[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
24 พฤษภาคม 2565 10:43:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมถึงเรียก “ไส้อั่ว”  (อ่าน 188 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ใบบุญ
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออนไลน์ ออนไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2022


ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 02 ธันวาคม 2564 16:13:48 »



ทำไมถึงเรียก “ไส้อั่ว”

อาหารเหนือขึ้นชื่ออีกชนิด ที่ใครมาเที่ยวภาคเหนือไม่ควรพลาด ก็ต้องยกให้ไส้อั่ว ชื่ออาจจะดูไม่น่ากิน แต่ถ้าได้ลิ้มลองล่ะจะติดใจ วันนี้อยากจะชวนทุกคนมารู้จักประวัติความเป็นมาของไส้อั่ว คำว่าไส้อั่วนั้นมีความหมายว่าอย่างไร รวมไปถึงวิธีทำ และแนะนำร้านไส้อั่วที่ขึ้นชื่อให้ได้ตามไปซื้อกันได้

ความเป็นมาเริ่มมาจากคนในอดีตไม่รู้จะนำของสดเช่นเนื้อสัตว์เก็บรักษาอย่างไรดี จึงคิดวิธีถนอมอาหารเพื่อที่จะได้เก็บรักษาอาหารให้นาน ไส้อั่วนั้นสันนิษฐานว่าถูกคิดค้นขึ้นโดยชาวไทใหญ่ มีการใส่เครื่องเทศปรุงรสลงไปคลุกเคล้ากับเนื้อสัตว์ ย่างจนกลิ่นหอม ต่อมาชาวไทใหญ่ถูกกองทัพหัวเมืองทางใต้ ทั้งล้านนา พม่า และ สยาม ทำให้ต้องย้ายอพยพเทครัว ลงมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในดินแดนล้านนา จึงได้นำวัฒนธรรมการทำไส้อั่ว ติดตัวมาด้วย ทำให้ไส้อั่วเป็นอาหารประจำถิ่นเหนือไปโดยปริยาย

ต่อไปจะมาพูดถึงความหมายของคำว่าไส้อั่ว คำว่าไส้ นั้นหมายถึง ลำไส้  ส่วนใหญ่ใช้ลำไส้ของหมู เครื่องในหมูส่วนที่นำมาทำอาหาร ต้ม ย่าง ทอด จะใช้ลำไส้ใหญ่ แต่ไส้อั่ว จะใช้ลำไส้เล็ก ส่วนคำว่าอั่วนั้น หมายถึง การแทรก ยัด หรือกรอกเครื่องปรุงใส่เข้าไปในลำไส้ คำว่าไส้อั่วจึงหมายถึงการนำไส้ที่ใส่เนื้อหมูไปยัดไว้ข้างใน มีลักษณะเหมือนลำไส้ที่คดอยู่ จึงเรียกว่า ไส้อั่ว นั้นเอง

ในส่วนวิธีทำไส้อั่ว อย่างแรกเรามาตำน้ำพริกแกงกันก่อน ใส่พริกลงไปตำกับเกลือ ใส่ส่วนผสมที่แข็งลงไปตำ ได้แก่ ข่าตะไคร้ รากผักชี กระเทียม หอมแดง ผิวมะกรูด กะปิ ขมิ้น และลูกผักชีกับยี่หร่าคั่ว ตำละเอียดตามชอบ หากใครไม่มีเวลาตำน้ำพริกแกงเอง สามารถใช้น้ำพริกแกงเผ็ดแทนได้ แต่ขอให้ตำตะไคร้และข่ามากขึ้นกว่าปกติ ใส่ขมิ้นตำด้วย แค่นี้ก็จะได้พริกแกงที่หอมเครื่องเทศอย่างแน่นอน









จากนั้นนำเนื้อหมู มาคลุกกับน้ำพริก และใบมะกรูดหั่นฝอยนำไส้มามัดปลาย กลัดด้วยไม้กลัดกันไส้หลุด แล้วเอาหมูสับที่ผสมแล้ว ยัดใส่ไส้พอเต็ม มัดปลายไส้กลัดด้วยไม้กลัดอีกครั้ง ระวังอย่ายัดไส้แน่นจนเกินไป เวลาย่างไส้อาจจะแตกออกได้ เมื่อได้ไส้อั่วแล้ว จะนำมาผึ่ง วิธีย่างจะต้องใช้ไฟอ่อนๆ สมัยก่อนนิยมย่างด้วยเตาถ่าน เมื่อสุกจะหอมเครื่องสมุนไพร ซึ่งวิธีทำนั้นก็มีหลากหลายวิธีแต่จุดเด่นคือการชูเครื่องเทศที่หอมเย้ายวนชวนให้ได้ลิ้มลอง ทานคู่กับน้ำพริกหนุ่มก็อร่อยไม่แพ้กัน เพียงไม่กี่ขั้นตอน คุณก็สามารถทำทานที่บ้านได้

ปัจจุบันไส้อั่วนิยมเป็นของฝากจากเมืองเหนือที่ใครได้มาเที่ยวจะนำติดไม้ติดมือไปฝากที่บ้านเป็นประจำ สามารถเก็บรักษาได้นานเนื่องจากมีการบรรจุในถุงซีลสุญญากาศ ทำให้เก็บไว้ได้นานมากยิ่งขึ้น เชียงใหม่นิวส์ขอแนะนำไส้อั่วที่ขึ้นชื่อในเชียงใหม่ให้ได้เลือกซื้อกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านไส้อั่วดำรงค์ ไส้อั่วป้าต้อย ไส้อั่วเก๊าบ่าขาม ไส้อั่วเห็ดถอบแม่เปีย ไส้อั่วตับแม่อุไร หรือใครที่ไปเที่ยวแม่กำปองไม่ควรพลาดไส้อั่วแม่นิ่ม ชิมแล้วจะติดใจ  ในแต่ละร้านนั้นก็มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน ใครที่มาเที่ยวเชียงใหม่ก็อย่าลืมซื้อไส้อั่วเป็นของฝากให้ที่บ้าน ไว้ทานกันได้


ที่มา https://www.chiangmainews.co.th/

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.447 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 08 เมษายน 2565 21:33:52