[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
17 กุมภาพันธ์ 2569 23:36:05 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยาหมอพระแก้หืดไอเรื้อรัง  (อ่าน 72 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ใบบุญ
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 13
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 2771


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 22 มกราคม 2569 17:03:44 »



ยาหมอพระแก้หืดไอเรื้อรัง

โรคหืดเป็นโรคทางเดินหายใจเก่าแก่ที่มีบันทึกชื่อโรคและตำรับยารักษาไม่น้อยกว่า 12 ตำรับ ปรากฏอยู่ในหลายคัมภีร์แพทย์แผนไทย เช่น คัมภีร์ปฐมจินดาว่าด้วยโรคหืดเด็ก หืดน้ำนม คัมภีร์ชวดาร และคัมภีร์วรโยคสาร และคัมภีร์กษัย กล่าวถึงโรคหืดไอ หืดหอบ เป็นต้น

การแพทย์แผนไทยมองว่าสมุฏฐาน หอบหืดเกิดจากศอเสมหะกําเริบ ทำให้มีเสมหะมากที่ลำคอ เกิดอาการไอรุนแรงถึงไอเรื้อรัง ส่งผลไปยังอุระเสมหะ ทำให้เกิดปัปผาสังพิการหรือปอดอักเสบ แน่นหน้าอก มีอาการไอหอบและเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก จึงเรียกว่าโรคหอบหืดซึ่งเป็นโรคที่บั่นทอนสุขภาพถึงขั้นเสียชีวิตได้ถ้าไม่รีบรักษา

ในที่นี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า ชื่อโรคของการแพทย์แผนใหม่มักจะยืมชื่อเรียกของแพทย์แผนโบราณมาใช้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดน้อย ไข้หวัดใหญ่ ไทฟอยด์ รากสาด บิด อหิวาต์ หรือแม้แต่ไข้อีดำอีแดงที่กำลังระบาดในหมู่เด็กอยู่ขณะนี้

ในแง่ของของแพทย์แผนปัจจุบันโรคหอบหืดเป็นกลุ่มอาการโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด เป็นๆ หายๆ อาการจะเกิดขึ้นเมื่อหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ จะทำให้มีอาการคัดจมูก มีเมือกเสมหะมากกว่าปกติ หลอดลมตีบตัน บวม หายใจไม่สะดวก มีอาการไอต่อเนื่องนาน 2-3 สัปดาห์ หายใจมีเสียงวี้ด อันเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกอาการหืด อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก โดยเฉพาะตอนกลางคืนและช่วงเช้ามืด สามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย และอาจเสียชีวิตได้หากมีอาการมากอาจทำให้หายใจไม่ออก ไม่สามารถรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และไม่สามารถนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้ ทำให้ระบบหายใจล้มเหลว จนถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด

อาการสำคัญที่เป็นสัญญาณของโรคหอบหืด มีทั้งหมด 3 อย่าง ได้แก่ ไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงวี้ด เหนื่อยหอบ หากมีอาการทั้ง 3 อย่างนี้ ฟันธงได้เลยว่า เป็นโรคหอบหืดค่อนข้างแน่นอน

ปัจจุบันมีสิ่งกระตุ้นและสารก่อภูมิแพ้พิสดารมากมายได้แก่ เช่น ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 สารเคมีพิษหรือละอองเชื้อจุลชีพแปลกๆ ในอากาศ สารปนเปื้อนในอาหาร หรือแม้แต่ไรฝุ่นในที่นอน นอกจากนี้ ยังพบว่าสภาพอากาศที่เย็นและแห้งของฤดูกาล รวมทั้งสภาพอากาศในห้องแอร์ เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้ด้วย

ในที่นี้ขอแนะนำตำรับยาโบราณนอกคัมภีร์แพทย์หลวง แต่เป็นตำรับยาหมอพระที่มีประสบการณ์การใช้ของผู้คนมายาวนาน คือ ตำรับยาแก้หืดหรือเสมหะทรมานของพระเทพสุธี (พรหม โชติปาโล นามสกุลเดิม แสงโชติ) อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ

ตํารับยาต้มนี้โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเองเคยนำมาเผยแพร่เมื่อกว่า 40 ปีก่อน สมัยโลกยังใช้การสืบค้นด้วยกระดาษหาได้ยากในสื่อออนไลน์

ตำรับโบราณนี้ประกอบด้วยสมุนไพร 5 อย่าง น้ำหนักรวม 240 กรัมคือ

1. เถาวัลย์เปรียง หนัก 2 บาท 2 สลึง เท่ากับ 37.5 กรัม

2. แก่นแสมสาร หนัก 6 บาท 2 สลึง เท่ากับ 97.5 กรัม

3. ฝางเสน หนัก 2 บาท 2 สลึง เท่ากับ 37.5 กรัม

4. ใบมะคำไก่ หนัก 2 บาท 2 สลึง เท่ากับ 37.5 กรัม

5. หัวแห้วหมู หนัก 2 บาท เท่ากับ 30 กรัม

วิธีปรุงยา เตรียมสมุนไพรแห้งทั้ง 5 ที่มีสภาพใหม่ นำมาซาวน้ำให้สะอาดแล้วใส่หม้อ (ห้ามใช้ภาชนะอะลูมิเนียม) เติมน้ำ ราว 2,000 มิลลิลิตร(ม.ล.) หรือในระดับพอท่วมยา ต้ม 3 เอา 1 กรองกากยาทิ้ง ได้น้ำยาประมาณ 600-700 ม.ล. ดื่มเป็นประจำครั้งละ 1 แก้ว หรือ 100 ม.ล. วันละ 3 เวลา หลังอาหาร น้ำยาที่เหลือแช่ตู้เย็นไว้ดื่มต่อได้ทั้งหมดหม้อละ 3 วัน

ควรรับประทานยาติดต่อกันนาน 7 วัน จึงหยุดยา อาการจะทุเลาลง

ช่วงนี้ทั่วทั้งประเทศไทยยังประสบภัยจากฝุ่นพิษ PM 2.5 สร้างปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ แม้ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเป็นโรคหืดหรือโรคหืดหอบ หากเริ่มมีอาการไอ หายใจลำบาก มีเสมหะเหนียวก็สามารถต้มยาสูตรนี้ดื่มได้

อย่างไรก็ตาม โรคหืดเป็นโรคที่ไม่หายขาดด้วยยา จึงต้องหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจด้วย ดังกรณีตัวอย่างของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เมื่อหลายปีก่อน ท่านเคยฉันยาขนานนี้เพื่อควบคุมโรคปัปผาสัง แม้จะได้ผลดีหลังจากฉันยา แต่ไม่กี่วันโรคก็กำเริบอีก จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการย้ายออกจากวัดเดิมที่เต็มไปด้วยมลพิษต่อทางเดินหายใจของท่าน ดังบันทึกของท่านตอนหนึ่งว่า

“ตอนนั้น โครงการสมุนไพร (ต่อมาคือมูลนิธิสุขภาพไทย) ได้พยายามมาช่วยแก้ปัญหาโรคทางเดินหายใจ นำยาสมุนไพรมาถวายเองบ้าง ฝากมาถวายบ้าง บ่อยมาก ยังมีบันทึกไว้ว่าขนานหนึ่งแก้ปัญหาเสมหะทรมานได้ดี แต่ถึงอย่างไร ตัวคนไข้เองก็ไปไม่ไหว เพราะขณะที่สมุนไพรมาข้างนี้ ควัน ไอเสียรถยนต์มาข้างนั้น ควันหรือไอน้ำประสานทองมาข้างโน้น แก้ไขกันไม่จบ ก็ได้แต่อนุโมทนาไว้…”

ในที่นี้ คำว่ายาขนานหนึ่งก็คือ “ตำรับยาแก้หืดไอของพระเทพสุธี วัดอนงค์” นั่นเอง หากผู้ใดทุกข์ทรมานจากโรคหืดสามารถใช้ยาต้มขนานนี้ทุเลาอาการได้ แต่ถ้าจะให้โรคหายขาด จะต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ปลอดพ้นจากมลพิษต่อระบบทางเดินหายใจ

และขอฝากยาขนานนี้ไว้เป็นโอสถทาน ตามเจตนารมณ์ของพระอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของยานี้สืบไป •


 

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง l มติชนสุดสัปดาห์

มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org[/size]

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 5.063 วินาที กับ 26 คำสั่ง