ปัญญาก็ไหลลื่นไม่ตกลงทางต่ำ
หากหลงไปทางต่ำก็ลืมตากำหนดใหม่อย่างเดิมอีกครั้งก็เข้าที่แป๊บเดียว
วิธีการก็คือ.....................................................................
เราหาที่นั่งให้พอเหมาะพอดีนั่งตัวตรงช่วงขณะที่เราเอา มือมาประสานกันนั้นให้หายใจเข้าจนเต็มปอดพร้อมกับรวบรวมกำลังจิตแห่ง สมาธิ
(ด้วยความตั้งมั่นและตั้งใจอย่างที่สุด)
มาไว้ที่บนฝ่ามือดันพลัง จิตบนฝ่ามือให้ความรู้สึกว่าได้ดันจิตแห่งสมาธิขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงตรงกลางกระหม่อม(กลางศรีษะ)เหมือนเราชักธงสู่ยอดเสายังไงยังงั้นเลยแล้วให้จิต นั้นนิ่งอยู่ตรงกลางกระหม่อมสักครู่
ตอนนี้ก็หายใจเรื่อยๆปกติอย่าเร่งนะ ครับให้รู้สึกว่าจิตแห่งสมาธิเรานั้นอยู่ตรงกลางกระหม่อมคลายความเครียดทั้งมวลปล่อยให้จิตสงบ
และปล่อยวางทุกสิ่งไปไม่ยึดไม่คิดถึงใครทั้งนั้น
ถึงตรงนี้ท่านใดจะนิ่งนานแค่ไหนแล้วแต่ละคนถึงตรงนี้ความคิดทั้งมวลหยุดหมดคล้ายๆตัวสติยืนจ้องมองจิตอยู่เฉย ๆ ส่วนจะปล่อยนานหรือเร็ว
ตอนนี้ก็อยู่ที่ตัวบุคคลตรงนี้จะได้สุขจากสมาธิและ ตัวสติหล่ะครับ ผมเปรียบเทียบตัวสติของจิตก็คือ
คือคิดหัวข้อของความคิดว่าจะคิดเรื่องอะไร พอสติได้หัวข้อของความคิดแล้วพอเริ่มคิดก็จะเกิดปัญญาปัญญาที่นี้หมายถึงอารมณ์ของปัญญาก็ได้
แต่อารมณ์ที่เกิดจากปัญญานี้ออกมาจาก
จิตเดิมแท้ของเราที่ได้ตั้งมั่นเอาไว้แล้ว(สมาธิ)เรื่องต่างๆที่สติเริ่มคิดก็จะกลายเป็นปัญญาหรืออารมณ์ของจิตแท้ก็จะคิดประมวลอารมณ์ต่าง ๆ ไปในทางที่ดีทางปิติไม่ลงในทางต่ำไม่ฟุ้งซ่าน
ถึงตรงนี้เราจะได้ครบสติ(ความคิดเริ่มต้นที่ดี)สมาธิ(จิตที่ตั้งมั่นดีแล้ว) ปัญญา(อารมณ์ของปัญญาที่ดี) เราก็ตั้งมั่นไว้ปล่อยให้สติ(ความคิด)
กับปัญญา(อารมณ์)ทำงานไปในทางที่ดี ตลอดเวลา ปิติ ปิติ ตอนนี้จงรู้เถิดว่าเราอยู่ในจิตแท้แล้ว
แทบจะไม่มีร่างกายนี้เลย นอกจากตอนเราใช้ปัญญาคืออารมณ์พิจารณาสังขารเท่านั้นจึงจะเห็นว่ามันปวดนะมันชานะมันทรมานนะมันร้อนนะคือ
สติจะมารับรู้แต่สมาธิเราก็ต้องมั่นคงอยู่อย่างนั้นไว้ ถึงจะเจ็บปวดก็ตามทีเดี๋ยวพอเรากลับไปหาสมาธิ
มันก็หายไม่รู้สึกสับเปลี่ยนไปมาอย่างนี้กับตัว สติ ที่ดี
บางครั้งเราก็ปล่อยวาง ให้เหลือแต่สมาธิตรงกลางกระหม่อมอย่างเดียวแช่อิ่มไว้ตรงนี้เป็นสุขครับแต่อย่าไปยึดติดมากครับซักพักเราก็มาใช้ สติปัญญาอีก พิจารณาสังขาร หรืออะไรก็ได้ไปทางที่ดีมีประโยชน์
ตรงนี้แปลกมากปัญญา ตัวนี้มันไปของมันเอง เราไม่ได้บังคับให้คิดแต่มันไปของมันเองครับ ถึงตอนนี้ร่างกายแทบไม่รู้ว่ายังมีร่างกายนี้เลยครับเหมือนมันหายไปเลยไม่เจ็บไม่ปวดแต่พอคลายสมาธิขาชาเลยลุกไม่ขึ้น
ตรงกันข้ามหากเราทำตามขั้นตอนแล้ว สติกับจิตของเรา ฟุ้งซ่าน คิดไปในทางที่เลวทางต่ำคิดถึงคนนั้นคนนี้ ไม่นิ่ง ปวดเนื้อปวดตัว ตัวจะหนัก ๆ
ตรงนี้เราจะรู้ได้ว่า สมาธิเราไม่ตั้งมั่นไม่ได้อยู่ตรงกลางกระหม่อมแล้ว มันกระจัดกระจายไปทั่วตอนนี้เราจงรู้เถิดว่าเรากำลังเข้าไปใช้ สติหรือความคิดเริ่มต้นของจิตมนุษย์ที่หยาบที่อยู่ในสมองในร่างกาย
เมื่อเราเข้าไปใช้สติหยาบที่อยู่ในสมองแล้วสติหยาบย่อมสั่งงานไปที่จิตหยาบจิตหยาบนั้นฝังเต็มไปด้วยกิเลศแม้จิตแท้จะเข้าไปช่วยดึงเท่าไรก็ไม่อาจฝืนสู้จิตหยาบได้เราจะคิดแต่สิ่งที่ ไม่ดีไปตลอด
โดยมีความคิดดีๆเข้ามาต่อสู้ขัดแย้งบ้างแต่ก็พ่ายแพ้ไปเพราะ สมาธิเราตกไม่อาจเข้าถึงจิตแท้ได้ ถึงตอนนี้เราจงตั้งหลักใหม่(เริ่มชาร์ตไฟใหม่)เราจงหายใจยาวเข้าไปในปอดจน เต็มที่พร้อมกันกับดันสมาธิอันแรงกล้าจากฝ่ามือเรา
ดันขึ้นไปเรื่อย ๆจน ถึงกลางกระหม่อมแล้วให้สมาธิรวมเป็นหนึ่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกว่าอยู่ตรงนั้นปล่อยวางทุกอย่างสบาย ๆ ไม่คิดไม่ฝันไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น มีแต่ความตั้งมั่น ที่จะเอาชนะกิเลศอย่างเดียวเท่านั้น
ตรงนี้เราจะ ตั้งมั่นอยู่กับสมาธิอย่างเดียวนานแค่ไหนแล้วแต่ละบุคคลที่จะกระทำตรงนี้จะ ได้สุขจากสมาธิ จะนานช้าอยู่ที่บุคคลสักครู่ก็ปล่อยให้สติ ตัวดี ที่เกิดจากจิตสมาธิตั้งมั่นทำงานสติตัวดีก็จะคิดเป็นปัญญา
คือเกิดอารมณ์ที่ดีแห่งปัญญาพิจารณาสังขารสิ่งต่าง ๆ ไปในทางที่ดีตลอดเวลาไม่ตกมาที่จิตหยาบแห่งเนื้อสมองที่มีแต่กิเลศตรงนี้ถ้าเราดำรงรักษาจิตนี้ได้ตลอดไม่เผลอเท่ากับเราได้เข้าถึงจิตแท้แล้ว
เมื่อไหร่ที่เราออกจากสมาธิเราจะรู้สึกโล่งสบายมีความปิติเพื่อน ๆ ครับสมาธิถ้าเราทำอย่างนี้เราจะเข้าสมาธิได้รวดเร็วมากครับนับ
1 2 3บางทีนิ่งสงบเลยลองดูนะครับจริง ๆ ความคิดผมมันละเอียดกว่านี้แต่ไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบายได้ดีกว่านี้เพราะเรื่องนี้บางทีรู้แต่ไม่รู้จะบอกยังไงดีได้แค่นี้นะครับ



...................................................สรุป.............................................



สมาธิ(จิตตั้งมั่นมีกำลัง)เปรียบเสมือนพลังงานเชื้อเพลิงน้ำมัน  เหมือนพลังงานที่อยู่ในแบตเตอรี่ มีมากเท่าใดสมาธิก็แน่นเท่านั้น
ต้องเก็บให้รวมอยู่อย่างนั้นการจะมีสติที่ดีเยี่ยม ก็ต้องมาจากสมาธิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลัง
เหมือนถ่านไฟฉายหากพลังงานอ่อน(สมาธิ) ไฟ(สติ)ก็ไม่สว่างไฟไม่สว่างก็มองไม่เห็นทาง(ปัญญา)ก็คือไม่เห็นทางแห่งปัญญาไม่มีปัญญาหรือ ปัญญาน้อยไปแล้วจะเห็นอารมณ์แห่งนิพพานที่ต่อเนื่องมาจากปัญญาได้อย่างไร
สติ(ความคิดเริ่มต้นที่ดี)เปรียบเสมือนเรดาร์รอบ ๆ สมาธิคอยดูแลพลังงานรอบ ๆ
สมาธิ คอยปกปักรักษาสมาธิคอยชี้นำทางบางครั้งก็ดึงความรู้ของสมาธิก็คือจิตมาใช้ประโยชน์ สติเริ่มต้นคิดในทางดี
อะไร ๆ ที่ตามมาก็ไปในทางดีก็จะเกิดปัญญาดีอารมณ์ดีส่งผลให้การเจาะเอาปัญญาจากจิตแท้ก็ง่ายขึ้นหรือได้เลยในทันทีเป็นปัญญาละเอียดของจิตเดิมแท้ส่งผลให้จิตแท้มีกำลังมหัศจรรย์เหนือการควบคุมของจิตเทียมที่อยู่ในมันสมองและร่างกาย
ปัญญา(อารมณ์ของความคิด(สติ)ปัญญาตรงนี้ก็ได้จากจิตเดิมแท้จากสมาธิที่เราตั้งมั่นจนกลายเป็นกำลังที่จะสามารถเจาะเข้าถึงจิตแท้อันละเอียดจนเกิดปัญญาอันบริสุทธิ์นั่นเอง



......................................ขอให้ทุกท่านถึงฝั่งแห่งนิพพานเถิด สาธุ ๆ ๆ....................................

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 เมษายน 2553 10:49:45 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
Back To Spirit : จิตวิญญาณใหม่ในโลกใบเดิม
กระบวนการ NEW AGE
มดเอ๊ก 9 6510 กระทู้ล่าสุด 15 มีนาคม 2553 12:04:11
โดย เงาฝัน
Spirit of Asia - ความสุขมวลรวมภูฐาน
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 1600 กระทู้ล่าสุด 27 กุมภาพันธ์ 2555 15:20:04
โดย มดเอ๊ก
Spirit of Asia - ธรรมศาลาของผู้แสวงบุญ
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 1427 กระทู้ล่าสุด 27 กุมภาพันธ์ 2555 15:24:11
โดย มดเอ๊ก
Earth Spirit มองโลก มองสรรพสิ่ง มองจิตวิญญาณ ผ่าน บทเพลงแห่ง อินเดียแดง
กระบวนการ NEW AGE
มดเอ๊ก 0 1754 กระทู้ล่าสุด 13 มกราคม 2558 15:51:51
โดย มดเอ๊ก
Spirit of Asia : นารุง สำนักสงฆ์บนหลังคาโลก (24 เม.ย. 59)
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 930 กระทู้ล่าสุด 18 พฤษภาคม 2559 21:28:31
โดย มดเอ๊ก
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.345 วินาที กับ 30 คำสั่ง

Google visited last this page 19 ตุลาคม 2566 04:36:53