[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
25 พฤษภาคม 2565 19:19:53 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “เจ้าจอมพิศว์” ในร.5 สตรีชาววังคนแรกๆในสยามที่ชอบเลี้ยงสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ  (อ่าน 331 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ใบบุญ
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2025


ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 25 ตุลาคม 2564 14:38:03 »



เจ้าจอมพิศว์ ในรัชกาลที่ 5 (ภาพจากหนังสือจุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์)

“เจ้าจอมพิศว์” ในร.5
สตรีชาววังคนแรกๆในสยามที่ชอบเลี้ยงสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ

เผยแพร่ : ศิลปวัฒนธรรม -วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2564


“เจ้าจอมพิศว์” อีกหนึ่งเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ที่น้อยคนจะรู้จัก นอกจากท่านจะเป็นผู้ถวายงานรับใช้ในพระราชสำนักฝ่ายในแล้ว ท่านยังเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องรักสัตว์มากคนหนึ่ง และเป็นบุคคลแรกๆ ของไทยที่สั่งซื้อสัตว์พันธุ์แปลกใหม่เข้ามาเลี้ยงในสยาม

“คุณพิศว์” เป็นธิดาของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (สกุลเดิมชูโต) เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2413 เมื่อครั้งอายุ 13 ปี ได้ติดตามบิดาที่เข้าไปรับราชการในพระราชสำนักเสมอ จึงทำให้ท่านได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดรัชกาลที่ 5 และคุ้นเคยกับข้าราชสำนักทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน

เมื่อคราวงานพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร รัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ให้คุณพิศว์ทำหน้าที่เป็นนางเชิญมยุรฉัตร เข้ากระบวนแห่ในงานพระราชพิธีนั้น และทรงมีมีพระราชกระแสขอต่อเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ท่านจึงได้ให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยนนำคุณพิศว์เข้าเฝ้าถวายตัวรับราชการฝ่ายในนับแต่นั้น

เจ้าจอมพิศว์อาศัยอยู่ที่ตำหนักของเจ้าจอมมารดาแพ (เจ้าคุณพระประยูรวงศ์) ซึ่งนับเป็นญาติในตระกูลบุนนาคที่ได้เข้ามาถวายงานรับใช้รัชกาลที่ 5 เช่นกัน

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงเล่าถึงเจ้าจอมพิศว์ว่าท่านเป็นคนไม่ถือตัว แม้จะถูกคนรุ่นลูกรุ่นหลานหยอกล้อแซวเล่นบ้าง ท่านกลับชื่นชอบเพราะท่านเป็นคนชอบสนุกขบขัน เช่นเมื่อพวกหลานๆ ล้อเลียนคิ้วของท่านว่าเขียนไม่เท่ากัน ระดับเปลี่ยนขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา เจ้าจอมพิศว์ก็ไม่โกรธ ท่านเป็นคนใจดี รักใครรักจริง นอกจากนี้ท่านยังเป็นคนรักสุนัขมาก หากได้พบสุนัขของผู้อื่นก็มักขอมาเลี้ยงไว้เอง

ครั้งหนึ่งพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล นึกสนุกว่าในบ้านของพระองค์มีสุนัขพันธุ์ผสมสองตัว แต่เป็นที่รำคาญใจจึงแกล้งหลอกเจ้าจอมพิศว์ว่า สุนัขสองตัวนี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ พระองค์ก็บรรยายสรรพคุณต่างๆ จนเจ้าจอมพิศว์อยากได้ขึ้นมา พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคลก็ทรงทำท่าหวง ไม่ยอมยกให้โดยง่าย นั่นยิ่งทำให้เจ้าจอมพิศว์อยากได้มาเลี้ยงมากขึ้นไปอีก จนสุดท้ายพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคลก็ยกสุนัขทั้งสองตัวให้ ซึ่งผลประโยชน์ตกเป็นของพระองค์เพราะ “ในที่สุดข้าพเจ้าก็กำจัดความรำคาญได้สมประสงค์”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ทรงเล่าถึงเจ้าจอมพิศว์ว่า “ผมยังจำได้ว่า นอกจากท่านจะเป็นคนรักเด็กแล้ว ท่านยังเป็นคนรักสัตว์อย่างจับจิตจับใจ สิ่งที่ท่านชอบที่สุดได้แก่สุนัข ท่านเลี้ยงสารพัดชนิดตั้งแต่หมาไทยไปจนถึงหมาเทศราคาแพงๆ บางครั้งผมก็ขอท่านไปเลี้ยง บางครั้งท่านก็เอาของผมไป…

นอกจากสัตว์สี่เท้าดังกล่าวแล้ว คุณทวดยังชอบเลี้ยงนก ท่านมีนกแปลกๆ โดยเฉพาะนกแก้ว นกขุนทอง ผมจำได้ว่าวันหนึ่งที่ให้มาเรียกผมไปหา และท่านอวดให้ดูนกตัวใหม่ของท่าน มันเป็นนกแก้วพันธุ์ ‘มากัว’ ซึ่งเป็นนกมาจากอเมริกาใต้ ขนสีสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่ผมจำได้ดูเหมือนจะเป็นนก ‘มากัว’ ตัวแรกที่มีในประเทศไทย เพราะท่านสั่งมาเป็นพิเศษ ท่านตื่นเต้นและรักมันมาก”

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ได้เขียนถึงสุนัขของเจ้าจอมพิศว์จากคำบอกเล่าของหม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ที่ครั้งหนึ่งทรงคุ้นเคยกันดีเมื่ออยู่ในพระบรมมหาราชวังว่า เมื่อสุนัขของรัชกาลที่ 5 คลอดลูกมาหลายตัว พระองค์จึงพระราชทานนามสุนัขตัวหนึ่งชื่อ “เนล” (Nail) แก่เจ้าจอมพิศว์ ซึ่งท่านเลี้ยงสุนัขตัวนี้ด้วยความเก่งกาจ “…สอนให้ไปซื้อขนมก็ได้ ด้วยส่งอัฐให้คาบไปนั่งจ้องขนมที่ตัวจะซื้ออยู่ตรงหน้า จนผู้ขายเข้าใจและหยิบให้จึงจะคายอัฐนั้นให้ผู้ขาย แล้วคาบห่อขนมกลับมา”
 
หม่อมเจ้ารัชนีพัฒน์ รัชนี ทรงอธิบายว่า เจ้าจอมพิศว์รักสัตว์มาก อาจเป็นเพราะท่านไม่มีบุตรธิดาก็เป็นได้ ท่านรักสุนัขมาก เมื่อทราบว่าสุนัขในบ้านของหม่อมเจ้ารัชนีพัฒน์ท้องเมื่อใด เจ้าจอมพิศว์จะขอจับจองลูกสุนัขเอาไว้ก่อน บางครั้งท่านก็มาช่วยทำคลอดเองก็มี และจะต้องเลือกเอาลูกสุนัขไปเลี้ยงก่อนใคร ๆ

เมื่อเจ้าจอมพิศว์มาประทับอยู่นอกพระบรมมหาราชวัง ท่านก็เลี้ยงสัตว์จำนวนมากหลากประเภท สุนัขของเจ้าจอมพิศว์มีหลายพันธุ์ เช่น แด็กซันด์ (ดัชชุน) เยอรมันเชพเพิร์ดหรืออัลเซเชียน บูลมาสทิฟฟ์ บ็อกเซอร์ เกรตเดน และพันธุ์อื่น ๆ อีกหลายพันธุ์ โดยท่านมักตั้งชื่อสุนัขของท่านอย่างเลอเลิศ เช่น พันธุ์ดาว งามตา ไม่ตาย เป็นต้น ส่วนนกก็มีหลายพันธุ์ เช่น นกแก้ว นกกระตั้ว นกขุนทอง นกยูง นกกระเรียน นกหงษ์หยก นอกจากนี้ยังมีลิง ค่าง ชะนี และปลาสวยงาม

เจ้าจอมพิศว์มีความเชี่ยวชาญเรื่องอาหารและเป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 5 อยู่ไม่น้อย ดังที่พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคลเล่าว่า เจ้าจอมพิศว์ขึ้นชื่อเรื่องต้มหมูแฮมได้อย่างเอร็ดอร่อยมาก แม้มีกรรมวิธีที่ยุ่งยาก เนื่องจากในสมัยก่อนหมูแฮมนำเข้าจากต่างประเทศจะมีรสชาติเค็มมาก หากนำมาต้มก็ลดความเค็มได้ไม่มาก หากจะแช่หรือต้มให้ความเค็มลดลง เนื้อจะเปื่อยหรือรสชาติจืดชืด

แต่เจ้าจอมพิศว์สามารถทำหมูแฮมได้เค็มอย่างที่ต้องการ ทั้งเนื้อยังอร่อยและหอมชวนรับประทาน ซึ่งกรรมวิธีของท่านไม่มีสูตรตายตัว ท่านเล่าว่าได้กรรมวิธีการทำหมูแฮมมาจากรัชกาลที่ 5 พระราชทานให้ท่าน “เรื่องต้มหมูแฮมจึงเป็นสิ่งที่ทวดพิศว์ภูมิใจมากที่สุด”

เนื่องจากเจ้าจอมพิศว์ได้รับความรู้ความสามารถด้านอาหารจากท่านผู้หญิงเปลี่ยน ผู้เป็นมารดา ซึ่งเป็นผู้เขียน “ตำราแม่ครัวหัวป่าก์” ทำให้เจ้าจอมพิศว์ได้เรียนรู้การทำน้ำพริกหลากหลายแบบ ท่านจึงขึ้นชื่อในการดัดแปลงทำน้ำพริกหลายรสชาติ ทั้งยังมีฝีมือการแกะสลักผักและผลไม้อย่างวิจิตร

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับเล่าว่า เจ้าจอมพิศว์เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากรัชกาลที่ 5 ให้มีหน้าที่เชิญพระแสงข้างที่ตามเสด็จฯ ในเขตพระราชฐานชั้นใน อันเป็นธรรมเนียมโบราณราชประเพณี

นอกจากนี้เจ้าจอมพิศว์ถือเป็นเจ้าจอมอยู่งาน (เจ้าจอมที่ไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา) ที่ได้รับพระราชทานพระเกียรติยศเหนือเจ้าจอมคนอื่นๆ เพราะท่านได้รับพระราชทาน “หีบหมากทองคำลงยา” อันเป็นเกียรติยศสำหรับเจ้าจอมมารดา นอกจากนี้ยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตติยจุลจอมเกล้า เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 3 และเข็มพระบรมรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ทองคำฝังเพชร จึงนับได้ว่าท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 5 อย่างสูงยิ่ง

เจ้าจอมพิศว์ถวายงานสนองเบื้องพระยุคคลบาทรัชกาลที่ 5 จวบจนสิ้นรัชกาล ท่านยังคงอยู่ในพระบรมมหาราชวังต่อไป แต่เมื่อเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ผู้เป็นบิดาเริ่มชราภาพลง รัชกาลที่ 6 ทรงพระเมตตาเห็นว่าไม่มีผู้ใดจะช่วยดูแลปรนนิบัติเพราะบุตรธิดาคนอื่นมีครอบครัวของตัวเองกันหมดแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอมพิศว์กลับไปอยู่บ้านเพื่อดูแลบิดา แต่มิได้ลาออกจากการเป็นข้าราชสำนักฝ่ายใน

เจ้าจอมพิศว์ถึงแก่อนิจกรรมที่จังหวัดนครราชสีมาด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2508 สิริอายุ 95 ปี

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.286 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 17 พฤษภาคม 2565 18:57:19