[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
13 ธันวาคม 2562 01:48:44 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หมอบราบคาบแก้ว  (อ่าน 734 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 1403


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 มกราคม 2561 16:31:21 »



หมอบราบคาบแก้ว

มีสำนวนไทยสมัยเก่าที่คนเดี๋ยวนี้อาจไม่ค่อยได้ยินกันแล้วคือ “หมอบราบคาบแก้ว” มีความหมายว่ายอมตามโดยดี ไม่มีขัดขืน สำนวนนี้ว่ากันว่ามีที่มาจากสิงโตหินอย่างที่เห็นตามหน้าวัดหรือเชิงบันไดโบสถ์วิหาร ซึ่งมักอยู่ในท่าทางหมอบ และมีก้อนหินกลมๆ ที่สมมติเป็น “ลูกแก้ว” ของโปรดของสิงโต คาบอยู่ในปาก กลิ้งไปกลิ้งมา บางทีเลยเรียกกันว่า “สิงโตคาบแก้ว”

สิงโตหินพวกนี้ สมัยต้นรัตนโกสินทร์นิยมสั่งเข้ามาจากเมืองจีนเอามาประดับวัด จึงเป็นสิงโตที่สร้างขึ้นตามจินตนาการของคนจีน ซึ่งย่อมต่างไปจาก “สิงห์” แบบไทย และไม่ใกล้เคียงเลยกับตัว Lion อย่างที่เราเห็นในสารคดีชีวิตสัตว์โลก

ดูเผินๆ สิงโตหินที่ตั้งประดับสองข้างทางเข้าวัดก็มีลักษณะเหมือนๆ กัน แต่หากใช้ความพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียดขึ้นสักนิด จะพบว่ามีตัวหนึ่งเป็นตัวผู้ และอีกข้างหนึ่งเป็นตัวเมีย

เปล่านะ! ไม่ใช่จะให้ไปสังเกต “ตรงนั้น” หรอก แต่สิงโตตัวผู้มักใช้อุ้งเท้าเหยียบ “ลูกแก้ว” อีกลูกหนึ่งอยู่ ส่วนตัวเมียที่วางไว้คู่กันก็มักมีลูกสิงโตตัวน้อยเกาะแข้งเกาะขานัวเนีย บางตำราว่าตัวผู้ต้องอยู่ทางขวา ตัวเมียจะอยู่ทางซ้าย แต่เท่าที่เคยเห็นมาก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป ที่แน่ๆ คือไม่ว่าจะตัวเล็กตัวโต สิงโตหินจะต้องตั้งเป็นคู่ มีตัวผู้กับตัวเมียเสมอ

เว้นที่เดียว คือริมแม่น้ำเจ้าพระยาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ท่าน “กาญจนาคพันธุ์” (ขุนวิจิตรมาตรา สง่า กาญจนาคพันธุ์ 2440–2523) นักเขียน นักแต่งเพลง และนักสร้างภาพยนตร์คนสำคัญของไทยในอดีต เขียนเล่าเรื่องสิงโตตัวนี้ไว้ใน “เมืองธนบุรีศรีมหาอุทยาน” จากหนังสือ คอคิดขอเขียน ชุดที่ 3 ว่ามีผู้ใหญ่ท่านเล่าให้ฟังว่า ญาติคนหนึ่ง (ของผู้เล่า) ต้องคดีฆ่าคนตาย ถูกนำตัวลงเรือมาทางคลองบางกอกน้อยจะข้ามมาทางฝั่งกรุงเทพฯ ตัวเขาเองถูกตีตรวน คือมีโซ่ล่ามข้อเท้าสองข้างเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ให้หนีได้ง่ายๆ แต่พอเรือมาถึงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ต้องหาคนนี้กลับตัดสินใจโดดน้ำหนี เพราะเขาเป็นนักประดาน้ำอยู่แล้ว คิดว่าคงพอเอาตัวรอดได้

น้ำหนักตรวนที่ขาถ่วงตัวเขาให้ลงถึงพื้นก้นแม่น้ำ แต่เพื่อไม่ให้ตัวลอยขึ้นมา ก็ต้องหาอะไรมายึดเกาะไว้ มองซ้ายมองขวา ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะแลเห็นตัวอะไรตะคุ่มๆ ในน้ำ ขนยาวปุกปุย ตาสองข้างลุกแดงเป็นแสงไฟ แต่เมื่อเห็นว่าตัวประหลาดนั้นไม่ขยับเขยื้อน เขาเลยตัดสินใจโผเข้าไปคว้าขนยาวๆ นั้นไว้ ปรากฏว่าเป็นตะไคร่น้ำ และพอเข้าใกล้ก็มองเห็นชัดขึ้นว่านั่นคือสิงโตหินตัวใหญ่

พอหมดลมที่จะกลั้นหายใจได้ ในที่สุดเขาก็ต้องโผล่ขึ้นเหนือน้ำ พอดีพบเรือข้าวที่ขึ้นล่องอยู่จึงขออาศัยเขาเกาะข้างเรือไปจนถึงแถวสามเสน ลอบขึ้นฝั่งไปขอความช่วยเหลือจากญาติ แล้วก็ทำตัวหายสาบสูญไปนับแต่นั้นมา ท่านกาญจนาคพันธุ์เล่าด้วยว่าผู้ใหญ่เคยบอกมาว่าที่ก้นแม่น้ำมีสิงโตหินอยู่สองตัว แต่ “ได้ยินว่าเอาตัวเล็กขึ้นมาตัวหนึ่งแล้ว  ดูเหมือนตั้งอยู่ริมน้ำหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง  เวลานี้จะอยู่หรือไม่ ไม่ทราบ ใต้น้ำยังมีตัวใหญ่อยู่อีกตัวหนึ่ง”

จนถึงเดี๋ยวนี้ “ตัวเล็ก” ที่ท่านกล่าวถึงยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำหลังโรงอาหารของมหาวิทยาลัย มีคนนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ รู้จักกันในนาม “เจ้าแม่สิงโตทอง” แต่เมื่อลองไปพิจารณาดูแล้ว สงสัยว่าอาจเป็นสิงโตตั้งหน้าทางขึ้นอาคารใน “วังหน้า” แต่เดิมก็เป็นได้ รวมถึงไม่อาจปักใจลงไปได้ว่าจะเป็นสิงโตตัวผู้หรือตัวเมีย เพราะส่วนขาของเดิมชำรุดหักพังไปหมด ที่เห็นในปัจจุบันเป็นขาปูนปั้นใหม่ ประกับไว้ด้วยเหล็กให้มั่นคงแข็งแรง จึงไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีสิงโตตัวลูกสลักไว้ด้วยกันหรือเปล่า

“ของแก้บน” ของศาลนี้คือสิงโตคู่ตัวเล็กๆ มากมาย อาจเพราะเห็นว่า “เธอ” อยู่คนเดียว กลัวจะเหงา นอกจากนั้นยังมี “ลูกแก้ว” ทั้งแบบประดับกระจกเป็นลูกแก้วดิสโก้ และแบบลูกแก้วเด็กเล่น มาแขวนมาวางไว้ให้เจ้าแม่ได้เล่นเพลินๆ สมกับที่เป็น “สิงโตคาบแก้ว” ด้วย


Share from-sarakadee.com

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.175 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 31 สิงหาคม 2562 11:22:59