[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
20 มิถุนายน 2567 10:50:30 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สุสันธีชาดก (เรื่องกากาที่มีที่มาจากนิบาติชาดก)  (อ่าน 137 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 5531


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Chrome 109.0.0.0 Chrome 109.0.0.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2567 19:53:49 »



สุสันธีชาดก

วาติ คนฺโธ ติมิรานนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฌฐิฺภิกขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

เมื่อสมเด็จพระอังคีรสทศพลญาณ เสด็จสำราญพระอิริยาบถอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้มีความกระสันรูปหนึ่ง จึงได้ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีกำหนดด้วยบทพระคาถาว่า วาติ คนฺโธ ติมิรานํ ดังนี้ ฯ

ความพิสดารว่า สมเด็จพระมหามุนีตรัสถามภิกษุนั้นว่า ภิกษุ ได้ยินว่า ท่านมีความกระสันอยากสึกหรือ ภิกษุนั้นทูลรับสมจริงตามพุทธดำรัส จึงตรัสถามว่า ท่านได้เห็นสิ่งอะไร จึงได้มีความกระสัน  ภิกษุนั้นทูลว่าได้เห็นมาตุคามที่ประดับเครื่องอาภรณ์ พระองค์จึงตรัสสอนว่า ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่ามาตุคามนี้อันใครๆ ไม่อาจที่จะรักษาน้ำจิต ถึงโบราณกบัณฑิตแม้รักษาไว้ในพิภพสุบรรณ ก็ไม่สามารถที่จะรักษาน้ำจิตมาตุคามนั้นไว้ได้ ครั้นตรัสฉะนี้แล้วก็ทรงดุษณีภาพ ภิกษุนั้นจึงกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่องที่ตนมิได้เห็นปรากฏ สมเด็จพระบรมสุคตจึงได้ทรงนำอดีตนิทานมาดังต่อไปนี้

อตีเต พาราณสิยํ ตมฺพราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ ฯ  ในอดีตชาติครั้งพระเจ้าตัมพราชได้ผ่านสมบัติในกรุงพาราณสี พระอัครมเหสีทรงนามว่านางสุสันธีมีพระรูปงามอุดมฯ ครั้งนั้นพระบรมโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดสุบรรณ ฯ

เกาะนาคในกาลนั้นได้มีนามปรากฏว่าเกาะเสรุม ส่วนพระบรมโพธิสัตว์อยู่ ณ พิภพสุบรรณที่เกาะนี้ ครั้งหนึ่งพระยาครุฑแปลงอินทรีย์เป็นมานพ ออกจากพิภพสุบรรณไปสู่กรุงพาราณสี เล่นสกากับพระเจ้าตัมพราชบรมกษัตริย์ฯ  นางปริจาริกาได้เห็นรูปสมบัติของมาณพนั้นพากันนำความไปทูลนางสุสันธี ฯ  ครั้นพระมเหสีได้สดับคำนางปริจาริกา มีความปรารถนาจะใคร่เห็นมาณพนั้น วันหนึ่งนางแต่งพระองค์เสร็จเสด็จมาสู่ที่เล่นสกา  ปลอมพระองค์ทอดทัศนาอยู่ในหมู่นางปริจาริกาที่ยืนดู ฯ  ส่วนมาณพผู้นั้นก็แลดูนาง ฯ  ฝ่ายคนทั้งสองต่างมีจิตรักใคร่ซึ่งกันและกัน ฯ  พระยาสุบรรณก็นฤมิตให้เป็นลมพายุพัดมาในพระนคร มนุษย์ทั้งหลายพากันออกจากพระราชนิเวศน์ เหตุความกลัวพระราชมณเฑียรจะหักพัง  พระยาครุฑกระทำพระราชวังให้มืดด้วยอานุภาพฤทธิ์ของตน แล้วพาพระเทวีหนีไปโดยอากาศได้เข้าไปสู่พิภพของตนในเกาะนาค ฯ  ชนเป็นอันมากจะรู้เหตุที่นางสุสันธีไปหามีไม่  พระยาครุฑได้ร่วมอภิรมย์กับนางสุสันธีแล้วไปเล่นสกากับพระเจ้าตัมพราชอีก ฯ  ฝ่ายคนขับรำของพระราชามีอยู่ผู้หนึ่งมีนามปรากฏว่านาคอัคคะ  พระราชาจึงรับสั่งให้หาคนขับรำนั้นมา รับสั่งให้ไปเที่ยวแสวงหานางให้สิ้นทั้งทางบกแลทางน้ำ ให้รู้เห็นว่านางไปอยู่ที่ไหน ฯ  คนขับรำไปเที่ยวแสวงหา ตั้งแรกแต่บ้านใกล้ประตูเมืองจนบรรลุถึงท่าภารุกัจฉาฯ

ครั้งนั้นพ่อค้าชาวภารุกัจฉาเตรียมสินค้าบรรทุกเรือจะไปสู่สุวรรณภูมิ คนขับรำเข้าไปหาพ่อค้าเหล่านั้นขอโดยสาร รับจะกระทำการขับร้องให้หักค่าจ้างเรือ ฯ  พ่อค้ายอมอนุญาตให้ไป ฯ  ครั้นออกเรือแล้ว พ่อค้าเหล่านั้นจึงให้หาคนขับรำมาขับให้พวกตนฟัง ฯ  คนขับกล่าวว่า ถ้าข้าพเจ้าจะพึงทำการขับให้ท่านฟังไซร้ ก็แต่ว่าเมื่อข้าพเจ้าขับอยู่ ปลาทั้งหลายจะขึ้นมาทำเรือให้โยกโคลง เมื่อเป็นเช่นนี้เรือของท่านจักแตกทำลาย  ฯ  พ่อค้าทั้งหลายกล่าวว่า ท่านทำการขับรำอยู่ในทางที่มนุษย์เคยไปมา หามีปลาที่จะทำให้เรือโยกโคลงได้ไม่ ท่านจงขับไปเถิด ฯ  คนขับกล่าวว่าถ้าเช่นนั้นท่านอย่าได้โกรธข้าพเจ้า ครั้นกล่าวฉะนี้แล้วแก้พิณออกดีดแลร้องขับให้เสียงรับกับสายพิณที่ดีดนั้น ฯ  ฝูงปลาจึงพากันมาประชุมเพราะได้ยินเสียงนั้นทำเรือให้หวั่นไหวโยกโคลง ฯ  ครั้งนั้นปลามังกรตัวหนึ่งจึงโดดเข้าไปในเรือนั้น ดิ้นจนเรือแตกทำลายลง ฯ  ส่วนนายอัคคะลงนอนเหนือแผ่นกระดานลอยตามลมไป บรรลุถึงถิ่นไม้ไทรซึ่งเป็นพิภพสุบรรณอันอยู่ในนาคทวีป ฯ

กาลเมื่อพระยาครุฑไปเล่นสกาในกรุงพาราณสี ฝ่ายนางสุสันธีลงจากวิมานไปเที่ยวเดินเล่นที่ริมฝั่งน้ำ ครั้นเห็นนายอัคคะก็จำได้จึงถามว่า ท่านมาอย่างไร ฯ  นายอัคคะได้แจ้งเหตุที่ตนมาให้นางฟังทุกประการฯ  นางกล่าวปลอบนายอัคคะให้มีใจ จึงประคองให้ขึ้นบนวิมานแล้วให้สยนาการเหนือที่นอน ฯ  กาลเมื่อนายอัคคะมีความสามารถหายเหน็ดเหนื่อยลง นางจึงให้บริโภคโภชนาหารแล้วเชิญให้อาบน้ำหอม นุ่งห่มผ้าประดับประดาตนด้วยดอกไม้แลของหอมแต่ล้วนเป็นของทิพย์ทุกประการ แลได้เชิญให้นอนเหนือแท่นทิพย์อีก ฯ  นางปฏิบัตินายอัคคะอยู่อย่างนี้ ปกปิดแต่เวลาที่พระยาครุพมา ในเวลาเมื่อพระยาครุฑไปเล่นสกานางก็ได้ร่วมอภิรมย์กับนายอัคคะนั้น จำเดิมแต่วันนั้นมาล่วงไปได้กึ่งเดือนหรือเดือนหนึ่ง พ่อค้าชาวเมืองพาราณสีมาถึงต้นนิโครธในเกาะนั้นเพื่อจะหาฟืนแลน้ำ ฯ  นายอัคคะจึงได้โดยสารเรือนั้นไปถึงเมืองพาราณสีได้เข้าเฝ้าพระเจ้าตัมพราช ครั้นเวลาบรมกษัตริย์ทรงสกากับพระยาครุฑ นายอัคคะจึงถือพิณมา เมื่อจะขับรำถวายพระราชาจึงได้กล่าวคาถาที่แรกว่า


              วาติ คนฺโธ ติมารานํ     กุสมุทฺโทว โฆสวา
              ทูเร อิโต หิ สุสนฺธี               ตมฺพ กามา ตุทนฺติมํ ฯ

              กลิ่นดอกติมิระ ทั้งหลายฟุ้งตระหลบไป น้ำในมหาสมุทรกึกก้อง
               คะนองใหญ่เทียว  นางสุสันธีอยู่ในที่ไกลจากพระนครนี้แท้
               ข้าแต่พระเจ้าตัมพราช กามทั้งหลายเจาะแทงหฤทัยข้าพระบาทอยู่



ครั้นพระยาครุฑได้ฟังคาถานั้นจึงได้กล่าวคาถาที่สองว่า

              กถํ สมุทฺทมตริ         กถํ อทฺทกฺขิ เสรุมํ
              กถํ ตสฺสา จ ตุยฺหญฺจ       อหุ อคฺค สมาคโม ฯ

              ท่านข้ามสมุทรไปอย่างไร ทำไฉนท่านจึงได้เห็นเกาะเสรุม
               แน่ะ นายอัคคะ ความสมาคมของนางแลตัวท่านได้มีแล้วอย่างไร ฯ



ในลำดับนั้น นายอัคคะจึงได้ภาษิตคาถาทั้งสามว่า

              ภรุกจฺฉา ปยาตานํ     พาณิชานํ ธเนสินํ
              มงฺกเรหิ ภินฺนา นาวา     ผลเกน มหณฺณวํ
              สา มํ สญฺเหน มุทุนา     นิจฺจํ จนฺทนคนฺธินี
              องฺเคน อุทฺธริ ภทฺทา     มาตา ปุตฺตํว โอรสํ ฯ
              สา มํ อนฺเนน ปาเนน     วตฺเถน สยเนน จ
              อตฺตนาปิ จ มทกฺขี     เอวํ ตมฺพ วิชานาหิ ฯ

              เมื่อพ่อค้าทั้งหลายผู้แสวงหาทรัพย์ไปแล้วจากท่าชื่อภารุกัจฉา เรือของพ่อค้าเหล่านั้น
               อันฝูงปลามังกรให้แตกแล้ว ฯ  นางสุสันธีผู้มีกลิ่นกายหอมดังแก่นจันทน์เป็นนิจ
               มีลักษณะงามวิจิตรควรดูควรชมนั้น ครั้นเห็นเราผู้ข้ามถึงฝั่งได้เพราะแผ่นกระดาน
               ได้ยกเราด้วยพระหัตถ์ทั้งสอง ประหนึ่งมารดาประคองอุ้มบุตรผู้เกิดในอกฉะนั้น
               กล่าวปลอบเราด้วยถ้อยคำอันไพเราะอ่อนหวาน นางได้บำเรอเราด้วยข้าวน้ำ
               ผ้านุ่งห่มแลที่นอน ใช่แต่เท่านั้น ถึงตัวนางก็ได้ยังเราให้อภิรมย์ยินดีมีนัยเนตร
               เป็นที่ยั่วยวนใจ ข้าแต่พระเจ้าตัมพราชบรมกษัตริย์ ขอพระองค์จงทรงทราบชัด
               อย่างนี้เถิด ฯ


ครั้นนายอัคคะกล่าวขับขึ้นฉะนี้ พระยาครุฑมีความระแวงใจว่า เราอยู่ถึงในพิภพสุบรรณยังมิอาจที่จะรักษานางนั้นไว้ได้ เราจะประโยชน์อะไรด้วยคนทุศีลเห็นปานนี้ ครั้นดำริแล้วจึงนำนางสุสันธีมาถวายคืนแก่บรมกษัตริย์แล้วกลับพิภพสุบรรณ ฯ  จำเดิมแต่กาลนั้นพระยาครุฑก็มิได้มาเล่นสกาอีกต่อไป ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา  สมเด็จพระมหามุนีบรมศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงจบลงแล้ว จึงทรงประกาศอริยสัจทั้งสี่ ครั้นจบเทศนาลงภิกษุผู้มีความกระสันก็ได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล  สมเด็จพระทศพลจึงทรงสืบอนุสนธิประชุมชาดกว่า พระราชาในกาลนั้นได้มาเป็นอานนท์  พระยาครุฑได้มาเป็นเราตถาคต มีพุทธพจน์ให้จบลงแต่เพียงนี้ ฯ


-------------------------------------------------------
อรรถกถาว่าต้นไม้นี้ล้อมรอบต้นนิโครธซึ่งที่เป็นวิมานครุฑ
ยุ อหมฺปลวี เราลอยไปแล้ว (กวป.)


* สุสันธีชาดก มีเนื้อหาสอดคล้องกับเรื่อง "กากี" มีที่มาจากนิบาตชาดก ๓ เรื่อง คือ กุณาลชาดก กากาติชาดก และสุสันธีชาดก  เรื่องดังกล่าวเป็นที่นิยมแพร่หลายในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา 
   มุ่งแสดงโทษแห่งความปรวนแปรไม่แน่นอนของมาตุคามอันเป็นอุปสรรคต่อการครองเพศพรหมจรรย์  ในชาดกทั้ง ๓ เรื่อง ไม่ปรากฏชื่อ "กากี" เป็นตัวเอกของเรื่อง และชื่อของบุคคลอื่นๆ ก็มีความลักลั่น
   แตกต่างไปจากเรื่องกากี ได้แก่

   กากาติชาดก นางกากาติ - พระเจ้าพาราณสี - พญาสุบรรณ - นฏะกุเวร (คนขับพิณลำนำ)
   สุสันธีชาดก  นางสุสันธี - พระเจ้าตัมพราช - พระยาครุฑ - นายอัคคะ (คนขับพิณลำนำ)
   กุณาลชาดก  นางกากวันตี - พระยาครุฑเวนไตย - นาฏกุเวร (คนขับพิณลำนำ)

   ชื่อ กากี ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่น่าจะมีอายุเก่าที่สุดคือ สมุดภาพไตรภูมิสมัยอยุธยา



คัดจาก : กากีคำกลอนและลิลิตกากี กรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่ พุทธศักราช ๒๕๖๓

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 พฤษภาคม 2567 20:02:57 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.455 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 22 พฤษภาคม 2567 03:20:46