[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
18 กรกฎาคม 2567 23:44:57 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดร.อาจอง เผย วิกฤติโลกร้อน มนุษย์เตรียมอพยพสู่ดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020  (อ่าน 17386 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7862


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553 11:04:46 »



ดร.อาจองเผยวิกฤติโลกร้อน มนุษย์เตรียมอพยพสู่ดาวอังคาร ปี ค.ศ.2020

ช่วงระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา มนุษย์รับรู้เรื่องการปรวนแปรของธรรมชาติจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนัก แผ่นดินไหว เกิดพายุรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจนทำให้คนล้มตาย ล่าสุดคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ไทยภายใน 30 ปี น้ำจะท่วมภาคกลางของไทย เพราะระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากน้ำแข็งขั้วโลกละลาย

โอกาสที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์นาซา และผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาวะโลกร้อน เดินทางมายังกรุงเทพมหานคร เพราะปกติจะใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนสัตยาไสย จ.ลพบุรี เพื่อมาบรรยายพิเศษเรื่องการผลิตบัณฑิตคุณภาพบนพื้นฐานคุณธรรม ณ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้ได้สละเวลาให้สัมภาษณ์ประเด็นของโลกร้อน และทางรอดของมนุษย์เกี่ยวกับเรื่องนี้

ดร.อาจองกล่าวว่า ตอนนี้ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงไปเยอะทุกอย่างมาจากภาวะโลกร้อน จะเห็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ในประเทศไทยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ผ่านมาเวียดนามมีหิมะตกเป็นครั้งแรก ล่าสุดมีหิมะตกในเคนยา ประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้เส้นศูนย์จึงไม่ต้องตกใจหากในเดือนมกราคมหิมะจะตกในเมืองไทย เดือนมกราคมอากาศจะเย็นที่สุด หิมะน่าจะตกในภาคเหนือ





ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ขั้วโลกเหนือละลายเร็วกว่าที่เราคิด จะเห็นว่าขณะนี้มีก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาใหญ่เท่ากับเมืองนิวยอร์กไหลลงสู่ทะเล แล้วก็ไปละลายในทะเลทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

"เฉพาะแค่ช่วงชีวิตผมเอง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 16 เซนติเมตร ตอนนี้อายุผม 68 ปีแล้ว 16 เซนติเมตรถือว่าเยอะมากแค่ช่วงระยะสั้นๆ ปกติจะใช้เวลาเป็น 4,000-5,000 ปีไม่ใช่แค่ 100 ปี ตอนนี้กำลังเร่ง เพราะความร้อนมากขึ้นน้ำแข็งละลายมากขึ้น จะเร่งขึ้นไปเรื่อยๆ"

เมื่อย้อนไปยังยุคน้ำแข็ง ตอนนั้นอากาศหนาวเกือบจะทั่วโลกมีหิมะตก น้ำเหล่านี้หมุนเวียนไปเป็นน้ำแข็ง มีน้ำสะสมอยู่บนภูเขา ตรงขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ ถ้าเราเปรียบเทียบตอนนั้นน้ำจากระดับน้ำทะเลระเหยขึ้นไปตกมากลายเป็นฝน และหิมะทำให้ระดับน้ำทะเลลดลง ตอนนั้นระดับน้ำทะเลอยู่ต่ำกว่าระดับปัจจุบัน 120 เมตร และถ้าน้ำแข็งละลายหมดระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 120 เมตรเพราะระดับน้ำทะเลไม่ได้หายไปไหนหมุนเวียนอยู่บนโลก

เมื่อเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่า น้ำในทะเลสูงขึ้นจะค่อยๆ กินฝั่งของเราไปเรื่อยๆ อย่างเขตบางขุนเทียนที่กรุงเทพฯ เราสูญเสียแผ่นดินไปแล้ว 1 กิโลเมตร

นักวิชาการทางทะเลบอกว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้คือปัญหากัดเซาะชายฝั่ง แต่ในมุมมองของอดีตนักวิทยาศาสตร์จากนาซาไม่เป็นเช่นนั้น

"ตอนนี้เสาไฟฟ้าอยู่ในทะเล หลายคนบอกว่าไม่ใช่น้ำทะเลสูงขึ้น แต่เป็นการเซาะฝั่ง ข้อบ่งชี้ว่าหากน้ำเซาะฝั่งเสาไฟฟ้าก็ล้มไปแล้วแสดงว่า ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเป็นอย่างนี้ทั่วโลก อเมริกาออกมาพูดว่า เมืองไมอามีอีกหน่อยก็จะไม่มีเหลือ ไม่ได้จม หมายความว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้น"

ภาวะโลกร้อนแผ่อานุภาพไปทั่วโลก ดูเหมือนว่า จะเป็นปัญหาที่ยากจะเยียวยา อาจตรงกับคำทำนายของนอสตราดามุสว่าโลกจะแตก แต่ทางวิทยาศาสตร์บอกว่า ไม่ได้หมายความว่าแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ จะพัง เพราะน้ำท่วม แผ่นดินไหว อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้มนุษย์อยู่อย่างลำบาก ประกอบกับจำนวนประชากรของโลกเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน จำนวนผู้บริโภคมากขึ้นทำให้โลกยิ่งร้อน ซึ่งมีคนคิดถึงทางออกของปัญหานี้ไว้แล้ว

ดร.อาจองเล่าว่า องค์การนาซา มีโครงการจะไปเริ่มสร้างเมืองในอวกาศ โดยเลือกพื้นที่ดาวอังคาร เพราะมีสภาพเหมือนกับโลก ขณะที่ดาวดวงอื่นเต็มไปด้วยอากาศพิษ ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ดาวพฤหัสฯ มีสภาพเป็นกรด ดาวอังคารแม้อากาศหนาวและมีสภาพไร้น้ำหนัก แต่มนุษย์อยู่ได้ด้วยการไปสร้างเมืองกระจกทำให้มีแรงโน้มถ่วงเหมือนกับอยู่บนโลกได้ เพราะสภาพไร้น้ำหนักทำให้กระดูกเราอ่อนไม่แข็ง กล้ามเนื้อจะหายไป

ในเบื้องต้นจะส่งคนออกไปสร้างอุตสาหกรรมในอวกาศ ใช้วัตถุดิบจากดวงจันทร์ของดาวอังคาร ซึ่งมีอยู่ 2 ดวง จะมีสารทุกอย่างที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ยิปซัม แร่ธาตุต่างๆ และการขนย้ายแร่ธาตุเหล่านี้จะเป็นไปโดยง่ายบนสภาพไร้น้ำหนัก
ขณะเดียวกันเราเจอน้ำบนดวงจันทร์เยอะมาก จะสร้างฐานบนดวงจันทร์เป็นจุดเติมพลังงาน เอาน้ำที่อยู่บนดวงจันทร์มาใช้พลังงานแสงอาทิตย์แยกออกซิเจน เป็นพลังงานไฮโดรเจน ใช้พลังงานนี้ไปขับเคลื่อนกับยานต่างๆ ทำให้การเดินทางบนอวกาศเป็นเรื่องธรรมดาโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน






วางแผนว่ามนุษย์ครึ่งหนึ่งของโลกจะต้องอพยพไปอยู่บนดาวอังคาร อาจไปไม่หมด เพราะโลกวิกฤติมนุษย์อยู่ลำบากแล้ว การออกแบบสร้างเมืองจะแบ่งเป็นเมืองขนาดเล็กอยู่สัก 2 แสนคน เป็นเมืองในอวกาศโดยสร้างระบบให้มีน้ำหนัก สามารถเดินไปมา ไม่ใช่ลอยไปมา ส่วนการเดินทางในอวกาศจะสร้างเรือใบรับรังสีพลาสม่า เพื่อให้พาหนะนี้เคลื่อนไปในอวกาศได้

การดำรงชีวิตในอวกาศไม่ต้องใช้น้ำมันจะใช้แสงแดดแทน เพราะมีเหลือเฟือ โดยจะสร้างแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่แค่ไหนก็ได้ รับรองไม่หล่นลงมาบนพื้นโลก เพราะในอากาศมีสภาพไร้น้ำหนัก สามารถรับแสงแดดได้ตลอดเวลาอีกทั้งไม่มีเมฆมาบดบัง

ดร.อาจองบอกว่า องค์การนาซาวางแผนไว้ปี ค.ศ. 2020 มนุษย์จะลงไปบนดาวอังคารเป็นครั้งแรก เพื่อจะเริ่มไปเยี่ยมไปศึกษา อยู่ที่นั่นสักพักว่าจะอยู่กันได้สะดวกสบายแค่ไหน หลังจากนั้นจะเริ่มเอาคนไปอยู่สร้างตึกสร้างเมือง ตอนแรกจะมีเรือนกระจกแบบกลมๆ เราเข้าไปอยู่ในนั้นปลูกผักปลูกข้าว

ต้นไม้บนดาวอังคารจะโตเร็วกว่าโลกของเรา ที่โตเร็วเพราะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เยอะ ต้นไม้ชอบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันเราไม่ต้องขนออกซิเจนไป ปลูกต้นไม้ก็คายออกซิเจนให้กับตัวเราได้

เมื่อผู้คนอพยพมามากขึ้น อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น ปกติบนดาวอังคารอุณหภูมิตอนนี้ติดลบ เมื่อมนุษย์อยู่มีเครื่องไม้เครื่องมือก็ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น แต่ตรงนั้นไม่ต้องห่วง เพราะอุณหภูมิต่ำอยู่แล้ว อุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส มนุษย์เข้าไปอยู่ได้อีกเยอะ และยิ่งอยู่เยอะยิ่งดีทำให้อากาศร้อนขึ้น

ที่สุดแล้วเด็กในวันนี้จะเดินทางไปทำงานอวกาศแทนที่จะเดินทางไปตะวันออกกลาง เกาหลี ญี่ปุ่น การเดินทางไปดาวอังคารจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาเหมือนกับการเดินทางขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศ

ระยะทางจากโลกไปดาวอังคารไม่แน่นอน บางครั้งอยู่ใกล้กัน บางครั้งไกลออกไป ตอนที่ผมไปช่วยเขาส่งยานอวกาศลงบนดาวอังคารใช้เวลา 11 เดือน แต่ระยะเวลาที่ใกล้สุดระหว่างดาวอังคารกับโลกคือ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับจังหวะว่าโลกจะหมุนเข้าใกล้ดาวอังคารช่วงไหนของปี

"เราต้องมองการณ์ไกลเริ่มคิดได้แล้วว่า ประเทศอื่นส่งคนขึ้นไปบนอวกาศแล้ว ของเรายังไม่มีคนไทยขึ้นไปสักคน ไม่ใช่ว่าเราต้องสร้างเอง แต่เราไปร่วมมือกับเขาให้ส่งคนของเราขึ้นไปบ้าง เพื่อที่เราจะได้มีประสบการณ์ได้เรียนรู้ จีนเริ่มส่งขึ้นไปแล้ว มีทั้งญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย อินเดีย ตะวันออกกลาง คนไทยเรายังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไป" ดร.อาจองกล่าวทิ้งท้าย

ความหวังที่มนุษย์จะไปอยู่บนโลกใบใหม่ใกล้ความจริงเข้ามาแล้ว


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


http://board.agalico.com/showthread.php?t=23101



คัดลอกมาจากที่อาจารย์มดเอ็กซ์โพสท์ไว้ในบอร์ดเก่าครับ

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7862


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553 11:06:19 »

ข้อมูลสนับสนุน อ.อาจอง เรื่องเกี่ยวกับดาวอังคาร

คัดลอกจากบอร์ดเก่า โดยคุณ zz สมาชิกบอร์ดเก่า


เนื้อความ:

รัฐบาล Norway ได้สร้างหลุมหลบภัยสำหรับบุคคลระดับผู้นำ บริเวณเทือกเขาสูง จำนวนหลายแห่ง ภายในหลุมหลบภัยมีเครื่องอำนวยความสะดวกพอสมควร รวมถึงห้องขนาดใหญ่สำหรับแช่แข็งอาหาร ระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆถูกย้ายไปใต้ดิน ทั้งหมดนี้มีกำหนดเวลาเสร็จสิ้นประมาณปี 2011

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ...

ข้อมูลจากเวป

http://www.projectcamelot.org/norway_update.html

Independent Confirmation

Many friends and correspondents in Norway and Sweden have been in touch, some offering intriguing details. To many of them, this information was not new and confirmed what they had known from other sources. We received specific confirmation from two scientists and one ex-intelligence source that these facilities exist (and that both Sweden and Switzerland have the facilities to take their entire population underground if need be). A number have asked to be put in touch with the politician who wrote to us.

One correspondent confirmed a great deal of detail. His message is so important that we have published it here in full (having edited out personal information which may have identified him to the authorities). His family has first hand experience of the facilities which our source reported.

Dear Project Camelot team,

I just read your article about the Norwegian politician and his letter and information to you regarding underground bases, 2012, etc.

I must say I found this quite fascinating. I already know of the Svalbard storage place, which when it was announced made the signals go off for me thinking it had to be some specific reason for this for something they know will happen soon.

Regarding the rest, I am also Norwegian, I am from a military family, and have been told by my mother who served a long time in the military and other governmental institutions about these underground bases.

I know the location of one of these bases and have seen it myself. It's within a big mountain in my old city where I used to live and grew up before I moved from Norway a couple years ago. The place is called Baneheia.

My mother refused to tell any details about it, except for that it is created for an emergency. Only specific personnel will be allowed, such as herself and other military people, and other important people, politicians, scientists and other civilian people they consider important.

She has also ben to another base in an area called Evje, and this underground facility is very huge, she said, much bigger than the Baneheia facility. She also said there is a base in the Stavanger area that she knows of.

She also supplied me with a photo of a base in Sørreisa, and said this is another underground base but she is unsure of the size of this base. I attach the photo here. This is the top of the mountain base, and she told me these 'spheres' are probably powerful radar systems that monitor a huge area.

She told me other interesting things, such as that that the big electronic corporations of the world in reality are run by the same people at the very top level, but they just create different names and brands and 'packaging' of the same products, or rather products that are developed and owned by people high up in society that run these electronic manufacturers with total control.

Regarding Baneheia, my mother said that the rest of our family would NOT be allowed to enter there in case of an emergency.

She also said she could not say any more about what was inside or how it looked, as she had sworn and promised to her officials to not tell anything more, and she is a woman of her word and keeps to her vows.

On another occasion, I briefly got to talk to another person from the military who had also been there. He gave me a little more details. He said the facility is huge and has many separate rooms with different purposes, but he was not allowed to enter these rooms and was confined to a specific room where he worked with computer related systems for the military. But he said that, from what he could see, this facility could house several thousand people, and it was extremely huge and highly technological.

It was also reported that of seven men who worked together at some project in this facility, four of them died of cancer. This was published in Fedrelandsvennen, a Norwegian newspaper from the city of Kristiansand in 2001. Unfortunately, the article is no longer online.

One of my friends, who worked for NSA for several years, has also provided me with some great and astonishing information regarding underground bases and other activities of the governments.

He confirmed that there are plenty of these bases around and that in some of them they are doing some very strange experiments and research, related to things such as time travel, journeys to other dimensions, alien technology etc, and he himself was in the process of recreating a spaceship and working on computer simulations for this purpose, and he showed me complex computer generated material related to this as well as illustrations of this spaceship.

He said that at the moment the governments are in contact with Mars, and even have such 'Stargates' connected with Mars so that they can travel there in a few seconds instead of using spaceships. He also claimed they are currently working on terraforming Mars - this means making Mars a suitable and possible place for humans to live. At the moment, Mars is more or less dead on the Surface, though there seems to be some life underground.

He suddenly disappeared and for the last couple years I've been unable to locate him or get in touch with him.

I can mention however, that he was adopted, and according to himself raised up and being prepared to work for the governments since his early childhood due to his high intelligence and other 'abilities'. He was indeed an extremely bright individual, personally I would say a genius, and he was involved with extremely complex mathematical and scientific material that he showed and discussed with me on several occasions.

I will first of all present you with some maps and photos of the area where this main facility I've mentioned is located.

The photo on the top right of the composite image below is what is called Gimlemoen, which used to belong to the military and was restricted for unauthorized personnel. I was there several times due to my mother working for them.

Recently they officially closed down the military operations in Gimlemoen, and turned it into a university campus instead.

However, some of the old bunkers and underground systems still remain in that area. I have personally visited some of them and been deeply underground. At one point I ended up in a large room that had a huge iron door with a big metal wheel on it and several locks. I could not open this door so nor do I know what was behind it.

There is also an aerial photo of Baneheia, where the current underground base in the mountain is located. This is at the top left of the image below. I've made a purple circle at the location of the entrance.

This rectangular structure is the entrance which leads into the mountain. The white structure to the right of it is some other buildings I assume is related as they got tons of antennas on top and satellite dishes etc and other strange devices.

As you see, it's a large mountain, with lakes on top, so how deep inside it goes into the mountain can only be speculated.

[Click on each of the four images to enlarge them:]






[Google Earth or Acme Mapper N 58.16, E 8.00]

Also notice that Gimlemoen and the Baneheia mountain are very close, only separated by the river. If any underground connection ever was established between the facilities in Gimlemoen and the facility in the Baneheia mountain below the river I have no idea, but as I mentioned I did find a 'bunker' going deep down underground leading to that room with a huge iron door that it was impossible to open. This was in Gimlemoen, and the room was covered with half a meter of water on the floor.

I've discovered something that seems like air vents in the middle of the woods on top of this mountain, which I assume provides air into the base below. The vents are placed in rather inaccessible areas and far away from any paths. They look like this, except that they are more modern.

I have on several occasions seen heavily armed military personnel outside the entrance of the mentioned facility. And this is strange, as Norway is not a country where the military or police normally walk around with guns. In fact, they are not allowed to carry guns unless it is an emergency situation. It's actually the only time I've seen the military carry guns in public while I lived in Norway.

Things should be pretty safe over here, I mean Norway is not exactly like Iraq having any specific needs for such bases and military work unless there is really something they know that is coming that the rest of us do not know.

 
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7862


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553 11:07:21 »

http://www.projectcamelot.org/norway.html


The following message was received by us shortly after we posted our tribute page to Benazir Bhutto. Although we cannot attest personally to the information given here, we feel in good conscience that we cannot and must not keep this from publication.

The person who wrote this message to us did so under their own name (which we have checked), and enclosed a number of photographs of them with the Prime Minister of Norway and (separately) with Benazir Bhutto. We are certain of their bona fides, but you will understand that we cannot reveal their real name or publish any photos without consent.

The content of this message, if true, could hardly be more important.

[Edited for grammar and spelling errors where needed to ensure full clarity. As a preface to the message, the writer apologized for their English, which is not their language.]

_____________________________


I am a Norwegian politician. I would like to say that difficult things will happen from the year 2008 till the year 2012.

The Norwegian government is building more and more underground bases and bunkers. When asked, they simply say that it is for the protection of the people of Norway. When I enquire when they are due to be finished, they reply “before 2011”.

Israel is also doing the same and many other countries too.

My proof that what I am saying is true is in the photographs I have sent of myself and all the Prime Ministers and ministers I tend to meet and am acquainted with. They know all of this, but they don’t want to alarm the people or create mass panic.

Planet X is coming, and Norway has begun with storage of food and seeds in the Svalbard area and in the arctic north with the help of the US and EU and all around in Norway. They will only save those that are in the elite of power and those that can build up again: doctors, scientists, and so on.

As for me, I already know that I am going to leave before 2012 to go the area of Mosjøen where we have a deep underground military facility. There we are divided into sectors, red, blue and green. The signs of the Norwegian military are already given to them and the camps have already been built a long time ago.

The people that are going to be left on the surface and die with along the others will get no help whatsoever. The plan is that 2,000,000 Norwegians are going to be safe, and the rest will die. That means 2,600,000 will perish into the night not knowing what to do.

All the sectors and arks are connected with tunnels and have railcars that can take you from one ark to the other. This is so that they can be in contact with each other. Only the large doors separate them so that the sectors are not compromised in any matter.
 
I am very sad. Often I cry with others that know that so many will learn too late, and then it will all be over for them. The government has been lying to the people from 1983 till now. All the major politicians know this in Norway, but few will say it to the people and the public - because they are afraid in case they too will miss the NOAH 12 railcars that will take them to the ark sites where they will be safe.

If they tell anyone, they are dead for sure. But I don’t care any more about myself. Mankind must survive and the species must survive. People must know this.
 
All the governments in the world are aware of this and they just say it is going to happen. For those of the people that can save themselves I can only say reach for higher ground and find caves up in the high places where you can have a food storage for at least five years with canned food and water to last for a while. Radiation pills and biosuits are also advisable if your budget allows it.
 
For the last time I say may God help us all... but God will not help us I know. Only each person individually can make a difference. Wake up, please...!
 
I could have written to you using another name but I am not afraid of anything any more. When you know certain things, you become invincible and no harm can come to you when you know that the end is soon.
 
I assure you 100% that things will happen. There are four years to prepare for the endgame. Get weapons, and make survival groups, and a place where you can be safe with food for a time.
 
Ask me anything and I will answer as much as I know about the Norwegian connection to all this. And just look around: they are building underground bases and bunkers everywhere. Open your eyes, people. Ask the governments what they are building, and they will say “Oh, it’s just storage for food”, and so on. They blind you with all the lies.
 
The marks of the alien presence are also there, and I often see the Norwegian elite politicians are not what they say they are. It’s like they are controlled in every thought, and what they have to say is just as they are told to do things in such manners. It is clear for me who they are, and who they are not. You can see it in their eyes and in their minds.
 
Remember that those who are going to be in and around the city areas in 2012 are those that are going to be hit first and die first. Later the army will purge the rest of the survivors and they have a shoot to kill order if there is any resistance to bring them into the camps where every one will get marked with a number and a tag.

I also see that Benazir Bhutto is spoken of on your site. Her death was tragic. I have met Benazir, as you can see. You will also see from the photographs that I have met with a number of other notable politicians and world leaders.

The public will not know what happens till the very end, because the government does not want to create mass panic. Everything will happen quietly and the government will just disappear.

But I say this: don't go quietly into the night. Take precautions to be safe with your family. Come together with others. Work together to find ways to solve all the many problems you will face.

Kind regards
 
[Name and proof of identity supplied]



Credit : zz บอร์ดเก่า
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
คำค้น: ดร.อาจอง วิกฤติ โลกร้อน อพยพ ดาวอังคาร 2020 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา หัวข้อ คำอธิบายวิถีกรรมในเชิงวิทยาศาสตร์
กระบวนการ NEW AGE
มดเอ๊ก 0 2327 กระทู้ล่าสุด 05 กรกฎาคม 2559 00:37:07
โดย มดเอ๊ก
“จิตใส ใจสว่าง” โดย ศ.ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน
มดเอ๊ก 0 1777 กระทู้ล่าสุด 05 กรกฎาคม 2559 00:53:05
โดย มดเอ๊ก
จิตใส ใจสว่าง (ศ.ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา)
ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน
มดเอ๊ก 0 1592 กระทู้ล่าสุด 29 กันยายน 2559 23:03:47
โดย มดเอ๊ก
[ข่าวมาแรง] - [Live] พาชม นิทรรศการ Memes of Dissent ท่ามกลางการประท้วงของนักศึกษาไทยระหว่างปี 2020 - 2021
สุขใจ ร้านน้ำชา
สุขใจ ข่าวสด 0 74 กระทู้ล่าสุด 29 มกราคม 2567 04:55:35
โดย สุขใจ ข่าวสด
[ข่าวมาแรง] - [Live] Memes Talk II มีม การ เมือง: อ่านการเคลื่อนไหวปี 2020 ผ่านปรากฎการณ์บนโลกออนไลน์
สุขใจ ร้านน้ำชา
สุขใจ ข่าวสด 0 91 กระทู้ล่าสุด 29 มกราคม 2567 06:31:50
โดย สุขใจ ข่าวสด
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.753 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 04 มิถุนายน 2567 06:10:34