[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
29 เมษายน 2567 08:28:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานเซ็น : จิตตนคือสำนึก  (อ่าน 1906 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7493


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 7.0 Firefox 7.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 29 กันยายน 2554 16:01:02 »





จิตตนคือสำนึก

อาจารย์กำลังกำกับให้ลูกศิษย์ติดตัวอักษรสำนึก  อาจารย์บอกว่า 
ไปซ้ายหน่อย  พอลูกศิษย์ขยับไปซ้าย  อาจารย์ก็ส่ายหน้าว่า 
ไม่ดี ไม่ดี  กลับเข้ามา  พอลูกศิษย์ขยับกลับมาอาจารย์ก็บอกว่า 
ไม่ถูก ขึ้นสูงหน่อย  พอลูกศิษย์ขยับสูงขึ้นอาจารย์ก็ว่า  ไม่ใช่ ไม่ใช่ 
ลงล่างหน่อย  ขยับไปขยับมาจนดึงกระดาษขาดเป็นสองแผ่น 
แยกตัวอักษรสำนึก เป็น จิต ตน  อาจารย์ดูแล้วรู้สึกพอใจ



โลกเราเปรียบเสมือนเมล็ดข้าวเม็ดหนึ่งเท่านั้น
ทำลายเนื้อหนังมังสาที่เกิดมา
หมื่นวิธีเพียงสดับเสียงคนลือ จะหาที่สงบใจได้อย่างไร


เรื่องเดิมโดยย่อ
วันหนึ่งเหว่ยชื่อ ถามอาจารย์ลิ่วจู่ ว่า   ศิษย์เห็นคนเราพร่ำสวดมนต์ภาวนา   ขอให้ได้ขึ้นสวรรค์    เรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่    ลิ่วจู่ตอบว่า   คนมีสองประเภท    แต่มรรควิธีไม่มีสอง   คนโง่สวดมนต์หาทางรอดให้กับตนเอง   แต่คนมีสำนึกนั้นบริสุทธิ์อยู่ที่ใจ    คนบนโลกทำบาปสามารถสวดมนต์ขอขึ้นสวรรค์   คนบนสวรรค์ทำบาปจะสวดมนต์ขอไปที่ไหน   คนโง่ไม่เข้าใจว่าความบริสุทธิ์อยู่ที่ใจ   ได้แต่โทษสวรรค์โทษนรก   คนมีปัญญาจึ่งรู้ว่าใจบริสุทธิ์นั้นคือแดนสวรรค์    ไม่ว่าอยู่โลกไหนก็พบแดนสงบ

โลกเรานี้ก็เปรียบเสมือนเมล็ดข้าวเม็ดหนึ่งเท่านั้น    มีขอบเขตที่จำกัด    ไม่มีความยิ่งใหญ่อะไรเลย    ในเมื่อโลกเรานี้ยังไม่นับว่าใหญ่โตสักเท่าไหร่    ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเนื้อหนังมังสาคนเรา   ดังนั้นคนที่ยึดถือเอารูปกายภายนอกเป็นสรณะ    จะโง่เขลาขาดสติสักเพียงใด   ใยไม่รีบแสวงหาทางหลุดพ้น   ทางพระกล่าวว่า   ไม่ว่าหนทางพันหมื่นวิธีตั้งมากมาย    ต่างเน้นหนักที่จิตใจเท่านั้น   จึงจะพบหนทางหลุดพ้นได้   แต่หนทางทั้งหลายล้วนคงที่สภาพเดิม    คนที่เดินบนหนทางต่างหากที่ไม่มั่นคง   มักหลงไหลในสิ่งยั่วยวนข้างทาง    อาลัยในสิ่งสนุกบนเส้นทาง   หากว่าใจตนยังลุ่มหลงไม่สามารถอดกลั้นต่อสิ่งเหล่านี้ได้   จะแสวงหาดินแดนสงบได้ที่ไหนเล่า



: http://www.thummada.com/cgi-bin/iB315/ikonboard.pl?act=ST;f=5;t=1518;st=260
Pics by : Google
อกาลิโกโฮมดอทคอม * สุขใจดอทคอม
ใต้ร่มธรรมดอทเนต
อนุโมทนาสาธุที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.247 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 26 มีนาคม 2567 10:51:53