[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
04 ตุลาคม 2565 00:56:51 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สงครามครั้งสุดท้าย ระหว่าง นรก กับ สวรรค์  (อ่าน 16731 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 17:56:01 »

[ คัดลอกมาจาก อ.มดเอ็กซ์ บอร์ดเก่า ]



ตอนที่ 1
ในตอนก่อนที่ จักรวาลนี้ จะกำเนิดสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
มีเพียงโลกทิพย์หรือสวนเอเดนเท่านั้น
ที่ดำรงอยู่ พระเจ้าไม่ว่าจะใน พระนามไหน ล้วนแล้วเป็นองค์เดียวกัน
พระเจ้าได้สร้างเหล่าเทวดาทั้งหลายให้มีหน้าที่ต่างๆกัน ดังนี้

 
 

1. SERAPHIM เทวดาผู้สยายปีก ปกป้องพระเจ้า และบัลลังก์ ของพระองค์ มีอยู่ด้วยกัน 4 องค์ คือ
  • METATRON ผู้เป็นเสียงแทน พระเจ้า ผู้ถูกชี้ตัวว่า เป็น SATAN
  • KEMUEL ผู้เฝ้าบัลลังก์เบื้องซ้าย ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่าง ISHRAEL กับ HIERARCHS บนสวรรค์ชั้น7
  • NATHANAEL ผู้เฝ้าบัลลังก์เบื้องขวา
  • GABRIEL ผู้เก็บดวงวิญญาณของเหล่าสรรพชีวิต
เทวดาทั้งสี่มีลักษณะนิสัยที่โกรธเกรี้ยว ดุดัน

 
 
 
และไม่ค่อยน่าไว้วางใจ เทวดาทั้ง 4 มีปีกองค์ละ 3 คู่


2.CHERUBIM เทวดาที่ทำการปกป้อง


ต้นไม้ศักสิทธิ์ หรือ ต้นไม้แห่งชีวิต และ ต้นไม้แห่งความอมตะ


ได้แก่

 
 
 
 
 

  • KERUB ปกป้องต้นไม้แห่งชีวิต

  • EZEKIEL ปกป้องต้นไม้แห่งความอมตะ แบ่งได้เป็น 4 องค์ มีลักษณะของใบหน้าที่แตกต่างกัน
    • หัวเป็นคน เฝ้าอยู่ทางด้านหน้า
      หัวเป็นอินทรีย์ เฝ้าอยู่ทางด้านหลัง

    • หัวเป็นสิงโต เฝ้าอยู่ทางด้านขวา

    • หัวเป็นวัว เฝ้าอยู่ทางด้านซ้าย
แต่ทั้ง 4 ยังคงมีรูปร่างในแบบของมนุษย์อยู่

 
 
 
และมีปีก องค์ละ 2 คู่ มีขา เป็นวัว

3. OPHANIM หรือ GALGALLIN

เทวดาที่ปกป้องยานพาหนะที่ใช้ออกรบ


มีเทวดาชื่อ RAPHAEL


เป็นผู้ควบคุม


4.THE DOMININONS เป็นเทวดาที่ดูแล


บัญชีรายชื่อรวมถึง สาส์น ที่พระเจ้าใช้บอกแก่เหล่าเทวดา


โดยผ่านทางคำพูดของ METATRON


เทวดาที่ควบคุมมีอยู่ 4 องค์ ได้แก่

 
 
 
 
 

  • ZADKIEL
  • HASHMAL
  • YAHRIEL
  • MURIEL
5.THE VIRTUES เทวดาผู้ให้พรทั้งหลาย

 
 
 
และ ผู้สอนความกล้าหาญแก่มนุษย์คล้ายกับพวกขุนนาง

ก่อนที่พวกเขาจะตกสวรรค์ มาอยู่บนโลกมนุษย์ มีดังนี้

 
 
 

  • MICHAEL
  • GABRIEL
  • RAPHAEL
  • BARIEL
  • TARSHISH
  • SATANEL
6.THE POWER ว่ากันว่าเป็นเทวดากลุ่มแรก

 
 
 
ที่พระเจ้าสร้าง เพื่อป้องกันเขตแดน ของทั้ง 3 โลก ได้แก่

 

  • CAMUEL ผู้ถูกชี้ตัวว่าเป็น ดยุค ของ นรก เนื่องจากเข้าขัดขว้างการรับพระบัญญัติ 10 ประการ ของโมเสท
  • MAGUS 1 ใน 7 ของเทวดาที่ได้เห็นพระพักษ์ของพระเจ้า
    ทั้ง 2 รักษาความสมดุลระหว่าง ดี กับ เลว
7.THE PRINCIPALITIES

 
 
 
เทวดาที่เป็นผู้ปกป้องคำสอนของพระเจ้า หรือ ศาสนา นั้นเอง ได้แก่

 

  • NISROCK หรือ ASSYRIAN ผู้ถูกชี้ตัวว่าเป็นเจ้าชายแห่งนรก
  • ANAEL 1 ใน 7 เทวดา ที่ให้พลังในด้านการสร้างสรร และเกี่ยวข้องกับ ลักษณะทาง
  • CHALDEAN เทพธิดาแห่งความรักและสงคราม
  • LUCIPHER เทพแห่งควารักและการเกี่ยวพาราศี
  • CERVILL เทพแห่งพลัง ผู้ช่วย DAVID เข่นฆ่า GOLIATH
อัครเทวทูต THE ARCHANGELS

 
 
 
ที่สำคัญในการนำทัพเหล่าเทวดาน้อยใหญ่

เข้าสู่สงครามนรก-สวรรค์ ที่พระเจ้าทำการรบกับ SATANได้แก่

 
 
 

  • MICHAEL
  • GABRIEL
  • RAPHAEL
  • URIEL
  • METATRON
  • REMIEL
  • SARIEL
  • ANAEL
  • REGUEL
  • RAZIEL
และยังใกล้ชิดกับมนุษย์มากอีกด้วย

 
 
 


ส่วนเทวดาที่เป็นคนกลางระหว่าง พระเจ้ากับมนุษย์นั้น

จัดเป็นเทวดาระดับล่างสุด คือ ANGELOS


นอกจากนี้ยังมีเทวดาอีกมากมาย


ที่ไม่ได้กล่าวถึงซึ่งมีหน้าที่คล้ายกันกับ ANGELOS


แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด


ค่อยรับฟังความในใจของมวลมนุษย์


และดลใจให้ทำสิ่งต่างๆอีกหลายองค์











Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
 
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 17:56:52 »

ตอนที่ 2

LUCIFER
"เป็นใหญ่ใน นรก ดีกว่าเป็นทาสบน สวรรค์"
เป็นคำกล่าวของเทวดาที่เป็นเทพแห่งความรัก
นั้นคือ LUCIFER เจ้าชายแห่งนรก
ผู้สร้างอาณาจักรของตนจากไฟแห่งความอิจฉาริษยา
ในตอนเริ่มต้น พระเจ้า สร้าง LUCIFER และ CHALDEAN เพื่อเป็นเทวดา
ผู้ให้ความรักก่อเกิดแก่มวลมนุษย์ และเหล่าเทวดาด้วยกันเอง
เป็นเช่นนั้นอยู่นาน จนกระทั้ง อำนาจแห่ง ปาฏิหาริ์ ของ
CHALDEAN ได้ทำการสร้างเทวทูตองค์น้อย
นาม CUPID ขึ้นเนื่องจาก
เมื่อมนุษย์ มีการแพร่ขยาย
เผ่าพันธุ์ มากขึ้น ภาระหน้าที่ ของเทพทั้ง 2 ไม่เพียงพอ
ต่อจำนวนมนุษย์ หลังจากที่ได้สร้าง CUPID
ขึ้นมา ทำให้ LUCIFER ไม่พอใจ
ที่ CHALDEAN ไม่ปรึกษาตน LUCIFER
จึงนำเรื่องไปกราบทูลต่อ พระเจ้า
พระเจ้า ได้เรียก CHALDEAN กับ CUPID น้อย
เข้ามาหาและสอบถาม แต่ด้วยความน่ารัก
ของ CUPID น้อยทำให้พระเจ้าทรงเอ็นดู
ในทุกๆ ห้วงเวลาแห่งโลกทิพย์
หลังจากที่ อดัม และ เอวา
ถูกขับไล่ออกจาก สวนสวรรค์แห่งเอเดน
พระเจ้าก็จะเรียกหาเจ้า CUPID น้อยเข้ามาหา ซึ่งนั่นทำให้
LUCIFER ผู้ที่พระเจ้าเคยโปรดปราน
รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เมื่อนานวันเข้า ก็เปลี่ยนเป็นความอิจฉาริษยา
จนกระทั่งในครั้งหนึ่ง LUCIFER ตัดสินใจ
บุกเข้าไปถามพระองค์ด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวว่า
ทำไมท่านถึงทรงทำกับข้าพระองค์เช่นนี้
ใยลำเอียง ไม่ทรงรักข้าพระองค์เหมือนก่อน
เมื่อพระเจ้าได้ยินดังนั้นก็ทรงกริ้ว
และแผดเสียงของพระองค์ด้วยภาษาที่ทั้งเหล่ามนุษย์ และเทวดา
ไม่สามารถจะรับไหว นอกจาก เทวดา
เพียงองค์เดียวเท่านั้น นั่นคือ METATRON
ทำให้สวรรค์สะท้านสะเทือนไปทั่ว ด้วยความที่ยังไม่ทันได้ฟัง
สิ่งที่พระเจ้าตรัสจาก METATRON
LUCIFER ก็เข้าใจว่าพระเจ้าทรงขับไล่เขาออกไปจากสวรรค์
LUCIFER ถึงกับประกาศก้องด้วยความโกรธว่า
"เป็นใหญ่ในนรก ดีกว่าเป็นทาสบนสวรรค์"
พร้อมกับหักปีกของตนทิ้ง คำพูดของ LUCIFER
ดังกึกก้องไปถึงหูพวก DEMON สัตว์อัปลักษณ์
ที่วนเวียนอยู่ตามป่าลึกและใต้ผืนดิน
ต่างพากันลุกฮือ โห่ร้องที่ได้ยินเช่นนั้น
LUCIFER เริ่มมองหาที่ๆตนจะสร้างอาณาจักรขึ้นเอง
แต่ในโลกมนุษย์นั้น ไม่มีที่พอสำหรับเขา
เขาจึงดำดิ่งสู่ห้วงมหาสมุทร อันเวิ้งว้าง
ลึกลงไปจนสุดผืนแผ่นดินใต้มหาสมุทร
เพื่อสร้างอาณาจักรของตนขึ้นด้วยเปลวเพลิงแห่งความอิจฉา
และแผดเผาทุกอย่างสิ้นด้วยไฟแห่ง โทสะ สร้างบัลลังก์ของตนขึ้น
จากแรงอาฆาตพยาบาท ริษยา
เพื่อรอวันกลับมาแก้แค้นพระเจ้า...
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 17:57:31 »

ตอนที่ 3

หลังจากลงสู่ขุมนรกได้ไม่นาน
LUCIFER ได้แผ่ขยายอำนาจของตนอย่างกว้างขว้าง โดยไม่ฟังเสียงใคร
แม้ว่า METATRON จะลงมาอธิบายพระวจนะของพระเจ้าที่รับสั่งในวันนั้น
LUCIFER ก็ไม่เชื่อ
และเนื่องจาก METATRON
ออกนอกสวรรค์เป็นเวลานาน
ส่งผลทำให้พระเจ้าและเหล่าเทวดา ต่างกล่าวหาว่า
METATRON กลายเป็น SATAN ไปอีกคน
เมื่อกลับมายังแดนสวรรค์ จึงถูกพระเจ้าลงโทษมิให้พูดจา
ใดๆ ได้อีก นอกจาก สิ่งที่พระองค์รับสั่งเท่านั้น
ทำให้เหล่าเทวดาและมวลมนุษย์
ค่อยๆลืมความมีตัวตนอยู่ของ METATRON นอกจากเทวดา 4 องค์ที่ทำหน้าที่ส่งสาส์น
ของพระเจ้าเท่านั้นคือ
ZADKIEL,HASHMAL,YAHRIELและMURIEL
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้เกิดกรณีพิพาทขึ้น เมื่อ AZAZEL เทวดาในอาณัติของ METATRON
ได้ทำเกินหน้าที่ของตนนอกเหนือจากดูแล อดัม
ในช่วงที่ยังอยู่ในสวนเอเดน
เพราะตอนที่พระเจ้าขับไล่
อดัมและอีฟ ออกจากสวนเอเดนนั้น พระเจ้ามิได้รับสั่งให้ AZAZEL เลิกการติดตามดูแล อดัม
แต่ด้วยความเข้าใจผิดAZAZEL
หันหลังให้กับ อดัม ตาม พระเจ้า
และยังไปพูดกับเหล่าเทวดาทั้งหลาย
ถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ
พระเจ้าเลยคาดโทษไว้
ด้วยความโกรธ AZAZEL เริ่มไม่ยอมรับในความยิ่งใหญ่และสูงสุดของพระเจ้า
หนีลงมายังโลก และเริ่มสอนมนุษย์ให้รู้วิธีการทำอาวุธ
พร้อมกับสอนศิลปะการต่อสู้ให้
เรื่องรู้ถึง พระเจ้า ทำให้ AZAZEL ผิดใจกับพระเจ้าเป็นอันมาก
แต่มิได้ทรงขับไล่เพียงแต่ให้ไปอยู่ในโลกใต้สมุทร
เฝ้าทางเข้าออกของปิศาจที่จะขึ้นมายังโลก
แต่ด้วยความที่โกรธและเริ่มเสื่อมศรัทธาในพระเจ้า
AZAZEL จึงชอบแอบลักลอบไปทั้ง 3 โลก เพื่อสืบหาข้อมูล
และเริ่มปั่นหัว ทั้งเทวดา มนุษย์ และLUCIFER
ทำให้เกิดสงครามขึ้นและเนื่องจาก AZAZEL
อยู่ในสังกัดของ METATRON ยิ่งทำให้ พระเจ้ามองเห็นว่า METATRON เป็นผู้ยุยงอยู่เบื้องหลัง
เลยทำให้พระเจ้าตรัสรับสั่งกับ METATRON น้อยลงไปอีก...
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 17:58:36 »

ตอนที่ 4
วันเวลาล่วงผ่านไป หนึ่งศตวรรษ
การต่อสู้ระหว่างนรก-สวรรค์ ครั้งแรกก็เริ่มขึ้น
LUCIFER นำทัพเข้าต่อกรกับ เหล่าเทวดา
โฉมหน้าบางส่วนของกองทัพปิศาจ
เพื่อฝ่าไปหาพระเจ้า แต่ด้วยการนำทัพ สวรรค์
ของเหล่า อัครเทวทูต ได้แก่ MICHAEL, GABRIEL, RAPHAEL,
URIEL, METATRON, REMIEL,
SARIEL, ANAEL, REGUEL, RAZIEL
ทำให้กองทัพของ LUCIFER ไม่สามารถฝ่าไปได้และพ่ายแพ้กลับไป
แต่ถึงกระนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็ช่างใหญ่หลวงนัก
เหล่าเทวดา และเหล่าปิศาจ ต่างล้มตาย กันอย่างมากมาย
ในส่วนของมนุษย์ หลังจากที่ AZAZEL สอนให้ทำอาวุธ
มนุษย์ก็เริ่มที่จะฆ่าฟันกันเอง ไม่เว้นแม้แต่กับพี่น้องสายเลือดเดียวกัน
ไม่เกรงกลัวต่อบาป และนับถือพระเจ้าน้อยลง
LUCIFER หลังจากที่พ่ายแพ้สงครามเห็นว่าเจ้าพวกสัตว์ประเสริฐของพระเจ้า
กระทำการเยี่ยงนี้ จึงคิดหาวิธีเข้าครอบงำจิตใจของมนุษย์
และเริ่มท้าทายพระเจ้าใหม่โดยการพนันขันต่อกับพระเจ้าว่า
มนุษย์ สัตว์ประเสริฐที่พระเจ้าสร้างมานั้นจะทำความดีหรือเลวมากกว่ากัน
และมีทีท่าว่า LUCIFER กำลังจะเป็นฝ่ายชนะ
เพราะมนุษย์ ยิ่งนับวันก็ยิ่งทำความเลวมากขึ้นๆ
พระเจ้า ทรงเสียพระทัยมากที่สิ่งที่พระเจ้าสร้างมา
ให้รูปลักษณ์ เหมือนพระศิริโฉมของพระองค์
กระทำการชั่วช้า ไม่เกรงกลัวต่อบาป และลืมคำสั่งสอนของพระองค์
พระเจ้าจึงตรัสรับสั่งกับ METATRON ว่า
"เราจะกวาดล้างมนุษย์ที่เราสร้างขึ้นมาให้สิ้นไปจากแผ่นดิน รวมถึงทุกสิ่งทั้งสัตว์เลื้อยคลาน นกในอากาศด้วย"
แต่ในบรรดามนุษย์ที่ถูกครอบงำและหลอกล่อให้ทำความชั้ว
ยังมีคนดีอยู่ นั้นคือ โนอาห์ จึงทำให้เขาเป็นที่โปรดปราณของพระเจ้า
พระเจ้าจึงตรัสกับ โนอาห์ว่า
"เราตัดสินใจแล้วว่า จะให้บรรดาเหล่ามนุษย์ถึงแก่ความพินาศเสียที เราจะทำลายพวกเขาไปพร้อมๆกับแผ่นดินโลก เจ้าจงต่อนาวา(เรือ) ด้วยไม้สนโกเฟอร์ ยาว 300 ศอก กว้าง 50 ศอก สูง 30 ศอก แล้วทำเป็นห้องๆ และชันยาเรือทั้งภายในและภายนอก จงทำช่องข้างบนให้สูง 1 ศอก จงตั้งประตูเรือด้านข้าง ทำดาดฟ้าเรือ และแบ่งเป็นชั้นๆ รวม 3 ชั้น เราจะทำให้น้ำถ่วมแผ่นดิน จะทำลายมนุษย์และสัตว์ที่มีลมปราณทั้งปวงใต้ฟ้า ทุกสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินจะตายสิ้น แต่เราจะตั้งพันธสัญญาไว้กับเจ้า ให้เจ้าเข้าอยู่ในนาวาทั้งบุตรภรรยา และบุตรสะใภ้ จงนำบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งตัวผู้และตัวเมียทุกชนิดอย่างละ 7 คู่ไปด้วย และจงสะสมเสบียงให้เพียงพอ"
ครั้นล่วงไป 7 วัน ฝนเริ่มตกอย่างหนัก ฝนตก 40 วัน 40 คืน
น้ำท่วมสูงกว่ายอดเขาขึ้นไปถึง 15 ศอก
และท่วมยาวนานถึง 150 วัน
และเลยไปอีกถึง 40 วันกว่าน้ำจะแห้งหมด
LUCIFER เห็นดังนั้นก็กล่าวหาว่าพระเจ้าใช่วิธีการแบบนี้
เป็นการกระทำที่นอกเหนือจากที่ตกลง
และเริ่ม ครอบงำมนุษย์ใหม่
แต่ครั้งนี้เขากระทำแบบไม่เกี่ยงวิธีการ...
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 18:37:15 »

ตอนที่ 5
หลังจากที่พระเจ้าทำการล้างโลกแล้ว
พระองค์ทรงทำพันธสัญญากับ โนอาห์ว่า
"เราจะไม่ทำลายบรรดามนุษย์และสัตว์โดยใช้น้ำอีก...เราจะตั้งสายรุ้งไว้ที่เมฆ
เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาระหว่างเรากับโลก"
จากนั้นไม่นาน บุตรชายของโนอาห์ชื่อ เชม
ก็ได้เกิดบุตรชายคนหนึ่งชื่อ อับราฮัม เป็นคนที่มีคุณธรรม
และเคารพศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้า
อาศัยอยู่ที่เมืองโซดอม แล้ววันหนึ่งอับราฮัมก็ได้รู้ว่า
พระเจ้าจะทำการล้างเมืองโซดอมกับโกโมร่าห์
อับราฮัมมีหลานชายอยู่คนหนึ่ง ชื่อ โลท ก็เป็นคนดีมีคุณธรรมเช่นกัน
จากการที่พระเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์ 2 องค์ลงมาสอดส่องความเป็นไปในโลกมนุษย์
ครั้นเวลารุ่งสาง ทูตสวรรค์ทั้ง 2 ก็ได้
พา โลทและครอบครัวให้หนีออกจากเมืองซะ
และได้กำชับอย่างหนักแน่นว่า
"จงหนีเอาชีวิตรอด อย่าได้เหลียวหลัง หรือหยูด ณ ที่ใดที่หนึ่งในลุ่มน้ำนี้ มิฉะนั้น เจ้าจะต้องเสียชีวิต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหันกลับมามองเป็นอันขาด"
แล้วพระเจ้าก็ให้เทวดาที่ชื่อ LOKI กวัดแกว่งดาบเพลิง
เกิดเป็นลูกไฟล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ทำลายเมืองทั้ง 2 สิ้น
ลูกหลานของโนอาห์อีกหลายชั่วอายุคน
ได้ขยายเผ่าพันธุ์ของตนออกไปเป็นจำนวนมาก
แล้วก็อีกเช่นเคยมนุษย์ โดยสันดาน มีความชั่วแฝงอยู่
บวกกับการยั่วยุ และครอบงำจากเหล่าปิศาจของ LUCIFER
ทำให้มนุษย์มีความทะเยอทะยาน จนหลงลืมตัว
คิดว่าตนเป็นพระเจ้าหรือมีอำนาจทัดเทียมพระเจ้า
จากยุคนึงไปอีกยุคนึงไม่สิ้นสุด ก่อกรรมทำชั่ว อวดดี
จนกระทั้งได้มีการสร้างหอคอย บาแบล ขึ้น
ในสมัยนั้น มนุษย์พูดภาษาเดียวกันทั่วโลก
จึงเป็นการง่ายที่จะสื่อสารกัน เมื่อสร้างหอคอยเสร็จ
ก็ประกาศตนเป็นอิสระไม่อยากให้มีการแทรกแซงจากพระเจ้า
ไม่นานนัก เมื่อพระเจ้าทอดพระเนตรลงมาเห็น
ก็เป็นอันเข้าพระทัยทันทีว่า มนุษย์นั้นคิดจะก่อการกบฏต่อพระองค์
พระองค์จึงตรัสว่า
"เราจะทำให้ภาษาของคนเหล่านี้วุ่นวายต่างกันไป อย่าให้ได้พูดกันเข้าใจอีก"
จากนั้นก็ทรงชี้นิ้วลงมายังหอคอย ในฉับพลันก็เกิดสายฟ้าฟาดลงบนยอดหอคอย
มนุษย์ที่อยู่ในนั้นต่างก็กระเด็นไปคนละทิศละทาง
และจากคำสาปแช่งของพระเจ้าก็ทำให้
ผู้คนนั้นพูดกันคนละภาษา ไม่สามารถสื่อสารกันได้ในขณะนั้น
แต่ LUCIFER ก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงใช่เล่ห์กล อุบายต่างๆ
เข้าครอบงำความคิดต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง....
การที่มนุษย์กระจัดกระจายกันไป ทำให้มนุษย์หลายเผ่าพันธุ์ยิ่งเหินห่างจากพระเจ้า
LUCIFER เลยได้โอกาส ส่งสาวกของตนแปลงกายเป็นมนุษย์
ค่อยยุยงให้ผู้คนหันมานับถือลัทธิต่างๆแทนที่จะนับถือศรัทธาในพระเจ้า
ให้มีการสร้างเทวรูปต่างๆขึ้นมาสักการะ
จนกระทั้งถึงยุคของ โมเสส
พระเจ้าได้ประทานอำนาจให้ และให้ขึ้นไปที่
เขาซีนาย เพื่อนำ บัญญัติ 10 ประการกลับลงมาจากพระเจ้า
แต่ก็ยังมีคนหลงผิดอีกจำนวนมากมายที่ยังคงบูชาเทวรูปต่างๆ
จนถึงยุคของกษัตริย์ เดวิด แต่แล้วก็มิวายมีเรื่องที่ทำให้เสื่อมศีลธรรมอีกจนได้
เมื่อเดวิด สมสู่กับหญิงงามที่มีสามีแล้ว
และต้องการครอบครองตัวนางโดยการใช้อำนาจเล่ห์กลสั่งให้
สามีของนางผู้นั้นออกไปตายในสนามรบ
ต่อมาเดวิดมีบุตรชายชื่อ โซโลมอน แต่แล้วก็ทำผิดต่อพระเจ้าอีก
ตามเรื่องเล่า โซโลมอน มีมเหสีถึง 700 คน
จนกระทั่งถึงยุคของ พระเยซู.....
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 18:41:46 »

ตอนที่ 6


จาก อับราฮัม ถึงโซโลมอน นับรวม 14 ชั่วคน
และนับจากเดวิดอีก 14 ชั่วคน คือรุ่นที่ 28 บุตรชายของ โยเซฟ ช่างไม้
สามีของนางมาเรียให้กำเนิดบุตรชายชื่อ เยซู
ที่เมือง เบธเลเฮม
ครั้งหนึ่ง พระวิญญาณ ได้นำพาพระเยซู พลัดเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร
ทรงอด พระกระยาหารถึง 40 วัน 40 คืน
SATAN วกเวียนเข้ามาหาและทูลว่า
" ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้าจริง ทำไมไม่สั่งให้ก้อนหินเหล่านี้กลายเป็นอาหารซะหล่ะ"
พระเยซู กล่าวตอบไปว่า
"มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวหาได้ไม่ แต่บำรุงด้วยด้วยพระวจนะทุกคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า"
SATAN ได้ทดสอบพระเยซูรวม 3 ครั้ง
ถึงกับใช้บ้านเมืองและโลกทั้งโลกรวมทั้งพลังอำนาจต่างๆมาหลอกล่อ
ก็ไม่เป็นผล พระเยซูมีโอกาสเผยแพร่คำสอนเพียง 3 ปีเท่านั้น
ก่อนที่จะถึงวาระสุดท้ายบนไม้กางเขน
และคนที่ทำให้พระเยซูถูกจับตรึงกางเขนก็ไม่ใช่ใคร
หนึ่งในสาวกที่ทรยศเพราะเห็นแก่ทรัพย์นั่นก็คือ JUDHAS
เพียงแค่มารครอบงำจิตใจ ก็ทำให้เขาเกิดความโลภ
บอกที่สอนของพระเยซูให้กับพวกทหารโรมัน
พระเยซู ถูกตรึงกางเขนเวลา 9.00 น.เศษ
ของเช้าวันรุ่งขึ้น ครั้นเที่ยงวัน ขณะที่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่
พลันก็เกิดลมพายุมืดมัวไปทั่วแผ่นดิน พระเยซู ร้องด้วยเสียงอันดังว่า
"เอโลอี เอโลอี ลามา สะ บัก ธานี"
แปลว่า
" พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ใฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย"
พอถึงเวลา บ่ายสามโมง พระเยซูได้รับสั่งประโยคสุดท้ายว่า
" โอ้พระบิดาเจ้า ทรงอภัยให้พวกเขาเถิด พวกเขาไม่รู้ว่าได้ทำอะไรลงไป "
แล้วพระองค์ก็สิ้นพระชนม์
ขณะนั้นม่านในวิหารก็ขาดออกเป็น 2 ท่อน
ท้องฟ้ามืดมัว แผ่นดินไหว เป็นที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
JUDHAS รู้สึกละอายใจอย่างมากที่ทรยศ
จึงทำการแขวนคอตาย แต่ด้วยบาปที่ใหญ่หลวงยิ่ง
JUDHAS ถูกสาปให้ไร้ชีวิต แต่วิญญาณยังคงอยู่
และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์อีกชั่วกัปชั่วกัลย์
SATAN เห็นดังนั้นจึงเข้าครอบงำวิญญาณของ JUDHAS ทันที
ทำให้เกิดปิศาจอันดุร้ายและกระหายเลือดขึ้น
นั่นคือ VAMPIRE ตัวแรกในโลกใบนี้...
หลังจากที่มีปิศาจตนแรกเดินดินอยู่บนโลกมนุษย์
เป็นช่วงเวลาที่มีเทวดาถูกขับออกจากสวรรค์มากที่สุด
เพราะเนื่องจากเหล่าเทวดาไม่เข้าใจ พระเจ้า
ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
เหล่าเทวดาจึงคิดหาวิธีเอาชนะ SATAN ด้วยวิธีของตน
นั้นคือ การร่วมสมสู่กับมนุษย์ เพื่อให้มีเทวดาที่เดินดินอยู่ในโลกเช่นเดียวกับ ปิศาจ
ก่อให้เกิด ลูกครึ่ง หรือ NEPHALIM มากมายบนโลก
พระเจ้าทรงทราบเรื่องในภายหลังจึงขับไล่เหล่าเทวดาที่สมสู่กับมนุษย์
ออกจากดินแดนศักสิทธิ์ เทวดาเหล่านี้จึงกลายเป็นเทวดา
ฝ่ายกบฏ แต่ไม่ได้เข้าร่วมกับ SATAN
เพียงชอบทำอะไรที่นอกเหนือจากคำที่พระเจ้าทรงบอกกล่าว
เทวดาองค์แรกที่พระเจ้ารับสั่งให้ลงมาคอยสอดส่องมนุษย์และปิศาจก็ไม่ใช่ใครอื่น
GABRIEL นั้นเอง แต่จนแล้วจนรอด GABRIEL ก็กลับหลงใหลในความ
ศิวิไลซ์ ของมนุษย์ จนไม่ยอมกลับขึ้นสวรรค์อีก
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ ทุกอย่างเลวร้ายลง
ทั้ง 3 โลก มาอยู่รวมกันในโลกใบเดียว
พระเจ้าจึงตัดขาดสวรรค์ออกจากโลกมนุษย์
และทำเพียงแค่เฝ้ามอง
ส่วนฝ่ายนรก ก็เช่นเดียวกัน
ทำแค่คอยเก็บดวงวิญญาณของมนุษย์ที่ชั่วร้าย
เพื่อรวบรวมกำลังต่อกรกับพระเจ้าต่อไป...
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 18:42:41 »

ตอนที่ 7
SATAN เป็นปฏิปักษ์ กับพระเจ้า
คนไทยรู้จักกันในนามของ มาร
ในคัมภีร์ อัลกุรอานเรียกว่า DAJJAL
ถือว่าเป็นตัวมารที่มีวิธีหลอกล่อทุกรูปแบบที่ทำให้มนุษย์หลงผิด
ประพฤติชั่ว แม้ว่าพระพุทธเจ้ากับพระเยซูจะทรงเอาชนะพวกมารมาแล้ว
แต่มารก็ยังออกเพ่นพ่านอาระวาดไปทั่วโลก
สร้างอำนาจท้าทายอิทธิฤทธิ์ของพระเจ้าอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ในพระธรรมวิวรณ์ REVELATION เป็นการบันทึกของสาวกคนสำคัญของพระเยซู
ชื่อ จอร์น ท่านเป็นอัครทูตคนหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่แก่ตาย
ได้เขียนบันทึกถึงวันสิ้นยุค หรือ ARMAGEDDON เอาไว้
มีการไขปริศนา ของเลข 666
ซึ่งเป็นเลขของ มาร ปิศาจ หรือ SATAN ในพระธรรมวิวรณ์บทที่ 13 ข้อ 11-18



ลองมาทดสอบกัน ให้นำตัวอักษร ภาษาอังกฤษ นับจาก A = 1 ไป แล้วลองนำคำว่า COMPUTER อักษรทุกตัวที่ปรากฎ คูณด้วย 6 ดังนี้
C = 3 x 6 =18
O=15 x 6 = 90
M=13 x 6 =78
P= 16 x 6 =96
U= 21 x 6 =126
T= 20 x 6 =120
E= 5 x 6 =30
R= 18 x 6 =108
เมื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ มา บวกรวมกัน จะได้ผล = 666 พอดี
นั่นแสดงให้เห็นว่า SATAN ในยุคปัจจุบันนั่น
อาจใช้ COMPUTER เป็นเครื่องมือในการล่อลวง
ผู้คน ให้กระทำการหลายอย่างที่เป็นความชั่วก็เป็นได้
(ข้อมูลจากหนังสือ ฤาจะถึงกาลสิ้นยุค ของ ศ.เจริญ วรรธนะสิน หน้า 230)
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 18:43:30 »

ตอนที่ 8
จากวันที่กำเนิดมนุษย์ จนถึงวันสิ้นสุดศตวรรษที่ 20
เป็นเวลา 6,795 ปี
SATAN ครอบงำหลอกล่อมนุษย์ ให้ทำชั่วทุกวิถีทาง
มีคำถามที่เป็นที่น่าสงสัยว่า
ทำไม พระเจ้า ทรงสร้างหรือยังปล่อยให้ SATAN ดำรงอยู่
ทั้งที่ท่านมีอำนาจในการทำลาย
คำตอบง่ายๆก็คือ พระเจ้า ทรงมองเห็นว่าทุกสิ่งที่ท่านสร้าง
เป็นสิ่งที่สวยงาม และดีที่สุด หรือ พูดให้ง่ายคือ
พระเจ้าทรงมีพระเมตตา และ รักในทุกสิ่ง
SATAN แท้จริงก็เป็น เทวดาองค์หนึ่ง
ที่หลงผิดคิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้อง ปล่อยให้ความริษยา เข้าครอบงำตนเอง
ความโกรธแค้นมีทิฐิ ไม่ยอมรับและอภัยผู้อื่นนั้นเอง
แต่พระเจ้าก็ยังทรงเมตตาเสมอ
ทั้งๆที่ SATAN ไม่เคยที่จะคิดได้ ยังคงทำความเลวต่อไป
ในระยะเวลาช่วง 7 ปี ก่อนถึง
สงครามครั้งสุดท้ายระหว่าง สวรรค์-นรก
SATAN จะมีอำนาจมากขึ้น และทำให้โลกเกิดความพินาศอย่างน่ากลัว
จากบันทึกมีการกล่าวถึงสัตว์ร้าย 2 ตัว


ที่มีหมายเลขประทับที่หน้าผากด้วยเลข 666
  • สัตว์ตัวแรกมี 7 หัว 10 เขา และมี อำนาจเหนือมนุษย์ทุกผู้
  • ส่วนตัวที่ 2 ได้รับอำนาจเสริมจากตัวแรก มีอำนาจให้คนทั้งโลกสยบสยบแทบเท้ามัน
SATAN จะมีอำนาจในโลกอย่างอหังการ์นาน 7 ปี


และจะถูกจองจำโดยพระเจ้า ไปนาน 1,000 ปี
ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงยุคของชาววิไล ยุคแผ่นดินโลกใหม่
แต่หลังจากนั้น มันก็จะถูกปล่อยออกมาก่อกรรมอีก
และคราวนี้พระเจ้าจะจับมารซาตาน โยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน
รวมทั้งสัตว์ร้ายทั้งหลายที่ปลอมตัวเป็นผู้เผยพระวจนะ
จะต้องทนทุกข์ทรมานชั่วนิจนิรันดร์ และนั่นคือวาระสุดท้ายของ SATAN
สงครามขั้นแตกหัก ARMAGEDDON หรือ APOCALYPSE หรือ JIHAD
น่าจะเป็นการเกิด สงครามโลกครั้งที่ 3
การทำลายล้างจะทำให้เกิดการสูญเสียของชีวิตมนุษย์
ไปถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,000 ล้านคน
ตามบันทึกมีการพูดถึง ดวงตราทั้ง 7 หรือ THE SEVEN SEALS
เมื่อมีการเปิดผนึกดวงตราทั้ง 7 จะมีการปรากฎตัวของบุรุษลึกลับ 4 คน ขี่ม้า 4 ตัว
ที่มีลักษณะเหมือนสัตว์ประหลาด
มีเสียงร้องอันดังดุจสายฟ้าร้อง
หรือที่เรียกกันว่า THE FOUR HORSEMEN OF THE APOCALYPSE
หรือ 4 อัศวินแห่งวันโลกาวินาศ
เหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้น ประกอบด้วย 3 สิ่งใหญ่ๆ
คือ ดวงตราทั้ง 7 การเป่าแตรทั้ง 7 และการเทขันแห่งพระพิโรธทั้ง 7



  • เมื่อตราดวงแรก ถูกเปิดออก จะมีคนลึกลับขี่ม้าขาวออกมา ในมือถือคันธนู ทำให้โลกเกิดความทุกข์ยากไป 3 ปีครึ่ง และ SATAN ที่มีเครื่องหมาย 666 ก็จะเข้าครอบงำโลกมนุษย์อีก 3 ปีครึ่ง หลังจากนั้นจะเกิดสงครามมหาประลัย พระมาซีอา พระมะห์ดีร์ หรือพระศรีอาริยเมตไตรยก็จะเสด็จมา ทรงทำให้โลกเข้าสู่ยุคแผ่นดินโลกใหม่ ยุคของชาววิไล
  • เมื่อดวงตราที่ 2 ถูกเปิดผนึก จะมีคนลึกลับขี่ม้าสีแดงออกมา ในมือถือดาบเล่มใหญ่ คนๆนี้จะทำให้โลกเข้าสู่สงครามอันน่าสะพรึงกลัว มีคนล้มตายถึง 1 ใน 3 ของประชากรโลก
  • เมื่อดวงตราที่ 3 ถูกเปิดผนึก คนลึกลับขี่มาสีดำออกมา ในมือถือตราชู ทั่วโลกจะเกิดความกันดาร อดอยาก และกลียุค เขาจะมาในคราบของนักบุญที่นำสันติสุขมาสู่โลก แต่กลับนำพาผู้คนเข้าสู่สงครามมหาประลัย
  • เมื่อดวงตราที่ 4 ถูกเปิดผนึก คนลึกลับขี่ม้าสีเขียวอมดำ ออกมา คนๆนี้ถือเป็นมัจจุราช มาคร่าชีวิตผู้คนด้วยโรคระบาด ความอดอยาก ทำให้ผู้คนล้มตายไปอีก 1 ใน 4 ของที่เหลือ
  • เมื่อดวงตราที่ 5 ถูกเปิดผนึก วิญญาณของผู้ที่ล้มตายมากมาย จะได้รับเสื้อสีขาวที่พระเจ้าทรงประทานให้ และรับสั่งให้พวกเขาทนรอเพื่อให้ดวงวิญญาณที่ต้องล้มตายครบตามจำนวน
  • เมื่อดวงตราที่ 6 ถูกเปิดผนึก จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง กลางวันกลับมืดมิด กลางคืนดวงจันทร์ทอแสงเป็นสีเลือด ทุกคนจะรู้ดีว่าวันที่พระเจ้าทรงพิโรธ ได้มาถึงแล้ว วิญญาณที่ได้รับเสื้อขาว จะถูกนำตัวไปยังน้ำพุแห่งชีวิต พวกเขาจะไม่หิวกระหายอีกต่อไป ไม่เจ็บป่วยอีกต่อไป
  • เมื่อดวงตราที่ 7 ถูกเปิดผนึก ความเงียบเข้าครอบคลุมสวรรค์ประมาณครึ่งชั่งโมง
เทวทูตทั้ง 7 องค์ ได้รับแตร 7 อัน

มีอยู่หนึ่งองค์ที่ถือกระถางไฟทองคำมาด้วย
และเตรียมที่จะโยนมันลงมายังโลก เพื่อเผาผลาญคนชั่วให้สิ้นซาก
จากนั้นเทวทูตทั้ง 7 ก็ทำการเป่าแตร



  • องค์ที่ 1 เป่าแตร ยังผลให้โลกไหม้ไป 1 ใน 3 ส่วน
องค์ที่ 2 เป่าแตร ยังผลให้เกิดอุกาบาตตกลงในทะเลทำให้ทะเลกลายเป็นสีเลือดไป 1 ใน 3
องค์ที่ 3 เป่าแตร ยังผลให้อุกาบาตตกลงในแน่น้ำทั้งหลาย ทำให้น้ำมีรสขม ทำให้ผู้คนล้มตายเพราะน้ำนี้
องค์ที่ 4 เป่าแตร เป็นการเตือนว่าความพินาศจะเกิดแก่คนทั้งหลายบนโลก
องค์ที่ 5 เป่าแตร อุกาบาตตกลงยังพื้นดินผู้คนที่บาดเจ็บจะได้รับความทรมานแต่ไม่ตายอยู่เป็นเวลา 5 เดือน แม้อยากตายก็ตายไม่ได้
องค์ที่ 6 เป่าแตรทูตสวรรค์ที่เคยถูกส่งมายังโลกและถูกมารจับตัวไว้จะได้รับการปลดปล่อย และเตรียมตัวทำลายล้างมนุษย์ที่ชั่วช้าที่ถูกSATAN ครอบงำ
องค์ที่ 7 เป่าแตร แผ่นดินใหม่บังเกิด พระเจ้าชนะสงคราม แต่มารหรือซาตานก็ยังล่อลวงมนุษย์ต่อไป

    [/list]
    ทำให้เกิดการเทขันแห่งพระพิโรธขึ้น




    • ขันที่ 1 ผู้ที่บูชา SATAN จะเกิดแผลร้ายเป็นหนองไปทั้งตัว
    • ขันที่ 2 เทลงในทะเล สัตว์ที่อยู่ในทะเลก็ตายจนสิ้น เกิดโลกระบาดไปทั่ว
    • ขันที่ 3 ล้างพวกที่มีจิตใจใฝ่อธรรมจนหมดสิ้น
    • ขันที่ 4 เทลงไปที่ดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์แผดแสงมากยิ่งขึ้น เกิดความแห้งแล้ง ทุรกันดาร อดอยาก
    • ขันที่ 5 เทใส่ บัลลังก์ ของ SATAN ทำให้อาณาจักรของมันมืดมน
    • ขันที่ 6 เทลงในแม่น้ำ ทำให้แม่น้ำเหือดแห้ง ผีโสโครก 3 ตน ปรากฎกายออกมา ปลอมตัวเป็นผู้เผยวจนะของพระเจ้า ล่อลวงให้มนูษย์ทำสงครามกันเอง
    • ขันที่ 7 เทไปในอากาศ METRATON แผดเสียงแทนพระเจ้าดังกังวารว่า "สำเร็จแล้ว" ทำให้เกิดแผ่นดินไหว มหานครต่างๆบนโลก แยกออกเป็น 3 ส่วนบรรดาเกาะใหญ่น้อยทั้งหลายจมลงสู่ใต่บาดาลเชกเช่นตอนที่อาณาจักร ATLANTIS ถูกพระเจ้าทำลายล้าง
    เมื่อเหตุการณ์ทั้งหลายจบลง


    SATAN และสัตว์ร้ายทั้งหลาย ถูกจับตัวและถูกโยนลงไปในบึงไฟ
    และถูกฆ่าตายด้วยแสงที่เปล่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า
    นกทั้งปวงรุมแทะกินเนื้อพวกมันจนแหลกเหลว
    แต่วิญญาณชั่วร้ายของมันยังคงอยู่
    แต่ถูกจับมัดและกักขังในบาดาล 1,000 ปี
    แผ่นดินสงบสุขไป 1,000 ปี ก่อนที่วิญญาณชั่วร้ายจะถูกปลดปล่อยอีกครั้ง....





    บันทึกการเข้า

    B l a c k B e a r : T h e D i a r y
    หมีงงในพงหญ้า
    ยืนงงในดงตีน
    ผู้ก่อตั้งเวบฯ
    นักโพสท์ระดับ 15
    *

    คะแนนความดี: +62/-0
    ออฟไลน์ ออฟไลน์

    เพศ: ชาย
    United Kingdom United Kingdom

    กระทู้: 7855


    • Big Bear •

    ระบบปฏิบัติการ:
    Windows XP Windows XP
    เวบเบราเซอร์:
    MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


    ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
    ดูรายละเอียด เว็บไซต์
    « ตอบ #8 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 18:44:44 »

    ตอนที่ 9


    SATAN มีกองทัพปิศาจเรียงตามชื่ออักษรได้ดังนี้
    • Abdiel, Abbadon, Abigor, Abraxas, Adramelech, Af, Agaliarept, Agares, Agiel, Alocer, Ahriman, Amaymyon, Ammi, Amon, Amy, Andras, Androalphus, Antichrist, Ariel, Arioch, Asmodeus, Astaroth, Azazel
    • Baal, Balam, Baphomet, Barbatos, Beelzebub, Behemoth, Belial, Belphegor, Berith, Botis, Bifron, Buer, Byleth
    • Camio, Cassiel
    • Dagon
    • Eurynome
    • Flauros, Forcas, Furfur
    • Gaap, Gamygyn, Glasyalabolas, Gremory, Gusoyn
    • Ipes
    • Leviathan, Leonard, Lilith, Lucifuges
    • Malphas, Mammon, Marbas, Marchocias, Mastema, Mephistopheles, Moloch, Morax
    • Naberus
    • Orias, Oze
    • Paimon, Pazuzu, Phoenix, Pursan
    • Ronwe
    • Sabnac, Sallos, Sammael, Satanachia, Scox, Stolas, Sytri
    • Tephros
    • Urobach, Uval
    • Vepar, Volac
    • Zagan, Zepar


    และเหล่า ภูติผีที่เป็นลูกสมุน (Gargoyles) อีกนับแสนนับล้านตัว



    จริงๆแล้วก่อนจะเกิดสงครามขั้นแตกหักนั้น
    สัตว์ร้ายตัวที่ 2 ก็ไม่ใช่ใครอื่น
    มันมี นามมกร ว่า MAMMON
    ตามคัมภีร์ SATAN บ่งบอกไว้ชัดเจนว่า
    MAMMON นั้นเป็นบุตรของ LUCIFER
    มีบุคลิกเป็นปิศาจที่มุทะลุ ดุดัน และชั่วร้ายมาก
    MAMMON พยายามที่จะข้ามจาก นรก ขึ้นมายังโลกมนุษย์
    เพราะคิดว่าตนเองชั้วร้ายกว่าผู้เป็นบิดา
    ซึ่งเอาแต่รอเวลา แต่ MAMMON ไม่อยากรออีกต่อไป
    อยากขึ้นมายังโลกเพื่อเข่นฆ่าผู้คนให้ตายสิ้นด้วยความคิดที่ว่า
    มนุษย์นั้นมีรูปร่าง หรือร่างกายที่เหมือนพระศิริโฉมของพระเจ้า
    แต่ด้วยความที่MAMMON ถูกสั่งสอนให้เกลียดพระเจ้า
    จึงทำให้มันอยากทำลายทุกสิ่งที่เป็นของพระเจ้า
    แต่การจะข้ามมายังโลกมนุษย์ได้นั้น
    MAMMON
    จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้า
    ซึ่งไม่มีวัน มันเลยทำข้อตกลงกับเทวดาองค์หนึ่ง
    ไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้จากที่เล่าตอนต้นเรื่อง
    นั่นก็คือ GABRIEL นั่นเอง
    แต่ LUCIFER ไม่ยอม และเข้าขัดขว้าง
    จับลูกตัวเองลากกลับลงนรก
    และรอเวลาที่จะทำสงครามขั้นแตกหัก กับ พระเจ้าด้วยวิธีการของตน
    SATAN เข้าครอบงำใครคนหนึ่ง
    ซึ่งถือเป็น ANTI CHRIST คนที่ 3
    ที่ยังต้องเดากันต่อไปว่าเป็นใครจะเป็นผู้ที่ทำให้โลกปั่นป่วนไปด้วย
    สงครามอันน่าสยดสยอง เขาจะใช้การอ้างพระวจนะอย่างผิดๆ
    เพื่อการทำสงครามในนามของพระเจ้า อย่างโง่เขลา
    แต่เขาก็ไม่รู้ตัวเพราะคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องตามพระประสงค์ของพระเจ้า
    ตามคำทำนายถึงวันสิ้นยุค ได้กำหนดวันที่บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่จะเกิดเหตุการณ์ในตอนที่ 8 คือ



    • ตั้งแต่ดวงตราที่ถูกเปิดผนึกดวงแรกนั้น เริ่มนับจากปี ค.ศ. 1999 - มิ.ย. 2002 ดวงดาวในระบบสุริยะเรียงตัวตรงเป็นแนวเดียวกัน
    • ค.ศ.2002 - ม.ค.2006 มีการสู้รบ หรือทำสงคราม เกิดขึ้น เกิดภัยภิบัติทางธรรมชาติบ่อยขึ้น เกิดปัญหาความอดอยากมากขึ้น(ซึนามิ, ไฟไหม้ป่าที่ อินโดนีเซีย,น้ำท่วมใหญ่ในหลายประเทศ, แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น, ชาวยิว ชาติพันธุ์ที่พระเจ้าทรงเลือกให้บุตรของพระองค์มาจุติ ถูกขับไล่ออกจากดินแดนของปาเลสไตล์ ฯลฯ)
    • ค.ศ. 2007 - 2012 จะเริ่มมีการจับมือกันระหว่างพันธมิตร ของชาติต่างๆ แบ่งเป็นกลุ่ม (ถ้าตอนนี้ก็มี รัสเซียกับจีน ที่ทำการซ้อมรบร่วมกันอยู่) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม ปฏิทินของชนเผ่ามายัน นับถ้อยหลังมาจนเหลือศูนย์ในเดือน ธ.ค. 2012
    • ค.ศ.2012 - 2023 สงครามและกลียุคผ่านพ้น บุตรมนุษย์หรือพระศาสดาองค์ใหม่ถือกำเนิด SATAN จะถูกจองจำใต้บาดาลไปนาน 1,000 ปี
    • ค.ศ.3023 SATAN ถูกปลดปล่อยอีกครั้ง เกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ไม่มีกลางคืนกลางวันอีกต่อไปแล้ว สัตว์และพืชล้มตาย เกิดความอดอยากแสนสาหัส และสภาพอากาศอันเลวร้ายสุดจะพรรณา โลกกลับเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้ง มนุษย์ต้องแสวงหาพลังงานความร้อนเพื่อชีวิตที่อยู่รอด ใกล้แกนโลก
    • ค.ศ.4000 SATAN ถูกโยนเข้าไปในบึงไฟกำมะถันทุกข์ทรมานชั่วนิจนิรันดร์ และเข้าสู่ยุคของชาววิไล
      มนุษย์ จะกลับไปอยู่ใกล้พระเจ้าอีกครั้ง เหมือนครั้ง มนุษย์คู่แรกของโลก จนกว่ามนุษย์จะเริ่มทำผิดบาปต่อพระเจ้าอีกครั้ง.....
      ในสมัยสิ้นยุคนั้น เหตุการณ์กลียุคจะเกิดขึ้น มนุษย์จะเห็นแก่ตัว เย่อหยิ่ง ยโส ชอบด่าว่า ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา ไร้มนุษยธรรม ใส่ร้ายกัน การหลอกลวงกัน เข่นฆ่า ขมขื่น การกักขังหน่วงเหนี่ยวซึ่งกันและกัน และอีกสารพัด SATAN เข้าครอบงำมนุษย์แบบเต็มคราบ หรือเต็มรูปแบบ และในไม่ช้า สงครามขั้นแตกหักก็จะเกิดขึ้น สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกจะถูกกวาดล้างสิ้น จนกว่าบุตรมนุษย์ หรือศาสดาองค์ใหม่จะเสด็จมา เพื่อปราบความทุกข์เข่นทั้งมวล
      เมื่อ SATAN ถูกปลดปล่อยอีกครั้งใน 1,000 ปีให้หลัง โลกจะถูกเผาผลาญด้วยไฟแห่งโทสะของมันที่มีมากกว่าเดิม กองทัพของมันจะทำลายทุกสิ่งที่พวกมันจับต้อง พบเห็น แม้แต่เทวดาทั้งหลายก็มิอาจหยุดยั้ง จน พระเจ้าต้องเสด็จมาปราบ SATAN ด้วยตัวพระองค์เอง และ SATAN ก็จะดับสูญชั่วนิรันดร์
      ผู้ที่รอดจะเข้าสู่วัฏจักรแห่งชีวทิพย์อีกครั้ง สวนเอเดน จะกลับคืน และความสงบสุขจะมาเยือนเหล่ามนุษยชาติอีกครั้ง...หากแผนการกับเวลาทั้งหมดนี้...ตรงกัน


    "พระเจ้าอยู่ในตัวเจ้า และรอบๆตัวเจ้า แยกไม้ออกจากกัน ข้าอยู่ที่นั่น ยกหินออก เจ้าจะพบข้า"




    บันทึกการเข้า

    B l a c k B e a r : T h e D i a r y
    หมีงงในพงหญ้า
    ยืนงงในดงตีน
    ผู้ก่อตั้งเวบฯ
    นักโพสท์ระดับ 15
    *

    คะแนนความดี: +62/-0
    ออฟไลน์ ออฟไลน์

    เพศ: ชาย
    United Kingdom United Kingdom

    กระทู้: 7855


    • Big Bear •

    ระบบปฏิบัติการ:
    Windows XP Windows XP
    เวบเบราเซอร์:
    MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


    ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
    ดูรายละเอียด เว็บไซต์
    « ตอบ #9 เมื่อ: 10 มิถุนายน 2553 18:45:27 »

    ตอนที่ 10
    SATAN วางเดิมพันกับ พระเจ้า
    ด้วยดวงวิญญาณของมนุษย์ทุกผู้ ห้ามติดต่อกับมนุษย์โดยตรงได้แค่ครอบงำ
    ดังนั้นก็จะเห็นได้ว่า จริงๆแล้วมนุษย์อย่างเราๆท่านๆนั้นเป็นตัวแปรสำคัญ
    ที่ทำให้เกิด สงครามขึ้นระหว่าง นรก กับ สวรรค์
    เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว มนุษย์อย่างเราๆ จะเลือกทำอะไรล่ะ ดี หรือ เลว
    ทุกคนต่างรู้ถึงความหมายของ 2 คำนี้ดี แต่เหตุไฉน
    มนุษย์ถึงยอมให้ มาร หรือ SATAN เข้าครอบงำ
    แม้เราจะมีความเข้าใจว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนสมบูรณ์แบบ
    แต่ทำไมถึงใช่ความไม่สมบูรณ์แบบนั้นเอนเอียงไปด้านมืด
    SATAN มีผลกับเรามากขนาดนั้นเชียวหรือ
    มันครอบงำเราทุกคน ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา
    แล้วเราจะมัวตกเป็นทาส เป็นกองกำลังฝ่ายมืดอย่างนั้นหรือ
    พระเจ้า สอนให้เรารักกัน อภัยซึ่งกันและกัน
    แต่ SATAN ทำให้เราตกอยู่ในบาปที่มันโปรดปรานมากที่สุดนั่นก็คือ กิเลส
    เรารู้จักมันดี กิเลส คอยทำให้คน
    หลงละเมอ เพ้อพก ไปกับ อำนาจ ความอยากมี อยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน
    แล้วเหตุใด เรายังทำ
    SATAN เจ้าชายแห่งความมืด
    ที่พร้อมจะเปลี่ยนสิ่งที่น่ายินดีที่สุด ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุด
    ความเสแสร้งจอมปลอมที่มันมอบให้เราทุกผู้ชั่งดูหอมหวาน
    น่าพิศมัย จนกว่าผู้นั้นจะได้ตระหนักว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ใช่
    ก็ต้องแลกกับความสูญเสียมากมาย
    แต่พระเจ้าก็ยังคงให้อภัยเสมอ ให้เวลาเรากลับตัวเสมอ
    ไม่ว่าเวลานั้นจะยาวนานนับร้อยปี หรือสั้นเพียงแค่ลมหายใจผ่านเข้าออก
    แต่มนุษย์ก็ไม่เคยสำเหนียกกับสิ่งที่ได้รับรู้ กลับทำเลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    ด้วยสันดานดิบ ที่มีมากซะจน ผู้ที่อยู่เบื้องบนยังเอือมระอา
    SATAN บอกว่าโลกมิได้ดับสูญด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า
    แต่โลกจะถือกำเนิดใหม่ในอ้อมกอดของผู้ที่ถูกสาป
    เราจะเชื่อตามนั้นดีไหม ถ้าผู้ถูกสาป มีอภิสิทธิ์ในการสร้างโลกใหม่
    ท่านคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
    โลกที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดจะเป็นอย่างไร
    เราจะอยู่กันอย่างไร กินเลือดกินเนื้อกันอย่างนั้นหรือ
    หลายคนอาจบอกว่าอีกหลายปีกว่าจะเกิดฉันไม่เกี่ยว ก็ถูก
    แต่ลูกหลานเราล่ะ คนที่เรารักล่ะ ท่านจะปล่อยให้คนเหล่านี้กลายเป็น
    สัตว์ร้ายอันน่าสยองพองขน ลุกขึ้นมาชี้นิ้วด่าทอขึ้นไปเหนือท้องฟ้า
    แต่กลับเคารพศรัทธาผู้ที่อยู่ใต้พื้นพิภพงั้นหรือ
    เหล่านี้ขอฝากไว้ในตอนสุดท้าย มิใช่เพื่อตัวเรา
    ... แต่เพื่อมนุษยชาติของเราต่างหาก...
    THE END


     หัวเราะลั่น

    http://board.agalico.com/showthread.php?t=30462
    บันทึกการเข้า

    B l a c k B e a r : T h e D i a r y
    wondermay
    บุคคลทั่วไป
    « ตอบ #10 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2553 14:35:49 »

    เอ่อ.......................อัดแน่น

    กำลังหาอยู่เลยว่าซาตานคือผู้ใด๋ หัวเราะลั่น

    เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันหนอ คัมภีร์หรอ จดจากคำบอกเล่าหรอ
    บันทึกการเข้า
    หมีงงในพงหญ้า
    ยืนงงในดงตีน
    ผู้ก่อตั้งเวบฯ
    นักโพสท์ระดับ 15
    *

    คะแนนความดี: +62/-0
    ออฟไลน์ ออฟไลน์

    เพศ: ชาย
    United Kingdom United Kingdom

    กระทู้: 7855


    • Big Bear •

    ระบบปฏิบัติการ:
    Windows XP Windows XP
    เวบเบราเซอร์:
    Chrome 2.0.157.2 Chrome 2.0.157.2


    ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
    ดูรายละเอียด เว็บไซต์
    « ตอบ #11 เมื่อ: 17 มกราคม 2554 00:32:15 »

    เอ่อ.......................อัดแน่น

    กำลังหาอยู่เลยว่าซาตานคือผู้ใด๋ หัวเราะลั่น

    เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันหนอ คัมภีร์หรอ จดจากคำบอกเล่าหรอ


    ไม่รู้อ่ะวอนเด้อ แต่อ่านเอามันส์

    แล้วก็มันส์จริง ๆ

    เข้าใจผูกเรื่องโยงเรื่อง

    แต่หลายอย่างก็ขัดกันเหลือเกิน พระเจ้าอ่ะ

    อ่านแบบเอาสนุก อย่าคิดมาก
    บันทึกการเข้า

    B l a c k B e a r : T h e D i a r y
    คำค้น: สงคราม ครั้งสุดท้าย นรก สวรรค์ เทวทูต 
    หน้า: [1]   ขึ้นบน
      พิมพ์  
     
    กระโดดไป:  


    คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
    คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
    คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
    คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
    BBCode เปิดใช้งาน
    Smilies เปิดใช้งาน
    [img] เปิดใช้งาน
    HTML เปิดใช้งาน


    หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
    หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
    นรก-สวรรค์ ในพระไตรปิฎก
    กฏแห่งกรรม - ท่องไตรภูมิ
    Kimleng 1 2788 กระทู้ล่าสุด 04 มีนาคม 2559 16:32:31
    โดย Kimleng
    บทสนทนาธรรม ระหว่าง หลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ กับ สุทธิชัย หยุ่น
    จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
    มดเอ๊ก 0 1441 กระทู้ล่าสุด 27 มิถุนายน 2559 04:37:52
    โดย มดเอ๊ก
    Before I die มรณสนทนา ระหว่าง พระไพศาล และ คุณนิ้วกลม
    ห้องวิปัสสนา - มหาสติปัฏฐาน 4
    มดเอ๊ก 0 999 กระทู้ล่าสุด 30 กรกฎาคม 2559 21:00:35
    โดย มดเอ๊ก
    นรก สวรรค์ ท่านเลือกได้ ( รายการ แสงเทียน เสียงธรรม )
    กฏแห่งกรรม - ท่องไตรภูมิ
    มดเอ๊ก 0 1419 กระทู้ล่าสุด 03 กันยายน 2559 03:04:48
    โดย มดเอ๊ก
    สวรรค์ 6 ชั้น นรก 8 ขุม (ธรรมบรรยายโดย พระมหาธีรนาถ อคฺคธีโร)
    กฏแห่งกรรม - ท่องไตรภูมิ
    มดเอ๊ก 0 1439 กระทู้ล่าสุด 03 กันยายน 2559 05:09:24
    โดย มดเอ๊ก
    Powered by MySQL Powered by PHP
    Bookmark and Share

    www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
    Mckaforce Group | Sookjai Group
    Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
    Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
    Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
    หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.813 วินาที กับ 32 คำสั่ง

    Google visited last this page 27 กันยายน 2565 20:29:22