[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
02 มีนาคม 2569 15:27:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วัดสิงห์ ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี - วัดโบราณก่อนการเสียกรุงศรีฯ ครั้งที่ ๑  (อ่าน 382 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 6364


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Chrome 109.0.0.0 Chrome 109.0.0.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 08 ธันวาคม 2568 16:30:25 »


หลวงพ่อพุทธรัตนมุนีพระประธานในอุโบสถวัดสิงห์
ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ ศอก สูง ๖ ศอก พร้อมด้วยพระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง


วัดสิงห์
ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

วัดสิงห์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในท้องที่หมู่ที่ ๒ บ้านธาตุ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เดิมเป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมืองสามโคกมาตั้งแต่สมัยอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนที่จะมีชาวรามัญเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแถบนี้ จนกระทั่งถูกทิ้งร้างไปภายหลังสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๑๑๒

วัดสิงห์ได้รับวิสุงคามสีมา (ได้รับพระราชทานพื้นที่จากพระเจ้าแผ่นดินให้สร้างโบสถ์) เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.๒๒๑๐   ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราว พ.ศ.๒๒๑๒ มีชาวรามัญชื่อ สมิงเปอ กับพวกอีก ๑๑ คน นำชาวรามัญประมาณหนึ่งหมึ่นคนอพยพหนีกองทัพพม่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชาวมอญเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านสามโคก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดสิงห์ ในช่วงเวลานี้วัดสิงห์จึงได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้น และเป็นสถานที่จรรโลงพุทธศาสนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ภายในวัดมีอุโบสถ กว้าง ๘.๕๐ เมตร ยาว ๑๘.๐๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๓๐๐ มีโบราณสถานสำคัญจำนวนมาก อาทิ วิหารน้อย เจดีย์ราย ศาลาดิน โกศพญากราย หอสวดมนต์ กุฏิพระโบราณ

กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดสิงห์เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๕ โดยกำหนดพื้นที่โบราณสถานไว้ประมาณ ๓ ไร่ ๓๕ ตารางวา และต่อมาได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาวัดสิงห์ ในปีงบประมาณ ๒๕๔๙ ประกอบด้วยการบูรณะอุโบสถ วิหาร ลานประทักษิณ กำแพงแก้ว ซุ้มประตูกำแพงแก้ว เจดีย์ราย เจดีย์บรรจุอัฐิ และฐานเสมา พร้อมจัดทำระบบ ระบายน้ำ ปรับพื้นที่โดยรอบโบราณสถาน

ปูชนียวัตถุและศิลปะโบราณ
● พระประธานในอุโบสถ หน้าตักกว้าง ๕ ศอก สูง ๖ ศอก พร้อมด้วยพระอู่ทอง ๓ องค์ สร้างเมื่อประมาณ ๓๐๐ ปีเศษ
● พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง กว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว
● พระพุทธรูปหลวงพ่อโตปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ๓ นิ้ว สูง ๕ ศอก สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ประดิษฐานที่ศาลาดิน
● พระพุทธรูปหลวงพ่อดำ สร้างจากศิลาทรายแดง ประดิษฐานอยู่ในวิหารน้อย
● โกศบรรจุอัฐิพระยากาย อดีตเจ้าอาวาสวัดสิงห์ เป็นงานประติมากรรมลวดลายงามวิจิตรงดงามทางศิลปะโบราณ
● เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองอยู่หน้าโบสถ์ ๕ องค์ สร้างขึ้นพร้อมวัด
● รอยพระพุทธบาทจำลองไม้สัก ลงรักปิดทองเป็นฝีมือช่างต้นกรุงรัตนโกสินทร์






พระพุทธสิริมาแสน หรือหลวงพ่อดำ ประดิษฐานในวิหารน้อยวัดสิงห์ ปทุมธานี
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สร้างจากศิลาแดง (หินทรายแดง) พุทธลักษณะโดดเด่น
ด้วยพระพักตร์เหลี่ยมและไรพระมัสสุตามแบบอยุธยาตอนต้น เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่กับวัดสิงห์
ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน


หลวงพ่อโต สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ประดิษฐานที่วิหารโถง (ศาลาดิน)
พระพุทธรูปเก่าแก่ปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยา หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ๓ นิ้ว สูง ๕ ศอก ก่อด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทอง  
มีอายุมากกว่า ๓๐๐ ปี และเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวบ้าน เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านโชคลาภและร่ำรวย



โกศบรรจุอัฐิพระยากาย อดีตเจ้าอาวาสวัดสิงห์
พระยากาย เป็นพระเถระมอญ อดีตเจ้าอาวาสวัดสิงห์ มีเชื้อสายราชวงศ์มอญ
โกศสร้างด้วยศิลปะมอญผสมไทย ปั้นด้วยปูนสดอย่างประณีตงดงามด้วยศิลปะโบราณ
จัดเป็นโบราณวัตถุสำคัญที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร



วิหารน้อย ที่ประดิษฐานพระพุทธสิริมาแสน หรือหลวงพ่อดำ


เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองอยู่หน้าโบสถ์ ๕ องค์ สร้างขึ้นพร้อมวัด






สิงห์ปูนปั้น สัญลักษณ์ "วัดสิงห์" นั่งท่าทวารบาล (เฝ้าประตู) ทางเข้าวัด ศิลปะทวารวดี (เขมรโบราณ)
โดดเด่่นด้วยลักษณะเฉพาะคือ อ้าปากกว้าง มีเขี้ยวยาว ตาโปน แผงคอเป็นลอน นิ้วเท้าเรียงเป็นระเบียบ
หางม้วนขึ้นข้างหลัง และลายขนสวยงาม





850-26

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 ธันวาคม 2568 16:46:55 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.581 วินาที กับ 26 คำสั่ง