[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
29 สิงหาคม 2559 23:17:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 6 องศาเปลี่ยนโลก (Six Degrees could Change the World)  (อ่าน 7866 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7547


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 12 มิถุนายน 2553 13:48:02 »

วัน ที่ 5 มิถุนายนของทุกปี UN จัดให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day : WED) โดยแต่ละปีก็จะมีหัวข้อรณรงค์ต่างกันไปเช่น ทะเลทราย ในปี พ.ศ. 2549, เมืองสีเขียว ในปี พ.ศ. 2548 หัวข้อรณรงค์ประจำปีนี้คือ Kick The Habit! Towards A Low Carbon Economy หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากเชื้อเพลิงฟอสซิลคุณภาพต่ำๆ ซึ่งเป็นรากฐานความเจริญทางเศรษฐกิจตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่มีส่วนทำ ให้อัตราการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น การใช้ทรัพยากรแบบล้างผลาญเชื่อมโยงถึงการเกิดปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ หนักหน่วงยิ่งขึ้นทุกขณะ
เอาล่ะครับ ตัดฉับจาก WED 2008 ไปสู่ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของโลกดีกว่า
'Six Degrees Could Change the World' ภาพยนตร์สารคดีโดย National Geographic นำเสนอการคาดการณ์ว่าทุกๆ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ส่งผลต่อดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างไร ทั้งนี้ตัวภาพยนตร์ได้ย้ำอีกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ การ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกในอดีตนั้น แต่ละคาบจะกินระยะเวลานานมาก เทียบไม่ได้เลยกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ดังเช่นที่กำลังเกิดในขณะนี้ เนื้อหาใน Entry นี้จึงไม่เน้นการกล่าวถึงสาเหตุของปรากฎการณ์โลกร้อน เพราะมันเป็นเรื่องหลังเขาไปแล้ว
เอาล่ะครับ เรามาดูกันต่อว่าทุกๆ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น 1 องศานั้น ก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้าง
+1 องศาเซลเซียส
[INDENT]
[/INDENT]
  • ขั้ว โลกเหนือไม่มีหิมะไปครึ่งปี ทำให้เส้นทางเดินเรือ Northwest Passage สามารถใช้งานได้นานขึ้น การขนส่งสินค้าจากยุโรปมายังเอเชียตะวันออกทำได้สะดวกขึ้น, คอคอดกระ (ถ้ามี) ประสบกับภาวะขาดทุน
  • เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรงทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ผลผลิตลดลง ขาดแคลนอาหาร เกิดทะเลทรายใหม่ๆ ในอดีต ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ แต่การเปลี่ยนแปลงวงโคจรของโลกเพียงเล็กน้อยทำให้อากาศอบอุ่นขึ้น เกิดการสะสมชั้นดินบางๆ จนกลายเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ ในยุคปัจจุบัน แต่ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น ความชื้นในดินลดลง หน้าดินก็จะแห้ง ถูกลมพัดหายไป กลับกลายเป็นทะเลทรายอีกครั้ง
.
  • ประเทศอังกฤษ สามารถปลูกองุ่นและผลิตไวน์ได้ดีขึ้น ในขณะที่ผลผลิตองุ่นของฝรั่งเศสมีคุณภาพตกต่ำลง อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลให้แนวสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมกับการปลูกองุ่นเลื่อนขึ้นไปทางทิศเหนือมากขึ้น ปัจจุบันนี้ อังกฤษมีไร่ไวน์มากกว่า 400 แห่ง และตอนนี้ก็เริ่มมีการทดลองปลูกต้นมะกอกในอังกฤษแล้วด้วย
+2 องศาเซลเซียส
  • น้ำแข็งบนกรีนแลนด์ ซึ่งธรรมชาติใช้เวลาสะสมมานานกว่า 150,000 ปี หายไป ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบัน สุนัขลากเลื่อนที่กรีนแลนด์ถูกทอดทิ้งให้อดตายจำนวนมาก เพราะว่าหิมะบางลงจนไม่มีงานให้มันทำ
  • แมลงแปลกๆ จะเคลื่อนย้ายไปยังถิ่นที่อยู่อาศัยใหม่ๆ โดยเคลื่อนตัวไปยังเขตทิศเหนือที่เคยหนาวเย็นมากขึ้น แมลงที่มาใหม่สามารถสร้างความเสียหายแก่ต้นไม้ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ในท้องถิ่นเดิม อย่างราบคาบ
  • เมื่อสุนัขลากเลื่อนและหมีขั้วโลกเหลือเพียงตำนาน, ที่ราบทุนดราที่แสนกันดารก็จะกลายเป็นแหล่งป่าไม้ไหม่
.
  • โลกสูญเสียแนวปะการังไปเกือบทั้งหมดเนื่องจากปรากฏการณ์ฟอกขาว สัตว์น้ำลดความอุดมสมบูรณ์ลงมาก มหาสมุทรถือเป็นอ่างรับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นด่านแรกของกลไกซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ โดยปรกติแล้วสิ่งมีชีวิตเล็กๆ หลายชนิดจะดูดซับเอาคาร์บอนในน้ำทะเล เพื่อนำไปใช้สร้างกระดูกหรือเปลือก แต่คาร์บอนไดออกไซด์ที่มากเกินไปจะทำให้น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้น และไปขัดขวางกระบวนการดูดคาร์บอน
+3 องศาเซลเซียส
  • เป็นจุดที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าเราจะไม่สามารถย้อนกลับหรือหยุดยั้งกระบวนการโลกร้อนได้อีกต่อไป
  • ขั้วโลกเหนือจะไม่มีน้ำแข็งในหน้าร้อนอีกต่อไป, ป่าฝนอะเมซอนจะแห้งไป, ยอดเขาแอลป์ไม่เหลือชั้นน้ำแข็ง
  • พายุรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นร้อยปีครั้ง กลายเป็นเรื่องปรกติธรรมดาและต้องปรับเพิ่มมาตรวัดความเร็วพายุใหม่
.
  • El Nino กลายเป็นปรากฎการณ์ปรกติธรรมดา เหมือนย้อนกลับไปสู่โลกในยุคพาลีโอซีน (Paleocene)
  • คลื่นความร้อนเกิดขี้นทั่วทวีปยุโรป จนหลายเป็นเรื่องปรกติธรรมดา เหมือนกำลังอาศัยอยู่ในตะวันออกกลาง (เหมือนเหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เคยเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2003 ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วยุโรปสูงถึง 3 หมื่นคน)
  • กระบวนการสังเคราะห์แสงหยุดชะงักลง พืชกักออกซิเจนไว้และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศแทน
+4 องศาเซลเซียส
  • เมืองตามปากแม่น้ำจมทะเลถาวร, ธารน้ำแข็งบนภูเขาหิมาลัย ไม่มีเหลือ, แม่น้ำคงคา หายไปจากแผนที่โลก
  • ทิศเหนือของแคนาดาเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว, ชายหาดแถบสแกนดิเนเวีย กลายเป็นที่พักร้อนแห่งใหม่ของยุโรป
  • ธารน้ำแข็งด้านทิศตะวันตกของขั้วโลกใต้ ละลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงทุ่งน้ำแข็งในบริเวณใจกลางทวีป
+5 องศาเซลเซียส
  • หิมะและน้ำในชั้นหินที่คอยหล่อเลี้ยงเมืองใหญ่ เหือดแห้ง, เกิดพื้นที่ที่มนุษย์อยู่อาศัยไม่ได้ในเขตอบอุ่นเดิม
  • ระบบสังคมล่มสลาย, คนจนถูกทอดทิ้ง เกิดการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
  • เกิดการต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรที่เหลืออย่างรุนแรงระหว่างชนชั้นเหมือนที่เห็นในการ์ตูนหรือภาพยนตร์ไซไฟ
+6 องศาเซลเซียส
  • มหาสมุทรกลายเป็นสุสานแห่งความตายไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้, ทะเลทรายบุกเข้ายึดพื้นที่ทั้งทวีป
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายเป็นเรื่องปรกติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้. กรมอุตุฯ กลายเป็นหน่วยงานที่โลกลืม
  • มนุษย์สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปและเกิดเผ่าพันธุ์ใหม่ครอบครองโลกนี้แทนในระหว่างที่โลกกำลังปรับคืนสู่จุดสมดุล
ตอนท้ายเรื่องยังกล่าวถึงทางออก วิธีการแก้ไขปัญหารูปแบบต่างๆ รวมไปถึงจุดอ่อนของแต่ละวิธีการด้วยครับ หมายเหตุ : ขณะนี้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นมาแล้ว 0.8 องศา ส่วนจะเพิ่มถึงไหนนั้น ต้องดูกันต่อไป
สรุป
ปรากฎการณ์โลกร้อนในยุคครีเตเชียส (Cretaceous : ในช่วงเวลาประมาณ 145.5 - 65.5 ล้านปีก่อน) ถึงแม้จะต้องใช้เวลานานนับล้านปีก็ตาม โลกก็สามารถหาหนทางเพื่อปรับสมดุลของอุณหภูมิภายในตัวเองได้ ด้วยความช่วยเหลือจากแพลงตอนในทะเลและพืชบนบก ช่วยกันดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินในอากาศ เมื่อแพลงตอนและพืชตายไปทับถมกัน ผ่านความร้อนและแรงกดดัน ก็กลายเป็นน้ำมันหรือถ่านหินในชั้นใต้ดิน แต่ ด้วยความฉลาดของเผ่าพันธุ์โฮโมเซเปี้ยน ก็สามารถประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีในการขุดน้ำมันและถ่านหินขึ้นมาใช้กันอย่าง ไม่บันยะบันยัง ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่โลกผนึกเอาไว้กลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศอีกครั้ง
นับ ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงภูมิปัญญาอย่างยิ่ง สามารถย้อนกลับไปสู่อดีตได้โดยไม่ต้องพึ่งไทม์แมชชีนเลยล่ะครับ (แต่จะมีชีวิตรอดดูอยู่หรือเปล่านั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)
ของแถม

  • กระบวนการผลิตชีสเบอร์เกอร์ที่ชาวอเมริกันบริโภคใน 1 ปี ตั้งแต่ การเพาะปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์ ทำขนมปัง การปลูกผักกาด การทำชีส การแปรรูปเนื้อวัว การขนส่ง การแช่แข็ง ฯลฯ เมื่อรวมทุกขั้นตอนเข้าด้วยกันแล้ว การบริโภคชีสเบอเกอร์ ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 200 ล้านตันต่อปี นี่แค่เฉพาะพื้นที่สหรัฐอเมริกา นับเป็นปริมาณมากยิ่งกว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากรถอเนกประสงค์ทุกคันในสหรัฐอเมริการวมกันเสียอีก
  • บางคนยังไม่เข้าใจว่า 1 องศามันจะมีผลกระทบขนาดไหนเชียว ลองหาแผนที่อุณหภูมิอากาศมาดูนะครับ แล้วลองดูว่าความกว้างของเส้นอุณหภูมิจากองศาหนึ่งไปอีกองศาหนึ่ง บนพื้นที่ราบ มันกว้างกี่ร้อยกิโลเมตร หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ความเห็น #3 กับ #5 ครับ เป็นตัวอย่างใกล้ตัวมากจนผมลืมนึกถึงไปเลย
    • (ความเห็นที่ 3)
    ลองไปค้นข้อมูลเปรียบเทียบมาครับ
    เรื่องร่างกายคน อุณหภูมิปกติ ประมาณ 37° C
    ถ้าบวกเพิ่มไปอีกแค่ 0.5° C ก็ถือว่าเริ่มเป็นไข้แล้ว
    ถ้าเกิน 2 ทานยา พักผ่อน ได้แล้ว
    ถ้าเกิน 3 ควรไปหาหมอ
    ถ้าเกินไป 6 นี่ไม่รู้ล่ะ หาข้อมูลไม่ได้ ใครเป็นหมอรบกวนบอกที
    อันนี้คือใกล้ตัวมากๆ ร่างกายเราเองครับ
    เผื่อใครจะนึกไม่ออกว่าเพิ่มไปแค่องศาเดียวจะเป็นไรไป

  • (ความเห็นที่ 5)
40 - 41 องศาขึ้นไปนี่เริ่มแย่แล้วครับ
พอสูงไปจากนี้ เม็ดเลือดแดงและเซลล์อื่นๆ จะค่อยๆ แตกตามกันไป
ผลคือเนื้อเยื่อทั่วร่างกายขาดออกซิเจน ของเหลวทะัลัก อาจตายเพราะขาดน้ำ...
ผมไปห่วงตรง 3 องศาครับ - -'' มันเป็นจุดที่ย้อนกลับไม่ได้
ก็หวังว่าคงชะลอเวลาจุดนั้นไม่ให้มาถึงเร็วเกินไป




โดย อ.มดเอ็กซ
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
 
sds
มือใหม่หัดโพสท์กระทู้
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 1


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2554 14:43:36 »

เป็นความรู้ที่ดีมาก
บันทึกการเข้า
คำค้น: องศา โลกร้อน อากาศเปลี่ยน ภัยพิบัติ เปลี่ยนโลก โลกแตก 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com
Top 10 Best Perfumes for College Students in 2016 Top 10 Popular Perfumes for the Women in the Year 2016 Top 10 Best Shavers for Women in 2016
Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group

Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.249 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 26 สิงหาคม 2559 19:23:47