[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
13 เมษายน 2567 04:04:22 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้ที่ได้โสดาบัน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี  (อ่าน 882 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Maintenence
ผู้ดูแลระบบ
นักโพสท์ระดับ 10
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 1000


[• บำรุงรักษา •]

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Chrome 88.0.4324.190 Chrome 88.0.4324.190


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 14 มีนาคม 2564 16:34:25 »



การทำบาปเป็นสิ่งสกปรกของจิตใจ

การเป็นชาวพุทธ ต้องมีหิริโอตตัปปะ หิริแปลว่าความอาย โอตตัปปะแปลว่าความกลัว กลัวบาป มีความอับอายในการกระทำบาป เพราะผู้กระทำบาปนี้จะไม่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ จะเป็นผู้ที่ถูกรังเกียจ เวลาทำบาปคนที่ทำบาปจึงมักจะทำแบบปกปิด ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะรู้แล้วจะอับอายขายหน้า เพราะจะไม่มีใครเขาจะสรรเสริญยกย่อง มีแต่จะถูกประณาม ขอให้เราคิดถึงผลที่จะเกิดจากการทำบาป ขอให้เรามีความอายเหมือนกับเรามีความอายเวลาที่เราไม่ได้แต่งกายเรียบร้อยเวลาออกนอกบ้าน เราจะไม่กล้าออกนอกบ้านกัน ก่อนจะออกนอกบ้านเราต้องตรวจดูสภาพการแต่งกายของเราก่อนว่าเรียบร้อยหรือไม่ หน้าตาสะอาดหรือไม่ ร่างกายได้อาบน้ำอาบท่าปราศจากกลิ่นเหม็นหรือไม่ ผมเผ้าได้หวีอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่สะอาดไม่เรียบร้อย เราก็ไม่อยากจะออกไปพบปะกับใคร เพราะเราอาย อายในความสกปรกหรือความไม่เรียบร้อยของเรานั่นเอง

ฉันใด การกระทำบาปก็เป็นสิ่งสกปรกของจิตใจเหมือนกับคนที่ไม่ได้อาบน้ำอาบท่า ล้างหน้าแปรงฟัน หวีเผ้าหวีผม ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ก็จะเป็นลักษณะนั้น แต่จะเป็นลักษณะที่น่าเกลียดน่ากลัวมากกว่าความไม่สวยงามความสกปรกทางร่างกาย เพราะอย่างน้อยความสกปรกความไม่สวยงามทางร่างกายก็ไม่ได้ทำให้คนอื่นเขาเสียหายเดือดร้อน ไม่เหมือนกับความสกปรกทางใจ ถ้าใจเราสกปรกเราคิดจะทำบาปแล้ว พอเราทำบาปเราก็จะไปสร้างความเสียหายความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น นี่คือความอาย ขอให้เราคิดว่าเวลาเราทำบาปแล้วนี้เราไม่เป็นคนที่น่าชื่นชมยินดีแล้ว ถ้าใครเขารู้ว่าเราทำบาปก็จะไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมกับเรา ถ้าเราอยากจะคบค้าสมาคมมีเพื่อนมีฝูงมีคนที่เขาเชื่อใจเราศรัทธาในตัวเรา เราก็ต้องมีความสะอาดทางจิตใจคือเราจะต้องไม่ทำบาป เราต้องรักษาศีล ๕ กันให้ได้ แล้วเราจะมีความมั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ เวลาเราไปคบค้าสมาคมกับใครเราก็จะคบค้าสมาคมได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องมาหวาดระแวงหวาดกลัวว่ามีใครเขาไปรู้ว่าเราได้ทำอะไรไม่ดีมาหรือไม่

นี่คือความอาย ถ้าเรามีความอายเราก็จะไม่อยากจะทำบาป เพราะเราอยากจะรักษาหน้าตารักษาเครดิตของเรา ความน่าเชื่อถือของเรา เพราะการที่เราจะคบค้าสมาคมกับใครนี้ก็ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือ การมีศีลมีสัตย์ที่จะทำให้เราสามารถที่จะคบค้าสมาคมกับผู้อื่นได้อย่างไม่รู้สึกหวั่นไหว ใครจะไปขุดคุ้ยใครจะไปค้นคว้าหาอดีตหาสิ่งสกปรกมาป้ายร้ายป้ายสี เขาก็จะหาไม่ได้ เพราะเราไม่มีสิ่งสกปรกเก็บซ่อนไว้ที่ไหน ใครจะมาใส่ร้ายป้ายสีก็ไม่ได้เป็นความจริง เราก็สามารถที่จะยืนยันในความบริสุทธิ์ความสะอาดของเราได้อย่างเต็มปาก นี่คือเรื่องของ

๑. “หิริ” คือความอาย ถ้าเราไม่ทำบาปแล้วนี้เราจะไม่กลัวใครจะมาป้ายร้ายป้ายสีอย่างไรก็ตาม เราจะไม่รู้สึกหวั่นไหวจะไม่รู้สึกเดือดร้อน เพราะความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาป้ายร้ายป้ายสี นี่คือหิริ

๒.ให้มีโอตตัปปะ โอตตัปปะก็คือความกลัวผลของบาปที่จะตามมานั่นเอง ผลของบาปนั้นที่แท้จริงเกิดที่จิตใจ แต่บางครั้งก็มีส่วนไปเกิดที่ร่างกายด้วย เช่นทำผิดกฎหมายก็อาจจะถูกเขาจับไปติดคุกติดตะราง จับไปลงโทษได้ แต่บางครั้งเจ้าหน้าที่มีไม่พอ ทำแล้วไม่มีใครรู้ ก็อาจจะรอด ไม่ถูกเขาจับไปติดคุกติดตะราง ไม่ถูกจับไปลงโทษ แต่อย่าไปคิดว่าถ้าเราทำแล้วไม่ถูกไปลงโทษเราจะรอดพ้นจากโทษ เพราะนั่นเป็นโทษส่วนย่อย โทษที่เป็นส่วนที่ไม่แน่นอน อาจจะเกิดก็ได้ อาจจะไม่เกิดก็ได้ แต่ยังมีโทษอีกส่วนหนึ่งที่ต้องเกิดอย่างแน่นอน ก็คือโทษที่เกิดขึ้นที่ใจของพวกเรานี้ เวลาเราทำผิดแล้วนี้ใจของเราจะไม่สบาย จะไม่มีความสุข ต่อให้มีเงินทองมีตำแหน่งมีอะไร พอเราได้รู้ว่าเราได้ทำไม่ดีแล้วทำผิดแล้ว แล้วเราปกปิดมันไว้ มันก็จะมาเป็นเหตุที่จะทำให้เกิดความไม่สบายใจอยู่เรื่อยๆ เวลาพบปะกับใครก็จะไม่มีความมั่นใจ กลัวว่าจะถูกเขาจับได้หรือค้นพบว่าเรานี้ไปกระทำอะไรไม่ดีมา ใจของเราก็จะไม่มีความสุขขณะที่มีชีวิตอยู่ แล้วเวลาตายไปใจที่ทำบาปก็จะต้องไปเกิดในอบายไม่ว่าจะเป็นเดรัจฉาน เปรต อสูรกาย หรือนรก ขึ้นอยู่กับเหตุของการกระทำบาปของเรา ถ้าทำบาปด้วยความหลงไม่รู้ว่าเป็นบาปก็ไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าทำบาปด้วยความโลภก็จะไปเป็นเปรต ถ้าทำบาปด้วยความกลัวก็จะไปเป็นอสูรกาย เป็นดวงวิญญาณที่มีแต่ความหวาดกลัว ถ้าเป็นเปรตก็เป็นดวงวิญญาณที่มีแต่ความหิวโหย ถ้าทำบาปด้วยความอาฆาตพยาบาทโกรธเกลียดเคียดแค้นก็จะเป็นดวงวิญญาณที่พร้อมด้วยความโกรธความเกลียดความแค้น นี่คือผลที่จะตามมาอย่างแน่นอนไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรมได้ อาจจะหนีกฎของบ้านเมืองได้ มีเงินก็อาจจะซื้อได้ ซื้ออิสรภาพได้หรือหนีได้ ไปอยู่ต่างประเทศได้ไม่ถูกจับเข้าคุกเข้าตะรางได้แต่ใจนี้หนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม ใจก็จะมีความรู้สึกไม่สะอาด มีความรู้สึกหวาดกลัว รู้สึกไม่สบายใจเวลาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจบางทีก็เขาไม่รู้เรื่องของเราแต่เรารู้เรื่องของเรา เราก็อาจจะคิดว่าเขามาจับเราก็ได้เราก็จะมีความรู้สึกไม่สบายใจหวาดระแวงอยู่เรื่อยๆ นี่คือผลของการกระทำบาป ถ้าเราไม่ต้องการผลเหล่านี้เราก็อย่าไปทำบาป แล้วผลเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นมา นี่เรียกว่า “โอตตัปปะ” ความกลัวผลของบาปที่จะเกิดขึ้นถ้าเราไปทำบาป ถ้าเราเห็นภาพของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเรา ถ้าเราไม่ต้องการให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับเรา เราก็อย่าไปทำบาปเท่านั้นเอง 




สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

[• สุขใจ บำรุงรักษาระบบ •]
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
สร้างธรรมะให้เป็นที่พึ่งกับใจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 932 กระทู้ล่าสุด 02 กันยายน 2562 16:17:35
โดย Maintenence
“อานิสงส์ของความเมตตา” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 973 กระทู้ล่าสุด 04 กันยายน 2562 17:24:35
โดย Maintenence
“ทุกวันนี้เราทุกข์กับอะไร” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 884 กระทู้ล่าสุด 06 กันยายน 2562 09:54:10
โดย Maintenence
“ทำใจให้สงบ” พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 854 กระทู้ล่าสุด 07 กันยายน 2562 12:56:44
โดย Maintenence
ผู้ที่ได้โสดาบัน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 793 กระทู้ล่าสุด 14 มีนาคม 2564 16:31:38
โดย Maintenence
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.288 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 05 เมษายน 2567 11:42:16