[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
22 พฤษภาคม 2567 11:14:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ทำใจให้สงบ” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี  (อ่าน 900 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Maintenence
ผู้ดูแลระบบ
นักโพสท์ระดับ 10
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 1026


[• บำรุงรักษา •]

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Chrome 76.0.3809.132 Chrome 76.0.3809.132


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 07 กันยายน 2562 12:56:44 »





“ทำใจให้สงบ”

หยุดคิดซะ หยุดคิดถึงสิ่งที่เราอยากได้ อยากได้เงินก็หยุดคิดถึงเงิน หยุดคิดถึงอะไร ใจเราก็กลับมาสงบ สงบแล้วเราก็มีความสุข มีความสุขที่ดีกว่าความสุขที่เราได้จากสิ่งที่เราอยากได้ เพราะว่านอกจากที่ดีกว่าแล้ว มันจะไม่ให้ความทุกข์กับเราเหมือนกับสิ่งที่เราอยากได้มา สิ่งต่างๆ ที่เราอยากได้มา เวลาได้มาใหม่ๆ มันจะให้ความสุขกับเรา แต่ต่อไปมันจะให้ความทุกข์กับเราไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีวันพลัดพรากจากกัน ต้องมีวันเปลี่ยนแปลง พอสิ่งที่เราได้มาเปลี่ยนไปมันก็ทำให้เราเสียใจได้ เช่นคนที่เรารัก เวลารักกันใหม่ๆ ก็รักกันดี พออยู่ไปอยู่มา อ้าว เขาไม่รักเราเสียแล้ว ความสุขที่ได้จากเขาก็จะกลายเป็นความทุกข์ขึ้นมาทันที นี่คือวิธีของปัญญา ต้องมองเห็นไตรลักษณ์นั่นเอง ต้องมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ใจอยากได้ว่ามันเป็นไตรลักษณ์ ว่ามันเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะว่ามันไม่เที่ยงแท้แน่นอน ทุกข์เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะบังคับหรือรักษาให้มันให้ความสุขกับเราได้เสมอไป ต้องมีวันที่มันจะต้องหมดความสามารถในการที่จะให้ความสุขกับเรา พอมันไม่สามารถให้ความสุขกับเรา มันก็จะทำให้เราทุกข์ทำให้เราเสียใจ ทำให้เราต้องร้องห่มร้องไห้กัน


อันนี้คือปัญญา ต้องฝึกคิดในทางปัญญา ให้เห็นไตรลักษณ์ในสิ่งต่างๆ ที่เราอยากได้ ให้เราเห็นไตรลักษณ์ในลาภยศสรรเสริญ ในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ว่ามันเป็นทุกข์มันจะต้องมีทุกข์ตามมา มันเป็นสุขก็เฉพาะช่วงแรกๆ ที่ได้มา แล้วเดี๋ยวมันก็จะกลายเป็นความทุกข์ ให้พิจารณาให้เห็นเหมือนกับเหยื่อที่ติดอยู่ปลายเบ็ด เหยื่อที่ติดอยู่ปลายเบ็ดนี้มันจะบังตะขอเบ็ดไว้ ปลามันมองไม่เห็นตะขอเบ็ดมันเห็นแต่เหยื่อ มันก็จะฮุบเหยื่อ พอฮุบเหยื่อแล้วพอเขากระตุกเบ็ด มันก็ไปเกี่ยวปากปลา ปลาก็ถูกจับขึ้นไปทอดไปแกง ไปตายในหม้อ เพราะปลามันไม่ฉลาด ปลาไปเห็นเหยื่อแต่ไม่คิดว่ามันมีตะขอเบ็ดเกี่ยวอยู่ติดอยู่กับเหยื่อ พอไปฮุบเหยื่อก็จะถูกตะขอเบ็ดเกี่ยวปากไป ถูกเขาจับขึ้นไปฆ่าไปแกง ฉันใดสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ก็เป็นเหมือนเหยื่อที่ติดที่ปลายเบ็ดนี้เอง พอไปฮุบมันเข้าแล้วเดี๋ยวมันจะต้องร้องจ๊ากขึ้นมาทันที จะต้องเสียอกเสียใจจะต้องโวยวาย จะต้องน้ำตาตกในกัน แต่เวลาได้มาใหม่ๆ นี้ เวลาที่เบ็ดมันยังไม่ได้เกี่ยวปากนี้ ดีอกดีใจกันเลี้ยงฉลองกัน ๗ วัน ๗ คืน แต่พอถูกตะขอเบ็ดเกี่ยวปากเข้าเท่านั้นถึงจะรู้ว่า “โอย โดนเบ็ดเกี่ยวแล้ว” แต่ถึงตอนนั้นมันก็สายไปเสียแล้ว ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้

ดังนั้น เราต้องพยายามฝึกคิดทางปัญญาอยู่เรื่อยๆ เวลาอยากได้อะไรอย่าไปคิดว่ามันเป็น “นิจจัง สุขัง อัตตา” ให้คิดว่ามันเป็น “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ถ้าเราปล่อยให้ไปคิดตามความรู้สึกเราจะคิดว่ามันเป็นสุข เห็นสิ่งนั้นก็อยากได้ เห็นแล้วพอได้มาแล้วจะมีความสุข แต่ไม่ได้มองเห็นว่ามันเป็นความสุขเดี๋ยวเดียว ความสุขที่มันไม่ถาวร เป็นความสุขแบบควันไฟ พอความสุขหายไปมันก็ทำให้เราต้องไปหามาเติมมาเพิ่มกันใหม่ เราจึงไปหาซื้อข้าวซื้อของมาอยู่เรื่อยๆ ซื้อมามากน้อยเท่าไรมันก็ไม่ได้ทำให้ความสุขอยู่กับเราไปตลอด ไม่เหมือนกับความสุขที่เราได้จากการทำใจให้สงบ ถ้าเราทำใจให้สงบแล้วเราใช้ปัญญาคอยกำจัดตัวที่จะมาคอยทำลายความสงบ พอตัวที่มาคอยทำลายความสงบมันถูกทำลายหมดไปแล้ว ใจของเราก็จะสงบไปตลอด จะสุขไปตลอด จะไม่รู้สึกหิวไม่รู้สึกอยากได้อะไร จะไม่มีกามตัณหาความอยากได้รูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มาเสพ จะไม่มีความอยากเป็นนั่นเป็นนี่ ไม่อยากเป็น ส.ส. ไม่อยากเป็นนายกไม่อยากจะเป็นอะไร ความอยากไม่แก่อยากไม่เจ็บก็ไม่มี เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ความแก่ความเจ็บความตายนี้มันเป็นธรรมชาติของร่างกายที่ไม่มีใครที่จะไปห้ามไปเปลี่ยนแปลงมันได้ ไปอยากไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายก็จะไปทำให้ใจทุกข์ไปเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร


ที่มา :- เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

[• สุขใจ บำรุงรักษาระบบ •]
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
สร้างธรรมะให้เป็นที่พึ่งกับใจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 1002 กระทู้ล่าสุด 02 กันยายน 2562 16:17:35
โดย Maintenence
“อานิสงส์ของความเมตตา” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 1038 กระทู้ล่าสุด 04 กันยายน 2562 17:24:35
โดย Maintenence
“ทุกวันนี้เราทุกข์กับอะไร” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 931 กระทู้ล่าสุด 06 กันยายน 2562 09:54:10
โดย Maintenence
“กระบวนการของการชำระจิตใจ” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 1090 กระทู้ล่าสุด 08 กันยายน 2562 11:10:15
โดย Maintenence
การทำบุญไม่ได้เป็นการสูญเปล่า พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 951 กระทู้ล่าสุด 14 กันยายน 2562 09:54:00
โดย Maintenence
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.307 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 24 มีนาคม 2567 06:15:26