[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
18 กุมภาพันธ์ 2569 04:19:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สิบวิธี การสร้างบุญ โดย พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี  (อ่าน 116 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Maintenence
ผู้ดูแลระบบ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 1340


[• บำรุงรักษา •]

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 07 มกราคม 2569 15:49:28 »




สิบวิธี การสร้างบุญ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร สัตหีบ ชลบุรี

        บุญและบาปที่พวกเราทำกันในอดีตชาติ มันจึงส่งให้พวกเรามาเกิดไม่เหมือนกันไม่เท่ากัน เพราะเราทำบุญทำบาปมามากน้อยไม่เท่ากันนั่นเอง อานิสงส์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์จึงไม่เหมือนกัน ถ้าเราทำบุญใจเราจะมีความสุขทันที เวลาตายไปใจไปเกิดในสวรรค์ทันที แล้วพอลงมาจากสวรรค์ก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเป็นมนุษย์ที่มีวาสนาบารมี ทำไมคนบางคนเกิดมาแล้วสบาย เกิดมาบนกองเงินกองทอง บางคนเกิดมาฉลาด เรียนหนังสือเก่ง เห็นไหม ๔ จุดทุกปี เข้ามหาวิทยาลัยเข้าที่ไหนได้เรียนหมอเรียนแพทย์เรียนอะไรได้ ก็เพราะมีการทำบุญทำความดีมาในอดีตชาติ ร่ำรวย รูปร่างสวยงาม ผิวพรรณผ่องใส มีอาการครบ ๓๒ อายุยืนยาวนาน อันนี้เป็นผลจากการทำบุญต่างๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ทำกัน บุญนอกจากบุญที่เกิดจากการให้ทานแล้ว ก็มีบุญที่เกิดจากการรักษาศีล นอกจากบุญที่เกิดจากการรักษาศีลแล้วก็บุญที่เกิดจากการภาวนา นี่เป็นบุญที่พวกเราควรที่จะมาเติมกันอยู่เรื่อยๆ เพื่ออนาคตของเราและปัจจุบันของเรา ทำบุญปั๊บ นี่วันนี้ก็มีความสุขแล้ว มาที่นี่มาทำบุญทำทาน ได้รักษาศีล อย่างน้อยก็ ๒ ชั่วโมง อยู่ที่นี่ ๒ ชั่วโมงก็ไม่ทำบาป อย่างน้อยก็ ๒ ชั่วโมง แล้วก็ได้ฟังเทศน์ฟังธรรม ได้เรียนรู้วิธีสร้างบุญ ได้เรียนรู้วิธีกำจัดบาปต่างๆ อันนี้ก็จะพาให้เราได้ไปสู่การกระทำที่ดีขึ้นไปต่อไป เราก็จะได้รู้จักวิธีทำบุญมากขึ้น เราก็จะได้เพิ่มบุญ

        ใหม่ๆ เราก็อาจจะคิดว่าบุญอยู่ที่การให้ทานอย่างเดียว ทำบุญทำทานบริจาคทรัพย์ แต่ความจริงยังมีบุญนอกจากนั้นที่เกิดจากการรักษาศีล รักษาศีล ๕ ก็ได้บุญ รักษาศีล ๘ ก็ได้มากขึ้น รักษาศีล ๑๐ รักษาศีล ๒๒๗ ยิ่งรักษาศีลได้มากเท่าไรก็ยิ่งได้บุญมากขึ้นไปเท่านั้น แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีบุญที่เกิดจากการภาวนา การภาวนาก็มีอยู่ ๒ ระดับ เรียกว่า “สมถะภาวนา วิปัสสนาภาวนา” ก็จะได้บุญมากขึ้นไปอีกได้ความสุข คำว่า “บุญ” ก็คือความสุข ทำทานก็ได้ความสุข รักษาศีลก็ได้ความสุขมากขึ้นกว่าการทำทาน ภาวนาก็จะได้ความสุขมากกว่าการรักษาศีล เพราะใจจะมีความสงบมากขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นเอง ทำทานนี้จะทำให้ใจสงบจากความโลภนั่นเอง จากความอยาก เวลาที่เราอยากจะเอาเงินไปเที่ยวนี้ เราเอาเงินที่จะไปเที่ยวนี้ไปทำบุญ เราก็จะระงับความอยากเที่ยวลงได้ พอความอยากเที่ยวลดลงใจก็จะสงบลง พอใจสงบลงความสุขก็จะเกิดขึ้นมาทันที การไม่ทำบาปก็เหมือนกัน เวลาเราถือศีลเราก็จะไม่ทำบาป พอเราไม่ทำบาปเราก็จะกำจัดความทุกข์ที่เกิดจากการทำบาปได้ พอเราไม่ทำบาปใจเราก็จะเย็นขึ้นสบายขึ้น ต่างกับเวลาที่เราทำบาป เวลาทำบาปใจจะร้อนใจจะทุกข์ พอเราไม่ทำบาปใจก็จะเย็นใจก็จะสบาย อันนี้ก็เป็นความสุขระดับต่างๆ ความสุขระดับทาน ความสุขระดับศีล เพิ่มมากขึ้นไปเป็นเหมือนขั้นบันได ความสุขของทานน้อยกว่าความสุขของการรักษาศีล ความสุขของการรักษาศีลก็น้อยกว่าความสุขที่เกิดจากการภาวนา สมถะภาวนา ความสุขที่เกิดจากสมถะภาวนาก็น้อยกว่าความสุขที่เกิดจากวิปัสสนาภาวนา

         มันเป็นขั้นๆ ไป ที่พวกเราต่อไปจะทำกัน รับรองได้ว่าถ้าเรามาวัดอยู่เรื่อยๆ มาศึกษา มาฟังเทศน์ฟังธรรมกันอยู่เรื่อยๆ เราจะได้รู้จักวิธีสร้างความสุขชนิดต่างๆ ขึ้นมา เหมือนกับที่เราไปเรียนหนังสือ พอเราไปเรียนหนังสือเราก็จะรู้จักวิธีหาเงินวิธีต่างๆขึ้นมา รู้จักวิธีหาเงินด้วยการทำมาค้าขาย รู้จักวิธีหาเงินด้วยการประกอบอาชีพ มันก็จะรู้จักวิธีต่างๆมากขึ้นๆ ไป เราก็จะมีความสามารถในการหาเงินหาทองได้มากขึ้นไปตามลำดับ ถ้าเราได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่เรื่อยๆ ฉันใด การที่เรามาฟังเทศน์ฟังธรรมนี้ก็เหมือนกัน เป็นการศึกษาวิธีสร้างบุญสร้างกุศลต่างๆ นั่นเอง ถ้าเราไม่มาฟังเทศน์ฟังธรรม เราจะรู้จักการทำบุญด้วยการให้ทานเพียงอย่างเดียว เราจะไม่รู้ว่านอกจากการให้ทานแล้วมีการสร้างความสุขหรือสร้างบุญอีกหลายวิธี ความจริงมีถึง ๑๐ วิธีด้วยกัน วิธีที่ ๑. ก็คือทาน คือการให้  ๒. ศีล คือการไม่ทำบาป  ๓. ภาวนา คือการพัฒนาอบรมจิตใจให้สงบให้ฉลาด  ๔. การอุทิศบุญ ทำบุญแล้วเราสามารถอุทิศบุญให้กับผู้ล่วงลับไปแล้ว ถ้าเราคิดถึงพ่อคิดถึงแม่ กลัวพ่อแม่จะอดอยาก เราทำบุญเราก็ส่งบุญนี้ไปให้พ่อแม่ได้ พอเราได้ส่งบุญเราก็จะรู้สึกมีความสุขขึ้นมา เหมือนเราสั่งพิซซ่าผ่านมือถือให้ส่งไปที่บ้านนั้นบ้านนี้ พอที่บ้านนั้นเขาโทรศัพท์กลับมาบอก “โอ้โฮ ได้รับพิซซ่าแล้วดีใจเหลือเกิน” เราก็จะมีความสุขขึ้นมา นี้เรียกว่าการอุทิศบุญ แล้วก็ ๕. การอนุโมทนาบุญ ก็คือการยินดีแสดงความยินดีชื่นชมยินดีกับการทำบุญของผู้อื่น บางทีเราไม่ยินดีเพราะอะไร เพราะว่าเอาเงินเราไปทำนั่นเอง แต่เมื่อเป็นเงินของเขาและของเรา เช่นของสามีภรรยาด้วยกัน สามีชอบทำบุญแต่ภรรยาไม่ชอบทำบุญ พอสามีเอาเงินไปทำบุญ ภรรยาก็ไม่สบายใจ แต่ถ้าสามีเป็นคนรู้ว่าถ้าเขาเอาไปทำบุญแล้วภรรยาควรจะอนุโมทนา แล้วจะได้บุญด้วยได้ความสุขขึ้นมา แทนที่จะเสียใจกับการทำบุญของสามีก็จะได้ความสุขร่วมกับสามี เพราะว่ามันเป็นเงินของเรา เขาทำแล้วเราก็ยินดีไปกับการกระทำของเขา อันนี้เรียกว่า “อนุโมทนาบุญ” อนุโมทนาบุญนี้มีไว้สำหรับเวลาที่เราไม่สบายใจกับการทำบุญของคนอื่น แต่ถ้าเราสบายใจเราก็ไม่ต้องอนุโมทนา เพราะว่าเราสบายใจ เห็นคนอื่นเขาทำบุญ เรามีความสุขไปกับเขานี้ เราก็ไม่ต้องอนุโมทนา แต่เวลาที่เราเห็นคนอื่นทำบุญแล้วเราไม่สบายใจ เราเสียดายเงินหรืออะไรแล้วแต่เหตุผลที่ทำให้เราไม่สบายใจ เราก็ควรจะรีบอนุโมทนาไป อนุโมทนาบุญแล้วจะทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นมาจากการทำบุญของคนอื่น

        นอกนั้นก็ยังมี ๖. บุญที่เกิดจากการรับใช้ช่วยเหลือผู้อื่น เห็นผู้อื่นเขาตกทุกข์ได้ยากเดือดร้อน คนแก่ คนชรา คนพิการ คนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ถ้าเราช่วยให้เขาอยู่อย่างเป็นสุขได้ เราก็จะได้บุญ แล้วก็ ๗. บุญที่เกิดจากการมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ คนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนสัมมาคารวะนี้ไปอยู่กับใครจะมีความสุข เพราะจะไม่มีใครรังเกียจ ต่างกับคนที่ชอบอวดเก่งอวดเบ่งอวดรู้อวดตนนี้ ไปอยู่กับใครมักจะไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมด้วย แต่ถ้าเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนไปอยู่ที่ไหนเขาก็ยินดีต้อนรับ มีความสุข ไปอยู่กับใครก็จะมีความสุขถ้าเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วก็ ๘. บุญที่เกิดจากการฟังเทศน์ฟังธรรม เวลาฟังเทศน์ฟังธรรมก็จะเกิดความรู้เกิดความฉลาดต่างๆ ขึ้นมา ทำให้เรามีความสุขใจเพราะเราสามารถเอาความรู้นี้ไปสร้างความสุขใจให้กับเรา การฟังเทศน์ฟังธรรมจะกล่อมใจให้สงบ จะกล่อมใจให้เย็นสบาย ต่างกับการฟังเรื่องการบ้านการเมือง ฟังแล้วร้อนขึ้นมาทันทีใช่ไหม ใครจะเป็นนายก พรรคไหนจะมาเป็น โอ๊ย ฟังแล้วปวดหัวไหม แต่พอฟังธรรมแล้วใจเย็นใจสบายมีความสุข นี่ก็คือบุญอีกอย่าง ถ้าอยากจะมีความสุขจากการฟังก็ฟังธรรมกันดีกว่า เปิดธรรมะฟังกันไป ต่างกับการฟังเหตุการณ์ทางบ้านเมือง ฟังแล้วก็มีเรื่องหวาดเสียวหวาดกลัว ทำเรื่องวุ่นวายใจไม่รู้จักจบจักสิ้น ฟังเรื่องเศรษฐกิจก็กังวลแล้ว เศรษฐกิจจะตกจะขึ้น ฟังเรื่องการเมืองใครจะมาเป็นนายกก็ปวดหัวแล้ว อย่าไปฟังเลยเรื่องราวเหล่านี้ ฟังแล้วมันร้อนใจทุกข์ใจ มาฟังเรื่องที่ทำให้เราเย็นใจดีกว่า ฟังธรรมของพระพุทธเจ้านี้ใจเย็นใจสงบใจสบาย

          แล้วก็ ๘. บุญที่เกิดจากการทำความเห็นให้ถูกต้อง ฟังเทศน์ฟังธรรมแล้วก็รู้ว่าบุญบาปมีจริง กฎแห่งกรรมมีจริง นี่คือบุญต่างๆ บุญอีกข้อหนึ่งก็คือ ๑๐. บุญที่เกิดจากการให้ธรรมะแก่ผู้อื่น ถ้าเรามีธรรมะเรารู้จักธรรมะเราแบ่งธรรมะให้คนอื่นได้ ถ้าเราไม่มี เรามีหนังสือธรรมะก็เอาหนังสือธรรมะไปให้คนอื่นที่เขาไม่มีธรรมะได้อ่านก็ได้ อันนี้เรียกว่าเป็นการให้ธรรมะแก่ผู้อื่น การกระทำต่างๆ เหล่านี้เป็นวิธีสร้างความสุขให้กับเรา ทำไมไม่ทำกัน ทำแล้วเกิดความสุขขึ้นมาทันที ชอบไปทำเรื่องที่ทำให้เราทุกข์กัน ชอบไปช้อปปิ้งกัน ช้อปปิ้งแล้วก็ทุกข์ เวลาไปเห็นของอยากได้แต่ไม่มีเงินซื้อก็ทุกข์แล้ว เห็นของสวยๆงามๆ แต่ดูบัญชี โอ๊ย มันยังติดลบอยู่ ถ้ารูดบัตรแล้วเดี๋ยวก็แย่ เดี๋ยวไม่มีเงินจ่าย ก็ไม่ซื้อ ไม่ได้ซื้อใจก็เสียดายเสียใจ สู้มาทำบุญดีกว่า ไปเที่ยวก็ได้ความสุขเดี๋ยวเดียว กลับมาบ้านความสุขก็หายไป แล้วเดี๋ยวอยากเที่ยวใหม่ ถ้าไม่มีเงินเที่ยวก็ไปไม่ได้ ก็ทุกข์อีก สู้มาทำบุญดีกว่าไม่ต้องเสียเงินเสียทอง ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องทำทาน ให้อย่างอื่นก็ได้ ไม่มีเงินก็ให้ความรู้ก็ได้ เป็นครูสอนเด็กนักเรียนก็ได้ สอนพิเศษไม่เก็บค่าเล่าเรียน ให้ความรู้กับเขา เรียกว่า วิทยาทาน มีธรรมะก็ให้ธรรมะ ไม่มีธรรมะก็มีความรู้ก็ให้ความรู้ไป ไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้อะไรก็ได้ ให้กำลังกายก็ได้ รับใช้ผู้อื่นก็ได้ ไปเป็นอาสาสมัครของปอเต็กตึ๊งก็ได้ อันนี้มีวิธีทำบุญอยู่ทั้ง ๑๐ ประการด้วยกัน ทำบุญดีกว่า เพราะคำว่า “บุญ” ก็คือสุขนั่นเอง ทำบุญแล้วเราจะมีความสุข พวกเราทุกคนนี่หาความสุขกัน ที่ไปเที่ยวก็ไปหาความสุขกัน ที่ไปดื่มสุราก็ไปหาความสุขกัน ที่ไปติดยาเสพติดก็ไปหาความสุขกัน แต่มันไม่เป็นความสุขล่ะสิ มันเป็นความทุกข์ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้ว่าความสุขที่ได้จากสิ่งเหล่านี้มันจะพลิกกลับกลายเป็นความทุกข์ต่อไป เวลาติดมันแล้ว เวลาไม่ได้เสพมัน มันจะทุกข์ ติดสุราแล้วเวลาไม่ได้ดื่มสุรานี้มันจะทุกข์ ติดยาเสพติดแล้วเวลาไม่ได้เสพมันจะทุกข์ ไม่คิดถึงตอนนั้นกัน คิดแต่ตอนที่ได้เสพ แต่พอเวลาไม่ได้เสพแล้วมันจะกลับเป็นความทุกข์ขึ้นมา การเที่ยวก็เหมือนกัน ถ้าติดเที่ยว พอได้เที่ยวก็มีความสุข พอไม่ได้เที่ยวแล้วทีนี้ก็ทุกข์แล้วซิ อยู่บ้านก็เหงาว้าเหว่เศร้าสร้อยหงอยเหงาหงุดหงิดรำคาญใจ พอไปเที่ยวก็เหมือนไก่บิน พอกลับบ้านก็เหมือนห่ากิน

          นี่คือความสุขกับความทุกข์ที่เราได้จากการกระทำสิ่งต่างๆ แต่ถ้าไปทำบุญตามที่พระพุทธเจ้าสอนนี้จะไม่มีห่ากิน จะมีแต่ไก่บินอย่างเดียว ไก่บินออกไก่บินเข้านะ ออกไปข้างนอกไปทำบุญก็ดีใจ เสร็จจากการทำบุญกลับบ้านก็ดีใจมีความสุข อันนี้แหละคือความสุขแบบสุขที่ไม่มีห่าตามมากิน นอกนั้นวิธีอื่นๆ ที่พวกเราหากันนี่ หาลาภยศสรรเสริญ หารูปเสียงกลิ่นรสนี้เป็นวิธีหาห่ากินเรา คือหาความทุกข์มาใส่หัวเรา ใช่ไหม พอหาเงินได้ก็ดีใจ พอวันไหนหาไม่ได้ก็เสียใจ พอเงินหมดก็ทุกข์ พอเวลาได้ตำแหน่งก็ดีใจ พอถูกปลดออกก็เสียใจ เวลาได้รางวัลก็ดีใจ พอวันไหนไม่ได้รางวัลก็เสียใจ นี่มันมีความทุกข์ตามมา แต่การทำบุญนี้ไม่มีความทุกข์ตามมา วันไหนไม่ได้ทำบุญก็จะไม่รู้สึกทุกข์ที่ไม่ได้ทำบุญ มีโอกาสทำก็ทำ ทำก็มีความสุข เวลาไม่ทำก็ไม่ทุกข์ อันนี้แหละคือการหาความสุขที่ถูกต้อง ต้องหาความสุขตามที่พระพุทธเจ้าสอนให้พวกเราทำกัน คือบุญ ๑๐ ประการนี้ ให้หา๑. ความสุขจากการทำทานแบ่งปันข้าวของเงินทองสิ่งของต่างๆ ต่อผู้ที่ยากไร้ด้อยโอกาส ๒. อย่าไปทำบาปอย่าเบียดเบียนกัน ๓. ภาวนา หัดฝึกจิตทำจิตใจให้สงบหัดนั่งสมาธิกัน พุทโธ พุทโธกัน เวลาจิตสงบนี้จะมีความสุขมาก มีความสุขที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง อยู่ที่ใจของเรานี้เอง อยู่ที่การภาวนา ถ้าเราภาวนาเป็นแล้วนี้ เราไม่ต้องหาเงินไม่ต้องมีตำแหน่งไม่ต้องมีอะไร เพราะเงินทองตำแหน่งนี้สู้ความสุขที่ได้จากการทำใจให้สงบไม่ได้

        อันนี้สำคัญที่สุด ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ตรงที่ภาวนานี้เอง ถ้าเราสามารถภาวนาได้รีบภาวนากันเถิด แล้วเดี๋ยวเราก็จะรู้ว่าความสุขที่เกิดจากการภาวนานี้เป็นอย่างไร แล้วเราจะไม่ต้องการอะไรอีกต่อไป เราต้องการความสุขที่เกิดจากการภาวนานี้เพียงอย่างเดียว แล้วความสุขนี้จะพาให้เราไปสู่พระนิพพานต่อไป ทำให้เราไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด.

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

[• สุขใจ บำรุงรักษาระบบ •]
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.574 วินาที กับ 27 คำสั่ง